YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 14 : Mission 14 : Following (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    6 มิ.ย. 61

THE MISSION

Image result for shawn mendes gif

**นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวายและมีคำหยาบนะคะ **



ตอนนี้ผู้กองหนุ่มกำลังยืนงงในดงผู้เคราะห์ร้าย….

วิชาที่เขาร่ำเรียนมา กระบวนการต่อสู้ รวมไปจนถึงตรรกะศาสตร์การคิดวิเคราะห์เหล่านั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้เมื่อเจอสถานการณ์ตรงข้างหน้านี่ และเขาเองก็เดาได้เลยว่าริชาร์ดผู้อัจฉริยะก็คงจะไปไม่เป็นเหมือนกัน

“คุณตำรวจ วันนี้เป็นวันครบรอบวันแต่งงานของผมกับภรรยา และผมก็ต้องการจะเหมาร้านให้เธอเพื่อความโรแมนติก ทั้งๆที่ผมจองร้านเอาไว้ก่อนแล้วแท้ๆ แต่จู่ๆไอ้บ้านี่มันก็ดันมาแย่งไปได้ยังไง ผมไม่ยอม!  ชายสูทเทาฝั่งซ้ายมือกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงค่อนข้างอารมณ์เสีย ตอนนี้โทมัสกับริชาร์ดกำลังนั่งฟังคู่กรณีทั้งคู่ ไอ้หัวหน้าตำรวจมันส่งเขาสองคนมาจัดการเคสนี้ ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นเคสที่เลวร้ายที่สุดที่โทมัสเคยได้รับมา

ทะเลาะวิวาท ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาต้องาทำคดีนี้!

“แล้วคุณล่ะ” ริชาร์ดเงยหน้าขึ้นมาจากกระดาษหลังจากจดบันทึกคำให้การของชายคนแรก ก่อนจะถามชายอีกคนหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาดีใช้ได้ หมอนั่นนั่งกอดอกแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆทั้งสิ้น

“วันนี้เป็นเดตแรกของผมกับแฟน ผมเสียเงินไปตั้งสามเท่าขนาดนั้น สิทธิมันก็ควรจะเป็นของผมไหมล่ะ”

“แต่แกมาทีหลังฉัน!

“แล้วยังไง ไม่มีเงินก็ไปกินร้านอื่นสิ อยากได้ก็จ่ายให้มันเยอะกว่านี้สิวะ!

“เอ้า!หยุดเว้ย!  ริชาร์ดที่เห็นทั้งสองคนเริ่มจะคลุกคลีตีวงกันอีกรอบก็รีบจับแยกทันที ทั้งคู่มองตากันเขม่น ราวกับจะฆ่าจะแกงกันไปเสียข้าง เฮ้อ นี่ขนาดไม่ได้ออกแรงวิ่งลุยดงหรือไปต่อสู้อะไรด้วยซ้ำ ทำไมมันเหนื่อยจังวะ

“ให้ตาย ฉันต้องมาทำงานแบบนี้จริงเหรอวะริชาร์ด”  โทมัสกระซิบข้างหูเพื่อนเบาๆ ทั้งคู่ลอบมองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจออกมา

“ว่ายังไงคุณตำรวจ ผมไม่ยอมแน่ๆ คุณตำรวจต้องให้ความยุติธรรมกับผมนะเว้ย!” ชายสูทเทาเรียกร้อง ริชาร์ดกุมขมับตัวเองเพราะเริ่มใช้ความคิดหนักเกินไป

โอย……อยากได้ยาแก้ปวดสักขวด

“แต่คุณตำรวจก็ต้องเห็นแก่เงินที่ผมจ่ายไปด้วย!  ชายอีกคนก็รีบเรียกร้องขึ้นมาทันที

“รวยนักแกก็ไปหาร้านอื่น! คนเขามาก่อน รู้ว่ารวย แต่ทำแบบนี้มันไม่แฟร์ว่ะ!

