YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 15 : Mission 15 : Find out (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

THE MISSION


Related image

'Cause baby now we got bad blood
You know it used to be mad love
So take a look at what you've done
'Cause baby now we got bad blood

**นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย และมีคำหยาบนะคะ**


ติ้ด ติ้ด ติ้ด

“อือ

 เสียงน่ารำคาญดังขึ้น ปลุกชายหนุ่มที่กำลังมุดตัวอยู่ในเตียงให้ตื่นนอน มือเรียวค่อยๆควานหาที่มาสะเปะสะปะโดยที่ตาก็ไม่แม้แต่จะลืมขึ้นมองดู แต่ไม่ว่าจะควานอย่างไรก็ไม่สามารถจะพบวัตถุนั้นได้ เป็นผลให้อดีตผู้กองหนุ่มต้องยอมจำนนต่อความง่วงแล้วลุกขึ้นมาจากเตียงจนได้  พอลุกขึ้นมานั่งบนเตียง โทมัสก็เหลือบตามองนาฬิกาปลุกข้างเตียงก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปกดปิดมัน ตอนนี้เป็นเวลาตีห้า เขาต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษเพราะที่ทำงานอยู่ค่อนข้างจะไกลจากที่เดิม ตอนนี้กลายร่างเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างสมบูรณ์แบบแล้วสินะบาร์เชลตัน

ร่างของเขาค่อยๆลุกออกมาจากเตียงอย่างยากเย็น โทมัสเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำเพื่อให้ตื่นนอนเต็มที่ ผ่านไปสักพักเขาก็ทำธุระเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะออกจากห้องไปรับเพื่อนสนิท หยิบแซนด์วิชมาได้อันหนึ่งเป็นเสบียงติดตัวยามเช้ามืด

ชีวิตตำรวจแบบนี้มันน่าเบื่อจริงๆสิวะให้ตาย!

ขับรถไปก็ได้แต่ตัดพ้อชีวิตตัวเองไป ไม่นานก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าหอพักของเพื่อนสนิท เมื่อวานเป็นวันเริ่มทำงานวันแรกที่บอกได้เลยว่าทำเขารู้สึกราวกับว่าอยู่ที่นั่นมาแล้วสิบปี น่าเบื่อ น่าหงุดหงิดไปหมดเสียทุกอย่าง ไหนจะโดนด่าตั้งแต่วันแรกอีก ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่มีฝีมือดี คนที่โดนยกย่องมาตลอดอย่างเขาจะโดนด่าด้วยเหตุผลงี่เง่าแบบนั้น เอาเข้าไปสิ!

“ริชาร์ด!เสร็จหรือยัง ช้าแล้วนะ”  โทมัสเปิดประตูห้องของเพื่อนอย่างถือวิสาสะ ก็ปกติพวกเขาสองคนมักจะโผล่หากันแบบนี้อยู่แล้ว หรือบางทีอาจจะเป็นแค่เขาหรือเปล่าที่ชอบโผล่ตามใจ โทมัสตะโกนเรียกชื่อเพื่อนพลางเดินเข้ามาข้างในห้อง พอเดินมาถึงเตียงก็ต้องอัพเลเวลความหงุดหงิดเข้าไปอีกเมื่อเห็นร่างคนบนเตียง  ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงฝ่าเท้าของตัวเองก็ประทับตัวอีกฝ่ายจนตกเตียงทันที

“โอ้ย! อะไรวะ….โทมัส!แกทำบ้าอะไรเนี่ย”  หลังจากที่โดนโทมัสถีบตกเตียง ริชาร์ดก็ตื่นทันที เขายังคงมีความงัวเงีย แต่ก็พยายามที่จะจับเตียงแล้วลุกขึ้นยืน ไอ้บ้าเอ้ย ใครใช้ให้ปลุกกันแบบนี้วะ  ชอบนักไอ้เรื่องทำร้ายร่างกายเนี่ย เก็บกดห่าอะไรไม่รู้ ชอบเอามาลงกับฉันตลอดเลยนไอ้เพื่อนเวร!

