YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 17 : Mission 17 : clear (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    21 มิ.ย. 61

THE MISSION


Image result for jamie dornan gif

I was your dirty boy, your good, new secret toy
Show me how they get you joy (who stayed in trouble with you?)

**นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวายและมีคำหยาบนะคะ**


นับตั้งแต่วันที่ได้รับมอบหมายงานมา ทั้งโทมัสและริชาร์ดก็เริ่มลงมือทำงานอย่างจริง จัง  พยายามที่จะหาทางติดต่อไปยังผู้หวังดีที่เป็นคนแจ้งข่าวนี้มา แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถติดต่อได้ เพราะเบอร์ที่ใช้ติดต่อเข้ามาดันเป็นเบอร์ของตู้โทรศัพท์สาธารณะ ทั้งโทมัสและริชาร์ดเลยจำเป็นที่จะต้องตามหากันวุ่น  จากวันเปลี่ยนเป็นอาทิตย์ และตอนนี้เวลาที่ปักหมุดไว้ว่าคนร้ายจะลงมือก็เริ่มที่จะใกล้เข้ามาขึ้นทุกที แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นจะเป็นจริงหรือแค่โดนปั่นเล่นๆกันแน่

“อ่ะ อันนี้เป็นแฟ้มประวัติคดีที่เกี่ยวกับการปล้นธนาคารทั้งหมดของที่นี่”  ริชาร์ดพูดพลางวางกองแฟ้มลงตรงหน้าของโทมัส ตอนนี้ทั้งคู่กำลังอยู่ในช่วงโหมงานกันอย่างหนัก กินกาแฟกี่แก้วต่อวันเข้าไปก็ไม่รู้ ขอบตาก็ดำคล้ำจนน่ากลัว

“ตอนแรกคิดว่ามันจะหมูกว่านี้นะเนี่ย…..  ริชาร์ดหลังจากที่ยื่นแฟ้มเสร็จก็กลับมานั่งจดจ่ออยู่กับคอมของตัวเอง ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว แต่พวกเขาสองคนก็ยังคงนั่งทำงานกันอยู่ นี่ถ้ามีรางวัลตำรวจดีเด่นมาก็ควรจะยกให้ได้แล้วมั้ง

“จากที่ผู้หวังดีคนนั้นแจ้งมา ก็เหลืออีกแค่สี่วัน ให้ตายสิวะ”

“ริชาร์ด นายอย่าเอาแต่บ่น สรุปที่ฉันให้นายแกะรอยจากกล้องวงจรปิดแถวตู้มันมีอะไรไหม”  โทมัสถามกลับ สายตายังคงโฟกัสที่แฟ้มในมือ

“ไม่มีอะไรเลย ลองไปขอเทปบันทึกภาพวันนั้นมาแต่ปรากฏว่ากล้องที่เห็นตู้นั้นชัดเจนดันพังไปนานแล้ว เหลือแค่กล้องจากสี่แยกใกล้ๆ เลยไม่ได้อะไร” ริชาร์ดรายงานสิ่งที่ตัวเองรู้ให้เพื่อนฟัง ตอนแรกเขาคิดไว้ว่างานนี้จะง่ายๆ แต่ปรากฏว่าพอมาเจอจริงๆ ก็ดันมีปัญหานั่นนู่นนี่โผล่ขึ้นมาเสียจนเริ่มหงุดหงิด

“ริชาร์ด ฉันคิดว่าพวกมันไม่น่าจะลงมือกับธนาคารที่เคยโดนปล้นมาแล้ว หรือว่าธนาคารที่โดนปล้นบ่อย ฉันเป็นห่วงธนาคารที่ยังไม่มีประวัติกับธนาคารที่คนไปน้อยๆ”  โทมัสกางแฟ้มลงกับโต๊ะก่อนจะชี้รูปภาพให้เพื่อนตัวเองดู ริชาร์ดกอดอกมองหลังจากนั้นก็ถอนหายใจออกมา

“แต่เราก็ยังไม่ชัวร์ไงว่ามันจะปล้นจริงหรือเปล่า นี่แหละปัญหา”

คราวนี้เป็นโทมัสเองบ้างที่ต้องคิดไม่ตก มันก็จริงอย่างที่เพื่อนว่า บ้าเอ้ย! มันจะอะไรนักหนาวะ!

