YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 4 : Mission 4 : Begin (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    8 พ.ค. 61

THE MISSION


Related image

Before the time runs out
There's somewhere to run
Wake up
Run for your life with me
Wake up
Run for your life with me

**นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย และอาจมีคำหยาบนะคะ**


ระยะทางจากไมอามีไปชิคาโกไม่ใช่น้อยๆ

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเย็นแล้วที่พวกเขานั่งรถด้วยกันมา ใช่ ไม่ผิด พ่อทหารหน้ามนคนหนวดดันใจป้ำพาหนุ่มน้อยนั่นขึ้นรถมาด้วย  โทมัสถึงจะหงุดหงิดแต่ก็อดทนไว้เพราะยังไงคนๆนี้ก็อาจจะทำให้ภารกิจเขาสำเร็จได้  ตอนนี้คนขับคือคริสเตียน สองคนนั่งข้างหลังคือริชาร์ดในคราบของบิลล์ ที่ตอนนี้กำลังใช้คอมพิวเตอร์พกพาจนนิ้วแทบหงิก และข้างๆนั่นก็หนุ่มน้อยจากไมอามี

“นี่คุณ”  หลังจากที่เงียบมานาน เสียงของชายหนุ่มจากไมอามีก็ดังขึ้น  โทมัสเหลือบมองผ่านกระจกหลังก็พอจะเดาได้ว่าคุณที่ว่านั่นก็คือเขาเอง

“ว่าไง”

“เล่าภารกิจของเราให้ฟังทีสิ”   โทมัสนึกเคืองนิดหน่อยกับคำว่าเรา เขาไม่อยากจะทำงานร่วมกับคนอื่นที่ไม่ค่อยไว้ใจนัก แต่พอต้องมาลงเรือลำเดียวกันกะทันหันแบบนี้ก็ต้องปริปากบอกไปอย่างช่วยไม่ได้

“ฉันกับบิลล์จะเข้าไปสืบว่าใครเป็นคนซื้อ แล้วจัดการซะไม่ให้สินค้าถูกส่งออกไปขายต่อได้ เราไปถึงที่นั่น แล้วรวบตัวคนค้าไว้ ก่อนจะเรียกตำรวจกำลังเสริมมา พวกเรารออยู่”  โทมัสว่า ก่อนที่เสียงหัวเราะของคนข้างตัวจะดังขึ้น

“นายขำอะไร”

“มุขตำรวจเก่าๆแบบนั้นน่ะนะ”  คริสเตียนเย้า ทำเอาโทมัสฉุนกึ้ก

“มันก็ทำได้ แต่ว่าคุณอาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสักสี่เดือนกว่าคุณจะได้เข้าถึงข้อมูลลึกขนาดนี้ และถ้าเกิดมันส่งจริงๆ คุณคิดไหมว่าตอนนั้นคุณจะทำอะไรอยู่ ผมอยากจะบอกไว้ว่าที่นั่นไม่ได้มีแค่มันที่ใหญ่”  ปีเตอร์ว่าขึ้น โทมัสคล้อยตามอย่างอดไม่ได้ มันก็จริง ปกติเขาก็ต้องใช้เวลาขนาดนั้นแหละที่จะทำงาน แบบนี้มันกะทันหันไป

“นี่ๆ! เรย์โนลด์ ทรัซ ขาใหญ่ของชิคาโก เห็นว่าเป็นผู้มีอิทธิพลของที่นั่น วัยรุ่นหลายคนที่หน่วยก้านดีก็จะพากันไปเป็นลูกสมุนมัน  ไม่มีใครรู้ที่อยู่ของมันแน่ชัด แต่มีคนบอกว่ามันอยู่ในเขตที่เรียกว่า....”

“เดอะ พาราไดซ์ เขตปัญญาอ่อน”  คริสเตียนสวนกลับทั้งๆที่ริชาร์ดยังพูดไม่จบ  เดอะพาราไดซ์งั้นเหรอ?

