เกิดใหม่ทั้งทีทำไมต้องเป็นจอมมาร •Yaoi/จีนโบราณ•

ตอนที่ 3 : การทดสอบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 806
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    17 ต.ค. 62


? cactus









-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-



               'พรรคมารฟ้า' เป็นพรรคมารที่มีชื่อเสียงมายาวนานไม่แพ้พรรคใดใดในแผ่นดินแคว้นเหลียนหยาง มีลูกศิษย์ลูกหามากมายและขยายตัวยิ่งใหญ่ขึ้นตามการเวลา ประมุขพรรคแต่ละรุ่นนั้นล้วนเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับได้ยาก งานของพรรคนั้นไม่มีอะไรมากมาย นอกจากจะมีร้านในสังกัดของตนแล้วยังรับงานอย่างอื่นด้วยดังเช่นงาน'รอบสังหาร'เป็นต้น หวงเหวินอี้ประมุขพรรคคนปัจจุบัน เป็นประมุขที่อายุน้อยที่สุด รับตำแหน่งต่อจากประมุขรุ่นก่อนต่ออายุเพียง ๑๗ ปีหนาว ผ่านมาเพียง ๒ ปีต่อมาชื่อเสียงของหวงเหวินอี้ก็ดังกระฉ่อนไปทั่วทุกแว้นแคว้น ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์เหตุการณ์หนึ่งนั้นคือการฆ่าล้างตระกูลขุนนางผู้หนึ่งหายไปเพียงเพียงชั่วข้ามคืนและนั้นเป็นเหตุให้เกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย


               จนถูกขนานนามว่า'จอมมาร'


               ผมมองชายร่างยักต์ที่กำลังนอนตากแห้งเป็นปลาเข็มอยู่บนพื้น ลองเอาเท้าเขี่ยๆเขาดูด้วยไม่แน่ใจว่าเขายังมีชีวิตอยู่รึเปล่า ไป๋ชุนลืมตาขึ้นมามองผมที่ก้มหน้ามองเขาอยู่ เขาดูจะตกใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นงงงวน


               " เจ้าเป็นใคร "


               ...ก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้ว่าผมคือใคร แม้จะเป็นหัวหน้าพรรคแต่เขาก็ไม่เคยปรากฎหน้าค่าตาให้เหล่าลูกศิษย์ได้เห็นบ่อยนัก แล้ะยิ่งไป๋ชุนเป็นเด็กใหม่ที่เข้ามาได้ไม่นานแล้วยิ่งไม่แปลก ถึงจะรู้จักชื่อเสียงแต่ไม่รู้จักหน้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆในยุคสมัยนี้


              แล้วแบบนี้มันก็เข้าทางผมพอดีด้วย


              " ข้ามีนามว่าเสี่ยวเหวิน เมื่อกี้เห็นการต่อสู้ของท่านจึงอยากเข้ามาพูดคุย "


              " การต่อสู้ของข้า... " ขณะถามเขาดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างง่ายดาย


              " ท่านกล้าหาญมากที่เข้าไปท้าสู้กับยอดฝีมือของพรรคหลายต่อหลายคนข้าชื่นชมความกล้าหาญของท่านนัก "


              " เอ่อ...ใช่! ใช่แล้ว! ข้ากล้าหาญมากใครๆก็พูดเช่นนั้น! " เขาทำท่ายืดอกอย่างภูมิใจ ซึ่งนั้นทำให้ผมรู้ว่าเขาเป็นคนบ้าย่อเอามากๆ


              หลังจากนั้นผมกับไป๋ชุนก็คุยเรื่องสับเพเหระไปเรื่อยจนเริ่มถูกคอกัน และแล้วผมก็ได้บรรลุเป้าหมาย ผมชวนเขามาฝึกด้วยกัน


              หึหึหึ ในที่สุดผมก็หาคนมาช่วยทดลองวิชาได้แล้ว!



              ผมเดินทอดน่องกลับเรือนตัวเอง หลังจากแยกจากไป๋ชุนได้ซักพัก แม้ภายนอกผมจะทำหน้าเรียบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ภายในใจผมกำลังเริงร่าเป็นกระดี่ได้น้ำก็ไม่ปาน เมื่อก่อนผมชอบดูหน้ากำลังภายในมากถึงขนาดฝันอยากเป็นอย่างนั้นบ้าง แต่ก็ต้องล้มเลิกเพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ 

              ในที่สุดตอนนี้มันก็ได้กลายเป็นจริงแล้ว!! ใครจะว่าผมบ้าก็ชั้งผมไม่สน ก็ผมดีใจนี่


              เมื่อไรจะถึงพรุ้งนี้ซักทีนร้า อยากลองวิชาแล้ว!(ไว้อาลัยให้ไป๋ชุน ๑๐ วิ)