“เอ้า! รวยก็ผิดเหรอไงวะ!  ทั้งคู่เริ่มตะคอกใส่กันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะเริ่มรุนแรงขึ้น ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากันก่อนจะใช้มือผลักดันหน้าอกของแต่ละฝ่าย เสียงทะเลาะเอะอะจากตรงหน้าบวกกับเสียงจ้อกแจ้กจากโต๊ะข้างๆกำลังทำให้เส้นประสาทในหัวของผู้กองหนุ่มบาร์เชลตันขาดเพิ่มมากขึ้น มันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่มีความอดทนต่อเรื่องพวกนี้ต่ำเป็นทุนเดิมอย่างเขาก็เริ่มจะทนไม่ไหวเข้าไปทุกที เขาพยายามกำหมัดแน่น แต่สุดท้าย ความอดทนของคนเราย่อมมีขีดจำกัด โทมัสทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงปล่อยระเบิดออกมาทันที

“โธ่เว้ย!หยุดตีกันสักทีสิวะไอ้พวกเวร!

 

***

 

“ทำไมนายถึงกล้าไปทำแบบนั้นใส่ประชาชน!  ชายหนุ่มคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าเขายืนหัวเสีย โทมัสกับริชาร์ดนั่งนิ่งมองดูชายคนดังกล่าวเดินไปมาต่อหน้า เป็นเวลาได้สักพักแล้วที่พวกเขาโดนเรียกตัวเข้ามาในห้องนี้ สาเหตุก็เนื่องมาจากการที่พวกเขาแสดงกิริยาไม่เหมาะสมต่อคนที่มาแจ้งความ

แหงล่ะ หลังจากที่โทมัสตะคอกใส่ขนาดนั้น สองคนที่เถียงกันก็โดนโทมัสด่ากราดยาวแบบไม่ไว้หน้ากันเลยนี่หว่า

“การที่พวกคุณมาทำงานที่นี่ สิ่งสำคัญที่จะต้องมีคือมารยาท!ไม่ว่าเขาจะเป็นใครมาจากไหน ผิวขาวผิวดำ พวกนายก็ต้องช่วยเหลือ ไม่ใช่ไปด่าเขา! 

“ขอโทษครับ จะพยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีก” โทมัสกล่าวออกมาสั้นๆ พลางสบตาคนตำแหน่งสูงกว่า อันที่จริงไม่ใช่ว่าเขาจะสำนึกอะไรได้นักหรอก แต่ก็ต้องพูดไปก่อนเพื่อเอาตัวรอด ใจจริงไม่อยากจะรับรองด้วยซ้ำ เพราะเขารู้ว่ามันจะต้องเกิดขึ้นอีกแน่ๆตราบใดที่เขายังทำงานที่นี่

“ฉันไม่รู้นะว่าที่ที่นายจากมานายจะถูกอบรมสั่งสอน หรือมีนิสัยยังไง ฉันไม่ใส่ใจและฉันก็ไม่อยากรู้ด้วย!แต่พอพวกนายมาอยู่ที่นี่ ก็ต้องรู้จักทำตัวให้มันเหมาะสมกับหน้าที่ด้วย!

“ครับ”  ทั้งโทมัสและริชาร์ดที่โดนด่าก็ได้แต่ครางตอบรับเสียงค่อย ทางฝั่งคนขี้บ่นยืนมองลูกน้องใหม่สองคนก็ได้แต่ถอนหายใจและสายหน้าด้วยความเอือมระอา

มองหน้าตั้งแต่แรกก็สังหรณ์ใจไม่ดีแล้วไอ้สองคนนี้ ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเล่นจริงๆ!ให้ตายสิ เอเวอลีน คุณส่งตัวอะไรมาให้ผมเนี่ย ร้อยวันพันปีไม่เคยจะเจอตำรวจแบบนี้!

