ผีผา | ยา | มังกร

ตอนที่ 8 : บทที่ ๖ สังเวยแพทย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62

-บทที่ ๖ สังเวยแพทย์-

ไหสุราเกลื่อนกลาดเช่นเดียวกันกับโฉมงามมากมายที่นอนกองกันในสภาพเปลือยเปล่า

พวกนางทั้งหลายล้วนถูกปิดตาเอาไว้ทำให้มองไม่เห็นรูปลักษณ์ของแขกที่มาเยือนนั้นว่าเป็นเช่นไร

ทว่าแม้จะไม่ใช่อสุรกายก็ใกล้เคียง

เด็กหนุ่มสวมชุดผ้าแพรชั้นดีทั้งสี่ แม้ร่างกายจะเป็นมนุษย์สามัญ แต่หนึ่งคนมีเกล็ดและผิวเมือกกอดกระดองเต่าที่มีกลิ่นหอมประหลาดๆ หนึ่งคนมีปีกที่ใบหูใบหน้างามหยดย้อยเสียยิ่งกว่านางสวรรค์ทว่ากลับเป็นชาย หนึ่งคนมีลวดลายพาดกลอนเยี่ยงพญาเสือบนร่างกาย และอีกหนึ่งมีผิวกายผิดแผกไปมีเส้นเลือดผุดขึ้นบนผิวขาวดุจหยกหิมะบนศีรษะมีเขาโค้งงออันเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงเกียรติ

ไม่ใช่เขาวัว ไม่ใช่เขาควาย ไม่ใช่เขากระทิง

ทรงเขาที่แปลกตาออกไปแต่ชาติพันธุ์ของเด็กหนุ่มผู้นั่นคือ... มังกร

เป็นเพราะญาณที่สั่งสมมานั้นยังมิไม่มากนักพวกเขาจึงคงรูปลักษณ์อยู่ได้เพียงครึ่งมนุษย์เช่นนี้ ทั้งสี่คุณชายนั้นล้วนรื่นเริงสำราญใจกับเหล้าสุราและนารีเรียบร้อยก็ได้เวลาทำงานทำการ

พวกเขาทิ้งเงินทองไว้ให้เป็นค่าตอบแทนจำนวนหนึ่งก่อนจะปีนหน้าต่างแล้วกระโจนกันออกไปอย่างเงียบเชียบ

ทั้งสี่มายืนอยู่บนยอดวิหารศักดิ์สิทธิ์ก่อนจะสลายตัวแยกย้ายไปตามแผนการที่ได้ตกลงกันไว้ เหลือไว้เพียงเด็กหนุ่มผู้มีเขาโค้งงอผู้นั้น ปลายเท้าแตะบนหัวกระโหลกหนาของอสุรกายรูปร่างประหลาดที่ครอบคร่อมมหาวิหารก่อนจะบดขยี้เบาๆ

"โง่เง่า" เด็กหนุ่มที่มีเขาโค้งงอสบถออกมาก่อนจะพยักหน้าให้สัญญาณแล้วใช้เท้าดันตัวเองขึ้นไปลอยกลางอากาศ บัดนั้นลมหนาวพัดผ่านมาพลันกลับกลายร่างเป็นสัตว์เทพผู้ยิ่งใหญ่ในตำนาน

มังกรตัวสีขาวนวลเร้นกายในหมอกทึบขณะที่อีกสามคนแยกย้ายไปกางอาณาเขตและสร้างภาพลวงตาเพื่อปิดบังเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นภายในเขตมหาวิหาร

ชั่วอึดใจที่พายุหิมะโจมตีลงมาจากฟากฟ้าปกคลุมที่นี่จนขาวโพลนความหนาวเหน็บขับไล่ให้บรรดานักบวชเหล่านั้นวิ่งออกมาภายนอก ตามมาด้วยเสียงคำรามดังกึงก้องและผลึกน้ำที่แช่กายของนักบวชทั้งหลายจนหมดสิ้น

มีเพียงนักบวชรูปงามหนึ่งเดียวที่หยัดยืนไว้ได้ เป็นนักบวชคนเดียวกันกับที่ปราบอสูรตนที่กลายเป็นเครื่องตกแต่งวิหารตนนั้น ร่างสูงของนักบวชผู้นั้นหลบทุกการโจมตีของมังกรปริศนา ก่อนจะส่งยันต์ไปผนึกวิญญาณร้ายทว่าร่างกายของสัตว์เทพนั้นบริสุทธิ์และไร้ซึ่งมลทิณมีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยราวกับเขาคือคนโง่เง่าดังมาเป็นระลอก