“ฉันบอกแกแล้วใช่มั้ยว่าวันนี้ให้ตื่นแต่เช้า!นี่อะไร!ทำไมยังนอนอยู่อีก รู้ไหมว่ามันจะสาย!

“เออ เออ รู้แล้วน่า ปลุกกันดีๆก็ได้นี่หว่า”  ริชาร์ดบ่นกระปอดกระแปดพลางเดินโงนเงนเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง โทมัสยืนมองตามแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอา ถ้าวันนี้เขาโดนด่านะ รับรองว่าไอ้ริชาร์ดต้องโดนด่าเป็นสองเท่าแน่ๆ อุตส่าห์เตือนไว้แล้วว่าให้ตื่นเวลานี้ จะได้ไปที่ทำงานทัน ไม่ต้องกังวลรถติดแล้วก็จะได้ไม่ต้องโดนด่า ไหงกลายเป็นว่าต้องมาไล่แบบนี้เนี่ย

ราวๆครึ่งชั่วโมงพวกเขาสองคนก็ออกมาจากที่พัก โทมัสบ่นเพื่อนเสียจนริชาร์ดต้องขอร้องว่าให้หยุด การตื่นแต่เช้าแล้วมาโดนด่าแบบนี้เป็นอะไรที่น่าเบื่อสิ้นดี ไม่รู้ว่าไอ้เพื่อนเขานี่จะขี้บ่นไปไหน นี่ถ้ามันมีเมียแล้วยังขี้บ่นแบบนี้นะ รับรองว่าได้เลิกก่อนแต่งแน่ๆ

เออ แต่ก่อนแต่งงาน ตอนนี้ให้มันหาเมียให้ได้ก่อนเถอะ

“ไป ลงได้แล้ว” โทมัสพูดขึ้น เมื่อทั้งสองคนขับรถมาถึงที่ทำงานใหม่ ใช้เวลานานกว่าปกติที่จะมาถึงนี่ เพราะว่าที่ทำงานใหม่ของเขาไกลกว่าที่เดิม เฮ้อแล้วแบบนี้ก็ต้องเสียค่าน้ำมันรถเพิ่มขึ้นด้วยสินะ งานอะไร ได้ไม่คุ้มเสียฉิบหาย

พอจอดรถเสร็จก็เดินเข้ามาในสำนักงานทันที ตอนนี้ยังเป็นเวลาเช้าอยู่ เลยทำให้ยังไม่มีคนมาวอแว ก็แหงล่ะ ใครมันจะมามีเรื่องกันตั้งแต่เช้าล่ะวะ พอพวกเขาเดินเข้ามา ตำรวจที่อยู่เวรตอนกลางคืนก็มีสีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัด เขาสองคนเดินเข้าไปสแกนลายนิ้วมือเพื่อเป็นการเข้าทำงาน ตำรวจคนที่เฝ้าอยู่เลยเก็บข้าวของ เดินมาสแกนบ้างแล้วเดินออกไปทันที โทมัสได้แต่มองตาม

น่ากลัวว่าวันหนึ่งไอ้เอ็ดมันด์จะเล่นงานให้เขาอยู่แบบนี้ชะมัด ต่อให้จะชินอยู่กับงานกลางคืนก็เถอะ แต่ถ้าได้นั่งเฉยๆมันก็แย่นะ

“ฮ้าววว ง่วงชะมัดยาดเลยเว้ยย!  ริชาร์ดโวยวาย ก่อนจะเดินไปชงกาแฟที่มุมห้อง โทมัสเลยจะเดินแยกเข้าโต๊ะตัวเอง แต่จู่ๆเขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง ห้องทำงานกระจกขนาดย่อมที่คุ้นตามีแสงไฟลอดออกมา โทมัสมองพลางขบคิด