              

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-


               เช้าวันใหม่มาถึงผมทดลองใช้วิชาของหวงเหวินอี้กับไป๋ชุนแต่ใช้กำลังภายในแค่ ๑ ใน ๑๐๐ ของทั้งหมดเท่านั้น ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกศิษในพรรคตัวเองหรอกน่ะ


               ก็แหม เจ้าไป๋ชุนยังเป็นแค่ศิษย์ใหม่ใสใสที่ดูจะหลงตัวเองมากไปหน่อยเท่านั้นเอง ขืนใช้พลังมากเกินไปไป๋ชุนคงได้สิ้นชื่อกันพอดี แถมอีกอย่างตอนนี้ผมก็รู้แล้วด้วยว่าตัวเองสามารถใช้วิชาของหวงเหวินอี้ได้อย่างไม่ติดขัดเลยแม้แต่น้อย ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว 


              เมื่อเราแลกเปลี่ยนฝีมือกันไปได้หลายกระบวนท่า ผมก็คิดว่าสมควรพอได้แล้วจึงได้บอกลาไป๋ชุนสั้นตามสไตร์ความพูดน้อยของหวงเหวินอี้ไป๋ชุนก็ตบไหล่ผมปาบๆแถมยังบอกอีกว่าผมฝีมือไม่เลว ท่ามกลางสีหน้าซีดเผือกของลูกศิษย์คนอื่นที่รู้ว่าผมเป็นใคร  ในที่นี่ถ้าจะมีคนเดียวที่ไม่รู้ก็คงมีแต่ไป๋ชุนเพียงเท่านั้น เพราะผมยังอยู่ตรงนี้จึงไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ในรัศมี ๑๐ เมตร แถมไป๋ชุนก็เป็นคนซื่อบื้อที่อ่านบรรยากาศรอบข้างไม่ออกถึงได้ยังหัวเราะหน้าระรื่นอยู่ได้ ผมละสงสัยจริงๆว่าคนอย่างเขาเข้ามาอยู่ในพรรคมารได้ยังไงกัน!


               ผมเดินออกมาจากลานฝึกด้วยความอิ่มเอมใจไม่น้อยกะว่าจะมุ่งหน้ากลับตำหนักไปพักผ่อนซ่ะหน่อย แต่กลับเจอกับใครบางคนรออยู่หน้าตำหนักซ่ะก่อน


              ลี่จิวหลงคำนับผมอย่างสง่างามผมพยักหน้ารับและจึงสั่งให้เขาเข้าไปคุยกันข้างในตำหนัก


             เมื่อสุราชั้นดีถูกรินใส่จอกเหม่ยหลิงข้ารับใช้คนสนิทของหวงเหวินอี้ก็ถอยไปนั้งอย่างสงบเสงี่ยมที่มุมห้อง เมื่อเห็นเช่นนั้นลี่จิวหลงจึงเปิดบทสนทนาขึ้น


             " พักนี้ข้ารู้สึกว่าท่านประมุขดูแปลกไปเล็กน้อย ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรให้กังวลใจหรือไม่? " 


             แค่คำถามแรกถูกยิ่งมาก็ทำเอาผมแอบเหงื่อตกในใจ เผลอชะงัดไปแวบหนึ่งก่อนจะรวบรวมสตีและตอบไปสั้นๆ


            " ...ไม่มี "


           " งั้นหรือ " ลี่จิวหลงผ่อนลมหายใจเบาๆเมื่อได้ยินคำตอบของผม


          " ..จะว่าไปท่านเกิดสนใจอะไรในตัวเจ้านั้นหรือ? "


          เจ้านั้น...?


          อ้อ...ไป๋ชุนสินะ


          " ข้าแค่ต้องการทดสอบอะไรบางอย่างเท่านั้น "


          ...หมายถึงทดสอบวิชาตัวเองอะนะ ฮ่าฮ่า


          ผมยกจอกสุราขึ้นมาจิบ แต่ก็แทบสำลัก อยากจะพ่นมันออกจากปากแต่ทำไม่ได้เพราะต้องเก็กไว้ก่อน


           สุราแรงชะมัดเลย!!


