YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 2 : Mission 2 : The mission. (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,705
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    8 พ.ค. 61

               THE MISSION


Related image

When you feel my heat
Look into my eyes
It’s where my demons hide
It’s where my demons hide
Don’t get too close
It’s dark inside
It’s where my demons hide
It’s where my demons hide

**นิยายวายนะคะ มีคำหยาบ**

16.25 น.

ครืด ครืด

แรงสั่นสะเทือนจากข้างกายเป็นผลให้ร่างโปร่งที่นอนสลบอยู่บนเตียงรู้สึกตัว  เขาหรี่ตามองแสงที่ลอดเข้ามาผ่านทางม่านสีจาง ก่อนที่จะค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วควานหาโทรศัพท์ของตัวเอง

‘Richard’

ไอ้เวรริชาร์ด

“ไง”

[ไงโทมัส นอนข้ามวันเลยนะ ฉันโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้สารวัตรเรียกไปรายงานผล อันที่จริงก็วันนี้แหละ แต่เห็นว่านายควรพักสักหน่อย]

“ขอบใจ”

[เออ เป็นไง ดีขึ้นไหม]

“ดีขึ้นแล้ว แค่นี้ใช่ไหม” เขาว่าก่อนจะลูบพุงตัวเองเล็กน้อย อา...ชักหิวเสียแล้วสิ เมื่อวานนั่งดื่มจนหกโมงเช้า หลังจากนั้นก็แยกใครแยกมัน เมาใช้ได้เลยล่ะมั้ง ไม่ได้กินอะไรรองท้องเสียด้วยสิ

[อะไรของนายเนี่ย โห่ เพื่อนอุตส่าห์ห่วงใย...]

“แค่นี้นะ Bye” เขาว่าสั้นๆโดยไม่ได้ฟังเสียงโวยวายของอีกฝ่าย ก่อนจะกดตัดสายแล้วโยนมือถือไปไว้ข้างตัว พลางเลื่อนขาลงจากเตียง  นาฬิกาที่หัวเตียงบ่งบอกเวลาอย่างชัดเจน นอนไปเกือบสิบชั่วโมง เอ หรือเกินแล้ววะ?

โทมัสส่ายหัวไล่ความมึนก่อนจะลุกขึ้นยืน ร่างโปร่งที่ตอนนี้เหลือเพียงแค่ชั้นในแบรนด์ดังติดกาย เนื้อตัวของเขามีกล้ามเนื้อพอดิบพอดีที่จะให้สาวๆต้องกรี๊ดสลบ ความจริงโทมัสไม่ใช่คนมีผิวสี ออกจะขาวไปเลยเสียด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะไปทำงานเป็นจับกังมา เลยพลอยทำให้ตนเองได้ผิวสีแทนมาเป็นรางวัลเตือนใจถึงภารกิจนี้  โทมัสเดินเอื่อยๆมายังห้องน้ำ เขายืนมองตัวเองในกระจกก่อนจะค่อยๆเลื่อนหน้าเข้าไปมองใกล้ๆ  บนใบหน้ามีแต่หนวดเคราฟุ้งเฟ้อเขรอะกรังไปด้วยสิ่งสกปรก ตามเนื้อตามตัวก็มีร่องรอยเปรอะเปื้อน บางส่วนก็ช้ำจากการต่อสู้ ใช้เวลาอีกสักสองสามวันเดี๋ยวก็คงหาย

“เห็นทีแกต้องทำความสะอาดตัวครั้งใหญ่แล้วล่ะบาร์เชลตัน” 

*****

เวลาผ่านไปได้ชั่วโมงกว่า ร่างอันสมส่วนของผู้กองหนุ่มก็มาหยุดอยู่ที่เคาท์เตอร์ทำอาหาร ใบหน้าเกลี้ยงเกลาผิดกับเมื่อชั่วโมงก่อนดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัด ความจริงแล้วเขาก็ไม่ใช่คนแก่เสียเมื่อไหร่ แค่เพราะหนวดเพราะเครานั่นแหละที่ทำให้หลายๆคนเกรงกลัวขึ้นมาบ้าง  