“เฮ้อ….เอาเถอะ ครั้งแรก ผมถือว่ามันยังเป็นเรื่องของการปรับตัว แต่อย่าให้มีอีก ไปได้แล้ว ผมมีงานต้องทำต่อ” ว่าจบเขาก็ทรุดตัวลงนั่งแล้วเลิกสนใจสองคนนั้นทันที พอโทมัสกับริชาร์ดเห็นว่าอีกฝ่ายปลดปล่อยพวกเขาแล้วก็รีบแจ้นออกมาจากห้องนั้นทันที เขาสองคนเดินออกมาเรื่อยๆจนมาถึงโต๊ะทำงานเดิมของพวกเขา

“โดนด่าตั้งแต่วันแรกเลย แกก็จะขี้หัวร้อนอะไรนักหนาเนี่ย”  ริชาร์ดบ่น ก่อนจะทรุดนั่งลงข้างๆแล้วหมุนเก้าอี้เล่นไปมา โทมัสที่โดนเพื่อนบ่นก็ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางเท้าคางคิดอะไรไปเรื่อยๆในหัว

“ตายแน่ๆ ฉันต้องตายแน่ๆ”  ริชาร์ดโอดครวญ

“เอ่อ คุณริชาร์ดกับคุณโทมัสใช่ไหมคะ”  ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดคุยกันต่อ ตำรวจหญิงคนหนึ่งก็เดินถือเอกสารเข้ามาหาพวกเขาที่นั่งกันอยู่ ทั้งคู่รีบยืนขึ้นรับเอาของที่เธอถือมาก่อนจะวางเอาไว้บนโต๊ะ

“นี่คืออะไรครับ” โทมัสเอ่ยถาม

“อันนี้เป็นเอกสารเกี่ยวกับกฎระเบียบและการประพฤติตัวของตำรวจในสถานที่นี้ค่ะ”

“จำเป็นต้องอ่านด้วยเหรอ?”  โทมัสย่นคิ้วถามอีกฝ่าย เธอหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะยักไหล่แล้วเดินออกไป ทิ้งให้สองหนุ่มยืนก้มมองกองเอกสารเหล่านั้นเพียงลำพัง

“โธ่ แบบนี้มันไม่สนุกแล้วนะผู้กอง”  ริชาร์ดโอดครวญอีกครั้งก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม โทมัสเองก็ได้แต่จับเอกสารพวกนั้นขึ้นมาดูผ่านๆ

ให้ตายสิวะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวันนี้จะมาถึง วันที่ฉันตกอับถึงขั้นต้องมานั่งอ่านกฎระเบียบกับไอ้ตำราสมบัติผู้ดีนี่ แย่ชะมัด

“เอาวะ”

อย่างน้อยมันก็คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว…..

 

 

 

 

ใครว่าล่ะ

“โอ้ย ไม่ไหวแล้ว ในที่สุดก็เลิกงานสักที” เสียงเพื่อนตัวดีของเขาพูดขึ้น โทมัสนวดไหล่ตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเอนตัวพิงเก้าอี้ไล่ความเหนื่อยล้า เป็นเวลาเกือบห้าชั่วโมงได้แล้วที่เขามานั่งแหงกอยู่ที่โต๊ะนี่ จากท้องฟ้าที่มองเห็นตะวันแปรเปลี่ยนไปเป็นสีดำ นอกจากจะต้องอ่านเอกสารสมบัติผู้ดีที่หัวหน้าส่งมาให้ เขาก็ต้องรับมือกับเคสน้อยใหญ่ที่เข้ามาให้พวกเขาได้ปวดหัวเล่น ความจริงมันก็ไม่ได้เยอะนักหรอก เพราะมีตำรวจของที่นี่รับไว้เยอะมากกว่า จึงทำให้เหลือมาถึงพวกเขาเพียงแค่สองสามกรณี

แต่ก็ใช่ว่ามันจะกล้วยนี่หว่า

“ไป กลับเถอะ ออกเวรแล้ว”  โทมัสรีบเตือนเพื่อน ริชาร์ดโดนดึงลุกขึ้น ก่อนจะเดินออกมาจากโต๊ะแล้วออกไปจากสถานี ในระหว่างที่กำลังจะออกไปนั้นก็มีชายคนหนึ่งเดินสวนเข้ามา เขาหยุดมองทั้งคู่ก่อนจะเอ่ยออกมา

“เฮ้ พวกนายเป็นตำรวจใหม่ที่ย้ายมาใช่ไหม”

