YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 6 : Mission 6 : No plan no work (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    10 พ.ค. 61

THE MISSION


Image result for chris hemsworth gif

Wide-eyed with a heart made full of fright
Your eyes follow like tracers in the night
And the tightrope that you wander everytime
You have been weighed, you have been found wanting

**นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย และมีคำหยาบนะคะ**



“ความจริงนะ นายควรจะพาทำอะไรสักอย่าง จริงๆนะ”  น้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณผู้กองหนุ่มดังขึ้น เขาค่อนข้างที่จะไม่พอใจที่ทำได้แค่รอ

ใช่แล้ว หลังจากที่หนีกองทัพคนจรจัดมาได้ เขาก็โดนไอ้หนวดกล้ามปูนี่หลอกมานั่งแถวๆบริเวณทางเข้าขนาดใหญ่ ตรงทางเข้ามีลวดหนามวางขวางไว้อีกชั้น ส่วนตรงพื้นก็เหมือนจะแผงตะปูเหล็กวางเอาไว้สำหรับเจาะยางรถที่ผ่านเข้าออก แถวนั้นเต็มไปด้วยลูกน้องของไอ้เรย์โนล์ดยั้วเยี้ยไปหมด ทั้งปงทั้งปืน ยืนถือกันแทบจะทุกคนด้วยซ้ำ

ไอ้ห่า...อาวุธครบมือขนาดนั้น จะทำอะไรได้วะ นี่ถ้าริชาร์ดยื่นมาสักชิ้นสองชิ้นติดไม้ติดมือนิดหน่อยคงไม่ต้องมานั่งแกร่วอยู่ข้างถังขยะแบบนี้ ให้ตาย เซ็งชะมัด

“เราอยู่ที่นี่มาได้สามสิบนาทีแล้วนะคริสเตียน” เขาเอ่ยเตือนอีกฝ่าย ทางฝั่งนั้นเอง ตั้งแต่มาหยุดอยู่ตรงนี้ เขาก็เอาแต่จ้องมองประตูนั่นไม่วางตา แถมยังไม่พูดอะไรสักอย่างนอกจากคำว่ารอ นี่คิดว่าเขาเป็นหมาตำรวจรึไง!

“งั้นคุณบอกผมมา ทำอะไรได้?”

โทมัสเบนสายตาไปทางด้านหน้าตัวเอง ก่อนจะพูดขึ้นมา

“นายน่าจะพอรู้จักรูรั่วของรังมันบ้างสิ”

“รู้แล้วยังไง เข้าไปก็เจอลูกสมุนมัน อีกอย่าง คุณรู้จริงๆเหรอว่าไอ้เรย์โนล์ดอยู่ที่นี่?”

“เอ้า?! หมายความว่ายังไง เรย์โนล์ดไม่ได้อยู่ที่นี่”  โทมัสขมวดคิ้วมุ่น บนหน้าผากเต็มไปด้วยคำว่าทำไมทำเอาคริสเตียนเอ็นดูไม่น้อย

เดี๋ยวนะ? เอ็นดูงั้นเหรอ ตลก

“มองหน้าฉันอยู่ได้ ตอบมาสักที” เสียงติดจะรำคาญของอีกฝ่ายทำเอาเขาต้องจำนนตอบออกไปตามความคิดของตน

“คุณดูนะ” เขาว่าพลางชี้มือไปยังประตูด้านหน้า โทมัสมองตามนิ้วชี้ใหญ่อย่างสนใจ

“ปกติ คนคุมจะมีแค่ห้าถึงหกคน แต่ตอนนี้ มันมีมากขึ้นเป็นเท่าตัว แล้วแต่ละคนก็มีอาวุธครบมือ แต่ละชิ้นก็ไม่ใช่เล่นๆ  กะเอาคนผ่านเข้าไปพรุนเลยมั้ง เพราะแบบนี้ ผมเลยคิดว่ามันผิดปกติ” คริสเตียนว่าพลางลอบสังเกตอาการของอีกฝ่าย

“นายรู้ได้ยังไง?” โทมัสถามจี้จุด คริสเตียนเลือกที่จะไม่ตอบ แล้ววนกลับเข้าหัวข้อเดิมทันที

