YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 3 : Mission 3 : The team (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    8 พ.ค. 61

THE MISSION


Image result for niels schneider gif


I need a gangsta
To love me better
Than all the others do
To always forgive me
Ride or die with me
That's just what gangsters do


**นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย และมีคำหยาบนะคะ**


            โทมัสกำลังรู้สึกงงหนักมาก

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมการเจรจาของเขาถึงง่ายดายนัก อย่างว่า เขาไม่ชินกับความง่ายดาย  แต่กับผู้ชายตรงหน้า กลับทำเอาเขางงจับ มันก็คงจะจริงอยู่ที่ว่าใครๆก็อยากออกจากคุกกันทั้งนั้น และนั่นคงรวมไปถึงเจ้าหนวดนี่ ติดมาสองปี คงอยากจะออกไปผจญโลกเต็มทน

อา มันคงไม่มีอะไรหรอกน่าโทมัส  คนเราก็ต้องเป็นแบบนี้กันอยู่แล้ว อีกอย่างของตอบแทนมันก็เร้าใจจะตายไป

ตอนนี้เขากำลังรอให้อีกฝ่ายจัดการเรื่องทางคุกให้เรียบร้อย อะไรๆก็ง่ายขึ้นเมื่อคนใหญ่คนโตยื่นมือเข้ามาช่วย ไม่นานนัก ร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนก็ก้าวออกมาจากคุก เดินตรงมายังเขาที่ตอนนี้ยืนพิงรถยนต์คันโก้อยู่

“พร้อมแล้วก็ขึ้นรถ”  เขาว่า ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงให้รีบขึ้น ลำพังวันนี้ก็เสียเวลามาค่อนวันแล้ว เขาต้องเร่งมือ

ทหารหนุ่มไม่พูดอะไร ก่อนจะเดินมายังฝั่งข้างคนขับ ก่อนที่จะเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งในรถตามไปติดๆ

“เฮ้ ทำไมไวจังวะ! อั่ก!  ยังไม่ทันที่ก้นจะได้แตะเบาะนาน เสียงของบุคคลที่สามก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ส่งผลให้สัญชาติญาณดิบเพื่อเอาตัวรอดของนายทหารจัดการส่งแขนไปล็อคคอของอีกฝ่ายแล้วออกแรงกระชากมาด้านหน้าทันที โทมัสที่เห็นความว่องไวนั้นก็ได้แต่อึ้ง

“ฮะ  เฮ้! Stop! พวกเดียวกันเว้ย! อั่ก!  ชายหนุ่มผมเข้มกล่าวอย่างยากลำบาก โทมัสเห็นท่าไม่ดีจึงรีบห้าม

“หยุดเดี๋ยวนี้นะคริสเตียน นายกำลังทำร้ายเพื่อนร่วมงานอยู่! ปล่อยเขา!  โทมัสว่า คริสเตียนเหลือบตาขึ้นไปมองก่อนที่จะยอมคลายวงแขนออกจากคอของอีกฝ่าย เป็นผลให้เจ้าตัวรีบรุดถอยไปยังเบาะหลังทันที เสียงไอค่อกแค่กดังอยู่ครู่ก่อนจะหายไป

“ให้ตายสิ นั่นบิลล์ เพื่อนร่วมงานอีกคน”  โทมัสว่า ก่อนที่จะสตาร์ทรถแล้วจัดการเคลื่อนตัวออกจากเรือนจำ คริสเตียนนั่งฟังเงียบๆก่อนจะมองคนด้านหลังผ่านกระจก อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มตัวบาง ทำเอาเขาแปลกใจ หมอนั่นไม่ได้ดูเหมาะกับงานแบบนี้สักนิด เท่อท่าเสียไม่มี

“จะเป็นพระคุณมากนะถ้าพี่ท่านเลิกมองด้วยสายตาประเมินค่าแบบนั้น”  อีกฝ่ายตอบกลับ คริสเตียนมองต่ออีกสักพัก ก่อนที่จะกลับมาโฟกัสท้องถนนแทน

