คัดลอกลิงก์เเล้ว

พออายุ 15 เธอมาเป็นแฟนฉันนะ

"ดิวพอเรา 15 ปี มาเป็นแฟนกันนะ" "ม่าย ไม่เอา แงงง อย่ามาเกี่ยวก้อยสัญญานะ"

ยอดวิวรวม

57

ยอดวิวเดือนนี้

17

ยอดวิวรวม


57

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 ส.ค. 62 / 18:19 น.
พออายุ 15 เธอมาเป็นแฟนฉันนะ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เราเป็นพวกเจ็บไวหายไว แกล้งทำลืมๆไปก็กลับมาฉดใฉ แต่งได้เหมือนเดิมละค่า

รอบนี้ก็มาเป็นฟิคสั้นๆ จบในเรื่องอีกละเน้อ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 ส.ค. 62 / 18:19


"ดิว ตื่นรึยัง"

"อืม ตื่นแล้ว" 

บทสนทนาเช่นทุกวัน ที่ อาย หรือ อครา เพื่อนสนิทตั้งแต่เกิดของ ดิว ดิษฐี 

และอาจจะพ่วงตำแหน่งเพื่อนตลอดไปซะด้วยซ้ำ จะมีหน้าที่จะต้องโทรปลุกคนตัวโตทุกเช้า

เพื่อจะไปโรงเรียนด้วยกัน มันควรเป็น dialog ธรรมดาสำหรับเพื่อนด้วยซ้ำ...

มันผิดตรรกะแค่นิ๊ดเดียว คือ สำหรับอายแล้ว ดิวคือเพื่อนไม่จริงของเขา (Poly cat ม๊าา)


.............

ก็ช่วยไม่ได้นี่หน่า ตั้งแต่ 3 ขวบ เขาก็ติดใจแก้มอ้วนๆ เหมือนซาลาเปา ตาขีดเดียวเหมือนป๊อกกี้ 

ตัวกลมป้อมให้ความรู้สึกอยากเข้าไปฟัดทุกครั้ง แม้แม่จะบอกเขาว่า อายหนูกินดิวไม่ได้นะลูก 

อะไรเนี่ย กัดก็ไม่ได้ หอมก็ไม่ได้ โน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ เซ็งจัง แต่เขาก็อดเข้าไปดมๆ ดิวอยู่ตลอด

เรียกว่า ถ้ามีดิว ก็ต้องมีอาย และถ้ามีอาย ก็ต้องมีดิว....





วันหนึ่งอายตัวน้อยในวัย 7 ขวบ ได้เดินไปถามแม่ของเขาว่า เขาสามารถเป็นแฟนกับดิวได้มั้ย

เพราะเพื่อนที่โรงเรียนก็มีคนเป็นแฟนกัน... 

แม่ของอายถามว่า หนูชอบดิวหรอลูก อายตอบกลับไปทันทีว่า ใช่แล้ว เขานะชอบดิวม๊ากมาก

ชอบมากกว่าชอบแม่กับพ่ออีก หนูนะอยากนอนกับดิวทุกวันเลย...

ไม่รู้ทำไมพอเขาพูดประโยคนี้ แม่ถึงทำท่าจะเป็นลม แม่บอกว่า หนูต้องพูดว่าอยากเล่นกับดิวทุกวันเลยจ้า

ไม่ใช่อยากนอนด้วยกันทุกวัน  

แต่อายก็เถียงว่า ก็การนอนคือความสุขของอาย เวลาได้นอนใกล้ดิว ตัวอุ่นๆ หอมๆ 

น้องอายจะหลับฝันดีทุกครั้ง...

แม่คงขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดเลยบอกว่า

แม่ยังไม่อนุญาต หนูสองคนต้องเป็นเพื่อนกันไปก่อนนะ ให้โตก่อน อายเลยถามว่าแล้วต้องโตแค่ไหน 

10 ขวบได้อ๊ะป่าว...



แม่บอก มันเร็วไป.. ถ้างั้น 15 ขวบหละ เด็กผู้ชายเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตั้งแต่ 14 ขวบนะ

อายได้ยิน รุ่นพี่ ม.ต้นพูดกันนี่ นี่น้องอายยอมอดทน อีก 1 ปีเลยอ่า เพิ่มให้เป็น 15 ขวบเลยนะ 

แม่ อือๆอาๆ ไป  บอกตอนนั้นก็ได้ แต่ตอนนี้เอาพุงกะทิมาฟัดก่อน

อืมมมม งั้นเขาถือเป็นคำสัญญาระหว่างแม่ลูกละนะ...

.............

พอเช้าวันรุ่งขึ้น อายก็ตัดสินใจไปบอกดิวว่า ตอนนี้ให้เราเป็นเพื่อนกันไปก่อน เดี๋ยว 15 ขวบ 

เราค่อยมาขอดิวเป็นแฟน ว่าแล้วก็เกี่ยวก้อยสัญญา... ดิวสั่นหัวแทบหลุด ทำตาโต (แง น่ารักชุบแป้งทอดไปเลย)

หลังจากวันนั้นอะ ทั้งอายและดิวก็โดนเพื่อนทั้งห้องล้อแทบแย่ 

แถมบางคนก็เรียกเขาว่าไอตุ๊ดด้วย.... ไม่น่ารักเลย 

อายงง ตุ๊ดได้ไง วีวี่โน่นที่เรียกว่าตุ๊ด เขาไม่ชอบใส่กระโปรงซะหน่อย

แต่ที่แย่กว่าคือ หลังจากนั้นดิวไม่พูดกับอายอีกเลย เหมือนโกรธ แต่ดิวก็เหมือนอยากพูดอะไรแต่ไม่พูด

บอกว่าจะกลับไปปรึกษาแม่ก่อน หลังจากนั้นอีกสองวัน 

อายไปหาดิวที่บ้าน แต่ดิวก็จะหนีเข้าห้องตลอด แม่สา หรือแม่ของดิวตามที่อายเรียก บอกว่าดิวคงยังโกรธอยู่ 

แม่สานะทั้งลาก ทั้งดึงดิวให้ออกมาเล่นกับเรา นายนั่นก็เอาแต่ร้องไห้ 

แถมตะโกนว่าไม่เอา ไม่อยากเป็นแฟนเรา ตอน 15 ขวบ

ตอนนั้นอะดิวสะอื้นฮักๆ แล้วชูนิ้วก้อยขึ้น บอกเรามาเกี่ยวก้อยสัญญาเฉยเลย เขาต้องทำตามสัญญาหรอ

แล้วก็ร้องไห้ พอแม่สาหันไปกระซิบอะไรซักอย่าง ดิวก็เงียบปากลงทันที...

