YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 16 : Mission 16 : Martini and guy (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    16 มิ.ย. 61


THE MISSION

Related image

I remember when
I remember, I remember when I lost my mind
There was something so pleasant about that place
Even your emotions have an echo in so much space

ในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกงาน

“นี่ ค่าแรงของแก” เงินจำนวนหนึ่งถูกวางแหมะลงบนฝ่ามือของชายหนุ่ม คริสเตียนรับมาก่อนจะเหลือบมองหน้าคนที่ยื่นเงินให้ ฟิวรี่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะไล่ให้กลับไป คริสเตียนจึงเปลี่ยนเป็นเสื้อตัวเก่งแล้วรีบออกมาจากสถานบันเทิง เขาเดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อที่จะกลับห้องพัก ป่านนี้ไอ้เด็กปีเตอร์คงจะสลบเหมือดไปแล้ว กลับไปก็คงปิดไฟนอนแล้วล่ะมั้ง

แสงไฟจากเมืองใหญ่ส่องสว่าง รถราก็วิ่งผ่านไปมาเสียจนเขานึกรำคาญ ความจริงแล้วเขาเป็นคนค่อนข้างรักความสงบ ยังดีที่ห้องพักใหม่อยู่เข้าไปในหลืบในซอย เลยไม่ค่อยได้ยินเสียงจากถนนสักเท่าไหร่  มือหนายกเบียร์กระป๋องที่หยิบติดไม้ติดมือมาด้วยจากที่ทำงานยกขึ้นดื่มอึกใหญ่ ไม่นานนักเขาก็มาถึงห้อง แล้วก็เป็นจริงอย่างที่คาดไว้ ไอ้เด็กปีเตอร์นอนสลบอยู่บนเตียงเรียบร้อย  เขาถอดรองเท้า ถอดเสื้อผ้า ก่อนจะเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระเหงื่อไคลจากการทำงาน ไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย

“เฮ้ เฮ้ ไปนอนที่ของนายสิ” คริสเตียนใช้มือสะกิดไปที่เด็กหนุ่มผมทอง ดูเหมือนมันจะแค่คันๆ เลยปัดมือเขาออกจากตัวเท่านั้น คริสเตียนส่ายหน้ามอง สงสัยว่าคืนนี้คงจะไม่ได้นอนเตียงแล้วแน่ๆ นอนโซฟาก็แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยลงระเบียบกับไอ้เด็กนี่กันใหม่   คริสเตียนเดินไปเอนตัวลงที่โซฟาก่อนจะหลับตาลง เพราะความเหนื่อยล้าบวกจากการเดินทางบวกกับสิ่งทีเจอวันนี้เลยทำให้ร่างสูงหลับไปอย่างง่ายดาย

 

ปวดตัวชิบ....

“คิดถึงฝีมือของแบร์รี่แล้วอ่ะ”  ปีเตอร์บ่นกระปอดกระแปดยามตักอาหารเข้าปาก ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้ออกไปไหน คริสเตียนนั่งมองเด็กผมทองบ่นถึงแบร์รี่ เจ้าของร้านอาหารเดิมของมัน อาหารก็ไม่ได้รสชาติแย่ บ่นอยู่นั่นแหละเด็กคนนี้ อะไรมันจะกินยากขนาดนั้น

“ทำงานเมื่อคืนเป็นไงบ้างล่ะ” เด็กหนุ่มเอ่ยถามขณะที่เคี้ยวอยู่เต็มปาก

“ก็ดี”  ถ้าหมายถึงเงินน่ะนะ

“ว้า...ฉันอยากไปทำงานบ้างจังเลย”  ปีเตอร์ถอนหายใจออกมาพลางยัดมันบดเข้าปากไปอีกคำ แหยะ....รสชาติของอาหารที่นี่ค่อนข้างไม่ถูกปากเอาเสียเลย

“เดี๋ยวค่อยหาแล้วกัน ตอนนี้นายยังไม่รู้จักที่จักทางดี”  คริสเตียนบอกก่อนจะเอาอาหารลงท้องบ้าง อันที่จริงเขาตื่นตอนสามโมงเช้า ไปออกกำลังกายแล้วก็วิ่งที่สวนสาธารณะมานิดหน่อย หลายๆคนก็มอง ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะหน้าตา แต่ส่วนใหญ่น่าจะสงสัยว่ามาวิ่งทำไมทั้งๆที่สามโมงกว่าไม่น่าจะใช่เวลาวิ่ง

“ไม่ จะไปตอนนี้ ฉันคิดไว้แล้วน่า กินเสร็จก็จะออกไปเดินดูรอบๆเมืองสักหน่อย” ปีเตอร์พูดพลางยักคิ้ว เมื่อคืน ตอนที่คริสเตียนไปทำงาน จริงๆแล้วเขาน่ะแอบออกไปข้างนอกมาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปไกล เดินอ้อมไปวนมาได้แค่สองสามบล็อกก็วนกลับมานอนที่ห้อง

อย่าบอกคริสเตียนเชียวนา.....