“ฉันขอเวลาศึกษาข้อมูลอีกหนึ่งวัน มะรืนเราจะบุกไปที่เป้าหมาย ภารกิจนี้ต้องเสร็จภายในสี่วัน ฉันให้มากที่สุดคือห้าวัน สายข่าวจากทางรัสเซียรายงานมาว่าจะมีการขนส่งในอีกสี่ถึงห้าวันข้างหน้า เข้าใจที่พูดไหม เฮ้!  โทมัสร่ายยาว ก่อนที่จะปรายตามามองคนข้างตัว คริสเตียนนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่หือไม่อือกับคำพูดของเขา

หนอย ไอ้หนวดนี่มันน่านัก!

“งานนี้ ฉันเป็นหัวหน้า นายสองคนมีหน้าที่รับฟังคำสั่งฉัน โอเค?!” โทมัสว่าย้ำเตือน แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากคริสเตียน ไอ้หนวดนั่นทำเหมือนคำพูดของเขามันเป็นเพียงสายลมที่ลอยผ่านรูหูไป ผู้กองหนุ่มเลือดร้อนเห็นแบบนั้นก็เริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมา เขารักระเบียบวินัย และการทำงานที่มีลำดับแบบแผน เพราะเขาเชื่อว่าทุกอย่างจะสำเร็จได้อย่างรวดเร็วถ้ามีระเบียบ

แต่กับคนตรงหน้าที่กำลังจะละเมิดวินัย เขาไม่ชอบคนแบบนี้

“นี่!

“คุณเอาอะไรมามั่นใจขนาดนั้น”  อีกฝ่ายตอบกลับมาสั้นๆ

“สายข่าวที่เราหาข่าวมา รับรองเชื่อใจได้ ข้อมูลที่ผ่านปากฉันไม่มีทางผิด รับรอง”  ไอ้หน้าจืดเบาะหลังทักขึ้นด้วยท่าทีภาคภูมิใจ คริสเตียนถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายใจ ก่อนจะเริ่มพูด”

“มันง่ายเกินไป”

“นายว่าไงนะ?!” โทมัสตอบกลับ

“แผนของคุณ เรียบง่าย ธรรมดา ไม่มีชั้นเชิง เจอบ่อยยิ่งกว่ามุกฝืดเสียอีก”

โทมัสแค่นหัวเราะ ไอ้บ้านี่! กล้าดียังไงมาหยามผู้กองโทมัสขนาดนี้วะห้ะ!

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ เอ้า เก่งนักนี่พ่อทหารเก่า” โทมัสอดรนทนไม่ไหวที่จะแขวะกลับคำโต คริสเตียนเหลือบตามามองอยู่ครู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเบนสายตากลับไป

“เฮอะ!นายมันก็ได้....เฮ้! What the hell!  ยังไม่ทันที่โทมัสจะได้พูดจบประโยค จู่ๆคนตัวใหญ่ข้างกายก็ทำบางสิ่งที่เขาไม่คาดคิด คริสเตียนใช้ความว่องไวของตัวเองล้วงไปที่ช่องเก็บของด้านหลังแล้วยกวัตถุสีดำขลับจ่อไปที่ริชาร์ด ส่วนมืออีกข้างก็กำรอบคอเขาเอาไว้พอเหมาะพอดี กลายเป็นว่าภายในเวลาไม่กี่วินาที หัวหน้าทีมอย่างผู้กองบาร์เชลตันผู้โด่งดังกลับต้องมาเป็นนกอีก๋อยแห้งตายในกำมือของชายใจโหด รวมไปถึงอัจฉริยะฆ่าไม่ตายอย่างคุณคลินน์ก็ต้องมานั่งสต๊าฟหน้ากระบอกปืนอย่างช่วยไม่ได้

เป็นช่วงเวลาที่ได้ยินแค่เสียงเครื่องยนต์จริงๆ

ไอ้บัดซบ!จะทำบ้าอะไรของแกวะ!

