YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 20 : Mission 20 : Escape (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 805
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    1 ก.ค. 61

THE MISSION


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Heartbreak's on its way
Nothing left to say
Why you playing, babe
And tell me who she is
The reason to all this
Is she staying, babe

*นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย และมีคำหยาบนะคะ*

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านเข้ามาภายในห้องนอนขนาดย่อมปลุกร่างบนเตียงให้เริ่มรู้สึกตัว โทมัสรู้สึกแสบตาเล็กน้อย จนในที่สุดก็ทนไม่ไหวจนต้องลืมตาตื่น มองเห็นสภาพห้องก็ตกใจจนแทบจะลุกออกจากเตียงที่ยืนอยู่ แต่พอเห็นสภาพตัวเองก็ยิ่งตกใจเข้าไปกันใหญ่จนต้องนั่งทรุดอยู่กับเตียงอย่างเดิม

บรรลัยเอ้ย ทั้งโล่ง ทั้งโด่เด่ตั้งแต่เช้าเลย!

ก้มลงคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวเอาไว้ลวกๆ แล้วนั่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน จำได้ว่าโดนแม่สาวนั่นวางยา นึกถึงแล้วก็อยากจะเอาปืนมายิงหัวให้มันตายไปให้รู้แล้วรู้รอด รู้ถึงไหนอายถึงนั่น เป็นถึงระดับผู้กองหน่วยระดับสูงต้องมานอนเป็นผักปลาให้เขาปล้นง่ายๆ น่าโมโห

แต่ยังโชคดีที่มีคนไปช่วยไว้ได้ทัน ไม่อยากจะนึกถึงแต่ก็ต้องนึกอยากขอบคุณเล็กน้อยกับคริสเตียน…..

เฮ้ย!

“ไอ้บัดซบ!ฉันจะฆ่านาย!!  เสียงโทมัสตะโกนกร้าวลั่นห้องทันทีที่คิดไตร่ตรองได้ เมื่อคืนคริสเตียนเป็นคนช่วยไว้จากสาวๆพวกนั้น เดาได้ว่าตอนนี้เขาอาจจะอยู่ในห้องของหมอนั่นอยู่ก็เป็นได้ แล้วถ้าเป็นแบบนั้น ไอ้การที่เขาไม่มีเสื้อผ้าอยู่บนตัวเลยแม้แต่ชิ้นเดียวแบบนี้จะเป็นฝีมือใคร นอกจากไอ้ทุเรศนั่น!

แม่งเอ้ย  เกือบจะขอบคุณไปแล้วเชียว!

เหมือนได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากข้างนอกห้อง เป็นผลให้หางตาคมตวัดไปมองทันที  มืออีกข้างเลื่อนออกจากผ้าห่มไปคว้าเอาโคมไฟข้างตัวมาจับอย่างแนบแน่นเตรียมเขวี้ยงใส่บุคคลที่กำลังจะเข้ามาในห้อง ทันทีที่ประตูเปิดออกโทมัสขว้างออกไปสุดแรงเกิด แต่ทว่าโคมไฟกลับแฉลบออกไปโดนผนังจนแตกกระจายออก

“เฮ้ย! เอางี้แต่เช้าเลยเหรอ”  

“นาย? ปีเตอร์?”  โทมัสพอเห็นว่าคนที่เปิดเข้ามาไม่ใช่คนที่ตัวเองคาดคิดไว้ก็ตกใจระคนโล่งใจหน่อยๆ  อีกฝ่ายดูท่าทางจะตกใจเขามากอยู่เหมือนกัน เมื่อกี้ถ้าหมอนั่นไม่ดึงประตูหลบก่อนก็คงเข้าที่หัวเต็มๆ

“คุณตื่นแล้วทำแบบนี้ตลอดเลยไหมเนี่ย มันอันตรายนะ แล้วนั่นโคมไฟแพงซะด้วย แบบนี้ได้เอาไปรวมกับค่าเช่าเพิ่มแหงๆ”

