YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 5 : Mission 5 : Secret (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    8 พ.ค. 61

THE MISSION


Related image

**นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย และมีคำหยาบนะคะ**

Come here rude boy, boy
Can you get it up
Come here rude boy, boy
Is you big enough
Take it, take it (yeah)
Baby, baby (yeah)
Take it, take it (yeah)
Love me, love me (yeah)


“ตื่นได้แล้ว”  แรงสะกิดหนักๆที่สีข้างทำเอาผู้กองหนุ่มลืมตาตื่นด้วยความหงุดหงิด เขาค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนจะพบว่าตอนนี้กำลังนอนหันหน้าใส่ไอ้หนวดร่างบึ้ก ซึ่งแรงสะกิดหนักๆเมื่อกี้ก็มาจากการที่หมอนั่นฟาดมือลงมาเน้นๆ

ปลุกดีๆก็ได้ไหมวะ

“คุณต้องออกไปก่อน ผมออกไปไม่ได้ มันเบียด”  เขาว่าก่อนจะบอกให้โทมัสออกตัวออกไปจากท่อ  โทมัสมองรอบๆ เมื่อคืนเขาจำว่ามันไม่ได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ สงสัยเป็นเพราะเขานอนดิ้นก็เลยไหลมานอนเบียดกันอยู่นี่ โทมัสไม่พูดมากเพราะยังง่วงอยู่ เขามักจะเป็นแบบนี้ เวลาที่ง่วงนอนมักจะไม่ค่อยพูดอะไร และการที่โทมัสยอมทำตามคำสั่งง่ายๆทำเอาคนตัวใหญ่เอะใจไม่น้อย

“เอ้า ออกมาได้หรือยัง”  พอโทมัสออกมาข้างนอกท่อได้ เขาก็ก้มตัวไปเรียกอีกคนที่ยังคาอยู่ในท่อให้ออกมา  ไม่นานนักคริสเตียนก็คลานตามออกมา โทมัสยืดเส้นยืนสายเล็กน้อยก่อนจะเริ่มสังเกตรอบข้าง ตอนนี้เขากะว่าน่าจะประมาณสักสองโมงเช้า คนเริ่มออกมาเดินตามถนนให้เห็นบ้างนิดหน่อย

“เราต้องไปหาอะไรกินก่อน”

What? คริสเตียน ฉันว่านายพาเราเสียเวลามามากแล้วนะ” โทมัสหันไปบอกกับอีกคนที่ดูเหมือนจะไม่ฟังเขาเลย และนั่นมันก็เป็นเรื่องจริง เพราะคริสเตียนเดินผ่านตัวเขาไปและออกตัวนำหน้าออกไปจากบริเวณเส็งเคร็งนี่

“ถ้าอยากเป็นลมตายตอนทำงานอยู่ก็เชิญ” คนตัวใหญ่กว่าตอบกลับแค่นั้น

โทมัสได้แต่ฮึดฮัดอยู่ในใจ ก่อนจะนึกถึงเพื่อนทั้งสองคนที่เหลือได้เขาจึงส่งเสียงทักกลับไปผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่กับตัว

“นายสองคนน่ะ ถ้าตื่นแล้วก็รีบทำงานซะ”

“พูดไปก็ไม่รู้ว่าฝั่งนั้นจะยังไง เขาได้ยินเรา แต่เราดันไม่ได้ยินเขา” คริสเตียนว่า ตอนนี้พวกเขาสองคนเดินเตร่มาเรื่อยๆจนมาถึงถนนเส้นหลักของเขต โทมัสเหลือบมอง ชายวัยรุ่นหลายคนรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นพวก บ้างก็สูบยา บ้างก็นั่งเช็ดปืน ทำเอาเขาอดสงสัยในใจไม่ได้ว่าทำไมเด็กพวกนี้ถึงไม่มีอนาคตที่ดีกว่านี้

ความคิดเรานี่มันนักสังคมสงเคราะห์จริงๆสิน่าโทมัส!