“อ่าห้ะ ตามที่พี่แกบอก เหมือนที่นั่นจะเป็นที่อยู่ของมัน รังมันอยู่ในนั้น นี่รูปภาพของมัน”  ริชาร์ดพูดจบก็หมุนจอหันมาทางเขา ในภาพเป็นชายวัย 50 ที่กำลังยืนอยู่ เขามองสำรวจใบหน้านั้นเพื่อจดจำรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะพยักหน้า ริชาร์ดหมุนกลับคืนไปก่อนจะพูดต่อ

“ปกติมันมีชื่อเสียงเรื่องยา แต่ก็มีข่าวลือถึงหูตำรวจบ้างเกี่ยวกับอาวุธ ตำรวจคงจะเหนื่อยใจน่าดูถึงถอนตัวออกไปจากเขตนี้ พอถอนไปก็นั่น อันดับอาชญากรรมเด้งกระฉูด โป๊ะเช้ะ! มันเหมือนเอเลี่ยนที่คอยกินสมองพวกคนในท้องถิ่นเลยว่ะ เข้ามาๆเดี๋ยวป๊ะป๋าแจกยาไรงี้” ริชาร์ดว่าติดตลก โทมัสจึงพูดขึ้นบ้าง

“งั้นเรายิ่งต้องจัดการมัน โอเค ทุกคนฟังฉัน นายสองคนจะต้องทำทุกวิธีให้ฉันกับบิลล์ได้เข้าไปในเดอะ พาราไดซ์ ก่อนที่จะจัดการเรย์โนลด์ ความจริงฉันก็อยากจะจับเป็น แต่ถ้ามันหนักก็จับตายก็ได้ ส่วนอาวุธ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทหาร” โทมัสร่ายแผน แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครฟังเขาเลย เลยอดไม่ได้ที่จะตะโกนขึ้น

“เฮ้!!หัวหน้าสั่งพวกนายต้องฟัง! ตอนนี้เราทำงานกันเป็นทีมแล้ว!

“อย่าตะโกน”  คริสเตียนหันมามองเขาเหมือนมองเด็กที่ร้องจะเอานม สายตาแบบนั้นมันหยามเขาชัดๆ

“พวกคุณสองคนเป็นตำรวจจริงๆเหรอ?”  ปีเตอร์ที่เงียบไปนานถามขึ้น ริชาร์ดหันไปมองก่อนจะเป็นคนตอบ

“อ่าห้ะ”

“พวกนายน่าจะตัวท็อปใช่ย่อย เขาถึงส่งมาลุยงานนี้” 

“ท็อปไม่ท็อปก็ดูฝีมือเอานะจ๊ะน้องหนู" ริชาร์ดตอบก่อนจะผิวปากส่งท้าย

“คุณทำแบบนั้นไม่ได้คุณตำรวจ” คริสเตียนพูดบ้าง โทมัสได้ยินแบบนั้นก็เริ่มสวนขึ้น

“หุบปากไปเลยคริสเตียน!นายมันพวกชอบเดินไม่ตรงแถวรึไง ทำไมชอบขัด รู้ว่าไม่ชอบหน้าฉันแต่อย่างน้อยงานนี้ก็ขอความร่วมมือเถอะ หลังจบงานนี้นายจะไปไหนฉันไม่ว่าเลย” โทมัสร่ายยาวเพื่อให้อีกฝ่ายได้เข้าใจและสำนักเสียทีว่าใครกันแน่ที่เป็นใหญ่

“ผมจะทำตามคุณก็ต่อเมื่อแผนมันดีกว่านี้” คริสเตียนว่า

“นี่!นาย!

