YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 23 : Mission 23 : Feeling (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 853
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    12 ก.ค. 61

THE MISSION

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Isn't he cra-crazy beautiful
Isn't he stra-strange and wonderful
And I think I love her more than I even understand


โทมัสกำลังคิดว่าเขากำลังรู้สึกหมั่นไส้….

ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเช้า นับได้ว่าเช้ามาก นึกว่าสมาชิกอีกคนจะยังคงนอนอยู่แน่ๆจึงเตรียมจะออกมาตะโกนปลุก แต่พอออกมาเห็นโซฟาว่างๆแบบนั้นก็ทำเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเฉยๆ ไม่รู้ว่าจะหงุดหงิดทำไมกะอีแค่เขาตื่นไวกว่า หมั่นไส้

เขาได้ไปริมหน้าต่างก่อนจะแหวกออกดูสภาพอากาศข้างนอกเล็กน้อย ยืดเส้นยืดสายอยู่ครู่ก็ไปทำธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย จนเวลาล่วงเลยมาเกือบจะเจ็ดโมง ตอนนี้ริชาร์ดก็ย้ายมาอยู่ตึกเดียวกันตามคำบังคับบัญชาของเขาแล้ว ก็ถ้าเกิดว่าหมอนั่นอยากจะไปทำงานโดยใช้รถของเขาก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนิดหนึ่ง  ใครมันจะยอมขับรถไปรับไปส่งทุกวัน ระยะทางก็ใช่ว่าจะใกล้กันขนาดนั้น นานวันเข้าค่าน้ำมันก็พุ่งเป็นเหมือนกัน

โทมัสยัดขนมปังชิ้นสุดท้ายเข้าปาก แต่จู่ก็พลันนึกถึงคริสเตียนขึ้นมา ออกไปไหนตั้งแต่เช้า แต่ถึงจะออกไปเช้าขนาดนั้นไอ้ยักษ์นั่นก็ยังอุตส่าห์ทำอาหารไว้ให้เขาอีกแล้ว ตรงนี้แหละที่น่าหงุดหงิด เขารู้สึกว่าการที่คริสเตียนมาดูแลแบบนี้มันน่าขนลุก ตอนแรกไม่ชอบหน้า พอมารู้ว่าหมอนั่นเป็นเกย์ก็ยิ่งระแวงเข้าไปใหญ่ ไม่รู้ว่าไอ้ที่หมอนั่นทำดีแบบนี้มันจะสื่ออะไรพวกนั้นได้หรือเปล่า แต่ก็ขอให้ไม่จะดีกว่า

นั่นไม่เท่าไหร่ จะไปไหนทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะวะ มีปากไว้แค่รับหมัดหรือไง

 

 

ก้อก ก้อก

เสียงเคาะประตูเป็นสัญญาณว่าริชาร์ดมาถึงห้องแล้ว โทมัสสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ก่อนจะกวาดแฟ้มลงกระเป๋าใบโปรด แล้วเดินไปเปิดประตู ริชาร์ดวันนี้ดูสดใสกว่าทุกวัน โทมัสหรี่ตามองเพื่อน นี่ก็อีกคน คิดจะดีดก็ดีด

“อะไร” มันหันหน้ามาพูดกับเขา

“เปล่า ไปทำงานเถอะ”

“พี่เบิ้มล่ะ อยู่ไหน”

“ช่างหัวไอ้ห่านั่นได้ไหม!” โทมัสพูดก่อนจะรีบเดินดุ่มๆไปที่ลิฟต์ทันที เสียงหัวเราะริชาร์ดไล่หลังมาทำเอาโทมัสยิ่งนึกอยากจะหยุดเสียงหัวเราะนั่นด้วยปืนสักกระบอก เสียงน่ารำคาญชะมัด

ทั้งโทมัสและริชาร์ดลงมาจนถึงถนน วันนี้พวกเขายังคงต้องอาศัยรถโดยสารไปทำงานแทนไปก่อน รอเวลาที่สถานีจะจัดการอะไรสักอย่างให้พวกเขา  ยืนหาวหวอดๆอยู่ข้างทาง ที่นี่ตอนเวลาเจ็ดโมงอากาศกำลังดี เห็นผู้คนออกมาวิ่งที่พาร์คกันขวักไขว่ รวมไปถึงเด็กน้อยวิ่งขึ้นรถโรงเรียน  เป็นภาพที่ดูแล้วชวนให้รู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก ยืนรอได้สักพักรถโดยสารที่พวกเขาเฝ้ารอก็มาถึง ทั้งคู่ขึ้นไปนั่งบนรถแล้วอาศัยเดินทางด้วยวิธี ดูท่าทางคงจะต้องใช้งานเจ้านี่ไปอีกสักพัก