“นายทำอะไรฉัน แล้วฉันมาอยู่กับนายได้ยังไง”  โทมัสถามอีกฝ่ายเสียงขุ่นทันที ปีเตอร์เห็นคุณตำรวจคนเก่งกลายร่างเป็นเสือขาวก็นึกขันในใจ

“ผมอุตส่าห์ช่วยดูแลคุณให้นะ เมื่อคืนโดนยามานี่ จะให้ปล่อยไว้ที่นั่นก็ใช่เรื่อง”

“แล้วริชาร์ดล่ะ”  โทมัสขมวดคิ้วถาม ปีเตอร์พอได้ยินชื่อนั้นออกมาจากปากอีกฝ่ายก็หันขวับทันที

“เขาไปที่แบบนั้นกับคุณอีกแล้วเหรอ”

“นี่นายไม่รู้?.....ชิบ ไอ้บ้านั่น ติดสัดจนลืมเพื่อนไงไอ้เวร”  พอเริ่มนึกออกว่าริชาร์ดหายไปไหนก็ได้แต่สบถด่าอีกฝ่าย ป่านนี้หมอนั่นคงจะนอนกกสาวน้อยอยู่ที่ไหนสักที่ บางทีอาจจะเป็นห้องรับรองของคลับนั้นก็ได้ใครจะไปรู้

“เอ้า นี่เสื้อผ้า ชุดเก่าโคตรเหม็นเหล้าเลยคุณ ไปทำอะไรมาถึงต้องกินขนาดนั้น ไปคลุกดินคลุกฝุ่นที่ไหนมาอีกก็ไม่รู้ ผมเลยเอาไปซักให้”  ปีเตอร์ว่าพลางโยนเสื้อผ้าลงไปบนเตียง โทมัสพอรู้ว่าตัวเองไม่ได้โดนล่วงเกินอะไรก็ค่อยโล่งใจมาหน่อย

“ขอบใจ”  เขาว่าแค่นั้น ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าพวกนั้นมา แต่ทว่า จู่ๆก็มีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว เจ้าตัวจึงรีบเอ่ยถามทันทีก่อนที่ปีเตอร์จะออกไปจากห้อง

“นี่ เมื่อคืน นายเป็นคนเจอฉันที่นั่นใช่ไหม”

โทมัสถามออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง เดาว่าเขาคงจะลายตาที่เห็นว่าคนที่มาช่วยเป็นคริสเตียนแทนที่จะเป็นปีเตอร์เพราะฤทธิ์ยานั่น  ภาวนาในใจขอให้คนที่ช่วยเป็นปีเตอร์  หลังจากที่ถามออกไป อีกฝ่ายก็ยังไม่ตอบ ตอนนั้นเอง ได้ยินเสียงมาจากข้างนอกห้อง ปีเตอร์จึงมองออกไปทางประตูที่เปิดทิ้งไว้ แล้วหันหน้ามามองเขาอีกที่ก่อนจะยกยิ้มร้ายพูด

“กลับมาแล้วเหรอ นี่ เขาตื่นแล้ว”  ยังไม่ทันที่จะได้ตีความอะไร โทมัสก็ตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาในห้องอีกคนเป็นคริสเตียน

อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนหมอนี่เป็นคนช่วยไว้จริงๆ!

“ตื่นแล้วสินะ รีบแต่งตัวซะ ผมซื้อของกินมาให้”  เสียงทุ้มว่าขึ้น

“เออ”  รับคำสั้นๆ ก่อนจะคว้าผ้าห่มมาห่อตัวไว้เป็นก้อน คว้าเอาเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำไป ปิดประตูดังปัง เผลอลดทิฐิในตัวไอ้ยักษ์ลงไปเล็กน้อยเมื่อสำเหนียกได้ว่าเขาเป็นคนช่วยออกมาจากคลับนั่น

“แม่ง ทำไมต้องมาติดหนี้บุญคุณหมอนี่ด้วยวะ!

