YAOI [ THE MISSION ]

ตอนที่ 10 : Mission 10 : Start again(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 917
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    23 พ.ค. 61

                                                                 THE MISSION



                                             **นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย และมีคำหยาบนะคะ**


“คุณมีอะไรอยากจะพูดไหมผู้กอง”

“ไม่มี”  เขาตอบกลับสั้นๆ พลางจะล้มตัวลงนอนต่อเพื่อจะตัดปัญหา เขาเป็นผู้กองที่ชอบทำงานลับๆอยู่เบื้องหลังมากว่ามาลุยสั่งลูกน้องปาวๆ ดังนั้นเขาเลยไม่ชอบที่จะประกาศตัวตนที่แท้จริงให้ใครได้รู้นัก

แต่สองคนนี้รู้แล้วก็แล้วไง มันก็ไม่มีวันได้รู้อะไรไปมากกว่านั้นหรอก

“พวกนายทำฉันผิดหวังจริงๆ อุตส่าห์มาร่วมทำภารกิจด้วย นี่ขนาดว่าภารกิจยังโดนหลอกนะ คนในทีมก็ยังหลอกกันเองอีก เสียความรู้สึกว่ะ” ไอ้เด็กหนุ่มปีเตอร์ค่อนขอดเสียจนทิ่มแทงหัวใจโทมัสปั้กๆ แต่ก็นั่นแหละ ต่อให้เขาจะไม่ชอบคนโกหกเหมือนกัน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่ต้องโกหก คนพวกนี้เดี๋ยวก็แยกกันแล้ว ไม่ต้องรู้จักกันนั่นแหละดี คนอย่างเขายิ่งรู้จักน้อยเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น

“เอ่อ ใจเย็นนะทุกคน คือเรื่องนี้ฉันอธิบายได้” ริชาร์ดชูไม้ชูมือพยายามจะอธิบาย ให้เด็กหนุ่มเข้าใจ แต่ก็ต้องเงียบเมื่อเพื่อนรักของเขาพูดขึ้นมาต่อ

“นายไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น!เรื่องนี้จบแล้ว งานจบแล้ว แยกย้าย จะไปไหนก็ไป นายจะกลับไมอามีก็รีบกลับ”  โทมัสชี้หน้าสองคนนั้น ปากเอ่ยไล่ออกไป โดยไม่ได้สนใจใครทั้งสิ้น

“โห่ นายก็จะอะไรนักหนา อุตส่าห์มีเพื่อนเพิ่มนะ เขาช่วยชีวิตนายนะเว้ย” ริชาร์ดกล่าว เฮ้อ เพื่อนเขานี่จริงๆ ทิฐิสูงไม่มีใครเกินสิน่า หมอนั่นอยากปิดบังตัวตน แต่เขาไม่อยากปิดนี่หว่า ทุกวันนี้นอกจากเพื่อนเก่าที่นานๆทีติดต่อกับโทมัส เขาก็แทบจะไม่มีใครคุยด้วยอยู่แล้ว ความจริงเขาไม่ได้อยากจะทำงานเป็นสายลับนี่ด้วยซ้ำ เขาชอบออกเที่ยวสังสรรค์ ชอบปาร์ตี้ ชอบพบปะผู้คนจะตายไป

ไม่รู้ล่ะ ไม่สนใจหมอนั่นแล้วกัน

“ฉันไม่ได้ชื่อบิลล์  ชื่อจริงขอฉันคือริชาร์ด ทำงานเป็นหน่วยกรองข่าวพิเศษของ FBI

“ริชาร์ด!” โทมัสลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“นายพูดอะไรออกมาน่ะรู้ตัวบ้างไหม! นายไว้ใจคนพวกนี้ได้แค่ไหนกัน ที่นี่ด้วย นายไม่ควรจะเปิดเผยตัวตนง่ายๆนะ”  โทมัสเตือนเพื่อน

“เฮ้ๆ Calm down bro, มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ และฉันรับรองว่าเราวางใจสองคนนี้ได้ โทมัส ฉันไม่เหมือนนายที่จะอยู่คนเดียวก็ได้ ฉันต้องการเพื่อน”