“พีท นายยังไม่รู้ทาง เดี๋ยวหลง”

“เลิกทำตัวเป็นพ่อสักทีเหอะน่า ฉันอายุอานามไม่ใช่สิบแปดใสๆแล้วนะ โตแล้วน่า ดูแลตัวเองได้ เคยใช้ไหม Google Map น่ะ!  ปีเตอร์ย่นจมูกก่อนจะลุกขึ้นไปสวมฮู้ดเทาตัวเก่ง แล้วเตรียมตัวจะออกไปข้างนอกทันที หันกลับไปเห็นคริสเตียนที่กำลังจะอ้าปากห้ามก็เลยรีบชิงบอกก่อน

“อย่าพูด! ยังไงซะวันนี้นายไม่มีทางห้ามฉันได้ อ้อ!อาจจะกลับดึกหน่อยนะพี่ชาย”

หลังจากที่สั่งเสียเสร็จ ได้ยินเสียงสบถแว่วมาก่อนปิดประตู เด็กหนุ่มก็ออกมาจากตัวที่พัก ก้มมองดูเงินในมือที่ติดตัวมาพอให้เที่ยวได้ก็ยกยิ้ม เวลาเที่ยงเป็นอะไรที่จะร้อนต่อการเดินเท้า แต่ก็นั่นแหละ สำหรับเด็กหนุ่มที่มาจากทะเลแบบเขามันก็เลยไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร มือบางหยิบเอาหูฟังเสียบเข้ากับไอพอดตัวโปรดแล้วเดินโยกหัวไปตามจังหวะเพลง เมืองนี่มันก็คือเมืองจริงๆสิน่า ตึกเต็มไปหมด คนวัยทำงานเดินหิ้วกระเป๋ากันแถ่ดๆ ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าตัวเองเข้าสู่วัยทำงานแล้วจะเป็นยังไง  ตอนนี้ยังติดเที่ยวซะขนาดนี้

เดินมาจนสุดที่สี่แยก ตอนนี้กำลังติดไฟแดง ปีเตอร์เดินก้าวข้ามผ่านทางช้าๆตามจังหวะเสียงเพลง ไม่เร่งรีบอะไร พอจนสัญญาณใกล้จะเปลี่ยนสีเขาก็เร่งสีเท้าขึ้น แต่ทันใดนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นคนแก่คนหนึ่งกำลังเดินข้ามมาได้ยังไม่ทันจะถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มคิดอะไรบางอย่างในหัวสักพักก็ตัดสินใจเดินวกกลับไปหาคนแก่คนดังกล่าว แล้วทำเป็นเดินข้างๆอย่างช้าๆ จนในที่สุดสัญญาณก็เปลี่ยนสี รถบางคันเริ่มออกตัว แต่บางคันที่ถูกเขาสองคนเดินผ่านหน้าก็พากันบีบแตรไล่

ไม่เห็นหรือไงว่าคนแก่เดินอยู่ คนพวกนี้นี่มันยังไง

ราวๆนาทีกว่าที่ทั้งเขาและคนแก่คนนั้นจะเดินข้ามถนนสำเร็จ นับไม่ถ้วนเลยว่าได้ฟังเสียงแตรนานเท่าไหร่ เขายืนมองคนแก่คนเมื่อครู่เดินแยกไปอีกทาง สักพักก็เลยหมุนตัวเดินต่อไปตามทางของตัวเอง เป็นคนดีนี่มันรู้สึกแบบนี้สิน่า พระเจ้าครับ ดูท่าคงต้องเปิดสวรรค์ให้ผมแล้วล่ะ ทั้งดีทั้งหล่อขนาดนี้ ถ้าสวรรค์ไม่รับก็คงกระไรอยู่ล่ะม้างงง

เดินมาเรื่อยๆ ผ่านซอยนั้นซอยนี้พร้อมทั้งสร้างแผนที่ไว้ในหัว เขาก็มาปะเข้ากับการทะเลาะวิวาทเข้า ดูท่าทางจะเกิดการชนท้ายกัน มีการโต้เถียงระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงที่กำลังท้องอยู่ ระหว่างสองคนนั้นมีตำรวจคนหนึ่งเป็นคนยืนห้ามทัพของทั้งฝ่ายหญิงและชาย ปีเตอร์หยุดยืนมองภาพนั้นเหล่านั้น แต่สายตาเขากลับโฟกัสที่คนในเครื่องแบบ เปล่าหรอก เขาไม่ได้รู้จักใครเลย เพียงแต่เห็นอะไรแบบนี้แล้วมันนึกถึงคนๆหนึ่งเข้า

คนที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเราสองคนจะได้เจอกันอีกไหม