“ผมสงสัยว่า ไอ้เรย์โนล์ดสั่งลูกน้องเตรียมขนาดนี้เพื่ออะไร มันเหมือนกับรอฆ่ามากกว่ารอรับของจากลูกค้า คิดงั้นไหม” หลังจากที่ตนพูดจบ ก็หันไปจ้องหน้าโทมัส ผู้กองหนุ่มที่เหมือนจะลืมคำถามของตนไปแล้วได้แต่คิดตามอย่างมีลำดับขั้นตอน เขาละสายตาจากทางเข้านั่น ก่อนจะมองดูคนข้างตัว

“มันอาจจะเพื่อป้องกันสินค้าก็ได้ นายคิดดูนะ ในแถบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีตัวร้ายตัวอื่นนอกจากเรย์โนล์ดใช่ไหม สินค้าชุดนี้อาจจะล่อตาล่อใจคนอื่นเอาก็ได้ มันเลยป้องกันไว้ เป็นฉันก็จะทำ”  โทมัสว่าออกมาตามประสบการณ์ที่เคยพบมาอย่างโชกโชน แต่อีกฝ่ายกลับเพียงหัวเราะออกมาเบาๆ

“ไม่มีใครใหญ่เกินกว่าไอ้เรย์โนล์ด ไม่มี”  เสียงทุ้มว่าทำเอาผู้กองหนุ่มเสียหลักไปเล็กน้อย

“ไม่อย่างนั้น ก็อาจ...”

“คุณเลิกเดาเถอะ ไม่มีทาง ผมว่า มันสั่งลูกน้องให้รอใครบางคน คนที่มันรู้ว่าจะมา” ยังไม่ทันที่โทมัสจะได้แสดงความคิดเห็น อีกฝ่ายก็เบรกเขาด้วยประโยคเมื่อครู่ พร้อมชี้มือไปยังทางเข้านั้นอีกรอบ

“รอใคร”

“เราไง” อีกฝ่ายตอบกลับสั้นๆ ทำเอาโทมัสหน้าเอ๋อไปในทันที เขารวบรวมสติอยู่พักก่อนจะแค่นหัวเราะแล้วหันไปมองคริสเตียน

“ไม่มีทาง พวกมันไม่มีทางรู้มาก่อนเรื่องการบุกนี่ นี่มันปฏิบัติการลับสุดยอด” โทมัสแย้ง

“หรือว่า มันไม่ได้อยู่ที่นี่” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ฟังสิ่งที่เขาพูดออกไปเลยสินะ! ให้ตาย เขาเกลียดคนที่ไม่ทำตามคำสั่งของเขาที่สุด เขาน่ะเป็นหัวหน้าหน่วยนะเว้ย!

“คริสเตียน นายทำฉันมีน้ำโหนะ”

“เคลวิน ผมมีลางสังหรณ์บางอย่าง”  คริสเตียนหันหน้ามองเขาแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเสียจนเขาดุไม่ออก

“อะไร” เขาตอบกลับเสียงแข็ง

“ผมว่าเรย์โนล์ดไม่ได้อยู่ที่นี่ มันรู้แน่ๆว่าเราจะมา และผมคิดว่ามันอาจจะเป็นกับดัก”

“นายเลิกพูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้สักทีได้ไหม” โทมัสว่าอย่างระอาเต็มทน  ในใจมันอยากจะตะโกนออกไปจังๆว่าภารกิจนี้น่ะมันระดับชาติ รัสเซียอุตส่าห์ขอร้องให้ช่วย! รัสเซียเลยนะเว้ย! คิดเอาแล้วกันว่าถ้ามันไม่มีข้อมูลที่ชัวร์ขนาดนี้เขาจะส่งหน่วยมาไหมวะ!