“ทำไมตำรวจชอบเก็บปืนไว้ตรงนี้นะ อยู่ในตำราเหรอ” คริสเตียนว่าอย่างยียวน สัมผัสหยาบกร้านจากมืออีกฝ่ายยังอยู่รอบคอเขาจนไม่กล้าแม้แต่จะกลืนน้ำลาย

ตำรวจงั้นเหรอ? ให้ตายสิวะ

“ฮะ...เฮ้ พี่ชาย ฉันว่าวางปืนก่อนดีไหม แบบค่อยๆคุยกันก็ได้ เราน่าจะใช้ภาษาเดียวกัน จริงไหม”  ริชาร์ดว่าเสียงอ่อน แต่ก็ต้องเงียบไปเมื่อเห็นสายตาดุๆจากอีกฝ่าย

คนบ้าอะไรวะ คาริสม่าฆ่าคนสุด

“ถึงสี่แยกข้างหน้า เลี้ยวขวา”  เขาสั่งเสียงเรียบ โทมัสอ้าปากเถียง

“นายจะไปไหน อึก!  คริสเตียนไม่อดทนฟังอีก ก่อนจะรวบมือให้แน่นขึ้น

“ทำตามที่ผมสั่ง คุณตำรวจ อย่าให้ผมต้องใช้กำลัง คุณไม่ชอบแน่” คริสเตียนว่าเสียงเหี้ยม  โทมัสพยายามคิดหาทางพลิกเกม ในตอนนี้เขาทำอะไรแทบไม่ได้ มือก็ต้องบังคับพวงมาลัย ไอ้ครั้งจะหยิบปืนอีกกระบอกก็คงได้ตายก่อนหยิบเป็นแน่แท้

“เราไม่สามารถออกนอกเส้นทางได้นะพี่เบิ้ม อุ่ย....แบบพี่จะไปไหนเหรอจ๊ะพี่จ๋า แฮ่...” ริชาร์ดพูดขึ้น แต่ก็ถูกสายตาดุๆนั่นมองกลับไปเสียจนพูดอะไรไม่ได้อีก คริสเตียนหันไปมองแยกข้างหน้าก่อนที่จะสั่งอีกครั้ง

“เลี้ยวขวา”

“...”

“ผมแพ้ไม่เป็นนะคุณ ถ้าคุณไม่ยอม คิดว่าจะเป็นยังไงถ้าผมจัดการคุณทั้งสองคนแล้วขับรถหนีไปซะ”

“ถึงตอนนั้น นายจะรู้ว่าการที่ถูกคนทั้งโลกตามล้างบางมันเป็นยังไง อึก!

“ผมเคยรู้สึกมาแล้ว โทษทีที่ทำให้ผิดหวัง เลี้ยวขวาซะ!ผมสั่ง!  เสียงทุ้มนั่นคำรามขึ้นข้างตัว โทมัสจึงต้องจำใจหักพวงมาลัยไปอีกทางอย่างเสียไม่ได้

เจ็บใจชะมัด!

“จากนั้นขับตรงไป ใช้ทางหลวง ขับขึ้นไฮเวย์”  เขาสั่งเสียงเรียบ โทมัสหันหน้าไปมองอย่างตกใจก่อนจะพูดขึ้น

“คริสเตียน นายจะไปไหน!” เขาร้องท้วง

“ไมอามี” อีกฝ่ายตอบสั้นๆ แต่ทำเอาเขาอ้าปากค้าง

ฟัคคค  คนละทิศกับชิคาโกเลยไอ้ทหาร!!!

“เฮ้ ถ้าเราไปไมอามี กว่าจะไปถึงชิคาโกคือภารกิจล่มเลยนะเว้ย”  ริชาร์ดร้องท้วงบ้าง

“ระหว่างไปช้ากับไปไม่ได้ จะเอายังไง” 

“หมายความว่ายังไง?”