นี่เอ็ดมันด์ยังไม่กลับบ้านเหรอ? เอ….หรือว่าจะมาทำงานก่อนเรา นี่ขนาดมาเช้าแล้วนะ ยังจะมาเช้ากว่าอีกเหรอ สปิริตตำรวจเหลือเกินนะ

แต่ถึงจะให้ไม่ชอบหน้าอย่างไร ก็ต้องพบปะพูดคุยกันบ้าง ยังไงเสียเขาก็เป็นหัวหน้า โทมัสเปลี่ยนเส้นทางการเดินไปยังห้องนั้น กะไว้ว่าจะเข้าไปทักทายถามไถ่ตามประสาคนไม่อยากโดนด่าว่าหยิ่ง แต่พอเขามายืนอยู่ตรงหน้าห้องก็ดันชะงักเสียอย่างนั้น

เออ แล้วถ้าโดนด่าล่ะวะไอ้โทมัส ไม่หน้าแตกตายห่าเลยหรือไง ไม่เอา กลับดีกว่า

พอคิดได้ก็หมุนตัวกลับทันที แต่ดูทว่าโชคชะตาจะเล่นตลกไปหน่อย บานประตูกระจกด้านหลังก็เปิดออก คนเป็นนายแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นลูกน้องคนใหม่มายืนอยู่หน้าประตูห้อง โทมัสมองก่อนจะผงกหัวเป็นเชิงทักทายเล็กน้อย

“มีธุระอะไรกับฉันเหรอ” โทมัสมองเอ็ดมันด์ที่ถามตัวเอง สารรูปอีกฝ่ายตอนนี้ย่ำแย่ขนาดหนัก ขอบตาดำคล้ำ ดูเหมือนคนที่อดหลับอดนอนเพื่อนทำงานอย่างเต็มขั้น กลัวฉิบหายเลยถ้าทำงานจนมีสภาพแบบนี้

“อ่อ เปล่า ผมแค่ไม่คิดว่าคุณจะอยู่ที่นี่”

“เฮอะ มาเช็คว่าฉันมาทำงานก่อนหรือเปล่าเหรอ? นายหมั่นไส้รึไงที่ฉันมาทำงานก่อน” อีกฝ่ายกอดอกพลางมองเขาเหยียดๆ โอ้โห มีเจ้านายแบบนี้มันน่าถีบสักเปรี้ยง

“คุณยังไม่ได้กลับสินะ”

“ก็น่าจะรู้นี่ บอกไว้ก่อนนะ ที่นี่ไม่ใช่สนามฝึกแบบที่นายเคยผ่านมา ถ้าจะมาเล่นๆไปวันๆ ฉันไม่ปล่อยนายเอาไว้แน่ อย่าสร้างปัญหาอีกแล้วกัน” ว่าจบเขาก็เดินผ่านโทมัสไปทันที ตำรวจหนุ่มกลอกตาถอนหายใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าอีตาลุงนี่มันจงเกลียดจงชังอะไรพวกเขานักหนา ตั้งแต่มานี่ยังไม่เคยได้พูดกันดีสักครั้งเลยด้วยซ้ำ มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานนี่มันน่ารำคาญจริงๆ ยิ่งอีกฝ่ายเป็นหัวหน้าแล้วยิ่งน่าหงุดหงิด

โทมัสเดินกระแทกเท้าปึงปังกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ริชาร์ดจึงยื่นแก้วกาแฟอีกแก้วให้

“แกไปไหนมา”

“ไปเดินสำรวจมานิดหน่อย ไม่มีอะไร”  ตอบกลับสั้นๆก่อนจะยกกาแฟดื่ม

“นายคิดว่าวันนี้จะเป็นยังไง”  ริชาร์ดเท้าคางมองหน้าเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างตัว เมื่อวานเป็นการทำงานวันแรกที่ค่อนข้างจะแย่พอสมควร เขาสองคนจึงได้แต่มองหน้ากันและภาวนาว่าอย่ามีอุปสรรคอะไรในวันนี้เลย ขอให้ทั้งวันมีแต่เคสง่ายๆไหลเข้ามา ขอให้มีการแจ้งความน้อยๆ ขอให้ทุกคนมีความสุข ประเทศชาติมีแต่คนดี อย่าได้เกิดเหตุอาชญากรรมเลยเถอะพระเจ้า

 

 

 

12.30

บางครั้งก็สงสัย พระเจ้าเคยฟังคำขอร้องของพวกเราบ้างหรือเปล่านะ….

