ผีผา | ยา | มังกร

ตอนที่ 10 : บทที่ ๘ ตัวล่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62

-บทที่ ๘ ตัวล่อ-

ขามาเขาขี่เสือมา แต่ขากลับเขาต้องเดินเท้ากลับเอง

ด้วยความที่รู้มาว่าพวกสี่กุมารนั่น... เขาหมายถึงพวกสี่สัตว์เทพได้ไปทำภารกิจปราบมารตามบัญชาของสวรรค์ เหวินขงเฉว่ก็รีบเดินขึ้นเขาไปยังลานกว้างเพื่อจะได้ไปเรียกรวมตัวบรรดาแพทย์ทั้งหลาย

อย่างไรก็ดี เหล่าแพทย์นั้นล้วนไร้ซึ่งวรยุทธ์ทำให้ควรเลี่ยงต่อการประมือกับสี่สัตว์เทพนั่น เช่นนั้นแล้วแผนการหนีครั้งนี้ต้องการอาสาสมัครและมีแผนการที่รัดกุม

โดยเริ่มจากคัดผู้คนที่ยังหนุ่มยังแน่นให้คอยแสดงละครตบตาอยู่ที่นี่เสียก่อน ส่วนแพทย์สูงวัยนั้นจะถูกพากลับออกไปเท่าที่ลักลอบหนีออกไปได้

ทว่ามีแพทย์อาวุโสผู้นึงดวงตาเป็นต้อกระจกขาวนวลเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

"พวกเจ้าไม่มีทางออกไปจากหุบเขาเสวี่ยได้หรอก พวกเจ้าจะหนาวตายท่ามกลามพายุหิมะ"

เมื่อยังไม่เห็นกับตาย่อมไม่เชื่อ เหวินขงเฉว่กับบรรดาแพทย์หนุ่มบางส่วนนั้นเดินทางมายังเขตแดนหิมะพันปีให้เห็นกับตา ปรากฏว่าพวกเขาพบกับความประหลาดใจราวกับเป็นอีกดินแดนหนึ่ง ที่พื้นนั้นมีขอบเขตแบ่งชัดระหว่างสีเขียวชะอุ่มก่อนจะเริ่มถูกเกล็ดน้ำแข็งปกคลุมเกาะอยู่ประปรายจนกระทั่งเต็มไปด้วยผืนน้ำแข็งทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

เหวินขงเฉว่หายใจเข้าออกทีล้วนมีควันพวยพุ่งออกจากปาก เขาอับจนหนทางที่จะพาทุกคนหนีออกไป

ถึงหนีจากหุบเขาเสวี่ยได้ก็ย่อมต้องถูกความหนาวเหน็บแช่แข็งจนตายเป็นแน่

ทันใดนั้นเสียงร้องราวกับนกนั้นก็เรียกความสนใจให้เขาเงยหน้าขึ้นมอง เหวินขงเฉว่เห็นบางอย่างบินอยู่บนน่านฟ้า มันดูเหมือนนกยักษ์ บินวนอยู่เหนือลานแผ่นน้ำแข็ง ก่อนจะโฉบลงมาจับเอาปลาตัวใหญ่จากในหลุมบ่อน้ำแข็งขึ้นมาแล้วบินออกจากเขตแดนหิมะพันปีไปไกลราวกับว่า มันโผบินข้ามผ่านกำแพงยักษ์นั้นได้ ทำให้เขาครุ่นคิดบางอย่างออกจึงรีบสุมหัวกับแพทย์หนุ่มทั้งหลาย



.
.
.
.
.



เผ่ามารนั้นมีทั้งดีและร้ายปะปนกันไปไม่ต่างจากมนุษย์

พวกเขาทั้งสี่แม้จะเป็นสัตว์เทพแต่ก็ถือได้ว่ากำเนิดจากเผ่ามาร

อย่างไรก็ตามเผ่ามารที่จัดการคือพวกอาละวาดเข่นฆ่าไปทั่ว เสวี่ยหรูหรงกับเหล่าสหายมีหน้าที่แค่กำราบพวกมันให้หมดก็พอ หากแต่เผ่ามารนั้นเป็นเพียงพวกมารสามัญที่มีอาการเจ็บไข้ได้ปวดขึ้นมาพวกเขาก็แสนจนปัญญา