“เออ แกก็ดูรายละเอียดการปล้นไป เดี๋ยวฉันจะพยายามแกะรอยจากเบอร์โทรศัพท์กับคำเตือนของไอ้เวรนั่นแล้วกัน ตั้งใจเพื่อน”  ริชาร์ดว่าตัดบท พลางตบไหล่เขาเบาๆเป็นเชิงให้กำลังใจก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ตัวเอง ทิ้งให้ผู้กองหนุ่มนั่งเหม่อมองรูปแฟ้มในมืออย่างใช้ความคิด

จะเอายังไงดีล่ะทีนี้ ตันไปหมดเลยเว้ย

 

 

 

 

“นี่!คุณบาร์เชลตัน! ตื่น!  เสียงเรียกดังขึ้นข้างตัว ตามมาด้วยแรงเขย่าอย่างรุนแรงปลุกให้ผู้กองหนุ่มเจ้าของชื่อลืมตาโพลงตามสัญชาตญาณ พบว่าเป็นคุณเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของเอ็ดมันด์เข้ามาปลุก  ร่างโปร่งงัวเงียครางตอบไปเบาๆ

“เอ็ดมันด์เรียกให้พวกคุณไปพบเขา ด่วน!  เขา…..เอ่อ จำชื่อไม่ได้ว่ะ โอเค เอาเป็นว่าคนนี้กำลังมาปลุกพวกเขาเพื่อให้ไปพบเอ็ดมันด์

“มีธุระอะไร”  หาวหวอดๆพลางก้มดูเวลาที่ข้อมือ เจ็ดโมงเช้า เผลอหลับไปตอนไหนวะเนี่ย….

“มีคนติดต่อมา เรื่องธนาคาร ดูท่าจะเป็นคนเดิม รีบไป!  ว่าจบคุณเขาก็เดินหนีไปทันทีราวกับไม่อยากจะเสวนานาน แต่คำพูดเมื่อครู่เหมือนจะเป็นเสียงนาฬิกาปลุกชั้นดีให้กับโทมัส มือข้างหนึ่งรีบตีหลังริชาร์ดที่ฟุบอยู่ไม่ไกล ริชาร์ดสะดุ้งขึ้นอย่างแรงจนของบนโต๊ะบางอย่างหล่นลงด้านล่าง

“อะไรวะ”

“เขาติดต่อกลับมาแล้ว เร็ว! 

“เขาไหนวะ….  ด้วยความง่วง ทำให้สมองของริชาร์ดยังประมวลผลไม่ทัน โทมัสจึงรีบดึงเพื่อนให้ตามมาทันที

“คนที่เรากำลังตามหาอยู่ไงล่ะวะ! 

“หือ?....เฮ้ยๆ ติดต่อมาแล้วเหรอวะ หาเจอได้ไง หรือว่าเขาโทรมาเอง”  พอเริ่มได้สติริชาร์ดก็จับเรื่องจับราวได้ทันที รีบสับขาตามเพื่อนไปยังห้องของเจ้านายที่อยู่ไม่ไกล ทั้งคู่รีบรุดเดินเข้ามาจนถึงหน้าประตูห้อง โทมัสและริชาร์ดชะเง้อมองผ่านกระจกก็เห็นว่าเอ็ดมันด์กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ดูท่าทางฝั่งนั้นก็คงจะเห็นเขาอยู่เหมือนกันเลยพยักหน้าเป็นเชิงให้เข้าไป ทั้งคู่เลยรีบเข้าไปแบบเงียบๆ  โทมัสพอเห็นแบบนั้นก็คิดอะไรออก เลยรีบสั่งริชาร์ดแบบเงียบๆ ชี้มือไปทางคอมพิวเตอร์แล้วสั่งให้ริชาร์ดทำงานต่อทันที