“อือ” โทมัสตอบ เขาอยากจะไปจากที่นี่เต็มแก่แล้ว

“โอ้ หน่วยก้านดีกว่าที่คิดนะ เป็นยังไงบ้างล่ะ ทำงานวันแรก”  หมอนี่ยังคงพยายามที่จะชวนพวกเขาสนทนา แต่ก็นั่นแหละ ตอนนี้พวกเขาสองคนยืนได้ก็แทบจะไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ ใครมันจะไปสนทนาได้ยาวนานขนาดนั้น

“ขอโทษนะ แต่พวกเราจะกลับแล้ว สวัสดี” โทมัสกล่าวตัดบทเองก่อนจะรีบเดินผ่านชายคนนั้นไปทันที ได้ยินเสียงสบถแว่วมา แต่แล้วยังไงล่ะ ไม่ได้สนใจเสียหน่อย รำคาญจะแย่อยู่แล้ว

“โอ้ตายล่ะโทมัส เราจอดรถไว้ที่สำนักงาน”  ริชาร์ดที่สมองเพิ่งจะทำงานรีบดึงแขนเสื้อเพื่อนแล้วพูดออกมา โทมัสชะงักเมื่อเริ่มคิดได้

ไม่นะ….แบบนี้ก็แปลว่าพวกเขาไม่มีรถกลับน่ะสิวะ!

ก้มลงมองดูนาฬิกาที่ข้อมือก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบๆสองทุ่มแล้ว ตอนนี้รถสาธารณะที่จะผ่านไปยังสำนักงานใหญ่คงจะไม่ผ่านแล้วแน่ๆ ยังไงก็ลองมองหาแท็กซี่ดูก่อนแล้วกันวะ เผื่อยังพอมีอยู่บ้าง

“นั่งแท็กซี่ไปลงสำนักงานแล้วค่อยขับกลับ” โทมัสเอ่ย

“เอางั้นเหรอวะ?”

“อืม เฮ้! นั่น!  โทมัสตะโกนด้วยความดีใจ ก่อนจะชี้มือไปทางด้านหลัง อีกฟากของถนนมีแท็กซี่คันหนึ่งวิ่งมา ทั้งเขาและริชาร์ดต่างพากันรีบวิ่งกุลีกุจอไปยังอีกฟากของถนนทันที โชคดีชะมัดที่รถมาตอนนี้ ขี้เกียจรอจะแย่อยู่แล้ว สงสัยพรุ่งนี้ต้องขับรถมาไกล เฮ้อ เปลืองค่าน้ำมันฉิบหายเลยเว้ย!  เงินเดือนยิ่งโดนลดมาขนาดนี้ ไม่นานได้ไส้แห้งตายแน่ๆไอ้โทมัสเอ้ย

เป็นตำรวจจริงนี่มันลำบากฉิบหาย เวร! ง่วง!

 

***

“เจอกันพรุ่งนี้คริสเตียน!

“อ่าห้ะ”  ร่างหนายกมือโบกให้กับเพื่อนร่วมงาน พลางขนของใส่กระเป๋าเป้ขนาดย่อม คริสเตียนสวมรองเท้าผ้าใบก่อนจะก้าวออกมาจากที่ทำงาน อันที่จริงจะเรียกว่าที่ทำงานก็ไม่เชิงหรอก เรียกว่าบ้านพักสำหรับไลฟ์การ์ดอย่างเขาดีกว่า

วันนี้คริสเตียนเลิกงานช้าเป็นพิเศษเพราะมีธุระหลายอย่างต้องจัดการ ออกมาอีกทีฟ้าก็มืดแล้ว เขาเดินสะพายเป้คู่ใจกลับไปยังห้องเช่าราคาถูกของตัวเองกับปีเตอร์ ระยะทางจากที่พักมาที่นี่ไม่ไกลเท่าไหร่ ใช้เวลาสักสิบนาทีสิบห้านาทีก็มาถึงแล้ว คริสเตียนเดินเตะฝุ่นตามทางมาเรื่อยๆ รถรายังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง ไมอามียามค่ำคืนก็ไม่ได้เงียบเหงาเท่าไหร่ ระหว่างทางที่เดินมาเขาก็โดนเหล่าบรรดาสาวยามดึกเรียกใช้บริการ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงสิ ผู้ชายก็ส่งสายตาให้เขาอยู่บ้างเหมือนกัน