สวรรค์มิได้ส่งพวกเขามาให้รักษามารน้อยเหล่านี้ แต่ก็มิได้โหดเหี้ยมเสียจนสั่งให้ฆ่ามารน้อยที่มิเคยสร้างความบาดหมางใดให้สามโลกได้ลงคอ

เรื่องความชั่วนั้น... พวกเขาสัตว์เทพย่อมกระทำมากกว่าที่มารต้อยจ้อยนี่พึงทำเสียอีก

"นี่เป็นโรคระบาดงั้นรึ?" ชุนเฟิงหวงเอ่ยพลันคลี่พัดออกมาบังใบหน้าของตน เหยียดสายตาเยี่ยงชนชั้นสูงมองมารร่างผอมกระด้างพุงป่องนอนขดร้องทรมานเรียงรายบนพื้นที่ทุระกันดาร “เราคงต้องใช้พวกหมอให้เกิดประโยชน์ พาพวกมันมารักษามารน้อยพวกนี้ดีรึไม่?”

“เช่นนั้นสวรรค์จะรู้ว่าเราลักพาตัวพวกมันมาและเขมือบมันไปนักต่อนัก...” เสียงทุ้มของเซี่ยเทียนไป๋หู่ดังขึ้นตามมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดของสัตว์เทพทั้งสาม เว้นแต่เพียงเสวี่ยหรูหรงที่ยังผุดรอยยิ้มชั่วขึ้นมาบนริมฝีปาก






เวลาไม่คอยท่าพวกเขาจึงต้องเริ่มลงมือทันที หลังจากเกณฑ์คนหนุ่มเดินเท้าเข้าไปในป่าลึกของหุบเขาเสวี่ย ใช้เวลาราวๆครึ่งชั่วยามไม่นานนักพวกเขาก็พบกับอสุรกายร่างใหญ่ยักษ์ ก่อนที่จะดำเนินแผนการต่อโดยไม่ให้เป็นการเสียเวลา

ร่างสูงในชุดแพทย์หลวงนั้นก้าวย่างเข้าไปใกล้กับอสูรกายที่พวกตนพบเจอ มือขวาที่ถูกกิ่งไม้ของรังแตนนั้นสั่นเล็กน้อย

แน่นอน นี่ไม่ใช่การรนหาที่ตายโดยเปล่าประโยชน์ เหวินขงเฉว่กลืนน้ำลายอึกใหญ่นึกถึงเรื่องแผนการที่วางเอาไว้ แผนการของเขาคือให้ผูกชิ้นเนื้อกับตัวแล้วให้นกยักษ์บินลงมาโฉบเนื้อออกไปนอกเขตแดนหิมะพันปี เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงต้องการเนื้อชิ้นใหญ่จำนวนมากมาเป็นเป้าล่อสายตาให้นกยักษ์เหล่านั้นได้มองเห็น

หมอที่ถูกลักพาตัวมาในตอนนี้ยังมีชีวิตรอดอยู่ราวๆห้าสิบชีวิต แค่เจ้าอสุรกายยักษ์ตัวนี้ก็คงเพียงพอแล้ว

แต่ก่อนอื่น ...เอาชีวิตรอดจากมันให้ได้ก็พอ!

หลังจากโยนรังแตนใส่ตาทั้งสองข้างของมัน ร่างสูงนั้นวิ่งก็หน้าตั้งตาตื่น สองมือขึ้นมาปิดหูที่ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดทุลนทุลายของเจ้าอสูรกายตนนั้น เขาโยกตัวหลบซ้ายทีหลบขวาทีขณะที่เจ้าอสุรกายยักษ์รูปร่างราวกับช้างดึกดำบรรพนั้นใช้งาของมันขวิดไปขวิดมาขณะที่วิ่งไล่ตามหลังเขาราวกับจะเอางาแหลมๆนั้นทิ่มเขาทะลุได้หากพลาดท่าแม้แต่นิดเดียว

