YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 7 : Mission 7 : Attention (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,021
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    11 พ.ค. 61

THE MISSION


Related image

Kiss me on the mouth and set me free
Sing me like a choir
I can be the subject of your dreams
Your sickening desire
Don’t you want to see a man up close?
A phoenix in the fire


**นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย และมีคำหยาบนะคะ**

“งั้นผมทำเอง”

Sh*t!

ทันทีที่เสียงทุ้มจบลง คนตัวสูงกว่าก็ออกแรงผลักคนด้านหลังเสียจนกระเด็น ก่อนที่จะกระโดถีบคนที่ขวางทางข้างหน้า โทมัสที่ต้องยอมจำนนต่อสถานการก็ดันหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยจำเป็นต้องออกแรงบ้าง เสียงปืนดังขึ้นไล่ ทำเอาทั้งโทมัสและคริสเตียนต้องวิ่งหลบหัวซุกหัวซุน วิ่งหนีก็ต้องวิ่งหนี มือก็โดนมัดไว้ ห่าเอ๊ย!

“ทางนี้เคลวิน!  คริสเตียนตะโกนเรียกเขา

ปัง!ปัง!ปัง!

“อย่าให้มันหนีไปได้!จับตายมาเลย! ไป!  เสียงเข้มดังไล่หลังทำเอาโทมัสรู้ชะตาตัวเองทันทีถ้าหากหยุดวิ่ง เขาสองคนวิ่งไปตามทางลัดเลาะ คนตัวใหญ่วิ่งนำทางด้านหน้าเขาในท่าทางมือโดนมัดไพล่หลัง แต่ก็ยังคล่องแคล่วทำเอาเขานึกขันในหัวทีเดียว

ก็หมอนี่มันอดีตหน่วย SEAL นี่หว่า

ปัง!

Damn!” โทมัสก้มหลบแทบไม่ทันเมื่อลูกกระสุนวิ่งตรงมาด้านข้างตัว เขาวิ่งหลบไปยังเลยซ้าย พลางตะโกนถามคริสเตียน

“เราเสร็จแน่!ไม่มีอาวุธ!

“อยากได้อาวุธเหรอ งั้นจัดให้” คริสเตียนหันกลับมาตอนสั้นๆ ก่อนที่จะชนโทมัสให้หลบไปยังซอกเล็กๆข้างตัว ก่อนที่จะเจ้าตัวจะกระโจนเข้าใส่ไอ้ดำล่ำบึ้กตัวด้านหลังพวกเขา โทมัสลอบมองอยู่ ไอ้หนวดนั่นกลิ้งตัวลงไปกับพื้นเพื่อหนีดงกระสุน ก่อนที่จะสกัดขาคู่ต่อสู้ได้สำเร็จ ปืนกระบอกนั้นจึงหล่นออกมาจากมือ เสียงปืนยังดังไล่หลังมา คริสเตียนจึงใช้ร่างของคู่ต่อสู่ที่อยู่ตรงหน้าเป็นคนรับแทน ก่อนจะใช้เท้าเตะกระบอกปืนไปให้คู่หูที่แอบอยู่

“มันจะยิงยังไงวะไอ้โง่!” โทมัสตะโกนด่า  คริสเตียนนิ่งไปชั่ววิก่อนที่จะรีบวิ่งนำหน้าเขาไปอ่างรวดเร็ว

ห่าเอ้ย!ไปแย่งอาวุธมาแต่ยิงไม่ได้มันก็ไม่ใช่เรื่องละไอ้ควาย! bullsh*t!

“ทหารนี่โง่แบบนี้ทุกคนไหมวะ!เห็นไหมมันตามทันแล้ว!  โทมัสตะโกนด่า ก่อนที่จะกระโดดข้ามกองถังขยะอย่างคล่องแคล่ว  คริสเตียนไม่ได้ตอบ แต่พาเขาวิ่งหลบเข้ามาในตัวตึก โทมัสที่ไม่รู้ทางก็ได้แต่วิ่งตามมา เสียงปืนด้านหลังยังดังอยู่เป็นระยะ

