ข้างห้อง - MR. 305 [สนพ. Bookish House Publishing ]

ตอนที่ 28 : 28

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 482 ครั้ง
    10 พ.ย. 62

floor bed

MR.305
EP. 28

EP. 28

โอยอาการหัวหนักกลับมาอีกแล้ว

อือ..

ผมส่งเสียงในลำคอก่อนที่จะพยายามลืมตา พอลืมตาได้ก็มองเห็นเพดานห้องโล่งๆ ก่อนเลย เสียงฝนกระทบหน้าต่าง กะว่าจะยันตัวลุกขึ้น แต่ก็ต้องชะงักไปเพราะรู้สึกได้ถึงอะไรหนักๆ ตรงช่วงเอว หันไปมองด้านข้างก็รู้เลยว่าอะไร

อะ..โอ มาย ก้อดดด ภาพไหลเข้ามาอย่างกับเปิดก๊อกเลยเว้ย!

ไอ้เจเอ้ย กูล่ะไม่รู้จะทำอย่างไรกับมึงดี เมื่อคืนทำอะไรลงป๊ายยยย!

โอยจะบ้าตาย โคตรอาย โคตรอายอะบอกเลย อายกว่ารอบที่แล้วอีก

แล้วที่สำคัญที่สุดแม่งเอ้ย กูเห็นไอ้นั่นแล้วอะ เออ! ไอ้นั่นของแฟนตัวเองอะ มิหนำซ้ำยังจับอีก โอย ไม่ไหว ไม่ไหวอย่างแรง

ผมหันมองดูคนข้างตัวที่ยังคงหลับอยู่และพบว่ามันไม่ได้สวมเสื้อนอน แต่ตัวผมเองทุกอย่างยังอยู่ครบ สงสัยว่ามันจะจับแต่งตัวให้แล้ว ไม่นานนักไอ้หมีก็เริ่มรู้สึกตัว มันขยับเปลือกตาเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ลืมตา

ตื่นแล้วเหรอดวงตาสีดำขลับจ้องมาที่ผม เล่นเอาผมหน้าเห่อร้อนไปเลยที่โดนจ้องใกล้ๆ แบบนี้ ผมดึงผ้าห่มมาปิดปากตัวเองเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆ ขยับออก แต่มันรู้ทันเลยดึงเอวผมให้ขยับเข้าไปชิดเหมือนเดิม

เมื่อคืนดื้อ เจ้าของเตียงเอ่ยทีเล่นทีจริง

ผมไม่รู้จะตอบอะไรก็ได้แต่หันหน้าหนี หน้าเน่อนี่แดงไปหมดละ ไม่เหลือฟอร์มอะไรให้เก็บไว้หรอก

ปวดหัวไหม

หึ

อา..กี่โมงแล้วเนี่ยมันยื่นแขนไปคว้าเอาโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่ไกลมากดดู ก่อนที่มันจะลุกขึ้นนั่ง และเมื่อไอ้หมีมันเห็นผมนอนมองอยู่ก็เลยโน้มตัวลงมาจุ๊บหน้าผากหนักๆ ไปที

ไปให้อาหารคุณนายก่อน ป่านนี้ทำห้องพังแล้วมั้งพูดเองเออเองแล้วก็ลูบหัวผมเบาๆ สภาพตอนมันเดินออกไปมีแค่กางเกงนอนสีดำขายาวตัวเดียว

ไอ้เหี้ยพอได้มองแผ่นหลังมันชัดๆแล้วแม่งโคตรหล่อ หล่อยันหลัง เขินอะ... ได้แฟนหล่อ

ผมนอนปรับสภาพตัวเองอีกสักพักก่อนจะค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง อากาศเย็นๆ ทำเอาผมต้องดึงผ้าห่มมาห่อตัวเอาไว้ ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่านั่งตาลอยอยู่บนเตียงคนเดียว สักพักเจ้าของห้องก็กลับมา รอบนี้มันอุ้มคุณนายมาด้วย