เหวินขงเฉว่เหมือนเป็นตัวหายนะของป่าไม้แห่งนี้ ต้นไม้สูงใหญ่ล้มระเนระนาดไปมากตามทางที่เขาวิ่งผ่าน เหล่าแพทย์หนุ่มที่รอดำเนินแผนการขึ้นต่อไปนั้นได้ไปรวมตัวกันอยู่หลังม่านน้ำตก รอให้เหวินขงเฉว่ได้วิ่งล่อเจ้าอสูรกายตัวนั้นมาพลาดท่าตกลงมา ในขณะเดียวกันที่ตัวล่ออย่างเขานั้นภาวนาในใจว่าขอให้สิ่งศักดิ์ที่คอยคุ้มครองเขานั้นแสดงตัวออกมาอีกครั้งเถอะ ระหว่างนั้นสองขาก็ก้าววิ่งขนาบไปกับเส้นทางน้ำที่ไหลไปล่วงหล่นสู่เบื้องล่างอันเป็นน้ำตกที่พวกเขาได้นัดหมายกันไว้

เขาหยุดที่ปากเหว เกือบลื่นตะไคร่น้ำตกลงไปทว่ายังทรงตัวได้ทัน หน้าอกนั้นกระเพื่อมขึ้นลงรัวๆเหงื่อไหลโซมกายหันหน้าประจันกับร่างใหญ่ยักษ์ที่กำลังพุ่งมาทางตน เสียงน้ำตกที่ไหลลงสู่เบื้องล่างนั้นปลุกระดมหัวใจที่เต้นระรึกถี่รัวด้วยความตื่นกลัวของเขาให้มีมากขึ้นเป็นเท่าตัว ก่อนที่เสียงดีดผีผาดัง ‘ผึง’ นั้นกังวาลขึ้น เขาเบี่ยงตัวหลบการโจมตีนั้นได้อย่างหวุดหวิดทำให้ร่างใหญ่ยักษ์พลาดท่าพุ่งตกลงไปยังเบื้องล่าง

เหวินขงเฉว่นิ่วหน้า มองดูร่างศพของช้างดึกดำบรรพที่ต้องสังเวยชีวิตเพื่อนำเนื้อของมันมาช่วยชีวิตเหล่าแพทย์ทั้งหลายอย่างอนาจใจ ก่อนจะสูดหายใจเข้าแล้วหลับตาลงช้าๆครั้นจะนึกถึงบทแผ่เมตตาเสียงโวยวายของแพทย์ทั้งหลายก็ดังขึ้นจนสมาธิเขาขาดผึ่งลืมตาขึ้นมาพลัน

เซี่ยเทียนไป๋หู่ในร่างเสือโคร่งสีขาวยักษ์นั้นขู่คำรามอยู่ข้างนอกม่านน้ำตกราวกับรับรู้ได้ถึงชีวิตของเหล่าแพทย์หนุ่มหัวขบถนับสิบที่รวมตัวกันทำแผนการร้ายบางอย่าง

ขณะที่เสียงฝีเท้าสืบเข้ามาใกล้กับเขาเสียจนไม่ต้องหันกลับไปดูเหวินขงเฉว่ก็เดาได้ว่าเป็นใคร

“ดูเหมือนว่าเจ้าอยากจะลงมาอยู่ในท้องของข้านักนะ”

เหวินขงเฉว่สูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะหันหลังกลับไปประจันหน้ากับเด็กหนุ่มที่สูงเพียงอกของเขา เสวี่ยหรูหรงไม่ได้เข้ามาโจมตีเขา หรือแสดงท่าทีโมโหร้าย ราวกับต้องการคำอธิบายจากเขา

“ข้าต้องการเนื้อชิ้นใหญ่ หลายชิ้น …ข้าจะนำมันมาใช้ในการรักษา” ...รักษาชีวิตของแพทย์บริสุทธิ์ทั้งหลาย

ถึงจะพูดไม่ครบ แต่เขาก็ไม่ได้โกหก เหวินขงเฉว่สบตากับเสวี่ยหรูหรงนิ่งงัน แววตามุ่งมั่น แม้ว่าภายใต้ผ้าปิดปากผืนบางนั้นจะเม้มริมฝีปากเข้าหากัน

เสวี่ยหรูหรงไม่ได้ตอบอะไรเขากลับไป แต่ว่าสายตาของเด็กหนุ่มนั้นจดจ้องเข้าไปในดวงตาของเขานิ่งงันเช่นเดียวกัน ก่อนจะเผยยิ้มมุมปากแล้วตวาดเสียงดังลั่นออกคำสั่ง “จับพวกมันแก้ผ้าให้หมด!”