ส่วนชายหนุ่มสองคนข้างนอก หลังจากเห็นว่าคนตัวขาวปิดประตูใส่หน้าขนาดนั้นแล้วก็เลยจะเดินออกจากห้องไป ยังไม่ทันที่คริสเตียนจะได้ออกไปถึงโต๊ะกินข้าว เสียงปีเตอร์ก็ทักขึ้น เรียกความหงุดหงิดได้เป็นอย่างดี

“ไม่ทำหรือพลาด”

“หุบปากพีท เขาอยู่ในห้องน้ำ”

“พลาดหรือกาก”

“นายอยากตายนักใช่ไหม”

“โถ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายจะปล่อยได้”  ปีเตอร์เอ่ยแซวขำๆ เห็นคนอายุมากกว่าแสดงสีหน้าอย่างอื่นบ้างนอกจากหน้านิ่งๆก็นึกสนุก  จริงๆที่ทำไปเมื่อคืนก็พอจะนึกออกแหละว่าคริสเตียนไม่กล้าทำอะไรแน่ๆ แต่อีกใจก็แอบเผื่อไว้ฟลุ๊คอยู่เหมือนกันว่าคริสเตียนจะแอบตั๊บๆ  แต่ว่านะ ยังก็ยังงั้น คริสเตียนที่ทำอะไรคนโดนมอมยา หมอนั่นคงไม่ใช่คริสเตียน

“ฉันไม่ได้เป็นเกย์”

“ก่อนที่จะเป็นฉันก็เคยท่องคำนั้น”  ว่าสั้นๆ ก่อนจะหยิบเอาแซนด์วิชเข้าปาก ยักคิ้วใส่อีกฝ่ายตบท้ายเป็นการกวนตีน

“คลับไล่ออกแล้ว วันนี้ว่าจะออกไปหางานใหม่”

“อ้าว ไหนเพิ่งจะโดนเพิ่มเงิน จู่ๆโดนไล่ออกได้ไง”

“ถามคุณตำรวจดูเอาแล้วกัน”  คริสเตียนว่า ก่อนจะกระดกน้ำในแก้ว เดินออกไปตรงหน้าต่าง กระชากผ้าม่านออกจนในห้องสว่างมากขึ้น บิดขี้เกียจสองสามทีแล้วค่อยลดตัวลงกับพื้นเตรียมจะออกกำลังกาย ปีเตอร์หันมองพี่ชายตัวเอง เป็นภาพประจำที่จะเห็นอะไรแบบนี้ คริสเตียนเลิกทำงานสุ่มเสี่ยงอันตรายเลยไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อ แต่ทว่าเพราะการที่เขาดูแลตัวเองค่อนข้างดีรวมถึงออกกำลังกายทุกวันแบบนี้เลยทำให้ยังคงหุ่นดีสมกับเป็นนายทหารได้อยู่

ได้ยินเสียงดังมาจากทางในห้องก็เห็นเป็นโทมัสกำลังเดินเช็ดผมที่เปียกๆออกมา ปีเตอร์เห็นอีกฝ่ายในชุดที่ตัวเองให้แล้วก็ยกยิ้มกรุ้มกริ่ม

ถ้าคริสเห็นเมื่อไหร่นะ มีเฮ

“กระเป๋าฉันอยู่ไหน”  อีกฝ่ายถามเขาทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะ ปีเตอร์จึงพยักเพยิดหน้าไปทางโซฟาที่มีกระเป๋าสีดำวางอยู่ โทมัสเห็นแบบนั้นก็เลยรีบเดินไปคว้ามาแล้วเช็คของในกระเป๋าทันที พอเห็นว่ามีครบก็เลยโล่งใจไป ล้วงเอาโทรศัพท์ในเครื่องออกมาก่อนจะกดโทรออกหาริชาร์ดทันที แต่ถือสายไว้อยู่นานก็ไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย

เมื่อคืนนี้มันล่อไปกี่รอบวะเนี่ย

เลิกพยายามติดต่อหาเพื่อนเมื่อเห็นว่าติดต่อไม่ได้ โทมัสจึงตัดใจแล้วเดินจะไปหาอะไรรองท้องสักหน่อยก่อนจะออกไป หยิบแซนด์วิชขึ้นมากิน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นคริสเตียนที่ออกกำลังกายอยู่ตรงข้างๆหน้าต่าง อดนึกชมไม่ได้ว่าหมอนั่นมีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆเสียจนน่าอิจฉา ผิวสีแทนกับมัสคิวลาร์แมนเป็นอะไรที่เข้ากัน สาวๆชอบ

“หมอนั่นออกกำลังกายประจำเวลานี้แหละ เวลาตื่นเขาน่ะ” โทมัสหันหน้าไปมองปีเตอร์ก่อนจะไม่พูดอะไร มองหานาฬิการอบห้องก่อนจะพบว่าตอนนี้เป็นเวลาสามโมงเกือบสี่โมงเช้าแล้ว

“ทำไมพวกนายถึงมาอยู่ที่นี่”

“ออกมาหางานทำน่ะ” ปีเตอร์ตอบ

“งานเดิมไม่ดีหรือไง”

“ก็คริสมันบอกว่าเบื่อ อยากออกมาหางานใหม่ทำ ผมเลยต้องระเห็จมาด้วย”

“นายเลิกบุ้ยอะไรก็ตามที่มันดูไม่ดีมาให้ฉันสักที พีท”  เสียงเข้มว่าเรียกความสนใจจากทั้งคู่ ไม่นานนักคริสเตียนก็วิดพื้นเสร็จ ตามตัวมีเหงื่อเล็กน้อยพอไม่เหนียวตัวมากนัก ลุกขึ้นยืนนิ่งๆคลายกล้ามเนื้อก่อนจะเดินกลับมายังโต๊ะทานอาหาร แต่ก็ต้องเพ่งความสนใจไปที่ชุดของโทมัสทันที  ตำรวจตัวขาวอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงผ้าเนื้อบางขายาวที่เขาชอบใส่ประจำตอนนอน ขนาดเสื้อของเขาพอไปอยู่บนตัวคุณตำรวจทำให้พอจะเข้าใจขึ้นมามากขึ้นกับคำว่าไอ้ยักษ์ที่ใครๆก็ชอบเรียกกัน แต่นั่นยังไม่ทำให้เขาตกใจเท่าไหร่ หันหน้าไปมองปีเตอร์ที่มองมายิ้มๆก็นึกหวั่นใจพิกล

“กางเกง”

อีกฝ่ายขยับปากโดยไม่มีเสียง แต่เขาก็เข้าใจได้ในทันที

กางเกงตัวนั้นเขาเคยฝันเปียกใส่….เดาว่าคงเคยหลุดชื่อโทมัสออกมาด้วย

ไอ้เด็กเปรต สักวันฉันจะฆ่าทิ้ง

แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่รู้ก็คงไม่อะไรหรอก

“ติดต่อเพื่อนคุณให้มารับหรือยัง” คริสเตียนเริ่มประโยคสนทนาก่อน ดูท่าทางแล้ววันนี้ดีขึ้นกว่าทุกครั้งที่เคยคุย อีกฝ่ายไม่พุ่งเข้ามาต่อยเขาแล้ว

“โทรแล้ว ยังไม่ตื่น สงสัยเมื่อคืนโดนรีดน้ำเยอะ”  พูดจบคนฟังอย่างปีเตอร์ก็สำลักขนมปังทันที มือรีบควานหาน้ำสะเปะสะปะ

“คุณมีแผลนี่ อยากทำแผลหน่อยไหม”  คริสเตียนที่สังเกตเห็นแผลบนใบหน้าอีกฝ่ายเลยทักขึ้น เมื่อคืนมองเห็นไม่ชัด พอมาตอนเช้าเลยเพิ่งจะได้เห็นว่าแผลนั้นยังเพิ่งถูกเย็บมาใหม่ๆเลยด้วยซ้ำ

“ไม่เป็นไร”  ตอบกลับเสียงขุ่น ถึงอย่างไรโทมัสก็ยังคงไม่ชินที่มีคนอย่างคริสเตียนมาพูดดีด้วย

“คุณจะกลับยังไง แท็กซี่?”

