YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 13 : Mission 13 : Problem (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    2 มิ.ย. 61

THE MISSION

Related image
**นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย และมีคำหยาบนะคะ**

“ถ้าฉันได้เจอไอ้เวรนั่นอีกครั้ง รับรองว่าฉันจะไม่มีวันปล่อยมันให้รอดไปได้”

“เออๆ”  ริชาร์ดตอบกลับก่อนจะลอบถอนหายใจออกมา  ตั้งแต่เหตุการณ์โลกแตกเมื่อวาน โทมัสก็เอาแต่หงุดหงิดเสียจนเขากลัวเหลือเกินว่าไอ้หมอนี่มันจะออกล่าหัวเสียก่อน แต่ยังดีที่เพื่อนเขายังพอรู้จักระงับอารมณ์ไม่ดิ่งรถวนกลับไปชนพี่เบิ้มให้ตายคาที่ กว่าจะมาถึงโรงแรมก็ทำเขาเหนื่อยแทบตายที่ต้องห้ามปรามผู้กองหนุ่มไฟแรง

แล้วนี่ก็บ่นว่าจะฆ่าเขามาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เบื่อจะฟังแล้วเนี่ย

ตอนนี้เขาสองคนกำลังขับรถตรงกลับไปยังสำนักงานใหญ่ หลังจากที่โทมัสเลิกโมโหและตั้งสติได้ หมอนั่นก็บังคับเขากลับลูกเดียว

“ไอ้เวร ไอ้เวร”  โทมัสยังคงเคียดแค้นไม่หยุด ปากขมุบขมิบก่นด่าคนในหัวตลอดเวลาจนริชาร์ดชักจะกลัวเพื่อนตัวเองเข้าทุกวัน

“เออน่า ตั้งใจขับรถไปเถอะขอร้อง”

“แกน่ะหุบปากไปเลยริชาร์ด!ทำไมแกไม่ช่วยฉันวะ ปล่อยให้ไอ้เวรนั่นมันทำแบบนั้นกับฉันได้ยังไง! 

เอ้านั่น กลายเป็นว่าริชาร์ดเป็นคนผิดเสียด้วยซ้ำไป โธ่

“เออ ขอโทษไง ขับๆไปเถอะ ไม่เถียงแล้ว” ริชาร์ดที่ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับเพื่อนก็ยอมไปอย่างง่ายๆ สงครามประสาทที่มีมายาวนานทำเขาชักจะบ้าไปด้วยคนแล้ว ไม่รู้สองคนนี้ชาตินี้จะมองหน้ากันติดไหม  เฮ้อคิดแล้วก็เป็นห่วงเหลือเกิน ไอ้นี่ก็มนุษย์สัมพันธ์แย่ อีกคนก็ชอบหาเรื่องเที่ยวนรกอยู่เรื่อย เอาเป็นว่าเขาภาวนาให้สองคนนี้ไม่ได้เจอกันอีกคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ใช้เวลาราวๆครึ่งค่อนวัน ทั้งคู่ก็เดินทางออกจากไมอามี เข้าสู่ใจกลางเมืองใหญ่ โทมัสเป็นคนขับรถ ด้วยความเคยชิน เขาจึงขับเข้าซอยเล็กๆไม่ไกลก่อนจะเลี้ยวรถไปโผล่ตรงสำนักงานพอดี พอถึงที่จอดรถ ทั้งคู่ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร รีบลงจากรถแล้วขึ้นตรงไปยังตึกสูงระฟ้าเพื่อจะขอพบบุคคลสำคัญ   ทั้งคู่เข้ามาข้างใน ก่อนที่จะเจอกับเลขาสาวผู้ที่ส่งอีเมลมาให้โทมัส

“เอเวอลีน ผมต้องการพบสารวัตร”  โทมัสกล่าว หญิงสาวมีสีหน้าหนักใจ อึกอักลังเลที่จะตอบออกมา ทำเอาโทมัสรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย

“เป็นแบบที่ท่านคิดไว้ไม่มีผิดสิน่า...ให้ตาย เอ่อ คือ ท่านสารวัตรยังไม่สะดวกคุยในวันนี้ค่ะ ท่านมีแขก”  เอเวอลีนตอบกลับ

“แต่พวกเราจำเป็นต้องคุยจริงๆ ไม่อย่างนั้นเพื่อนผมได้อกแตกตายเป็นแน่”  ริชาร์ดสมทบก่อนจะบุ้ยปากไปยังคนข้างตัว เอเวอลีนเห็นสีหน้าโทมัสก็ลำบากใจ แต่ยังไงเธอก็ต้องทำตามคำสั่งที่ได้รับมา