แน่นอนว่าริชาร์ดที่ตื่นเต็มตาแล้วก็รีบวิ่งรุดไปที่คอมพิวเตอร์ตัวนั้น นิ้วมือทั้งสิบกดลงบนแป้นด้วยความรวดเร็ว ริชาร์ดรู้งานทันทีว่าจะต้องทำอะไร เสียงคุยโทรศัพท์ของเอ็ดมันด์กับอีกฝ่ายไม่ได้ดังเล็ดลอดออกมาให้ทั้งคู่ได้ยิน โทมัสรีบเดินมาดูริชาร์ดที่ตอนนี้กำลังสวมบทบาทเป็นเจ้าพ่อเทคโนโลยี เขาปลดล็อครหัสผ่านคอมพิวเตอร์เสร็จอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเสียบแฟลชไดร์ฟที่ติดตัวเอาไว้ตลอดลงไป ในนั้นมีไฟล์ที่มีซอฟต์แวร์ของริชาร์ดที่เขียนขึ้นมาเอง ริชาร์ดรีบใช้ลูกรักค้นหาตัวอีกฝ่ายทันที

อย่าหวังเลยว่าแกจะหลุดรอดมือฉันไปได้!

“แกจะแฮกกล้องเหรอ?” โทมัสที่เริ่มเห็นอะไรแปลกๆเลยทักขึ้น  ริชาร์ดพยักหน้าเบาๆแต่ทำเอาโทมัสแทบจะลมจับ

“เดี๋ยวก็โดนด่าหรอกไอ้เวร!

“เราทำงานแบบนี้กันมาตลอดนะโทมัส อย่าลืมสิ วิญญาณตำรวจดิบอ่ะ เข้าใจไหม”  ริชาร์ดกระซิบกระซาบบอกเพื่อน ก่อนจะควักโทรศัพท์ตัวเองออกมาเชื่อมต่อสัญญาณเข้าไป โทมัสมองตามเพื่อนตัวเองที่กำลังเชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์ เชื่อมนั่นนู่นนี่ก็อดชมมนในใจไม่ได้   ไม่นาน ภาพมัวๆจากกล้องวงจรปิดก็ถูกลิงค์เข้ามาเปิดในจออย่างรวดเร็ว ทั่งคู่มองเห็นชายคนหนึ่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ดูท่าทางว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่กำลังโทรมา ริชาร์ดรีบลิงค์สถานที่และภาพจากกล้องเข้ากับมือถือตัวเองทันที

“ซูมได้ไหม”

“แน่นอนครับท่าน” ริชาร์ดยิ้มรับก่อนจะทำการขยายภาพนั้นให้เพื่อนตัวเองดู ใบหน้าของชายคนนั้นปรากฏแก่สายตาของทั้งคู่

“ได้พิกัดแลวใช่ไหม ไปกัน” โทมัสบอก ริชาร์ดพยักหน้าก่อนจะดึงแฟลชไดร์ฟออกมา เป็นผลให้ทุกอย่างบนจอเมื่อครู่หายไป เหลือบมองเอ็ดมันด์ หมอนั่นกำลังจดจ่ออยู่กับการจดคำพูดของหมอนั่นลงบนกระดาษยุกยิก พอเงยหน้ามามองพวกเขาที่กำลังจะออกไปนอกห้องก็ได้แต่ส่งสายตางงงวยมาให้ โทมัสไม่ได้พูดอะไรกลับไป ปล่อยให้อีกฝ่ายคุยค้างเอาไว้ ส่วนตัวเองกับริชาร์ดรีบวิ่งไปยังรถยนต์ของตัวเอง ใช้เวลาไม่นานในการออกจากตัวที่ทำงาน ขับลัดเลาะมาตามซอยเพื่อหาทางที่ไวที่สุด

“สัญญาณยังอยู่ไหม” โทมัสถามเพื่อนขณะขับรถ ริชาร์ดยังคงจ้องมองระบบระบุตำแหน่งในมืออย่างตั้งใจ สัญญาณยังคงกระพริบไม่ไกล โชคดีที่หมอนั่นไม่ได้อยู่ไกลจากตัวที่ทำงานสักเท่าไหร่ เลยคิดว่าไม่น่าจะใช้เวลามากในการตามหา แต่ดูท่าทางหมอนั่นจะโทรมาจากที่ที่อับพอสมควร เพราะตู้ที่โทรมาเป็นตู้ที่อยู่ในซอก ดูท่าจะเป็นตู้เก่าที่ยังไม่โดนโละออก