“ขับตามที่บอกก็พอ”  เขาตอบโทมัสแค่นั้น

“จากไมอามีไปชิคาโกก็ราวๆยี่สิบชั่วโมง ให้ตาย นายคิดอะไรอยู่ จะไปอาบแดดก่อนทำงานรึไงพี่ชาย” ริชาร์ดบ่น คริสเตียนจึงขยับเอามือเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนริชาร์ดตอนนี้ทั้งหลังทั้งหัวเอนติดเบาะไปแล้ว

“ทำตามที่บอก แล้วผมจะพาเข้าไป ดีล”  มันว่าเองเออเองเสร็จสรรพ ก่อนจะหันหน้ามามองโทมัสที่หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ข้างกาย คริสเตียนเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะใช้นิ้วโป้งลูบลูกกระเดือกอีกฝ่ายเล่น แต่ทว่า ร่างโปร่งในกำมือของเขากลับนั่งเกร็งขึ้นมาทันที

อา...จุดตายของคุณอยู่นี่นี่เอง

“อย่ารุ่มร่าม!  โทมัสขู่เสียงรอดไรฟัน

“ว่ายังไง คุณจะทำตามที่ผมบอก แล้วเราก็ไปช่วยกันจัดการจ๊อบ หรือจะขัดขืน แล้วให้ทุกอย่างมันจบตรงนี้”

หมอนี่มัน เป็นทหารหรือว่าเป็นอาชญากรมาก่อนกันแน่วะ!

“นายจะไปไมอามีทำไมวะ อย่าตอบว่าอาบแดดนะ ฉันขึ้นแน่”  โทมัสถามกลับพลางขับรถไปตามเส้นทางของผู้ชายร่างหนาข้างตัว

“เชื่อผม คุณไม่มีทางได้เข้าไปที่นั่น จนกว่าเราจะมีเขา”

“เขา? ใคร?”  โทมัสตามกลับอย่างสนใจ แต่อีกฝ่ายก็ทำแค่เพียงยักไหล่เบาๆ แล้วลดมือทั้งสองข้างลงมา โทมัสพอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบก็ได้แต่ฟึดฟัดจนคริสเตียนสังเกตเห็นได้

“นายจะไม่หลอกเราใช่ไหมเนี่ย”  ริชาร์ดที่พอเห็นโอกาสพูดก็ถามออกมา

“พวกคุณจะไปจัดการคนพวกนั้น ศัตรูของศัตรู คือมิตร”  คริสเตียนตอบ

“โอเค พวกเราไม่รู้หรอกนะว่านายมีแค้นอะไรมาก่อน แต่งานนี้เราต้องช่วยกัน นายฉันและเคลวินจะได้ประโยชน์ เคนะ?”  ริชาร์ดหว่านคำพูดก่อนที่จะเอนตัวกลับไปนั่งเหมือนเดิม

“อย่าได้ตุกติกเชียวนะ พ่อทหาร” โทมัสขู่เสียงรอดไรฟัน คริสเตียนไม่ตอบ ก่อนที่จะหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง พลางก้มลงมองมือตัวเองบนตัก ความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวอย่างห้ามไม่ได้

อยากเห็นแมวในเครื่องแบบเกร็งแบบเมื่อกี้นี้อีกสักทีสิ

****

ขับมานานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าโทมัสค่อนข้างจะปวดก้นเต็มที เลยพยายามขยับก้นซ้ายขวาเพื่อบรรเทาอาการปวด ตอนนี้ทั้งรถเหลือแค่เขากับไอ้หนวดข้างกายแค่นั้น ส่วนริชาร์ด รายนั้นน่ะหลับไปตั้งแต่ชั่วโมงก่อนนู่น

กล้าดียังไงมาทิ้งฉันไว้กับอาชญากรว่ะห้ะ!