“นายเพิ่งจะพูดชื่อฉัน!” โทมัสอ้าปากตาโตชี้หน้าเพื่อน ริชาร์ดยักไหล่เบาๆ ในหัวก็พลางคิดอะไรดีๆออก หมั่นไส้มานานแล้วไอ้เพื่อนเวร ขอแกล้งเอาคืนสักหน่อยเถอะ

“หมอนี่ชื่อโทมัส เป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษลับๆของ FBI มีหน้าที่จัดการอะไรก็ตามที่เป็นปัญหาสังคม ตอนนี้หมอนี่อายุราวๆ 27-28 กำลังโสดได้ที่เลยล่ะ”

“ไอ้เวร! Shi*t! แกจะพูดทำไม!  โทมัสกำลงหัวเสียขั้นสุด จู่ๆเขาก็โดนเปิดเผยให้คนอื่นรู้ตัวตนไปอีกถึงสองคนภายในเวลาไม่ถึงห้านาที

บ้าเอ้ย ริชาร์ด!

“เอาล่ะ ผมเข้าใจ คุณไม่ต้องพูดอีกแล้ว”  คริสเตียนเห็นคนป่วยแล้วก็ถอนหายใจออกมา ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร เขาเข้าใจดี

“สรุปแล้ว คุณชื่อริชาร์ด ไม่ใช่บิลล์ ส่วนนั่นก็ชื่อโทมัส ไม่ใช่เคลวิน ใช่ไหม?” ปีเตอร์ว่าพางชี้มือไปทั้งสองคน โทมัสเบนสายตาหนีออกไปข้างนอกไม่มองมาทางคนที่เหลือ ริชาร์ดเห็นแบบนั้นก็กระตุกยิ้ม เอาล่ะ โทมัสกำลังอารมณ์เสียได้ที่เลยแฮะ ดูท่าเพื่อนรักอย่าเขาคงจะได้ง้อนานแน่ๆ

“อ่าห้ะ ยินดีที่ได้ร่วมงานนะ” ริชาร์ดว่าพลางยื่นมือไปหาปีเตอร์ เด็กหนุ่มที่เห็นมือของอีกฝ่ายยื่นมาก็ชะงักไป

ให้ตาย นี่มันอะไรวะ

ปีเตอร์มองมือของอีกฝ่ายที่ยื่นมาให้เขาก็พลันใจเต้นกระหน่ำ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยจะได้ถูกตัวอีกฝ่าย แต่พอมาวันนี้กลับได้จับมือทั้งๆที่ไม่ต้องร้องขออะไรเลย โอ้โหพระเจ้า! ขอบคุณโอกาส

“เอ้า ล้างมือแล้วนะ ไม่ต้องกลัว” อีกฝ่ายว่าเสียงกลั้ว พลางกระดิกมือเบาๆ ปีเตอร์เห็นแบบนั้นก็เลยรีบยื่นมือไปจับไว้ทันที

โอ….

มือของอีกฝ่ายไม่ได้นุ่มนวลแบบที่เขาคิดไว้เท่าไหร่นัก แต่สัมผัสอุ่นๆจากมือนั่นก็ทำเขาใจเต้นแรงไม่หยอก ริชาร์ดกระตุกมือขึ้นลงเบาๆ ก่อนที่จะผละมือออก แต่ทว่าเด็กหนุ่มคนข้างหน้ากลับจับมือเขาไว้ไม่ยอมปล่อย

มันจะติดใจอะไรมือเขานัก?

“เฮ้ ปล่อยได้แล้วมั้ง”  ริชาร์ดเอ่ย อีกฝ่ายี่ดูเหมือนจะได้สติก็ตีหน้าเหรอหราครู่หนึ่งก่นจะยิ้มกว้างออกมา

ไอ้เด็กนี่ เหมือนแดกพระอาทิตย์เข้าไปทั้งดวงอ่ะ อะไรจะสดใสขนาดนั้นวะ

“ยินดีที่ได้ทำงานร่วมกันนะ” ปีเตอร์กล่าวกลับสั้นๆ

“เช่นกัน” คริสเตียนเองก็เพิ่งจะนึกได้ว่าสมควรพูดออกมาก็เลยตอบกลับ สายตาก็พลางหันไปมองคนตัวขาวที่นอนหันหน้าหนีอยู่บนเตียง เขาถอนหายใจออกมา ก่อนจะกระชับเอกสารในมือ แล้วพูดขึ้น