****

“ทำไมชอบชนกันแล้วทะเลาะกันวะ!  โทมัสเกรี้ยวกราดก่อนจะขีดปลายปากกาลงบนกระดาษไปมาด้วยความหงุดหงิดจนกระดาษเต็มไปด้วยลายปากกาสีน้ำเงิน ริชาร์ดยื่นแก้วกาแฟให้เพื่อน

“เออ แกก็น่าจะชินแล้วนี่หว่า หัวร้อนไปได้นะวัยรุ่น”  เขาว่าขำๆหวังให้เพื่อนสงบลง เมื่อครู่เป็นเพียงแค่การทะเลาะวิวาทเพราะรถชนท้ายกันเหมือนเดิม เหตุการณ์เพิ่งจะเกิดขึ้นตอนประมาณเที่ยง สุดท้าย หลักฐานจากกล้องวงจรปิดก็เป็นพยานให้จบลงได้ ฝ่ายข้าวของรถที่จอดอยู่นิ่งๆเป็นฝ่ายถูก นึกไปแล้วก็เหนื่อยใจ ผู้หญิงท้องแก่ขนาดนั้นยังจะกล้าขับไปชนเขาอีก เฮ้อ....

ยังไม่ทันที่จะได้นั่งอย่างสงบใจ ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในสถานี มีกลุ่มคนราวๆสามสี่คนเดินเข้ามาในตัวอาคารอย่างรวดเร็ว มีตำรวจอยู่สองสามคนไปปรามๆไว้ แต่ก็ยังไม่หยุด ทั้งสองคนแอบมองตามอยู่เงียบๆ

“เฮ้ โทมัส พวกนั้นเข้าไปในห้องเอ็ดมันด์ว่ะ” ริชาร์ดกระซิบบอกเพื่อน

“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเรื่องใหญ่ขนาดที่ต้องพบหัวหน้า?” โทมัสเอ่ยออกมา พลางขมวดคิ้วมองต่อ

“คดีใหญ่เหรอ อยากทำจังเลย เบื่อพวกทะเลาะวิวาทแล้วเนี่ย”  ริชาร์ดว่าขึ้นด้วยสายตาแวววาว

“มันไม่ใช่เรื่องของเราหรอกน่า” โทมัสปัดรังควาน ก่อนจะดึงสติตัวเองให้กลับมาอยู่ที่งานของตัวเอง มือเรียวจัดการรวบรวมเอกสารแจ้งความที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะอย่างลวกๆ ยังไม่ทันที่จะเก็บได้หมด ก็มีคนเดินเข้ามาหาพวกเขาเสียก่อน

“ผู้กองบาร์เชลตันคะ”   เป็นเอเวอลีนนั่นเองที่เข้ามาหาพวกเขา ทั้งคู่รีบลุกขึ้นยืนมองเอเวอลีนด้วยสีหน้าประหลาดใจปนดีใจอย่างปิดไม่มิด จนหญิงสาวยิ้มขำเล็กน้อยกับทั้งคู่ ทำไมต้องมองกันมาด้วยสายตาคาดหวังขนาดนั้นนะ

“เอเวอลีน คุณมาที่นี่ทำไม”  ริชาร์ดเอ่ยถาม

“ชุดเข้ากับพวกคุณดี”

“ให้ตายสิ”  เป็นโทมัสเองที่สบถออกมาเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยแซวชุดที่พวกเขากำลังใส่อยู่ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ตอนนี้เขาสองคนกำลังสวมใส่ชุดเครื่องแบบตำรวจที่แสนจะอึดอัดนี่ อีกทั้งยังโดนเอ็ดมันด์เรียกไปตรวจเครื่องแบบตั้งแต่ที่ย่างมาถึงที่นี่ ชักจะเกลียดยูนิฟอร์มนี่เข้าจริงๆ

“เอาน่า ผู้กอง วันนี้ฉันมาส่งเอกสารให้กับคุณเอ็ดมันด์ แล้วก็มีข่าวดีเล็กน้อยมาฝากด้วย”  เอเวอลีนอมยิ้มเมื่อพูด ทั้งคู่เหมือนเป็นเยอรมันเชพเพิร์ดที่พอได้ยินคำว่าข่าวดีก็พากันหูตั้งหางกระดิกรอฟังคำพูดต่อไปของเธออย่างตั้งใจ

“ข่าวดี อย่าบอกนะว่าเราสองคนจะได้กลับไปอยู่หน่วยเดิมแล้ว?! เยส!” ริชาร์ดยกมือขึ้นอย่างดีใจ โทมัสเองก็ซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่อยู่

“เปล่าค่ะ”

เพล้ง!