อยากเล่นวิ่งไล่จับกับตำรวจงั้นเหรอ เออ จะจัดให้

“ลองกับใครไม่ลอง มาลองกับพี่ โธ่ พี่มาอยู่นี่แล้วคิดว่าจะรอดมือไปได้เหรอ” ริชาร์ดว่าอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นว่าตัวเองเข้าใกล้เป้าหมาย โทมัสขับปาดซ้ายขวาด้วยความเร็วจนโดนบีบแตรด่าเป็นระยะ  แต่ก็นั่นแหละ ใครสนกฎหมายกันล่ะตอนนี้

“ซอยข้างหน้านี่แหละ อ่ะ เอาไป”  โทมัสเปิดลิ้นชักหน้ารถก่อนจะยื่นปืนกระบอกหนึ่งให้ริชาร์ด

“เราไม่ได้จะจัดการเขาใช่ไหม” ริชาร์ดถาม

“ไม่ ถามว่ามันจริงหรือไม่จริง ถ้าจริงก็จะได้คุ้มครอง ถ้าไม่ก็โดนข้อหาแจ้งความเท็จ” โทมัสว่าพลางขับโดยที่ไม่มองหน้าเพื่อน  ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ทั้งคู่ก็มาจอดอยู่ตรงหน้าซอยดังกล่าว โทมัสและริชาร์ดรีบลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปในซอยทันที จริงอย่างที่คิด ซอยนี้แทบจะไม่มีคนอยู่เลย เปลี่ยวมากๆ ส่วนมากแถวนี้ดูท่าจะเป็นตึกเก่าๆที่พร้อมจะเซ้งทิ้งทั้งนั้น กลิ่นน้ำเน่าโชยมาพักๆ

“นั่นไง!  ริชาร์ดชี้ให้โทมัสดูชายคนที่พวกเขาเห็นจากในกล้องที่ตอนนี้หมอนั่นกำลังเดินสวนพวกเขาออกมาจากซอย และดูท่าทางอีกฝ่ายจะผงะไปเล็กน้อยที่เห็นคนถือปืนถึงสองคนกำลังมองไปที่ตัวเอง จากนั้นเขาก็รีบวิ่งหนีทันที  พอเห็นแบบนั้นทั้งโทมัสและริชาร์ดก็รีบวิ่งตามทันที หมอนั่นวิ่งหนีเขาลัดเลาะไปตามซอย บางทีก็ผลักถังขยะจนล้มกระจุยกระจาย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับตำรวจฝีมือดีอย่างพวกเขา

“เฮ้ หยุดก่อน พวกเราเป็นตำรวจ!  ริชาร์ดตัดสินใจตะโกนออกไปให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงสถานะของตน แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่อยมรับฟังเอาแต่วิ่งหนีลูกเดียว โทมัสที่วิ่งตามเริ่มหงุดหงิดที่ผู้ชายคนตรงหน้าวิ่งหนีไปเรื่อยๆไม่ยอมหยุดเลยตัดสินใจยิงปืนขึ้นฟ้าไปหนึ่งนัด

ปัง!

ได้ผลแฮะ

“หยุด! พวกเราเป็นตำรวจ คุณเป็นคนที่โทรไปแจ้งเรื่องปล้นธนาคารใช่ไหม ไม่ต้องกลัว มากับพวกผม ผมจะพาไปที่สถานี”  โทมัสกล่าว อีกฝ่ายยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงหันหลังให้พวกเขา โทมัสเลยหันหน้าไปมองริชาร์ดเพียงครู่ก่อนจะค่อยๆก้าวเข้าไปหาอีกฝ่าย

“เฮ้ คุณ ไม่ต้องกลัวนะ พวกเราไม่ได้มาร้าย เพียงแต่ถ้าคุณให้การมาแบบนั้น เราก็เลยแค่จะมาคุ้มครองคุณ”  ริชาร์ดกล่าวเสริม ทั้งคู่หยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายค่อยๆหมุนตัวกลับมามอง  เขาเป็นผู้ชายที่รูปร่างท้วมแต่สูงไม่หยอก โทมัสเห็นแบบนั้นก็ค่อยๆลดมือลง