วันนี้ดิวน่ารักอีกแล้วนะ อยากเอาน้ำตาดิวมาเก็บใส่ขวดโหลจัง


อ้อ วันก่อน เราเอาไม้ไอติมที่ดิวทิ้งไว้มาเก็บไว้ด้วย กะว่าถ้าสะสมได้เยอะๆ จะเอามาสร้างเป็นบ้าน

ไว้อยู่ด้วยกันสองคนตอนแก่เฒ่า....

วันนั้นจบลงที่ แม่เรารีบพาเรากลับบ้าน ส่วนแม่สาเอาแต่หัวเราะคิดคักแบบถูกใจอะไรซักอย่าง


...............

หลังจากวันนั้น ดิวก็มาบอกเราว่า ถ้าอยากจะเป็นแฟนกับเขา ก็ต้องมาเตรียมพร้อมก่อน ดิวบอกว่า

จนกว่าจะ 15 ต่างคน อาจจะไม่สนิทกันเหมือนเดิมแล้ว ถ้าอายยังอยากจะเป็นแฟนดิว ก็ต้องรักษาความสัมพันธ์เอาไว้

แต่ดิวบอกว่าอายจะต้อง ทำทุกอย่างตามที่เขาบอก ห้ามขัด ห้ามบ่น ไม่งั้น ดิวจะไม่คุยกับอายอีก

ชอบจังเลยผู้ชายเผด็จการ อายชอบดิวมากขึ้นทุกวันเลย ทำไงดีอ่า....

ตอนนั้นเราทำได้แค่พยักหน้าหงึกหงัก หลังจากนั้น เพื่อนที่โรงเรียน ก็จะเคยชินกับภาพที่ มีดิวก็ต้องมีอาย 

ตอนนั้นไม่มีใครล้อเราสองคนแล้ว เพราะถ้าดิวได้ยิน ไอ้หมอนั่นก็จะโดนลากไปหลังโรงเพาะชำ

ไม่รู้ไปกันทำไม เราเคยจะตามไป ดิวก็ไม่ยอม...



ดิว นะตัวใหญ๊ใหญ่ แต่ถึงแม้ว่าดิวจะตัวใหญ่ขึ้น สูงขึ้นปีละ 3 เซ็น แต่ก็ยังน่ารักน่าฟัดเหมือนเดิมเลย

เรานะเผลอหอมแก้มดิวทุกที ดิวทำเป็นฮึดฮัด แต่ก็ไม่เคยว่าจริงจังซักครั้ง...

เราถามดิวว่า อยากเป็นแฟนกันก่อนอายุ 15 มั้ย ดิวบอกว่าไม่ แล้วไล่เราไปไกลๆ 

เซ็งอะ ผู้ชายเขินก็ชอบไล่ทุกที....



พอเราสองคนอายุประมาณ 13 ขวบ ดิวโกรธใหญ่เลย ตอนที่รู้ว่าเราจะไปสอบเข้าอีกโรงเรียนหนึ่ง 

ก็เราอยากเรียนสายภาษานี่ ดิวบอกว่าเราต้องมาสอบเข้าที่เดียวกัน ไม่งั้นใครจะมาเป็นเบ๊ให้ดิวหละ

เราไปถามแม่ แม่เราก็สนับสนุนให้เราเรียนอีกโรงเรียน แต่เป็นไงมาไงไม่รู้ แม่สามาที่บ้าน 

แล้วลากแม่เราหายเข้าไปในครัว นานสองนาน ออกมาก็ยิ้มกริ่มเลย 

แม่สาบอกว่า ให้เราไปสอบเข้าโรงเรียนเดียวกับดิวเถอะ จะได้มีดิวช่วยดูแล....


บูวววว ใช่ที่ไหน ดิวนะชอบใช้เราจะตาย สากกระเบือยันเรือรบ แต่ก็ไม่เคยเห็นจะชอบกันซักที

สุดท้ายเราสองคนก็เข้าโรงเรียนเดียวกันได้เราเลือกเรียนอีพี เพราะยังไงก็อยากเรียนด้านภาษามากกว่า 

วันที่รู้ผล แม่เรา กับแม่สาซื้อมือถือให้เรากับดิวเป็นของขวัญ และพาไปเลี้ยงข้าวด้วย

แม่สาเมมเบอร์เรา และสมัครไลน์ให้เราทั้งคู่ แอดไลน์เราให้ดิวด้วย เราหยิบมือถือดิว ไปถ่ายรูปเราเอาไว้

วีวี่บอกว่า ในมือถือแฟนต้องมีรูปคนรักเป็นคนแรก เราแปะโป้งดิวไว้แล้ว ไม่ยอมให้พลาดหรอก

แอบเห็นว่าดิวทำหน้าแปลกๆ ตอนเห็นรูปเรา เรากลัวดิวจะบล็อคเรา เราเลยไปกระซิบแม่สาว่า 

บอกดิวอย่าบล็อคเรานะ ม่งั้นเราโทรไปจีบไม่ได้.....