“ฟังนะเคลวิน!ที่คุณคิดน่ะมันง่ายเกินไป เด็กเกรดสองเกรดสามก็คิดได้ว่าควรทำแบบนั้น  ผมกับพีทจะเข้าไป พวกคุณสองคนรอติดต่อกำลังเสริมเมื่อผมติดต่อไป แค่นั้น”

“หา?! ปัญญาอ่อน นายคิดว่าฉันจะปล่อยให้นายเข้าไปในนั้นกันสองคนแล้วทิ้งพวกฉันไว้ข้างนอก รอกดโทรศัพท์อย่างเดียวรึไง?! ขอโทษนะ แต่ฉันยังไม่ไว้ใจพวกนายขนาดนั้น คนหนึ่งก็อดีตอาชญากร อีกคนก็ไอ้เด็กหน้าวุ้นริมหาด!  โทมัสร่าย ทำไมหมอนี่ชอบดูถูกเขาอยู่เรื่อย ชอบทำเหมือนเขาเป็นเด็กที่ต้องการคำแนะนำจากผู้ใหญ่ อันนั้นทำไม่ดี อันนี้ไม่ได้

และการที่บอกว่าให้เขาทำแบบนี้ มันก็ไม่ต่างจากการอยู่เฉยๆเลยด้วยซ้ำ!

“นี่มันงานฉัน คริสเตียน!” โทมัสขู่ลอดไรฟัน

“คุณไม่มีทางอยู่ในนั้นได้ คุณใจร้อนเกินไป ซ้ำยังทำอะไรเป็นระบบ ชักช้า ชอบเอาชนะ อีกอย่าง ผมกับปีเตอร์ค่อนข้างรู้จักที่นั่นมากกว่าพวกคุณเยอะ แค่นี้ก็น่าจะรู้ว่าใครจะได้งานมากกว่า”  โทมัสกัดฟันกรอดฟังสิ่งที่คริสเตียนพูด

“อันที่จริงผมก็อยากให้ทุกคนเข้าไปหมดนะ แต่ติดตรงที่ว่าถ้าเข้าไปเยอะก็จะยิ่งเสี่ยง ใครก็ตามที่เข้าไปที่นั่นจะต้องมีคนไปรายงานไอ้เรย์โนลด์ คุณคิดยังไงกับการที่จู่ๆก็มีหนูสี่ตัวเข้ามาในบ้านพร้อมกัน”  ปีเตอร์ว่า โทมัสจึงหันหน้าไปมอง เขารู้สึกว่าไอ้เด็กนี่คุยง่ายกว่าไอ้หนวดนี่ คุยทีไรเขาก็คิดตามตลอด คงจะเป็นเพราะโทมัสเป็นคนชอบเหตุผล เลยทำให้กล่อมเขาได้ง่าย คริสเตียนที่เห็นสีหน้าของโทมัสก็อดหงุดหงิดเสียไม่ได้

เขาพูดอะไรไม่เคยจะยอมฟังกันหรอก

“แต่ฉันไม่ไว้ใจนายสองคน”

“เฮ้อ ฉันชักจะเบื่อเสียงพวกนายเถียงกันแล้วนะเว้ย เอางี้ นายก็เข้าไปกับพี่เบิ้มแล้วกัน ส่วนฉันกับเด็กนี่จะอยู่รอบนอก โอเคไหม?” ริชาร์ดที่ทนไม่ไหวกับการโต้เถียงก็แย้งขึ้น

“นายต้องไปกับฉัน”  โทมัสพูดพลางชี้ตัวไปยังริชาร์ด

 

ได้ไง นั่นพี่เบิ้มนะเว้ย คนที่เขาส่งมาช่วยเรานะ

ริชาร์ด! ฉันกับหมอนั่นไปด้วยกันไปไม่รอดแน่

 

F*ck!

โทมัสหงุดหงิดหลังจากที่ส่งสายตาคุยกับริชาร์ด สุดท้ายแล้วเขาต้องไปกับหมอนี่จริงๆสินะ แต่จะว่าไป  อันที่จริงทำแบบนี้ก็ไม่เลว เป็นการควบคุมสองคนนี้ไว้ด้วย แล้วก็ยังมีริชาร์ดคอยสังเกตอยู่ด้านนอกอีก

“เออ ก็ได้วะ”  สุดท้ายเขาก็ต้องยอมตกลงรับคำไปอย่างง่ายดาย นั่งกอดอกพลางเหลือบตาไปมองคริสเตียนที่ขับรถอยู่ข้างตัวก็อดหัวร้อนไม่ได้

 

 

*****

           