ชีวิตนี่มันอยู่ยากขึ้นทุกวันสิน่า

ชีวิตของอดีตทหารหนุ่มอย่างเขาตอนนี้ถ้าจะเทียบกับกราฟก็คงเป็นกราฟเส้นตรงที่ดิ่งลงเรื่อยๆ อย่างช้าๆ  วันๆก็ทำแต่กิจกรรมเดิมๆ วนลูปเดิม ตื่นเช้า เข้าทำงาน นั่งตากแดดมองทะเล รอเวลาเลิกงาน แล้วก็เดินกลับห้อง แบบนี้วนไปทุกวัน ชีวิตของเขาขาดสีสันไปวันละน้อยๆ

“กลับมาแล้ว”  เขาใช้มือหนาของตัวเองเปิดประตูห้องเข้าไปข้างใน แต่กลับไม่มีเสียงใครตอบกลับมา ภายในห้องมีของวางระเกะระกะอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงกับรก คริสเตียนเดินเข้ามาภายในแต่กลับไม่พบเงาหัวของรูมเมทอีกคนก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ

ให้ตายสิ ไอ้เด็กคนนี้ อะไรมันจะติดสัดบ่อยกว่าหมาอีก

ถึงไม่ได้บอก เขาก็พอจะเดาได้ว่าไอ้เด็กปีเตอร์มันหายหัวไปไหน คงไปกกอยู่กับคู่ขาของมันนั่นแหละ เขาล่ะกลัวมันจะเป็นเอดส์เข้าสักวัน ถึงมันจะป้องกันตลอดก็เถอะ แต่มันก็ใช่ว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์นี่นะ

ติ้ด!

เขาถอดเสื้อยืดสีเทาตุ่นออกอย่างลวกๆก่อนจะโยนใส่ตะกร้าตรงมุมห้องอย่างแม่นยำ ร่างกำยำที่เต็มไปด้วยกล้ามเดินไปหยิบกระป๋องเบียร์เย็นๆในตู้เย็นแล้วนั่งอยู่หน้าทีวี เอนกายลงพลางจิบเบียร์เย็นๆ ข่าวสารตรงหน้าไม่ได้ทำให้โลกน่าอยู่เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่เข้าคุก ชีวิตเขาก็น่าเบื่อไปหมด ไม่ได้ออกไปลุยกับเพื่อน ไม่ได้จับปืน ไม่ได้ต่อสู้ โคตรจะจืดชืด ไม่มีสีสันเอาเสียเลย

“อึ่ก” 

ที่นี่น่าเบื่อเกินไป

คริสเตียนได้แต่คิดในใจ แต่ก็อย่างว่า ตอนนี้เขาไม่มีเงินมากพอที่จะไปทำอะไรที่ต้องการได้ และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองจะไปทำอะไร ถ้าออกไปแล้ว จะไปที่ไหนได้ล่ะ เงินเก็บถึงจะพอมี แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร

  ระหว่างที่กำลังดูข่าวอยู่นั้น คริสเตียนก็บังเอิญเห็นภาพตำรวจในจอ จู่ๆเขาก็เผลอนึกถึงผู้ชายคนหนึ่งขึ้นมาเสียดื้อๆ ป่านนี้คงจะเป็นตำรวจหน้าหยิ่งกำลังจับปืน หรือไม่ก็คงกำลังจะปลอมตัวเป็นอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆ หน้าตาหยิ่งๆ ชอบเอะอะโวยวาย นิสัยก็ค่อนข้างแย่ มนุษย์สัมพันธ์เข้าขั้นติดลบ ต่อให้บางทีก็ดูหล่อ แต่พอมองดีๆกลับเซ็กซี่เสียอย่างนั้น คิดแล้วก็นึกขำ คนบ้าอะไรมันจะน่าหมั่นไส้ขนาดนั้น

โทมัส บาร์เชลตัน

อา….ให้ตายสิ นึกถึงหมอนั่นทีไรแล้วรู้สึกแปลกๆทุกที หงุดหงิดตัวเองชะมัด เป็นบ้าอะไรของนายคริสเตียน