สุขสันต์อุ้มคุณนายมานั่งบนเตียง ปล่อยให้คุณนายมันเดินเตาะแตะมาหาผม

เมี้ยวว

ตื่นแล้วครับ ตื่นแล้วผมบอกคุณนาย ก่อนจะโดนไอ้หมีจุ๊บหน้าผากอีกที

โว้ย!!! นี่ก็อะไรนักหนากับหน้าผากกูเนี่ย เขินเว้ย

หิวหรือยัง

หึ อยากนั่งเฉยๆ มากกว่า

งั้นนั่งไปก่อน เดี๋ยวโอเคขึ้นค่อยไปอาบน้ำ แต่พี่ไม่อาบให้แล้วนะมันแซว

ผมถลึงตาใส่ โอ้ย ต่อไปนี้ห้ามใครพูดคำว่าอาบน้ำเด็ดขาดเลยนะ! ถ้าได้ยิน ผมจะเตะปากให้

โอย…” ผมที่ทนกับความน่าอายไม่ไหวเลยได้แต่เอามือปิดหน้าตัวเอง อายมากๆ

ได้ยินเสียงไอ้หมีหัวเราะเล็กน้อย สักพักมันก็ลุกไปไหนสักที่แล้วกลับมาพร้อมกับแมคบุ้คของมัน ผมนั่งมองอย่างงงๆ มันเห็นผมทำหน้าแบบนั้นก็เลยขยับเข้ามาซ้อนตัวผมให้ขึ้นไปนั่งบนตัก ส่วนมันก็เอนตัวพิงหัวเตียง

หูย... ตัวกูเหลือเท่านี้เอง จมแขนไอ้หมีเลย

เขินว่ะ ชอบถึงเนื้อถึงตัวจังวะ

จะ..จะทำอะไร

ว่างๆ แบบนี้ นั่งดูหนังกัน

ปล่อยก่อน มันเมื่อยนะ

นั่งเฉยๆ พี่ไม่เมื่อย

แหนะ ให้มันจริง หนังเล่นไปสามสิบนาทีแล้วยันกูตกเตียงนะ กูจะจับไอ้คุณนายมันข่วนหน้าให้ คอยดู

อยากดูเรื่องอะไรผมถามอีกคนที่เอาแต่เลื่อนดูไปเรื่อย แต่ไม่กดเลือกสักที

ไม่รู้สิ เจว่าควรดูอะไร

อืม ลองดูหนังตลกไหม บรรยากาศแบบนี้กำลังโอเคผมเสนอออกไป

เออ เอาเรื่องนี้ดีกว่า เพิ่งมีคนแนะนำมาพี่มันพูดขึ้นมาลอยๆ มือหยุดเลื่อนรายการหนังในลิสต์

พอมานั่งแบบนี้เสียงไอ้หมีมันเลยอยู่ข้างหู ผมชักเขินเล็กน้อยแฮะ

เรื่องอะไร

Call me by your name”

โอ้ว พอพี่มันพูดชื่อเรื่องมาผมก็ตาโตทันที เชี่ย นั่นมันหนังชายชายนะเว้ย เอาจริงดิ

มันเป็นหนังเกย์นะ

อือ อยากดู

อันที่จริงแล้วผมเองก็ไม่เคยดูเหมือนกัน เห็นมีหลายคนทวิตถึงแบบผ่านๆ ตา เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ลองดูสักทีสิว่ามันจะเป็นยังไง

สุขสันต์แบ่งหูฟังมาให้คนละข้าง ผมยื่นมือออกไปเกาคอให้คุณนายพลางดูหนังไปด้วย พอหนังเริ่มเราสองคนก็นั่งดูไปเงียบๆ ปล่อยให้บรรยากาศหนังค่อยๆ กลืนไป ความจริงหนังเรื่องนี้ให้แนวอบอุ่นมาก มันมีความซัมเมอร์อยู่ในตัว ดูกันไปเรื่อยๆ จนมาถึงฉากเลิฟซีนของเอลิโอตัวเอกกับโอลิเวอร์ ไอ้หมีมันก็ยื่นมือมากุมมือผมไว้พลางออกแรงบีบเบาๆ