แต่ก็นั่นแหละ ทำได้เพียงส่งสีหน้าอึดอัดเต็มประดา

“ผมว่า เรย์โนล์ดไม่ได้อยู่ที่นี่ และที่นี่มันเป็นกับดัก เราอาจจะถูกหลอกมาให้เชือด”

“แล้วมันจะเชือดเราไปทำพระแสงของ้าวอะไรวะ!” เขาอดจะตะคอกใส่ไม่ได้ แต่พอตะคอกเสร็จอีกฝ่ายก็รีบเอามือหนานั่นมาตะครุบปากไว้ทันที

“เบาๆสิคุณ!” คริสเตียนเอ็ดคนที่เด็กกว่า

“เออ! รู้แล้วน่า!” โทมัสปัดมือหนานั่นให้ไกลตัวอย่างแรง มือโคตรสากเลยสิวะ ให้ตาย

“ยังไงฉันคิดว่านายนั่นแหละที่คิดผิด พวกมันก็แค่พวกนักเลงห้าวขาโจ๋ ไม่มีทางคิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้น แล้วอีกอย่าง พวกมันจะฆ่าพวกเราทำไม? พวกมันจะรู้ได้ยังไงว่าเรามา แล้วถ้าเรย์โนล์ดจะหนี มันจะหนีไปไหน” โทมัสร่ายยาวออกมา หวังว่าจะให้อีกฝ่ายตอบให้ได้

“เพราะมันรู้ว่าเรามาเพื่ออะไร ที่มันรู้ก็น่าจะเพราะมีคนบอกมัน  คนที่รู้ว่าเราจะทำยังไงเพื่อมาที่นี่ และผมคิดว่ามันคงหนีไปยังที่ที่มีการค้าจริงๆ”  และคำตอบของคริสเตียนก็ทำเอาอีกฝ่ายนั่งเงิบไปแล้วเรียบร้อย โทมัสอ้าปากค้าง ไม่ใช่เพราะอึ้ง แต่เพราะเขาคิดว่าไอ้หนวดนี่มันติดคุกมานานหรือยังไงทำไมถึงคิดไปไกลได้ขนาดนั้น

ถามจริง ในคุกนี่เขาไม่ให้ทำอะไรคลายเครียดหรือยังไงวะ นี่ชักกลุ้มแล้วนะว่าหมอนี่จะช่วยได้จริงๆหรือเปล่า

“คุณแน่ใจนะ ว่าคนที่จ้างคุณ มันเป็นคนที่ไว้ใจได้”

ไอ้บักกล้ามโง่เง่า! รัฐมนตรีต่างประเทศขนาดนั้น!

“โคตรของโคตรไว้ใจได้” เขาตอบไปอย่างแน่ใจ

“คุณอยากพิสูจน์ไหมว่าที่ผมพูดมันจริงหรือเท็จ?”  หลังจากที่ตอบไป คริสเตียนก็สวนคำถามกลับมาทันทีด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนมองต้องเสียวหัววาบๆ โทมัสหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ

โทษทีนะ ครั้งล่าสุดที่ไว้ใจคือพาไปกินอาหารจากถังขยะ เฮลโหล นี่โทมัสนะ โทมัส บาร์เชลตัน จาก FBI เลยนะเว้ยเฮ้ย

“อย่าคิดอะไรแผลงๆ”  เขาขู่เสียงเข้มพลางจ้องตาอีกฝ่ายนิ่ง คริสเตียนที่พอเห็นคุณตำรวจเอาจริงก็รู้สึกสนุกขึ้นมาเสียไม่ได้

“จะได้รู้กันไปเลยไง ว่าที่ผมพูดน่ะมันจริงไหม ถ้ามันไม่จริง ผมจะพาคุณลุยแบบลืมตายเลย”

“แล้วถ้ามันเป็นอย่างที่นายพูดล่ะ”  เขาถามแบบไม่ไว้ใจสุดๆ

“แบบนี้แปลว่าคุณเชื่อผมแล้ว?”