“แม่งเอ้ย!ฝากไว้ก่อนเถอะ!อย่าให้ได้เจอหน้าแกอีกนะ!

สิ้นเสียงประกาศกร้าวไอ้วัยรุ่นห้าวตีนก็เดินปึงปังออกไปทันที โทมัสและริชาร์ดค่อยๆหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ เฮ้อ..ในที่สุดก็ลุล่วงไปอีกคดี เมื่อครู่เป็นวัยรุ่นกับคนวัยทำงาน เหตุเกิดจากการขับปาดหน้ากัน เลยเป็นเหตุให้ต้องมาโรงพัก ตั้งแต่เช้าแล้วที่พวกเขาทำงานกันมา จนตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยไปจนจะบ่ายโมง มื้อเที่ยงก็ยังไม่ได้กิน ห้องน้ำก็ต้องสลับกันเข้า ทั้งยังปวดหัวตึ้บๆอีก

“ฉันจะตายแล้วว่ะโทมัส ถ้ามาอีกคดีนี่วิ่งหนีดีไหม” ริชาร์ดหันหน้าไปมองเพื่อนตัวเอง

“เราควรไปหาอะไรกิน ไม่อย่างนั้นกว่าจะเลิกงานเป็นลมแน่ๆ”

“เห็นด้วย ไปเถอะ รีบไป”  ริชาร์ดเร่งเพื่อนก่อนจะลุกแล้วดึงแขนอีกคนให้ลุกตาม ทั้งสองทิ้งโต๊ะทำงานเอาไว้ก่อนจะสับขาฉับๆออกมาด้านนอก ดีที่อีกฟากของถนนมีร้านแฮมเบอร์เกอร์ เลยทำให้ทั้งคู่ไม่ต้องเดินไปไกล แค่ข้ามถนนก็ถึง การเดินตากแดดช่วงเที่ยงครึ่งไม่ใช่เรื่องตลก ทั้งคู่เดินข้ามไปซื้อมื้อเที่ยงก่อนจะรีบหิ้วกลับมากินที่โต๊ะ แต่พอกลับมาถึงโต๊ะเท่านั้นแหละ ก็ดูเหมือนจะเกิดปัญหาขึ้นเสียแล้ว

“เฮ้ย!ตำรวจใหม่!มานี่สิวะ มาช่วยจับแยกที!  ตำรวจรุ่นพี่คนหนึ่งตะโกนมาทางเขาสองคน ตรงหน้าคือเหตุการณ์ชุลมุนระหว่างวัยรุ่นผิวดำสองคนกำลังต่อยกันอย่างออกรสออกชาติ เรียกเสียงโวยวายและเสียงฮือฮาดังจนน่ารำคาญ สองคนนั้นต่อสู้กันจนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ อีกทั้งยังทำลายข้าวของกระจัดกระจาย ตำรวจหนุ่มทั้งสองยืนมองด้วยสีหน้าเหนื่อยใจอย่างเห็นได้ชัด ทั้งคู่กำถุงแฮมเบอร์เกอร์ในมือแน่นยามมองภาพตรงหน้า

เอาอีกแล้วเหรอวะ What the hell

โอ..พระเจ้า ทำแบบนี้ผมเหนื่อยนะครับท่าน โธ่

***

“ค่าห้องขอแค่เดือนละสามร้อยเหรียญก็พอ แกสองคนคงพออยู่ได้นะ”