“อืม”   ตอบกลับสั้นๆ ก่อนจะกินอาหารคำสุดท้ายจนหมด คว้าแก้วน้ำมาดื่มอึกสองอึกก็เป็นอันเสร็จ โทมัสไม่พูดอะไรมาก คว้ากระเป๋าพายคู่ใจเตรียมจะกลับทันที

“ขอบใจที่ช่วย ฉันกลับล่ะ”  พูดขอบใจส่งๆ แล้วหมุนตัวเตรียมจะออกจากห้องไป

“ไม่เป็นไรครับ  คริสเตียน ไปส่งคุณเขาหน่อยสิ” ปีเตอร์ยังคงไม่เลิกทำหน้าที่คิวปิด

“ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้” โทมัสยืนกรานเสียงแข็ง

“เดี๋ยวผมลงไปส่ง ตามมา” สิ้นเสียงคริสเตียนสั่งเสร็จแบบห้วนๆก็พอรู้เลยว่าอีกฝ่ายคงจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายแน่ๆ ยอมให้มันจบๆไปดีกว่า  หมอนี่ดูท่าทางจะดื้อพอๆกันกับเขาเลยด้วยซ้ำ 

เห็นโทมัสเลิกขัดก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงยอมแล้ว คริสเตียนเดินมาหยิบอาหารเข้าปากอีกชิ้น เช็ดมือเรียบร้อยก่อนจะเดินนำอีกฝ่ายออกจากห้องไป กะว่าจะไปส่งตรงถนนใหญ่ให้คุณเขาหารถกลับเอง คงง่ายอยู่ล่ะมั้งกับเรื่องแค่นี้

….   ระหว่างทางไม่มีเสียงพูดคุยอะไรกันเลย มีแค่เสียงรองเท้ากระทบพื้นเท่านั้น อีกอย่าง ที่ตึกนี่ก็เหลือคนพักแค่ไม่กี่คน เป็นตึกเก่าๆ อยู่ในชุมชนที่ค่อนข้างจะถูกลืมจากสังคม มิหนำซ้ำตรอกซอกที่จะเข้ามาก็โคตรจะเปลี่ยว เดาว่าคงมีแค่สองสามห้องเท่านั้นที่เหลือ โทมัสเดินดุ่มๆนำหน้าเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดูท่าทางคงไม่อยากจะเห็นเขาในสายตาสุดๆ

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ”  เสียงของคนที่ตอนนี้กำลังเดินหน้าเขาดังขึ้น พร้อมกับจังหวะก้าวเดินที่หยุดชะงัก  คริสเตียนโผล่หน้าออกไปมองข้างหน้า เคาท์เตอร์ที่ทำงานประจำของเพื่อนเขาถูกค้นจนป่นปี้ เศษกระดาษกระจุยกระจายไม่มีชิ้นดี มีคนนอนร้องโอดโอยอยู่ข้างผนัง ซึ่งเขามั่นใจได้เลยว่านั่นคือเพื่อนของเขาเอง

นี่มัน เรื่องบ้าอะไรกัน!

“ค..ริส  หนี..หนะ   คริสเตียนรีบรุดเข้าไปยังเพื่อนของเขาที่นอนเจ็บสาหัสอยู่ บาดแผลฉกรรจ์เป็นรอยยาวตามตัวทำให้เลือดไหลไม่หยุด คริสเตียนรีบกุลีกุจอหาผ้ามาซับเลือดเหล่านั้นเอาไว้ ก่อนจะมองหน้าเพื่อนตัวเอง

“เฮ้ เฮ้  เคด เคดมองฉัน นายจะต้องไม่เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น”

“คริสเตียน มีอะไร” โทมัสเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ข้างหน้าชักจะไม่ชอบมาพากล ไอ้ครั้นจะหยิบปืนก็ลืมพกมาด้วย เลยเดินไปหยิบเศษขาเก้าอี้มาถือไว้ต่างอาวุธ