เขินว่ะ มาดูหนังแบบนี้กับแฟนคนแรก

เชี่ย…” ผมร้องออกมาเมื่อหนังจบลงแบบหักมุม ขนาดตัวเองยังอดที่จะรู้สึกตามเอลิโอไม่ได้

ถือว่าจบดีไหมเสียงไอ้หมีถามก่อนที่จะพับเก็บแมคบุ๊ค

ก็ดีอะ องค์ประกอบหลายๆ อย่างมันโอเค เนื้อเรื่องเอื่อยไปนิดแต่ก็เข้ากับบรรยากาศผมว่าก่อนที่จะโดนอีกคนดึงให้ลุกออกมาจากเตียง เพิ่งสังเกตว่าตัวเองใส่เสื้อยืดสีเทาตัวใหญ่กับกางเกงบอล เสื้อมันโคร่งเล็กน้อย ไอ้หมีกลับไปอุ้มแมวก่อนที่จะจูงผมไปห้องน้ำ

เพียงแค่เดินเข้ามาก้าวแรก ผมก็หลบตาจากทุกๆ อย่างในนั้น โดยเฉพาะไอ้ฝักบัวนรกแตกนั่น กูจะไม่กลับมาเหยียบห้องน้ำนี่อีก!!

ผมรีบก้าวตรงไปที่อ่างล้างหน้า จู่ๆ ก็เพิ่งจะสังเกตรอยสีเข้มตรงช่วงคอลงไปจนถึงแผ่นอกได้

โอ้โหขนาดนี้เลยเหร๊อ! มันเกินไปแล้วโว้ยยยย แล้วแบบนี้กูจะออกไปไหนได้ล่ะเนี่ย

ผมส่งเสียงฮึดฮัดก่อนจะล้างหน้าล้างตาแปรงฟัน ในขณะที่แปรงฟันอยู่ ไอ้หมีก็เดินเข้ามาในห้องน้ำด้วย มันมายืนแปรงฟันข้างๆ กัน เราสองคนยืนสบตากันผ่านกระจก ก่อนที่ไอ้หมีจะก้มหน้าลงมาหอมแก้มผมทั้งๆ ที่ยังแปรงฟันอยู่กันทั้งคู่

โอ้โห มึง! คราบฟองยาสีฟันติดแก้มละเนี่ย!

อวนอีน!”

ไอ้หมียักษ์เอาแต่หัวเราะออกมาเบาๆ มันรีบล้างปากก่อนจะเดินออกไป ผมหันไปมองตัวเองในกระจก ไม่เหลือแล้วครับพี่เจไดคนเท่ เห็นแต่ไอ้เจที่เอาแต่ยืนหน้าแดงอยู่แบบนี้

โอยทำไมสภาพกูถึงมาอยู่ในจุดนี้ได้วะเนี่ย เศร้าใจ

 

มากินข้าวมาผมเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นไอ้หมีมันเวฟของกินรอแล้ว พอมานั่งกินด้วยกันบรรยากาศสีชมพูก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาอีกรอบ ยอมรับเลยว่ามันก็ขยันเทคแคร์ดูแลผมจนแทบไม่ต้องทำอะไรเอง เดี๋ยวตักนั่นตักนี่ให้ ดูแลดีเหลือเกิน จะเอารางวัลแฟนแห่งชาติหรือเปล่าก็ไม่รู้

วันหลังจะพาไปออกกำลังกาย

หือร้อยวันพันปีไม่ยักกะเห็นมันพูดเรื่องนี้ ทำไมจู่ๆ ก็พูดออกมาวะ

พุงออก

พุงพี่?”

พุงเจ

เอ้า!” ผมโวยทันทีที่อีกคนบอกว่าผมมีพุง

อะไรวะ อยากโดนถีบเหรอ อย่างนี้น่ะนะจะมีพุง

โห่... เขาเรียกเนื้อหนังมังสา เป็นคนพอมีพอใช้อะมึงเข้าใจไหม โด่!