“อืม ขอบใจมากเคด” มือหนาตบไหล่ของคู่สนทนาเบาๆ

“เออ อะไรจะให้ช่วยก็บอก” อีกฝ่ายว่าก่อนจะเดินออกไป  คริสเตียนเดินเข้ามาภายในห้องพักใหม่ของตัวเองก่อนจะวางสัมภาระลง ตอนนี้เขาย้ายออกมาจากไมอามีแล้ว เจ้าของที่นี่ชื่อเคด เคดเป็นเพื่อนเก่าสมัยยังรับใช้ชาติ ตอนนี้หมอนั่นเปิดห้องเช่าเล็กๆกับเมีย เขาเลยได้โอกาสนี้ขอเช่าในราคาที่ค่อนข้างถูก ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ดีเลิศเลออะไร แต่ก็ยังดีกว่าการที่เขาไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้วกัน

“แคบกว่าที่คิดนะเนี่ย”  เด็กผมทองที่ติดมากับเขากล่าวขึ้น ปีเตอร์วางข้าวของแล้วกระโดดไปอยู่ตรงหน้าต่าง เขาชะโงกมองลงไปด้านล่างก็เห็นแต่รถรา มองออกไปไกลลิบก็มีแต่ตึกระฟ้าเสียดสูงชัน ชักคิดถึงวิวทะเลขึ้นมานิดๆแล้วสิ

“บอกแล้วว่าอย่าตามมา มีห้องนอนเดียว นายนอนโซฟาไปแล้วกัน ตัวนายเล็ก” คนร่างหนาพูดก่อนจะทรุดนั่งลงที่โซฟาเก่าๆตัวหนึ่งภายในห้อง ข้าวของในห้องไม่ค่อยมีเลย ดูท่าเขาคงต้องทำงานหาเงินมาซื้อของใช้สักหน่อยแล้ว

“โห่ อะไรกัน น้องนุ่งแท้ๆ”  ปีเตอร์ยู่ปากอย่างขัดใจเมื่อได้ยิน

“ถ้าฉันยกห้องนอนให้นาย กล้าสาบานไหมล่ะว่าจะไม่พาคนมาเอากันบนเตียงฉัน” คริสเตียนว่า

“โห แรงนะเนี่ย เห็นแบบนี้ก็น่าจะรู้นะว่าไม่ได้ขนาดนั้นน่ะ”  ปีเตอร์บ่นอุบอิบก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาอีกตัว

“เดี๋ยวฉันจะออกไปสมัครงานที่ผับบาร์แถวนี้ นายก็อยู่ห้องไปแล้วกัน”

“จริงเหรอ?!อยากไปด้วย!  คริสเตียนมองแววตาที่เป็นประกายของเด็กหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจ รำคาญสายตาแบบนี้ชะมัด เขารู้อยู่แล้วว่าถ้าพูดถึงเรื่องผับบาร์ทีไรไอ้นี่มันจะดี๊ด๊าแบบนี้ แหงล่ะ ใช้ชีวิตอยู่ที่สถานที่อย่างว่าบ่อยกว่าอยู่ห้องเสียอีก

“ไม่ได้เด็ดขาด เฝ้าห้อง”  คริสเตียนเริ่มใช้ไม้แข็ง เขาสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“แต่ว่า

“ถ้านายไม่ฟัง ฉันจะไล่นายออกไป”

“โหย….เอาแบบนี้เลยเหรอคริส”  ปีเตอร์ทำหน้าเศร้า ถ้าหากตอนนี้เขามีหูมีหางคงจะอยู่ในสภาพหูลู่หางตกไปแล้วเรียบร้อย คริสเตียนมอง เขาถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นท่าทางของคนตรงหน้า

