ข้างห้อง - MR. 305 [สนพ. Bookish House Publishing ]

ตอนที่ 18 : 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 708 ครั้ง
    3 พ.ย. 62

♡ pinterest: chaiyunki ♡

MR.305
Ep.18



EP. 18

นับตั้งแต่วันที่ผมไปเยี่ยมสุขสันต์ที่โรงพยาบาลก็ผ่านมาสามวันได้แล้ว ผมไม่ได้ไปเยี่ยมมันอีก พอๆ กับที่ไม่ได้รับข่าวสารอะไรเลยจากทางนั้นเช่นกัน ผมเลือกที่จะหลบหน้าไอ้หมีทั้งๆ ที่เป็นคนทำเรื่องน่าอายแบบนั้นลงไปเอง ผมว่าตอนนี้ผมโคตรจะสับสนเลย ผมไม่รู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ ผมตั้งใจว่าจะจีบนิ่ม แต่ดันไปแอบหอมแก้มไอ้ตัวผู้ข้างห้องแบบนั้น ผมงงตัวเองไปหมดแล้ว

เจ เจ! เหม่ออะไรเนี่ยผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกสะกิดที่สีข้าง นิ่มมองมาก่อนจะเอามือผ่านผ่านมาข้างหน้าผมแล้วยิ้มออกมา

ตอนนี้ผมกำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งกับนิ่ม เราสองคนตัดสินใจที่จะมาดูหนังด้วยกันหลังเลิกงาน

อะ...เอ่อ โทษที เราแค่หิวๆ”

เนี่ย บอกแล้วให้กินก่อนดู

ก็มันอยากดูมากกว่านี่ผมตอบออกไปแบบนั้น แต่เอาจริงๆ ตอนที่ดูหนังผมก็แทบจะไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร มันดูไม่ค่อยรู้เรื่องด้วยซ้ำไป ทั้งที่ก่อนจะมาผมอยากดูเรื่องนี้มากแท้ๆ มัวแต่คิดอะไรไม่รู้อยู่ในหัว ตีกันวุ่นวาย

นี่ๆ กินร้านนี้ปะ เขาบอกว่าได้เยอะ

นิ่มชี้ป้ายร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่ง ผมพยักหน้าเออออตามที่เธอเลือก

หูยยย ดูดิ น่ากินมากกกกนิ่มยิ้มกว้างเมื่อพนักงานยกอาหารมาวางเสริฟตรงหน้า

ผมมองเธอยิ้มๆ นิ่มเป็นผู้หญิงน่ารักและสดใสมากๆ เธอเหมือนมีพลังแห่งดอกไม้หรืออะไรสักอย่างที่ทำให้คนที่อยู่รอบตัวมีความสุข อันที่จริงผมควรจะดีใจนะที่ได้มาในวันนี้ มันเหมือนเดทแรกของเราสองคน แต่ไม่รู้ทำไม ลึกๆ แล้วผมถึงรู้สึกเหมือนกำลังฝืนอะไรสักอย่าง

กินปะ อะเราให้เธอว่าก่อนจะคีบเนื้อปลาชิ้นใหญ่เอามาให้ผม

อร่อยมะ

อร่อยดี เข้าใจเลือกร้านนะ

เราก็มาตามเพจในเฟสน่ะ เพจอร่อยไปแดก รู้จักไหม

รู้ดิ ไม่คิดว่านิ่มจะตามจริงๆ นะเนี่ย

หนังวันนี้ให้เท่าไรคะคุณเจไดนิ่มยื่นมือที่กำไว้มาตรงหน้าผม

อืม ให้เจ็ดพอ นึกว่าจะตลกว่านี้ แต่ฝืดหลายฉากมากผมพูดพลางคีบอาหารให้นิ่มคืนบ้าง

สงสัยจะจริง เราเห็นเจไดนั่งนิ่งตลอดเรื่องเลย ทั้งๆ ที่เราหัวเราะแทบตาย สงสัยเราเส้นตื้นไปหน่อย” 

อ่าห้ะผมตอบกลับไปแค่นั้น เพราะจู่ๆ ก็ไม่รู้จะตอบอะไรกลับไป

แล้วปกติเจไดชอบดูหนังประเภทไหนเหรอ

อืมปกติถ้าดูก็มักจะเป็นหนังแอคชั่นกับไซไฟซะมากกว่า

คนละแนวเลยนะเนี่ยนิ่มแซว ผมเองก็เลยได้แต่ยิ้มกลับไปบางๆ

ระหว่างที่รับประทานอาหาร เราสองคนก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย แค่นั่งกินไปเรื่อยๆ มีบางช่วงเหมือนกันที่ผมก็เผลอเหม่อๆ ไปบ้างจนได้นิ่มเรียกสติกลับมา สุดท้ายแล้วผมก็ทนไม่ไหวต้องขอนิ่มลุกไปเข้าห้องน้ำสักพัก ผมเดินเข้ามาทำให้ธุระเรียบร้อยก่อนจะยืนมองตัวเองในกระจก จู่ๆ ก็เผลอนึกถึงเหตุการณ์น่าอายนั่นอีกรอบ ผมขยี้หัวตัวเองทันที

อย่าไปนึกถึง! ลืมๆ มันไป!

ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้ก้าวออกมาจากห้องน้ำ จู่ๆ โทรศัพท์ของผมก็มีสายเรียกเข้าเสียก่อน ผมมองดูเบอร์ที่โทรเข้า มันเป็นเบอร์ของสุขสันต์

เอาไงดีวะรับไม่รับ

แต่ถ้ารับจะพูดอะไรล่ะ โอ้ยยยย

สุดท้ายผมก็ได้แต่ปล่อยมันทิ้งไว้จนสายตัดไป

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว นิ่มเสนอที่จะพาไปเดินช้อปปิ้งเล็กน้อย ผมเองก็ไม่ได้มีธุระอะไรที่ต้องรีบไปทำต่ออยู่แล้ว เลยตกลงไปเดินด้วยกัน ระหว่างที่มองดูเธอเดินเลือกเสื้อผ้าร้านนั้นทีร้านนี้ที สายเรียกเข้าจากเบอร์เดิมก็ยังคงยิงมาตลอด แต่ผมก็เลือกที่จะลืมๆ มันไป

เจได เดี๋ยวเราไปดูสกินแคร์แป๊บเดียว แป๊บเดียวจริงๆ รอเราตรงนั้นก็ได้นะ

โอเค ไม่ต้องรีบก็ได้ เรารอได้

ฮือออ น่ารักมาก เดี๋ยวเรามานิ่มพูดจบก็เดินไปยังร้านที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ผมเลยพาตัวเองไปนั่งรอนิ่มที่หน้าร้าน ควักมือถือออกมา พอเห็นจำนวนสายที่ไม่ได้รับบนหน้าจอแล้วก็ถอนหายใจออกมาอีกรอบ เดาว่าตอนนี้มันคงจะออกจากโรงพยาบาลมาแล้วล่ะมั้ง อันที่จริงวันนี้ไม่ใช่วันแรกที่มันติดต่อผมมา ตั้งแต่วันที่กลับมาจากโรงพยาบาลมันก็ติดต่อมา แต่ผมก็ทำแบบนี้ เลือกที่จะไม่รับสาย

ผมมาคิดดูแล้วนะ ผมว่าเรื่องระหว่างผมกับสุขสันต์มันมากเกินไปแล้ว ไม่ใช่ว่าผมแอนตี้กับการที่เห็นชายกับชายรักกัน แต่ผมแค่...ผมไม่อยากเป็นเกย์

ใช่ ผมกลัว ผมกลัวอะไรหลายอย่าง มันไม่ใช่ทุกคนจะรับเรื่องนี้ได้ ถ้าพ่อแม่ผมรู้ มันจะเป็นอย่างไร ถ้าญาติของผมรู้ ถ้าคนที่ทำงานรู้ แล้วมันจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมเห็นมาแล้ว ตอนที่เห็นนนท์คบกันกับต้นแรกๆ ผมกับเพื่อนๆ ก็เป็นคนพาพวกมันสองคนก้าวผ่านปัญหาพวกนั้น มันเจอหนักมากพอสมควร ก่อนที่จะมารักกันได้ ผมยอมรับว่าผมไม่อยากเจออะไรแบบนั้น ผมกลัว ผมไม่ได้เข้มแข็งเหมือนนนท์ ไม่ได้มองโลกในแง่ดีเหมือนต้น ความจริงแล้วผมมันก็แค่ไอ้เจคนขี้ขลาด ถ้าเป็นผม มันคงจะไปได้ไม่ไกลแบบสองคนนั้นก็ได้

ผมว่า ผมรู้สึกอะไรสักอย่างกับไอ้สุขสันต์ไปแล้ว...

ผมอยากหยุด ก่อนที่ทุกอย่างมันจะยากไปมากกว่านี้ ผมไม่อยากรักมัน ตอนนี้ผมอาจจะแค่สับสน มันอาจจะเป็นเพราะผมเจอมันบ่อยเกินไปก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะ

เราซื้อเสร็จแล้ววว กลับกันเลยไหม ขอโทษนะที่พาเดินซะทั่วเลย เจไดคงเมื่อยแล้วแหละ กลับกันเหอะเนอะนิ่มเดินมาเรียก ทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง แต่ทันทีที่ผมลุกขึ้นยืน โทรศัพท์ผมก็สั่นขึ้นมาอีกรอบ นิ่มยืนมองเมื่อเห็นว่าผมมีสายเข้า

 ครืดดด ครืดดด 

 “เอ่อ เจไดจะรับโทรศัพท์ก่อนก็ได้ เดี๋ยวเราจะเดินไปรอ...