“ใกล้ถึงแล้ว”  เสียงคริสเตียนดังขึ้นทำเอาเขาสะดุ้งตื่น ตอนนี้รอบข้างมืดสนิท แต่ไม่ไกลเขากลับมองเห็นแสงสว่าง เขาค่อยๆนั่งตัวตรงก่อนจะเพ่งมองไปยังทางข้างหน้า

            “เวลาเท่าไหร่แล้ว”

“ตีสามยี่สิบ”  หา?!  เขาอุทานในใจก่อนจะหันไปมองคนข้างตัว  หมอนี่ขับตั้งแต่ออกมาจากไมอามี จนตอนนี้ตีสามแล้ว อะไรมันจะถึกขนาดนั้น แล้วนอกจากนั้น ทำไมมันดูเหมือนจะถึงไวกว่าที่คิด อันที่จริงเขาคิดว่ามันน่าจะถึงตอนประมาณสักสายๆวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ

“ผมนอนแล้วชั่วโมงหนึ่ง ตอนห้าทุ่ม” คริสเตียนเหมือนจะรู้ทันเลยหันหน้ามาตอบเขา โทมัสตกใจนิดหน่อยที่โดนล้วงความคิด ก่อนจะหันกลับไปโฟกัสถนนตรงหน้าต่อ

“ก็ไม่ได้อะไรนี่ มาถึงแล้วก็เตรียมตัว บิลล์ ของน่ะว่าไง”  โทมัสเปลี่ยนเรื่อง ก่อนที่จะหันไปหาริชาร์ดที่นั่งอยู่ด้านหลัง ตอนนี้ทุกคนบนรถตื่นหมดแล้ว แล้วก็ดูท่าเหมือนเขาจะตื่นเป็นคนสุดท้ายเสียด้วย

น่าขายหน้าชะมัด!

แต่จู่ๆ คริสเตียนก็จอดรถ ทำเอาเขารู้สึกสงสัยขึ้นมาทันที

“นายจอดรถทำไม ยังไม่ถึงเลย”  โทมัสถามเสียงฉงน

“คุณคิดจะขับรถเข้าไปง่ายๆ แล้วก็จะมีคนปูพรมรองรับเท้าให้เดินเข้าไปงั้นสิ? เออ ตำรวจคิดง่ายแบบนี้เองเฮ้ย”  คริสเตียนว่าก่อนจะเปิดประตูเตรียมลงจากรถ เอาอีกแล้วไอ้นี่! หลอกด่าเขาอีกแล้ว มันจะอะไรนักหนากับการตอบคำถามเขาดีๆเนี่ย!

“คุณจะต้องเดินเท้าไป ที่นี่ใช้รถผ่านได้แค่ไม่กี่กรณี หนึ่ง ค้าขาย สอง ผู้ใหญ่มาเยี่ยมเยียน ซึ่งก็แน่ มันจะต้องเป็นแขกรายกใหญ่ของไอ้เรย์โนลด์ และสาม เวลาที่เขตของมันมีเรื่อง”  ปีเตอร์ว่าก่อนจะลงรถตามไป เขาคิดอยู่ในใจว่าทำไมไอ้นั่นมันไม่บอกเขาแบบนี้ล่ะวะ! เอ้อ!  แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายแล้วเขาก็ลงรถตามพวกนั้นไป เขาเดินไปท้ายรถก่อนที่จะมองริชาร์ดจัดแจงอุปกรณ์ออกมา

“นี่เป็นอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ต้องทะลึ่งเอาไปใส่หูเหมือนไอ้พวกบอดี้การ์ดในหนัง เอาให้มันอยู่ติดตัวก็พอ ถ้าพวกนายจะติดต่ออะไรก็พูดออกมาเลย ไม่ต้องกดอะไร กันน้ำได้ แต่ทองแดงจะเป็นตัวตัดสัญญาณมัน ระวังพวกผนังทองแดงไว้”  ริชาร์ดว่าก่อนจะยื่นวัตถุกลมดำคล้ายเม็ดกระดุมส่งมาให้เขากับคริสเตียน