เหยด.....หน้าแตกว่ะ

“อะ...เหรอ” ริชาร์ดหน้าเจื่อนลงทันทีที่ได้ยิน โธ่ ก็นึกว่าจะเป็นข่าวนี้เสียอีก

“สิ่งที่ฉันได้รับมอบหมายมาก็คือ พวกคุณสองคนจะถูกย้ายไปอยู่หน่วยสอบสวนคดีพิเศษค่ะ ไม่ต้องรับคดีทั่วไป มีเอกสารคืนตำแหน่งให้คุณทั้งคู่นะคะ อยู่ที่เอ็ดมันด์ ตอนนี้เขารอพบคุณสองคนอยู่นะคะ”  เอเวอลีนกล่าว ทั้งผู้กองหนุ่มและผู้ช่วยหันหน้ามองกันขวับ

พระเจ้าช่วย....

แบบนี้ก็แปลว่าเขาจะไม่ต้องได้รับงานตีกันแล้วใช่ไหม? ต่อไปนี้จะได้กลับไปทำงานตามล่าหาอาชญากรแล้วสินะ โอ้โห...ในที่สุด ฟ้าก็มองเห็นความสามารถของพวกเรา

“ขอบคุณมาก” โทมัสที่ได้สติก่อนรีบกล่าวขอบคุณหญิงสาว เธอยิ้มรับเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะกลับ

“ฉันคิดว่าฉันคงหมดหน้าที่แล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ” เธอกล่าวแค่นั้นก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากโต๊ะ ทั้งริชาร์ดและโทมัสยิ้มกว้าง

“โอ้โห ในที่สุดเราสองคนก็หลุดบ่วงนี่สักทีสินะ”

“รีบไปหาเอ็ดมันด์เถอะ รำคาญเต็มแย่ที่เขาดูถูกเรา” ริชาร์ดพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อนนิท ก่อนจะรีบตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของหัวหน้าคนปัจจุบัน แต่ทว่า เมื่อเขาสองคนไปถึงห้องนั้นก็พบว่ากลุ่มคนสามสี่คนในตอนแรกกำลังเข้าพบอยู่ ทั้งหมดกำลังพูดคุยกับเอ็ดมันด์ด้วยสีหน้าจริงจัง แค่อยู่ข้างนอก ไม่ได้ยินเสียง ก็ยังพอรู้เลยว่าคนข้างในรู้สึกยังไงกันบ้าง  ยืนรอไปสักพัก ดูเหมือนว่าสายตาของเอ็ดมันด์จะมาหยุดอยู่ที่เขาสองคน  ไม่นานนักเขาก็ดูเหมือนจะคุยธุระจบแล้ว กลุ่มคนเหล่านั้นก็เลยเดินออกมาจากจากห้องแล้วเดินผ่านตัวพวกเขาไป ทั้งโทมัสและริชาร์ดมองตาม ก่อนจะเข้าไปข้างใน เอ็ดมันด์นั่งนวดขมับอยู่ พอเห็นว่าพวกเขาเข้ามาก็เลยชิงพูดก่อน

“เพิ่งรู้นะว่าพวกนายมียศกันมาก่อน ทำไมไม่บอก”

“ก็คุณไม่ถาม” โทมัสตอบกลับ

“อย่ากวนประสาทฉัน คุณบาร์เชลตัน ต่อให้นายเป็นผู้กอง แต่มันก็ไม่ได้รับรองฝีมือหรอก เพราะคนที่มีฝีมือจริงๆ คงไม่ได้มาอยู่ที่นี่”  ประโยคสุดท้ายอีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น โทมัสเผลอมองแววตาแข็งกระด้างนั่นวูบไหวเล็กน้อยก่อนที่มันจะหายไป

“มีเอกสารแจ้งมาว่าให้ฉันย้ายพวกนายมาทำคดีพิเศษ”

“นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ คุณไม่รู้หรอกว่าคดีตีกันนี่มันน่าเบื่อแค่ไหน” ริชาร์ดพูดไปขยับมือไปด้วย แต่ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาก็มีแต่เพียงสายตาดุๆและคำพูดเจ็บแสบเสียอย่างนั้น

“การตีกันมันก็ทำให้เกิดอาชญากรรมได้ หวังว่าคงรู้”

จ้า....รู้แล้วจ้า ไม่เถียงแล้วจ้า ยอม

“ตอนนี้ เรามีคดีที่ใหญ่และหนักหนาอยู่สองคดี หนึ่งคือคดีของการเกิดฆาตกรรมต่อเนื่อง และสอง คือคดีปล้นธนาคาร มีสายแจ้งเรามาว่าจะมีการปล้นธนาคาร ที่ไม่รู้ว่าจะจริงหรือเล่น”   โทมัสยืนกอดอกฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมานิ่งๆ ผิดกับริชาร์ดที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการลุยงานแบบนี้

“ผมอยากทำคดีฆาตกรรม”

“และนั่นไม่ใช่งานของพวกนาย”

เบรกกันอีกแล้วสิวะ!ให้ตาย!