“เอาเป็นว่าไม่ได้ถาม” โทมัสตัดปัญหาด้วยการหันหน้าหนีทันที ชักจะเหม็นขี้หน้าไอ้นี่เต็มทน

“ถ้ามันเป็นแบบที่ผมพูด ก็แค่ไปที่ที่มีไอ้เรย์โนล์ด” คริสเตียนว่า โทมัสที่นั่งฟังไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับมองไปยังทางเข้าด้านหน้านั่นอย่างใช้ความคิด เขาไม่อยากจะเสี่ยงตามแผนของไอ้หนวดนี่สักเท่าไหร่ แต่ถ้าจะให้บุกเลยมันก็ห้าวลืมตายไปหน่อย

จะทำยังไงให้เข้าไปข้างในได้นะ

แต่ถ้าเกิดไอ้อดีตทหารนี่มันพูดถูกล่ะ การเข้าไปก็เท่ากับฆ่าตัวตายเลยนะนั่น

“ถ้าคุณคิดวิธีไม่ได้ งั้นก็มาใช้วิธีผมก่อนไหมล่ะ” คริสเตียนตอบกลับด้วนน้ำเสียงทะเล้นจนเขาอยากจะใช้กระบวนท่าที่มีล้วงเข้าไปในคอนั่นแล้วขยำกล่องเสียงทิ้งซะทีเดียวเชียว

“ฉันไม่มีวันทำอะไรพิเรนทร์กับนายเป็นครั้งที่สอง เด็ดขาด!

 

****

 

 

What the hell…

“ดื่มนี่ซะ แล้วทำตัวเป็นคนเมา ทำเป็นไหม”

“เออ บอกเป็นรอบที่ล้านแล้ว”  เขารับคำสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะออกแรงเข็นรถซาเล้งเก่าๆที่บรรทุกเต็มไปด้วยขวดเหล้าเถื่อนเป็นสิบๆขวดไปตามทาง ตอนนี้เป็นว่าหกโมงเย็น ฟ้าเริ่มจะมืดครึ้ม ทางก็เลยมองยากขึ้นมาถนัดตา

เขาไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะหลงกลทำตามแผนของหมอนี่เป็นครั้งที่สอง ป่านนี้ไอ้ริชาร์ดหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอยู่แน่ๆ หนอย ไอ้เพื่อนเวร วันหลังจะลองติดเครื่องแอบฟังมันบ้าง เอาให้แม่งรู้ทุกอย่างที่มันทำเลย

โมโหแล้วพาลว่ะ

“ใกล้ถึงแล้ว คุณหัวเราะดังๆเลยนะ หัวเราะแบบคนเมา หวังว่าจะทำเป็น” คริสเตียนในสภาพที่ดูแล้วค่อนข้างน่าสมเพชสั่งเขา ตอนนี้เขาสองคนช่วยกันเข็นรถที่ไปใช้กำลังปล้นมาจากหัวมุมซอย เข็นมาตามทางจนใกล้จะถึงหน้าทางเข้าที่เป็นเป้าหมาย หลังจากวางแผนและรอเวลามาร่วมหลายชั่วโมง ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ขยับขาเสียที

“อย่ามาสั่ง คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน” โทมัสตอบไปด้วยแรงอีโก้ล้วนๆ

“หยิ่งเก่ง” อีกฝ่ายตอบกลับแค่นั้นแต่ก็ทำหัวเขาร้อนปุดๆเหมือนมีคนเอาไฟมาสุม

“แสดงให้ผมดูสิ ว่าตำรวจไม่ได้มีดีแค่ปาก แต่มีสมอง มีไหวพริบด้วย” คริสเตียนเหน็บเบาๆก่อนจะยักคิ้วใส่เขา โทมัสกัดฟันกรอด

“ใกล้ถึงแล้ว หัวเราะ”  คริสเตียนสั่ง โทมัสกัดปากอย่างชั่งใจ

“เร็วสิ!  ไอ้หนวดเร่งผู้กองหนุ่มอีกครั้ง ทำเอาเขาต้องยอมจำนนทำตามไปอย่างช่วยไม่ได้

ถ้าแผนนี้ไม่สำเร็จนะ เขาจะฆ่าไอ้นี่แทนไอ้เรย์โนล์ด

Sh*t! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” พอใกล้ถึงหน้าทางเข้า อีกฝ่ายก็สวมบทบาทคนเมาหัวเราะเสียงดัง จนอดีตทหารก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าคนอย่างหมอนี่สามารถทำอะไรที่มันแสดงได้ถึงขนาดนี้เชียว โทมัสยืนหัวเราะหน้าดำหน้าแดงเสียจนเขาเผลอคิดว่าอีกฝ่ายดันเมาเหล้าเถื่อนนี่จริงๆ