ใช้เวลาราวๆยี่สิบนาทีก็มาจอดอยู่ที่ทำงาน พวกเขาลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในสำนักงาน อันที่จริงเวลาราวๆเจ็ดโมงครึ่งแบบนี้สำหรับคนธรรมดาทั่วไปมันอาจจะค่อนข้างเช้าอยู่พอสมควร แต่สำหรับพวกเขา เวลาไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะยังไงการมาก่อนหัวหน้าถือเป็นเรื่องดีที่สุด

“หายหัวไปสองวันเลยนะพวกนาย”

“ก็….เพลียๆน่ะครับ”  ริชาร์ดยิ้มแหยๆ เอ็ดมันด์หรี่ตามอง ก่อนจะเบนสายตาไปยังลูกน้องอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ห่าง

“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม นายน่ะ”

“ครับ?” โทมัสงงเป็นไก่ตาแตก เมื่อจู่ๆอีกฝ่ายก็ถามประเด็นนี้  ไม่น่าเชื่อว่าหัวหน้าพวกเขาจะรู้ด้วย แต่พอนึกดีๆแล้วน่าจะเป็นฝีมือไอ้ริชาร์ดที่เคลียร์ให้

“อ่า ก็ดีขึ้นแล้วครับ”

“ดี อย่าคิดว่าทำงานสำเร็จแล้วจะทำอะไรก็ได้ ไม่ใช่เรื่อง ไปทำงานของตัวเองได้แล้ว เอกสารคดีใหม่กองอยู่บนโต๊ะ”  กล่าวสั่งจนจบ อีกฝ่ายก็เดินกลับเข้าห้องตัวเองไปพร้อมกับกลิ่นกาแฟหอมฉุย โทมัสและริชาร์ดก็เลยได้โอกาสกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง แต่พอไปเห็นกองเอกสารบนโต๊ะก็ทำเอาแทบลมจับ โทมัสเดินเข้าไปจับเอกสารขึ้นมาดูทีละแฟ้มๆ งานที่ได้รับครั้งนี้ไม่ใช่งานใหญ่ร้ายแรงอะไร เป็นกรณีที่เด็กวัยรุ่นเมายาอาละวาด แล้วก็หายตัวไป

“เฮ้อ ขอร้องล่ะ ฉันเบื่องานเอกสารแล้วนะ นี่อะไร เล่นวิ่งไล่จับจริงๆขึ้นมาแล้ว โคตรงานตำรวจเลย”

“บ่นไปก็เท่านั้น มันไม่ได้ช่วยให้งานเสร็จหรอกนะ”

“โทมัส แกนี่มัน”

ดูท่าทาง วงเวียนชีวิตน่าเบื่อกำลังจะกลับมาขับเคลื่อนอีกครั้งสินะ วันนี้ทั้งวันน่าจะได้แค่อ่านเอกสารพวกนี้อีกตามเคย

ชีวิตตำรวจออฟฟิศนี่มันห่วยสุดๆไปเลย

 

 

@ 9 PM

คลิก!

เสียงปลดล็อกประตูเรียกความสนใจจากโทมัสได้เป็นอย่างดี เขาละสายตาจากโต๊ะทำงานก่อนจะมองไปยังคนที่เพิ่งจะกลับมา คริสเตียนชูถุงเสบียงในมือให้เขาเห็นก่อนจะเอามันวางไว้บนโต๊ะกินข้าวข้างๆตัว โทมัสยังคงนั่งจ้องคริสเตียนถอดเสื้อฮู้ดออกวางไว้บนโซฟา อันที่จริงสิ่งที่หมอนั่นใส่เป็นเสื้อผ้าที่ริชาร์ดน่าจะหามาให้ เห็นมีเป็นลังวางอยู่ข้างตู้เย็น ไม่รู้ว่าไปหามาจากไหนและไปหามาแต่ไหน รู้แค่ว่า ตอนนี้ห้องของเขาโคตรจะไม่มีความเป็นส่วนตัวอย่างถึงขีดสุด

“คุณมองผมทำไม”

“นาย   โทมัสกะว่าจะถามออกไป แต่ว่าพอกลับมาคิดดูดีๆแล้ว ถ้าถามออกไปมันก็ดูเหมือนกับว่าเขากำลังสนใจกิจวัตรประจำตัวของอีกฝ่ายเข้าให้แล้ว คริสเตียนเลิกคิ้วรอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะพูด แต่ก็กลับไม่พูดไปเสียแล้ว