“แล้วนายหาร้านอาหารได้หรือไง” โทมัสถามอีกฝ่าย

“คุณคิดว่าที่นี่มีร้านอาหารหรือไงกัน” คริสเตียนว่า ก่อนที่จะพาโทมัสลัดเลาะเข้าซอยเล็กๆซอยหนึ่ง  เป็นซอยที่ค่อนข้างแคบและเหม็นเสียจนเขาต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูก

“นายจะมาฉันไปหาของกินจริงๆใช่ไหมคริสเตียน”  เขาถามเช็คเพื่อความแน่ใจ เพราะเห็นว่าทางข้างหน้าตัวเองมีแต่ถังขยะเรียงรายจนสุดทาง ซอยนี้เป็นซอยตัน ข้างหน้าพวกเขาเหมือนจะมีกำแพงสูงถนัดตาขวางเอาไว้ ซึ่งตอนนี้ ตรงหน้าของพวกเขาสองคนเป็นถังสีเขียวสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่

“นี่..นาย”  โทมัสอ้าปากค้าง เมื่อเริ่มนึกออกว่าอีกฝ่ายพามาที่นี่ทำไม บ้าเอ้ย!นี่ต้องมาคุ้ยถังขยะกินหรือไงวะ!

“รอสักครู่”  คริสเตียนว่า ก่อนจะยืนรอข้างๆโทมัส ไม่นานนัก ก็มีเสียงคล้ายเครื่องยนต์ดังขึ้นจากอีกฝั่งของกำแพง ทำเอาโทมัสขมวดคิ้วมุ่นไปมองคนข้างตัว คริสเตียนยืดกอดอกรอ ไม่นานนักก็มีบางอย่างถูกโยนลงมา โทมัสถอยห่างออกมา เป็นถุงดำขนาดกลางถูกโยนลงมาประมาณสักสี่ห้าถุงได้ ก่อนที่เสียงเครื่องยนต์จะดังขึ้นอีกครั้งแล้วเงียบหายไป โทมัสยืนมองคริสเตียนที่ดึงเอาถุงดำออกมาหนึ่งถุงแล้วแกะออก ปรากฏให้เห็นเศษซากอาหารภายในที่ผสมกันเละจนแทบจะมองไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร

โอย อยากจะอ้วกออกมาเหลือเกิน

seriously?” โทมัสร้องครางออกมาเมื่อเห็นว่าคริสเตียนหยิบเอาเศษแฮมเบอร์เกอร์เข้าปาก   อีกฝ่ายไม่ตอบแต่กลับเคี้ยวอาหารในปากตุ้ยๆเหมือนมันเป็นอาหารจากภัตตาคาร เขากินมันได้เฉยๆเหมือนชินชาเสียเหลือเกิน โทมัสกัดปากอย่างชั่งใจ เอาวะ!เป็นไงเป็นกัน อีกไม่กี่วันภารกิจเวรนี่ก็จบแล้ว ถือว่าเป็นประสบการณ์ไว้เล่าให้ลูกหลานฟัง

รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ผู้กองคุ้ยขยะเนี่ยนะ

“ให้ตายสิวะ.....”  โทมัสสบถแต่ก็ยอมลงไปนั่งยองๆข้างคริสเตียนก่อนจะค่อยๆคุ้ยหาของที่เขาพอจะกินได้ออกมา  คริสเตียนที่นั่งอยู่ข้างๆมองภาพนั้นก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ  ก็ดูท่าทางของอีกฝ่ายตอนนี้สิ เหมือนเด็กที่กำลังเขี่ยหาไส้เดือนชัดๆ ดูจากสายตาของอีกฝ่ายก็รู้เลยว่าเขารับไม่ได้กับซากอาหารในถุงนี้อย่างแรง ปากก็บุ้ยๆ บ่นไป มือก็เขี่ยๆไป

“มันกินได้สักอย่างไหมวะ” โทมัสบ่น  คริสเตียนเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจ ก่อนจะคุ้ยหาแฮมเบอร์เกอร์อีกชิ้นแล้วยื่นให้อีกฝ่าย

“เอาไป”

ทัมสมองแฮมเบอร์เกอร์ที่แทบจะไม่เหลือเค้าโครงแฮมเบอร์เกอร์ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมา

เอาวะ หลับตาแล้วยัดๆไปมันก็จบแหละ

“ขอบใจ ขอให้มันไม่ท้องร่วงนะ”  เขาว่า ก่อนจะค่อยๆกัดกินอาหารในมือ รสชาติมันเหมือนเอาขนมปังไปผัดกับพริกแล้วชีส มีทั้งเค็มทั้งเผ็ดทั้งสารพัดรสจนเขาแทบอยากจะขว้างทิ้งแต่ก็ต้องทนกินไป นึกในใจสารพัดอย่างเผลอด่าไปยันโคตรพ่อโคตรแม่ไอ้ท่านรัสเซียอะไรนั่นด้วย แม่งเอ้ย ให้เขามาทำงานอะไรเนี่ย