“อันนี้เป็นมีดพก ถ้าระยะไกลไม่ได้ผลก็ใช้ไอ้นี่ เอาไป”  ริชาร์ดยัดมีดขนาดเล็กที่สามารถพับเก็บได้มาให้เขา เขาลองโยนดู น้ำหนักเบาใช้ได้แฮะ ชักชอบเสียแล้วสิ  โทมัสรับมาก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกในเสื้อสูทออกมาพัน แล้วเตรียมยัดซ่อน

“อายุเท่าไหร่เนี่ย พกผ้าเช็ดหน้า” คริสเตียนแขวะ

โทมัสขี้เกียจเถียงเลยได้แต่มองค้อนกลับไปเท่านั้น มันจะอะไรนักหนากับการพกผ้าเช็ดหน้าเล็กๆสักผืน มันมีประโยชน์ตั้งหลายอย่างห้ามเลือดเอย ประคบเอย กรองน้ำเอย หัดใช้ให้มันเป็นสิวะ!

“ส่วนอันนี้เป็นอุปกรณ์เวลาที่นายต้องการตัดสัญญาณอะไร นาย...เคลวิน จำที่ฉันสอนนายใช้ได้ใช่มั้ย เสียบเข้าไป หรือไม่ก็กดตัวสีแดงตรงท้ายนี่ มันจะปล่อยคลื่นวิทยุ อาจจะพอช่วยถ่วงเวลาได้สักพัก”  ริชาร์ดยื่นแฟลชไดร์ฟสีดำมาให้เขา อันนี้เขาเคยเห็นมันใช้ทลายเครือข่ายเน็ตเวิร์กให้เขาอยู่ครั้งหนึ่ง มันเสียบเข้าไปที่เมนเฟรม จากนั้นทุกอย่างก็พัง

คิดว่าที่นี่จะมีเมนเฟรมให้ใช้รึไง?

“โอเค พวกนายไปได้ จำเอาไว้ด้วยนะว่าฉันได้ยินเสียงพวกนายตลอดเวลา อย่าแอบช่วยตัวเองล่ะ”  ริชาร์ดว่าติดขำ ก่อนที่จะตบไหล่เพื่อนสนิท

“ถ้าช่วยคนอื่นก็ไม่เป็นไรใช่ไหม”  โทมัสยิงมุขกลับขำๆ ก่อนที่จะถอดสูทดำออกจากตัว

“นายไม่มีชุดเปลี่ยนรึไง จะเข้าไปทั้งที่ใส่ชุดแบบนี้?”  คริสเตียนที่มองอยู่พูดขึ้น  โทมัสเลยเพิ่งจะนึกได้ว่าสูทที่เขาใส่ตั้งแต่ที่ไปเจรจาไอ้นี่ยังไม่ได้ถอดออกเลย เขาจึงหันไปมองเพื่อนซี้ก่อนที่จะพูดขึ้น

“งั้นแกมาเปลี่ยนชุดกับฉัน”

“เคๆ”  หลังจากที่ริชาร์ดรับคำ เขาก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ใส่อยู่ออกทั้งๆตรงนั้น ความจริงที่ตรงนี้มันก็มีแค่ตัวผู้เหมือนกัน เขาเลยไม่อายที่จะเปลื้องผ้าออก พอถอดชิ้นบนออก กำลังจะยื่นมือไปรับเสื้อมาจากริชาร์ดก็เป็นอันชะงักเพราะเห็นว่าคริสเตียนกำลังมองมาที่เขาอยู่

“อันนี้โรคจิตหรืออะไร ยืนมองคนอื่นเปลี่ยนชุดเนี่ย?”  เขาตอกกลับก่อนจะสวมเสื้อฮู้ดที่ได้รับมาอย่างลวดๆ แล้วเริ่มถอดชิ้นล่างออกบ้าง

คริสเตียนที่โดนว่ามาแบบนั้นก็แค่กลั้นขำไม่ได้พูดอะไร

ผอมกว่าที่คิด

ตอนแรกคริสเตียนคิดว่าคนตรงหน้าเนี่ยน่าจะมีกล้ามโตๆสักนิด แต่เท่าที่เขาดูแล้ว มันก็มีบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นที่เขามี ตามเนื้อตามตัวมีตำหนิเล็กน้อยตามประสาผู้ชาย