“พวกแกเป็นใคร!” แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้เข้าไปข้างในตัวตึกก็โดนต้อนรับจากเหล่าบรรดาลูกสมุนที่ยังอยู่ในตึก โทมัสก้มย่อตัวก่อนจะเตะสกัดขา เช่นเดียวกับคริสเตียนที่ออกแรงยันจนร่างนั้นกระดอนไป พวกเขาใช้โอกาสนี้วิ่งหนีเข้าไปหลบในตึก คริสเตียนวิ่งนำหน้า แต่ในขณะนั้น หางตาของเขาก็มองไปเห็นบางสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยขวดเหล้า เขาวิ่งไปหยิบมีดปอกผลไม้สั้นๆ ก่อนจะรีบพาโทมัสวิ่งเข้าไปในลิฟต์สำหรับขนสินค้า ก่อนจะหมุนตัวใช้มือด้านหลังกดปิด แต่ยังไม่ทันที่ประตูจะปิดดี ไอ้พวกสมุนก็พากันกรูเข้ามาก่อนจะเจอเขาสองคนในลิฟต์ ทั้งสองก้มลงต่ำเพื่อหลบกระสุนปืน พวกนั้นวิ่งใกล้เข้ามาแต่สุดท้ายก็ไม่ทัน เพราะลิฟต์ได้ถูกดึงขึ้นแล้ว คริสเตียนจึงใช้โอกาสนี้ตัดเชือกผ้าที่มัดมือเขาเอาไว้ แล้วหันไปตัดให้คนข้างตัวบ้าง

“อย่าทำอะไรโง่ๆอีกนะคริสเตียน ฉันไม่คิดเลยว่านายจะโง่ได้ขนาดนั้น!” โทมัสว่าก่อนจะออกแรงยันอีกฝ่าย คริสเตียนยกยิ้มแล้วดึงอีกฝ่ายขึ้น ลิฟต์นี้จะพาขึ้นไปชั้นบนสุดของตัวตึก อาจจะหาทางออกยากสักนิด แต่ก็ถือการใช้ลิฟต์เป็นความคิดที่ไม่เลวที่จะยืดเวลาตายออกไป

โทมัสยืนหายใจเข้าปอดช้าๆ ตอนนี้มือเขาว่างแล้ว รับรองว่าเขาจะโชว์ลีลาให้ไอ้พวกสมุนเวรพวกนั้นได้ดูก่อนตายแน่ๆ

ติ้ง!

เสียงลิฟต์เปิดออก คริสเตียนนำหน้าโทมัสออกไป เขาก้มตัวลงเล็กน้อยพลางสอดส่ายสายตาตรวจสอบ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวออกไปไกล ก็มีไอ้แห้งวิ่งถือมีดเข้ามาหาพวกเขา โทมัสจึงใช้โอกาสนี้จับแขนอีกฝ่ายแล้วออกแรงบิดจนมีดหล่นลงพื้นดังแคร้ง จากนั้นเขาก็ใช้ขาเตะหนักๆไปที่ท้องสองสามทีจนหมอนั่นนิ่ง

“ใช้ได้นี่คุณ” คริสเตียนชม โทมัสไม่พูดแต่กลับโชว์นิ้วกลางใส่แล้วเดินตามคริสเตียนต่อ แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ก้าวไปไกล เสียงคนจำนวนหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลังขึ้นมาเสียก่อน

ให้ตาย ไอ้เรย์โนล์ดทำไมมันมีสมุนเยอะแบบนี้

เขาสองคนวิ่งหลบไปคนละมุม ผู้กองหนุ่มวิ่งไปหลบยังโต๊ะทำงานตัวโต ส่วนอดีตทหารวิ่งไปหลบที่มุมห้อง เสียงปืนยิงกราดเข้ามาทำเอาแทบหูหนวก โทมัสจึงค่อยๆหมอบคลานเข้าไปใกล้ๆ เป้าหมายก่อนจะคว้าเอาตุ๊กตาเซรามิกข้างๆตัวโยนออกไป

“ระเบิด!