ห้ะ... เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เจ้าเด็กนี้สั่งให้ทำอะไร...

พอเขาจะหันหลังกลับไปชะโงกมองดูว่าข้างล่างนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง เสวี่ยหรูหรงก็คว้าจับที่หลังคอเสื้อของแพทย์หนุ่มพลันกระโดดลงมาจากผาสูงพาเขาลงมาข้างล่าง ก่อนจะผลักเขาถลาไปกองกับเหล่าแพทย์ที่ถูกไล่ต้อนออกมาจากหลังม่านน้ำตก

เสื้อผ้าเก่าๆที่มีกลิ่นสาบแปลกๆนั้นถูกโยนมาตรงหน้าของพวกเขาด้วยน้ำมือของฝูอูกุยและชุนเฝิงหวง เมื่อผ้าผ่อนทั้งหลายถูกน้ำมันก็เปียกปอน ซ้ำยังมีเสียงออกคำสั่งจากเสวี่ยหรูหรงว่า “เปลี่ยนชุดแล้วเอาโคลนป้ายหน้าเสีย”

เสวี่ยหรูหรงนั่งขัดสมาธิบนโขดหินจ้องมาที่เหล่าแพทย์ทั้งหลายก่อนจะหักนิ้วมือดังกร็อบๆระหว่างรอแพทย์หนุ่มทั้งหลายเปลี่ยนเป็นชุดที่เต็มไปด้วยกลิ่นสาบทั้งหลายแล้วเอามือจ้วงล้วงโคลนขึ้นมาป้ายหน้าป้ายตาของตน

เหวินขงเฉว่ก็ทำเช่นเดียวกันกับแพทย์คนอื่นๆ ถอดเสื้อคลุมของแพทย์ออกจนเหลือแค่เสื้อตัวในแล้วจัดการสวมเสื้อที่เต็มไปด้วยกลิ่นสาบเหม็นหึ่งแล้วถอดผ้าปิดปากออกมาพลันกวักเอาโคลนป้ายบนหน้าของตน

ครั้นเมื่อเหล่าแพทย์ทั้งหลายถูกพาตัวขึ้นเกวียนรถม้าแล้วถูกนำตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงแผนการที่พังทะลายและซากศพของอสูรกายยักษ์ตนนั้นที่เหวินขงเฉว่ยังมองไปที่มันอย่างนึกระเหี่ยใจ ก่อนที่เขาจะลอบเห็นเงาคนกลุ่มหนึ่งไม่ไกลแถวๆระแวกพุ่มไม้ข้างลำธารน้ำตกนั้น ราวกับเป็นฝูงหมาในที่กำลังเฝ้ารอขโมยเหยื่อที่สิงโตได้ล่าทิ้งไว้ก็ไม่ปาน

อา... ไอ้พวกที่ไม่ยอมช่วยงานแต่รอหวังสบายลูกเดียวสิท่า

แต่อย่างน้อยเขาก็เข้าใจว่ามนุษย์นั้นต้องเอาตัวรอด ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้คนเองรอด เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้วจึงเบือนหน้ากลับมาแล้วลอบถอนหายใจ






พวกเขาพูดคุยกันด้วยความสงสัยว่าจะถูกพาไปที่ไหน ไปทำอะไร แล้วดินแดนแห่งนี้ออกจากเขตแดนหิมะพันปีหรือยัง ทว่ามีเพียงคำตอบจากปากของเสวี่ยหรูหรงว่า “ยัง” ทำให้พวกเขาเข้าใจได้ในทันทีว่าดินแดนหลังเขตแดนหิมะพันปีนั้นกว้างใหญ่เพียงใด

พวกเขามายังดินแดนรกร้างแห่งหนึ่ง หลังจากผ่านป่าทับทึมสีแดงสดก็เป็นพื้นที่แห้งแล้งเต็มไปด้วยกระโจมเก่าๆและเหล่ามารตัวกระจ้อย พวกนี้มีรูปร่างกายเด็กน้อย ผอมแห้งและมีผิวสีเผือก เหมือนขาดสารอาหารทว่ากลับมีอาการบวมตามผิวหนังในบางราย