“พวกคุณเป็นตำรวจจริงๆเหรอ”  อีกฝ่ายถามกลับมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง สังเกตสีหน้าอีกฝ่ายไม่ค่อยออกเพราะเส้นผมที่ยาวปรกหน้าปรกตา

“ใช่ แล้วพวกเรารับทำคดีนี้ คุณแจ้งความมา พวกเราแค่จะมาพาคุณไปสถานีเพื่อไปให้เบาะแสเพิ่มเติม สัญญาว่าจะรักษาความปลอดภัยให้” ริชาร์ดว่า จากนั้นทั้งคู่ก็ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้อีก แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับค่อยๆถอยออก

“ไม่นะ พวกมันรู้ได้ยังไง”  เสียงพูดออกอีกฝ่ายดังออกมาแผ่วเบา โทมัสและริชาร์ดมองหน้ากันทันทีเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไร

“แย่แล้ว! ตำรวจมา พวกมันรู้แล้ว!  หลุดสะดุ้งกับเสียงตะโกนของชายตรงหน้า อยู่ดีๆหมอนี่ก็ตะโกนขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเสียนี่ อะไรของมันวะ

“นี่คุณ เดี๋ยวก่อนพวกเรามา….  ยังไม่ทันที่โทมัสจะได้อธิบาย จู่ๆหูของเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งกรูมาจากทางด้านหลัง พอหมุนตัวกลับไปก็เห็นเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งลงมาจากตัวตึกที่อยู่ไม่ไกลทั้งหมดสวมใส่หน้ากากดำ มือมีกระเป๋าติดมาคนละใบสองใบ ทั้งหมดในกลุ่มหันหน้ามามองพวกเขาที่ยืนอยู่ ไอ้ตัวการที่ตะโกนเมื่อครู่ตอนนี้วิ่งหนีปิดเปิงไปแล้ว

โอ….เข้าใจแล้ว

หมอนี่เป็นหนึ่งในโจร แล้วตอนนี้พวกเขาก็โดนล่อมารังโจรเข้าจนได้สิท่า!

“พวกมันเป็นพวกเดียวกันหมด!  โทมัสตะโกนบอกเพื่อน ก่อนที่จะรีบวิ่งหลบเข้าซอกทันทีเมื่อหางตาเห็นว่าฝั่งนั้นยกอาวุธขึ้นมา หวุดหวิดตายไป เสียงกระสุนถูกยิงกราดดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ  ทันใดนั้นก็มีรถคันหนึ่งวิ่งเข้ามาในบริเวณนี้ โทมัสมองก่อนจะพบว่าพวกนั้นกำลังวิ่งทยอยขึ้นรถ แย่ล่ะ! พวกนั้นกำลังจะหนีไปแล้ว

“ทางนี้! อ้อมไปทางด้านหน้า!  โทมัสสั่งก่อนจะค่อยๆก้มตัววิ่งลอดไปยังซอกตึก เสียงปืนดังกราดขึ้นมาทางด้านหลัง ทั้งโทมัสและริชาร์ดรีบวิ่งวนอ้อมตึกเก่าๆพวกนั้นออกมาจากซอยแล้ววิ่งมาทางด้านหน้าที่พวกเขาจอดรถเอาไว้ ทั้งคู่รีบขึ้นรถแล้วขับตามทันที

“ไอ้เวรนั่นมันโทรไปที่สถานีเพื่อจะหลอกให้เราไปดูแลธนาคารอื่น แล้วมันก็จะไปปล้นอีกธนาคาร ที่นี่เป็นรังโจรมันแน่ๆ ดูท่าทางไอ้คนที่โทรจะไม่ทันคิดว่าพวกเราจะตามรอยมันเจอสิท่า เวร”  ริชาร์ดสรุปสถานการณ์ทั้งหมดที่ได้เจอมา  โทมัสรับฟังแต่มือและเท้าก็ยังคงทำหน้าที่เดิมอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ราวกับเปลี่ยนร่าง  โทมัสขับรถด้วยความคล่องแคล่วเปิด GPS ดูเส้นทาง ขับผ่านซอยแล้วซอยเล่า และในที่สุด พวกเขาก็ออกสู่ถนนใหญ่