เอ้อ จะว่าไปแม่สา นี่น่ารักมากจริงๆ ทั้งที่รู้ว่าเราชอบดิว แต่ก็ไม่เคยห้ามเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแม่เรา

ไม่เคยห้ามอะไรเราซักอย่าง อันที่จริงแม่เราดูเหมือนกลัวแม่สาซะด้วยซ้ำ 

เราเคยไปถามแม่เราว่า ทำไมถึงดูระแวงแม่สา แม่สาใจดีจะตาย แต่แม่เราไม่ยอมบอก 

เราเลยไปถามแม่สาแทน แม่สาบอกเราว่าจะบอกให้ก็ได้ แต่ต้องสัญญาว่าจะรักษาความลับนะ 

ราพยักหน้า หงึกหงัก แล้วรอฟังอย่างตั้งใจ....


แม่สาบอกเราว่า แม่สาเคยชอบแม่เราตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมด้วยกัน เกือบได้เป็นแฟนแล้ว ถ้าพ่อเราไม่เข้ามาซะก่อน

เราเห็นสีหน้าเคียดแค้นแบบนั้นแล้วก็บอกไม่ได้ว่าแม่สาเป็นอะไร แม่สาบอกว่า 

"ถ้าแม่ไม่ได้ งั้นให้ลูกได้กันก็แล้วกัน"  เราฟังแล้วยิ้มแก้มปริ แม่สาถามเราต่อว่าช่วยสนับสนุนแม่ด้วยได้มั้ย

เรายกมือปางห้ามญาติแล้วบอกว่า นั่นมากไปนะครับ พ่อน้องอายยังอยู่

แม่สาพิมพำเบาๆว่า งั้นต้องให้พ่อน้องอายตายก่อนสินะ... เหหหหห



..................


ตอนนี้ปัญหาติดอยู่อย่างเดียว คือดิว ไม่ชอบเรานี่แหละ พยายามมากี่ปีก็ไม่เคยมีอะไรดีขึ้น

เย็นชาปั้นปึ่งยังไงก็ยังงั้น แต่พอจะเรียกใช้เรานี่ หืมมม เสียงใสเลย


หน้าที่เบ๊ กิติมาศักดิ์อย่างเรา มีหน้าที่โทรไปปลุกดิวทุกวัน ดิวก็จะรับและทำเสียงงึมงัมทุกครั้ง น่ารักจัง

เราอัดเสียงดิวเวลาทำปากจ๊อบแจ๊บไว้ด้วย เอาไว้ตั้งเป็นริงโทน เวลาดิวโทรเข้ามา แต่ดิวไม่เคยโทรหาเราก่อน

เราเลยไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง.....
 

เรารู้ว่าทุกวันดิวจะออกจากบ้านตอน  7.15 เราก็จะวิ่งต๊อกแต๊กออกไปรอดิวที่หน้าปากซอย 

แล้วเดินไปด้วยกันจนถึงป้ายรถเมย์ ทำเหมือนกับว่าบังเอิญมากมั้งที่มาเจอ

บางวันก็จะเจอดิวยืนอยู่เฉยๆ ที่ปากซอย เราถามว่าดิวมารอเราหรอ ดิวบอกป่าว กูมาเล่นกับแมว


เวลาเราเดินไปด้วยกัน เรานะโคตรจะอบอุ่น... 

ถึงดิวไม่ค่อยพูดอะไรกับเรามากนัก แต่ไม่เป็นไรได้เดินไปด้วยกันเรามีความสุขจริงๆนะ



ตอนนี้พวกเราอายุ 14 แล้ว อีกปีเดียวก็จะอายุ 15 เราสูงขึ้น   5 เซนแหนะ ตอนนี้สูง 168 แล้วดีใจมาก 

แต่ดิวสูงตั้ง 174 แล้วไอ้หยา มาดแมน แฮนด์ซัมอ่า ......

แต่วีวี่บอกว่าผู้ชายแบบเราสมควรจะตะเร้กน่ารักมากกว่า เราเลยเลิกกินนม เดี๋ยวจะสูงกว่าดิว 


วันนี้ก็เป็นวันเปิดเทอมวันแรก ของชั้น ม.2 หละ เราไม่ได้ เจอดิวตั้ง 3 เดือนแนะ 

เพราะเราไปอยู่บ้านสวนของยายที่จันทบุรีมา ไม่รู้ดิวจะสูงทะลุเพดานเลยรึป่าว เขินๆอ่า อยากกลับไปเจอแล้ว

เราส่งข้อความไปหาดิวบ่อยๆ ดิวก็อ่านบ้าง ไม่ตอบบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะถามว่า เมื่อไหร่จะกลับ

เราตอบไปแล้ว ก็ยังถามซ้ำว่า เมื่อไหร่จะกลับ จะกลับได้ยัง... ทำไมไม่ใส่ใจกันเลยนะ 

คนรักกันต้องจำได้ดิว่าเราจะกลับวันไหน...

บางทีก็ถามว่า มีใครมาเกาะแกะมั้ย เราเลยบอกว่า ส่วนใหญ่มีแต่ยุง ยุงชุมมากเลยที่นี่ 

แล้วก็เล่าเรื่องในสวนยาวเลย....



อ้อ ลืมเล่าว่าแม่พาเราไปตัดแว่นแล้ว ปรึกษากับวีวี่ตั้งนานว่าจะเอากรอบแว่นแบบไหน 

เลือกกันตั้งนานสุดท้ายได้แว่นกรอบใหญ่ วีวี่บอกเราใส่แล้วน่ารักตะมุตะมิมาก 

เราไม่ได้สายตาสั้นขนาดนั้น แต่เพราะพ่อสายตาสั้น แม่บอกมันอาจจะ

เป็นกรรมพันธุ์ งั้นใส่ไว้ดีกว่า เราเลยเริ่มใส่แว่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

หวา ตื่นเต้นจังไม่ได้เห็นดิวตั้ง 3 เดือน ดิวจะสูงขึ้นอีกไหม เราสูงขึ้นอีก 2 เซน เป็น 171 แล้ว 

ราภาวนาให้อย่าสูงไปกว่านี้ เพราะเดี๋ยวไม่น่ารัก ดิวจะไม่ชอบ

..........................