ไม่นานออมเล็ตโล่ๆก็ส่งกลิ่นโชย โทมัสถือจานไปยังโซฟาตัวยาวหน้าทีวี  ความจริงที่นี่ค่อนข้างว่าง ไม่ค่อยมีอะไร อาจจะมีเสื้อผ้าสักแปดเก้าชุด แล้วก็เอกสารนิดๆหน่อยๆ เพราะส่วนมากเจ้าตัวมักจะออกไปทำงานนอกสถานที่เลยไม่ได้นอนที่ห้องพักของอพาร์ทเม้นต์เท่าไหร่นัก

“เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ไม่ว่าจะปัญหาอะไร เราช่วยคุณได้เสมอ เลือ Max male สิคะ”

ชีวิตของผู้กองหนุ่มดูแล้วแสนจะเพอร์เฟค มีเงิน มีงาน มีตำแหน่ง

“ชายวัยกลางคนมักมีปัญหานกเขาไม่ขัน เนื่องจากอารมณ์ทางเพศมีน้อยลง ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถช่วยได้ เพียงแค่วันละ 2 เม็ด เช้าเย็นหลังอาหาร”

แต่เขาคิดว่า เขามีปัญหา ปัญหาใหญ่เลยแหละ

หลังจากที่ริชาร์ดพูดเรื่องน้องชายเมื่อวาน เขารู้สึกว่า พอกลับมาทบทวนดูดีๆแล้ว เมื่อไหร่กันที่เขามีอารมณ์ทางเพศครั้งสุดท้าย  ช่วงสองปีที่แล้วก่อนจะรับตำแหน่ง หรือช่วงที่จบจากเวอร์จิเนีย  หรือว่าตั้งแต่เริ่มย่าง 20....

แย่ล่ะ แย่แล้ว นกเขาเรามันขันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่!

โทมัส บาร์เชลตัน ผู้กองหนุ่มดาวรุ่งที่ไม่เคยเกรงกลัวอะไรกลับกำลังนั่งวิตกต่อหน้าโฆษณายาเสริมสมรรถภาพทางเพศเสียนี่ ตอนนี้เขากังวลเหลือเกินว่าเขาจะเป็นชายผู้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศเสียแล้ว  ย้อนคิดดูแล้วตัวเองก็เอาแต่ทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างให้งานที่รัก จนลืมดุแลสุขภาพ ไอ้ริชาร์ดก็ด่าก็เตือนบ่อยๆจนเขาเบื่อขี้หน้ามันไปพักใหญ่

บ้าน่า....เรายังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก

เอาวะ ลองดูสักตั้ง!

ร่างโปร่งวางจานออมเล็ตกระแทกกับโต๊ะก่อนจะเดินไปปิดทีวีแล้วเดินเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะหยิบโน้ตบุ๊คคู่ใจออกมา จากนั้นก็เดินไปค้นหาแผ่นซีดีเก่าๆที่ริชาร์ดเคยยัดใส่กระเป๋ามาให้ไว้ มีกี่แผ่นเขารวบมันขึ้นมากองบนเตียงหมด ก่อนที่จะสุ่มเลือกมาหนึ่งแผ่นแล้วเปิดทันที

เอาวะโทมัส พิสูจน์ดูหน่อย

***

“อ๊ะ..อ๊ะ...ah..ah yes please please

แผ่นที่ห้าผ่านไป....

โทมัสนอนมองดูคลิปในโน้ตบุ๊ค ผู้หญิงในคลิปก็ขย่มไปสิ ครางไปสิ ไอ้เขาก็นอนนิ่งไป เฉยๆมาก ตอนแรกแค่แผ่นแรกเขาก็คิดว่าตัวเองแค่คงยังไม่ถูกใจ สามแผ่นผ่านไปก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมจนน่าตกใจ และตอนนี้แผ่นที่ห้ากำลังจะจบ

ไอ้สิ่งที่ควรจะคิดว่าน่าจะมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับนอนแน่นิ่งราวกับก้อนเนื้อธรรมดาที่มีไว้เกาะติดร่างกายเอาไว้แสดงเพศเฉยๆ

“บ้าเอ้ย”  เขาสบถ ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ ก้มลงมองก่อนจะสลับไปมองในจอ ภาพอีโรติก 18+ ที่ถ้าไอ้ริชาร์ดมาเห็นเป็นอันต้องเอาไปโพนทะนาต่อแน่ๆว่าไอ้ผู้กองหน้าหล่อกำลังมีปัญหาชีวิต

sh*t what the hell!  เขาสบถ ก่อนจะปิดคลิป แล้วเดินดุ่มๆเข้าไปในห้องน้ำ เขามองตัวเองในกระจก ก่อนจะยืนมองตัวเองอยู่อย่างนั้น

บ้าน่า นี่เรากำลังทำอะไรอยู่วะโทมัส!