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน” คริสเตียนว่าก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากห้อง

“เฮ้ แล้วนายจะไปไหน” ริชาร์ดเอ่ยถามไล่หลัง คริสเตียนจึงหยุดก่อนจะหันหน้ามาตอบ

“กลับบ้าน นายเองก็ควรจะไปได้แล้วนะพีท”  คริสเตียนชี้หน้าไปที่เด็กหนุ่มผมทอง ปีเตอร์จึงเดินตามคริสเตียนมาช้าๆ

“เอ่อ โอเค โชคดี” ริชาร์ดเห็นแบบนั้นก็เลยบอกลาไป ทั้งสองคนไม่พูดอะไรต่อ แล้วเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้เหลือเพียงสองสหายนายสมุน

“นายเนี่ยน้า มารยาทแย่จริง เขาอุตส่าห์บอกลาแท้ๆ” ริชาร์ดพูดพลางลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียง

“นายไม่ควรจะเปิดเผยตัวตนของฉัน” โทมัสกล่าวสั้น

“โอ๋ ขอโทษ ขอโทษครับ ผิดไปแล้ว” ริชาร์ดเอ่ยขอโทษเพื่อนรักที่นั่งหน้าหงิกหน้างอไม่เลิก เฮ้อ หมอนี่ ตัวใหญ่แต่ใจน้อยฉิบหายเลย

“ช่างเถอะ ฉันง่วง จะนอน แกจะไปไหนก็ไป เหม็นขี้หน้า”  โทมัสว่าปัดๆ ก่อนจะเอ่ยปากไล่เพื่อน เขาล้มตัวลงนอนหันหน้าไปอีกฝั่ง อาการเจ็บแปลบที่แผลยังมีเป็นระยะ แต่นั่นก็ไม่ได้เจ็บเกินที่เขาจะทนได้ เสียงริชาร์ดบ่นงุ้งงิ้งๆไม่นานก็เงียบไป เจ้าตัวกดเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ดูไปมาฆ่าเวลา ทิ้งให้โทมัสนอนหลับตานิ่งๆอยู่แบบนั้น

แต่ถึงอย่างนั้น ในหัวเขากลับไม่ได้หลับไปด้วยเลย

เขาดันเอาแต่นึกถึงสายตาของไอ้หนวดนั่นที่มองมาอย่างเฉยชาคู่นั้นได้เป็นอย่างดี เอาจริงๆเขาก็แอบมีความคิดที่อยากจะบอกชื่อเหมือนกันนะ แต่ก็นั่นแหละ พอมาคิดๆดูแล้วว่าหมอนั่นไม่ได้สำคัญอะไรก็ได้แต่ปัดๆทิ้งไป

ช่างมันสิวะโทมัส จบแล้วไง งานจบ คนก็จบสิวะ!

ทั้งๆที่คิดได้แบบนี้แล้วแท้ๆ แต่ทำไมมันยังเหมือนมีอะไรค้างคาอยู่ในใจอยู่เลยนะ

***

 

 

1 month after

“โทมัส ฉันมาเยี่ยม”  เสียงดังขึ้นมาจากหน้าประตูทำให้โทมัสต้องกลอกตาไปมาด้วยความหน่าย เขาค่อยๆลุกขึ้นจากโซฟาตัวโปรดก่อนจะเดินไปเปิดประตู ริชาร์ดหอบข้าวของมาจนเต็มมือแล้วเดินเข้ามาในห้อโดยที่เขายังไม่ได้อนุญาต ให้ตาย เห็นว่าเป็นเพื่อนก็ทำแบบนี้แหละน่า

นับจากเหตุการณ์วันนั้นก็ผ่านมาได้เดือนหนึ่งแล้ว พอออกมาจากโรงพยาบาล เขาก็รีบไปหาสารวัตรทันที อีกฝ่ายบอกว่าเสียใจอย่างสุดซึ้ง เขาบอกว่าไม่รู้เรื่องจริงๆตอนที่รับคำขอร้องจากไอ้รัสเซียนั่น เพราะอย่างนั้น ตอนนี้ทั้งเขาและริชาร์ดจึงได้เลื่อนขั้นพร้อมทั้งเงินเดือนขึ้นมาอีกเป็นรางวัลที่เหนื่อยไป

และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาต้องมานั่งเล่นที่ห้องแบบนี้

เขาถูกสั่งให้พักผ่อนเป็นเวลาเดือนครึ่ง ตอนแรกเขาถูกสั่งว่าสามเดือนด้วยซ้ำ แต่นั่นแหละ คนบ้างานอย่างเขาก็เจรจาจนเหลือแค่เดือนครึ่งจนได้ ความจริงบาดแผลของเขาหายเป็นปลิดทิ้งตั้งแต่สองอาทิตย์แรกแล้วด้วยซ้ำ

“ดูหนังแนวนี้อีกแล้ว น่าเบื่อว่ะโทมัส ดูหนังโป๊กัน”

“ไอ้เวร”  เขาด่าเพื่อน ไอ้นี่ก็ไม่รู้จะหื่นอะไรนักนา มาห้องเขาทีไรก็ชวนดูแต่หนังอย่างว่า นี่ถ้าเกิดมันรู้นะว่าเขาดูแล้วไม่เกิดอารมณ์ มันต้องล้อเขาจนวันฝังแน่ๆ

“เอ้า จะนอนแช่แบบนี้ทั้งวันเลยหรือไงไอ้ผู้กองไฟแรง” ริชาร์ดว่าพลางแกะกระป๋องเบียร์เย็นๆแล้วยกซด  โทมัสเห็นแบบนั้นก็เลยทำบ้าง

“มันไม่มีอะไรจะทำ” โทมัสตอบกลับสั้นๆ

“โทมัส ออกไปข้างนอกกัน” เพื่อนรักชวนเขาเสียงใส

“ไม่ไป”  เขาปฎิเสธทันทีแทบจะไม่คิดอะไร แววตาแบบนั้นมันอะไรกัน!!น่ารำคาญ

“แล้วว่านายต้องพูดแบบนี้ เพราะอย่างนั้นฉันถึงไม่ได้ถามนายไง ฉันบังคับนาย ลุกขึ้น ไปเก็บของ แล้วเอาขึ้นรถฉัน”  ริชาร์ดว่าพลางมองมาที่เขาอย่างเจ้าเล่ห์

“นายไม่มีวันบังคับฉันได้ ริชาร์ด” เขาว่าพลางยกเบียร์ในมือขึ้นกระดก

“ก็ให้มันรู้กันสิครับคุณผู้กอง อยากจะรู้จริงๆถ้าคนที่ทำงานเห็น history ในคอมนายแล้วมันจะเป็นยังไง”

โทมัสชะงักก่อนจะหันมองเพื่อนข้างตัว คิ้วของเจ้าตัวเริ่มขมวดมุ่น

“นายพูดอะไร ประวัติอะไร”

“นั่นสินะ ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันนะว่าแผ่นหนังโป๊ของฉันจะมีการเอาไปดูอีกเมื่อเดือนกว่าๆที่ผ่านมา แหมร้ายนะเรา”

“อย่า!  พอเริ่มคิดออกโทมัสก็ร้องห้ามเพื่อนทันที ให้ตาย ไม่น่าให้มันยืมคอมเล่นเกมเลย! ไอ้เวรนี่มันชั่วแบบนี้นี่เอง

“ถ้าอย่างนั้นก็ลุก ไปเก็บของ”

“ฉันไม่ทำ”

“ได้โทมัส ได้”  ริชาร์ดพูดขึ้นเสียงเหี้ยมก่อนจะยกยิ้มอย่างผู้เหนือกว่าแล้วเดินออกไปรอเขาที่หน้าห้องก่อนจะตะโกนขึ้น

“ห้านาที!ถ้านายไม่ออกมา ฉันจะปล่อยข่าวมันเดี๋ยวนี้!!