“หึ” เขาแค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อยเมื่อคิดอะไรบางอย่างได้

“คริส!เปิดประตูให้หน่อย”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากทางประตู คงจะเป็นเจ้าเด็กปีเตอร์ที่เพิ่งจะกลับมาจากเสร็จกิจแน่ๆ เสียงเคาะประตูดังตามมาอีกสามสี่ครั้งจนเขานึกรำคาญ พอเปิดประตูก็เห็นเป็นร่างเตี้ยๆของเด็กน้อยเดินเบียดเขาเข้ามาในห้อง คริสเตียนส่ายหน้าอย่างระอาก่อนจะปิดประตูแล้วกลับมานั่งที่เดิม

นั่นไง คิดไว้แล้วไม่มีผิด สภาพมาซะขนาดนั้น

“ฉันบอกให้นายเพลาลงไงพีท”

“พยายามแล้วน่า มันยากนี่”  ปีเตอร์บ่นกระปอดกระแปดก่อนจะจุดบุหรี่ยกขึ้นสูบ ควันสีเทาหม่นค่อยๆล่องลอยภายในห้อง ทีแรกคริสเตียนก็ก่นด่าเขาหนักอยู่เหมือนกันกับเรื่องนี้ แต่พอนานวันเข้าก็เลิกด่าไปเองเหมือนจะเอือมเต็มทน

“นายไม่คิดที่จะหยุดที่ใครสักคนบ้างรึไง”  คริสเตียนถามเด็กในปกครองของตัวเอง ปีเตอร์หันหน้ามามองเขายิ้มๆ ก่อนจะเอนตัวพิงโซฟาเงยหน้ามองเพดานพลางตอบเขา

“อยากหยุดอยู่เหมือนกัน แต่คงไม่มีใครให้หยุด” เด็กน้อยตัดพ้อ

“นายยังเด็ก พีท”

“พูดเหมือนนายแก่มากนักนะคริสเตียน”

“ยังไงก็เจออะไรมาเยอะมากกว่าแล้วกัน”  คริสเตียนว่าพลางกระดกเบียร์อึกสุดท้ายจนเกลี้ยงกระป๋อง เขาใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากตัวเอง 

“เหอะ อย่างน้อยฉันก็หาที่ลงได้นะ ไม่เหมือนนาย ต้องอาศัยมือตลอด ถ้าวันหนึ่งมือขาดไปคงได้แย่แน่ๆ”  ปีเตอร์แขวะกลับพลางกดสายตาลงมองกลางลำตัวของอีกฝ่าย

“แต่ยังไงก็ไม่ติดโรคแน่ๆ”

“ก็คอยดูแล้วกัน เฮ้อ นายนั่นและที่ควรจะมีคู่ใจเสียบ้าง วันๆก็เอาแต่ทำงาน ไม่รู้จะทำไปทำไมนักหนา เงินก็พอมีใช้อยู่ทุกวัน” ปีเตอร์ว่ากลายๆก่อนจะพ่นควันออกมาอีกระลอกใหญ่

“พีท ฉันคิดว่าฉันจะย้ายไปที่อื่น”  นั่งเงียบกันสักพักคริสเตียนก็เปรยออกมาให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ปีเตอร์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วทันที

“นายว่าไงนะ?”

“ฉันจะย้ายไปจากไมอามี ที่นี่น่าเบื่อเกินไป ฉันไม่อยากอยู่ต่อ”

“แล้วนายจะย้ายไปไหน จะไปทำอะไร?” ปีเตอร์หันหน้ามาประจันกับอีกฝ่ายก่อนจะเป็นฝ่ายถามคำถาม คริสเตียนมองเขาด้วยหางตาแล้วพูดต่อ

“วอชิงตัน ก็พอจะมีคนที่รู้จักจากในค่ายอยู่บ้าง คงจะรับจ้างเป็นบอดี้การ์ด ไม่ก็สอนศิลปะป้องกันตัว”