“ไปล่ะ ถ้าฉันกลับมาแล้วไม่เห็นนายอยู่ที่ห้อง นายจะได้รู้ว่าฉันไม่เคยพูดเล่น” คริสเตียนว่าพลางชี้หน้าอีกฝ่ายเป็นการกำชับเอาไว้ หลังสั่งการเสร็จเขาก็ออกเดินทางไปยังบาร์ที่อยู่ไม่ไกล  เคดเป็นแนะนำงานใหม่ให้ เคดบอกว่าหน่วยก้านอย่างเขาคงพอจะหางานแนวข่มขู่คนได้ เลยฝากฝังเขาเอาไว้กับเจ้าของบาร์นี่ให้เป็นการ์ดคุม

 หมอนี่เป็นเพื่อนที่มีพระคุณกับเขามากเลยทีเดียว ดูๆไปเคดก็เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง

 ใช้เวลาเดินราวๆยี่สิบนาทีคริสเตียนก็พาร่างกำยำของตัวเองมายืนอยู่หน้าบาร์ พอเดินเข้าไป สิ่งแรกที่เจอก็คือการ์ดกล้ามโตที่ยืนดักเขาเอาไว้อยู่

“ตอนนี้บาร์ยังไม่เปิด” อีกฝ่ายกล่าวสั้นๆแล้วยืนขวางทางไว้

“ฉันมาสมัครงานกับเจ้าของที่นี่ไว้แล้ว”  คริสเตียนยืนนิ่งๆตอบกลับ อีกฝ่ายหรี่ตามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ แต่ก็ติดต่อไปยังคนข้างบนเมื่อเห็นว่าคริสเตียนเอาธุระมาอ้าง

“มีคนมาสมัครงาน  นายชื่ออะไร”  อีกฝ่ายถามเขา

“คริส”  คริสเตียนตอบไปแค่นั้น เขาไม่ยอมบอกไปเต็มๆ อีกฝ่ายเลิกคิ้วเหมือนจะรอให้บอกให้หมด

“แค่คริส”  คริสเตียนเลยย้ำลงไปอีก ไอ้กล้ามชักสีหน้าใส่เขาก่อนจะคุยกับปลายทางสักพัก หลังจากที่สนทนาจบไอ้กล้ามนั่นก็มองมาที่เขา

“โอเค ตามฉันมา” ดูเหมือนว่าไอ้กล้ามนี่จะรู้แล้วว่าเขามาทำงานอะไร มันเรียกการ์ดอีกคนมาคุมแทน ก่อนจะพาเขาเดินเข้าไปยังห้องพักของพนักงานแบบพวกมัน ภายในห้องเต็มไปด้วยอาวุธต่างๆนาๆไม่ว่าจะเป็นกระบอง ที่ช็อตไฟฟ้า กุญแจมือ รวมไปจนถึงปืนขนาดย่อม คริสเตียนมองสิ่งรอบตัวอย่างสนใจ

“ตอนนี้แกยังไม่มีสิทธิใช้ไอ้นั่น เอ้า!อาวุธแก”  ไอ้กล้ามพูดก่อนจะโยนกระเป๋าดำขนาดย่อมมาให้ คริสเตียนเปิดออกดูก็เจอไฟฉายแล้วก็กระบองสีดำอันหนึ่งอยู่ข้างใน

“ฉันชื่อฟิวรี่ เป็นคนคุมแก หน้าที่ของแกคือยืนเฝ้าหน้าร้าน คอยรายงานคนที่น่าสงสัย อย่าให้คนอายุต่ำกว่าเกณฑ์ผ่าน และเชื่อฟังคำสั่งของฉัน เข้าใจไหม”  ไอ้กล้ามฟิวรี่กำชับ คริสเตียนแค่พยักหน้ารับ

 ฟิวรี่ยืนมองอีกฝ่ายพลางสำรวจไปในตัว ลูกน้องคนใหม่หน่วยก้านดีไม่เบา หน้าตาก็หล่อเหลาใช้ได้ อีกทั้งยังมีเส้นสายหางานให้ไว้เรียบร้อยแล้วอีกต่างหาก ดูท่าทางไอ้นี่ไม่น่าจะเป็นไอ้ล่ำธรรมดาสินะ