ไม่เป็นไรนิ่ม เพื่อนโทรมาเฉยๆ” ผมตอบนิ่มไปแบบนั้น แล้วปล่อยให้โทรศัพท์มันสั่นแบบนั้นไปเรื่อยๆ

เราสองคนเลือกที่จะนั่งแท็กซี่กลับ ผมนั่งไปส่งนิ่มที่คอนโดก่อนจะนั่งต่อไปลงคอนโดตัวเอง และขณะที่กำลังจะแตะการ์ด ห้องข้างๆ ก็ดันเปิดประตูออกมาเสียก่อน

สุขสันต์ คนที่ผมไม่อยากเจอมากที่สุดในตอนนี้

โทรไปทำไมไม่รับ แล้วนี่ไปไหนมา กลับค่ำมันยิงคำถามใส่ผมทันที

ผมทำเป็นไม่สนใจก่อนจะเปิดประตูห้อง แต่ไอ้หมีเหมือนรู้ตัวเลยรีบเดินมาปิดประตูเอาไว้

ถอย กูจะเข้าห้องเผลอทำเสียงเย็นชาใส่มันจนผมเองก็ยังนึกอยากตีปากตัวเอง

โทรไปทำไมไม่รับ

ผมมองมัน สีหน้าไอ้หมียังคงไม่ดีขึ้นเท่าไรนัก มันผอมลงไปเยอะ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้มันดูดีน้อยลง

เอ้า! แล้วนี่ผมจะมาชมมันทำไมวะ

ไม่ว่าง จะให้กูเข้าห้องได้หรือยัง กูจะไปอาบน้ำ

ไม่ว่างทั้งวัน?”

เออ กูไม่ว่าง ยุ่งทั้งวัน จบยังพอเห็นมันเงียบไป ผมก็เลยเงียบไปบ้าง

มันจ้องหน้าผมนิ่งๆ แล้วไปไหนมา กลับค่ำ

ทำไมกูต้องบอกมึงด้วยผมถามกลับ มันชะงักไปเล็กน้อย ผมบิดแขนตัวเองให้หลุดจากมือมัน ใช้ความพยายามอยู่สักพักจู่ๆ มันก็ยอมปล่อย

เป็นอะไร

ไม่ได้เป็นอะไร ถอยสักที กูจะเข้าห้องผมพยายามที่จะดันตัวมันออก แต่ไอ้หมีก็คือหมี มันไม่ขยับเขยื้อนอะไรเลย

เจได รู้ตัวไหมว่าโกหกไม่เก่ง

เออ!” สุดท้ายผมก็อดที่จะตะคอกใส่มันไม่ได้ สุขสันต์ยืนมองผมนิ่งๆ

เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน มาถึงขนาดนี้แล้ว กูบอกไปเลยก็ได้

จะอะไรกับกูนักหนาวะ! จะมายุ่งกับกูทำไม รำคาญ หลีก! ทำขนาดนี้คือยังไม่ชัดเจนใช่ไหมว่าคนเขาไม่อยากยุ่งด้วย ต้องรอให้พูดตรงๆ ใช่ไหมถึงจะรู้เรื่อง!” ผมตะเบ็งเสียงใส่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน สุขสันต์นิ่งไปเลยที่เห็นผมทำแบบนี้ ผมผลักมันอย่างแรงจนมันเซไปสองสามก้าว เลิกยุ่งวุ่นวายกับกูได้แล้ว! มึงชอบกูหรือไงฮะ ถึงได้ยุ่งกับกูขนาดนี้!”

เออมันตอบกลับมาสั้นๆ แค่นั้น แต่เล่นทำเอาผมช็อกค้างไปเลย จากที่เคยคิดไปเองมาตลอด พอมาได้ยินเองจากปากมันแบบนี้ก็ทำให้ผมไปไม่เป็นอยู่เหมือนกัน ...กูว่าแล้ว

ก็ชอบ ก็เลยต้องทำแบบนี้ ผิดหรือไง

พี่ผิดเหรอ ถ้าพี่อยากให้เรารู้

มันสาวเท้าเข้ามาหาผม แต่ผมก็ถอยหลังหนีจนมันชะงักไป

แล้วเคยคิดบ้างไหมว่า กูอยากรู้หรือเปล่า

กูไม่ได้เป็นเกย์ กูไม่ได้ชอบผู้ชาย

เป็นแค่คนข้างห้องกูก็พอ กูให้มึงได้แค่นั้นแหละ กูไม่ได้อยากมีมึงในชีวิตถึงขั้นนั้นผมบอกออกไปแบบนั้น แต่พอยิ่งพูดผมก็รู้สึกโคตรอยากจะทุบปากตัวเอง

ไอ้หมีมันนิ่งไปจนผมเริ่มใจเสีย เราสองคนยืนนิ่งๆ แบบนั้นโดยที่ไม่พูดอะไรกันเกือบนาที ผมกำลูกบิดแน่นจนเหงื่อเต็มมือ ไม่เคยรู้สึกทรมานใจกับเวลาไม่ถึงนาทีขนาดนี้มาก่อน ผมอยากให้มันผ่านไปไวๆ หรือไม่ก็ย้อนกลับไป ผมเริ่มเกลียดทุกอย่างที่ทำให้เราสองคนต้องมายืนนิ่งๆ ไม่พูดอะไรกันอยู่แบบนี้

อือ ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบดีๆ ก็ได้

ไม่เห็นจำเป็นต้องผลักพี่แรงขนาดนี้เลยมันว่าแค่นั้นก่อนจะมองมาที่ผม สายตาของมันยิ่งตอกย้ำให้ผมรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป น้ำเสียงที่มันพูดออกมาก็พอรู้ว่ามันยากแค่ไหนกว่าจะพูดออกมาได้ ผมมองมันพาตัวเองกลับเข้าห้องไปโดยไม่เอ่ยรั้งอะไรสักคำ สุขสันต์เดินกลับเข้าห้องไปช้าๆ ส่วนผมก็รีบหันหลังวิ่งเข้าห้องตัวเองก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพิงบานประตู

เมื่อกี้ผมทำอะไรลงไปวะ

ทั้งๆ ที่ความจริงผมควรจะโล่งใจไปแล้ว ผมควรที่จะสบายใจที่ปฏิเสธมันได้ แต่ผมกลับต้องมานั่งก้มหน้าสำนึกผิดแบบนี้ นี่มันอะไรกัน ผมแม่งแม่งอะไรวะ

ยิ่งคิดก็ยิ่งเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่ ตอนนี้ผมยิ่งสับสนกับตัวเองมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า นั่งกุมหัวตัวเองอยู่อย่างนั้น บางทีก็กระแทกหัวตัวเองเข้ากับบานประตู รู้สึกผิดเสียจนไม่กล้าจะทำอะไร รู้สึกเหมือนยิ่งทำอะไรก็จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่

ผมกลัวผมไม่รู้เลยว่าทำอะไรลงไป ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ถ้าลุยจีบนิ่มแบบจริงจัง ผมจะลืมสุขสันต์ได้ใช่ไหม

ผมแค่อยากเป็นผู้ชายปกติทั่วไป ผมรับไม่ไหวหรอก ผมไม่ได้อยากเป็นเกย์นะเว้ย!!

 

สุดท้ายแล้วผมก็ต้องทนกับความคิดแบบนั้นไปทั้งคืน นอนกอดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองไปทั้งแบบนั้นจนแทบจะไม่ได้นอน ผมลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานตั้งแต่หกโมงเช้า พอเปิดประตูออกมาก็ต้องตกใจที่เห็นใครบางคนยืนอยู่หน้าห้อง

อะ

เป็นน้องกานต์ที่ยืนอยู่ตรงนั้นในมือของน้องถือถุงเซเว่นใบโตเอาไว้ ให้ตายสิวะ ชีวิตผมจะเจอเรื่องพีคๆ อีกสักกี่เรื่องกัน แค่นี้ก็ยังไม่พอหรือไง

พี่เจได คือผม...

ทีหลังไม่ต้องเอามาแล้วนะ

ผมอธิบายได้นะพี่น้องมันพยายามจะอธิบาย

สรุปแล้วคนที่เป็นเจ้าของถุงเซเว่นทุกเช้าก็คือน้องกานต์ ผมเลยได้แต่ยืนนิ่งๆ มองน้องมันอยู่อย่างนั้น ผมเองก็สงสารที่ต้องเห็นคนเสียใจ ผมไม่ชอบเหมือนกันที่ต้องเป็นคนใจร้าย ใครจะรู้ว่าตอนนี้ผมเกลียดตัวเองแทบจะตายอยู่แล้ว

เราเข้ามาหาพี่ก็เพราะว่าเราชอบพี่ใช่ไหม

ครับ

ขอโทษนะ แต่พี่ไม่ได้คิดกับเราแบบนั้น พอได้แล้วนะ ตัดใจเถอะผมพูดแค่นั้นก่อนจะรีบเดินออกมา พลันหางตาก็เหลือบมองบานประตูห้อง 305 ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ผมรีบสะบัดหัวไล่ความคิดตัวเองแล้วมุ่งหน้าต่อไป เลือกที่จะลงรถก่อนถึงที่ทำงานแล้วเดินไปเรื่อยๆ ใช้ความคิดกับตัวเองให้มาก แต่ไม่ว่าผมจะคิดอะไรหรือจะทำอะไร ภาพพวกนั้นมันก็ยังตามเข้ามาแทรกในความคิดผม

จนกระทั่งตอนนี้ ...ตอนที่พี่บาร์เดินเข้ามาด่าเพราะผมไม่มีสมาธิทำงาน

มึงเป็นอะไรเจได กูสั่งอะไร

“...สรุปยอดครับ

แล้วมึงก็ยังเอาแต่นั่งเหม่อแบบนี้น่ะนะ? กูบอกว่าต้องได้ภายในวันนี้ใช่ไหมเจ แต่นี่มันจะห้าโมงเย็นแล้ว มึงทำอะไรอยู่! ต้องใช้เข้าประชุมพรุ่งนี้เช้านะเว้ย!”

ครับพี่ ผมจะรีบทำต่อเดี๋ยวนี้

บาร์ มึงก็ใจเย็นดิเจ๊พิมเห็นเหตุการณ์ไม่ดีเลยรีบเข้ามาปราม

พี่บาร์ดูหัวเสียกว่าทุกครั้ง มันก็สมควรแล้วที่ผมจะโดนด่า พี่แกสั่งแล้ว ผมก็เอาแต่เหม่อจนงานมันไม่เสร็จแบบนี้

เจได มึงไม่เคยเป็นขนาดนี้นะ ต่อให้กูจะรักมึงเหมือนน้องเหมือนนุ่ง แต่ถ้ามึงทำผิดกูก็ต้องด่าเหมือนกันพี่บาร์พูดไว้แค่นั้นก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะตัวเอง

เจ๊พิมเดินมาให้กำลังใจผม ผมเลยพยักหน้าเบาๆ ไปให้ สุดท้ายแล้วผมก็ต้องนั่งติดโต๊ะอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเลยเวลางาน ผมทำไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีทุกคนในแผนกก็หายไปหมดแล้ว ตอนนี้ข้างนอกฟ้ามืดจนผมต้องเดินไปเปิดไฟให้สว่างแล้วกลับมาทำงานต่อ รู้สึกง่วงบ้าง ปวดคอบ้าง แต่สุดท้ายงานก็เสร็จ ผมนั่งเช็คความเรียบร้อยก่อนจะจัดการพิมพ์ออกมาแล้วเดินเอาไปวางไว้ที่โต๊ะของพี่บาร์

ตอนนี้ก็สามทุ่มแล้ว ผมเดินออกมาจากที่ทำงานด้วยความเมื่อยล้า ยืนรอรถแท็กซี่แต่ก็ยังไม่มีคันไหนรับ สุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยการนั่งวินมอเตอร์ไซค์กลับ ผมลากตัวเองกลับมาที่ห้องได้ในที่สุด พอเจอเตียงก็เทตัวลงไปทันที

โอยทำไมมันเป็นได้ขนาดนี้เนี่ยไอ้เจ เฮ้อ

 

ผ่านมาได้สองอาทิตย์กว่าแล้วที่ผมไม่ได้เจอเจ้าของห้อง 305 อีกเลย ผมยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ตื่นเช้า ไปทำงาน กลับมานอนตายรังที่ห้อง จะมีเพิ่มขึ้นก็แค่เรื่องที่ผมเริ่มจีบนิ่มอย่างจริงจัง ถ้ามีเวลาตรงกันเมื่อไรก็จะชวนไปกินข้าวเย็นด้วยกัน พาไปช้อปปิ้ง ดูหนัง เดินเล่นอย่างที่คิดเอาไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไรผมก็ไม่สามารถที่จะเลิกคิดถึงคนคนหนึ่งได้ สุดท้ายผมก็ต้องพึ่งงาน ผมเริ่มโหมงานจนพี่ๆ ในแผนกถึงกับตกใจที่เห็นผมตั้งใจขนาดนี้

เจได มึงเก็บกดจากที่กูพูดวันนั้นหรือไง

เปล่านี่พี่ ผมทำงานดีก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง

ก็ใช่ แต่นี่มันมึงโหมเกินไป งานนี้เดดไลน์ตั้งปลายอาทิตย์ มึงใช้เวลาทำสามวันเสร็จแบบนี้ กูเป็นห่วงมึงนะเว้ยพี่บาร์เดินเข้ามาพูดกับผม แต่ผมก็ทำแค่ยิ้มตอบไปเท่านั้น ช่วงนี้ใครๆ ก็มองว่าผมขยันขึ้น แต่หารู้ไม่ว่าผมทำไปทั้งหมดก็เพื่อแค่จะได้ไม่ต้องคิดถึงใครบางคนก็เท่านั้น

  

ขอบคุณมากนะเจไดที่พาเรามาเลี้ยงวันนี้ แบบอิ่มมากเลย

ดีใจนะที่นิ่มชอบ ขึ้นห้องไปเถอะไป ฝนเริ่มตกแล้ว

เอ่อเดี๋ยวก่อน

หืมผมชะงักเมื่อนิ่มจับแขนเอาไว้ นิ่มทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างออกมาแต่ก็ยังอ้ำๆ อึ้งๆ ว่ายังไง มีอะไรเหรอ

คือเราแค่อยากถามให้แน่ใจ

ผมตั้งใจฟังทันทีเมื่ออีกคนดูจริงจังกว่าที่เป็น นิ่มดูจะกำลังรวบรวมคำพูด สักพักเธอก็ถอนหายใจอย่างแรงแล้วพูดออกมา

เจไดจีบเราอยู่ใช่ไหม

อื้อผมตอบกลับไป

นิ่มกลั้นยิ้ม ก่อนจะหันกลับมาพูดกับผม ใบหน้าเธอขึ้นสีระเรื่อขึ้นเล็กน้อย เจได ชอบเราจริงๆ ใช่ไหม

...มันเป็นคำถามที่ง่ายมากๆ ให้เด็กอนุบาลตอบมันยังตอบได้ แต่สำหรับผม การที่นิ่มถามมาแบบนี้ผมกลับได้แต่นิ่ง รอไปสักพักนิ่มก็ดูเหมือนจะใจเสีย ผมเลยยิ้มออกมาแล้วยื่นมือไปโยกหัวเธอเบาๆ

พรุ่งนี้...เราจะบอกทุกอย่างผมบอกนิ่มไปอย่างนั้น ก่อนที่จะกลับคอนโด

ตอนนี้ผมไม่ไหวแล้ว ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องจบเรื่องนี้ให้ได้ก่อนที่ผมจะทำอะไรโง่ๆ ลงไปอีก ผมโทรเรียกเพื่อนๆ ทั้งสามให้มาหาที่ห้อง ตอนแรกพวกมันก็งอแงเมื่อเห็นว่าผมไม่มีเหล้าให้ แต่พอน้ำเสียงผมเริ่มจริงจังขึ้น พวกมันก็พร้อมใจกันออกมาหาผมทันที