“ฉันจะส่งรายชื่อพวกนายไปช่วยทำคดีนี้ อันที่จริงมันยังไม่เกิดเหตุ แต่ฉันจำเป็นต้องรู้ว่าข้อมูลที่เรารู้มามันจริงหรือเปล่า ตอนนี้ฉันส่งตำรวจไปดูแลธนาคารที่อยู่ละแวกนี้หมดแล้ว นายสองคนมีหน้าที่ในการติดตาม และไปสืบมาให้ได้ว่าธนาคารไหนกันแน่ที่พวกมันเล็งไว้ว่าจะลงมือ ต่อให้เราดูแลทุกธนาคาร แต่ยังไงมันก็ดูแลได้ไม่ตลอด อีกทั้งเราก็จัดไปที่ธนาคารได้แค่ธนาคารละสองสามคน ซึ่งนั่นก็น้อยเกินกว่าที่จะสู้กับแก็งค์โจร” เอ็ดมันด์กล่าวยืดยาว ก่อนจะรื้อกองเอกสาร สักพักเขาก็โยนแฟ้มสองสามอันมาทางพวกเขาที่ยืนอยู่ ทั้งริชาร์ดและโทมัสรับมาเปิดดูทันที

“นั่นเป็นข้อมูลทั้งหมดของงานนี้ ไม่แน่ใจว่านี่เป็นการแจ้งความจริงๆเพื่อความหวังดี   เพื่อจะก่อกวน  หรือเพื่อจะหลอกเรา และทั้งหมดนั่น เราจะต้องรู้ให้ได้ก่อนที่เหตุร้ายจะเกิดขึ้น”

“ครับ”  ทั้งโทมัสและริชาร์ดขานรับ ก่อนจะถูกไล่ออกมา แต่ยังไม่ทันที่จะได้ออกมาไกลเท่าไหร่ จู่ๆโทมัสก็คิดอะไรบางอย่างได้ เลยหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องนั้น เอ็ดมันด์ที่กำลังก้มอ่านเอกสารเงยหน้ามามองเขาอย่างสงสัย

“ขอบคุณ สำหรับพวกนี้ พวกเราจะทำให้คุณเห็น ว่าฝีมือพวกเรามันเป็นยังไง” โทมัสว่ายิ้มๆ ยักคิ้วส่างท้ายจึ้กสองจึ้กก่อนจะออกมา

“ให้ตาย ไอ้เด็กพวกนี้ อวดเก่งเหลือเกินนะ”

 

 

21.00 น.

“โทมัส วันนี้ไปฉลองกัน” ริชาร์ดรีบเก็บข้าวของอย่างกระตือรือร้น วันนี้เขาตั้งใจเต็มที่ว่าจะไปลั้นลา ยังไงซะพรุ่งนี้เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาทำงานเช้าอยู่แล้ว แต่พอหันไปมองเพื่อนตัวเองก็ต้องถอนหายใจออกมา

ตั้งแต่ที่ได้แฟ้มพวกนั้นมา ไอ้โทมัสมันก็ยังไม่วางเลยด้วยซ้ำ นั่งอ่านอยู่นั่นตั้งหลายชั่วโมงแล้วนะเว้ย

“โทมัส ไป เร็วๆ นี่มันเลยเวลาเลิกงานมานานมากแล้วนะเว้ย! แกจะอยู่เวรดึกด้วยหรือไงวะ”  ผู้กองหนุ่มที่เพิ่งได้ตำแหน่งกลับมาเงยหน้ามองเพื่อนเล็กน้อย แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

ริชาร์ดบ่นแบบนี้มาสองชั่วโมงได้แล้วมั้ง แต่มันก็ยังไม่ไปสักทีสิน่า น่าจะรู้แล้วว่าถ้าตื้อนานขนาดนี้คือไม่ไปแน่ๆ

“ไม่เอา แกไปเถอะ ฉันจะอ่านพวกนี้”

ให้ตายเถอะเพื่อน....จะเอาแบบนี้จริงเหรอวะ โทมัสคนบ้างานกลับมาอีกแล้วเหรอ

“นายต้องไปปลดปล่อยบ้างสิ อุตส่าห์ได้งานที่ชอบกลับมาทั้งที ถึงแม้มันจะไม่เหมือนเดิมเป๊ะ แต่ก็ไปฉลองให้พระเจ้าท่านสักหน่อยเถอะ นะ นะ”

“ฉันเชื่อว่าพระเจ้าคงอยากให้ทำงานมากกว่าไปเมานะ” โทมัสตอบกลับพลางมองหน้าริชาร์ด จนในที่สุด ริชาร์ดก็ทนอ้อนไม่ไหว

“เออ ก็ได้ ไปคนเดียวก็ได้วะ” ริชาร์ดถอนหายใจอย่างยอมแพ้

“คราวหน้าแล้วกัน”