“เฮ้ย!  สิ้นเสียงตะโกนของโทมัส ไอ้ลูกสมุนพวกนั้นก็ตกใจแล้ววิ่งหลบกันคนละมุม บางคนทิ้งปืนเอาไว้ทำให้โทมัสได้มีโอกาสใช้ความเร็วของตัวเองวิ่งไปหยิบมา พลางใช้ขาอีกข้างเตะให้คริสเตียน

“หนอย!แก!หลอกกันเรอะ!!  ไอ้ดำว่าขึ้นก่อนจะเล็งปืนมาทางเขา แต่ยังไม่ทันที่จะได้เหนี่ยวไก โทมัสชิงก็เล็งไปที่อกเสียก่อนจนไอ้ดำนั่นตายคาที่ 

“ไปตายซะ!” โทมัสว่าก่อนจะชูนิ้วกลางใส่พวกที่เหลือ จากนั้นก็วิ่งมาหลบมุมเดียวกันกับคริสเตียน ทั้งสองคนช่วยกันซุ่มยิงอยู่ตรงมุมห้อง จนสอยได้ร่วงไปหลายคน

แกร้กๆ

“กระสุนหมด!” โทมัสตะโกนขึ้น คริสเตียนยิงระวังให้ก่อนจะดึงอีกฝ่ายให้ตามตัวเองมา

“ตามมา!” คริสเตียนรีบวิ่งนำโทมัสไปยังหน้าต่างบานใหญ่แล้วพุ่งตัวออกไปทันที

บ้าเอ้ย!ไอ้บ้านี่มันดิบเกินไปแล้ว!

โทมัสวิ่งตามมาต้อยๆ ตอนนี้พวกเขามาอยู่ที่ดาดฟ้าของตึก เสียงปืนดังไล่มาจนเขาสองคนต้องก้มตัวหลบเล็กน้อย

“คุณเคยกระโดดไกลไหม”

“นี่มันใช่เวลามาถามไหมวะ!” เขาตะโกนกลับอย่างหัวเสีย เวลาอย่างนี้ใครมันจะมีอารมณ์มาถามเล่นถามหัวอย่างมันกัน

“เดาว่าเคย งั้นเอาทักษะนั้นมาใช้ตอนนี้เลย!  พูดไม่ทันจะได้ตอบ คริสเตียนก็ยืนขึ้นก่อนจะถอยหลังแล้วออกแรงกระโดดข้ามไปยังอีกตึกทันที โทมัสมองตามอย่างอึ้งๆ

Come on!” อีกฝ่ายตะโกนเรียก โทมัสจึงกัดฟันลุกขึ้นแล้วออกแรงกระโดดตามไป ครั้งสุดท้ายที่กระโดดคือตอบทดสอบสมรรถภาพร่างกายในปีสุดท้ายก่อนจบ  เขาลอยตัวข้ามความสูงก่อนจะลงมานอนกลิ้งที่อีกฟากอย่างสวยงาม พลางก้มตัวหลบกระสุนจากอีกฝั่งไปด้วย

“มาเร็ว!” คริสเตียนเร่ง เขาจึงต้องรีบลุกแล้ววิ่งหลบเข้าไปในตัวตึก คริสเตียนออกแรงยันประตูจนกระเด็นไป เขาสองคนรีบวิ่งเข้าไปในตัวตึก คนตัวสูงกว่าวิ่งนำลัดเลาะไปราวกับชำนาญทางเป็นอย่างดีจนโทมัสอดนึกสงสัยไม่ได้ว่าเขารู้ทางพวกนี้ได้ยังไง

“ลงไปทางนี้!ให้ไว ออกไปทางประตู แล้ววิ่งอ้อมไปทางด้านหลังเลย มีประตูอยู่ เพื่อนคุณน่าจะมารอแล้ว!  คริสเตียนพูดเร็วๆจนเขาฟังแทบไม่ทัน ก่อนที่จะวิ่งชนประตูจนมันหลุดไปกับตัว แล้วออกแรงกระชากเขาให้วิ่งตาม คริสเตียนพาวิ่งลงมายังบันไดฉุกเฉิน พวกเขาสองคนวิ่งสับขาจนแทบจะล้มตกบันไดตาย

“พวกมันอยู่นั่น!