“นั่น พวกมันอยู่ข้างหน้า! ทะเบียนรถมัน”  ริชาร์ดช่วยเพื่อนก่อนจะชี้ไปยังรถเป้าหมายที่กำลังขับด้วยความเร็วไม่แพ้กัน โทมัสเร่งความเร็วเพื่อที่จะตามพวกนั้นไป ปาดหน้ารถซ้ายทีขวาทีจนการจราจรเริ่มจะวุ่น

“เราต้องบีบมันออกไปเส้นที่รถไม่ค่อยวิ่ง”  โทมัสกล่าวกับเพื่อน ก่อนจะเลี้ยวหลบรถด้านหน้าแล้วเข้าประชิดรถเป้าหมายทันที ดูท่าทางไอ้พวกนั้นมันจะยังไม่ยอม เลยลดกระจกลง แค่นั้นริชาร์ดก็รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“โทมัส!ก้ม!

 

ปัง ปัง ปัง!

กระจกฝั่งริชาร์ดแหลกกระจายเป็นผงเมื่อเจออีกฝ่ายยิงกราดใส่ โทมัสและริชาร์ดก้มตัวหลบ พวกนั้นขับนำไปแล้ว แต่ยังคงยิงสาดกระสุนใส่รถของพวกเขาไม่ยั้ง

“แม่งเอ้ย!ไอ้เวร รถฉัน!” โทมัสตะโกนอย่างหัวเสีย ก่อนจะค่อยๆลุกมองรถคันข้างหน้า ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการขับรถทั้งๆที่ยังโดนยิงกราดใส่

ฉันดุกว่าที่พวกแกคิด ไอ้โจรกระจอก

“แม่งเอ้ย!  โทมัสตะโกนเสียงดังแข่งเสียงปืน ก่อนที่จะพยายามใช้มือข้างเดียวบังคับพวงมาลัยให้หันไปทางรถคันดังกล่าว ก่นที่จะเร่งความเร็ว เท้าข้างหนึ่งเหยียบคันเร่งจนมิด จนในที่สุดกระโปรงหน้ารถของเข้าก็กระแทกจังๆเข้ากับท้ายรถคันข้างหน้า แรงกระแทกทำเอาเขาสองคนที่ยังคงอยู่ในรถเด้งไปมา รถของโทมัสชนเข้าอย่างจังด้วยความแรง จนส่งผลให้รถของโจรพวกนั้นเซไปชนกับเสาไฟฟ้าข้างทางแล้วเกิดเสียหลักพลิกคว่ำไถลไปกลางสี่แยก ส่วนรถของพวกเขานั้นก็ไถลไปชนเข้าจังๆกับรั้วเหล็กที่อยู่บนฟุตบาต แรงกระแทกทำเอาโทมัสและริชาร์ดจุกไม่น้อย หลังจากที่เริ่มปรับตัวได้ โทมัสก็ดันตัวออกมาจากรถอย่างทุลักทุเล

“โอย…..damn! ทำบ้าอะไรของแกวะไอ้บัดซบเอ้ย  ริชาร์ดเอ่ยด่าเพื่อนตัวเอง ก่อนจะค่อยๆกระเถิบตัวเองออกมาจากรถที่อัดเข้ากับกำแพง ตอนนี้สภาพพวกเขาค่อนข้างแย่ โทมัสเพิ่งจะสังเกตว่าเขามีบาดแผลอยู่บริเวณหางคิ้ว ส่งผลให้เลือดไหลไปตามกรอบหน้า

หัวชาเลยว่ะ สงสัยเล่นแรงไป

โทมัสสะบัดหัวไล่ความมึน ก่อนจะรีบรุดไปดูรถคันดังกล่าวที่นอนแอ้งแม้งอยู่กลางสี่แยก ตอนนี้การจราจรกำลังติดขัดขั้นสุด ดูท่าไอ้โจรพวกนั้นกำลังแย่ พวกมันถูกอัดอยู่ในตัวรถ สภาพห้อยหัวลงมาจากที่นั่ง ควันลอยฟุ้งออกมาจากใต้ท้องรถที่ตอนนี้กำลังหงายขึ้นฟ้า ผู้คนที่อยู่ในสถานการณ์รีบถอยตัวออกห่าง บ้างก็อัดคลิปเอาไว้