“ไม่หรอก อาหารพวกนี้มาจากของเหลือของไอ้เรย์โนลด์กับลูกน้องมัน ทุกเช้าตอนแปดโมง มันจะเอาอาหารที่มันกินเสร็จจากเมื่อวานมาทิ้งที่นี่ มันยังไม่เสียหรอก ทนกินหน่อย” คริสเตียนว่าก่อนจะรีบยัดน่องไก่เข้าปาก โทมัสเลยกลั้นใจกินแฮมเบอร์เกอร์เข้าไปคำใหญ่เต็มๆ คิดเสียว่ากินของเหลือจากไอ้ริชาร์ดแล้วกันวะ!   นึกแล้วก็เหลือบมองคนข้างตัวที่กินไม่หยุด จนอดถามออกไปไม่ได้

“นายน่ะ  ที่คุกเขาให้กินแบบนี้?”  คริสเตียนชะงัก ก่อนจะเหลือบมองคนข้างตัว

“ที่นั่นดีกว่านี้เยอะ”  เขาตอบก่อนจะกินอาหารในมือต่อ ท่าทางของพวกเขาสองคนตอนนี้เหมือนผีซอมบี้ที่รุมกินเศษซากอาหารอยู่ข้างถนนเหลือเกิน  เวลาผ่านไปได้สักพัก ทั้งคู่ก็ดูเหมือนจะเริ่มปรับตัวได้ โทมัสทนกินได้มากขึ้น ถ้าไม่ติดที่รสชาติก็คงกินได้มากกว่านี้

“คุณน่ะรีบกินกินเถอะ เราต้องรีบออกไปจากที่นี่” คริสเตียนว่าก่อนจะหยิบไก่ยัดใส่ในมือเขา โทมัสรับมาก่อนจะเคี้ยวอย่างฝืนๆ

“อยู่ที่นี่นานๆไม่ดีแน่ อิ่มหรือยัง ไปเถอะ” คริสเตียนว่าลวกๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบขวดน้ำที่นอนแอ้งแม้งอยู่ข้างๆถังขยะมาดื่ม

“คิดว่าฉันอยากอยู่ที่นี่นักหรือไง”  โทมัสโยนซากไก่ทิ้งไป พลางยื่นมือไปรับน้ำจากคนข้างกายมาดื่มล้างปาก 

“ไปเถอะ” คริสเตียนว่า แล้วดึงตัวคนข้างกายให้รีบเดินออกมาจากซอยนี่ แต่ยังไม่ทันที่จะออกจากซอย ทั้งสองก็เห็นกลุ่มคนประมาณเจ็ดแปดคนได้เดินรุมกรูเข้ามาทางซอยนี้ และทั้งหมดนั่นได้หยุดลงเมื่อเจอกับพวกเขา

Sh*t!  คนข้างกายสบถขึ้น โทมัสเหลือบมอง ก่อนที่เขาจะโดนดึงมาไว้ข้างหลังอีกฝ่ายช้าๆ

อะไรกัน ท่าทางเหมือนจะปกป้องเขาเนี่ย เฮลโหล นี่ผู้กอง ดูแลตัวเองได้!

“พวกนั้นเป็นใคร”

“คนจรจัด สงสัยพวกนั้นคุมซอยนี้ อย่ามีเรื่องกับพวกนี้ดีกว่า ให้ผมจัดการเอง”  คริสเตียนว่า ก่อนที่จะพาโทมัสเดินดุ่มๆเข้าไปหาพวกนั้น โทมัสมองกลุ่มคนข้างหน้า ชายผิวดำร่างใหญ่เดินออกมาประจันหน้ากับคริสเตียน หุ่นทั้งสองคนพอๆกันทำให้บรรยากาศมันค่อนข้างลบสุดๆ

“อรุณสวัสดิ์” คริสเตียนทัก

“แกสองคนมาทำอะไรแถวนี้”

“เราก็แค่มาหลบนอนที่นี่ แล้วกำลังจะไปแล้ว” คริสเตียนว่าพลางยืนมองอีกฝ่ายนิ่งๆ

“แกมากินอาหารที่นี่งั้นเหรอ?”  อีกฝ่ายถามกลับด้วยน้ำเสียงติดโมโห

ซวยแล้วไหมล่ะ

“ใช่”  คริสเตียนตอบกลับ ทั้งสองคนจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนสุดท้าย ชายผิวดำก็เป็นคนละสายตาก่อน แล้วเบี่ยงตัวเหมือนจะให้เขาสองคนได้เดินออกไป คริสเตียนเห็นแบบนั้นก็เตรียมจะเดินออกไป แต่ยังไม่ทันที่เขาสองคนจะไปทะลุผ่านกำแพงมนุษย์ เสียงเข้มใหญ่ก็ดังขึ้นมา

“พวกมันขโมยอาหารเรา!จัดการ!