“เอาล่ะ ขอให้มันได้ผลด้วยเถอะ”  ถ้าดูคลิปปลุกอารมณ์ไม่ขึ้น ก็คงต้องอาศัยวิธีเดิมๆแล้วล่ะ โทมัสกัดปากอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะค่อยๆรั้งกางเกงตัวเองลง เอาล่ะ นาทีนี้เขาจะต้องปลุกความเป็นชายของตัวเองขึ้นมาให้ได้!

 

10 นาทีผ่านไป

ไม่ไหว...

โทมัสนั่งสิ้นรูปอยู่บนโถสุขภัณฑ์ก่อนจะกุมขมับแน่น ไม่ไหว เขาทำไม่ได้เลย เมื่อครู่เขาลองแล้ว ลองทำทุกวิถีทาง ทั้งจับ ทั้งรูดจนหนังจะลอกแต่ก็กลับไม่มีปฏิกิริยาเสียจนน่าตกใจ ไอ้ครั้นจะเอาปัญหานี้ไปปรึกษาไอ้คนรู้ทุกอย่างแบบไอ้ริชาร์ดก็กลัวว่ามันจะแซวเอานี่สิ

โอย...ชีวิตผู้กองโทมัส จบเห่แล้ว

“ช่างแม่ง!ไม่ขึ้นก็ไม่ต้องขึ้นวะ!  เขาว่าตัดอารมณ์ก่อนที่จะดึงกางเกงขึ้นมาใส่ แล้วออกไปเก็บของข้างนอกให้เรียบร้อย จากนั้นก็ออกไปเดินเล่นที่พาร์คข้างนอกตามประสาคนได้พักผ่อน เวลาผ่านไปจนกระทั่งฟ้าเปลี่ยนสี โทมัสก็แวะซื้อของกินที่ร้านข้างๆพาร์คก่อนกลับ ระหว่างทางเขาสังเกตเห็นผู้คนมากหน้าหลายตา นี่เป็นอีกนิสัย โทมัสชอบสังเกต เป็นทักษะอันโดดเด่นของเขาที่ใครก็เลียนแบบได้ยาก และนี่ก็เป็นทักษะสำคัญที่ทำให้เขารอดตายเสมอ

ปึง!

เขาเดินลากเท้าเข้ามาในห้องของตัวเอง ก่อนจะลากร่างไปยังเตียงนอน เอนตัวลงไปเฉยๆเขาก็รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้หลับไปบนเตียงทั้งอย่างนั้น  ร่างโปร่งขยับตัวบ้างเพื่อความสบาย ปกติโทมัสไม่ใช่คนนอนดิ้น แต่ทว่า หลายชั่วโมงต่อมา เขากลับพบว่าตัวเองนอนขาไปทางแขนไปทาง ทั้งเสื้อผ้าก็หลุดลุ่ย

สงสัยช่วงนี้จะทำงานหนักไป

โทมัสลุกขึ้นมานั่งโง่ๆ ก่อนจะหยิบเอามือถือมาดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงแล้ว โทมัสขยับตัวนิดหน่อยก่อนที่จะลุกไปทำกิจวัตรประจำวัน

“อา...วันนี้ต้องไปรายงานสารวัตรนี่” เขากล่าวเตือนความจำ ก่อนที่จะล้มตัวลงบนพื้นแล้วออกกำลังกายแบบที่ทำทุกวัน  เขาออกกำลังกายจนคิดว่าได้ที่ก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นก็ทำธุระต่างๆจนคิดว่าเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปจนใกล้แปดโมงเช้า โทมัสเช็คของ ก่อนที่จะออกมาจากห้องพัก  ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก เขาก็มาถึงสำนักงาน ผู้กองหนุ่มในชุดสุภาพอย่างที่ไม่เป็นบ่อยนักกำลังหิ้วกระเป๋าเอกสารราวกับนักธุรกิจเสียมากกว่า และนั่นเป็นสาเหตุให้สาวๆหน้าฟรอนต์ทั้งหลายพากันสดชื่นเบิกบานรับเช้าวันใหม่