“ไม่ได้จริงๆค่ะ ท่านกำลังประชุมสำ...อ้ะ! ผู้กองบาร์เชลตัน! คุณกำลังจะทำอะไร!  ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดจนจบ โทมัสคนใจร้อนแห่งชาติก็เลิกเซ้าซี้ ก่อนจะเดินดุ่มๆนำไปยังลิฟต์ที่กำลังเปิดออก ริชาร์ดเห็นเพื่อนตัวเองสับขาก็ต้องสับขาตาม ไม่นานทั้งสองคนก็มาอยู่ในลิฟต์ โทมัสเตรียมจึงรีบกดปิดเพื่อกันไม่ให้เอเวอลีนเข้ามาทันที

“เดี๋ยว!เดี๋ยวก่อนค่ะ!ไม่ได้นะคะ!

อย่างว่า คนอย่างโทมัสบทจะไม่ฟังมันก็ไม่ฟังใครเลยเนี่ยสิ

“ใจเย็นก่อนสิโทมัส ใจร้อนไปอาจจะได้ผลเสียมาแทนนะ” ริชาร์ดกล่าวเตือนสติเพื่อน

“ฉันต้องคุยกับสารวัตรให้รู้เรื่อง ภายในวันนี้!

คนฟังก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาซ้ำๆ ให้ตายสิ อะไรมันจะดื้อขนาดนั้นน่ะห้ะโทมัส!

ติ้ง!

ยืนรอไปสักพัก ลิฟต์ก็มาถึงชั้นที่เขาต้องการ ทันทีที่ลิฟต์เปิดโทมัสก็รีบสาวเท้าออกมาทันที เขาเดินนำริชาร์ดไปยังห้องทำงานใหญ่ของสารวัตร ที่ตอนนี้กำลังถูกกั้นไว้โดยคนสนิทของสารวัตรอีกที โทมัสจิ๊ปากอย่างขัดใจแต่ก็ยังคงเดินลุยเข้าไป พยายามที่จะเข้าไปคุยกับคนในห้องให้ได้

“ผู้กองบาร์เชลตัน ผมเสียใจที่ไม่สามารถให้คุณเข้าพบท่านได้จนกว่าจะได้รับอนุญาต”

“หลีกไป”  โทมัสกล่าวสั่งสั้นๆ

“เฮ้ๆ ใจเย็นสิเพื่อน เอ่อ พวกผมสองคนมีเรื่องจำเป็นจริงๆที่จะต้องพบสารวัตร ได้โปรดเถอะ”  ริชาร์ดพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบเมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายเริ่มส่งกระแสไฟฟ้าผ่านทางดวงตา

โอ้ย ประกายเปรี๊ยะๆเลยว่ะ

“หลีกไป ผมไม่อยากทำร้ายคุณ”

“หน้าที่ของผมคือทำตามคำสั่งของสารวัตร ไม่ใช่คุณ แต่ถ้าคุณต้องการที่จะเข้าพบ มีกรณีเดียวคือได้รับอนุญาต”  อีกฝ่ายยังคงพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ผมเตือนคุณแล้วนะ”  โทมัสขู่เสียงรอดไรฟัน

“ผมไม่อยากใช้กำลัง แต่ถ้าจำเป็น ผมก็ต้อง..อั่ก!

เชี่ยแล้ว....

ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้พูดจบ โทมัสก็ใส่กำปั้นหนักๆเข้าที่หน้าท้องทันที ริชาร์ดยืนอ้าปากค้างมองความหัวร้อนของเพื่อนตัวเองก็ได้แต่สบถด่าในใจ ทันทีที่การ์ดคนนั้นตั้งตัวได้ก็เลยสวนโทมัสกลับมาเหมือนกัน แต่ดูท่าทางโทมัสจะไม่ยอมง่ายๆ เขาย่อตัวลงก่อนจะเตะสกัดขาของอีกฝ่ายจนล้มลงไป บรรยากาศตรงนี้กำลังโกลาหลได้เรื่อง ริชาร์ดหันมองซ้ายขวาก็เจอเข้ากับพนักงานรักษาความปลอดภัยกำลังวิ่งมาทางนี้ราวๆสามสี่คน