งานแล้วแล้วไหมล่ะ!นี่น่ะเหรอที่บอกจะจัดการเองของแกน่ะห้ะคริสเตียน!

สัญชาติญาณนักสู้ของทั้งคู่ทำงานทันทีเมื่อเห็นว่ามีหมัดเหวี่ยงเข้ามา ทั้งโทมัสและคริสเตียนต่างเอี้ยวตัวหลบทันที ก่อนที่บริเวณนั้นจะกลายเป็นสังเวียน ทั้งคู่ต้องคอยหลบหมัดจากผู้ชายถึงสามสี่คนในคราวเดียว โทมัสหยิบเอาถังขยะข้างตัวมาโยนใส่คู่ต่อสู้ก่อนจะออกลูกเตะสกัดขาผู้ชายตรงหน้าทำเอาอีกฝ่ายลมตึง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ชื่นชมผลงาน เขาก็ถูกล็อกคอจากอีกคนทางด้านหลัง โทมัสจึงใช้พลังจากแฮมเบอร์เกอร์เมื่อครู่ทุ่มคนด้านหลังลงพื้นทันทีจากนั้นก็ออกแรงกระทืบอย่างลืมยั้งแรง ทางฝ่ายคริสเตียนที่โดนรุมอยู่นั้นเขาไม่คิดจะยั้งแรงแม้แต่นิดเดียวที่จะกำจัดพวกมดปลวกตรงหน้า เขาออกแรงใส่หมัดบดขยี้อีกฝ่ายจนเต็มเหนี่ยวก่อนจะเหวี่ยงอัดใส่ถังขยะแถวนั้น พลางเหลือบเห็นโทมัสทุ่มคนเอาเป็นเอาตายก็หลุดยิ้มออกมานิดหน่อย

ไอ้เตี้ยนั่นเวลาต่อสู้ค่อยดูเป็นตำรวจขึ้นมาหน่อย

“ย่า!!  เสียงศัตรูตัวใหญ่ดังขึ้นเรียกสติคริสเตียนให้หันกลับไปจัดการ เขาจัดการใช้เท้ายันเข้าท้องอีกฝ่ายทนหงายหลังลงไป ก่อนจะเดินย่างสามขุมหวังจะเข้าไปจัดการอีกฝ่ายให้ยอมศิโรราบ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ออกแรงกระทืบหรืออะไร เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง คริสเตียนหันหน้าไปมองก็พบว่าคุณตำรวจคู่หูกำลังจับคอของชายผิวดำที่ดูท่าจะเป็นหัวหน้าเอาไว้

“หยุดเดี๋ยวนี้!

“แก!

“ลองขยับดูสิ!แกจะได้อยู่มองหน้าลูกน้องแค่ไม่กี่วินาที เอาสิ!  โทมัสขู่อีกฝ่าย ก่อนจะใช้มือจับไปที่ท้ายทอยของคนผิวดำตัวหน้าที่ยังดิ้นอยู่ เขาเลยออกแรงล็อกคอมากขึ้น

“ให้ฉันกับเขาออกไป แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก เร็ว!” โทมัสว่า

“ไม่มีทาง! จัดกา...อะ..อ่ะ”  ยังไม่ทันที่จะได้สั่งการอะไร คนผิวดำก็ดูเหมือนจะผิดปกติจนเหล่าบรรดาลูกน้องต่างพากันเหลือกตามองอย่างตกใจ คริสเตียนมองก่อนจะย่นคิ้ว โทมัสออกแรงกดที่นิ้วมือค้างเอาไว้ ทำเอาไอ้ผิวดำที่อยู่ในอ้อมแขนตาเหลือกค้าง