นักบวชตนนั้นไม่ลดละ สวดมนต์หมายจะผนึกมังกรหิมะตนนั้นเฉกเช่นเดียวกันกับที่ตนใช้ผนึกอสุรกายตนนั้น

ทว่าเขากลับถูกจู่โจมด้วยเสือโคร่งตัวขาวปลอดอย่างรวดเร็ว แม้จะหลบได้แต่ก็สูญเสียสมาธิในการร่ายคาถา กระนั้นยังไม่พอวีรกรรมหมาหมู่ของสัตว์เทพยังไม่จบที่ตรงนั้น

หงส์สีเพลิงบินวนเหนือน่านฟ้าก่อนจะพุ่งลงมาจิกข่วนตาของนักบวชตนนั้นตนให้ร้องทรมาณอย่างน่าเวทนา

ครั้นเมื่อเขาลืมตาได้ เลือดก็ไหลอาบตาเสียจนแสบและมองเห็นทุกสิ่งอย่างถูกชโลมด้วยสีแดงฉาน ฉับพลันร่างของเด็กหนุ่มที่มีเขาผู้นั้นก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าพร้อมกับฝ่ามือเย็นเฉียบที่แตะบนกายของตน

ผลึกน้ำแข็งลุกลามอย่างรวดเร็วจนกระทั่งผลึกร่างของนักบวชผู้นั้นเอาไว้ เหลือเพียงส่วนหัวของมันที่มีเสียงจากเหล่าสัตว์เทพตัวอื่นกำชับกับเด็กหนุ่มว่าให้เขมือบหัวมันเสีย!

ทว่าเด็กหนุ่มกลับส่ายหน้าพลันรวบเส้นผมของมันแล้วกร้อนผมของนักบวชผู้นี้จนสั้นเกรียนเป็นการหยามเกียรติและปล่อยให้มันทรมานเสียงยิ่งกว่าตายทั้งเป็น! ก่อนจะถ่มน้ำลายใส่หน้าแล้วกลายร่างเป็นสัตว์เทพในตำนานอย่างมังกรแล้วเร้นกายหายไปบนท้องฟ้าที่มีพระจันทร์เต็มดวง


.
.
.
.
.



เหตุการณ์ผลึกน้ำแข็งแช่มหาวิหารนั้นก็ล่วงเลยมาได้หนึ่งเดือนเสียแล้ว... ทว่ายังมีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นอีกนับครั้งไม่ถ้วน

“อีกศพแล้วหรือเนี่ย...” ทหารต้าเหลียงเอ่ยขึ้นมาขณะเลิกแขนเสื้อของศพแล้วพลิกฝ่ามือเพื่อตรวจดูร่องรอยบางอย่าง

มันคือตราบัว สัญลักษณ์ของความเป็นแพทย์

“ศพที่ยี่สิบเอ็ดแล้ว”

เมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดเหตุการณ์ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกโจมตีโดยเหล่ามารและอสูรกาย ทั่วทั้งวัดถูกแช่ด้วยผลึกน้ำแข็งเอาไว้ รวมทั้งเหล่านักพรตในวิหารนั้นล้วนถูกสังหารสิ้น โครงกระดูกยักษ์ของอสุรกายประหลาดนั้นได้ถูกขโมยเอาไป จากนั้นไม่นานก็ตามมาด้วยการหายตัวไปของแพทย์นับสิบราย

"รีบไปรายงานเบื้องบนเถอะ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก"

ทหารอีกนายหนึ่งกล่าวก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆ ขณะที่มีเสียงอีการ้องดังและบนวนรอบหัวพวกเขาราวกับมีเค้ารางแห่งความโชคร้ายและเรื่องความตายใกล้คืบคลานเข้ามา


.
.
.
.
.