“ไง ไอ้ผู้กอง ฟีลลิ่งเฟรชเชียวนะ”  ริชาร์ดว่าขึ้น ก่อนที่จะเดินเข้ามาในลิฟต์ตัวเดียวกันกับเขา โทมัสจัดแจงชุดตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะหันไปตอบกลับเพื่อน

“ไม่ไง ก็สบายดี หล่อเหมือนเดิม” เขาว่าพลางยักคิ้ว

“เกลียดแม่งว่ะ นี่คิดว่าหล่อมากรึไง ถามจริง” ริชาร์ดมองอย่างหัวเสีย โทมัสหัวเราะก่อนจะจะไม่ได้ตอบกลับอะไรไป ความจริงไอ้เพื่อนตัวดีของเขาก็ใช่ว่าจะหล่อน้อยเสียเมื่อไหร่ ริชาร์ดเองก็ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ มันสูงพอๆกับเขา แต่อาจจะไม่ได้มีกล้ามเนื้อเท่าเขาเพราะมันไม่ค่อยได้ทำงานเถื่อนๆดิบๆ วันๆก็ทำตัวฉลาดเป็นสมองขององค์กร ผู้หญิงก็เรียกหามันบ่อยจะตายไป อีกอย่างมันก็เฟรนด์ลี่ แถมมีเวลาให้ ขี้เปย์อีกต่างหาก ใครมันจะไม่หลง

“วันนี้เห็นมีรถผู้ใหญ่มาเยอะด้วย น่าจะมีอะไรสักอย่าง”  หลังจากที่พวกเราออกมาจากลิฟต์ ริชาร์ดก็เปิดปากพูด ผู้กองหนุ่มรับฟังตาม ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาชายร่างสูงหน้าห้องทำงานของคนสำคัญ

“สวัสดี ผมผู้กองบาร์เชลตัน วันนี้สารวัตรนัดพบผม” เขากล่าวขึ้นยิ้มๆ

“ผมทราบแล้ว เชิญ”  ทวารประตูหน้าโหดพูดก่อนจะเปิดประตูให้เขาเข้าไป ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวเข้าไป โทมัสกับริชาร์ดเอะใจอยู่หน่อยๆตอนที่พวกเขาเข้าไปแล้วไปพบกับอีกคนที่ไม่ใช่สารวัตร

“ผู้กองบาร์เชลตัน”  สารวัตรกล่าวขึ้น เขาเดินเข้าไปอยู่ตรงหน้าก่อนจะโค้งหัวลงเล็กน้อย

“สวัสดีคุณคลินน์”

“ดีครับ แล้วนี่...” ริชาร์ดเว้นจังหวะก่อนจะเหลือบสายตาไปยังข้างกาย

“นี่เป็นแขกผู้มีเกียรติของเรา ท่านรุซโซ่ อีนอฟ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของรัสเซีย”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับท่าน” โทมัสกล่าวขึ้นก่อนจะยื่นมืออกไปจับตามมารยาท อีกผ่านก็ตอบรับกลับมายิ้มๆ ก่อนที่จะพูดขึ้น

“ผมได้ยินชื่อเสียงเรียงนามคุณมาบ้าง ผลงานของคุณสุดยอดมาก อายุเท่านี้ แต่ทำได้ขนาดนี้ ถือว่าไม่ธรรมดา”  ชายตรงหน้ากล่าว โทมัสยิ้มรับน้อยๆ ก่อนจะยื่นแฟ้มรายงานที่ได้รับมาจากริชาร์ดให้กับสารวัตร จากนั้นทั้งสามก็นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ จนเมื่อโทมัสคิดว่าจบธุระแล้วจึงจะขอตัวกลับ แต่ทว่าก็โดนเรียกตัวไว้เสียก่อน

“มีอะไรครับท่าน หรือมีอะไรที่ยังไม่เรียบร้อย” โทมัสถาม

“เปล่า เขาต่างหากที่มี ไม่ใช่ฉัน” สารวัตรตอบกลับ ก่อนที่จะผายมือไปทางชายอีกคนที่นั่งฟังตลอดการสนทนา

“ครับ?”  โทมัสกับริชาร์ดหันไปมองตาม ก่อนที่จะขานรับเบาๆ

“ฉันอยากให้ทางการสหรัฐช่วยเหลือพวกเรา”

โทมัสขมวดคิ้ว  นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ ไม่อย่างนั้นทางการรัสเซียคงไม่มาโผล่ถึงที่ทำการใหญ่ขนาดนี้ พอคิดได้โทมัสก็เริ่มรู้สึกใจเต้นขึ้นมา

นี่มันงานระหว่างประเทศเชียวนะเว้ย!