“หนีหนะ

“เฮ้!มันอยู่นั่น!!   เสียงตะโกนมาจากทางด้านบนตึกกลบเสียงอื่นจนหมดสิ้น คริสเตียนกับโทมัสรีบหันกลับไปดูก็พบว่าเป็นกลุ่มคนติดอาวุธครบมือกำลังเล็งอาวุธมาทางเขา คริสเตียนกระชากโทมัสให้มาประชิดตัวก่อนที่จะกลิ้งตัวหลบไปยังโต๊ะด้านข้าง ฉิวเฉียดพอดีกับจังหวะที่กลุ่มคนพวกนั้นรัวกระสุนปืนใส่

“นายไปสร้างศัตรูไว้ที่ไหนมาเนี่ย!

“ผมก็ไม่รู้!  คริสเตียนตอบ บ้าเอ้ย ตอนนี้เขาไม่มีอาวุธอะไรที่จะต่อกรได้เลยด้วยซ้ำ สงสัยต้องหนีออกจากตึกนี่ให้ได้ก่อน แต่ปีเตอร์ยังอยู่บนห้องอยู่ ต้องรีบขึ้นไปช่วย

“อ้อมหลังโต๊ะออกไปทางนั้น มีหน้าต่างอยู่บานหนึ่ง คุณออกไปทางนั้น แล้วหนีกลับไป”  คริสเตียนหันหน้ามากำชับคนที่อยู่ข้างตัวแข่งกับเสียงปืน โทมัสขมวดคิ้ว

“อะไรนะ แล้วนายล่ะ”

“ผมต้องขึ้นไปช่วยปีเตอร์ พวกเราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาล่าเราทำไม ไป!  คริสเตียนผลักโทมัสออกไปทันที เมื่อกระสุนวิ่งตรงมายังที่ที่พวกเขาหลบอยู่ โทมัสรอดตายแบบฉิวเฉียด คริสเตียนมองเห็นของที่อยู่ข้างตัวก็ขว้างปาใส่พวกนั้นสุดแรง ก่อนจะวิ่งไปยังโต๊ะที่อยู่ไม่ไกล จับพลิกตั้งเป็นเกราะกำบัง แล้ววิ่งพุ่งใส่พวกคนที่มายิงใส่เขาจนระเนระนาด ก่อนที่คริสเตียนจะกระโดดข้ามโต๊ะไปจัดการกับคนพวกนั้น ต่อยซ้ายทีขวาที มีบ้างที่จะโดนสวนกลับ แต่เมื่อถึงเวลานี้คริสเตียนไม่ได้สนใจ เขารัวหมัดใส่คนตรงหน้าอย่างเดียว ก่อนจะชิงเอาปืนจากอีกฝ่ายมาได้ รัวยิงใส่คนที่เหลือไม่ยั้ง จนในที่สุดพวกมันก็ล้มไปจนหมด คริสเตียนไม่สนใจรีบวิ่งพุ่งขึ้นกลับไปยังห้องของตัวเอง ประตูห้องยังคงปิดเอาไว้ คริสเตียนพุ่งทะลุประตูเข้าไปทันที

“พีท! พีท! อยู่ไหน!  คริสเตียนเรียกหาเสียงดัง ก่อนจะวิ่งดูรอบๆห้องๆ แต่ก็ไม่เจอวี่แววของชายหนุ่มผมทอง เขากำลังรู้สึกกังวลมากๆ ถ้าปีเตอร์เป็นอะไรไปเขาคงไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้แน่ๆ

“พีท!

“เฮ้ๆ! อะไร ตะโกนเสียงดัง ตกใจหมดเลย”   ปีเตอร์ที่ได้ยินเสียงพี่ชายตัวเองตะโกนโหวกเหวกโวยวายรีบวิ่งออกมาหน้าตาตื่น เนื้อตัวยังคงเปียกโชก วิ่งออกมาในสภาพเปลือย คริสเตียนถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไร

“ไปแต่งตัว เราต้องรีบหนี”

“หนีอะไร หนีใคร?”

ปัง! ปัง! ปัง!