“เอ้า นี่เป็นชุดที่แกต้องใส่ทำงาน รีบเปลี่ยน ใกล้ได้เวลาเริ่มงานแล้ว”  ฟิวรี่พูดเสียงดังก่อนจะคว้าชุดที่วางอยู่บนชั้นมาโยนให้คริสเตียน คริสเตียนรับมาได้ก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดทันที พอเปลี่ยนชุดเสร็จเขาก็เดินออกมายืนอยู่ข้างๆฟิวรี่ที่ทางเข้า ข้างในเริ่มวุ่นวายเพราะใกล้เวลาเปิดร้าน

“ใกล้เวลาเปิดแล้ว อีกสักพักคนก็จะมา แกคอยยืนเฝ้าอยู่ตรงนี้ ฉันจะเป็นคนตรวจค้นเอง” ฟิวรี่หันมาสั่งเขา คริสเตียนก็ได้แต่พยักหน้าไป  งานนี้ไม่มีอะไรเลย แค่ยืนนิ่งๆเท่านั้น ในหัวของเขาเริ่มมีความคิดบางอย่างขึ้นมาแล้วว่าไม่น่ามาเลย ดูท่างานนี้จะน่าเบื่อกว่าไลฟ์การ์ดเสียอีก เวลาผ่านไป คนก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามา ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินผ่านทางเข้า มีลูกค้าหลายคนยืนมองคริสเตียน ก็นั่นแหละ ผู้ชายหน้าตาดีรูปร่างสมส่วนทั้งยังแต่งตัวใส่ชุดยูนิฟอร์มดำล้วนแบบนี้ยิ่งดูเท่ไปกันใหญ่ หลายคนเอ่ยปากชมเขาหล่อ บางคนก็อยากให้เขาตรวจค้นตัวให้ด้วยซ้ำไป ฟิวรี่ก็ได้แต่หงุดหงิดและรำคาญที่ลูกค้าวอแวแต่กับลูกน้องใหม่ของเขา

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ วันนี้มีลูกค้าเข้าร้านเยอะกว่าเมื่อวานเสียอีก

“นี่ คริส”  ในช่วงที่มีลูกค้าน้อย ฟิวรี่ก็เลยได้มีโอกาสที่จะพูดคุยอีกฝ่าย คริสเตียนที่ได้แต่ยืนนิ่งๆมานานก็หันกลับมามองเขาพลางเลิกคิ้วให้

“ว่าไง”

“เปล่า แค่จะบอกว่าเวรนายกับฉันหมดตอนหกทุ่ม เดี๋ยวพอหมดเวลาค่อยเข้าไปเอาเงินข้างใน” ฟิวรี่บอกคริสเตียนที่พยักหน้ารับ เป็นคนที่พูดน้อยจริงๆนะ แต่ก็ดี รำคาญพวกพูดมาก วันๆเอาแต่หลีลูกค้า ดีแล้วที่ไอ้คริสมันไม่เป็นแบบนั้น ยังไงซะก็ต้องรอดูกันไป

“เฮ้….หน่วยก้านดีไม่เบานะพี่ชาย”  ผ่านไปสักพัก ลูกค้าคนหนึ่งก็เข้ามา ดูท่าทางจะเป็นสาวประเภทสอง เขาเดินเข้ามาตรงทางเข้าก่อนจะให้ฟิวรี่ตรวจค้นอาวุธ แต่ทว่าสายตากลับมองไปที่การ์ดคนใหม่ของบาร์ที่โคตรจะหล่อทะลุสายตามาแต่ไกล หลังตรวจค้นเสร็จฟิวรี่ก็หลีกทางให้อีกฝ่ายเข้าไป แต่ดูท่าทางแล้วหล่อนคงกำลังจะติดใจพ่อหนุ่มหน้าหล่อนี่เข้า

เข้าไปสักทีเถอะ พระเจ้าช่วยทำยังไงก็ได้เว้ย แค่เอามือไปจับไอ้ฟิวรี่คนนี้ก็อยากจะตัดมือตัวเองทิ้งแล้ว!