“เมื่อวานก่อน ทางรัสเซียตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบค้าอาวุธสงครามผิดกฎหมายผู้ขายเป็นชาวรัสเซีย และผู้ซื้อเป็นชาวอเมริกัน สายข่าวว่ามาว่าพ่อเมกันคนนี้จะเอาอาวุธมาขายให้กับกลุ่มก่อจลาจลในชิคาโก” ชายตรงหน้าพูดขึ้นด้วนสีหน้าเคร่งเครียด

“ไม่ใช่แค่นั้น เมื่อสองอาทิตย์ก่อนมีข่าวลอบวางระเบิดในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ฉันคิดว่างานนี้ไม่ใช่แค่การค้าธรรมดา คนก่อเหตุจะต้องมีอิทธิพลพอสมควร ฉันเกรงว่าถ้างานนี้เรายับยั้งไว้ไม่ได้ มันจะยิ่งบานปลายขึ้นไปเรื่อยๆ”  เขากล่าวออกมา

โทมัสกับริชาร์ดที่นั่งฟังก็ได้แต่ขบคิดภายในใจ ก่อนที่ริชาร์ดจะเป็นฝ่ายถาม

“ท่านครับ ผมว่าเรื่องระดับนี้ ไม่ควรที่จะมาปรึกษาพวกเรานะครับ ท่านควรติดต่อทางการทหารจะดีกว่า” โทมัสพยักหน้าเห็นด้วย

“ฉันเองก็อยากทำ แต่เกรงว่ามันจะเป็นเรื่องวุ่นวายไปกันใหญ่ ตอนนี้ทางรัสเซียก็กำลังคุมเข้ม ฉันก็เลยมาที่นี่เพื่อบอกให้ทางอเมริกาจัดการกับผู้คนในชิคาโกด้วย เพราะที่นั่นมีชื่อเสียงด้านอาชญากรพอสมควร”  เขากล่าวตอบกลับมา ทำเอาริชาร์ดหน้านิ่วคิ้วขมวด

“แล้วคุณต้องการให้พวกเราช่วยอะไร”  โทมัสถามกลับไป  อีกฝ่ายละสายตาจากริชาร์ดมามองเขาก่อนที่จะตอบ

“ฉันอยากยืมสายสืบของอเมริกา ฉันอยากได้คนที่ทำงานไว ไม่พลาด และมีทักษะรอบตัวไปสืบมาว่าผู้รับซื้อฝั่งอเมริกาคือใคร จากนั้นก็ให้จัดการเขาทิ้งซะ เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบซื้ออาวุธสงครามและป้องกันปัญหาการก่อจลาจล”

“ผมจึงอยากมอบหมายงานนี้ให้คุณทั้งสองคนบาร์เชลตัน คลินน์” สารวัตรว่าขึ้น ทำเอาทั้งสองคนเหวอไม่ใช่น้อย

ก็ใช่น่ะสิ เขาเพิ่งปิดจ๊อบงานเก่ามาได้สองวันเองนะ! นี่จะให้เริ่มงานใหม่แล้วรึไง

“ผมจะส่งพวกคุณไปในเขตการค้ามืด ให้พวกคุณไปแฝงตัวอยู่ที่นั่น สายรายงานมาว่าภายในอาทิตย์นี้จะมีการลักลอบค้ามาอีก ทางเราจึงอยากให้คุณรู้ตัวคนร้าย และทำลายอาวุธพวกนั้นให้เร็วที่สุด”

“ผมไม่ทำ”  โทมัสว่าขึ้นเสียงแข็ง ทำเอาทุกคนให้ห้องเหวอไปตามๆกัน โทมัสหันไปมองสารวัตรก่อนจะพูดขึ้น

“อย่างที่บอก ผมไม่ทำ งานแบบนี้ไม่ใช่แนวผม ผมต้องวางแผนก่อน ต้องใช้เวลาศึกษา ผมไม่รับงานที่ไม่มีการวางแผน” เขาร่ายให้สารวัตรฟัง