ก็ดูแก้มสองข้างนั่นสิ แดงเถือกลามไปยันคอนู่น

“ใจเย็นสิวะจิม แกเมาแล้วอย่างนี้จะทำอย่างไงกับเหล้าวะ” ทีนี้เป็นเขาบ้างที่เข้าบทบาท เอ่ยเรียกอีกฝ่ายว่าจิม คริสเตียนมองคู่หูตัวเองที่หัวเราะเอิ้กอ้ากก็พลันเหลือบตาไปเห็นเหล่าลูกกระจ๊อกกำลังเล็งปืนมาทางพวกเขา คริสเตียนเลยหยุดรถซาเล้งของตัวเองแล้วยกมือสองข้างขึ้นเหนือหัวช้าๆ

“เฮ้ ใจเย็นสิพี่ชาย” เขาว่า

“พวกแกมาทำอะไรแถวนี้” ไอ้ลูกกระจ๊อกคนหนึ่งเดินออกมาแล้วยกปืนขึ้นชี้หน้าเขา

“ฮ่า ฮ่า ไอ้ปลวกนี่หน้าตลกชิบหาย” ยังไม่ทันที่จะได้ตอบ คนข้างตัวก็เดินโงนเงนมาข้างๆตัวเขาแล้วชี้อีกฝ่าย คริสเตียนกลัวเหลือเกินว่าพี่แกจะยิงหัวเล็กๆนี่

“อย่ายิงมันเลย ไอ้นี่มันชื่อจิม เราสองคนมาจากร้านเหล้าตรงหัวมุมถนนตรงนั้น กะว่าจะเอาไปทิ้ง เพราะเฮียเจ้าของร้านแกจะปิดร้าน” คริสเตียนโกหกคำโต พลางพยักเพยิดไปทางหัวมุม ตรงนั้นมีร้านเหล้าอยู่จริงๆ  เขารู้ว่าคนพวกนี้รู้เลยใช้เรื่องนี้กุขึ้นมาหลอก

“แม่งงง โลกมันทำไมลายๆแบบนี้วะ! อึก....”  โทมัสแกล้งโวยวาย ก่อนจะคว้าเอาขวดเหล้าที่วางอยู่ขึ้นมากระดกจนบางส่วนไหลทะลักออกเปรอะเสื้อผ้า จากนั้นเขาก็วางลงที่เดิม ใช้แขนเสื้อเช็ดปากลวกๆไปทีก่อนจะร้องโอ้กอ้ากออกมาดังๆคล้ายจะอาเจียนออกมา อันที่จริงเขาไม่ได้เมา แต่อากัปกิริยาพวกนี้เขาเรียนรู้มาจากริชาร์ด หมอนั่นตอนเมาหนักๆมักจะเป็นขนาดนี้แหละ

ห่าเอ้ย ตอนนี้ไอ้ริชาร์ดมันแอบอัดเสียงไปแล้วรึเปล่าเนี่ย

“เพื่อนผมเมามากแล้ว ขอตัวไปก่อนได้ไหม” คริสเตียนว่าก่อนจะเขยิบมาใกล้ผู้กองหนุ่มช้าๆ แล้วถือวิสาสะโอบอีกฝ่ายให้มาอยู่ใกล้ๆตัว โทมัสนึกหงุดหงิดในใจที่ต้องมาอยู่ในท่าทางแบบนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องอือๆอาๆตามประสาคนเมา

“รีบไป”

“ขอบคุณครับ” คริสเตียนตอบรับก่อนจะค่อยๆเข็นรถ แต่ก็ถูกโทมัสรั้งเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยวว กินคนเดียวไม่หวายย แจกๆ”  โทมัสแหกปาก ก่อนจะเดินโงนเงนมาหยิบขวดเหล้าที่วางอยู่บนรถสองขวดแล้วยื่นไปให้ไอ้หน้าโหดที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“อ่ะ...ชนนนนน”  โทมัสยัดใส่ในมือผู้ชายตรงหน้าก่อนจะยกอีกขวดในมือขึ้นดื่ม รสชาติเหล้านี่ไม่ถูกปากเขาอย่างแรง ดีที่โทมัสเป็นคนค่อนข้างคอทองแดง แค่นี้สบายมากสำหรับเขา โทมัสฉลาดที่กินให้มันไหลออกนอกปากเยอะ นั่นทำให้เขาได้กินเหล้าน้อยลง แต่มันก็ทำให้เขาเปียกเล็กน้อย