“ชื่ออะไรล่ะคุณ คืนนี้เข้าไปสนุกด้วยกันหน่อยไหม เหงามากเลย” อีกฝ่ายว่าพลางเขยิบเข้าไปใกล้คริสเตียน

” คริสเตียนไม่ตอบ เขาพยายามที่จะไม่พูดคุยกับใครจนเกินความจำเป็น หลายคนทักเขาแบบนี้เหมือนกัน แต่พอไม่ตอบพวกนั้นก็เดินผ่านเขาเข้าไปในร้าน ไม่เหมือนกันคนนี้ที่กำลังยืนลูบหน้าอกเขาอยู่

น่ากลัวแปลกๆ คนคนนี้ทำไมน่าขนลุกขนาดนี้วะ

“แน่ะ ไม่ตอบด้วย หยิ่งเหรอ คืนหนึ่งคิดเท่าไหร่ ฉันจ่ายไหวนะ”  อีกฝ่ายยังคงพูดจาล่อลวงเขา แต่ขอโทษเถอะ เห็นหน้าก็กลัวแล้ว ยังจะให้ไปมีอารมณ์อะไรได้ล่ะวะ

“หื้ม!น่าขัดใจเป็นบ้าเลยนายเนี่ย!!   อีกฝ่ายดูท่าจะโมโหไม่น้อยที่เขาไม่ตอบไม่หือไม่อืออะไรด้วย ใบหน้าที่แต้มไปด้วยเครื่องสำอางยับยู่ยี่ด้วยอารมณ์โกรธก่อนจะตีหน้าอกเขาอย่างแรงแล้วใช้มืออีกข้างกำหมับเข้าที่ส่วนสงวนกลางลำตัวของคริสเตียนโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว พอคริสเตียนโดนจู่โจมแบบนั้นสัญชาตญาณป้องกันตัวของเขาก็เริ่มทำงาน มือหนาจับเข้าที่ข้อมืออีกฝ่ายแล้วจับบิดไขว้หลังทันที ทำเอาลูกค้าคนดังกล่าวถึงกับร้องโอดโอยเพราะความเจ็บ

“โอ้ย!ไอ้เวร! F*ck! ปล่อยฉันนะยะ!  พอได้ยินเสียงร้องโอดโอยฟิวรี่ก็รีบกระชากแขนคริสเตียนออกจากลูกค้าทันที พอหลุดเป็นอิสระไอ้ลูกค้าคนนั้นก็ชูนิ้วกลางใส่คริสเตียนแล้วเดินปึงปังเข้าร้านทันที ฟิวรี่หันหน้ามาขมวดคิ้วใส่ลูกน้องหน้าหล่อ

“อย่าทำแบบนั้นอีก!ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรนาย ห้ามตอบโต้เด็ดขาด!

“อืม จะพยายาม”  คริสเตียนที่ระงับตัวเองได้แล้วพยักหน้ารับ ก่อนจะกลับมายืนนิ่งเหมือนเดิม ให้ตายสิวะ!นี่มันงานบ้างานบออะไร ฉากเมื่อครู่นี้มันบัดซบชะมัด ทำไมถึงกล้าได้ขนาดนั้น โดนแค่นั้นยังน้อยไปด้วยซ้ำ นี่ถ้าไม่ติดว่าห้ามทำอะไรลูกค้า ป่านนี้ลูกค้าคนนั้นได้ปลิวไปแล้วแน่ๆ

เฮ้อ มาวันแรกก็นรกเลยว่ะ ไอ้คริสเตียน เริ่มอยากจะกลับไปทำงานเดิมแล้วสิ

100%

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #29 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 16:20
    ต้องโทษตัวเองที่หล่อเกินไป 5555555 แต่ 6 ทุ่มนี่คือเที่ยงคืนรึเปล่าคะ?
    #29
    0