“เออ ถ้าคราวหน้าเบี้ยวจะโทรเรียกพี่เบิ้มให้ดิ่งมาจากไมอามีเลย” ว่าจบแล้วก็รีบชิ่งออกมา เสียงด่าทอไล่มาตามหลังเขาพร้อมกับสัญลักษณ์นิ้วกลางจากมือเรียวๆของเพื่อน ริชาร์ดรีบออกมาจากตัวที่ทำงาน เขาถือติดตัวมาแต่กระเป๋าเงิน เพราะเอกสารส่วนมากอยู่ที่โทมัสหมด หมอนั่นบอกว่าอยากเอาไปอ่านที่ห้อง เพื่อนคนนี้ก็จัดให้ เอาไปเลย เอาไปทำให้หมด วันนี้ขอเปลี่ยนร่างเป็นริชาร์ด คลินน์อีกสักครั้ง ร้างราจากสถานเริงรมย์มานานเหลือเกิน วันนี้ขอหน่อยเถอะ

นั่งรถแท็กซี่มาไม่นานก็มาจอดอยู่ตรงร้านประจำที่ชอบมาสมัยยังเป็นผู้ช่วยสืบสวนพิเศษในสำนักงานใหญ่ บรรยากาศยังคงเหมือนเดิม ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่เสียดนตรีก็ยิ่งดังกระหึ่มจนจังหวะหัวใจเต้นหนักขึ้น เขาพาร่างของตัวเองก้าวเข้ามาในตัวผับอย่างไม่รีบร้อน คลายกระดุมเสื้อเชิ้ตสองสามเม็ด อันที่จริงเขาเปลี่ยนชุดตั้งแต่ก่อนจะออกมาจากที่ทำงานแล้ว ใครมันจะกล้าใส่ชุดตำรวจมาเที่ยวที่แบบนี้ล่ะถามสิ เอ้อ มาที่อะไรแบบนี้มันก็ต้องมาแบบ So damn hot ใครมันจะมาเป็นตำรวจให้สาวๆเดินหนีกัน

Martini” พอพาตัวเองมาถึงโซนโปรด เจ้าตัวก็ไม่รอช้ารีบออกปากสั่งทันที เปรี้ยวปากมาเดือนกว่าเกือบสองเดือน มันอยากจะโดน คืนนี้มันต้องเมา!

สายตาคมลอบมองไปรอบๆร้าน สาวน้อยใหญ่ รวมไปถึงชายหลายคนออกเสต็ปแดนซ์อยู่ไม่ไกล ริชาร์ดเท้าข้อศอกอิงตัวไว้กับเคาท์เตอร์พลางมองภาพเหล่านั้น เขาชอบที่จะมองอะไรแบบนี้ แสงสีนี่แหละที่เหมาะ

แม่เจ้าเว้ย สาวเกาะอกดำคนนั้นมันน่าฟาดจริงๆ!

เท้ากระดิกไปตามจังหวะเพลงเบาๆในขณะที่รอเครื่องดื่ม แต่ไม่นาน สิ่งที่เขาต้องการก็มาอยู่ในมือ รสชาติที่ห่างหายไปนานทำเอาเขารู้สึกคึกขึ้นมา ยังไม่ทันที่จะได้เอาเข้าปาก จู่ๆก้มีผู้หญิงคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้า

เชี่ยๆ โคตรสวย แม่เอ้ย ตาถึงเหลือเกินนะแม่เสือสาว

“มาคนเดียวหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามเขาก่อนจะขยับเข้ามาใกล้

“ครับ ที่แบบนี้ต้องมาคนเดียวอยู่แล้ว”

“สนใจออกไปเต้นด้วยกันหน่อยไหมคะ”  หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม ริชาร์ดมองริมฝีปากก่อนจะไล่มองลงต่ำเรื่อยๆอย่างลืมตัว

“หน้าอยู่ตรงนี้ค่ะ” สะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายใช้มือข้างหนึ่งจับเข้าที่หน้าแล้วบังคับให้เงยขึ้นมอง ระยะห่างประมาณนี้ทำเอาใจเขาเริ่มกระตุก

“พอดีผมไม่ค่อยชอบเต้นเท่าไหร่”

“สายดื่มงั้นเหรอ หืม”  อีกฝ่ายเริ่มใช้มือซุกซนของตัวเองไล่จับตามใบหน้า กรอบคาง ไล่จนมาถึงท้ายทอย

“ฉันก็อยากจะดื่มเหมือนกัน”  ว่าจบสาวเจ้าก็ละมือออกแล้วเดินอ้อมมานั่งข้างๆเขา ก่อนจะออกปากสั่งแอลกอฮอล์มาเพิ่ม หลังสั่งเสร็จทั้งคู่ก็นั่งมองหน้ากันสักพัก

“อกหักมาเหรอ” ริชาร์ดเอ่ยปากถามอีกฝ่าย เธอได้ยินแบบนั้นก็เลยแค่นยิ้มออกมา

“บ้าน่า ฉันแค่มาที่นี่เพื่อสนุก”