“เฮ้ย โทษทีพี่!มานี่!พี่เขาไม่ดื่มหรอก ไป!  คริสเตียนว่าเสียงดุ ก่อนจะรีบไปดึงตัวอีกฝ่ายให้กลับมาหาตัว แต่ก็ถูกทวารประตูหน้าโหดเรียกดักไว้ก่อน

“เดี๋ยวก่อน”

“ว่าไง? เราสองคนต้องเอาเหล้าไปทิ้งแล้ว”

“ทำไมพวกแกต้องเอาไปทิ้งวะ?”

“ก็มันไม่มีคนกิน ร้านก็จะปิดแล้ว ขายไม่ออก” คริสเตียนว่าออกมา

“เอามานี่ ทิ้งไปเสียดายเปล่าๆ ชวนไอ้เตี้ยนี่มาดื่มด้วย กำลังเสี้ยนๆปาก มีของฟรีมาแบบนี้ก็ดี เฮ้ย!พวกเรา มีเหล้าฟรีว่ะ เอาป่ะ!  ยังไม่ทันได้ตอบอะไร อีกฝ่ายก็ชูขวดเหล้าให้พวกพ้องที่ยืนอยู่ด้านหลังดู พวกมันยืนมองตาวาวก่อนจะส่งเสียงเห็นด้วยกันยกใหญ่ ชั่วพริบตาที่เขาลอบมองสีหน้าของนายตำรวจหนุ่ม สองสายตาประสานกันในความมืดก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาทั้งคู่

“จัดไปสิพี่ชาย”

 

 

 

 

“เอิ้ก.....”

ให้ตาย ไอ้แผนมอมเหล้าเอาความลับจนป่านนี้ 2018 ก็ยังมีอยู่รึไงวะ

“แกรู้ไหม ว่าฉันน่ะ โคตรอยากจะพักเลย ยืนนานๆมันเมื่อย! เอิ้ก”

“ฉันเข้าจายย”

โทมัสอยู่ในสภาวะอึดอัดกับเสียงโอ้กอ้ากของชายฉกรรจ์นับสิบนี่เต็มทน เขาปั้นสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดที่จะเป็นไปได้ ยอมรับว่าต่อให้คอทองแดงมาจากไหนแต่ก็ต้องแพ้ไอ้เหล้าเถื่อนนี่ แม่งแรงจริง ขนาดกินไปนิดหน่อยไม่ถึงขวดยังทำเอาตื้อๆได้ขนาดนี้

แล้วไอ้พวกที่ซัดกันไปสามสี่ขวดมันจะเหลือเหรอ

“แล้วพวกพีมาเฝ้ากันทำไมตั้งเยอะแยะวะ คนเฝ้าก็มีอยู่แล้ว” คริสเตียนในคราบนักชงเหล้าชั้นดีเอ่ยถามสั้นๆ

“ก็นายใหญ่... เอิ้ก...อึ่ก! สั่งมาว่าจะมีตำรวจมา ก็ต้องดูสิวะ!

“ถ้าไม่ติดว่าเป็นเจ้านายฉันยิงทิ้งไปแล้วแม่ง! ปล่อยให้เจอตำรวจแล้วตัวเองหนีไปเอาตังค์ โวะ! เติมอีกไอ้น้องงงง! โอ้ก...” ไอ้คิ้วบากตะโกนโวยวายก่อนจะยื่นแก้วมาให้คริสเตียน เขาตั้งใจฟังพลางชงเหล้าให้คนที่ยื่นมาอย่างเต็มใจ หลังชงเสร็จก็ยื่นกลับไปให้ก่อนจะถามขึ้น

“แล้วนายพี่มันหนีไปไหนล่ะ”

“ไม่รู้! ได้ยินมาว่าบัฟฟาโลมั้ง ชายแดน เห็นว่าไปรับของ อึ่ก! แกนี่ชงดีว่ะ ได้ใจๆ”