วันนี้เราโทรไปหาดิวตามปกติ

 "ฮัลโหล นึกว่ามึงจะไม่กลับมาแล้ว" เสียงงัวเงียดังตอบกลับมา  

"งง เราจะไม่กลับมาได้ไง อยากเจอเราหรอ"


"เพ้อเจ้อวะ" แล้วดิวก็วางไป


ใจเราสั่นอย่างกะวิ่งสี่คูณร้อยมา แงงงง แม่จ๋า ดิวมีใจแน่ๆ เขาต้องอยากเจอหนูแน่ๆ 

เรารีบอาบน้ำแต่งตัว คว้าขนมปังแผ่นเข้าปาก วิ่งออกจากบ้านไป แม่ถามว่ารีบไปโรงเรียนแต่เช้าเลยหรอ 

เราบอกแม่ว่า แม่จ๋า แม่กำลังจะได้ลูกเขยแล้วนะ เราได้ยินเสียงตะหลิวหล่นลงพื้น แม่นี่ซุ่มซ่ามจังเลย 

เราวิ่งกระหืดกระหอบมาหน้าป้ายรถเมล์ รีบเช็ดเหงื่อจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย 

ชะเง้อคออยู่ซักพัก ก็เห็นผู้ชายตัวสูงๆไหล่กว้างๆเดินมาในชุดนักเรียน 

ตู้วหูววว หล่อจัง อุ้ยหล่อจังงงงงงง


ไม่เจอตั้งนานทำไมดิวหล่ออย่างงี้อ่า ผมสีน้ำตาลที่ดูก็รู้ว่าไปย้อมมา ดิวทำอะไรแบบนี้ได้ 

เพราะเริ่มถ่ายแบบตั้งแต่ ป.5 เเต่อายว่าจริงๆแล้วเพราะดิวกำลังจะได้เป็นแฟนอายรึปล่าว ถึงหล่อได้ขนาดนี้

แงง เขินอะ 

"ไง มึง ไม่เจอกันนาน แว่นอะไรของมึงเนี่ย" ดิวทักขึ้น

"หวัดดีดิว อะ อืมพึ่งได้แว่นมาใหม่อะ" เราก้มหน้าลงพื้น ตอบงุบงิบในลำคอ เอ ทำไมมันเงียบจังน้า 

เราเลยเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าดิวกำลังมองอยู่เช่นกัน...

"ดิว ไม่สบายหรอ หน้าแดงจัง แล้วจ้องเราทำไม เขินนะเนี่ย ชอบกันหรอ ชอบเราแล้วหรอ"

"อะไรของมึง กูไม่ได้เจอมึงนานมั้ยละ ก็แค่ รู้สึกไม่คุ้นหน้าพอมึงใส่แว่น เลยมอง" 

แล้วดิวก็หันไปมองนกมองไม้แทน แล้วก็พูดขึ้นแบบไม่มองหน้าว่า

 "เออ คือปีนี้กูจะลงบาส ตอนเย็นมึงต้องช่วยมาเฝ้ากูที่สนามหน่อย เผื่อกูจะกินน้ำมึงจะได้วิ่งไปซื้อให้"

แหนะใช้ อีกแล้ว เห็นเราเป็นทาสเรอะ คิดเหรอว่าเราจะ ......

"ก็ได้" หง่า ดิวขอร้องอะ คนหล่อขอร้องใครจะปฏิเสธได้อะ



"แล้วก็ แว่นอะจะใส่ไม่ใส่ก็ไม่ต่างกันหรอก" งง งงอีกแล้วจ่ะแม่ นี่จะคิดเข้าข้างตัวเองแล้วนะ ว่าใส่ไม่ใส่ก็น่ารัก 

ใช่มั้ย หมายถึงแบบนั้นรึป่ะจ๊ะ

กำลังจะอ้าปากถาม ดิวก็ลากเราไปขึ้นรถเมล์ซะก่อน

...........

"อิอายยยยยย มาช้าชิบหาย ทำไมสายค้าา" วีวี่กระเทยตัวใหญ่ แต่ทำตัว ดัดเสียง ประหนึ่งว่าตัวเล็กจิ๊ดเดียว

เราบิดตัวม้วนต้วนนน 

"อะไรคะมึง ทำอย่างกะมาอย่างกะผู้ชาย เอ๊าะมาจริง แต่เค้านั่งข้างหน้ามึงนั่งข้างหลังใช่มั้ย โฮะๆ"

"อย่ามาแซ็ว วันนี้ได้ยืนใกล้ๆด้วย คนเยอะๆ ดิวยืนบังเรา เหมือนโดนดิวกอดเลย" แล้วก็บิดตัวอีกที

"อิเด็ก ม.2 ใจแตก" เอ้า ตรงไหนกันอะ แค่ทัชๆ จับๆ ทัชๆจับๆ นิดเดียวเองอ่า

"วี่ ตอนเย็นชวนไปไหนไม่ไปนะ"

"ทำไมมมม"

"จะไปกับผู้ชาย"

"คือไงนะ"

"ก็บอกว่าไปกับผู้ชายไง อย่าถามซ้ำ หยุมหยิม!"

"ใครอะ OMG OMG OMG... อย่าบอกนะว่า"

"ดิวให้เราไปเฝ้าตอนเล่นบาส อิอิ"

"แล้ว???"

"แล้วอะไร ไม่มีอะไรนี่!!"

"มึงคะ เค้าไม่มีทางให้มึงไปนั่งเฝ้าเฉยๆ เค้าเรียกมึงไปเป็นเบ๊ถูกมะ"

"แงงงง แล้วทำไมอะ จะเรียกไปเป็นอะไรก็ยอม เรียกไปเป็นเมียนี่ยอมเลย"

"ว้าย มึ๊งงงงพึ่ง ม.2 อย่าหุนหันจ้า"

"ดับฝันเราทำไมอะวี่ รำคาญวะ ไม่อยากเห็นหน้า"

...............