แต่มันก็ดีอย่างหนึ่งมันว่าพลางตักเอาของกินใส่จานให้ ผมมองสายตานั่นก็ได้แต่งง ไม่รู้ว่ามันคิดจะทำอะไรอีก

ดียังไง

แปลว่าพี่เลี้ยงดี

วู้! เลี้ยงดีเลี้ยงเดออะไรล่ะ! ไม่มีเถอะ กูก็เลี้ยงตัวเองเหมือนกันปะ มาทำพูดเอาซะตัวเองเหมือนเสี่ยเลยนะ ฮึ่ย!

พูดจาเลอะเทอะว่ะผมบ่นแก้เขินก่อนจะตักอาหารเข้าปาก

ไอ้หมีกินอิ่มก่อนแล้วก็เอาแต่นั่งมองผม (นี่ก็เป็นอีกอย่างที่มันชอบทำ) สงสัยจะติดมาจากการนั่งมองคุณนายกินข้าวแน่ๆ

มองอะไรนักหนาอะ

มองก็ไม่ได้

เออ คนจะกินข้าว ใครให้มาจ้อง

แหนะผมว่าขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายกำลังจะแต๊ะอั๋งผม

เนี่ย เล็กๆ น้อยๆ มันเก็บหมด เผลอตัวไม่ได้เลย เป็นต้องจับต้องแตะตลอด มันอะไรนักกับร่างกายผมเนี่ย

พอมันเห็นผมเริ่มรู้ทันก็เลยยอมนั่งเฉยๆ กินไปกินมาจนอิ่มมันก็ขนกล่องพลาสติกไปทิ้ง ผมกลับมานั่งที่โซฟา ก่อนจะเริ่มคิดถึงเรื่องที่บ้าน เอาไงดี... ผมเองก็ยังไม่ทันได้บอกใครเลยว่ามีแฟนแล้ว แถมแฟนยังเป็นตัวผู้กล้ามโตอีกต่างหาก เขาจะคิดยังไงวะ หันไปมองสุขสันต์ไม่ไกลก็อดคิดมากไม่ได้ ดูมันสิ มันแสดงออกชัดเจนขนาดนี้เลยว่ามันจริงจังกับผม ทั้งพาไปหาแม่ หาน้อง พาไปห้องเดิม พูดเรื่องในอดีตในฟัง ทำนั่นทำนี่ให้ แต่ผม...นอกจากมานอนเปลืองค่าไฟห้องมันก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรที่มันชัดเจนเลย

หรือว่ามันจะถึงเวลาที่ผมต้องบอกทุกคนสักที

คิดอะไรอยู่

พี่

หือสุขสันต์หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนจะใช้มือโอบไหล่ผมไว้

ผมหันหน้าไปมองอีกฝ่ายก่อนจะพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ผมจะบอกพ่อกับแม่เรื่องเรานะ

คนตัวโตนิ่งไปเลย ก่อนที่จะพรูลมหายใจออกมาแล้วเลื่อนมือมาลูบหัวผมไปมา ถ้าเรายังไม่พร้อม พี่ก็บอกแล้วว่าค่อยๆ ไปไง

เจพร้อมแล้ว ผมยืนยัน สุขสันต์เลียปากตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะจับมือผมไปกดจูบเบาๆ สัมผัสนั้นทำให้ผมอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย

โอเค ถ้าเจจะทำพี่ก็ไม่ว่าพี่จะอยู่กับเจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โอเคไหม

อื้อพอไอ้หมีเห็นผมทำหน้าคิดมากก็เลยดึงเข้าไปกอดไว้ ผมเลยยกมือกอดตอบมันเบาๆ

มันจะต้องไปได้ด้วยดี โอเคไหม

อื้อ

คำพูดปลอบใจของสุขสันต์ทำให้ผมรู้สึกใจชื้นขึ้นมา อย่างน้อยก็มีกำลังใจในการที่จะกล้าทำอะไรสักอย่าง ผมว่าสิ่งที่ผมกำลังคิดจะทำมันเป็นอะไรที่หนักหนามากๆ ใครจะไปรับได้ที่วันหนึ่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวจะเป็นแบบนี้ แค่คิดก็กลัวขึ้นมาแล้ว ตอนไอ้นนท์ บ้านมันก็แทบแตกเหมือนกัน แต่ยังดีที่บ้านมันมีลูกชายอีกคน