ตั้งแต่จำความได้ก็อยู่ที่โลกแห่งนี้จนอายุได้ยี่สิบหกปีแล้ว รวมกับอายุเดิมนั้นในเวลานี้เขาก็มีอายุห้าสิบหกปีได้แล้ว เขาแต่งงานตอนอายุสิบเจ็ด เขาเสียแม่ไปตอนที่อายุสิบเก้าปี เขาเป็นหม้ายเมื่ออายุยี่สิบห้าปี อยู่ไว้ทุกข์ให้นางได้ไม่นานก็ถูกเรียกตัวกลับมารับราชการกับฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเหลียงอีกครั้งด้วยตำแหน่งแพทย์ประจำพระองค์

เหวินขงเฉว่นั่งหลังตรงท่าทางสงบเสงียมในรถม้ามือสอดไว้ในแขนเสื้อของอีกข้าง บนตักมีล่วมยาที่เขาตั้งปฏิญาณเอาไว้ว่าจะพกมันติดตัวเสมอ เขาสวมชุดแพทย์หลวงสีฟ้าครามผูกผ้าปิดปากผืนบางเอาไว้อย่างเคย ที่ข้างเอวเหน็บห้อยจี้หยกขาวสลักรูปหางนกยูงที่เยว่เฟยหรงให้ไว้เป็นของขวัญในคืนเข้าหอ

ในเวลานี้บ้านเมืองเกิดเหตุการณ์ประหลาด นับว่าเป็นกลียุคก็ว่าได้ ผู้ถือครองตราบัวน้อยใหญ่ทั้งหลายถูกลักพาตัวไปและผ่านไปไม่กี่เดือนก็พบเป็นศพที่เหวใกล้เขตแดนหิมะพันปี

ศพเหล่านั้นล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้และชำนาญการด้านการแพทย์ทั้งสิ้น ตั้งแต่แพทย์ผู้มีตราประทับใบบัวยันบัวบาน ถูกลักพาตัวไปจนเกือบสิ้นแคว้น ในคราแรกคิดว่าเป็นฝีมือของแคว้นศัตรูอย่างชินหลัง ทว่า..สายสืบก็ได้บอกว่าที่ชินหลังนั้นก็มีเหตุการณ์ประหลาดนี้ขึ้นเช่นกัน

เหวินขงเฉว่ได้รับรายงานนี้เมื่อเดินทางมาถึงเมืองหลวง กล่าวว่าอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้าพระโอรสในไท่ซ่างหวงอย่างเหวินหยางซื่อได้สละตัวเองเป็นเหยื่อในการทำพิธีบูชายันต์แก่ความชั่วร้ายที่มาปกคลุมแคว้นต้าเหลียงเฉกเช่นที่เขาและแม่ของเขาเคยทำ

ยุคสมัยนี้มันเอะอะก็เอาคนไปสังเวยเล่นกันรึไง...

“ท่านพี่” เสียงที่เต็มไปด้วยความคิดถึงนั้นดังขึ้นมา เมื่อเหวินขงเฉว่แหวกม่านลงมาจากรถม้าก็พบกับชายหนุ่มรูปงาม ดวงตาทรงกลมนัยน์ตาสุกใส ผมยาวเหยียดตรงสีดำขลับและสวมชุดสีม่วงอ่อนขับผิวขาวหยกนั้นให้ผ่องขึ้น

เหวินหยางซื่อทำความเคารพท่านหมอผู้นี้ด้วยท่าทีนอบน้อมทว่าอีกฝ่ายรีบยื่นมือออกมารั้งไว้ใม่ให้เขาทำความเคาระได้สำเร็จ ยิ่งพอเงยใบหน้าขึ้นมาสบตากับเขาในระยะประชิด ดวงตาคู่นั้นที่เหมือนกับดวงตาของอดีตฮ่องเต้ก็ฉายแววเศร้าโศกพลัน "ข้าเสียใจด้วยเรื่องภรรยาของท่าน"

เหวินขงเฉว่นั้นได้ไว้ทุกข์กินเจให้นางแค่ปีเดียวเลยมีแผนการว่าจะกินเจต่อไป เขายังไม่ได้รู้สึกดีขึ้นนัก แต่เขาก็ต้องตอบอย่างรักษาน้ำใจกับผู้เป็นน้องต่างมารดาที่กำลังแสดงความเห็นอกเห็นใจพ่อหม้ายแบบเขา

“กระหม่อมน้อมรับความจริงใจจากพระองค์”

“ท่านพี่ ข้า.. ทั้งราชสำนักนั้นทราบเรื่องแล้ว ท่านเป็นลูกของท่านพ่อ เป็นพี่ของข้า ย่อมพูดจาเป็นกันเองได้โดยมิต้องลดตัวเช่นนั้น”