“อีกสองไมล์มีปั๊ม แวะก่อน”  คริสเตียนที่นั่งเงียบมานานพูดขึ้น  รอบนี้โทมัสไม่เถียง เพราะเขาเองก็อยากพักเหมือนกัน ตอนนี้รอบข้างพวกเขามืดมิด ดูเวลาก็รู้เลยว่านานขนาดไหนแล้วที่ขับรถมา การขับรถเป็นระยะทางร้อยๆไมล์นี่ไม่ใช่เรื่องตลก ต่อให้รถจะสบายขนาดไหนก็ลำบากได้เหมือนกัน

ไม่นานทั้งคนทั้งรถก็ได้รับการพักผ่อน โทมัสดับเครื่อง ก่อนที่จะลงจากรถ ตามด้วยริชาร์ดและนายทหาร การได้เหยียดขาเต็มที่แบบนี้ทำเขารู้สึกตึงๆขาบ้างนิดหน่อย แต่ไม่นานก็ปรับสภาพได้ ริชาร์ดลงจากรถก็วิ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที ทิ้งไว้ให้เขากับนายทหารหนุ่มยืนพิงรถเป้นพระเอกกันอยู่สองคน

“ฉันถามจริงนะ นายจะไปหาใคร” โทมัสที่ทนความสงสัยไม่ไหวเปิดปากถามขึ้น

“เดี๋ยวคุณก็รู้ เอาเป็นว่าเขาช่วยคุณได้แล้วกัน”  คริสเตียนว่า ก่อนที่จะหมุนตัวเดินตามริชาร์ดไป ทิ้งให้ผู้กองยืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่คนเดียว

มีลูกน้อง ลูกน้องก็บีบคอบังคับ ชีวิตโทมัสนี่มันยังไงวะ!

เป็นเวลาเกือบชั่วโมงที่พวกเขาหยุดพัก  จนพอรู้สึกหายเมื่อยล้า โทมัสก็ส่งเสียงบอกกลูกเรือกะลาสีทั้งสองให้ขึ้นรถ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เปิดประตู ก็ดันมีมือสากๆ มาดึงมือเขาออกแล้วขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับหน้าตาเฉย

เอ้า เฮ้ย!ยังไงวะไอ้นี่!

โทมัสเคาะกระจกอย่างเอาเรื่อง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะเปิดประตูให้ เขาเลยจัดการออกแรงเปิดประตูออกทันที

“ลงมา” โทมัสสั่ง

“รอบนี้ผมขับเอง ขืนปล่อยให้คุณขับ อีกสามปีคงถึงไมอามี”  คริสเตียนว่า ทำเอาโทมัสยืนกัดฟันกรอดด้วยความคับแค้นใจ เขาไม่ชอบให้ใครมาดูถูกเขา ตอนนี้ คริสเตียนเป็นหนึ่งในคนส่วนน้อยที่เขาไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย

“ฉันขับได้ ลงมาคริสเตียน เลิกขัดคำสั่งฉันสักที”

“ไม่ขึ้น? งั้นคุณก็อยู่ที่นี่แล้วกัน ตามใจ”  ทันทีที่พูดจบ อีกฝ่ายก็ปิดประตูใส่หน้าเขา ก่อนจะออกตัวรถทันที โทมัสจึงต้องวิ่งตามอย่างเสียไม่ได้ คริสเตียนเห็นแบบนั้นก็เลยหยุดรถให้คุณผู้กองหนุ่มได้ขึ้นมานั่งข้างๆ

“นายนี่ชอบแกล้งเขาจริงๆสิน่า” ริชาร์ดบ่นลอยๆ ก่อนจะเอนตัวล้มลงเตรียมนอนต่อ โทมัสขึ้นมานั่งด้วยสีหน้าบูดบึ้ง คริสเตียนรู้ดีว่าอีกฝ่ายอารมณ์เสียกับเขามากแค่ไหน ฟังจากเสียงปิดประตูนั่นดูสิ ท่าเขากับตำรวจหนุ่มนี่น่าจะไปกันได้ไม่ยืด เขากับผู้ชายคนนี้มีนิสัยคล้ายกัน ชอบเอาชนะ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แถมยังรั้นหัวชนฝา