แต่ผม... ผมเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน แล้วไม่เคยจะมีท่าทีว่าจะคบผู้ชายมาก่อน ผมกลัวมากๆ ว่าพวกเขาจะคิดแบบนั้นกับผม ผมกลัวมากจริงๆ

 

หลังกลับมาจากห้องสุขสันต์ ผมก็ได้แต่นั่งจ้องเบอร์แม่ในมือถือ มันเครียดจนไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี ไม่รู้ว่าถ้าโทรไปจะพูดอย่างไรหรือจะเริ่มต้นจากเรื่องไหนก่อน ทุกอย่างมันดูพูดยากทำยากไปซะหมด เฮ้อ...พอจะเอาเข้าจริงๆ ผมก็กลับมาเป็นไอ้เจคนขี้กลัวแบบนี้

เอาวะ! เป็นไงก็เป็นกัน!

ผมกลั้นใจกดโทรออก ตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ฟังเสียงรอสายด้วยใจตุ้มต่อม ตอนนี้ผมนั่งไม่ติดแล้ว ได้แต่เดินวนไปวนมารอบห้อง

[ฮัลโหล ว่าไงเจ]

ระรับแล้ว แม่รับแล้ว

หวัดดีแม่

[ว่าไงไอ้ลูกตัวดี ช่วงนี้ไม่ค่อยโทรมาหาพ่อกับแม่เลยนะ]

ครับ เอ่อแม่ผมมีเรื่องจะบอก

[จะบอกอะไรล่ะ]

เอ่อ…” ไอ้เหี้ย! พูดไม่ออก

[ว่าไง เอ้อ! นี่รู้ไหม ไอ้บูมรุ่นเดียวกันกับแกมันแต่งงานแล้วนะ ได้ไปงานแต่งมันไหม เจ้าสาวมันส๊วยสวย แม่เห็นในเฟส]

อะเหรอ

[มานึกถึงลูกตัวเอง เอ้อ เมื่อไหร่แกจะหาสะใภ้ให้แม่สักทีเนี่ย โตจนมีงานมีการทำแล้วก็รีบหาแฟนเร็วๆ]

โอ้ยแม่ ก็เรื่องนี้แหละที่จะบอก โอยไม่รู้จะพูดยังไงดี มันติดอยู่ที่ปากเนี่ย! ฮืออ ไม่กล้าแล้วอะ พอแม่พูดมาแบบนี้ผมก็ชักจะไปต่อไม่ถูกอยู่เหมือนกันนะ

[หาแฟนสักทีสิเจ ไม่มีสาวมาคุยบ้างหรือยังไง]

มะ..แม่

[เออ ว่า]

เอาวะ! ต้องเสี่ยงดูสิวะไอ้เจ!

ผม..ผมมีแฟนแล้วนะผมพูดออกไป ได้ยินเสียงแม่กรี๊ดออกมาจากปลายสาย

เสียงแม่ดีใจทำเอาผมยิ่งใจเสียขึ้นเรื่อยๆ พอมารู้ว่าแม่เขาคาดหวังเรื่องนี้ผมก็ยิ่งไปไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ ได้แต่ยืนนิ่งๆ กุมเสื้อตัวเองแน่น

[พ่อเอ้ย ไอ้เจมันหาสะใภ้ให้เราได้แล้วนะ]

เสียงแม่ตะโกนบอกพ่อแบบนั้น ผมยิ่งห่อตัวลงเรื่อยๆ ไม่นานนักพ่อก็เข้ามาอยู่ในสายด้วย น้ำเสียงดีใจของฝั่งนั้นทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองโดนบีบให้ตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนยิ่งควานหาต้นเสียงตัวเองแทบไม่เจอ ตอนนี้ผมกลัวมากๆ กลัวจนไม่รู้ว่าจะยังไงแล้ว

[เอ้า วันไหนว่างๆ ก็พาเขามาหาพ่อกับแม่หน่อย แฟนแกทั้งคน นี่นึกว่าจะไม่แฟนแล้วนะเนี่ย]

พ่อ..แม่

[เอ้อ ว่าไงไอ้ลูกหมา]

แฟน..แฟนผม..