เดี๋ยว แล้วเขาจะมาพินิจพิจารณาไอ้เตี้ยนี่ทำไมกันนะ เพื่อนหมอนั่นก็ยืนกึ่งเปลือยอยุ่ข้างๆเหมือนกันแท้ๆ

แต่ถึงคิดแบบนั้น เขาก็ดันละสายตาจากต้นขาขาวๆนั่นไม่ได้สักที

“โอเค เอาเป็นว่าพวกนายรออยู่นี่ ถ้ามีอะไรฉุกเฉินหรือสังเกตเห็นอะไรก็ให้รีบรายงานทันที เข้าใจไหมบิลล์?”  โทมัสทวนคำสั่ง ก่อนที่จะพยักหน้ารับรู้เมื่อเห็นว่าลูกน้องเขาพร้อมทำงาน เขาหันหน้าไปมองคริสเตียนที่ยืนรออยู่แล้ว แต่ก็ดันนึกอะไรได้

“นี่ ไม่มีปืนสักกระบอกให้พวกฉันรึไง?”  เขาหันกลับไปถามเพื่อน

“นายจะเอาปืนไปให้มันสงสัยรึไงวะ โท...โธ่! ถ้านายอยากใช้ก็ไปเก็บเอาในนั้นสักกระบอกไป!  ริชาร์ดที่เกือบหลุดชื่อเขาออกมารีบทำโอเวอร์แอคติ้งเหมือนกำลังเหนื่อยใจกับโทมัสอยู่

เกือบแล้วไหมล่ะ!

“เค งั้นไป” โทมัสหันไปมองคริสเตียนที่ยืนอยู่ ก่อนจะเดินนำหน้าเขาไป แต่ก็ต้องชะงักขาไว้ก่อนเมื่อเขาโดนเรียกดักไว้

“เดี๋ยว” เสียงทุ้มดังขึ้น

“อะไรอีกล่ะวะ!  เขาหันไปแว้ดใส่

“ฉันมีแผน”

 

****

 

 

ปัง!ปัง!ปัง!

“เฮ้ แกได้ยินเสียงปืนไหมวะเจ”  ชายหนุ่มผิวดำหันไปถามผู้ชายอีกคนที่นอนอยู่ข้างตัว อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรนอกจากเสียงงึมงำๆ

“เจ เจ!  เขาออกแรงปลุกจนอีกฝ่ายตื่น เจขยี้หัวด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะตะคอกใส่อีกคน

“อะไรวะ!!

“ฉันได้ยินเสียงปืน แกไปดูสิ”

“แล้วทำไมฉันต้องไปดูวะ แกได้ยินแกก็ไปดูสิ! แล้วอีกอย่างแกมั่นใจได้ไงว่ามันใช่เสียงปืน ไม่ใช่ว่าแกฝันรึไง! นอน!” เจตวาดใส่อีกคน ก่อนที่จะล้มตัวลง  ฝ่ายอีกคนที่ดดนด่าก็มองอย่างไม่พอใจ

เขาได้ยินเสียงนั่นจริงๆ!

ว่าแล้วก็ลุกขึ้นออกไปเช็คข้างนอก เขาเดินถืออาวุธคู่กายออกมา ตอนนี้น่าจะราวๆตีสามตีสี่ได้  เขาเดินสังเกตไปมา ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปเมื่อไม่เห็นอะไรผิดปกติ สงสัยเขาคงหูแว่วจริงๆสิน่า

“ช่วยด้วย เฮ้!