“อั่ก!  โทมัสใส่เข่าเข้าไปยังหน้าท้องของอีกฝ่ายก่อนที่จะเขาจะโดนถีบ แต่ยังไม่ทันที่โทมัสจะได้เข้าไปซ้ำอีกอีกรอบ ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออก ปรากฏให้เห็นร่างอันคุ้นตาของบุคคลที่เขาต้องการจะพบ

“หยุด!พอได้แล้ว! เป็นตำรวจเหมือนกันแท้ๆดันมาตีกันเอง!น่าขายหน้าที่สุด!  สิ้นเสียงตะโกน ทั้งโทมัสและชายคนดังกล่าวก็หยุดการโจมตีซึ่งกันและกัน   ริชาร์ดรีบดึงเพื่อนแยกไปอีกทางทันที

“ผมมีเรื่องต้องคุยกับท่าน”  โทมัสกล่าว

“เฮ้อ.....คุณนี่มันจริงๆเลยบาร์เชลตัน ตามมา”  อีกฝ่ายถอนหายใจอย่างปลงๆ เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าหลังจากที่ส่งข่าวไป ไม่ช้าก็เร็วโทมัสจะต้องบุกมาที่นี่อย่างแน่นอน ซึ่งก็เป็นไปตามคาด

หลังจากที่เข้าห้องมา สารวัตรก็สั่งให้ลูกน้องที่อยู่ในห้องทุกคนออกไปข้างนอกให้หมด จนภายในห้องมีแค่สามคนยืนอยู่ คนอายุมากกว่าเดินไปนั่งยังโซฟาหนังที่อยู่ไม่ไกล พอเข้ามาในห้องได้ โทมัสก็เปิดบทสนทนาทันที

“ทำไม ตอบผมมาว่าทำไม”

“ผมไม่ได้เป็นคนสั่งการ”  สารวัตรตอบเสียงเรียบ

“ถ้าไม่ใช่ท่านแล้วจะเป็นใคร!  โทมัสถามกลับ

“คุณฟังผมนะ แค่ไปย้ายไปทำงานหน่วยที่เล็กกว่า คุณจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ทำไม ถึงหน่วยนั้นจะเงินไม่ได้ดีเท่า แต่ผมว่าคนที่มีนิสัยชอบทำงานแบบคุณน่าจะชอบงานแบบนั้นมากกว่าด้วยซ้ำไป”   สารวัตรพยายามกล่าวเกลี้ยกล่อมแต่นั่นยิ่งทำให้โทมัสกำลังหมดความอดทนลงเรื่อยๆ

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับริชาร์ด! หมอนี่ไม่ควรที่จะต้องโดนย้ายด้วย!” โทมัสถามกลับ ก่อนจะชี้มือไปยังเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างๆเขา สารวัตรมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“บาร์เชลตัน ได้โปรด”

“ตอบผมมาสิว่าทำไม! ทั้งๆที่พวกเราเพิ่งจะจบงานใหญ่ระดับชาติให้ด้วยซ้ำ! นี่อะไร ไหนล่ะขึ้นเงินเดือน ไหนล่ะสิ่งตอบแทน นี่น่ะเหรอ?”

“ก็เพราะว่าพวกคุณเพิ่งทำงานใหญ่สำเร็จนี่แหละ”  สารวัตรตอบพลางเอามือนวดขมับไปด้วย โทมัสเห็นท่าทางแบบนั้นก็เริ่มสงสัยขึ้นมากับท่าทางของคนตรงหน้า

“มันเกิดอะไรขึ้นสารวัตร”  โทมัสถาม

คนอายุมากกว่าเลิกก้มหน้า เขามองหน้าของลูกน้องฝีมือดีทั้งสองคนที่ยืนอยู่ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วพูดออกไป

“พวกผู้ใหญ่เขาจับตามองคุณอยู่ แล้วเขาก็ค้อนข้างที่จะไม่พอใจที่เราปล่อยนักโทษไป”

“คุณหมายถึงคริสเตียน?”  ริชาร์ดถามกลับ สารวัตรจึงพยักหน้าตอบกลับมาเบาๆ

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราสองคน เขาจะจับตาดูพวกเราทำไม”  โทมัสยิงคำถามต่อทันที

“อย่างที่พวกคุณรู้ คริสเตียนต้องคดีอาญา ซึ่งมันเป็นเรื่องของศาลทหาร การที่ FBI ยื่นจมูกไปปล่อยนักโทษของเขาโดยพละการทำให้เกิดปัญหาเรื่องก้าวล้ำอำนาจ พวกคุณสองคนก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย พวกเขาไม่ไว้ใจพวกคุณ”

“พูดต่อสิ”  โทมัสสั่ง

โอ้โห...นี่ถึงขนาดสั่งสารวัตรให้พูดเลยเหรอ?