ภารกิจที่น่าปวดหัวที่สุดที่เคยได้รับมา

คริสเตียนไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี ขับรถไปเรื่อยๆตามทาง  ด้วยความที่เขาเคยเดินทางไปไมอามีมาก่อน เลยพอจะรู้เส้นทางลัดทางเลี่ยงกับเขาบ้าง เวลาที่จะถึงปลายทางเลยกระชั้นลงมาใกล้กว่าที่คิด  ผ่านมาได้เกือบสามชั่วโมงเขาก็เริ่มรู้สึกง่วง แต่ก็ไม่ได้มากเท่าไหร่นัก คงเป็นเพราะไม่ได้ทำงานนาน ร่างกายเลยยังปรับตัวไม่ทัน ทั้งๆที่เมื่อก่อนอดนอนแค่ไหนก็ไม่หวั่น คริสเตียนจอดรถข้างทาง ก่อนที่จะหยิบน้ำเปล่าข้างตัวขึ้นมาดื่มเพื่อไล่ความง่วง  มองไปข้างตัวก็เห็นคุณตำรวจคู่ปรับนอนหน้าแนบกระจกอยู่

พอสิ้นฤทธิ์ก็คนธรรมดานี่เอง ไม่เหลือคราบคนเจ้าอำนาจสักนิด

เวลาล่วงเลยไปเกือบสิบนาทีที่เขาจอดพัก ก่อนที่จะออกตัวรถขับไปต่อ นาทีนี้เขาไม่ได้คิดอะไรในหัวมากมาย ภารกิจที่จะไปทำ ใช่ว่าเขาอยากจะทำ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่ถูกหมายหัวให้จัดการ ดันเป็นคนที่เขาอยากจัดการเหมือนกัน เพราะแบบนี้ เลยต้องมาทนรองรับสองคนนี้

อย่าให้ฉันจัดการแกได้ด้วยตัวเองล่ะ ฉันไม่ปล่อยให้แกได้พูดครั้งสุดท้ายแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

“อือ...”  แสงสว่างแยงตาผู้กองหนุ่มจนเขาเริ่มรู้สึกตัว  นัยน์ตาสีอ่อนค่อยๆปรับโฟกัส ก่อนที่จะยันตัวขึ้น  ภาพตรงหน้าทำเอาเขาประหลาดใจไม่น้อย ไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะมาถึงที่หมายได้รวดเร็วขนาดนี้ มองไปรอบตัวก็เห็นนักท่องเที่ยวน้อยใหญ่นุ่งน้อยห่มน้อยเดินชายหาดกันเตาะแตะ รถของเขาจอดอยู่ข้างๆถนน อีกฟากเป็นร้านขายของเรียงรายยาวสุดลูกหูลูกตานั่นก็เป็นชายหาดที่เต็มไปด้วยผู้คน

ไอ้สองคนที่มาด้วยหายไปไหน?

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะกระจกข้างกายทำให้ผู้กองหนุ่มหันไปมอง กลายเป็นเพื่อนซี้ตัวแสบของเขายืนยิ้มร่าอยู่  โทมัสมองก่อนจะเปิดประตูลงไปจากรถ  เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเพื่อนเขาสวมใส่เสื้อผ้าสีสันเสียจนเขานึกอยากจะตบหัวมันสักที

เรามาทำภารกิจจัดการคนค้าอาวุธสงครามไม่ใช่มาเต้นฮูลาฮูล่า!