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้หมุนตัวกลับ เสียงตะโกนปริศนาก็ดังขึ้นจนเขาหนกลับไปมอง รอบนี้เขามั่นใจอย่างแน่นอนว่าเขาไม่ได้หูแว่ว แล้วก็ไม่ได้ตาฝาดด้วย เพราะเขาเห็นเงาตะคุ่มมาแต่ไกล

“ช่วยด้วย!!  เสียงโหวกเหวกดังขึ้น เขาจึงรีบวิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าทางเข้าก่อนจะยกปืนขึ้นเล็งสองคนนั้น

“หยุดๆ!อย่าเพิ่งยิง ช่วยพวกเราด้วย!  เขาชะงักนิ้วที่กำลังจะเหนี่ยวไกไว้ ก่อนจะมองผู้ชายสองคนตรงหน้าด้วยความไม่วางใจ

“พวกเราถูกคนดักฆ่า พวกเรารอดมาได้ ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย!  ผู้ชายคนที่เตี้ยกว่าพูดขึ้น เขามองก่อนจะกระชับปืนแน่น สองคนนี้เนื้อตัวมอมแมม หน้าตาพวกมันดูแทบไม่ออกว่าเป็นยังไงเพราะเต็มไปด้วยเลือดและเศษดินเศษหญ้าเสียจนน่าสมเพศ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงซ้ำท่าทีก็ดูเหนื่อยเสียจนเอาอดใจสงสัยไม่ได้ว่าพวกนี้หนีใครมา

“ใครจะฆ่าพวกแก”

“เราเคยทำงานให้นิค เทราซ์ ไอ้เวรนั่นมันไม่จ่ายค่าจ้างเรามาห้าเดือนแล้ว พวกเราก็เลยแอบเอาของมันไปขาย มันเลยตามล่าเรา”  ชายร่างสูงใหญ่เป็นคนตอบ

“ได้โปรดให้เราหลบภัยที่นี่หน่อยนะพี่ชาย” ไอ้เตี้ยพูดขึ้น เขายกปืนจ่อ ก่อนที่จะชั่งใจแล้วตอบกลับไป

“ไสหัวไป ที่นี่ไม่อนุญาตให้พวกแกเข้า!” เขาตวาด

“เฮ้ ขอร้องล่ะ พรุ่งนี้นายค่อยไล่เราออกก็ได้ อย่างน้อยก็ขอหลบที่นี่หน่อย”  คนตัวเตี้ยยังต่อรองไม่หยุด นั่นทำเอาเขาเริ่มหมดความอดทน แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง

“จะไปดีๆหรือจะไปอย่างศพ!” เขาตวาดขึ้นอีกรอบ คราวนี้ยกปืนเล็งทันที

“ไปก็ได้วะ!” คนตัวเตี้ยพูด ก่อนที่จะชูนิ้วกลางให้เขา แล้วหมุนตัวเดินหลังไป แต่ยังไม่ทันที่อีกคนจะได้ก้าว คนตัวสูงข้างตัวเขาก็พูดขึ้นเสียงก่อน

“เหรอ แต่ฉันไม่ไปว่ะ”

ฟิ้ว!

“อั่ก!

อีกคนนอนตาเหลือกกองพื้นไปแล้วเรียบร้อยภายในเวลาพริบตาเดียว ชายร่างใหญ่เดินมาก่อนที่จะลากขาศพที่นอนแน่นิ่งออกไปข้างนอกเขตรั้วหนาม แล้วจัดแจงวางขาแขนของศพ คนตัวเตี้ยยืนมองตามก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้น

“นายไปเอาปืนมาจากไหน ริชาร์ด?”  เขาเอ่ยถาม

“อ่าห้ะ หมอนั่นยัดใส่มือฉันไว้ ซับโซนิคแบบนี้ก็ดี” เขาว่า ก่อนที่จะจัดการเช็ดรอยนิ้วมือจากกระบอกปืนด้วยเสื้อ แล้วเอาไปวางไว้ข้างศพ ก่อนจะซ่อนกระดาษสีขาวแผ่นเล็กๆเอาไว้ในเสื้อ