“ให้ฉันกับเขาออกไปดีๆ หรือจะตายต่อหน้าลูกน้องแก!จะปล่อยไหม!” โทมัสว่าเสียงเหี้ยม จนสุดท้ายคนในแขนเขาก็พยักหน้าเบาๆ โทมัสยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วล็อกคออีกฝ่ายผ่านดงลูกน้องออกมาปากซอยช้าๆ คริสเตียนเดินตามมา พอโทมัสเห็นว่าน่าจะปลอดภัยแล้วก็ปล่อยอีกฝ่ายลงกับพื้นแล้ววิ่งหนีทันทีอย่างไม่คิดชีวิต คริสเตียนวิ่งประกบตามมาติดๆ เขาสองคนวิ่งลัดเมาตามซอยจนคิดว่าน่าจะพ้นแล้วทั้งสองจึงหยุดวิ่งลง ก่อนจะหันไปมองทางด้านหลัง

“แฮ่ก....พ้นแล้วสินะ” โทมัสหอบหายใจ ก่อนจะก้มลมหายใจเข้าออกช้าๆ

“เมื่อกี้นี้ คุณทำอะไรกับเขา”  อดีตนายทหารถามขึ้น โทมัสเหลือบตาขึ้นมามอง ก่อนจะเปรยออกมาเบาๆ

“ไม่ตั้งใจเรียนชีววิทยาล่ะสิ ตามีกล้ามเนื้อที่ควบคุมทั้งหมด 6 มัด แล้วทั้งหมดนั่นน่ะถูกควบคุมจากเส้นประสาทสมองทั้งสามเส้น มันอยู่ตรงก้านสมองมาเข้าสู่เบ้าตา ตรงแถวๆรอยแยกของกระดูกกระโหลกศีรษะด้านหลังเบ้าตา ตรงนี้ ถ้าคลำดู”  โทมัสว่าก่อนจะชี้ให้อีกฝ่ายดู

“ตั้งใจเรียนขนาดนี้ทำไมไม่ไปเป็นหมอล่ะคุณ” คริสเตียนถามก่อนเดินนำหน้าเขาไป โทมัสเห็นแบบนั้นก็เลยเดินตามไป

โทมัสไม่ได้ตอบคำถามนั้น ใครมันจะไปกล้าตอบล่ะวะ....

ก็เป็นหมอมันไม่มีโอกาสได้ออกมาตีหญิงทำป้อมนี่หว่า....

“อย่าสอดรู้มากนักพ่อทหาร นายเลิกใช้นิสัยจากหน่วย SEALสักที” เขาว่าอย่างหงุดหงิด แล้วเดินชนไหล่อีกฝ่ายนำหน้าไป ฝ่ายที่โดนชนก็ได้แต่หลุดขำกับนิสัยสุดจะเด็กของอีกฝ่าย อายุอานามก็ไม่น่าจะน้อยแล้วนะ ดูทำตัวเข้า เหลือเกินจริงๆคุณตำรวจ

ไม่อยากเชื่อ เขาต้องมาร่วมงานกับคนอีโก้สูงขนาดนี้ได้ไง

 

*****

 

“นายว่าเขาสองคนจะไปกันรอดไหม” ริชาร์ดในคราบหนุ่มนักสืบบิลล์ถามขึ้น หลังจากที่นั่งฟังสหายสองคนในรั้วเขตอันตรายคุยกัน

“ไม่รู้สิ แต่ผมก็ว่าเขาไปกันรอดนะ เมื่อกี้คิดว่าจะแย่แล้ว แต่ก็ช่วยกันรอดมาได้”  หนุ่มจากไมอามีตอบก่อนจะจิบโกโก้ในแก้ว อากาศยามเช้าตรงบริเวณที่พวกเขาอยู่นี่มันค่อนข้างจะแย่สักหน่อย เพราะลมโกรกใช้ได้ กว่าพวกเขาสองคนจะทำเพิงที่ใช้บังรถและคนเสร็จก็ทำเอาเหนื่อยกับแรงลมเหมือนกัน

“คุณหาข้อมูลได้ถึงไหนแล้ว” ปีเตอร์เข้ามาในรถ แล้วมองอีกฝ่ายที่เปิดโน้ตบุ๊คค้นหาข้อมูลอย่างคล่องแคล่ว

“นายรู้อะไรเกี่ยวกับการค้าอาวุธนี้ไหม”ริชาร์ดถามกลับ ปีเตอร์นึกอยู่ครู่จึงพูดออกมา

“เรย์โนล์ดมันรับสินค้าจำพวกนี้มาไม่ค่อยบ่อย ส่วนมากมันค้ายา แต่เท่าที่ผมจำได้ มันก็เคยรับซื้ออาวุธสงครามมาจากผู้ซื้อต่างชาติมาเหมือนกัน”  ริชาร์ดรับฟังข้อมูลก่อนจะพยักหน้าตอบรับเบาๆ

“ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะชอบซื้อจากพ่อค้าชาวรัสเซียที่สุด เพราะอะไรผมไม่รู้แน่ชัด แต่ดูเหมือนจะเคยได้ยินมาว่าที่มันชอบรับมาจากรัสเซียไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีแน่ๆ ราคาก็ค่อนข้างสูงด้วยซ้ำ แต่มันก็ยังรับมาเพราะว่าไม่ค่อยเสี่ยงที่จะลงทุน”  หลังฟังจบริชาร์ดชะงักมือที่จะพิมพ์ค้นหา แล้วหมุนตัวกลับมาจ้องหน้าคนตัวเล็กผมหยิกที่เพิ่งพูดจบ

“หมายความว่ายังไง?”

“คุณหมายถึงอะไร”

“ลงทุนอะไรนั่น”

“เคยได้ยินมาว่า มันชอบซื้ออาวุธจากรัสเซียเพราะสวัสดิการดี แล้วก็รอดผ่านสายตาพวกทหารมาได้ง่ายๆ จนผมเองก็ยังคงสงสัยจริงๆนะ ว่าทำไมอาวุธที่มามากมายขนาดนั้นถึงได้รอดพ้นสายตาบรรดาทหารไปได้” เขาว่าพลางจิบโกโก้ร้อนในมือ ริชาร์ดฟังก่อนจะคิดตาม ผ่านสายตาทหารมาได้ง่ายๆงั้นเหรอ สวัสดิการดีงั้นเหรอ? เอ....มันชักตะงิดๆ

“เฮ้ คุณสมองคอม ทำหน้าเครียดขนาดนั้นมันน่ากลัวนะ” ปีเตอร์ที่เห็นอีกฝ่ายทำหน้าเครียดหลังจากที่เขาพูดจบก็พูดขึ้น ริชาร์ดมองก่อนจะปัดมือคล้ายไม่มีอะไรแล้วเตรียมจะหันกลับไปทำงานต่อ

“คุณจะทุ่มชีวิตให้กับงานไม่ได้หรอกนะ สักวัน คุณเองก็ต้องทุ่มชีวิตให้กับสิ่งอื่นบ้าง”

“ถ้าทุ่มแล้วได้เงิน ก็เอา” เขาว่ากลับยิ้มๆ

ปีเตอร์ลอบมองอีกฝ่ายอย่างชื่นชม ดูท่าทางเขาจะอายุมากกว่า ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ก็ไม่ธรรมดาเสียจนเขายังแอบนึกในใจเลยว่าคนตรงหน้านี่ต้องไม่ใช่สายลับตำรวจธรรมดาแน่ๆ

“เลิกมองฉันได้แล้วน่าหนูน้อย” พลันเสียงติดตลกก็ทำเขาหลุดออกจากภวังค์ คนหัวหยิกบุ้ยปากเพราะถูกจับได้ ก่อนจะยื่นแก้วโกโก้อีกแก้วที่ชงมาให้อีกฝ่าย

“ผมชงมาเผื่อ เดี๋ยวมีตำรวจตายแถวนี้ผมจะซวยเอา”  ริชาร์ดหันมามอง ก่อนจะรับไป

Thanks

ริชาร์ดนั่งจิบโกโก้พลางนั่งฟังเสียงจากเครื่องติดตามตัวของเพื่อนซี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังทะเลาะกันหัวฟัดหัวเหวี่ยงกันอีกตามเคย ตอนแรกเขาแอบหนักใจที่ปล่อยให้โทมัสเข้าไปกับพี่เบิ้มนั่นสองคน แทนที่จะทำภารกิจเขาคิดว่าสองคนนั้นน่าจะไปหาโอกาสฆ่ากันเสียมากกว่า แต่ตอนนี้ก็เบาใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง ดูท่าสองคนนั้นจะไปได้ดีมากกว่าที่คิด

“คุณ ปากกาตก” อีกฝ่ายส่งเสียงเตือน ก่อนจะก้มตัวลงไปหยิบปากกาให้เขา ริชาร์ดมองอีกฝ่าย ก่อนจะเผลอมองไปใส่ส่วนใต้ร่มผ้าอย่างลืมตัว เพราะปีเตอร์ก้ม เลยทำให้คอเสื้อห้อยย้อยลงมาจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน ริชาร์ดสังเกตสักพัก อีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมาคืนปากกาให้เขา ริชาร์ดยกโกโก้ดื่มแล้วไม่ได้พูดอะไร จนกระทั่งทั้งสองนั่งเงียบกันไปสักพัก ริชาร์ดก็เลยเป็นคนส่งเสียงขึ้นมา