สิ้นเสียง กระสุนปืนห่าใหญ่ก็ไหลลงมาราวกับเม็ดฝน ทั้งคริสเตียนและโทมัสต่างก็ต้องรีบลงไปด้วยและใช้ความเร็วด้วย คริสเตียนที่เริ่มเห็นท่าไม่ดีเลยพังประตูของอีกชั้นแล้ววิ่งเข้าไปทันที

“แม่งเอ้ย!อะไรมันจะตามกันปานนั้น!” ผู้กองหนุ่มสบถ แล้วรีบวิ่งตามคนตัวโตกว่าให้ทัน คริสเตียนวิ่งเข้ามาในห้องห้องหนึ่ง ก่อนที่จะรีบเปิดหน้าต่างแล้วหย่อนตัวลงไป โทมัสยังไม่ทันจะได้ถามเลยว่าไอ้ที่ลงไปน่ะจะไปไหนก็เลยได้แต่หุบปากไว้แล้วรีบตามลงไป

“เหวอ!

ไอ้ฉิบหาย!โคตรสูง! ลงไปยังไงของมันวะ!

โทมัสตอนนี้นั่งเกาะขอบหน้าต่างไว้แน่น มองร่างสูงยืนโบกมือตะโกนหยอยๆอยู่ด้านล่างก็พลันหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาดื้อๆ

“มาเร็ว!!โดดลงมาเลย”

บ้าเอ้ย!ดูจากความสูงแล้วมันน่าจะราวๆ 10 ฟุตได้ ถ้าไม่ใช่คนมีทักษะจริงๆมันต้องมีขาหักกันบ้างล่ะวะ!

นี่ต้องมาเสี่ยงขาเพราะไอ้นี่จริงๆเหรอวะ?!

“เร็ว!

ปัง! ปัง!

เอาวะ! โทมัสบาร์เชลตัน ไม่มีอะไรที่แกทำไม่ได้

โทมัสปล่อยมืออกจากขอบหน้าต่างก่อนจะร่วงลงมาด้านล่างอย่างรวดเร็ว เขาตกลงมากระแทบพื้นทำเอาจุกหน่อยๆ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย ตรวจดูแข้งขาตัวไตไส้หัวยังอยู่ดี

ฟู่วว โชคดีไปนะเรา

“ไปเร็ว! มันมาแล้ว” คริสเตียนรีบวิ่งมาฉุดเขาที่นั่งแหมะอยู่กับพื้นขึ้นทันที ทั้งคู่รีบวิ่งหนีดงกระสุนที่ยิงมาทางด้านหลัง พวกนั้นยิงลงมาจากบนตึกทำให้ค่อนข้างเสี่ยงใช่ย่อย คริสเตียนวิ่งกระชากเขาลัดเลาะมาตามทาง ไม่นานก็มาถึงทางออกที่ไอ้ทหารนี่มันว่าไว้ แต่ทว่าทั้งคู่ก็ต้องหยุดวิ่ง เพราะเหมือนกับว่าประตูที่คริสเตียนรู้จักนักหนาจะถูกก่อปูนปิดไปแล้วเรียบร้อย จึงกลายเป็นว่า ตอนนี้มีแค่กำแพงสูงที่กั้นไว้แค่นั้น

“ไหนประตูของนาย!นี่มันทางตันชัดๆ!” โทมัสตะโกนก่อนจะชี้ไปยังสิ่งก่อสร้างหน้าตัวเอง

“ไอ้เรย์โนล์ดน่าจะให้ลูกน้องสร้าง เพราะมันเป็นรูรั่วของมัน”  คริสเตียนพูดขึ้นมาโดยที่ไม่มองหน้าเขา

“แล้วเราจะทำยังไง วิ่งกลับไปออกทางเข้าไหม”

“ทำแบบนั้นก็เอาปืนมายิงตัวเองเถอะ” ร่างสูงกว่าตอบ ตอนนี้ทั้งคู่เต็มไปด้วยเหงื่อไคลชนิดว่าเซ็กซี่จนสาวไปไหนไม่รอด

งั้นมั้งนะ เหม็นเหงื่อฉิบหาย

“นายคิดจะทำอะไร” โทมัสย่นคิ้วเมื่อเห็นว่าคู่หูจำเป็นของตัวเองกำลังก้าวถอยหลังช้าๆ