 

 

 

 

“ไอ้เวร”

“ฮ่าฮ่า กะไว้แล้วว่าแบบนี้ต้องได้ผล”  ริชาร์ดหัวเราะร่าเมื่อเห็นโทมัสอารมณ์เสีย ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งอยู่บนรถของริชาร์ดซึ่งกำลังมุ่งหน้าออกไปจากตัวเมือง โทมัสในชุดธรรมดาเสื้อยืดดำล้วนกับกางเกงขาสามส่วนแต่กั้งทำเอาเพื่อนหล่อเหมือนเดิม

ให้ตาย น่าหงุดหงิดจริงๆสิน่า

“แกจะพาฉันไปไหน” โทมัสเอ่ยถามเสียงขุ่นเคือง

“เดี๋ยวก็รู้  นอนรอไปเลยพี่ชาย” ริชาร์ดว่าพลางตบอกอีกฝ่ายเบาๆ โทมัสปัดมือเขาทิ้ง ก่อนจะปรับเบาะเอนลงแล้วหลับตาไปทันที ริชาร์ดเห็นแบบนั้นก็อดอมยิ้มไม่ได้กับนิสัยของเพื่อนรัก เดี๋ยวนี้ขี้งอนเสียจริงนะ!

 

Sunday morning, rain is falling

Steal some covers, share some skin

Clouds are shrouding us in moments unforgettable

You twist to fit the mold that I am in

ริชาร์ดฮัมเพลงเบาๆคลอกับเพลงโปรดอย่าง Sunday morning อากาศร้อนๆของวันนี้เป็นอะไรที่คู่ควรแก่การออกไปเที่ยวข้างนอกมากๆ และเขาก็รู้แล้วว่าจะไปที่ไหน

 

But things just get so crazy, living life gets hard to do

And I would gladly hit the road, get up and go if I knew

That someday it would lead me back to you

That someday it would lead me back to you

ระยะทางจากดีซีไปไมอามีก็แค่นิดเดียวเองนี่นา ขับรถไปแปบเดียวก็ถึงแล้ว ไปตากแดดรับลมที่ไมอามีสักหน่อยก็คงจะดี สาวๆที่นั่นก็น่าจะมีแต่สะบึมๆ แต่เอ๊ะเด็กผมทองคนนั้นก็อยู่ที่นั่นนี่นา แต่ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนที่ไปไหนหรือยังเนี่ยสิ หลังจากที่ลากันไปวันนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยด้วยซ้ำไป

ริชาร์ดเหลือบมองร่างสูงข้างตัวก็ถอนหายใจออกมา

ถึงไมอามีแล้วต้องโดนด่าแน่นอนริชาร์ดเอ้ย หาเรื่องซวยใส่ตัวแท้ๆ

….

 

 

“ไอ้เวร!!

นั่นไง ว่าไว้ไม่มีผิด

“แกพาฉันเหาะมาถึงไมอามีเพื่อที่จะนั่งรับลมชมวิวเนี่ยนะ!

“เออ ใจเย็นดิ มาเที่ยวเสียบ้าง ฉันล่ะกลัวแกจะเหงาตายคาห้อง นอกจากงานแล้วก็รู้จักใช้ชีวิตกับอย่างอื่นบ้างเถอะ”  ริชาร์ดว่าก่อนที่จะสวมแว่นกันแดดสีดำเตรียมจะออกไปจากล็อบบี้โรงแรม พวกเขาเลือกเอาโรงแรมที่เขาพากันรีวิวมานักต่อนักว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ วันนี้ก็เลยถือโอกาสมาทดลองกันเขาบ้าง เขาสวมใส่เสื้อสีสดทับเสื้อกล้ามสีดำด้านใน มาพร้อมกับแว่นกันแดดสุดโปรด วันนี้ตั้งใจแล้วว่าจะต้องได้สาวอย่างน้อยก็คนสองคนล่ะวะ!