“ขอบคุณครับ” คริสเตียนว่ายิ้มๆก่อนจะมองไปยังตำรวจหนุ่ม เขาสบตาอีกฝ่ายก่อนจะเลิกคิ้วอย่างกวนๆ  เรียกปฏิกิริยารุนแรงจากอีกฝ่ายได้ทันที เขานึกไว้แล้วว่ามันแปลกๆ แต่ไม่คิดว่ามันจะเป๊ะไปตามที่คิดขนาดนี้ ไอ้เรย์โนล์ดไม่อยู่นี่จริงๆด้วย ดีที่ยังไม่ได้ลงมืออะไรกันรุนแรง ไม่อย่างนั้นคงจะเข้าทางมันแน่ๆ

มีฉันอยู่ แกพลาดแล้วเรย์โนล์ด

Military Park  อยากไปโว้ยยยย เอิ้กกก เหม็นหน้าไอ้ควายบิลลี่!

“แกว่าไงนะ โอ้กก...ไอ้เวรซิด!

พอได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้วเขาก็ลุกขึ้นจากดงคนเมา ก้าวข้ามศพสามสี่ศพที่นอนเปลี้ยอยู่ไปยังคนที่เด็กกว่า ก่อนจะพูดขึ้น

“ทีนี้เรารู้แล้วมันอยู่ไหน ไปเถอะ”

“อืม”  โทมัสรับคำอย่างว่าง่าย เขาเองก็เบื่อไอ้พวกเวรตะไลนรกนี่แล้ว เหม็นเหล้า เหม็นอ้วก ตีกันจนเขาแทบไม่อยากจะแตะเหล้าอีกเลยทีเดียวเชียว

อยากให้ไอ้ริชาร์ดมาเห็นสภาพพวกนี้ชิบหาย

เขาสองคนค่อยๆปลีกตัวเดินออกมาทางด้านหน้าให้ไวที่สุดเท่าที่จะไว้ได้ คริสเตียนเป็นคนนำทาง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวออกไปได้ไกลนัก เสียงชักกระบอกปืนก็ดังขึ้นด้านหลังทำเอาทั้งสองคนหยุดโดยอัตโนมัติ

ชิบหาย ยังมีคนเหลือรอดอีกเหรอวะ!

“ว่าแล้วมันตงิดๆ  ดีนะพวกฉันไม่ได้โง่ไปซะหมด หันมา!หรือจะให้เป่าหัว!  เสียงเข้มสั่งขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาทั้งสองคนต้องหมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ พอเห็นภาพนั้นแล้วผู้กองหนุ่มก็แทบลมจับ เพราะปืนเกือบสิบกระบอกกำลังหันมาทางเขาสองคน

“พวกแกสองคนเป็นใคร!!

“เอ่อ พวกเราก็เป็นพนักงานร้านเหล้า เอาเหล้ามาทิ้งไง แต่พวกแกเอาไปกินจนหมดแล้ว พวกเราก็แค่จะกลับบ้าน” คริสเตียนโกหกคำโต ก่อนจะตีสีหน้าเรียบนิ่งจนพวกนั้นเดาใจไม่ออก

“อย่ามาโกหก! แกสองคนมอมเหล้าพวกเราเพื่อที่จะให้เข้าไปข้างในใช่ไหม! มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกไอ้พวกหนูโสโครก! จับมัน!  ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวอะไร  ทั้งสองก็ถูกจับเอามือไพล่หลังตามแบบฉบับนักโทษ โทมัสตวัดหางตามองคริสเตียนอย่างขุ่นเคือง ให้ตาย!แผนล่มไม่เป็นท่า ให้คนอย่างหมอนี่นำทีมได้พังเหลวเป๋วกันพอดีสิวะ!

“พาพวกมันเข้าไปข้างใน นายบอกว่าถ้ามีใครน่าสงสัย ให้จับเป็นไว้ก่อน ไป!” ไอ้คนที่ดูเหมือนจะเป็นใหญ่สั่ง ไอ้พวกลูกน้องที่เหลือก็เลยฉุดกระชากลากถูพวกเขาสองคนเข้าไปด้านใน ทั้งสองโดนลากมาด้วยกัน ระหว่างทางโทมัสก็เอาแต่บ่นโทษคนข้างตัวตัวเอง ผิดกับคริสเตียน เขาสังเกตรอบๆบริเวณที่คุ้นเคยเพื่อหาทางหนีทีไล่ ก่อนจะใช้ไหล่สะกิดโทมัสเบาๆ

“อะไร!