[เขาทำงานอะไร อายุเท่าไรแล้วล่ะ]

แฟนผมเขาเป็นผู้ชาย

...พูดออกไปแล้ว ผมพูดออกไปแล้ว

อีกฝั่งเงียบไปทั้งคู่ ผมเองเลยยิ่งใจไม่ดี ถึงกับนั่งลงกับพื้น

เครียดมาก ยอมรับว่าตอนนี้เครียดมากกว่าที่เตรียมใจไว้ พวกเขาไม่พูดอะไรนานเกือบนาที แต่เป็นเกือบนาทีที่เกือบจะทำให้ผมขาดใจตายได้

[แกว่ายังไงนะ!!]

เสียงพ่อเป็นคนตอบกลับมาก่อน ได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ของพ่อแล้วผมก็ถึงกับน้ำตาคลอออกมา

แฟนผม..เป็นผู้ชาย

[กูเลี้ยงมึงมาไม่ดีหรือยังไงวะเจ!]

ฮึก

[มึงทำอะไรของมึงอยู่! คิดบ้างไหมว่าพูดอะไรออกมา! // พ่อ! ใจเย็นก่อน!] 

จริงๆ ด้วย พ่อกับแม่รับไม่ได้เขารับไม่ได้

ผมน้ำตาไหลทันทีที่ได้ยินพ่อตะคอกใส่แบบนั้น สักพักสายก็ตัดไป ผมเผลอปล่อยโทรศัพท์ให้ร่วงลงไปกับพื้น ตอนนี้ผมไม่มีแรงจะทำอะไรแล้ว ได้แต่นั่งเครียดอยู่อย่างนั้น มันเหมือนโลกที่ผมรักที่สุดถล่มลงตรงหน้า คำพูดของพ่อยังคงตอกย้ำวนเวียนอยู่ในหัว ดูอย่างไรก็รู้ว่าพวกเขาไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้แน่ๆ

ไม่ไหว ผมรับมันไม่ไหวจริงๆ ตอนแรกที่คิดว่ามันจะแย่ พอเอาเข้าจริงๆ มันแย่กว่ามาก มันแย่แบบแย่ที่สุด ตอนนี้พ่อกับแม่เหันหลังให้ผมแล้วเรียบร้อย ผมโคตรจะอ่อนแอ ไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไรต่อไป

 

ก้อก ก้อก

ผมพาตัวเองกลับมาที่ห้อง 305 เคาะแล้วรอสักพักเจ้าของห้องก็ปรากฏตัวให้เห็น สุขสันต์ดูจะชะงักไปเล็กน้อย มันเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะเรียกชื่อผม

เจได

..บอกแล้ว บอกไปแล้วผมก้มลงมองมือที่สั่นเทาของตัวเอง ก่อนเนื้อตัวเริ่มสั่นตามจนอีกคนจับสังเกตุได้ สุขสันต์รีบดึงผมเข้าไปกอดและลูบหลังผมไปมา มันกอดผมแน่นมาก ผมเองในตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเลยได้แต่กอดตอบคืนไป

ไม่เป็นไร พี่อยู่ตรงนี้

เสียงทุ้มๆ ของอีกคนยังคงพูดกล่อมผม แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมใจเย็นลงเลย น้ำเสียงของพ่อยังคงดังก้องในหู ผมไม่รู้เลยว่าพอมาถึงจุดนี้แล้วจะทำยังไงต่อไป

เราจะผ่านมันไปด้วยกัน


TBC.