“ริชาร์ด ติดต่อเอ็ดมันด์ ด่วน”  โทมัสพูดก่อนที่จะมองไปยังรถที่ตอนนี้มีคนออกมาได้แล้วหนึ่งคน มันค่อยๆคลานออกมาจากรถ ดูท่าทางมันจะไม่สนใจที่จะช่วยคนที่เหลือที่ยังติดอยู่ในรถด้วยซ้ำ

ไอ้นี่ หนีเอาตัวรอดรึยังไง

“เฮ้”  เขายกปืนขึ้นจ่อหัวอีกฝ่ายพลางร้องทัก ไอ้โม่งเงยหน้าขึ้นมามองเขา ดวงตามันเบิกโพลงออก โทมัสใช้เท้าข้างหนึ่งยันไปที่ไหล่มันจนนอนลงไปนอนกองกับพื้นแล้วร้องอย่างโอดโอย

“พวกเลว” เขากล่าวสั้นๆก่อนจะใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบที่อกหมอนั่นเอาไว้พลางใช้แขนเสื้อเช็ดเลือดที่กำลังจะไหลเข้าตา ดูท่าทางงานนี้จะจบลงแล้วสินะ พลิกล็อคจากที่คิดไว้แต่ก็ดีที่จบลงได้

“โอย….  เสียงโอดโอยดังออกมาจากรถเรียกความสนใจจากเขาได้เป็นอย่างดี ดูท่าทางไอ้นี่จะออกมาจากรถได้คนเดียวสินะ นับว่าเป็นเรื่องดี ยอมแลกรถนิดหน่อยกับการที่จับพวกมันได้ทั้งขบวนก็โอเค เขายอมแลกแล้วกัน

“โทมัส เอ็ดมันด์บอกว่ากำลังจะมาถึง  เดี๋ยวเขาจะมาจัดการต่อเอง โอ้ย ให้ตายสิวะ งานเละเชี่ยๆ”  ริชาร์ดว่าเมื่อเห็นภาพตรงหน้า  ริชาร์ดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยมีกระแทกหัวบ้างอกบ้าง แต่ก็ไม่ได้หนักเกินจะทน แค่เวลาเดินมีเจ็บๆหน่วงๆบ้าง แต่พอเขามาเห็นผลงานแล้วก็โอเค ยังไงก็จับโจรได้ล่ะวะ งานเดือดเลยนะเนี่ย เอ็ดมันด์ต้องทึ่งและกล่าวชมได้แล้วนะขั้นนี้ พระเจ้าก็ควรจะพิจารณาให้ขึ้นสวรรค์ได้แล้วล่ะ 

เฮ้อ….ในที่สุดงานนี้ก็จบได้ แม้จะสวยเท่าไหร่ก็เถอะ เอาเป็นว่าอย่างน้อยๆก็จับผู้ร้ายได้ แม้ว่าจะต้องเสียรถของโทมัสไปแต่หมอนั่นก็คงไม่ร้อนใจนึกเสียดายขึ้นมาหรอกมั้ง

“เหี้ยเอ้ย! รถฉัน ไอ้พวกเวร!

อ่า….สงสัยคงลืมไปว่ามันรักคันนี้มาก จะว่าอะไรล่ะ ก็แกขับชนตูดเองนี่หว่า เรื่องนี้ริชาร์ดจะไม่ยุ่งแล้วกันนะเพื่อนเลิฟ

100%

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #35 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 23:41
    สิ่งที่น่าสงสารที่สุดก็รถเนี่ยแหละ 5555555
    #35
    0
  2. #34 ิbuntazar (@buntazar) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 20:06
    มีความเกรี้ยวกราดเวอร์ 555555
    ปล.คิดว่าหัวหน้าอาจจะด่าพวกโทมัสว่าทำเกินกว่าเหตุหรือป่าว...ก็แค่คิดน่ะนะ
    #34
    0