“มันร้อน” เสียงโทมัสดังขึ้นไม่ไกล

“บ่นเป็นคุณหนูไปได้นะแก ปกติก็ทำงานกลางแดดไม่ใช่ไง ไม่ต้องมาอ้าง” ริชาร์ดตอบกลับ หมอนี่มันชอบหาข้ออ้างนู่นนี่นั่นมาบ่นอยู่ตลอดเวลาไม่อยากทำอะไร

“แกอยากไปแกก็ไปสิวะ ฉันจะรออยู่ที่ห้อง” โทมัสว่าเสียงเนือย เขาขี้เกียจจริงๆนะ ไม่อยากที่จะออกไปเที่ยวสักนิด ไม่มีอารมณ์อยากเที่ยวเลยแม้แต่น้อย

“ได้ แต่รับรอว่าภายในเวลาชั่วโมงหนึ่ง ทั้งกรม FBI ได้รู้กันหมดว่านายทำอะไรไว้บ้าง”

“ให้ตายสิวะริชาร์ด!  ผู้กองหนุ่มโวยวายหัวเสีย ก่อนจะเดินตามเพื่อนรักต้อยๆ แม้ในใจอยากจะหมุนตัวกลับไปที่โรงแรม แต่เพราะโดนแบล็คเมล์ไว้ก็เลยต้องจำยอม ทั้งสองคนเดินตามทางมาจนถึงชายหาดริมทะเล ลมเย็นๆตีหน้าโทมัสให้ใจเย็นลงไปเปราะหนึ่ง ผู้คนมากหน้าหลายตามากองกันอยู่ที่หาด ทั้งชายทั้งหญิง เด็กน้อย วัยรุ่น ทุกคนดูมีความสุขที่ได้มาที่นี่

ต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง

“จะไปเล่นน้ำก็ไป จะรออยู่นี่” หลังจากที่ทั้งสองคนเดินมาถึงริมหาด ริชาร์ดก็จัดแจงปูผ้ารองนั่งแล้วถอดเสื้อออกจนเหลือแค่กางเกงตัวเดียว หมอนี่บอกว่าอยากลงไปเล่นน้ำสักหน่อย ไอ้เขาก็ไม่อยากจะขัดเพื่อนหรอก ให้มันไปๆเถอะ อยู่ด้วยเดี๋ยวก็มาบังคับกันอีก

“ไปด้วยกันไหม สาวเพียบเลยนะเว้ย วิ้ว! Hey! Cutie!

ไอ้ริชาร์ดผิวปากก่อนจะทักทายสาวบิกินี่เหลืองที่เดินผ่านไป แม่สาวนั่นก็อมยิ้มส่งกลับมา รับรองได้ว่าอีกไม่นานริชาร์ดต้องตามไปแน่ๆ

“เฮ้อ แกไม่ไปก็ไม่ต้องไป นั่งนี่แหละ” ริชาร์ดว่าแค่นั้น ก่อนที่จะวิ่งหายไป โทมัสนั่งชันเข่ามองท้องทะเลจู่ๆก็พลันรู้สึกสงบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ครั้งที่แล้วที่มาไมอามีก็มาทำงานนี่นะ จะให้มานั่งหายใจเล่นแบบนี้ก็คงจะไม่ได้

แต่อากาศร้อนฉิบหายเลยเว้ย

เขาคิดได้แบบนั้นก็เลยถอดเสื้อออกบ้าง ก่อนจะโยนไว้ข้างๆกองเสื้อของไอ้ริชาร์ด คนมากหน้าหลายตาเดินกันขวักไขว่ โทมัสได้แต่นั่งมองทะเลไปเรื่อยๆฆ่าเวลาก็เท่านั้น

Help! Please, Help my son!

ทันทีที่เขาหลับตาเตรียมจะรับไอทะเล เสียงตะโกนขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นไม่ไกล โทมัสตาโตมองหาต้นเสียง มันดูเหมือนจะเป็นสัญชาตญาณของตำรวจที่พอได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ต้องชูหางเตรียมไปให้ความช่วยเหลือ เขาเหลือบซ้ายมองขวาเพื่อจะหาต้นเสียง ไม่นานเขาก็พบเห็นผู้หญิงผมดำกำลังตะโกนอยู่ โทมัสรีบลุกขึ้นก่อนที่จะเดินไปยังตรงนั้นทันที ผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับผู้หญิงคนนั้น โทมัสเดินเข้าไปใกล้ๆ เบียดฝูงชนที่อยู่อยู่เข้าไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เข้าไปจนเห็นเหตุการณ์เสียงเฮก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปรบมือ

สงสัยจะมีคนช่วยเอาไว้ได้แล้วสินะ

พอคิดได้แบบนั้นก็กำลังจะหมุนตัวกลับ แต่ทว่า สายตาของเขาก็ดันเห็นอะไรคุ้นๆไปเสียก่อน เหมือนเท้าไวกว่าสมอง เขาเริ่มเดินเบียดผู้คนเข้าไปข้างในจนเห็นบุคคลดังกล่าว สาวผมดำเมื่อครู่นั่งกอดเด็กผู้ชายตัวน้อยในอ้อมอกพลางร้องไห้ เด็กตัวเปียกม่อล่อกม่อแลก คาดว่าน่าจะจมน้ำมา เขาละสายตาจากสองคนนั้น ก่อนจะพบกับอีกคนที่นั่งยืนอยู่ตรงหน้า

ชายร่างสูงใหญ่ที่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่พอเหมาะพอดีเสียจนเขานึกอิจฉา ใบหน้าคมหันมามองทางเขา ก่อนจะเบิกตาขึ้นนิดหน่อย

“คุณ

โทมัสมองอีกฝ่ายก่อนจะพินิจไปมาอยู่ครู่ก็พลันนึกออก

นี่มันไอ้หนวดนี่หว่า!!!

“ทำไมมาอยู่ที่นี่” โทมัสเอ่ยถามอีกฝ่าย ตอนแรกโทมัสจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้านี่เป็นใคร เพราะตอนนี้ไอ้หนวดไม่ใช่ไอ้หนวดแล้ว ใบหน้าของเขาเกลี้ยงเกลา อีกทั้งรูปร่างก็ดูสมบูรณ์แข็งแรงกว่าตอนที่ออกมาจากคุกใหม่ๆเสียอีก อดปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าอีกฝ่ายดูดีขึ้นมาก ผมที่เคยยาวก็ตัดเสียสั้นเกรียน

เหมือนหลุดออกมาจากแมกกาซีนเลยว่ะทีนี้

“ไม่มีที่ไป เลยมาทำงานที่นี่ คุณล่ะมาทำอะไร” อีกฝ่ายปาดหยดน้ำออกจากกรอบหน้าพลางตอบเขา ท่าทางนั่นดูเซ็กซี่ไม่หยอกจนโทมัสแอบเบ้ปากนิดหน่อย

หล่อขึ้นแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นสิ อะไรก็ดูดีไปหมด

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ….นี่เขากำลังชมไอ้ยักษ์นี่อยู่เหรอวะ! ให้ตายสิ

“งานอะไร” โทมัสแสร้งกระแอมกระไอมองไปรอบๆก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

“ผมว่าคุณยังไม่ตอบคำถามผมนะ”  คริสเตียนถามกลับ เขาแปลกใจไม่น้อยที่เจออีกคนที่นี่อีกครั้ง นานมาเดือนหนึ่งได้แล้วมั้งที่พวกเขาไม่ได้ติดต่อกันเลย จู่ๆฟ้าฝนก็ดันดูจะรู้อะไรบ้างอย่างถึงส่งคนตรงหน้ามาที่นี่  คนตัวเตี้ยไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย จะมีก็แต่ผิวที่ขาวขึ้นก็เท่านั้น เพิ่งจะได้สังเกตเห็นชัดๆนี่แหละว่าตัวของอีกคนน่าสนใจมากขนาดไหน ถึงแม้ว่าตามตัวจะมีรอยแผลประดับเอาไว้บ้าง แต่คริสเตียนก็อดชมอีกฝ่ายไม่ได้เลยว่าเป็นบอดี้ที่เพอร์เฟคใช่ย่อย

“ริชาร์ดพามา หมอนั่นอยากมาเที่ยว” โทมัสตอบกลับสั้นๆ ก่อนที่จู่ๆจะรู้สึกอึดอัดเลยจะขอตัวกลับก่อน แต่พอจะหมุนตัวกลับก็ถูกอีกฝ่ายจับแขนเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยว ผมยังไม่ได้ตอบคำถามคุณเลย” 

คือมันไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้เว้ย จริงๆนะ

“ไม่ต้องตอบก็ได้ ฉันไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น”