“ใส่เสื้อบ้าอะไรของนายวะ ไปเปลี่ยน” เขาสั่ง

“เออ เดี๋ยวเปลี่ยน ขอใส่เอาหล่อแอ๊วสาวเอาแรงก่อนดิวะ”  ริชาร์ดว่า ก่อนจะผิดปากให้สองสาวที่เดินผ่านไป

“แล้วไอ้ทหารหนวดนั่นไปไหน”

“ผมชื่อคริสเตียน ไม่ได้ชื่อไอ้ทหารหนวด”  เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง ทำเอาโทมัสต้องหันกลับไปมอง ตั้งแต่ออกจากคุกมาหมอนี่ก็ดูสะอาดสะอ้านเป็นผู้เป็นคนมากกว่าตอนเจอกันครั้งแรก คริสเตียนมองมาที่เขาก่อนจะพูดขึ้น

“ตื่นแล้วก็ตามมา”  เขาว่าสั้นๆ ก่อนที่จะเดินนำไปยังอีกฟากของถนน สั่งอีกแล้ว! โทมัสบุ้ยปาก แต่ถึงอย่างนั้นก็หันไปชวนริชาร์ดให้เดินตามไป  หลังข้ามถนนมาได้ นายทหารก็พาเดินเลียบไปตามร้านค้า แดดร้อนๆทำเอาโทมัสแสบตานิดหน่อย เชื่อเลยว่าที่นี่คือไมอามี เดินกันมาได้สักพัก คริสเตียนก็หยุดอยู่ที่ร้านเครื่องดื่มร้านหนึ่ง ก่อนที่จะเดินนำเข้าไป ภายในร้านมีฝรั่งหัวหงอกประปราย นั่งคุยกันถึงเรื่องจิปาถะ เขาละสายตา ก่อนที่จะหันไปมองผู้นำของเขา

แค่ตอนนี้ล่ะวะ

“พีทอยู่ไหน”  ชื่อของบุคคลที่สามหลุดออกมาจากปากของชายหนุ่ม ทำเอาโทมัสและริชาร์ดหันหน้ามามองกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“หลังร้าน เดี๋ยวตามมาให้” หญิงสาวร่างท้วมตอบกลับ ก่อนจะเดินหายเข้าไปหลังร้าน

“พีทคือคนที่นายพูดถึงเหรอ?”  โทมัสถามขึ้น คริสเตียนไม่ตอบแต่พยักหน้าเบาๆ ไม่นานนักป้าอ้วนคนเดิมก็เดินออกมาจากร้าน ตามมาด้วยผู้ชายอีกคน เขามีสีหน้าประหลาดใจอย่างมากที่ได้เห็นคริสเตียน

“คริสเตียน?! พระเจ้า ดูนายสิ!คุกทำอะไรนายไม่ได้เลยใช่ไหม”  ชายหนุ่มผมหยิก อายุน่าจะราวๆยี่สิบกลางๆ ตัวเล็กผอมบางกว่าเขานิดหน่อย ดูท่าทางจะสนิทสนมกันกับคริสเตียนเอามากๆ

“ฉันมีเรื่องให้ช่วย” คริสเตียนว่า ก่อนจะหันมามองพวกเขา

“นั่นเคลวิน กับบิลล์ เพื่อนร่วมทีมฉัน”  เขาตอบกลับ ทำเอาคนตัวเล็กมองฉงน

“ขอให้ช่วย? ทีมนาย? Oh my god! ออกคุกมาก็ได้มิชชั่นเลยรึไง”  คนตัวเล็กว่าเสียงสดใส ก่อนที่จะดึงตัวคริสเตียนออกมาจากร้าน พวกเขาสองคนก็เลยต้องเดินตามมาด้วย พอมาอยู่ในที่ที่ค่อนข้างไกลคน พวกเขาก็เริ่มพูดคุยกัน

“ว่ามา”

“จัดการเรย์โนลด์”  คริสเตียนพูด โทมัสกับริชาร์ดที่ได้ฟังอยู่ก็หูผึ่งกันทันที

“เรย์โนลด์? นายหมายถึงผู้ชื้อชาวอเมริกันใช่ไหม” ริชาร์ดถามขึ้นทันทีที่ได้ข้อมูล คริสเตียนพยักหน้า ก่อนที่จะพูดต่อ