ยังไม่ทันที่ปีเตอร์จะได้รับคำตอบ เสียงปืนก็ดังลอดเข้ามาภายในห้อง คริสเตียนเบี่ยงตัวหลบกับมุมห้องก่อนจะยิงรัวสวนกลับไปไม่แพ้กัน

“ไปแต่งตัวซะ!  คริสเตียนตวาดใส่เขา ร่างกายปีเตอร์รีบทำตามโดยอัตโนมัติ แต่ทว่า ตู้เสื้อผ้ามันดันอยู่อีกฟาก ซึ่งถ้าให้วิ่งไปแต่งตัวคงได้ร่างพรุนก่อนที่จะคว้ากางเกงในด้วยซ้ำ

“ไปไม่ได้!

“บ้าเอ้ย!  คริสเตียนคว้าผ้าผืนหนึ่งข้างตัว ก่อนที่จะโยนให้ปีเตอร์ พวกมันมีจำนวนคนมามากขึ้น ดูท่าทางตอนนี้พวกคนที่จะมาล่าเขาคงมารวมตัวอยู่ที่ห้องนี้จนหมดแล้ว ประตูห้องถูกคนพวกนั้นยึด ถ้าจะให้ออกไปทางนั้นได้คงต้องใช้รถถังมาถล่มกองทัพพวกนั้นให้หายไปซะก่อน

บ้าฉิบ! พวกนี้นี่มันเป็นใคร

“คริส! พวกนี้เป็นใคร!

“ฉันไม่รู้!  คริสเตียนตอบกลับพลางยกปืนขึ้นเล็ง ในที่สุดก็โดนไอ้พวกหน้าเหียกร่วงไปอีกสองราย

ปัง! ปัง!

แต่ถึงอย่างนั้น คนพวกห่านี่ก็ยังคงอยู่ที่หน้าห้องอยู่ดี พวกเขามีกันแค่สองคน ดุ้นหนึ่งกระบอก กระสุนก็ดูจะต้องเซฟไว้ด้วย ถึงแม้เรื่องพวกนี้จะสบายกับคริสเตียน แต่ไม่มีทางใช่กับปีเตอร์แน่นอน  ดูท่าทางงานนี้คงต้องหนีเอาตัวรอดกันก่อน

“นายพอจะปีนกำแพงไหวไหมพีท!

“นายจะให้ฉันทำอะไร”

“วิ่งออกไปทาหน้าต่าง ลงหลังคาแล้วไปที่ถนนใหญ่ ตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที เร็ว!  คริสเตียนสั่งเสร็จก็ค่อยๆถอยไปใกล้หน้าต่าง ใช้ปืนยิงสกัดเพื่อถ่วงเวลาเอาไว้ ปีเตอร์มองซ้ายขวาก่อนจะรีบวิ่งดุ่มๆตามคริสเตียนไปติดๆ กระสุนเฉียดหลังไวๆจนน่าขนลุก

แม่งเอ้ย หนีตายสภาพนี้เนี่ยนะ!

มือข้างหนึ่งกุมปมผ้าเอาไว้แน่น อีกมือก็ต้องใช้จับขอบหน้าต่างในการปีนหนี พอปีนออกมาได้เสร็จก็แทบจะร้องไห้ เมื่อข้างหน้าเป็นหลังคาสูงจากพื้นถนนราวๆสิบเมตรได้ อีกอย่างข้างล่างนั่นก็ดันเป็นพื้นปูนอีก