“เหมือนกัน”

“หืม”  หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน ริชาร์ดค่อยๆเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ก่อนจะจรดสายตาลงที่ริมฝีปากอีกฝ่าย

“ผมเองก็มาสนุกเหมือนกัน”

 

 

****

“ที่นี่มันโคตรจะสุดยอดเลยเว้ย!  เสียงตะโกนของชายหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรีดังกระหึ่มทำให้ไม่มีใครสนใจหรือจะได้ยินสิ่งที่เขาเปล่งออกไป ปีเตอร์ขยับออกลวดลายอยู่กลางฟลอร์ ท่ามกลางสาวน้อยใหญ่ ชายหญิงผสมปนเปกัน แสงสีจากที่นี่มอมเมาเขาได้เป็นอย่างดี ปีเตอร์สิงสถิตที่นี่มาได้ชั่วโมงกว่าแล้วหลังจากที่เดินเที่ยวเสร็จเขาก็กลับไปพักที่ห้องก่อนจะออกมาใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าผับในเมืองมันจะให้ฟีลแตกต่างขนาดนี้

ผิวสีน้ำผึ้งออกแดงน้อยๆด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ สายตาของปีเตอร์หวานเชื่อม เขาเต้นจนเริ่มรู้สึกเหนื่อยก็เลยออกมานั่งพัก ความจริงเขาไม่ใช่คนที่เมาง่ายอยู่แล้ว แค่นี้ไม่ถึงกับจะทำให้เซด้วยซ้ำ

ชักจะปวดฉี่ว่ะ....

ปีเตอร์ลุกขึ้น เสยผมหยิกสีบลอนด์อ่อนของตัวเองก่อนจะแทรกผ่านผู้คนไปห้องน้ำ สาวๆหลายคนส่งสายตามาให้เขา แต่นั่นแหละ ยังไงซะต่อให้ผู้หญิงพวกนั้นจะสวยเตะตาสักเท่าไหร่เขาก็ไม่ได้เล่นด้วย

อย่าลืมความจริงที่ว่าเขาเป็นเกย์

ปีเตอร์เดินเข้ามาในห้องน้ำ ทำธุระจนเสร็จเรียบร้อยก็คิดว่ากำลังจะออกไป แต่จู่ๆก็ดันรู้สึกเหมือนจะอาเจียนออกมาเลยรีบวิ่งพุ่งไปยังห้องส้วมที่อยู่ไม่ไกล หลังจากที่อาเจียนเสร็จก็รู้สึกได้เลยว่าท้องของเขามันเบาโหวง พอได้อาเจียนออกก็เริ่มรู้สึกเปรี้ยวปาก เขาเลยเดินออกมายังหลังร้าน ที่ที่เป็นที่ลับตาคน ก่อนจะค่อยๆจุดบุหรี่ขึ้นสูบ สายตาก็มองออกไปยังวิวทิวทัศน์ตัวเมืองยามค่ำคืน

พลั่ก!

สักพักปีเตอร์ก็ได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูดังอยู่แว่วๆ เขาหันขวับมองไปทางต้นเสียง  มีคนมาสูบบุหรี่ตรงนี้ด้วยเหรอ นึกว่าที่นี่เขาจะแอบมาคนเดียวเสียอีก สองเท้าค่อยๆก้าวเข้าไปเพื่อที่จะพบปะพูดคุยกับคนที่มาใหม่ แต่ก็ต้องชะงักไปเสียก่อน

“อ่ะ...อ่ะ...”

เดี๋ยว....

“อ่ะ....อื้อ แรงอีก อ้ะ! อื้อ”

ฉิบหาย ไม่ใช่มาสูบบุหรี่แล้วเวรเอ้ย!

ปีเตอร์ได้ยินเสียงแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่ออกมาใหม่กำลังมาทำอะไรที่นี่ อย่างว่า เขาไม่ใช่คนที่อยู่ในเซฟโซน เสียงผู้หญิงร้องมาแบบนั้นก็พอรู้  ปีเตอร์ส่ายหัวไม่สนใจ เขาไม่ใช่คนที่จะมาแอบดูคนอื่นในเรื่องแบบนี้ หันกลับไปสูบบุหรี่ต่อ เสียงหยาบโลนนั่นยังคงดังมาให้เขาได้ยินจนปีเตอร์ชักจะหงุดหงิด สิงที่เขาต้องการคืออกมาสูบบุหรี่ชมวิว ไม่ใช่มาฟังเสียงคนเอากัน หรือจะตะโกนให้มันเข้าไปหาห้องข้างในดีวะ

“นะ..” เด็กหนุ่มจากไมอามีเริ่มหมดความอดทน เดินวกกลับไปว่าจะไปตะโกนบอก ดีที่ว่ามุมนี้เป็นมุมอับ ไม่มีไฟส่อง มีแค่แสงเล็ดลอดจากไฟหลังร้านเท่านั้น  แต่ทว่า พอก้าวเข้าไปใกล้จนเห็นการเคลื่อนไหวก็เริ่มทำเอาเขาใจกระตุกขึ้นมา