เราไปสนามบาสทุกวัน คอยซื้อน้ำให้ดิวเพืื่อนดิว พี่ๆ ในสนามบาส บางวันก็ทำขนมมาให้ 

แต่พอไปถามทุกคนว่าขนมอร่อยมั้ย ทุกคนก็ทำหน้าแห้งๆ บอกว่าอร่อย 

เราถามย้ำดิวให้แน่ใจว่าได้แจกให้ทุกคนกินใช่มั้ย

ดิวพยักหน้า แล้วบอกว่าอย่าเซ้าซี้....กำลังจะหันไปถามทีมบาส ว่ามีใครอยากกินอะไรมั้ยจะได้ทำมาให้ 

ขนมจะทำให้นักบาสมีแรง แต่ก็รู้สึกว่ามีรังสีอำมหิตตรงแถวท้ายทอย

เลยหันกลับไปดู ว่าอะไรเสียวๆ ก็เห็นแค่ดิวที่กำลังยืนเดาะลูกบาสอยู่ 

หันมาอีกที ทีมบาสหายไปทั้งทีมแล้ว งงไปหมด หายตัวกันเร็วจัง สมแล้วที่เป็นนักบาสโรงเรียน

.................

เผลอแป๊ปเดียว พวกเราขึ้น ม.3 แล้ว อายอะ พึ่ง 15 ปี ไปเดือนก่อน 

ส่วนอีก 1 อาทิตย์ ดิวก็จะ 15 ขวบ ตามมา....

จริงๆเราต้องขอดิวเป็นแฟนปีนี้ แต่มันดูจืดจางมาก ไหนในฟิคบอกว่า พระเอกนายเอกใกล้กัน จะชอบกันไง

ไหนละ ไม่เห็นจริง ดิวยังเย็นชาเหมือนเดิม แถมโคตรจะฮอต....เรานี่อย่างโกรธ

หึ ไม่ทันขาดคำ....

"อาย เพื่อนดิวใช่ป่ะ" ชะนี ม.ปลาย สามคนเดินมา นมแต่ละคนอย่างกะอัดมะพร้าวไว้ข้างใน

ทำไมไม่ใส่เสื้อทับอะ เห็นบราสีชมพูแปร๊ด ยัยพวกนี้นี่ ต้องเรียกวีวี่มาอบรมสั่งสอน รายนั่นใส่เสื้อทับมาทุกวัน

เพราะไม่อยากให้ผู้ชายเห็นหัวนมสีชมพู เดี๋ยวจะเกิดอารมณ์

"ใช่ครับ" เราพยักหน้ารับคำ

"เป็นเพื่อนกันก็ต้องมีไลน์น้องดิวใช่มะ ขอหน่อยดิ" หน็อยพวกแกกล้ามาขอไลน์ผัวจากเมียหลวงอย่างชั้นหรอ 

นังโสรยามันจะมากไปละนะ....

"ไม่ได้ครับ ดิวสั่งห้ามผมเด็ดขาด ไม่ให้เอาให้ชะนี เอ้ย ใครที่ไหน"

"เอ้าอิเด็กนี่ จะเก็บไว้กินเองอ่อ อย่าคิดว่าพวกพี่ไม่รู้นะว่าน้องอะเป็นตุ๊ด ดิวมันไม่ชอบน้องหรอก"

"พี่รู้ได้ไงอ่า สนิทกับดิวหรอ หรือแม่เป็นเพื่อนกัน" นี่ไม่ได้กวนตีนนะ ก็แม่สาสนิทแค่กับแม่ของอายอะ

"อิเด็กเวร มึงกวนตีนกูอ่อ" ตรงไหนอะ ไม่มีซักคำเลยที่กวนอะ ชะนีพวกนี้หาเรื่องเห็นๆ

ดูแล้วน้องอายน่าจะเสียเปรียบ ถ้าคิดจะเทียบกับมือตบพวกนี้ ดังนั้น....

อายจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที 

พอดีกับยัยหน้าวอกสามคน กำลังยกไม้ยกมือขึ้นมา เรารีบยกมือบอกว่า เดี๋ยวก่อน คนเดียวสู้ไม่ได้ 

ต้องการกำลังเสริม เพราะวีวี่บอกว่าหน้าห้ามเป็นรอย โดยเฉพาะรอยตบ 

เดี๋ยวผู้ชายจะไม่มีอารมณ์....

เรารีบกดหาเบอร์ที่ต้องการ แล้วรีบกรอกเสียงลงไปเมื่ออีกฝ่ายรับ 

"ดิวช่วยด้วยยย พี่นภาภัทร ภักดีวิจิตรกุลวิชัย จะตบเราแล้ว เราอ่อนแอสู้เค้าไม่ได้อะ ดิวช่วยด้วยยย"

ฝ่ายสามสาวสตั้นท์ทันที หึหึ ก็ไม่รู้ชื่อเล่นอ่า เอาชื่อจริงละกัน

"เดี๋ยวน้อง ถึงกับฟ้องดิวเลยหรอ"

"อาย มึงอยู่ไหน กูกำลังไป อายๆ ตอบกู" ดิวน้ำเสียงโคตรจะร้อนรน เป็นห่วงฉันนะสิ ฉันนะสิ

"หึหึ พี่เอาไงต่อบอกมา" เราถือโทรศัพท์ค้างไว้ หันไปมองหน้าพวกอิเจ๊ อย่างคนเหนือกว่า

"เออๆ พวกกูไปก่อนก็ได้ ฝากไว้ก่อนนะ" แล้วก็รีบหันหลังเดินกลับไป ว๊ายแพ้

"รีบมาเอาคืนนะเจ๊ อีกอย่างใส่เสื้อทับด้วย เสื้อในเจ๊ลายตลาดมากเลย"

"อิเด็กผี!!"

"ไม่เจ็บบบบบ" คิ้กค้ากกกสะใจที่สุดเลย


"อายๆ มึงได้ยินกูมั้ย ไม่งั้นกูไปประกาศหาตัวมึงจริงๆนะ"

"ดิว โทษที เราโอเค เคลียร์กับเจ๊อยู่ นางจะมาขอไลน์ดิวอะ เราจะยอมได้ไง เราจีบอยู่...." อะเห้ย ปล่อยไก่อ่า

"โทษๆ เรารบกวนดิวอะ แค่นี้หละ บรัย..." แล้วกดตัดสายทันที ผู้ชายต้องไม่ชอบคนรุกแรงแน่เลยทำไงดี

.......................