ยอมรับว่าเขาไม่ชิน... ถึงจะผ่านมาห้าปีแล้วที่เขารู้เรื่องชาติกำเนิดของตัวเอง แต่ทุกครั้งที่หลับตาก็จำได้แค่สัมผัสของแม่ตอนที่ลูบหัวให้เขา ขณะที่ให้เขานอนหนุนตักที่บ้านในป่าใหญ่ ณ เมืองอู่ถง ที่ที่จะทำให้เขารู้สึกสงบและเรียกเต็มปากได้ว่าบ้านนั้นไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่ที่เมืองหลวงแห่งแคว้นต้าเหลียง

"อืม" เขาตอบรับสั้นๆ ขณะก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเหวินหยางซื่อที่เดินขนาบข้าง "ได้ข่าวว่าเจ้า.. บูชายันต์.. ?"

เหวินหยางซื่อนั้นสบตาเขานิ่งงันก่อนจะอ้าปากส่งเสียง "อ้อ เรื่องนั้น” เหวินหยางซื่อพยักหน้ารับราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรมากนัก “ข้าเพียงแค่สละตัวเองเพื่อความเป็นสุขของประชาชนเท่านั้น"

“ช่างน่าเสียดายเสียดายวิชาแพทย์ที่เจ้าสั่งสมมา”

“ข้าเป็นแค่หมอธรรมดาๆ อีกทั้งไม่มีวิชาแพทย์ไหนสูงส่งเท่ากับวิชาแพทย์จากท่านอีกแล้วท่านพี่” เหวินหยางซื่อคลี่ยิ้มบางแล้วลอบมองที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายผ่านผ้าปิดปากผืนบางนั่น “จุมพิตชุบชีวิตในคราวนั้นข้ายังจดจำได้ไม่ลืมเลือน”

เขาจำได้ว่าตอนนั้นที่เขาช่วยผายปอดให้กับเหวินชางหงในวัยเยาว์ เหวินหยางซื่อนั้นก็ชักสีหน้าพลัน ทำหน้าตาราวกับว่ารู้ว่าเขาไปเข้าห้องน้ำมาแล้วไม่ยอมล้างมือก่อนจะมาใช้มือจกขนมในซองกินร่วมกัน อย่างไรก็ตามเหวินขงเฉว่นั้นไม่ได้สังเกตถึงกลิ่นไหน้ำส้มตุๆที่โชยมาจากเหวินหยางซื่อผู้นี้เลยแม้แต่น้อย

เหวินขงเฉว่นั้นหัวเราะเบาๆก่อนจะประสานมือและโค้งตัวคำนับขุนนางที่เดินผ่านไปมาอย่างลืมตัวว่าตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องทำความเคารพแล้ว อีกฝ่ายต่างหากที่ต้องทำความเคารพ

“ท่านพี่!” มีอีกเสียงหนึ่งดังมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างที่สวมชุดคลุมลายมังกรทองนั้นจะวิ่งเข้ามาหาเขาในทันที เหวินขงเฉว่และเหวินหยางซื่อหันกลับไปตามเสียงเรียกครั้นพอจะทำความเคารพร่างเล็กนั้นก็กอดเขาหมับทันที

ท่านหมอนิ่งไปก่อนจะกระพริบตาปริบๆ สบตากับเจ้าสามที่ในตอนนี้เติบโตเป็นบุรุษเต็มวัย สวมชุดขององค์รักษ์ประจำพระองค์ก้าวเดินอย่างองอาจตามหลังฝ่าบาทมา

เจ้าสามนั้นอายุเท่ากันกับเหวินหยางซื่อ โตเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปี ท่าทางเก่งกาจ ฉลาดและมีไหวพริบ หน้าตาดีมีกลิ่นอายของนักรบหนุ่ม ทว่ามีเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่มากลบรัศมีของเจ้าสาม ทั้งปานบนใบหน้าขนาดใหญ่นั้นที่กลบเกลื่อนความหล่อเหลาไป รวมทั้งองค์รักษ์สามผู้นี้... เป็นใบ้

ฮ่องเต้น้อยผู้นี้นั้นแหงนหน้ามองแพทย์หลวงหนุ่มพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมา เหวินหยางซื่อนั้นทำความเคารพฮ่องเต้น้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาตามมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหึงหวง

เหวินชางหงในวัยสิบห้าปี ผู้มีใบละอ่อนและสูงถึงแค่อกของเขาเท่านั้น ในสายตาของเหวินขงเฉว่ เขาคือฮ่องเต้ที่น่าเอ็นดูที่สุดเลยทีเดียว อย่างไรเขาก็เลี้ยงดูมังกรน้อยผู้นี้มาตั้งแต่เยาว์วัย ความผูกพันธ์นั้นย่อมมีมากมาย

หากแต่ความผูกพันธ์ที่เหวินชางหงมีให้กับเขานั้นจำไม่ใช่ในแบบที่เหวินขงเฉว่ต้องการเสียเท่าไหร่...