“พวกคุณสองคนทำงานให้หน่วยสืบกรองข่าว พร้อมกับหน่วยบุกซึ่งงานที่พวกคุณได้รับก็มีแต่งานที่ค่อนข้างจะอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ การที่ผมส่งพวกคุณให้ไปทำงานกับนายทหารคนนั้น ทำให้พวกเขาคิดว่าคุณกำลังคบค้ากับนักโทษศาลทหารน่ะสิ”

นี่มัน...เรื่องบ้าอะไรกันวะ!

นี่มันไม่ใช่ความผิดของพวกเขาสองคนด้วยซ้ำไป เขาได้รับคำสั่งมาจากสารวัตรอีกทีต่างหากไม่ใช่รึไง แล้วทำไมถึงเป็นพวกเขาสองคนที่ต้องมาได้รับบทลงโทษอะไรแบบนี้ด้วย โคตรจะไม่แฟร์!

“ผมรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ผู้กอง ตอนนี้ผมก็กำลังจะเอาตัวไม่รอด บ่ายนี้ก็ต้องไปฝ่ายบัญชาการทหารเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ช่วงนี้ผมโดนทั้งสอบสวนทั้งโดนจับตามองแทบจะทุกฝีก้าวด้วยซ้ำไป”  สารวัตรกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

“ถ้าอย่างนั้น พวกเราสองคนจะยังมีโอกาสได้กลับไปอยู่หน่วยเดิมไหมครับท่านสารวัตร” ริชาร์ดถามกลับ คนถูกถามนิ่งไปสักพักก่อนจะพยักหน้าตอบกลับมาช้าๆ

“แต่...ยังไม่มีกำหนด ซึ่งผมเดาว่าคงไม่ใช่เร็วๆนี้แน่”  

“แล้วใครขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยแทนผม” โทมัสเอ่ยถามสั้นๆ ก่อนจะเขยิบตัวเข้าไปใกล้สารวัตร

“ผมเลือกมาจากคนที่จบมาจากสถาบันFBI โดยเฉพาะ คุณไม่ต้องห่วง ลูกน้องของคุณทุกคนยังอยู่ดี คนที่ผมจะคัดมาเป็นหัวหน้า รับรองว่าเขาจะไม่ทำให้หน่วยของคุณต้องเสียหน้า เชื่อผม”  สารวัตรกล่าว ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมายืนเสมอกันกับโทมัส คนอายุมากกว่าใช้มือจับไหล่ของเขาก่อนจะตบเบาๆเป็นการให้กำลังใจ

“ผมต้องไปแล้วผู้กอง เอเวอลีนจะพาคุณไปยังหน่วยใหม่”

โทมัสไม่ได้ตอบ แต่กลับจ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบ สารวัตรค่อยๆผละมือออกแล้วกระชับสูทที่ใส่อยู่ให้เข้าที่เข้าทาง แล้วเดินผ่านสองคนออกไปจากห้อง ทิ้งให้เหลืออดีตหัวหน้าหน่วยกับผู้ช่วยเอาไว้

“นี่มัน..บ้าไปแล้ว”  ริชาร์ดโอดครวญขึ้นมาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาหนังของคนที่เป็นนาย โทมัสยังคงยืนนิ่งที่เดิม

“แบบนี้ก็แปลว่า เราสองคนต้องไปทำงานสืบสวนสอบสวนเป็นตำรวจบ้านๆไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีกำหนดงั้นเหรอ โอ้ พระเจ้า!

“ผู้กองบาร์เชลตัน!  ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้สนทนาต่อ เสียงตะโกนของหญิงสาวอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น เป็นเอเวอลีนที่เดินเข้ามาในห้องนี้ เอเวอลีนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของทั้งสองคนก่อนจะพูดขึ้น

“ฉันคิดว่าคุณคงจะทราบกันแล้วสินะคะ”  โทมัสพยักหย้าตอบเบาๆ

“ฉันเสียใจด้วย แต่ยังไง ฉันก็ต้องทำตามหน้าที่ สารวัตรบอกให้ฉันพาคุณไปยังสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางค่ะ กรุณาให้ความร่วมมือ และตามฉันลงไปข้างล่างด้วย”  เอเวอลีนพูดเสียงแข็ง โทมัสหันไปมองหน้าริชาร์ดก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆก่อนจะเดินตามหญิงสาวออกไป