“รักษาพวกเขาซะ” เสวี่ยหรูหรงออกคำสั่งน้ำเสียงแข็งกร้าว สายตาดุดันหลังจากเหล่าแพทย์ในชุดโกโรโกโสนั้นจะถูกนำตัวลงมาจากรถเกวียน

“แต่ว่าพวกเราไม่ได้มียาสมุนไพรติดตัวกันมา” แพทย์หนุ่มสกุลถานที่เหวินขงเฉว่เคยสนทนาด้วยนั้นเอ่ยสวนขึ้นมาพลันท่ามกลางเหล่าแพทย์หนุ่มที่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเด็กตัวกะเปี๊ยกคนนั้น ทำให้เหวินขงเฉว่สนอกสนใจเขารวมกับมีพรรคพวกทันทีทันใด

“ก็แค่ทำอะไรสักอย่าง จับนั้นจับนี้แบบที่พวกหมออย่างพวกเจ้าทำแล้วค่อยกลับไปเอายามารักษาสิ” เขาตอบปัดๆ มือไม้กวักไล่ให้ไปไกลๆเชิงรำคาญ เหวินขงเฉว่ถอนหายใจใส่แรงๆก่อนจะยกมือประสานกันแล้วขานรับพร้อมกับเหล่าแพทย์หนุ่มทั้งหลาย “ขอรับ”

หลังจากเรียกประชุมเหล่าแพทย์ก็ได้แจกแจงหน้าที่ให้เสร็จสรรพโดยจะมีหน่วยคัดกรองและหน่วยวินิจฉัยโรค ก่อนจะเริ่มแยกย้ายไปตรวจผู้ป่วยตามคำสั่งของเสวี่ยหรูหรง

ร่างสูงในชุดเปียกปอนเหม็นสาบกลิ่นประหลาดๆนั้นเข้ามาใกล้ร่างผอมแห้งของมารน้อยตนนั้น ครั้นพอย่อตัวนั่งลงเขาก็เข้าใจได้ทันทีเลยว่ากลิ่นสาบนั้นเป็นกลิ่นเดียวกันกับมารน้อยพวกนี้ นี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องสวมเสื้อผ้าที่มีกลิ่นเหม็นแบบนี้ จากนั้นเขาก็เลิกสนใจเรื่องพวกนี้ไป

เขาไม่ลืมที่จะใช้หลักการวินิฉัยทั้งสี่อย่างการ มอง ฟัง ถาม และจับ

หลังจากการมองที่เขาสังเกตผู้ป่วยมารอบๆแล้วนั้นล้วนมีอาการแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันไปหมด ขณะเดียวกันการฟังและการถามเขาก็ได้ทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เหวินขงเฉว่เอื้อมมือไปจับแขนเรียวบางของอีกฝ่ายให้ยื่นออกมาก่อนจะแตะนิ้วลงเพื่อสัมผัสชีพจร ระหว่างนั้นก็ครุ่นคิดพิจารณาถึงรูปลักษณ์ของเผ่ามารตรงหน้า ทั้งรูปร่างหน้าตาและส่วนสูงก็ละม้ายคล้ายกับเด็กน้อยชาวมนุษย์ จะมีก็เพียงใบหูชี้ขึ้นแล้วฟันที่เหมือนกับเป็นเขี้ยวคมๆซี่เล็กๆอยู่เรียงๆกันเท่านั้น

ส่วนอาการที่เป็นอยู่นั้นพบว่าอาการผิดปกติของร่างกายที่เกิดขึ้นคือการหิวบ่อย รับประทานอาหารเข้าไปมากเพียงใดก็ไม่สามารถบรรเทาอาการหิวลงได้ นอกจากนั้นยังท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย ตามมาด้วยอาการเจ็บและบวมตามผิวหนัง นอกจากนั้นยังเจ็บหน้าอก มีบางรายที่ไอเป็นเลือด มีรอยผื่นรอยแดงบนผิวหนังรวมไปถึงตุ่มนุ่มตามร่างกาย ปากมักจะบ่นว่าปวดเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ปวดศีรษะบ่อยครั้งและดวงตาพร่ามัว

เหวินขงเฉว่นั้นสอบถามไปถึงที่อยู่และอาหารการกิน ก่อนจะพบว่าเหล่ามารน้อยนั้นมักจะทานอาหารดิบๆ อย่างเมื่อครู่ก็เพิ่งไปหอบเอาปลาสดๆจากแหล่งน้ำที่อยู่ห่างไกลออกไปมาแบ่งกันกินต่อหน้าต่อตา เหล่าแพทย์หนุ่มนั้นล้วนมีความเห็นในการวินิจฉัยโรคนี้เป็นเสียงเดียวกันว่า

นี่คือโรคพยาธิ!