“ก็นึกว่าจะไปเป็นพระเอก GV เสียอีก โอ้ย! มันเจ็บนะ! แล้วนี่จะไปจริงๆหรือไง แล้วจะไปเมื่อไหร่”  พอพูดจาไม่เข้าหูเด็กหนุ่มผมทองก็โดนเขกทีหนึ่งเข้าจังๆที่หน้าผาก

“มะรืนนี้ วันนี้ไปทำเรื่องลาออกแล้ว”

“ห้ะ!  ปีเตอร์ร้องออกมาเสียงดัง ไอ้บ้าเอ้ย! เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมถึงตัดสินใจปุบปับไม่บอกเขาสักคำเลยเนี่ย! เป็นรูมเมทกันแท้ๆ แล้วอะไร จะไปวันมะรืน ดันมาบอกวันนี้เนี่ยนะ!

“ก็ดีแล้วไง นายจะได้ไม่ต้องโดนบ่น” คริสเตียนว่าก่อนจะยื่นมือไปโยกหัวอีกฝ่าย อันที่จริงเขาสองคนก็ดูเหมือนจะเป็นพี่น้องกันกลายๆ อยู่ด้วยกัน รู้จักกันมาก็นานพอตัว พอจะจากกันอีกทีก็รู้สึกโหวงๆอยู่บ้าง

“คริสเตียน ถ้านายไป ฉันจะไปด้วย”

“ไม่ได้”  คริสปฏิเสธทันทีเมื่อเห็นว่ามีคนดื้อ เด็กหนุ่มผมทองมองค้อนเขา สีหน้าบ่งบอกถึงความเอาแต่ใจได้อย่างเด่นชัด

“นายไปไหน ฉันไปด้วย อยู่ที่นี่ถ้าไม่มีนาย ฉันก็เหงาเหมือนกันนะ ไม่มีคนส่งเสียอ่ะ เข้าใจอารมณ์ไหม ไม่รู้ล่ะ จะไปมะรืนใช่ไหม เดี๋ยวจะเก็บของรอ” ปีเตอร์พูดออกมา ทำเอาคนที่อายุมากกว่าอย่างคริสเตียนได้แต่ส่ายหน้าระอา

ดื้อไม่มีใครเกินจริงๆไอ้เด็กคนนี้

“นายจะไปทำอะไรได้ ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง”

“เป็นโฮสต์ก็ได้ หน้าตาฉันก็หล่ออยู่นา เป็นงานถนัดด้วย”

“เลิกทำงานเปลืองตัวสักที”

“เอ้า ก็ทำเป็น เก่งด้วย” ปีเตอร์กล่าวอวดอย่างภาคภูมิใจ

“เฮ้อ สรุป นายจะตามฉันไปจริงๆใช่ไหม”  คริสเตียนที่เห็นว่าเด็กตรงหน้ากำลังจะเอาแต่ใจ ซึ่งดูท่าแล้วเขาก็ไม่น่าจะขัดข้องอะไรได้เลยด้วยนี่สิ

“แน่นอน”  ปีเตอร์ยิ้มหวานรับอีกฝ่าย คริสเตียนเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาอีกรอบก่อนจะดันหัวอีกฝ่ายให้ไปไกลๆตัว

“เออ”

“เยี่ยม!ไปเก็บของดีกว่า”  ว่าจบไอ้เด็กนรกมันก็ลุกกระโดดกระเด้งไปยังห้องนอนทันที คริสเตียนมองตาม อันที่จริงเขาไม่อยากจะให้หมอนี่ไปนักหรอก เพราะเขาขี้เกียจจะดูแล แต่พอมาคิดๆดูแล้วให้ไปด้วยก็ดี ไอ้เด็กนี่จะได้มีที่พึ่งบ้าง นี่ก็เหลือแค่เขาแล้ว สงสารมัน

ว่าแต่เรานี่สิ จะมีที่พึ่งกับเขาบ้างไหมนะ

100%

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #28 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 16:16
    ขอบคุณจ้า :)
    #28
    0
  2. #27 ิbuntazar (@buntazar) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 22:38
    ที่พึ่งทางใจของพี่บึกก็คุณตำรวจคนนั้นไงคะ .....โทมัสมา หนีเร็ว!!!!
    #27
    0