ไม่ดีกว่า....แม่งเอ้ย เมามันส์กันขนาดนั้นใครจะกล้าขัดล่ะวะ

ปีเตอร์มองอย่างชั่งใจ แต่ทว่า จู่ๆสายตาเขาก็ดันดีในที่มืดขึ้นมาเสียดื้อๆ เขาเพ่งเล็งมองฝ่ายชายอย่างตั้งใจ ทำไมมันคุ้นจังวะ  สองเท้าค่อยๆขยับเข้าไปเรื่อยๆ จนเริ่มเห็นใบหน้าผู้ชายชัด ปีเตอร์แอบมองผู้ชายจากในมุมมืด

นี่เขากลายเป็นไอ้โรคจิตถ้ำมองเวลาคนป้าบๆกันแล้วเหรอวะ!

“เฮ้ย...”  ปีเตอร์อ้าปากค้างออกมาทันทีเมื่อเห้นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร  ริชาร์ด! พระเจ้า!หมอนั่นกำลังเอากับผู้หญิงอยู่! ได้เจอกันทั้งทีทำไมให้เจอกันแบบนี้วะพระเจ้า

“อ่ะ อ่ะ อื้อ....อ่า”  เสียงผู้หญิงยังคงดังเข้าหู แต่ปีเตอร์กลับไม่ได้สนใจ สายตาเขายังคงติดตรึงอยู่บนใบหน้าของริชาร์ด ใบหน้าที่ไม่เคยได้พบเห็น

ใบหน้าของเขาตอนกำลังมีอารมณ์.....

ไม่อยากเชื่อเลยว่าชาตินี้จะได้เห็นมุมนี้ ปกติเห็นว่าเป็นคนเฟรนด์ลี่เฮฮา ไม่คิดว่าคนอย่างเขาก็ดูท่าจะรุ่งในเรื่องนี้เหมือนกัน ไม่ไก่นี่หว่า

ริชาร์ดในลุคหัวยุ่งกระเซอะกระเซิง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน พลางส่งเสียงครางต่ำในลำคอให้ได้ยินแว่วทำเอาปีเตอร์ที่แอบดูแทบจะตายลงตรงนี้ 

บ้าเอ้ย!

จู่ๆปีเตอร์ที่มองหน้าริชาร์ดก็เริ่มหายใจหอบถี่รุนแรง เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าตัวเขาเองเริ่มมีปฏิกิริยาบางอย่างเมื่อได้เห็นริชาร์ดในตอนนี้ เขาเป็นคนรู้สึกไว พอเห็นอะไรแบบนี้มันก็เลยมีอาการมา ตัวของปีเตอร์เริ่มงอ อาการเสียววูบเริ่มเข้าครอบงำท้องน้อย

ไม่ไหวแล้ว....ไม่ได้ ทนไม่ไหว...

“อ่ะ อื้อ แรง ระ..แรงอีก...อ้ะ!

“อือ...” 

“แฮก....สุดยอด”

หลังจากที่กิจกรรมเร่าร้อนจบลงไป ผู้ชายและผู้หญิงสองคนดังกล่าวก็แต่งตัวเรียบร้อยแล้วกลับเข้าไปข้างใน ทิ้งให้เหลือเพียงอีกคนในมุมมืด

“อ้ะ!....อะ..อา”  เด็กหนุ่มผมทองจากไมอามีกระตุกตัวเกร็งสักพัก ก่อนจะหอบหายใจเล็กน้อย เขาค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นข้างๆก้นบุหรี่ที่กำลังพ่นควันเล็กน้อย ก้มลงมองมือตัวเองก็รู้สึกกระดากอายขึ้นมาเสียดื้อๆ

“โอ้ย!

อยากเป็นบ้า! แอบดูคนเขามีอะไรกันแล้วก็ช่วยตัวเองไปด้วยนี่มันน่าอายชะมัดเลยเว้ยไอ้ปีเตอร์ แกทำอะไรลงไปเนี่ย!!

100%

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #63 tinnasoichit (@tinnasoichit) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 08:47
    พึ่งมาอ่านชอบเนื้อเรื่องมากกก
    #63
    0
  2. #33 CDis304 (@oing251040) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 12:16
    รกาอายกีฟาปกาดรหหทแ////เอาความนโมในช่วงสปอยคืนมาาาาาาา
    #33
    0
  3. #32 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 18:19
    หน่องพีททททท บัดสีจริงๆ -/////-
    #32
    0
  4. #30 Lai_linlin (@iamalone0w0) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 06:23
    กรี้สสสสสส่ดากไยำมยำาฃบกรำบห่หยกากยหาพงไสสไงไ จับหน่อยจะล้ม//สูดยาดม
    #30
    0