#ข้างห้อง305





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 482 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

790 ความคิดเห็น

  1. #661 baekbow (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 15:53
    ไม่แปลกใจเท่าไร แต่เจต้องสู้นะลูก ถึงมันจะยากก็เถอะ เพราะเรื่องครอบครัวมันค่อนข้างอ่อนไหวมากๆ สุขสันต์ก็ดูแลน้องดีๆนะ
    #661
    0
  2. #612 manejanb (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 11:29

    เจไดสู้ๆๆๆๆ
    #612
    0
  3. #490 PPsry (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 20:23
    ต้องให้เวลาพ่อหน่อยเนาะ ฮืออออ
    #490
    0
  4. #489 shin ai2 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 20:16
    เข้าใจๆๆ ตอนเราบอกแม่ว่าชอบผู้หญิงก็รู้สึกแย่ ดีที่พ่อแม่เฉยๆ แต่สุดท้ายนี่ก็กลับไปชอบผู้ชาย55555
    #489
    0
  5. #456 m ma ri (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 23:38
    แงงงงงงง น้องงงงงง
    #456
    0
  6. #438 Yanapat. (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 22:30
    แงงง สู้ๆๆๆต้องผ่านมันไปให้ได้
    #438
    0
  7. #426 Applenaka123 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 01:01
    เราเข้าใจพ่อนะ อยู่ๆลูกชายมาบอกว่ามีแฟนเป็นผู้ชายยังไงก็รับไม่ได้หรอก ขนาดตอนแรกเจยังรับตัวเองไม่ได้เลยที่ชอบผู้ชาย
    #426
    0
  8. #382 thesaipan (สป) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 09:45
    กอดน้องนะ สู้นะลูก ฮึบ
    #382
    0
  9. #347 GiantBird (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 10:19
    จริงแหละ ไม่ใช่ทุกครอบครัวที่จะรับได้ บ้านเรามีพี่ชายคนเดียว พี่มันเรียนทหารเรือมีแฟนเป็นผช.(พี่เราเป็นเมีย ฮ่าๆ ก็มันตัวเล็กๆขาวๆอะ งงเหมือนกันตอนบอกติดทหารเรือ ติดได้ไงวะ ไอเตี้ยนี่)มาบอกแม่ บ้านเเตกเลย แต่สุดท้ายเเม่เราก็รับได้อ้ะ แม่ก็เปิดอกยอมรับ ดีที่พ่อไม่ค่อยอะไรเหมือนรู้แต่แรกแล้วว่า ลูปชายตัวเท่านี้เป็นผัวใครไม่ได้หรอก ฮ่าาาาา ส่วนเรากับน้องคือสาววาย อวยพี่เขยให้แม่ฟังเต็มที่ แต่กว่าจะผ่านมาได้ พี่เราร้องไห้น่าสงสารมากเลย มันเหมือนในนิยายอะ กราบเท้าให้ยอมรับ แถมยังต้องทนกับสายตาของเพื่อนบ้านด้วย ตอนนี้คนก็เริ่มจะชินพี่มันเเล้ว ดีที่มันเป็นคนนิสัยดี เข้าคนง่าย แม่ก็รักลูกเขยกว่าลูกสาวอีกตอนนี้ โอเคคค๊ ฉันกับน้องคือตกกระป๋องไปเลยจ้า
    #347
    0
  10. #333 fallingforyou. (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 21:09
    แงงงง น้องสู้ ๆ มันคงกระทันหันไปหน่อยพ่อกับเเม่เลยตกใจค่อย ๆ คุยกันไปนะ
    #333
    0
  11. #291 Kim-kibom (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 15:27

    พี่หมีช่วยน้องด้วย

    #291
    0
  12. #153 ความถี่สีชมพู (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 11:50

    เจสู้ๆ ฮื่อ
    #153
    0
  13. #117 Pui Noon (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 07:32
    เดี๋ยวพ่อแม่ก็เข้าใจนะน้องเจ
    #117
    0
  14. #116 tamtang46 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 21:34
    อุปสรรคเยอะจริงๆค่ะฮืออออออออออ ต้องพากันผ่านไปให้ได้นะสู้ๆ!
    #116
    0
  15. #115 BABYBB (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 20:13

    โถ่เอ้ยยยยย ไม่ชอบเลย กับคำว่าเลี้ยงมาไม่ดีหรอ มันไม่เกี่ยวเลยนะคุณพ่อออออ เลี้ยงดูก็ส่วนนึง รสนิยมทางเพศก็ส่วนนึงค่าาาาาาา นังเจสู้ๆ พี่หมีสู้ๆ
    #115
    0
  16. #114 manejanb (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 18:27

    มาม่ามาอีกรอบ....
    #114
    0