ไม่ว่าจะอย่างไร ผมต้องเลิกทำอะไรที่มันโง่ไปกว่านี้ได้แล้ว

 

สรุปคือ...มึงยังไงนะเจ มึงพูดเร็วไป พวกกูฟังไม่ทันไอ้พิงถามกลับเมื่อผมเล่าทุกอย่างให้มันฟัง พวกมันสามคนดูจะสนใจในเรื่องของผมมาก

ผมมองไอ้พิงตาขวางก่อนจะพูดอีกรอบ กูชอบคนคนหนึ่ง ชื่อนิ่ม พรุ่งนี้กูกะจะขอเขาเป็นแฟน แต่กูยังรู้สึกว่ามีอีกคนที่กูก็ชอบ แต่กู...กูคบกับเขาไม่ได้ ช่างเหอะ... ก็อย่างที่บอก มึงว่ากูควรจะขอนิ่มคบไปเลยไหม

มึงแน่ใจนะว่ามึงชอบคนที่ชื่อนิ่มตะวันถาม

อือ กูว่านิ่มเขาก็น่ารักดีอะ สดใส ร่าเริง พูดจาน่ารัก ทำงานเก่ง เขาดีทุกอย่างเลยมึง

แล้วอีกคนล่ะตะวันถามอีกรอบ

ผมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ บรรยายเรื่องเกี่ยวกับไอ้หมีให้พวกมันฟัง

เขาดีกับกูหลายอย่าง คอยดูแลกู คอยให้คำปรึกษา เป็นทุกอย่างให้กู เขาทำหลายๆ อย่างให้กู ควบคุมกูไม่ให้ทำนู่นนี่ที่มันแย่ๆ แต่ก็นั่นแหละ กูอาจจะหวั่นไหวเพราะอยู่ด้วยกันบ่อยก็ได้ปะวะ มันไม่ได้แปลว่ากูชอบเขาหรอกมั้ง

มึงชอบใครสักคนเพราะอะไรวะเจได เพราะเขาเป็นคนที่ดีทุกอย่างเหรอนนท์ถามบ้าง

ผมถึงกับไปไม่เป็น มันก็จริงของมัน เอาจริงๆ พวกมันก็น่าจะมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วว่าผมชอบใคร แต่นั่นแหละ มันติดอยู่ตรงที่เหตุผลเดียว

มึงก็รู้ตัวเองดีนะเจได ว่ามึงไม่ได้ชอบคนที่ชื่อนิ่ม มึงอย่ามาเถียงไอ้ตัวดี

กูเห็นด้วยกับไอ้นนท์ มึงจะไปลากเขาให้มาจมกับความรักหลอกๆ ของมึงเหรอ มึงไม่สงสารเขารึไงไอ้พิงว่าผมแบบนั้น

กูก็ชอบนิ่มนะเว้ย!” ผมรีบแย้งทันที

แต่มึงไม่ได้ชอบเขามากพอที่จะรักกันไงเหี้ย มึงชอบเขาแค่เพราะมึงรักอีกคนไม่ได้ กูล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าทำไมมึงถึงไม่รักคนที่มึงชอบซะมันจะได้จบๆ” ไอ้พิงเอามือขยี้หัวตัวเอง “ไหน มันมีปัญหาอะไร ทำไมถึงรักเขาไม่ได้วะไอ้นี่ มึงพูดมาซิ

ถ้าเปรียบเทียบเป็นตัวละครในเกมออนไลน์ที่พิงชอบเล่น มันก็น่าจะเป็น fighter หรือตัวที่คอยโจมตีผมอยู่บ่อยๆ แต่มันก็ดันตรงประเด็นจึ้กๆ

เอาจริงๆ ผมก็ยังไม่เคยบอกมันไปตรงๆ เลยว่าคนอีกคนที่ว่าคือใคร (ถึงแม้พวกมันจะพอเดากันได้ก็เถอะ)

เอ้า เงียบ เงียบครับ มึงโทรเรียกพวกกูมาประชุมด่วนแบบนี้ พวกกูก็อุตส่าห์มา มึงอย่ามาเงียบ

มึงชอบเขาไม่ได้เพราะอะไร ไหนมึงตอบ ตอบได้ก็จบ

ผมรวบรวมความกล้าก่อนที่จะเงยหน้ามองพวกมัน หวังว่าพวกมันจะรับได้เหมือนตอนที่ไอ้นนท์จูงมือต้นเข้ามาแนะนำกับเพื่อนๆ ในวันนั้นพวกผมตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร พอมาวันนี้ พอมาเป็นตัวเอง... ผมก็แอบกลุ้มอยู่ไม่น้อย

เขา...เป็นผู้ชายผมพูดออกไปเสียงเบา ทว่ามันก็ดังพอที่จะทำให้ไอ้พวกลิงที่นั่งอยู่ได้ยินด้วย พอมันได้ยินก็ดันเงียบกันทั้งสามคนจนผมเครียดขึ้นมา ผมนั่งกำมือแน่นก้มหน้าไม่มองหน้าพวกมันเลยแม้แต่น้อย กำมือตัวเองแน่นจนมันสั่น แต่ผ่านไปสักพักผมก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสตรงบ่า เงยหน้าขึ้นก็เห็นเป็นไอ้พวกนั้นเดินเข้ามาหา