หลังจากสรุปตัวยาได้เสร็จสรรพก็พบว่าจำนวนยานั้นมีไม่พอประชากรนับร้อยของมารน้อยเหล่านี้แน่นอน เช่นนั้นพวกเขาจำต้องนึกถึงสมุนไพรชนิดอื่น ครั้นเห็นมารน้อยอีกกลุ่มวิ่งโล่หน้าหอบเอาผลทับทิมมาแจกจ่ายเขาก็นึกออก

“เปลือกต้นและเปลือกรากของทับทิม สามารถใช้เป็นยาถ่ายได้” เหวินขงเฉว่เสนอความคิดขึ้นมาพลันจากความจำในสมองอันดีเลิศของเขา

“ท่านหมอช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก” แพทย์หนุ่มสกุลถานเอ่ยทำให้แพทย์คนอื่นๆทั้งหลายต่างเห็นพ้องต้องกันแล้วทำความเคารพเขาราวกับเป็นศิษย์ผู้พี่ เขาจึงรีบห้ามปราบเอาไว้ก่อนเพื่อมิให้รู้สึกเก้อเขินไปมากกว่านี้

“แต่อย่างไรก็นำมาใช้เลยมิได้ ต้องนำไปตากเสียก่อน อาจจะกินเวลาสักวันหนึ่งจึงจะสามารถนำมาต้มเป็นยาให้มารน้อยเหล่านี้ทานได้” เขาอธิบายให้ฟังก่อนจะร่วมหารือกันถึงปริมาณและวิธีการปรุงยา รวมไปถึงการใช้สมุนไพรอื่นร่วมด้วยเพื่อให้ประสิทธิภาพของยานั้นดีขึ้น ก่อนที่จะสั่งตัวแทนอย่างเขาไปต่อรองเพื่อขอตัวไปจัดเตรียมยาและเก็บเกี่ยวเปลือกต้นทับทิมมาตากแห้ง

เหวินขงเฉว่เหลือบมองไปทางเด็กหนุ่มที่นอนทอดตัวบนหลังม้า ขณะที่อีกสามสัตว์เทพนั้นคอยเดินคุมเหล่าแพทย์มิให้แอบเล็ดรอดหนีไปได้ เขาย่นจมูกใส่อีกฝ่ายก่อนจะถอนหายใจแล้วสืบเท้าเข้าไปหา

“ข้าได้ข้อสรุปแล้ว มารน้อยเหล่านี้ป่วยเป็นโรคพยาธิ วิธีรักษาคือการขับมันออกไป ต้องใช้สมุนไพรไซ้กุงจี้ และปิงน้อ ทว่าสองอย่างนี้มีไม่เพียงพอจึงต้องพึ่งตัวยาอื่นอย่างเปลือกของต้นทับทิม ตากแห้งวันหนึ่งคืนพรุ่งนี้จึงจะนำมาต้มเป็นยารักษาได้”

“แล้วอย่างไร?” เสียงเหนื่อยหน่ายดังขึ้นมาจากคนที่นอนก่ายหน้าผากอยู่บนหลังม้า

“เจ้าต้องการให้ข้ารักษามารน้อยพวกนี้มิใช่รึ?”

เขาที่ยกก่ายหน้าผากของตนเองอยู่นั้นคลายออกก่อนที่เสวี่ยหรูหรงนั้นดีดตัวขึ้นมานั่งยองๆบนหลังม้า เอียงคอมองเขาเล็กน้อยก่อนจะยิ้มมุมปาก “หากเจ้าจะกลับไปเอายามารักษา ข้าจะไม่พาพวกเจ้าเดินทางเทียวไปเทียวมาเสียเวลา ถ้าหากอยากจะกลับไปเอาตะกร้าเก็บหญ้าเก็บสมุนไพร เจ้าก็ถอดเสื้อออกแล้วห่อเปลือกไม้ที่เจ้าบอกนั่นเอาเอง”

เด็กเวร...