เอาวะโทมัส อย่างน้อยก็ยังดีกว่าการที่เขาให้ไปเป็นตำรวจจราจรล่ะวะ

****

 

 

“ถึงแล้วค่ะ”  เอเวอลีนพูดขึ้นดึงสติให้สองหนุ่มที่นั่งรถมาด้วย  ใช่ว่าเธอไม่เห็นใจที่ทั้งสองคนต้องมาโดนอะไรแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละ ถึงอย่างนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี เธอลงจากรถ ก่อนจะนำสองตำรวจหนุ่มเดินเข้าไปข้างในตัวสำนักงาน พอเปิดประตูเข้าไปเสียงดังจ้อกแจ้กจอแจของเหล่าบรรดาผู้ที่มาแจ้งความก็ดังขึ้นทันที ทำเอาผู้กองคนหยิ่งอย่างโทมัสถึงกับต้องเบ้หน้ากับสิ่งที่เขาจะต้องเจอต่อจากนี้

โอ้...ไม่นะ

นี่เขาต้องมาทำงานในที่แบบนี้จริงๆเหรอวะเนี่ย!

“ตามฉันมาค่ะ เดี๋ยวจะพาไปเจอกับหัวหน้าของที่นี่” เอเวอลีนพูด ก่อนจะเดินนำทั้งคู่ต่อ ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็มาอยู่หน้าห้องๆหนึ่ง ซึ่งดูท่าจะเป็นห้องทำงานของคนที่เป็นหัวหน้าของที่นี่ เอเวอลีนเคาะประตูสองสามครั้งก่อนจะเปิดเข้าไป ภาพข้างหน้าเป็นชายวัยกลางคนกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง มือก็จดยิกๆ โทมัสกับริชาร์ดลอบมองรอบๆห้องด้วยความสนใจ บนผนังเต็มไปด้วยรูปคนที่ปักหมุดเอาไว้เรียงราย พร้อมกับโน้ตสั้นๆบอกชื่อสถานที่และเวลา ซึ่งโทมัสไม่ค่อยเข้าใจนัก

“ครับ สวัสดีครับ เฮ้อ...เอ้อ!คุณเอเวอลีน สวัสดีครับ”  หลังจากที่เขาสังเกตเห็นเอเวอลีนก็รีบลุกขึ้นต้อนรับทันที  หญิงสาวหัวเราะตอบกลับน้อยๆกับท่าทางนั้นก่อนจะพยักหน้าให้ทำตัวตามสบาย

“ฉันพาลูกทีมใหม่ของคุณมาให้พบ นี่ ผู้กองบาร์เชลตัน  ส่วนนั่นก็คุณริชาร์ด เป็นตำรวจจาก FBI ที่ถูกส่งมาช่วยงานที่นี่ ยุ่งน่าดูเลยนะคะ”

“สวัสดี ฉันชื่อเอ็ดมันด์ เป็นอะไรพวกคุณคงรู้กันอยู่แล้ว” เอ็ดมันด์กล่าวตอบรับสั้นๆ

“คนในรูปพวกนี้ คืออะไร”  โทมัสเริ่มถามสิ่งที่สงสัย

“เอ่อ นั่นเป็นคนที่เสียชีวิตน่ะ ช่วงนี้มีคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เมื่อวานนี้เพิ่งจะโผล่ศพที่สาม”  เอ็ดมันด์ว่าก่อนที่จะหย่อนตัวนั่งลงกับเก้าอี้

“ฉันคิดว่า คงจะหมดธุระของฉันแล้ว ผู้กองบาร์เชลตัน ต่อจากนี้ ถ้าคุณมีอะไรก็ปรึกษากับเอ็ดมันด์นะคะ เขาจะเป็นหัวหน้าของคุณ สำหรับวันนี้ฉันคงต้องกลับไปเคลียร์งานที่สำนักงานใหญ่ก่อน ลาก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” เอเวอลีนกล่าว ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง  โทมัสและริชาร์ดยังคงสนใจเรื่องราวบนผนังห้องอยู่ นั่นทำให้หัวหน้าคนใหม่มองสองคนด้วยแววตาสงสัย

“พวกนายสองคนเพิ่งจบมาใช่ไหม”

“มะ..”