“เปล่า”

“คุณจะถามว่าผมไปไหนมาเหรอ”

แม่งเอ้ย….รู้ได้ไงวะว่าอยากรู้

“ขอโทษนะ แต่ฉันคิดว่ามันไม่น่าจะสำคัญเท่ากระดาษพวกนี้” โทมัสชูเอกสารรายงานที่เป็นงานของเขาให้อีกฝ่ายดู  คริสเตียนไม่พูดอะไรกลับสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขา สายตาคมไล่มองทุกๆอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะและมาจบอยู่ที่หน้าของเขา

“ผมไม่คิดว่าคุณจะทำงานตามเด็กกลับบ้าน”

“นี่!

“ผมออกไปหาเบาะแสมา เกี่ยวกับเรื่องที่ผมถูกไล่ฆ่า”  สิ้นเสียงคริสเตียน โทมัสก็มีสีหน้าอยากรู้อย่างเห็นได้ชัด แต่ว่าเจ้าตัวก็ยังคงทำฟอร์มไม่ถามต่อ คริสเตียนมอง แววตาเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด

“แล้วยังไง รู้ตัวคนร้ายแล้ว? เออ ออกไปสักที ทั้งพี่ทั้งน้อง”

“เปล่า ผมยังไม่รู้หรอกว่าใครทำ” 

“พูดแบบนี้ฉันเสียใจนะ นายควรจะไปจากที่นี่ได้แล้ว” ใช้ด้ามปากกาชี้หน้าอีกฝ่าย ก่อนจะก้มหน้าเตรียมจะอ่านเอกสารต่อ แต่ทว่าคนตัวสูงก็ยังเดินหนีไปไหน ยังคงยืนมองเขาอยู่ที่เดิม โทมัสปัดไม่สนใจ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว วางปากกากระแทกโต๊ะอย่างรุนแรงแล้วหันมามองตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาไม่มีสมาธิ

“ไม่มีอะไรทำหรือยังไง”

“มี”

“ทำอะไร”

“มองคุณ”  สิ้นเสียงของคริสเตียน โทมัสก็รู้สึกเหมือนกำลังขาดออกซิเจน เหมือนในหัวเขามีเสียงวิ้งกังวาน เผลอทำหน้าตกใจใส่คริสเตียน  คนตัวสูงเห็นแบบนั้นก็หลุดขำออกมา

“ผมแค่มองคุณทำงาน คุณจะตกใจอะไร ไม่เคยโดนมองหรือยังไง”

“ฉันจะทำงาน ต้องใช้สมาธิ ถ้ายังรบกวนฉันแบบนี้นายก็ย้ายไปหาริชาร์ดซะ!

“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวพีทโมโห”

คริสเตียนพูดจบ อีกคนก็ดูท่าทางจะหงุดหงิดหนักกว่าเดิม เขาโดนโทมัสเมินใส่ทันที มือเรียวของคุณตำรวจปัดแขนเขาที่เท้าโต๊ะให้หลุดออกไป คริสเตียนถึงกับงงเมื่อจู่ๆคนตรงหน้าก็ดูท่าทางจะหงุดหงิดเพิ่มมากกว่าเดิม หรือว่าเขาพูดอะไรผิดไป

“โอเค คุณทำงานไปเถอะ”  เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายที่แสดงออกว่ารำคาญอย่างเต็มที่ เป็นใครหน้าไหนก็ต้องหนีไปตั้งหลักก่อน คริสเตียนเองก็เช่นกัน เขาหนีเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย วันนี้ทั้งวันตั้งแต่เช้ามืดจนดึกดื่น สิ่งที่เขาทำมีอยู่เพียงอย่างเดียวคือตามสืบว่าไอ้พวกห่าที่มายิงเพื่อนเขามันเป็นใคร น่าเสียดายที่เขาได้เบาะแสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเบาะแสที่เล็กน้อย มันก็ยังพอทำให้เขาตามเรื่องได้ต่อ

เดฟ รูทเซอร์

คนสำคัญที่ดูท่าทางว่าจะเกี่ยวข้องแบบไม่ธรรมดา มันเป็นตำรวจ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนของอเมริกา เขาได้เบาะแสนี้จากการไปซัดไอ้อ้วนที่บาร์ อุตส่าห์ข้ามเขตไปอีกตั้งหลายบล็อกเพื่อจะได้เจอมัน การตามล่าตัวไอ้อ้วนนี่ไม่ใช่เรื่องยาก ต้องขอบคุณริชาร์ดที่สามารถตามพวกมันจนเห็นจุดแยกกันได้ หนึ่งในนั้นคือไอ้อ้วนที่เป็นคนหลุดปากบอกชื่อนี้มา