“ปีนกำแพง”

“ห้ะ!  ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ อีกฝ่ายก็วิ่งอย่างรวดเร็วขึ้นไปเกาะริมกำแพงได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ค่อยๆยันตัวขึ้นเป็นนั่งชันเข่าอยู่บนกำแพงอย่างเท่

“มาเร็ว เดี๋ยวผมช่วยดึง พวกมันจะมาถึงแล้ว”

“ให้ตายสิวะ!  โทมัสตะโกนอย่างหงุดหงิด แต่ก็ยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอก เขาถอยหลังไปสองสามเก้า ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วออกแรงวิ่งทันที พอไปถึงกำแพง เขาก็กระโดดขึ้น แต่น่าเสียดายที่มือดันไม่ถึงริมกำแพงเหมือนอีกฝ่าย คริสเตียนเห็นแบบนั้นก็เลยใช้มือข้างหนึ่งจับกำแพงแล้วอีกข้างจับคนตัวเตี้ยกว่าเอาไว้ กลายเป็นว่าตอนนี้เขากำลังจับแขนคุณตำรวจห้อยต่องแต่งอยู่บนกำแพง

หวุดหวิดเลยแฮะ

“อึ้บ!  โทมัสออกแรงยันตัวเองขึ้นมา คริสเตียนช่วยดึงขึ้น จนในที่สุดทั้งคู่ก็ขึ้นมาอยู่บนกำแพงได้สำเร็จ คริสเตียนเห็นอีกคนนั่งหอบเล็กน้อยก็นึกหมั่นเขี้ยวฟาดก้นอีกฝ่ายไปที

Good boy” เขาเอ่ยชม

“ทำบ้าอะไรของแกว่ะห้ะ!อยากตายรึไง!  ปฏิกิริยาของอีกคนรุนแรงเสียจนคริสเตียนนึกขำในใจ แต่ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้ฆ่าเขาสมใจ เสียงปืนก็ดังตามมาใกล้

“นั่น!พวกเรามาแล้ว”  โทมัสเหมือนลืมเรื่องขุ่นเคืองเมื่อครู่ ก่อนจะชี้ไปยังรถของพวกเขาที่ตอนนี้กำลังซิ่งมาทางนี้ คริสเตียนเห็นแบบนั้นก็เลยตั้งท่าแล้วกระโจนลงมาจากริมกำแพงนั่น  โทมัสเห็นอย่างนั้นก็เลยกระโดดลงมาตาม แต่ดันเสียหลักไปเล็กน้อย อดีตทหารจึงรีบพยุงไว้ แต่ก็โดนอีกฝ่ายหยิกเข้าที่เนื้อหนังเน้นๆกลับมาเป็นรางวัล

“ไม่ต้อง!” โทมัสว่า ก่อนที่จะรีบวิ่งไปยังรถทันที เขาเปิดประตูหลังอย่างรวดเร็วก่อนจะโยนตัวเองเข้าไป ไม่นานนักร่างใหญ่ของคู่หูของตามเข้ามาสมทบ ริชาร์ดหันหน้ามาเช็คให้แน่ใจก่อนจะรีบบึ่งรถออกจากแดนอันตรายนี่ทันที

“สภาพดูไม่ได้เลยนะพวก” ริชาร์ดเอ่ยแซวเบาๆ

“ไอ้เรย์โนล์ดมันอยู่ที่บัฟฟาโล ต้องรีบไป”  โทมัสรีบตะโกนบอกเพื่อน

“เออๆ ได้ยินหมดแล้วน่า”

“น้ำ” เด็กหนุ่มจากไมอามียื่นน้ำเย็นๆมาให้ เขาสองคนรับไว้ก่อนจะรีบเปิดฝาขวดกระดกทันที โคตรเหนื่อย ไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาจะโดนหลอก นี่ไอ้เรย์โนล์ดมันรู้ตัวทันหรือยังไง ทำไมมันถึงเปลี่ยนแผน

“ฉันแอบคิดเหมือนนายนะพี่เบิ้ม บางที พวกเราอาจจะโดนสวมเขา”

“นายอย่าไปเชื่อมันจะได้ไหม ขอที!