“โทมัส งานนี้ไม่ใช่เล่นๆนะ”

“ผมรู้ครับ เพราะฉะนั้น คุณควรจะหาคนที่เหมาะกับการลุยเฉพาะหน้าไปดีกว่าส่งผมไป” โทมัสยังคงยืนกราน

“ถ้าเกิดเราไม่ทำให้เสร็จก่อนที่พวกมันจะลักลอบค้าเรียบร้อย ผมเดาว่าอาวุธอาจจะถูกแพร่ไปภายในเวลาไม่ถึง 72 ชั่วโมง พอถึงตอนนั้น คุณอาจจะเห็นข่าวระเบิดทุกที่ในอเมริกาก็ได้นะผู้กอง”  ชายชาวรัสเซียกล่าวขึ้น ก่อนที่จะมองหน้าเขาชัดๆ โทมัสจึงมองกลับไป

“มีคนเป็นแสนที่อาจจะตายถ้าคุณไม่ช่วย” เขาย้ำ

“ผมถึงบอกให้ส่งคนที่มีฝีมือและคุ้นเคยกับคนในพื้นที่มากกว่าผมไปไง คุณไม่เข้าใจรึไง ทำไมต้องเป็นผม” โทมัสเริ่มหัวเสียขึ้นหน่อยๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วย แต่ตัวเขาไม่ไหวกับงานแบบนี้จริงๆ เขาถนัดวางแผน ถนัดซุ่มระวังก็จริง แต่มันก็ใช้เวลาเป็นเดือนๆในการเก็บข้อมูล ไม่ใช่ปุบปับจับเลย นั่นไม่ใช่แนว อีกอย่างเขาเองก็ไม่คุ้นพื้นที่ในชิคาโก จริงอยู่ที่เขาทำงานมาแล้วแทบจะทุกรัฐแต่ในชิคาโกเนี่ย ชิคาโก! แล้วยังเป็นเขตการค้ามืดอะไรนั่นอีก ถ้าไม่ให้เวลาเตรียมตัว เขาทำไม่ได้จริงๆ

“อย่าดูถูกตัวเองโทมัส คุณมีความสามารถมากกว่าแค่ปลอมตัว คุณเป็นคนสำคัญของหน่วยงานเรานะ คุณด้วยริชาร์ด คุณคือมันสมองของเรา”  สารวัตรกล่าวย้ำ ทำเอาโทมัสกับริชาร์ดหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย

“ให้ตายเถอะริชาร์ด? นายอยากทำ!  และพอโทมัสได้เห็นประกายวิบวับในตาเพื่อนซี้ก็เป็นอันต้องหัวเสียอีกรอบอย่างอดไม่ได้

“น่า มันท้าทายดีออก เดี๋ยวเราวางแผนกันคืนเดียว จบเลย เค ไว้ใจฉันสิ” ริชาร์ดพยายามเกลี้ยกล่อมโทมัสเต็มที่ โทมัสเองก็ได้ถอนหายใจลูกใหญ่ก่อนจะหันไปมองสามคนรอบๆตัวอย่างหนักใจ ทำไมเขาต้องมาโดนกดดันแบบนี้ด้วย

“นายไปไหนฉันไปนั่น ใช่ไหมโทมัส”  ริชาร์ดย้ำ ทำเอาโทมัสกระตุกเท้ายิกๆ

“ผู้กองบาร์เชลตัน ได้โปรด” 

“ผมไม่ชำนาญพื้นที่ ต้องใช้เวลาศึกษาสถานที่ อย่างน้อยก็สองวัน” โทมัสว่า

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ผมมีคนที่เชี่ยวชาญในพื้นที่นั้นอยู่แล้ว”  สารวัตรตอบกลับ ทำเอาผู้กองหนุ่มเหวอไปครู่

“ใครครับ”

 

****

            “เฮ้!” เสียงเฮลั่นมาจากลานกว้างของเรือนจำกลาง เหล่านักโทษชายกำลังยืนมองกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าถึงหกคนรุมต่อสู่กัน ท่ามกลางความโกลาหล