“แบบนี้แหละ พวกจบใหม่ ก็ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไหร่หรอก ค่อยๆเรียนรู้ไปแล้วกัน เฮ้อ งานทางนี้ก็ยุ่งอยู่แล้ว ยังจะหาเฟรชชี่หน้าใหม่มาให้สอนงานอีกนะแม่สาวคนนั้น”  ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ปฏิเสธ หัวหน้าคนใหม่ของเขาสองคนก็พูดเองเออเอง มิหนำซ้ำยังดูถูกพวกเขาอีกต่างหาก

ชักจะมากไปแล้วนะ นี่เขาต้องมาเป็นลูกน้องคนแบบนี้จริงๆน่ะเหรอ ให้ตายสิ

“งานนี้ไม่ค่อยได้ใช้ปืนหรอกนะไอ้หนู อย่าได้คิดว่าทำแล้วมันจะเท่แบบในหนังเชียว”  อีกฝ่ายว่าพลางจิบกาแฟในมือ โทมัสอ้าปากจะเถียงแต่ก็โดนริชาร์ดปรามไว้ก่อน

ดูท่าทางตำรวจคนนี้น่าจะไม่รู้เลยว่าพวกเขาเป็นใครและมาจากหน่วยไหน

“เอ่อ เอ็ดมันด์” ริชาร์ดเอ่ยปากแทนเพื่อน เจ้าของชื่อเพียงแค่ขานรับในลำคอแต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารในมืออยู่

“แล้วพวกเราต้องทำงานอะไร”

“อันนี้มุขเหรอ? ตลกนะ”  เอ็ดมันด์เงยหน้าขึ้นมามองพวกเขาก่อนจะตีสีหน้ากลั้นขำออกมา ยิ่งทำเอาโทมัสเริ่มหงุดหงิด

“แล้วมันยังไง” โทมัสตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรทำเอาเอ็ดมันด์หรี่ตามองอย่างไม่ชอบหน้าทันที

“ตอนนี้ทางเรากำลังวุ่นวาย ไหนจะต้องรับแจ้งความรายวัน บันทึกคดีรายวัน ขังพวกขี้เมา แล้วยังจะมีงานใหญ่มาเพิ่ม ที่พวกนายเห็น อันนี้เป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง”

เอ็ดมันด์ว่าพลางชูเอกสารในมือให้ดู ริชาร์ดตาวาววับ ความจริงเขาค่อนข้างชอบงานแนวนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ปกติเขาจะได้อยู่แต่ฝ่ายเทคนิควิชาการไปนู่น ทีนี้จะได้ใช้ทักษะแบบเต็มที่เสียที

“เก็บสีหน้าหน่อยพ่อตำรวจหนุ่มไฟแรง  งานนี้ยังไม่ใช่งานของเด็กๆอมมืออย่างพวกนายหรอก”

เพล้ง!

ไอ้ฉิบหาย เก็บสีหน้าแทบไม่ทันเลยเว้ย!

“แล้วพวกเราจะได้ทำงานอะไร”  โทมัสเอ่ยปากถามสั้น เอ็ดมันด์ยกยิ้มก่อนจะเอ่ยตอบกลับมาสั้นๆ

“ข้างนอกกำลังยุ่ง ไปช่วยซะ ฉันเตรียมไว้รอพวกนายแล้ว” เอ็ดมันด์ว่าจบก็ยกยิ้มเบาๆแล้วก้มลงอ่านเอกสารในมือต่ออย่างไม่ทุกข์ ต่างกับอีกสองคนที่ได้ฟัง

งานข้างนอกนั่น? รับแจ้งความ?

โอ้โห...ชีวิตตำรวจมือหนึ่งของFBI ต้องมาจบตรงนี้จริงๆเหรอวะ!

โทมัสรับรู้ได้เลยว่าต่อแต่นี้ไป ชีวิตของเขาจะไม่มีความสุขอีกแล้วแน่ๆ ไม่น่ารีบกลับมาอยากจะทำงานเล้ยไอ้เวรโทมัส ไอ้โง่บาร์เชลตัน!

100%

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #26 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 21:34
    เอ็นดูจริง มาทำงานต๊อกต๋อย 5555555
    #26
    0
  2. #25 ิbuntazar (@buntazar) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 20:19
    น่าสงสารผู้กองจริงจัง โถ่วววววววว
    #25
    0
  3. #24 B.beer (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 16:24

    ขอบคุณค่ะ เข้ามาดูทุกวันเลยว่าอัพตอนใหม่หรือยัง ????

    #24
    0