มึงไม่เห็นต้องเครียดเลย ยังไงมึงก็เพื่อนกู อายุปูนนี้แล้ว มึงจะคิดมากทำไม

มึงแค่ชอบผู้ชาย มึงไม่ได้ฆ่าใครตายนะเว้ยเจ

มึงยอมรับตัวเองก่อนเจ มึงชอบเขา มึงก็แค่ต้องตัดเรื่องเพศออก มึงมั่นใจเหรอว่ามึงจะเปลี่ยนใจไปชอบอีกคนได้แค่เพราะเขาเป็นผู้หญิงอะ

กู...กูผมถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินทุกอย่างจากปากเพื่อน พานให้จู่ๆ ก็น้ำตาไหลออกมา พวกเพื่อนๆ เลยต้องเข้ามาปลอบ

กูไม่อยากเป็นเกย์ กูกลัวผมสารภาพ

มึงจำตอนที่กูคบกับต้นใหม่ๆ ได้มั้ย ถึงแม้ว่าพวกกูจะเจออะไร มึงก็คอยช่วยกูตลอด มึงคิดว่าพวกกูจะไม่ช่วยมึงเหรอเจ มึงไม่ต้องกลัว พวกกูยังอยู่ข้างมึงนี่ไอ้นนท์พูดก่อนจะเข้ามากอดผม

ยิ่งนึกถึงตามที่มันพูดผมก็ยิ่งร้องไห้ออกมา พวกมันต้องปลอบผมอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงผมถึงจะสงบลงไปได้

สรุปว่าพรุ่งนี้ มึงไปจบเรื่องกับคนชื่อนิ่ม แล้วไปจัดการไอ้คนนั้นซะ ลากคอมันมาให้พวกกูดูด้วยว่าแม่งเป็นใคร มีดีอะไรที่ทำให้เพื่อนกูเป็นได้ขนาดนี้ไอ้พิงลูบหัวผมไปมา ผมยังคงนั่งสะอื้นอยู่ ส่วนตะวันจับมือเอาไว้ข้างนึงแล้วลูบไปมาเป็นการปลอบใจ

อือ ขอบใจพวกมึงมากผมตอบกลับไปเสียงเบา

มึงฟังกูนะเจ มึงเลิกเครียดเรื่องเพศได้แล้วเจ มึงไม่ต้องกลัวว่าวันข้างหน้ามึงจะเจออะไร มึงจำไว้ว่ามึงยังมีพวกกู แล้วถ้าไอ้เหี้ยนั่นมันไม่ยอมสู้ไปกับมึง พวกกูจะจัดการมันให้เอง

ขอบใจว่ะนนท์ แม่งเอ้ย ตากูบวมแน่พรุ่งนี้ผมหัวเราะออกมาได้ในที่สุด เป็นการหัวเราะที่ผมโล่งใจที่สุดในรอบหลายๆ อาทิตย์ที่ผ่านมา ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองโคตรจะโชคดีที่ได้ไอ้พวกนี้มาเป็นเพื่อน ต่อให้มันจะชอบด่าผมมากขนาดไหน แต่พอเวลาที่ใครสักคนเดือดร้อนมันก็พร้อมที่จะช่วยเหลือกันแบบนี้เสมอ

ผมแม่งโคตรรักพวกมันเลยว่ะ

เอาล่ะ! ทีนี้ก็กลับมาสู้เรื่องของตัวเองดู ต่อให้มันจะช้าไปสักหน่อยก็ตาม

ขอโทษที่กูทำอะไรโง่ๆ ออกไป แต่กูหวังว่ามึงจะยังรอกูนะสุขสันต์ รอกูก่อนนะ...

 

TBC.

#ข้างห้อง305



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 708 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

790 ความคิดเห็น

  1. #784 manee_kk (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 00:59
    ฮือ เราเข้าใจเจไดนะ การที่กลัวกับเรื่องความรักเพศเดียวกันมันไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับกันได้ ยังไงก็ค่อยๆเป็นๆไปกันอะเนาะ
    #784
    0
  2. #778 PhoBlink (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:23
    ตอนนี้เราเจ็บแปล๊บๆมาก
    #778
    0
  3. #753 thanaree3101 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 18:29

    น้ำตาแตก ไม่ไหวแล้วแม่!