แน่นอนว่าตอนนี้มันไม่สามารถเดินได้อีกแล้ว

คริสเตียนปิดน้ำเมื่ออาบเสร็จ พันผ้าขนหนูลวกๆแล้วเดินโทงๆออกมาข้างนอก ด้วยความที่เขาเป็นผู้ชายร่างใหญ่ ผ้าขนหนูเลยดูเล็กไปถนัดตา กลิ่นอาบน้ำกลิ่นเดียวกันกับคุณตำรวจพลอยติดผิวมาด้วย กลิ่นหอมเย็นธรรมดาที่ทำให้สมองปลอดโปร่งได้แบบไม่น่าเชื่อ

พลั่ก!

“ไปแต่งตัวให้เรียบร้อย!ไม่รู้หรือไงวะว่าอย่ามาเดินโทงเทง น่าเกลียด!

ยังไม่ทันจะได้เดินไปแต่งตัว แมวตำรวจก็ขว้างหมอนจากโซฟามาใส่หน้าเขาเต็มๆ สีหน้าหงุดหงิดของอีกฝ่ายทำคริสเตียนต้องถอนหายใจออกมา

นี่ไม่เคยจะอยู่ด้วยกันดีๆเลยสินะ อคติตลอด

“โอเค ผมจะจำไว้”  โทมัสเห็นอีกคนรับปากแบบนั้นก็เงียบไป คริสเตียนเองก็ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียง เดินไปยังกล่องเสื้อผ้า เรื้ออยู่สักพักก็หอบเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำไป พอแต่งตัวเสร็จก็ออกมานั่งอยู่ที่โซฟา นั่งเช็ดผมเหมือนคนไม่มีอะไรทำ โทมัสนั่งอ่านเอกสารด้วยความขุ่นมัว นึกถึงเมื่อกี้แล้วก็ยังหงุดหงิดไม่หาย คิดว่าตัวเองหุ่นดีแล้วจะโชว์ยังไงก็ได้หรือไง แล้วผ้าขนหนูหาผืนใหญ่กว่านั้นมันไม่มีแล้วรึไง ปิดแค่นั้นเดินสามก้าวก็กลัวหลุดแทน ผ้าก็แนบไปจนเห็นส่วนนูน นึกถึงแล้วยังรู้สึกขยาดไม่หาย

น่ากลัวฉิบหายเลยผู้ชายคนนี้  ทำยังไงให้มันขนาดนั้นวะนั่น

 

***

“อ่ะ….

“อรุณสวัสดิ์”  คริสเตียนทักทายคนที่เพิ่งตื่น โทมัสขมวดคิ้วมองหน้าเขา เดี๋ยวอ้าปากเดี๋ยวหุบปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง สงสัยคงจะอยากรู้ว่าทำไมวันนี้เขาไม่ออกไปไหน คริสเตียนเลิกวิดพื้นก่อนจะเปลี่ยนมายืนประจันหน้ากับโทมัส คุณตำรวจในลุคหัวฟูเป็นภาพที่ค่อนข้างจะหาดูยากในระดับหนึ่ง

“ไม่ออกไปไหนหรือไง”

“วันนี้มีธุระ” ตอบไปพลางยืดเส้นยืดสายไปด้วย  โทมัสเผลอกลืนน้ำลายเมื่อได้เห็นสัดส่วนกล้ามเนื้อบนตัวอีกฝ่าย ถึงแม้เมื่อคืนมันจะเห็นแต่ก็ไม่ได้เต็มตาแบบเช้าวันนี้

ทำไมแม่งชอบถอดเสื้อวะ!