1 อาทิตย์ต่อมา วันนี้วันเกิดดิว มันควรจะเป็นวันที่ดีสิ แต่ .......

มันจบแล้วหละ เพราะอะไรนะหรอ มีคนบอกว่าเห็นดิวไปกับน้องอิ๊ง ม.4 คนนี้โคตรของตัวท็อป น่ารักตัวเล็ก

มีลักยิ้ม ยิงฟัน ที่สำคัญเป็นผู้หญิง ฮืออออ สงสัยเค้กวันเกิดของดิวปีนี้คงเป็นม่ายเหมือนแม่มันแล้วสินะ

ใช่แล้ว ปกติเขาจะซื้อเค้กวันเกิดไปเซอร์ไพร์สดิว ตอนเที่ยงคืนทุกปี 

อาย คิดว่า วันนี้จะเอาเค้กไปเซอร์ไพร์สแล้วขอดิวเป็นแฟน เขารู้ว่าโอกาสสำเร็จมีเพียง 0.1 % 

ที่มันน้อยขนาดนี้เพราะ.....

อย่าสงสัยได้ป่ะ จุกจิกอ่า แค่มันไม่มีทางสำเร็จอะ u know!!!! แต่แม่สาบอกว่า คนเรามันต้องชนกันซักครั้ง

ให้มันรู้ไป....

However......มันจบแล้ว 

วันนี้อายกำลังจะเดินไปที่หน้าห้องเรียนของดิว แต่ก็ได้ยินพวกไอ้ภัทรกำลังพูดถึงชื่อดิว พอดีเลย

อายเลยเข้าไปแอบฟังหลังเสา แต่สิ่งที่ได้ยินมันกลับตอกย้ำว่า 

ในที่สุดที่เขารอคอยมาตลอดหลายปี มันไม่มีทางเป็นจริง....

"โห สุดวะน้องอิ๊ง ปกติไอดิวแม่งไม่เคยออกไปกับใครเลยนะเว้ย" ขยับเข้าไปอีกนิด จะได้ฟังชัดๆ

น้องอิ๊งไหนวะ...

"สองคนนั้นมันคุยกันมานานแค่ไหนแล้ววะ"

"น่าจะสองเดือนมั้ง กูแอบเห็นแชทมันคุยกับน้องอิ๊งอะ แต่จริงๆเหมือนน้องคุยคนเดียวมากกว่า"

"แต่ถ้าเป็นคนอื่นไอดิวมันบล็อคไลน์ทิ้งแล้ว เหลือคนนี้อะ ที่กูเห็นยังคุย"

"แล้วนี่น้องมาบอกว่ามีอะไรจะให้ ขอเป็นแฟนชัวร์"

"เออ วันเกิดไอดิวด้วยนี่หว่า"

"เอ้า แล้วไอ้อายอะ"

"มึงอยู่ทีมบาสอะ สองคนนี้มันไม่ได้ชอบกันอ่อไอ้ภัทร"

"คืออายอะมันชอบไอดิวเว้ย แต่กูไม่เห็นดิวมันจะอะไร แค่หมาหวงก้าง เหมือนหวงเพื่อนมากกว่าอะ"

"สงสารอายเลยวะ"


"เราไม่เป็นไร ไม่ต้องสงสาร" เราตอบพวกเขาไป แม้จะเป็นการไปสอดการสนทนาคนอื่น 

แต่เราก็อยากให้พวกเขารู้ว่าเราได้ยิน และไม่อยากให้ใครมาสงสาร

"เห้ย อาย มาตั้งแต่ตอนไหนวะ" หน้าตื่นกันใหญ่ กูได้ยินหมดแล้วไหมละ ฮือออ

"ซักพักแล้ว จะมาหาดิวอะ ดิวออกไปกับน้องแล้วใช่มั้ย"

"....." ทุกคนเงียบ

"อ่า เราไม่เป็นไร" จริงๆนะ นี่ปกติมากเลย

"แต่..." ภัทรพูดขึ้นมา

"น้ำตา น้ำมูกมึงไหลเลอะเสื้อหมดแล้วเนี่ยนะ ที่บอกว่าไม่เป็นไร"

"ไม่เป็นไรจริงๆ แค่ป่วยอะ"

"เหตุผลมันไม่ได้อะอาย"

"เรากลับก่อนหละ" แล้วเราก็วิ่งออกมา

..............

23.05 น.

เราปิดมือถือ ปิดทุกอย่าง กลัวเปิดแล้วมันจะ.. จะเห็นโพสอะไรที่มันกระทบใจเรา 

กลัวใครจะโทรมาเยาะเย้ย เพราะตอนนี้ทั้งสองคงเป็นแฟนกันแล้วสินะ

"ฮือออออออออ" น้องอายเศร้าจังวะ

ถ้าถามว่าตอนนี้อายอยู่ที่ไหน ก็ต้องบอกว่าภายใต้สายน้ำจากฝักบัว พร้อมเปิดเพลงทนพิษบาดแผลไม่ไหวไปด้วย


"คนใจร้าย หึ ไม่เห็นเหมือนพลอตในนิยายอีกแล้ว"

ออดดดดดด ออดดดดดดดดดดดด //เสียงออดหน้าบ้านดังถี่ๆเหมือนมีใครตาย

"อาย ลูกมีคนมาหา"

"ไม่อยากเจอใครอะแม่ เห็นมั้ยอายกำลังทำเอ็มวีอะ ฮือออออ"

"งั้นแม่ให้เค้าขึ้นมานะ"

ไม่รู้แม่บอกว่าอะไร เราได้ยินไม่ชัด เพราะเร่งเสียงเพลงพี่ปั๊ปให้ดังขึ้นอีก พร้อมทั้งแหกปาก 

เหมือนกำลังจะตาย.....