ก็เขาน่ะ ไม่ชอบความเงียบที่สุด

“เฮ้ นายน่ะ คือฉันไม่ได้อยากจะล่วงเกินหรืออะไรนะ แบบยังไงเราก็ร่วมทีมกันแล้วใช่ไหม”

“อ่าห้ะ”

“แบบว่า ฉันคิดว่านะ เราน่าจะคุยกันนอกจากเรื่องงานบ้างก็ได้ ใช่ๆ” ริชาร์ดว่าออกมาก่อนจะหันไปมองเด็กผมทองข้างๆตัวแล้วหัวเราะแก้เก้อออกมา

“อ่าห้ะ แล้วไงต่อล่ะคุณ” ปีเตอร์ตอบกลับแล้วหันมาเลิกคิ้วใส่เขา

“แบบงั้นไม่เกรงใจล่ะ เอ่อ...นายน่ะ เรียนจบหรือยัง” ริชาร์ดถาม

“ผมจบแค่ไฮสคูล ก่อนจะมาทำงานที่นี่ แล้วก็เพิ่งย้ายไปไมอามีหลังจากที่คริสเข้าคุกไป” ปีเตอร์ตอบเขากลับ

“นายกับไอ้พี่เบิ้มนี่ยังไง พี่น้อง?”

“เปล่า เขาเป็นคนพาผมออกมาจากที่นี่” หลังจากที่เด็กผมทองตอบ ริชาร์ดก็กระดกโกโก้ในแก้วดื่มอีกอึกแล้วถามต่อ

“นายเอ่อ...ฉันไม่ได้อยากจะล่วงเกินหรือยังไงนะ แต่แบบมีแฟนยัง? ทิ้งมาแบบนี้แฟนไม่ว่าเหรอ” ริชาร์ดถามออกไปรัวๆ อีกฝ่ายได้แต่หัวเราะตอบกลับมาสั้นๆ

“คือถ้านายไม่อยากตอบก็ได้”

“คุณพูดอย่างกับว่ารู้ว่าผมมีแฟน”

“นายไม่มีแฟนเหรอ?”

“อ่าห้ะ โสดสนิทเลยล่ะ”

“เอ้า...แล้ว?” ริชาร์ดว่าจะถามต่อแต่ก็เงียบเสียงไป ก่อนจะจิ้มๆแถวหน้าอกตัวเอง ปีเตอร์มองตามก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น แล้วค่อยๆก้มลงมองที่ตำแหน่งเดียวกับที่อีกฝ่ายชี้บนร่างตัวเองก็ร้องอ๋อออกมาเบาๆ

“คุณมาถึงรอยเล็บพวกนี้น่ะเหรอ?”

“อ่า...คือฉันไม่ได้อยากจะสาระแนอะไร ช่างเถอะ เอาเป้นว่าฉันไม่ได้ถาม”

“ทำอย่างกับไม่เคยมีเซ็กส์งั้นแหละ” เขาว่าพลางกลั้นขำ ริชาร์ดได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับแค่นหัวเราะ ถ้าหากเขาไม่เคยมีเซ็กส์? คิดได้ไงเนี่ยเด็กน้อย

“ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครมาทำรอย นอกจากแฟน คนที่จริงจัง ถ้านายเป็นหนุ่มเหมือนฉันก็น่าจะเข้าใจ” ริชาร์ดว่าก่อนจะยกยิ้มขึ้นเบาๆ  ไม่อยากเชื่อเลยว่าแผนชวนคุยของเขาจะมาจบลงที่เรื่องพรรค์นี้ ดูก็รู้ว่าคนตั้งกระทู้มีนิสัยยังไง เฮ้อ

“ผมก็ไม่ค่อยชอบให้ใครทำรอยเหมือนกัน แต่นี่เขาเป็นคล้ายๆ sex friendล่ะมั้งเลยยอมให้ทำ ก็นะ อารมณ์มันขึ้นก็คงจะฉุดลงยาก เลยยอมให้เขาได้ระบายนิดหน่อย”  ริชาร์ดที่ได้ฟังถึงกับสำลักโกโก้ แล้วหันไปมองไอ้เด็กผมทองข้างตัวที่พูดออกมาเต็มปากเต็มคำหน้าตาเฉย

“เขา?!