“ท่านกลับมาเสียที ข้าจะได้แต่งตั้งท่านเป็นสนม!”






อย่างไรก็ตามการแต่งตั้งสนมชายนั้นในประวัติศาสตร์แคว้นต้าเหลียงยังไม่เคยมีปรากฏ แต่ก็ไม่ใช่ว่าฮ่องเต้ไม่เคยมีชายหนุ่มที่รักไว้เคียงข้างกาย แต่ส่วนใหญ่แล้วชายหนุ่มเหล่านั้นย่อมถูกฆ่าตายอย่างเป็นปริศนา

แต่สำหรับการตายของเหวินขงเฉว่นั้น...

ฎีกามากมายจากเมืองเล็กเมืองน้อยที่ต้องการให้ฮ่องเต้ทำพิธีการสังเวยแพทย์ให้แก่อสูรมารร้ายเหล่านั้น รวมไปถึงแคว้นชินหลิงส่งทูตมาเจรจาว่าให้ฮ่องเต้แห่งต้าเหลียงนั้นสังเวยแพทย์ให้แก่อสูรกายแลกกับการเป็นพันธมิตรไร้ศึกสงครามระหว่างสองดินแดนเป็นเวลาร้อยปี ทว่านามของแพทย์ที่ถูกเสนอให้นำไปสังเวยนั้นล้วนคือชื่อเดียวกันนั้นก็คือ

เหวินขงเฉว่

ไม่ว่าจะอ้างเรื่องความสามารถในการแพทย์ ที่ย่อมต้องเป็นที่พึงพอใจแก่อสูรกายเหล่านั้น รวมไปถึงดวงชะตาที่โหรหลวงต่างทำนายเอาไว้ว่าเหวินขงเฉว่มีดาวร้ายสิงสู่เหมาะจะนำไปถวายแก่พวกอสูร

ในตอนที่ฮ่องเต้ตัดสินใจออกราชโองการสลับตัวเครื่องสังเวยพระองค์ก็รู้สึกร้อนและจุกในอกไปหมด ขณะเดียวกันเหวินหยางซื่อนั้นกัดริมฝีปากล่างของตนเองเสียจนห้อเลือด เมื่อแผนการหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวมือที่กำแน่นและคลายออกอย่างช้าๆ ลับหลังลอบยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เยี่ยงจิ้งจอก

เมื่อผลเป็นเช่นนั้นแล้วการสลับตัวผู้ที่จะได้ไปสังเวยจึงเกิดขึ้น สำหรับเหวินขงเฉว่ เขานั้นช็อคจนพูดไม่ออก แต่เพียงไม่นานเขาก็ปลงตกได้ว่าถึงเวลาที่ตนต้องไปพบท่านแม่ ไปพบท่านพ่อตาและไปพบสามีในปรโลกแล้ว ก็ใม่ใช่เรื่องที่น่าหวาดกลัวนัก





ธงของแคว้นต้าเหลียงปลิวโบกสะบัดไปตามกระแสลม เสียงสวดงึมงำของนักบวชและเหล่าโหรหลวงนั้นทำให้จิตใจขององค์ฮ่องเต้น้อยนั้นหงุดหงิดงุ่นง่าน ลอบกระซิบถามองค์รักษ์คนสนิทอยู่บ่อยครั้งว่าข้างล่างหุบเหวนั้นได้เตรียมการเป็นอย่างไรบ้าง แม้ว่าแผนการที่จะลักพาตัวเหวินขงเฉว่ขณะทำพิธีนั้นได้ถูกวางเอาไว้แล้วด้วยความชาญฉลาดของเหวินหยางซื่อแล้วก็ตาม ถึงกระนั้นฮ่องเต้น้อยก็หาได้ไว้วางใจพระเชษฐาคนรองของตนนัก