"ก็หัวจายยยยมันไม่เคยเจ็บขนาดนี ก็หัวจายยยมันไม่เคยรักใครเท่าเธอมาก่อนนน ฮืออออออ"

"ปังๆๆ" เสียงทุบประตูห้องน้ำดัง จนอายตกใจจนเกือบสำลักน้ำตาย 

"ถ้ามึงไม่ออกมาตอนนี้ คือกูคงตายเพราะเสียงร้องเพลงมึงอะ"

"ใครอะ เราไม่ได้ยินเสียง"

"มึงปิดเพลงก่อนดิวะ"

เราไม่ได้ยินว่าคนข้างนอกพูดว่าอะไร เลยตัดสินใจเปิดประตูโผล่หน้าออกไป

"เห้ยย เห้ยย" ดิวววว เห้ยย มาได้ไง อายเลยรีบปิดประตู เหหหห แล้วเปิดไปดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

ก็ยังพบว่ายังเป็นคนตัวโตที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำ อายรีบปิดประตูอีกครั้ง สงบสติอารมณ์

ปิดเพลง หยิบผ้าเช็ดตัว ไอ้บ้า ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กไปอีก

เลยต้องเปิดประตูออกไปใหม่...

"ดิว คือเราโป๊อะ ช่วยหน่อยได้มั้ย เอาผ้าเช็ดตัวให้หน่อย ไม่ๆ หยิบเสื้อผ้าอะไรก็ได้มาให้หน่อย"

"อะไรของมึงอะ " ว่าพลางดิวหันมาดูเขาแบบตั้งใจอีกครั้ง แล้วก็หน้าแดง ทำไมไม่รู้

จากนั้นก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อตัวโคร่งมาให้ ตัวเดียว

"ดิว กางเกงละ กางเกงในด้วย เราหนาวนะ เร็วๆซี่"

"ต้องใส่ด้วยอ่อ นอนแล้วไม่ต้องใส่มั้ง" มันไม่ได้มั้ยละดิวววว 

"ฮือไม่เอา ไปหยิบมาให้หน่อย" 

"เออๆ รำคาญจังวะ"

ผ่านไปห้านาทีเขาออกมาพร้อมเสื้อบอลตัวโคร่ง กับกางบอลไม่เข้าชุดกัน ดิวยังนั่งอ่านการ์ตูนอยู่ในห้องนอนเค้า

"มึงโรคจิตอ่อวะ มีรูปกูอยู่เต็มเลยเนี่ย ของเล่นกูสมัยเด็กๆก็ยังอนู่ที่นี่ กูก็นึกว่าหายไปไหน ที่แท้มึงขโมยมานี่เอง" 

ห๊ะ เออจริง ดิวไม่เคยขึ้นมาห้องอายเลย นี่ครั้งแรก ก็อายไม่รู้ว่าดิวจะมาเลยไม่ได้เก็บอะไรซักอย่าง 

โอยยย เห็นหมดเลยหรอ เขินจัง.....

"หน้าแดงเลยนะมึง ตกลงปิดเครื่องทำไม กูโทรหาตั้งแต่ 5 โมงอะ" ยัง ยังไม่รู้ตัวอีก

"เราตัดสินใจแล้ว เราจะเลิกชอบดิว"

"งั้นหรอ" คนตัวโตดูไม่ได้สนใจอะไร ก้มหน้าอ่านการ์ตูนในมือต่อ

"ละ แล้วดิวมาหาเราทำไมอะ"

"ก็นึกว่าจะไม่ถามแล้ว" เอ๋ งง อะไรวะ

"มาทวงสัญญาไง"

"สัญญาอะไรอ่า"

"วันนี้วันเกิดกู มึงลืมหรอ"

"จะเอาของขวัญหรอ"

"ใช่ ไหนอะ" ดิวว่าพลางยื่นมือออกมา 

"จะเอาจากเราทำไมอะ ดิวก็ได้จากน้องอิ๊งไปแล้วไง"

"ก็ใช่" เราเบะปากทันทีที่ได้ยินคำนั้น

"อย่าทำแบบนั้น น่าเกลียดเป็นบ้า"

"ถ้าได้ไปแล้วแล้วจะมาเอาจากเราทำไมอีก" เชอะ ผู้ชายโลเล หลายใจ

"ก็มันไม่เหมือนกัน โน่นเป็นสิ่งของ แต่ที่ต้องการจากมึงคือคำตอบ"


"เป็นสองคำง่ายๆ ให้กูได้มั้ยอาย" ทำไมรู้สึกมวนท้องจังหว่า ทำไมทำเสียงอ้อน ทำไมกัดปาก

ทำไมตาของดิว คำพูดของดิว ทุกอย่างมันแปลกไปหมด....

"หมายถึงคำพูดหรอที่ต้องการจากเรา"

"อืม สัญญามาก่อนว่าจะให้กู"

"คำว่าอะไรอะ"

"คำว่า ตกลง"

"ให้กันได้มั้ยละ" งงวะ เอาของขวัญวันเกิดเป็นคำว่าตกลงเนี่ยนะ

"อือ ว่ามา" ตื่นเต้นอ่า

"พอกูพูดประโยคถัดไปจบ มึงพูดว่าตกลงเลยนะ"

"อื้ม!!"



"อาย"




"เป็นแฟนกันนะครับ"


"อืม ตกลง" เห้ยยย ย๊ากกกกกก อะไรเนี่ย

"อะ อะไรเนี่ย อะไรของดิวอะ"

"ตกลงแล้วอย่าพูดมาก กูกับมึงเป็นแฟนกัน ห้ามทิ้งกู ห้ามนอกใจกู ต้องรักกูคนเดียว ไม่งั้นกูจะ...."

มันเป็นงงวะ อะไรนะ


"จะอะไร? ดิวพูดไม่จบอะ"

"ปล่าว ...."