            “แม่งเอ้ย!  ชายหัวล้านตะโกนก่อนจะพุ่งเข้าใส่ ร่างหนาของชายคนที่เป็นโจทก์กับคนที่เหลือต้านรับไว้ได้ ก่อนที่จะซัดกลับไปเต็มๆเบ้าจนไอ้หัวล้านอนหมดสภาพข้างๆโต๊ะ เขาบิดหัวไหล่คลายความเมื่อย แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรจู่ๆก็มีโต๊ะกินข้าวลอยมาปะทะหลังจนเสียงดังอั้ก!  ร่างหนากำยำของอดีตทหารเก่าหันไปมองอย่างเอาเรื่อง ก่อนที่จะวิ่งพุ่งใส่เข้าไปประเคนฝ่าเท้าให้ถึงที่ พวกเขารุมสู้กันตะลุมบอนอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ยังไม่ทันที่จะได้ต่อยไปมากกว่านั้น เสียงนกหวีดจากผู้คุมก็ดังขึ้น จากนั้นเขาก็ถูกจับแยกออกจากกัน ไอ้พวกตัวร้ายสี่ห้าคนมีสภาพไม่ต่างกัน หัวแตก เลือดไหลโชกเป็นทาง  ต่างก็แต่ชายหนุ่มร่างสูง ที่มีแผลติดกายเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับพวกที่เหลือ

            “ปล่อยให้อยู่ด้วยกันไม่ได้เลย!มานี่!  ผู้คุมลากตัวเขาออกมาข้างนอกลาน ก่อนที่จะพาลากเข้าไปยังตึกที่น้อยคนจะได้เข้าไป

            “พาฉันมาทำไม”  เขาถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

            “มีคนอยากพบแก”  ผู้คุมพูดแค่นั้น เขาก็ไม่ได้ถามอะไรอีก คงจะเป็นพวกนายทหารชั้นสูงโง่เง่าเต่าตุ่นน่ารังเกียจพวกนั้นอีกตามเคย  ผู้คุมลากตัวเขาไปได้อย่างง่ายดายเพราะเขาไม่ได้ขัดขืนอะไร

            ก็ลองให้ คริสเตียน ได้ขัดขืนดู แล้วจะได้รู้กัน

            ปึง!

            “พามาแล้วครับ” ผู้คุมตะโกน ก่อนที่จะพาเขาเข้ามาในห้องสีขาวสะอาดตา ก่อนที่จะปล่อยให้เขาอยู่ในนั้นสองคนกับชายแปลกหน้า

            คริสเตียนมองผู้ชายที่นั่งมองเขาด้วยความฉงน ปกติจะต้องเป็นนายทหารชั้นสูงกรอกยศโง่ๆมานั่งพล่ามเขาสิ  แต่นี่...ไหงถึง

            “จะยืนมองอีกนานไหม จะนั่งไหมเก้าอี้น่ะ” เขาคิ้วกระตุกอย่างอดไม่ได้กับน้ำเสียงเหยียดหยามนั่น ผู้ชายตรงหน้าดูหน่วยก้านดีใช่ย่อย ไม่ใช่นายแบบก็ต้องทำงานอะไรสักอย่างที่ต้องใช้กำลังกาย เขาสังเกตได้จากกล้ามแขนนั่น ถึงจะดูออกได้นิดเดียวผ่านร่มผ้า แต่นั่นก็ไม่รอดสายตาเขา 

            คริสเตียนไม่รู้สึกถูกชะตากับผู้ชายคนตรงหน้าอย่างเป็นที่สุด

“คริสเตียน ไรอัน อดีตทหารหน่วย SEAL ส่วนสูง 188 น้ำหนัก 70 ไม่ปรากฏพี่น้อง งานอดิเรก ไม่มี สิ่งที่แพ้ ไม่มี วันเกิด ไม่ทราบแน่ชัด โรคประจำตัว ไม่มี ถูกจับเมื่อสองปีที่แล้ว ในข้อหาฆ่าคนไปสามคน”  เขายืนกอดอกมองชายอีกคนพูดเจื้อยแจ้วอ่านแฟ้มประวัติของเขาอย่างพินิจพิเคราะห์  ก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นมามองแล้วพูดขึ้น