“ผมกลับไปที่บ้าน แต่มันก็ไม่มีอะไรเหลือเท่าไหร่ เลยมาทำงานที่นี่ เป็นไลฟ์การ์ดน่ะ”

“อ่อ งั้นขอตัวก่อนนะ” โทมัสได้ยินอีกฝ่ายตอบกลับมาก็ไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไร เลยขอตัวออกไปจากตรงนี้ แต่ก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมไปไหนง่ายๆ จึงเดินตามเขามาจนถึงที่นั่ง

“นายกลับไปทำงานนายสิ ตามมาทำไม” โทมัสตวัดตามองอีกฝ่าย

“หมดกะของผมแล้ว นั่งด้วย” คริสเตียนว่าก่อนจะหย่อนตัวลงข้างๆ โทมัสลอบมองอีกฝ่ายที่นั่งลงข้างตัวก็รู้สึกอึดอัด ก็นะ ครั้งสุดท้ายที่จากกันมันไม่ค่อยน่าจดจำเท่าไหร่ แล้วนี่ก็ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วไม่ได้คิดว่าจะจำได้ด้วยซ้ำ

เฮ้อ อึดอัดจังวะ

ตอนนั้นเอง สายตาของโทมัสก็เหลือบไปเห็นรถเข็นขายน้ำมะนาวอยู่ไม่ไกล เขาเองที่ทั้งร้อนทั้งคอแห้งเลยลุกขึ้นเตรียมจะเดินไปซื้อมาดื่มสักแก้ว

“คุณจะไปไหน”

“ไปซื้อน้ำ” โทมัสว่าแค่นั้น ก่อนจะหยิบเงินจากกระเป๋าเสื้อริชาร์ดออกมา แล้วเดินดุ่มๆออกไปจากที่นั่ง คริสเตียนมองตามอีกฝ่ายก่อนจะยกยิ้มขึ้นมา

เดือนกว่าที่ไม่ได้เจอกัน ยังน่าสนใจเหมือนเดิมสิน่า

ตลอดเวลาที่เขามาอยู่ที่นี่ เขาค่อนข้างยุ่งกับงานไลฟ์การ์ด ไม่รู้มันจะจมน้ำอะไรกันทุกวัน  ค่าจ้างก็น้อยนิด ได้มาแค่พออยู่ไปวันๆเท่านั้น แต่นั่นแหละ แต่พอได้ว่างเมื่อไหร่เป็นอันต้องนึกถึงใบหน้าเหวี่ยงๆของอีกฝ่ายขึ้นมาจนได้ ไม่น่าเชื่อว่าวันหนึ่งจะได้มาเจอกันอีก

ข้างหน้าว่าน่าสนใจแล้วนะ แต่พอได้มองแผ่นหลังของอีกฝ่ายจังๆแบบนั้นก็ยิ่งสนใจไม่เลิก เขาไม่รู้จะติดใจอะไรนักหนากับแค่หุ่นของอีกฝ่าย ไม่รู้สิ เขารู้สึกว่าโทมัสเป็นคนที่มีรูปร่างดี ยิ่งแนวสันหลังตรงนั้น เซ็กซี่อย่าบอกใคร

เฮ้….เขากลายเป็นพวกที่มองคนอื่นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

ไม่ไหวแล้วคริสเตียน นายชักจะหมกมุ่นกับผู้ชายคนนี้มากเกินไปแล้วนะ เลิกมองตามจนกลายเป็นไอ้โรคจิตได้แล้ว คิดได้แบบนั้นก็เลยละสายตาออกจากอีกฝ่ายทันทีเหมือนเป็นของร้อน สาบานได้เลยว่าเขาจะไม่มองอีกแล้ว

 

“ฉันซื้อมาฝากนายอีกแก้ว คิดว่าคงหิว”

Jesus….

สาบานก็สาบานเถอะ ให้ตาย เขาไม่สามารถละสายตาจากช่วงไหปลาร้าจนถึงจุดใต้สะดือที่นูนๆของอีกยามที่เดินกลับมาได้จริงๆสิน่า!

 

100%

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #19 BiGjom (@Luzistz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 16:36
    เก็บสายตาหน่อยคริสเตียน
    #19
    0
  2. #18 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 20:28
    เจอคนลามก 1 ea
    #18
    0