"คือ เราจะเป็นแฟนกันได้ยังไง ดิวไม่เคยชอบเรา"

"ใครบอกมึงอะ"

"กะ ก็ ดิวไม่เคยบอกเรา"

"นั่นไง กูไม่เคยบอกไม่ได้หมายความว่ากูไม่ชอบมึงซะหน่อย" หง่า ทำไมเราต่างคนต่างเขินซะงั้น

"ละ แล้วชอบเราตั้งแต่ตอนไหน"

"ก็ตั้งแต่กูเห็นมึงครั้งแรกเลย"

"ตอน 7 ขวบหรอ"

"ปล่าว ตอนมึง 4 ขวบ นั่นเป็นครั้งแรกที่กูมีความทรงจำ ความทรงจำแรกของกูในชีวิตคือมึง..."

กรี๊ดดดดดดดดดด อะไรเนี่ย วีวี่ต้องได้รู้สิ่งนี้

"อ่า เราไม่เคยรู้อ่าาา เขินจังดิว ช่วยออกไปก่อนได้มั้ย เรากำลังจะตัวแดงจนตาย"

"ไม่มีใครเขินจนตายหรอก กูก็เขินเนี่ยมึงเห็นมั้ย"

"ขอกอดดิวได้ป่าว"

"อ่า อืม"


"ไม่ได้!!" เสียงเปิดประตูเข้ามา

"แม่!!"  "แม่สา!!" สองเสียงประสานกัน

"อย่าให้มันเกินไปนักอิตาดิว ชั้นให้แกเป็นแฟนอายได้ แต่ห้ามเกินเลย รอจนเข้ามหาลัยก่อน"

"แม่ ใครมันจะไปทนไหว อายมันน่ารักชิบหาย ดิวเบื่อจะไปหวีดกับแม่แล้ว"



"ห๊ะ มะหมายถึงอะไรหรอดิว"

"จะหมายถึงอะไรละหนูอาย ก็ตาดิวนะสิกลับบ้านไปพร่ำเพ้อถึงหนูอายทุกวันจนแม่ขี้เกียจจะฟังแล้ว" 

ว่าแล้วก็นับนิ้วให้ดู เอาเป็นว่าแม่ว่า แม่ทนฟังมาประมาณ 10 ปีได้แล้ว

"ดิวอยากแต่งงานกับอายมั่งหละ" "เมื่อไหร่ดิวจะ 15 ปีมั่งละ"

"แม่ อายใส่แว่นแล้วน่ารักมากเลย ดิวจะตายแล้วแม่"

"แล้วเค้กที่หนูอายทำมาอีกหละ ขนมหวานเยอะแยะเต็มตู้ไปหมด ที่น้ำหนักขึ้นไม่ใช่เพราะขนมพวกนี้รึไง"


"โอยแม่พอแล้ว ดิวอาย แม่เห็นแล้วยังว่าดิวรักอายชิบหายแล้ว ขอเหอะ อย่าให้รอถึงมหาลัยเลย"

"ไม่ได้นะตาดิว แม่สัญญากับแม่ของอายไว้แล้ว ถ้าไม่รักษาสัญญา แม่ก็จะไม่ได้กุ๊งกิ๊งกับแม่เค้าอีกนะ"

"แม่ เห็นใจพ่อบ้างเถอะ ทุกวันนี้ร้องไห้น้ำตาเป็นสายรุ้งแล้ว"

"เหอะ พ่อแกโคตรน่ารำคาญ น่ารักสู้แม่น้องอายก็ไม่ได้ เอาเป็นว่าห้ามแตะหนูอาย 

แม่จะลงไปดูแม่เค้าทำอาหารข้างล่าง" แล้วเสียงประตูก็ปิดไป เหลือเพียงความเงียบของคนสองคน

"อะ เอ่อ ดิว เราสองคนก็ลงไปข้างล่างเถอะ" ไม่รู้สิบรรยากาศมันแปลกๆชอบกล

"เดี๋ยว เอาแก้มมาให้กูฟัดก่อน ฟอดดดด" ไม่ทันขาดคำตัวเขาก็โดนลากมาเข้าอ้อมกอดของคนตัวใหญ่กว่า

"ดิว!! ทำอะไรเนี่ย "

"เห็นใจกูหน่อย กูต้องรอมากี่ปีอะ 15 ปีของกูมันนานมากเลยนะ"

"หวา ไม่เอาแล้ว เราลงไปข้างล่างละ ดิวน่ากลัวมากเลย"

"ไปก็ได้ แต่ต่อไปรู้แล้วใช่มั้ย ว่าเราเป็นอะไรกัน อายเป็นของดิวแล้วนะ แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่หึหึ ไม่นานหรอก"

"อ่าาแล้ว น้องอิ๊งละ"

"จะบ้าหรอ น้องมันต้องไปถ่ายแบบกับดิว นิตยสาร i love ไง น้องก็ให้ของขวัญวันเกิดนิดหน่อยแต่ดิวไม่ได้สนใจเลย"


"แล้วที่ทุกคนบอกว่าดิวคุยกับน้องเค้ามาสองเดือนแล้วหละ"

"ทุกคน? ใคร?"

"อ่า ช่างเถอะ แค่ตอบมาก็พอ"

"ก็มันต้องถ่ายแบบด้วยกัน ดิวแทบไม่ได้ตอบไรเลยเนี่ย จบงานก็บล็อคไปแล้ว ดูสิ รักอายคนเดียวเนี่ย"


"โอย ไม่ไหว ขอพื้นที่หายใจด้วยค่ะ"

"เขินหรอ ดิวเขินอายมากนะ ตลอดเลย เห็นแล้วจะบ้าทุกครั้ง ตัวก็หอม ฟอดดด แก้มก็นิ่ม" 

เหวอออ อยู่ไม่ไหวแล้วไปดีกว่า ดิวน่ากลัวที่สุด

"หึ อายหนีดิวไม่พ้นแล้ว 15 ปี แค่จุดเริ่มต้นของเราต่างหาก ต่อไปเราต้องเจออะไรด้วยกันอีกเยอะเลยนะ เตรียมตัวไว้เถอะ อาย"

#แฮ่กๆ จบแย้ววจ้า ขอบคุณนะคะที่อ่านมาถึงตรงนี้

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ แดนแดนของลูก จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น