“เพราะเราเชื่อเขาไม่ใช่รึไง ที่ทำให้เรารู้ว่าเราโดนหลอก” ริชาร์ดสวนกลับทำเอาโทมัสเงียบไม่เถียงต่อ คำพูดมันจี้ใจดำเขาเสียจนตีสีหน้าอึดอัดออกมาจนหมด

“คราวนี้ หลังจบภารกิจ เราคงต้องกลับไปเคลียร์กันหน่อย” เนิ่นนานกว่าเขาจะหาเสียงเจอ เขาพูดออกมาพลางถอดเสื้อที่เหม็นกลิ่นเหงื่อออกจากตัว พอผิวหนังสัมผัสอากาศเย็นๆก็ทำเขาใจเย็นลงมาบ้าง

คริสเตียนนั่งมองอีกฝ่าย  ความจริงแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะมองเลยสักนิด ก็อยู่ๆเล่นมาถอดผ้าถอดผ่อนข้างกันขนาดนี้ถึงไม่อยากจะเห็นมันก็ต้องเห็น เขาเหลือบมองด้วยหางตา ก่อนจะลอบสังเกตอีกฝ่ายเงียบๆ ความมืดในตอนนี้ไม่ได้ทำให้ผิวขาวๆของคนข้างตัวมืดไปด้วยเลย เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกตำรวจนี่มันดูแลตัวกันดีขนาดนี้ทุกคนเลยไหม

“นายกำลังทำให้ฉันขนลุก” เขาชะงักเมื่อเห็นสายตาดุๆจากเจ้าของร่าง เขากระแอมเล็กน้อยก่อนหันหน้าหนีจากร่างกายนั่น

“แผลตรงอกไปโดนอะไรมา” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่ทำเอาคนที่เป็นเจ้าของรอยแผลนั่นไม่พอใจอย่างมากที่รู้ว่าโดนลอบมอง ไม่ใช่ว่าเขาหวงเนื้อหวงตัวสะดิ้งอะไร แต่เขาแค่ไม่ชอบการที่คนอื่นมาเห็นเนื้อตัวเขาจนเกินความจำเป็น เขาไม่ชอบให้ใครมารุ่มร่าม  แค่ไอ้ริชาร์ดแซวนิดหน่อยก็จะตบหัวมันให้หลุดจนได้

อีกอย่าง มามงมามองกันแบบนี้มันก็มีเสียวกันบ้าง สมัยนี้ชายแท้มันมีมากเสียที่ไหน ไอ้กล้ามๆแบบนี้ก็มีอยู่ถมไป

“หุบปากถ้านายยังอยากทำงานอยู่” เขาขู่

“โดนยิงมาน่ะสิ เกือบม่องแน่ะ ตอ...”

“แกอยากตายนักใช่ไหมห้ะไอ้เพื่อนเวร!” เขาตะโกนอย่างดังก่อนจะถีบเบาะดังปั้กเล่นเอาคนขับรถเสียหลักการทรงตัวรถไปเล็กน้อย  จากนั้นเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างดังทำเอาโทมัสถีบเขาไปอีกรัวๆ  เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเด็กหนุ่มไมอามีได้เป็นอย่างดี

ชอบความรุนแรงสินะ....คุณบิลล์

 

***

 

 

“ฉันเห็นนะ”

“อะไร”  เสียงเข้มเอ่ยกลับ คริสเตียนขมวดคิ้วมุ่นมองเด็กหนุ่มผมหยิกข้างตัว พลางสวมเสื้อตัวใหม่เข้าไปด้วย ตอนนี้พวกเขาจอดรถแวะพักที่ปั๊มแถวๆชานเมือง เจ้าของปั๊มมีแค่ตาลุงขี้เมากับหมาดำหนึ่งตัว ตอนนี้เป็นเวลาราวๆสามทุ่มได้ พอมาถึงที่นี่พวกเขาก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวกัน แล้วตอนนี้ เขาก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมสำหรับการทำงานต่อ

ได้อาบน้ำแล้วมันค่อยกระชุ่มกระชวยมาบ้าง

“สายตาของนายตอนมองเคลวิน”  คริสเตียนชะงัก ก่อนจะหันไปมองอีกฝ่ายแล้วตีสีหน้าเรียบเฉย