ในยามนั้นเจ้าสามนั้นพยักหน้าบ่งบอกว่าแผนการถูกวางเอาไว้อย่างเรียบร้อย ฮ่องเต้น้อยจึงสูดหายใจเข้าลึกๆอย่างลอบดีใจ ขณะที่เหวินหยางซื่อเองก็ทบทวนแผนการซ่อนแผนไว้ในใจอย่างชั่วร้ายและแยบยล ซ่อนเอาไว้ใต้ใบหน้าของเชื้อพระวงค์ผู้ที่ปรารถนาจะสังเวยชีวิตของตนเองเพื่อประโยชน์สุขของประชาแต่กลับมีชะตาพลิกผันให้รอดพ้นจากเงื้อมืออสูร เสียงซุบซิบนินทาว่าเหวินขงเฉว่ผู้นั้นเป็นตัวกาลกิณีสมควรแล้วที่จะสังเวยให้พวกอสูรไปเสียดังขึ้นมาเป็นระลอก

ก่อนที่เครื่องสังเวยนั้นจะถูกนำออกจากปรัมพิธี เหวินขงเฉว่อยู่ในชุดสีขาวมีลายคาดดำ เมื่อไม่ได้สวมผ้าปิดปากเสียงซุบซิบนินทานั้นก็เงียบลงพลันเกิดเป็นเสียงลือเสียงเล่าว่าเขามีใบหน้าละม้ายคล้ายกับฮ่องเต้คนเก่านั้นก็กลายเป็นความจริง เสียงพรรณาถึงความงามที่แม้แต่เจ้าตัวเองยังไม่ได้รู้สึกตัวมาก่อนนั้นดังขึ้นมาเป็นระลอกๆ

ครั้นเมื่อมีนักบวชเข้ามาสวมผ้าปิดตาเอาไว้ให้เขาและถูกมัดมือไพร่ไว้ข้างหลังราวกับนักโทษ เขาก็ถูกบังคับให้เดินไปที่ริมผานั้น ตามมาด้วยเสียงกระดิ่งพรวนในมือของนักบวชที่เขย่าเรียกอสุรกายให้มารับเครื่องสังเวย

เหวินขงเฉว่สัมผัสได้ถึงลมที่มาปะทะหน้าของเขาได้วูบหนึ่งก่อนที่ไม่ทันจะได้ถอนหายใจร่างของเขาก็ถูกผลักตกลงไปเบื้องล่างของหุบเหวนั้นต่อหน้าคนทุกผู้มีเสียงฮือฮาด้วยความตกใจระลอกหนึ่งก่อนจะเงียบไป

ความเงียบกริบเขาปกคลุมสถานที่แห่งนั้นพร้อมทั้งเสียงของนักบวชและเหล่าโหรได้กล่าวว่าพิธีเสร็จสิ้นแล้ว ทว่าไม่ทันทีแตรเขาสัตว์นั้นจะได้เป่าเพื่อบ่งบอกว่าพิธีสำเร็จเสร็จสิ้นเสียงดังสนั่นตามมาด้วยแผ่นดินไหวราวกับมีใครมาเขย่าพื้นโลกก็ปรากฏพลัน

ความหนาวเหน็บคืบคลานเข้ามาพร้อมกับเกล็ดหิมะที่กำลังร่วงโรย จู่ๆก็ราวกับมีเสียงฟ้าร้องบางอย่างแทรกผ่านกลุ่มเมฆหมอกหนานั้นอย่างรวดเร็ว เงาดำเลื้อยขดตัวไปมาในอากาศก่อนที่มันจะเผยตัวออกมาปรากฏกายต่อหน้าผู้ชนเสียงจนเกิดเสียงฮือฮา

สิ่งนั้นคือมังกร!

มังกรสีขาวมีเขาโค้งที่ผิดแผกไปจากภาพวาดในในตำนานและรูปปั้นในวิหารเลื้อยไปมาบนอากาศ ในอุ้งมือที่มีกรงเล็บแหลมคมของมันถือร่างของเครื่องสังเวยนั้นเอาไว้ก่อนที่จะมองเย้ยหยันมาทางพวกเขาทั้งหลาย ก่อนจะพุ่งทะยานเหาะกลับไปยังหุบเขาเสวี่ยหลังเขตแดนหิมะพันปี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

62 ความคิดเห็น

  1. #49 GSstory (@megatef4) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 17:36
    ตลกคนน้อง ยังคงหึงหวงง 555
    #49
    0
  2. #29 Spaghetti (@kamisama111) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 15:37

    คือถึงจะมีพ่อคนเดียวกันแต่ก็ยังยึดมั่นชอบต่อไปสินะ 5555
    #29
    0