“บิลล์ มาอยู่ตรงทางด้านหลัง ให้ไว” เขาพูดลอยๆ ทำให้ไม่มีใครจับสังเกตได้ โทมัสที่โดนสะกิดขมวดคิ้วมุ่นอย่างงงๆ

“นายคิดจะทำอะไร คริสเตียน” เขากระซิบลอดไรฟัน

“ผมไม่ค่อยถนัดวางแผน อยู่ทีมบุกมาตลอด”

“แล้วมันยังไง”  โทมัสมองตาขวางอย่างนึกรำคาญ

“เฮ้ย!คุยอะไรกันวะ! เดินไปสิโว้ย!  เสียงไอ้เหลือขอจากทางด้านหลังพวกเขาตะโกนขึ้น ทำเอาผู้กองหนุ่มยิ่งนึกรำคาญขึ้นไปอีก

“บิลล์บอกให้เราหาสักกระบอกจากในนี้”

โทมัสเริ่มรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของคริสเตียนจึงหันไปมองทันที คริสเตียนที่เห็นสายตาแบบนั้นก็นึกสนุกจึงแกล้งอีกฝ่ายต่อ

ชอบใช้ชีวิตอยู่กับแผนนัก เดี๋ยวจะพาแหกคอกคุณตำรวจ

“อย่าคิดอะไรแผลงๆคริสเตียน ฉันเตือน” โทมัสขู่เสียงแข็ง เขาไม่ไว้ใจแววตาแบบนั้นที่สุด เพราะมันเหมือนสัญญาณเตือนว่าคนตัวใหญ่กำลังจะทำสิ่งบ้าๆอีกครั้ง

“คุณเลือกเอากระบอกที่ไอ้คิ้วบากนั่นก็ได้ น่าจะถนัดมือ ส่วนผมขอของไอ้อ้วนนั่น” ว่าจบคริสเตียนก็พยักเพยิดไปยังเป้าหมายสองคนที่พูดถึงด้านหน้าตัวเอง เพียงเท่านั้นผู้กองหนุ่มก็เริ่มอ่านความคิดอดีตทหารออก เขาส่ายหน้าพัลวัน

อย่าบ้า!ทำแบบนั้นก็เท่ากับฆ่าตัวตายสิวะ

“คุณไม่ทำ?”

“ไม่!” โทมัสกระซิบกับเสียงแข็ง ก่อนจะร้องออกมาเบาๆเมื่อไอ้คนที่จับเขาสองคนเอาไว้มันดันออกแรงกระชากเสียจนเขาปวดแขน แม่งเอ้ย!

“งั้นผมทำเอง”

 

100%

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #77 shin ai2 (@konekoshinai2) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 01:19
    ทำไมโทมัสนิสัยเด็กจัง แบบเด็กโวยวายเอาแต่ใจ ไม่เหมือนตำรวจเก่งๆเลยอ่า
    #77
    0
  2. #61 BABYBB (@Bunchy_K) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 16:31
    โดยรวมสนุกมากค่ะ ตอนเปิดตัวมา โทมัสโคตรเท่อ่ะ แบบดูมีสติ มีชั้นเชิง แต่ไปๆมาๆทำไมกากจังอะ เอะอะโวยวายอย่างเดียว เข้าใจนะว่าเป็นหัวหน้า ถนัดสั่ง ไม่ชอบคนขัดใจ แต่น่าจะรับฟังคนอื่นเยอะๆ และคิดเยอะๆหน่อย
    #61
    0
  3. #11 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:24
    เราคิดไปเองมั้ย ว่า เดี๋ยวผมทำเอง มันดูเรทๆ ฮื่ออออ //สมองบ้า
    #11
    0
  4. #5 ิbuntazar (@buntazar) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 09:43
    อย่างนี้มันต้องจัดไปอย่าให้เสีย!!
    #5
    0