โหตกลงไปนี่คิดไม่ออกเลยว่าหัวหรือไข่ที่จะแตกก่อน

“ทำอะไรอยู่พีท! พวกมันเข้ามาในห้องแล้ว หนีเร็ว!   เมื่อโดนเร่งมาอย่างนั้น ปีเตอร์ก็จำเป็นที่จะต้องหาทางหนี มือปล่อยออกจากขอบหน้าต่าง ก่อนที่จะวิ่งไปตามแผ่นหลังคา น่ากลัวว่ามันจะยุบลงไป ลมพัดตีมาหวิวๆ มือก็กำผ้าที่มันปิดของสงวนเอาไว้อย่างเหนียวแน่น วิ่งลัดมาถึงขอบตึกก็เจอราวบันไดเหล็กที่อยู่ไม่ไกล รีบวิ่งไปเกาะไว้ทันที การไต่ลงบันไดโดยใช้มือข้างเดียวเป็นอะไรที่โคตรจะลำบาก ลมพัดเปิดผ้าเขาทีนี่แทบจะขาดใจ ยังดีที่แถวนี้ไม่มีคน ถ้าไปอยู่ตึกกลางเมืองนี่คงจะไม่หนีละ ปล่อยให้แม่งยิงตายดีกว่าที่ต้องให้คนอื่นมาเห็นน้องพีท

“พีท!เร็วกว่านี้ได้ไหม!  คริสเตียนเร่ง มือข้างหนึ่งจับราวบันได ส่วนอีกข้างก็ยิงสวนขึ้นไปใส่พวกนั้น

“เออ เร่งอยู่! พูดมากจังวะ เดี๋ยวก็เอาฟาดหน้าซะหรอก!  ปีเตอร์ตะคอกกลับอย่างหงุดหงิด รีบไต่ลงทันทีเมื่อเห็นว่าคริสเตียนเริ่มจะต้านไม่ไหว ไม่นานเขาก็วิ่งลงมาถึงพื้น รีบวิ่งอ้อมไปยังด้านหน้าตึกทันทีตามคำสั่งของคริสเตียน ตามมาติดๆด้วยผู้ชายร่างสูง พวกนั้นบางคนกระโดดเกาะบันไดแล้วตามพวกเขามาเช่นกัน

“ไปๆ”  คริสเตียนสั่ง ทั้งคู่รีบสับเท้าวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่าน พอไปถึงหน้าตึก ปีเตอร์ก็หยุดชะงัก เมื่อเห็นรถแท็กซี่คันหนึ่งจอดอยู่ด้านหน้า กระจกรถลดลงก่อนจะเผยให้เฆ้นหน้าของบุคคลที่เจอกันเมื่อเช้า

“รีบขึ้นมา เร็ว!  โทมัสเรียกตะโกน  ปีเตอร์รู้สึกเหมือนเห็นโทมัสมีปีกเลยในนาทีนี้  วิ่งไปจับผ้าไป ก่อนที่จะรีบกระโดดเข้ารถ ตามมาด้วยคริสเตียนที่ตอนนี้สภาพเหมือนโจรป่าที่กำลังหนีตาย พอคริสเตียนขึ้นรถมาได้ ผู้กองหนุ่มก็รีบเร่งเครื่องบึ่งออกจากซอยนี้ทันที กระจกหลังโดนยิงตามจนเป็นรูพรุน  คริสเตียนจับปีเตอร์ก้มหัวลงเพื่อหลบกระสุน ทางด้านโทมัสเองก็ทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ขับรถด้วยความเร็วปาดหน้าซ้ายทีขวาที สุดท้ายแล้วดูเหมือนว่าพวกนั้นจะตามไม่ทัน คริสเตียนและปีเตอร์ที่เหมือนจะรู้ว่าตัวเองปลอดภัยแล้วจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา

ปีเตอร์หันหลังกลับไปมองไม่เห็นคนตามมาก็โล่งใจ   รู้สึกว่าวันนี้โคตรจะซวยหมาที่ดันอาบน้ำในเวลานี้  ชีวิตที่เสี่ยงตายตั้งแต่เช้าทำเอาปีเตอร์ขยาดทันที

แม่งเอ้ย แทนที่จะได้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้แห้ง ดันต้องมาวิ่งให้ไข่ตากลมแทน เหยด ชีวิตดี๊ดีเลยว่ะวันนี้!

100%

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #44 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 22:25
    เอ็นดูน้องพีท เดี๋ยวไม่สบายนะ ล่อนจ้อนเชียว
    #44
    0
  2. #42 ิbuntazar (@buntazar) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 20:55
    โอ้ยยยย สงสาร 55555555555
    #42
    0