คริสเตียนเห็นคุณตำรวจหน้านิ่วมองที่ตัวเขาก็นึกได้ว่าคนตรงหน้าไม่ชอบให้ถอดเสื้อผ้าเดินไปมา

“พอดีผมออกกำลังกาย”

“เออ”  น้ำเสียงแข็งกระด้างตอบกลับ

“แล้วไง ธุระอะไร” โทมัสเอนตัวพิงกรอบประตูพลางสบตาอีกฝ่าย

“เกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานก่อน ผมได้เบาะแสมานิดหน่อย”

“อ่า”  คริสเตียนรู้สึกเสียเซลฟ์เล็กน้อยที่อีกฝ่ายหันหน้าหนีเมื่อคุยกัน เสียงตอบกลับแบบปัดๆนั่นทำเอายิ่งเขวเข้าไปอีก กำลังว่าจะขอลาไปล้างหน้าแปรงฟัน แต่เสียงกระแอมกระไอจากอีกฝ่ายก็เรียกความสนใจของเขาเอาไว้ก่อน

“คุณเจ็บคอเหรอ ดูท่าทางห้องคุณไม่มียาแก้ไอนะ จะให้ผมลงไปซื้อให้ไหม”

“แม่ง….ฉันไม่ได้เจ็บคอ”  อีกฝ่ายยังคงไม่มองมาที่เขาขณะตอบ สีหน้ากระอั่กกระอ่วนปรากฏขึ้น คริสเตียนยิ่งขมวดคิ้วมุ่นกับท่าทางของอีกฝ่าย

“โทมัส”

“นายน่ะ คิดอะไรอยู่ใช่ไหม”

K.O.

Sh*t…….

เกิดเดธแอร์ขึ้นมาชั่วขณะเมื่อจู่ๆอีกฝ่ายก็ดันฮุคหมัดใส่ด้วยคำพูด คริสเตียนก็ตัวชาไปทันที  ขนาดพูดประโยคนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่หันหน้ามามองเขาเลย นี่โทมัสรู้ทันมาตลอดหรือยังไงกัน

“เอ่อ.. คือผม อันที่จริงก็พอจะรู้ว่ามันผิดปกติ แต่ว่า

“แม่ง! ทนไม่ไหวแล้ว!  เผลอตกใจกับการที่จู่ๆอีกคนก็ตะโกน  จากนั้นก็เดินอ้อมไปหยิบหมอนใบเดิมที่เขาโดนขว้างใส่เมื่อคืนเอามาขว้างใส่เขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างกันออกไป โทมัสเขวี้ยงลงมาเต็มแรงที่ส่วนกลางลำตัว ก่อนจะรีบหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องทิ้งให้คริสเตียนยืนงงอยู่

อะไรกันวะ….

ทางฝ่ายโทมัสที่เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องแล้วก็เดินกระแทกส้นต่อไปยังกระจกบานโตของตู้เสื้อผ้า โทมัสยืนจ้องอยู่นานก่อนจะเผลอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่

เชี่ยเถอะ ใครมันจะไปยืนคุยต่อได้ ไอ้นั่นมันชี้หน้าซะขนาดนั้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขากระดากกับเรื่องพวกนี้เหลือเกิน การได้เห็นส่วนลับส่วนสงวนของผู้ชายด้วยกันเป็นอะไรที่โทมัสโคตรจะทนไม่ได้ ตั้งแต่เมื่อคืนที่เห็นคริสเตียนนุ่งน้อยห่มน้อยมันก็แย่พอแล้ว วันนี้ยังต้องมาโดนไอ้นั่นโด่เด่ชี้หน้าตลอดเวลาที่คุยกันอีก เวร!   ก็พอจะเข้าใจว่าผู้ชายตอนเช้ามันก็แบบนี้ แต่แบบ ยังไงเขาก็ยังไม่โอเค เห็นแค่ผ่านผ้าบางๆแค่นั้นยังพอจะพูดถึงเรื่องขนาดได้ เดาได้เลยว่าเขากันผู้ชายคนนั้นคนละโลกกันเลยด้วยซ้ำ

ก้มลงมองของตัวเองที่นอนสงบนิ่งใต้ร่มผ้า โทมัสใช้นิ้วเกี่ยวดูลูกชายตัวเองเล็กน้อย ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะยังนอนนิ่งเหมือนเดิม ชักจะเริ่มทำให้โทมัสอิจฉาขึ้นมานิดหน่อย

สงสัยแกคงต้องไปหาหมอจริงๆแล้วล่ะโทมัส ขนาดนี้แล้ว วิกฤติแล้วไอ้ฉิบหาย

100%

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #47 PAILIN_IN THE.MOON (@napatsagorn) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 17:59
    ที่กระฟัดกระเฟียดใส่คริสเตียนเพราะของตัวเองไม่เป็นแบบนั้นใช่ไหมโทมัส ของคริสสุขภาพดีก็งี้แหล่ะ อุอิ 😁😁😁😁
    #47
    0
  2. #46 Lai_linlin (@iamalone0w0) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 21:11
    เอ้ะะะะ
    #46
    0