สิ่งที่เขาทำ จะเรียกว่าจัดฉากก็ว่าได้ละกัน

“เราต้องรีบไป เวลานี้ไม่ปลอดภัย” โทมัสว่า ก่อนที่จะรีบๆพาคริสเตียนวิ่งแอบๆเข้าไปยังภายในซากตึกเก่า แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายคนนำทางก็ต้องเป็นคริสเตียนอยู่ดี เขาเลือกเวลาไว้แล้วว่าช่วงนี้จะมีคนเฝ้าแค่คนเดียว เพราะมันจะมีอีกคนไปหลบพัก มันเป็นอะไรที่ไม่ค่อยมีใครรู้ ทั้งๆที่ตอนกลางวันนี่ยิ่งกว่าคัดคนเข้ากองทัพเสียอีก

เขาสองคนพากันวิ่งลัดเลาะไปตามซากตึก ผ่านไปแล้วตึกแล้วตึกเล่าก่อนจะเริ่มเข้าสู่เขตที่อยู่อาศัย โทมัสมองเศษซากบ้านคนที่ทรุดโทรมอยู่ประปราย รอบๆตัวเขาแทบจะไม่มีต้นไม้อยู่เลย รอบๆตัวเต็มไปด้วยผนังสีเสปรย์เสียจนลายตา เขาเดินตามคริสเตียนต้อยๆ ก่อนที่จะไปเจอกับถังน้ำเก่าๆใบหนึ่งที่วางอยู่ไม่ไกล น่าจะของคนแถวนี้ที่อยู่กัน คริสเตียนเดินนำเขาไปยังถังน้ำนั้นก่อนจะวักน้ำล้างหน้าคราบเลือดปลอมกับพวกสิ่งสกปรกออก ก่อนที่จะหันหน้าเปียกๆมาหาเขา

“ล้างออกเถอะ ทนดูไม่ได้” เขาว่า โทมัสมองค้อนก่อนจะไปล้างหน้าบ้าง การได้ล้างเมคอัพพวกนี้ออกทำเอาเข้ารู้สึกสบายหน้าขึ้นมามาก เขาสะบัดผมเล็กน้อย ก่อนจะลูบหน้าไล่น้ำบนหน้าตัวเองออก

“เราต้องไปหาที่นอนก่อน” คริสเตียนว่า โทมัสขมวดคิ้ว

“อะไรนะ”

“ถ้านายจะลุย นายต้องนอน”  คริสเตียนว่าก่อนจะเดินนำไปข้างหน้าอีกครั้ง พวกเขาเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ จนมาเจอสะพาน คริสเตียนเดินหลบลงมาใต้สะพาน โทมัสเดินตามมาก่อนที่จะถูกพาลอดไปในท่อระบายน้ำขนาดใหญ่

“นอนก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่” คริสเตียนว่า ก่อนจะขยับตัวเอนตัวลงนอนในท่อนั้นทันที ทิ้งให้เขายืนเหวออยู่

นี่? จะให้เขานอนในท่อนี่น่ะเหรอ!

ให้ตาย ปลอมตัวมาแทบจะทุกสถานะ วันนี้ก็ได้ลองบทบาทคนขอทานรึไงไอ้ผู้กองโทมัส! ให้ตายสิ!

Sh*t ช่วยไม่ได้สิน่า”  เขาบ่นไปก็แค่นั้น ก่อนจะค่อยๆเดินตามมาแล้วมุดตัวเข้ามานอนในท่อเหมือนกัน ความจริงมันก็ไม่ได้เล็กอะไร แต่คงเพราะมีตัวผู้ที่สูง 180 มานอนยัดกันมันก็เลยดูเล็กลงไป ได้ข่าวว่าเขาเพิ่งจะนอนมาเต็มอิ่มแท้ๆ

แต่กับอีกคน...

เออ ให้แม่งนอนไปก่อนก็ได้วะ เดี๋ยวน็อคตายห่าทำงานไม่ได้อีก ยังไงๆเขาก็มาอยู่ในเขตเป้าหมายแล้ว คงไม่มีอะไรน่าห่วงมากแล้วล่ะ

หวังว่าพรุ่งนี้มันจะง่ายดายแบบนี้บ้างนะ

 

%100

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #60 Tata (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 17:20

    สนุกค่ะ

    #60
    0
  2. #9 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:10
    ตอนนี้ทำให้รู้ว่า คริสเป็นพวกถ้ำมองนั่นเอง
    #9
    0