    #753
    0
  4. #750 thanporntxd (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 00:57
    บางทีคือแบบอะไรวะกับเจไดมากอะ แม่งง! บางทีคือคิดถึงแต่ความรู้สึกตัวเองวะ
    #750
    0
  5. #744 เอ๋ชินดง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 19:31
    โห ชั้นน้ำตาแตกเลยจ้า ทั้งสงสารนิ่ม สงสารเจได สงสารสุขสันต์ คนร้องไห้กอดหมอนข้างเป็นหมาคือชั้นนี่แหละ มาที่ส่วนของดราม่า นี่ไม่ว่าเจไดเลยเพราะเข้าใจมากๆว่าสังคมเราบางทีก็ยังไม่ได้ยอมรับอะไรแบบนี้ขนาดนั้น ถึงจะเห็นเพื่อนแล้วแต่เธอเข้าใจความกลัวของตัวเองมั้ย มันแบบนั้นแหละแง หวังว่าพี่สุขสันต์จะยังรอและนิ่มจะเข้าใจ ขอให้ทุกอย่างดีขึ้นค่ะ ;-;
    #744
    0
  6. #713 RocjanaT (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 08:03
    นี่ก้อเข้าใจเจนะว่าต้องสับสนขนาดไหนเถียงกะตัวเองแค่ไหนกว่าจะยอมรับสภาพจิตใจตัวเองได้มันคงว้าวุ่นใช่น้อยชอบนิยายที่อิงความจริงในส่วนนี้​ ทั้งเรื่องทางกายและทางใจยากยุนะ😥✌️
    #713
    0
  7. #651 baekbow (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 03:56
    เป็นดราม่าประเด็นแรกที่เจอได้ในหลายๆเรื่อง แต่ก็ยังดี ที่เจไม่คิดตัดสินใจอะไรโง่ๆลงไป เพราะถ้าทำนิ่มจะน่าสงสารมากๆเลย ก็นะ เราว่าชายชายมันไม่เหมือนหญิงหญิงอ่ะ หญิงหญิงมันก็มีนะดราม่า แต่มันก็ดูไม่เคร่งเท่าชายชายเท่าไร ...ในเมื่อยอมรับแล้วก็รีบไปง้อพี่หมีเลย พี่หมีเราดีขนาดนี้ ทำพี่หมีเสียใจได้ยังไง // กลายเป็นว่าเจ้าของถุงเซเว่นไม่น่าสนใจไปเลย 5555 เคยแอบคิดว่าเป็นกานต์นะ แต่เห็นบอกเพิ่งย้ายเข้ามา เลยคิดว่าไม่ใช่
    #651
    0
  8. #630 Speedyy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 16:46
    หมีมาแม่กอดปลอบใจ เจมารักคือรักซิ
    #630
    0
  9. #619 ilee2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 19:33
    สงสารคุณหมีนะ
    #619
    0
  10. #588 doublendoubleo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 22:08
    โอ๋ทั้งคู่เลยนะ แงงง
    #588
    0
  11. #521 12311232123312 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 20:48
    แงงงงงงงง
    #521
    0
  12. #397 UNFOUND (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 04:03
    สงสารพี่หมีเลย ในที่สุดก็รู้ใจตัวเองซักทีนะเจไดเอ้ยยย
    #397
    0
  13. #371 thesaipan (สป) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 06:41
    สงสารคุณหมี แต่นี่ก็เข้าใจน้องเจมากเลยแหละ รักกันมันมีหลายปัจจัยเนอะ
    #371
    0
  14. #359 weps (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 20:51
    ปวดใจมากจ้าตอนนี้
    #359
    0
  15. #322 fallingforyou. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 02:51
    คือเจพูดเเรงไปนะ ถ้าตอนนั้นรู้ตัวว่าไม่ได้ชอบก็น่าจะถนอมน้ำใจคนที่เขาชอบเราหน่อยอะ เจ็บเเทนพี่หมี TT แบบนี้ต้องงอนเยอะ ๆ อย่าไปยอมง่าย ๆ นะคะ ให้น้องง้อนาน ๆ
    #322
    0
  16. #284 Kim-kibom (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 13:37

    โคตรสงสารหมีเลย

    #284
    0
  17. #267 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 23:17
    นังเจฉันจะโบยแกกกก
    #267
    0
  18. #266 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 23:17
    สงสารหมี
    #266
    0
  19. #253 teeranur (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 23:52
    อ่ะเศร้าเลย;—; สงสารสุขสันต์ นิ่มด้วย ทีมสุขสันต์นะงานนี้
    #253
    0
  20. #246 FNnp142 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 20:04
    เจไดจะไปง้อแล้วนะพี่หมี รอก่อน!
    #246
    0
  21. #214 Cnppa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 11:15
    สงสารพี่หมีอ่ะ ร้องไห้เลย ทำทุกอย่างพยายามเข้าหาแม้เจจะผลักไสพูดไม่ดีใส่ เศร้า
    #214
    0
  22. #206 >haruhi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:30
    นังเจพูดแรงไปนะ พี่สุขเล่นตัวนานๆเลย
    #206
    0
  23. #182 Optimuspatcha (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 17:03
    เฮ้อ ตอนนี้ขออยู่ข้างสุขสันต์แล้วกัน เข้าใจนะว่าเจไดนังก็มีความคิดที่ยึดติดกับเพศสภาพอ่ะเนอะ แต่พูดแรงไปจริงๆ ถ้านี่เป็นสุขสันต์คือไม่ยุ่งแล้ว ถึงจะมาง้อแต่ก็เสียความรู้สึกไปเยอะแล้ว
    #182
    0
  24. #111 ก็แค่ฝุ่น (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 21:19
    น้องจะง้อพี่หมีได้มั๊ย?
    #111
    0
  25. #101 ความถี่สีชมพู (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 14:41
    ง้อพี่เขาเลยเจจ ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ฮือ พี่หมี;__;
    #101
    0