“มันยังไง” คริสเตียนถามกลับ กอดอกพิงกรอบประตูห้องน้ำ

“อะไรกัน ให้เข้าไปทำงานด้วยกันเฉยๆนะ” ปีเตอร์กลั้วเสียงหัวเราะ แต่กลับได้รับเพียงสายตาดุๆจากอีกฝ่าย

หยอกไม่ได้เลย โหดตลอด

“ฉันกับหมอนั่นไม่มีอะไรกัน จบงานก็แยก” เขาว่า ก่อนจะรับเอาบุหรี่จากคนอายุน้อยกว่ามาสูบ ที่จริงเขาไม่ใช่คนติดบุหรี่ แค่สูบบ้างบางครั้ง ปีเตอร์ยกยิ้มก่อนจะพ่นควันออกมา

“พูดเหมือน one night stand เลยว่ะ”

“ไร้สาระ”

“ระวังไว้นะ ดุๆอย่างนาย พลาดเพราะลูกแมวมาเยอะแล้ว”

“เอาเป็นว่าสิ่งที่นายพูดมันทำให้ฉันชักจะคิดผิดแล้วที่เอานายมาด้วย” คริสเตียนตัดบทสั้นๆ ก่อนจะทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วเดินออกไป ทิ้งให้ปีเตอร์ยืนอยู่คนเดียว เด็กหนุ่มยืนยกยิ้มมองตามคุณพี่ชายต่างสายเลือดตัวเอง

“นายไม่ได้มองใครแบบนั้นมานานแล้วนะ คริส”

ยังไม่ทันคิดอะไรได้มาก สายตาเขาก็ดันเหลือบไปเห็นชายอีกสองคนเดินมายังรถที่จอดอยู่ สายตาของเขาโฟกัสไปยังผู้ชายผมสีเข้ม เขารู้สึกว่าสองคนนี้มีอะไรที่ยังปิดบังเอาไว้ ความจริงเขาไม่ใช่คนเซนส์แรงหรืออะไรหรอก แค่คิดว่ามันมีอะไรสักอย่างเฉยๆ

และเขาจะต้องรู้ให้ได้

บิลล์ เขายอมรับว่าเขาสนใจในระดับหนึ่ง หมอนั่นเป็นผู้ชายอารมณ์ดี ทั้งยังมีรอยยิ้มที่สดใส ถึงแม้จะสูงกว่าเขานิดหน่อย แล้วก็อาจจะดูแข็งแรงกว่าเขาไปสักเล็กน้อย แต่เขาก็คิดว่าคนนี้แหละ กำลังโอเค

เห็นตอนเปลี่ยนเสื้อตอนนั้น หมอนั่นมีกล้ามเยอะกว่าเขา คงเพราะน่าจะดูแลร่างกายประจำ สีผิวก็ยังเข้มกว่า ไม่เหมือนของเขาที่ค่อนข้างจะติดไปทางขาว ไม่ว่าจะอาบแดดยังไงมันก็กลับมาเหมือนเดิม แต่ก็นั่นแหละ พอได้ลอบมองด้านหลังแล้วก็ต้องมองด้านหน้า บิลล์ค่อนข้างใกล้เคียงคำว่าเซ็กซี่มากในสายตาของเขา

เฮ้....พีท นายนี่น้า มาทำงานนะเว้ยมาทำงาน แกจะเอาลูกทีมมาบำเรอตัณหาไม่ได้!

แต่ตายล่ะ....

Sh*t  เขาก้มลงมองกล้ามเนื้อตรงกลางตัวของตัวเองที่จู่ๆก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา ทำเอาเขาอยากจะเอาหัวโขกพื้นตรงหน้านี่ให้มันจมลงไปเลยทีเดียว เขาเบนสายตาไปมองคนที่ถูกใจอีกครั้งก่อนจะต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ

สงสัยต้องใช้วิธีเดิมๆแล้วแหละ ยังดีที่ในห้องน้ำมีแค่เขาคนเดียว เฮ้อ

100%

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #12 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:28
    ต่างคนต่างเจอคนที่ถูกใจ ใช่มั้ยล่าาา
    #12
    0