           ผมวางจอกสุราลงที่เดิมหันไปมองลี่จิวหลงที่นั้งอยู่ตรงหน้า


           " เรื่องที่สั่งไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนไปถึงแล้ว? " คราวนี้ผมถามลี่จิวหลงกับไปบ้างเพื่อเปลี่ยนทิศทางของบทสนทนา


           " เรื่องนั้นข้าต้องขออภัยด้วย ตอนนี้เรายังไม่ได้ความใดใดเลย " 


          " ข้าเข้าใจ พวกมันคงไม่เปิดโอกาสให้เราง่ายๆ แต่ก็อย่าให้มันชักช้านักจะดีกว่า "


         " รับทราบท่านประมุขงั้นข้าขอตัว " ลี่จิวหลงคำนับลาผมจึงส่งสายตาให้เหม่ยหลินไปทำหน้าที่ส่งแขกอย่างรู้งาน


         เรื่องที่หวงเหวินอี่สั่งให้ลี่จิวหลงไปทำคือการสืบเรื่องของพรรคสุริยันพันแสง พรรคฝ่ายธรรมะอันดับหนึ่งที่อยู่ๆประมุขพรรคก็หายตัวไปจากยุทธภพโดยไม่มีสาเหตุร่วมเดือนแล้ว ด้วยความระแวงว่าจะเป็นแผ่นล่อลวงใส่ร้ายพรรคฝ่ายมารเช่นเราและก่อให้เกิดสงคราม หวงเหวินอี้จึงสั่งให้คนสนิทของตนเองอย่างลี่จิวหลงไปสืบข่าว ซึ่งนั้นคืองานสุดท้ายที่หวงเหวินอี้ทิ้งไว้ให้ลี่จิวหลงทำก่อนผมจะมาอยู่ในร่างนี้


         ผมนั้งเหม่อและเผลอยกจอกสุราขึ้นจิบ สุราฤทธิ์แรงนั่นใหลลงคอไปจนผมแทบพ่นออกจากปากจริงๆ ในชาติที่แล้วผมไม่ชอบดื่มของมึนเมาทุกชนิดจึงไม่ชินกับการต้องดื่นสุราที่มีฤทธิ์แรงแบบนี้และยิ่งมันเป็นการดื่มครั้งแรกแล้วด้วย แตกต่างจากหวงเหวินอี้ที่เป็นสิงสุราเขามักจะพกสุราไปด้วยทุกที่ เขาสามารถดื่นสุราแทนน้ำได้เลย เรื่องนี้ก็เป็นที่เล่าลือจนเจ้าตัวได้รับอีกหนึ่งฉายาว่า ปีศาจสุรา


          ผมค่อนข้างกรุ่มใจกับเรื่องนี้ถึงแม้ร่างนี้จะคอแข็งแต่ตัวผมที่อยู่ข้างในนั้้นเป็นคนไม่ชอบดื่มผมว่ารสชาติมันไม่ถูกปากผมเลยซักนิด ถ้าอยู่ๆหวงเหวินอี้ปีศาจสุราคนนั้นเกิดเปลี่ยนรสนิยมไปชอบดื่มชาแทนมันจะแปลกๆมั้ยนะ??













ไป๋ชุน ใสใสไร้สมอง????


ลี่จิวหลง หล่อบรรไล ทำไมถึงหล่อขนาดนี้!!!


++++++++++

รีดเดอร์ : รู้สึกถึงความลำเอียง

ไป๋ชุน : ข้าขอประท้วง!!!

ลี่จิวหลง : ...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #24 aomlovesugakiki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 09:43
    เอ็นดู5555มาอัพเร็วๆนร้ารออยู่
    #24
    0
  2. #23 Highbuff (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 11:07
    รอออออ
    #23
    0
  3. #22 Pimchanok00007 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 10:11
    รอออ~รอ~ รออออ~
    #22
    0
  4. #21 got-pink (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 06:47
    ไป๋ชุนมันไม่ใสนะน่ะ
    #21
    0
  5. #19 0613075261098 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 11:52
    รอ ชอบมากๆๆเลย
    #19
    0
  6. #18 bunyarat462 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 21:14
    รอค่าาา
    #18
    0
  7. #15 Winterrin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 06:25
    รออออออออ ชั้นรอเธออยู่~
    #15
    0
  8. #14 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 00:13
    รอที่เรือค่าาา
    #14
    0
  9. #11 babelo. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 06:05
    สนุกกกก รออัพงับ
    #11
    0
  10. #10 EternalBlizzard (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 17:33
    โอ๊ยชอบมาต่อไวๆน้าาาาา
    #10
    0
  11. #9 MoePuncH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 12:45
    ไป๋ชุนก็ใสจิวหลงก็หล่อ กรี้ดดดดด เเม่ขาหนูอยากได้เขา~~//เด็กดีไม่ควรเอาอย่างนะจ๊ะ
    #9
    0