“หือ? อ้อ ใช่ เขา” ปีเตอร์ว่ายิ้มๆ ทำเอาคนข้างตัวเงิบหนักกว่าเดิม

“นายเป็น...”

“เกย์ คนทั่วไปเรียกแบบนั้น” อีกฝ่ายตอบกลับมาเสียงเรียบพลางจิบโกโก้ไป ตอนนี้ทั้งรถเกิดเดธแอร์ขึ้น มีเพียงแค่เสียงจากวิทยุจกาคนข้างในเขตดังขึ้นเป็นระยะๆ ปีเตอร์จิบโกโก้อีกอึกแล้วพูดต่อ

“ทำไม คุณเหยียดรึไง”

“เปล่านี่ ฉันแค่อึ้งหน่อยๆ แต่ไม่ได้อะไร”  ริชาร์ดว่าก่อนจะกระดกโกโก้ไปอีก ความจริงเขาไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรเด็กมัน ปกติทุกวันนี้เขาก็เจอคนเป็นเกย์เยอะแยะจะตายไป มันเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับคนที่บอกว่าตัวเองเป็นเกย์หรือเลสเบียน  

แค่นี้ไม่เห็นจะน่าตกใจอะไรนักหรอก

“ยิ้มอะไรของนาย” ริชาร์ดพูดขึ้นเมื่อสังเกตเห็นว่าคนข้างตัวยิ้มออกมาพลางมองไปด้านหน้า

“ขอบคุณครับ ที่รับฟังความลับของผม” ปีเตอร์พูดออกมา ความลับข้อนี้มีแค่เจ้าของร้าน คริสแล้วก็เขาเท่านั้นที่รู้

อ้อ ตอนนี้เพิ่มคุณตำรวจไซเบอร์ข้างตัวไปอีกคนแล้วกัน

“ช่างมันเถอะคนเราก็มีความลับกันทั้งนั้น วางใจได้ ผมเป็นฮาร์ดแวร์เก็บความลับที่ชื่อว่าริ... รีเมมเบอร์”  ริชาร์ดที่เกือบหลุดชื่อตัวเองออกไปแทบจะแก้ตัวไม่ทัน

“คุณนี่ตลกดี”  ปีเตอร์ว่าแล้วก็กระดกโกโก้ที่เหลือในแก้วจนหมดเกลี้ยงแล้วเหม่อมองออกไปด้านหน้า

ความลับของคนเราน่ะไม่ได้มีแค่ข้อเดียวหรอก ผมเองก็เช่นกัน

ใครจะไปรู้ ว่านอกจากเขาจะเป็นเกย์แล้ว เขายังเป็นรุก ที่สำคัญ

เขาน่ะ...เสพติดเซ็กส์

ถ้าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คริสฟัง ไม่วายโดนหมอนั่นจับส่งจิตเวชแหงๆ ความจริงเขาไม่ได้เสพติดในเชิงขาดไม่ได้ขนาดนั้น แต่แค่ขอบ่อยๆก็ดี ติดเซ็กส์ว่าหนักแล้ว ดันมีรสนิยมชอบแนว SM เสียอีกเนี่ยสิ  damn! เวลาอย่างนั้นทีไรเขาจะต้องมีพร็อพประกอบไม่โซ่ก็กุญแจมือ ไม่ก็เนคไท ไม่ก็ผ้าปิดตา

แต่ก็นะ ทุกคนที่เขานอนด้วยก็บอกกันทั้งนั้นว่าเขาน่ะสุดยอด

และตอนนี้...เขาอยากจะลองให้คุณตำรวจข้างตัวลองพูดคำนั้นออกมาบ้างนี่สิ แย่จัง

 

100%

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #31 solar (@hebitsuka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 18:06
    อ้าวเฮ้ยคู่นี้มันช่างงงง ถูกใจ
    #31
    0
  2. #20 com23476 (@com23476) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 20:04

    เเมะสวยเคะหล่อเปย์เจอกันจะเกิดอะไรขึ้น!!!

    #20
    0
  3. #14 very_very (@ploylate) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 16:46
    ริชาร์ดนี่หัวไวจริง เรื่องแถขอให้บอก555555
    #14
    0
  4. #10 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:18
    สายSM ก็มา
    #10
    0
  5. #4 ิbuntazar (@buntazar) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 21:50
    บทพลิกซะงั้นอ้ะ!! 555555 เเอบเชียร์น้องแกรุก แล้วดันได้ถูกใจด้วยย
    #4
    0