“ไม่น่ามาจบชีวิตแบบนี้นะคุณทหาร” เขาว่าพลางยกยิ้ม

หมอนี่ ชักจะเกินไป

“ คุณเป็นใคร ต้องการอะไร”  เขาถามเสียงเรียบ

“เอาล่ะ ดูท่านายจะไม่ใช่คนชอบพูดมาก ฉันชื่อเคลวิน นีมส์ เป็นสายลับจากอเมริกา ฉันถูกส่งตัวมาให้ร่วมงานกับนายทำภารกิจ” เขาพูดออกมา ทำเอาคริสเตียนงงหนักกว่าเดิม

“ภารกิจอะไร ฉันจะทำอะไรได้”

“มีการลักลอบค้าอาวุธสงครามในเขตการค้าตลาดมืดในชิคาโก และมีคนแนะนำมาว่านายเป็นกูเกิ้ลแมป เลยให้มาเจรจา”  คนข้างหน้ายังไม่หยุดพูด ยังคงพล่ามออกมาเรื่อยๆ ดูท่าทางหมอนี่จะไม่ใช่คนชอบยอมแพ้สินะ แต่ดูหน้าแล้วก็คงไม่เต็มใจรับงานนี้สักเท่าไหร่

“ฉันจะได้อะไร”  ร่างสูงถามกลับ

“เห็นเขาบอกว่าจะลดโทษให้นาย  บางทีอาจจะให้นายเป็นอิสระ ฉันหมายถึง ถ้าสำเร็จน่ะนะ”  เขาว่าก่อนจะลุกขึ้น  คริสเตียนมองตามอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนที่จะเหลือบสายตาไปเห็นตราที่ซุกข้างในเสื้อของอีกคน แม้จะแค่แวบเดียว แต่เขาก็พอรู้

ผู้ชายคนนี้เป็นตำรวจ

ฝ่ายโทมัสเองที่เห็นอีกฝ่ายเงียบไปก็เริ่มคิดหาคำพูดมาหว่านล้อมต่อ อย่างว่า หลังจากที่เขาตกลงไปว่าจะรับงานนี้ แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม แต่ยังไงเขาก็ต้องรับผิดชอบ หลังจากคุยกันเสร็จเขาก็ถูกส่งมาที่เรือนจำเพื่อมาเจรจากับ คู่หูคนใหม่ที่เขาจะต้องพกไปทำงานด้วย ไอ้ตอนแรกก็คิดว่าเขาจะต้องเจอกับไอ้โล้นหน้าโหดสักลายยั๊วะเยี๊ยะ แต่ทว่ากลับผิดคาดไปหน่อย ไม่หน่อยแหละมากเลย ผู้ชายตรงหน้านี้สูงกว่าเขา หุ่นก็ยังดูดีกว่า ดูมีพลังอย่างน่าประหลาด ผิวสีคร้ามแทนนั่นทำให้เจ้าตัวดูดิบเถื่อนเข้าไปอีก ติดก็แต่หนวดเคราที่ตอนนี้เฟิ้มเสียจนจะเป็นรังนกได้อยู่รอมร่อ

อดชมในใจไม่ได้จริงๆ

“ทำไมต้องผม” โทมัสอดเลิกคิ้วไม่ได้ เปลี่ยนสรรพนามแล้วเหรอไงคุณทหาร

“เขาบอกมาว่านายเชี่ยวชาญ” โทมัสยักไหล่

“ตกลง” เสียงทุ้มต่ำนั่นว่าขึ้น

“ห้ะ?”  เป็นโทมัสเสียเองที่ตกใจ  เขาไม่คิดว่าหมอนี่จะรับคำง่ายขนาดนี้ นี่เจรจายังไม่ถึงไหนเลยนะ

หรือข้อเสนอมันล่อใจจริงๆ นั่นสินะ คนคุกก็อยากออกคุกกันทั้งนั้น ว่าง่ายแบบนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลานาน เขาชอบทำงานกับคนมีสมอง

“เริ่มงานเมื่อไหร่”  เขาพูดก่อนจะบิดหัวไหล่เหมือนคลายความเมื่อยล้า ก่อนที่สายตาคมนั่นจะมาบรรจบที่ดวงตาของเขา

“ตอนนี้เลย”

           100%

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #80 AlommAom (@rasikaaom) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 03:56
    เจอกันแน้ว แอบสงสารความนกเขาไม่ขัน5555555
    #80
    0
  2. #7 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 20:44
    แหม่ มีชงมีชมบอดี้ผู้ชาย
    #7
    0