“เรย์โนลด์เป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ที่คุมเขตการค้านั้น ไม่ใช่ว่าใครก็จะเข้าไปทำการค้าได้ง่ายๆ มีการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่จะทำการค้า ถ้าเราจะเข้าไป ต้องใช้เส้นด้านในช่วย” เขาว่า ทุกคนคิดตาม ก่อนที่คนตัวเล็กอย่าง ปีเตอร์ แซนดรอส จึงพูดต่อขึ้น

“เรย์โนลด์มันระวังตัวดีมาก ตำรวจหลายคนพยายามจะทำลายที่นี่ แต่ไม่เป็นผล เพราะไม่มีหลักฐานอะไรแน่นหนาพอจะสาวตัวไปถึงมันได้” เขาอธิบาย

“แล้วนายช่วยอะไรพวกเราได้”  โทมัสหรี่ตามองอีกฝ่าย

“ฉันเคยทำงานในนั้น”  ปีเตอร์ตอบกลับ  โทมัสจึงคงพยักหน้า ได้คนรู้เส้นทางเข้ามาข้างในแบบนี้ก็ถือว่าช่วยเขาได้อีกเปราะนึง

“เราต้องรีบลงมือ อีกสี่ห้าวันนี้ จะมีการขนส่งอาวุธสงครามจากรัสเซีย ไม่แน่ว่าถ้าเราไปช้า แล้วมีการซื้อขายเกิดก่อน อาวุธอาจจะถูกแพร่กระจายไปทั่วอเมริกา จลาจลอาจจะเกิดขึ้นทั่วทวีป”  โทมัสอธิบายเป้าหมายของเขาบ้าง ปีเตอร์ที่ได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้าก่อนจะหันหน้าไปมองคริสเตียนแล้วพูดขึ้น

“ทำงานกับนาย ฉันไม่เกี่ยงอยู่แล้วคริส ขอแค่ผลตอบแทนมันดีๆหน่อยก็แล้วกัน” ว่าจบก็ขยิบตาไปที

“โอเค ฉันว่าเราเริ่มเดินทางกันได้แล้ว ถ้านายจะไปด้วยก็มา ฉันคิดว่านายคงใช้ประสบการณ์นั้นได้จริงๆ ไม่ใช่แค่โกหกเอารางวัล”  โทมัสว่า ก่อนที่จะหมุนตัวเตรียมกลับรถ

“มาถึงไมอามีเพื่อเอาตัวกูเกิ้ลแมป ลงทุนมากหน่อยแต่ก็คุ้มใช้ได้” ริชาร์ดว่าเปรียบเปรย เรียกเสียงหัวเราะจากคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี

“นายว่าไงนะ ฉันเนี่ยนะกูเกิ้ลแมป?” ปีเตอร์ว่าก่อนที่จะขำก๊ากใหญ่ เล่นเอาริชาร์ดงง

“เลิกเล่นได้แล้วน่ะพีท  ไปเก็บของ อีกสิบห้านาทีจะขับรถมารับ”  คริสเตียนว่าตัดบทก่อนที่จะเดินตามโทมัสไป ริชาร์ดเห็นแบบนั้นก็เลยยักไหล่ แล้วพูดขึ้น

“เคมีคล้ายกันดีนะ สองคนนั้น” เขาว่าแค่นั้น ก่อนจะเดินตามไปอีกคน ทิ้งให้ชายผมหยิกยืนยิ้มงงๆอยู่คนเดียวตรงชายหาด

“ฉันเนี่ยนะกูเกิ้ลแมป? ฉันเคยทำงานที่นั่น แต่หมอนั่นเคยอยู่ที่นั่น ใครกันแน่ที่เป็นกูเกิ้ลแมปวะ”

 

100%

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #81 AlommAom (@rasikaaom) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 13:39
    แอบขำความเถียงกัน555555
    #81
    0
  2. #8 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 20:59
    ก็มีคู่กันหมด >_<
    #8
    0