เขาทำปากขมุบขมิบกัดฟันกอดก่อนจะเดินสะบัดกลับไปทางเหล่าแพทย์ทั้งหลาย พยายามสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะพากันไปที่ป่าทับทิม จากนั้นเขาก็เสียสละถอดเสื้อตัวนอกของเขามาปูรองที่พื้นก่อนจะเริ่มลงมือกระเทาะเปลือกไม้นั้นด้วยความยากลำบาก

สุดท้ายแล้วเมื่อไม่มีอุปกรณ์ย่อมเป็นการยากลำบากและกินแรงเกินไป แต่เหวินขงเฉว่นั้นตาไวสังเกตเห็นมารน้อยตนหนึ่งมีมีดพกรูปร่างประหลาดเหน็บไว้ข้างเอว เขาเลยล้วงเนื้อตัวของตัวเองดูว่าพอจะมีอะไรไปแลกบ้าง

จี้หยกจากสามี ไม่ควรเอาไปแลกเป็นอย่างยิ่ง

ตลับยาบรรจุขี้ผึ้ง มันไม่ใช่ของที่เหล่ามารน้อยต้องการเป็นแน่

แต่ว่าถุงผ้าแพรที่บรรจุยาลูกกลอนนี่เขาบังเอิญพกมันติดตัวมาด้วยพอดี ด้วยความที่คิดว่าอาจจะต้องหลอกล่อเด็กหัวโปกนั้นด้วยวิตามินซีอาจจะพอใช้ได้

ร่างสูงนั้นสืบเท้าย่างกายเข้าหา พอเข้าไปใกล้เขาก็พยายามย่อตัวลงก่อนจะเปิดปากถุงแล้วล้วงเม็ดยานั้นยื่นให้กับมารน้อยตรงหน้าเพื่อหลอกล่อ แน่นอนว่ายาลูกกลอนปกตินั้นเป็นสีน้ำตาลเข้มทึบแสง แต่ของเขากลับมีน้ำตาลเคลือบข้างนอกเป็นสีมันวาวใสเห็นสีส้มอ่อนของในน่ารับประทาน

เชื่อเถอะว่านี่เคยใช้หลอกฮ่องเต้แห่งต้าเหลียงคนปัจจุบันมาแล้ว กะแค่เหล่ามารน้อยตัวกระจ้อยนั้นยังไงก็ต้องตกหลุมพราง และเป็นไปอย่างที่เขาคาดไว้ มือเล็กๆนั้นเอื้อมมาหยิบพลางเอาเข้าปากทันที ก่อนที่รสชาติหวานอมเปรี้ยวนั้นจะทำให้ดวงตากลมโตนั้นประกายแวววับสุกใส แบมือมาขอเขาอีกรอบ คราวนี้เหวินขงเฉว่จึงยื่นให้ทั้งถุงแพรแล้วขอแลกกับมีดพกนั้นมา

ฮ่ะฮ่าในที่สุด! เขารับมีดสั้นนั้นมาอย่างภาคภูมิใจก่อนจะยิ้มด้วยความเอ็นดูในตัวมารน้อยตนนั้น ยกมือมาลูบหัวอีกฝ่ายก่อนจะเดินกลับมาทางเหล่าแพทย์ ...บอกแล้วว่าเด็กน้อยน่ะต้องหลอกล่อด้วยวิตามินซี !

เขารีบนำมีดกลับไปให้เหล่าแพทย์ทั้งหลายที่พยายามเสาะหาวิธีอื่นมาอยู่ทั้งใช้หินกระเทาะอย่างยากเข็ญ แต่พอได้มีดมา ไม่นานนักก็พอจะกระเทาะลอกเปลือกมาเป็นแผ่นใหญ่ๆจำนวนหนึ่ง

ขณะเดียวกันกับที่มารน้อยนั้นเดินถือถุงแพรบรรรจุยาลูกกลอนของท่านหมอเดินผ่านมาทางที่เสวี่ยหรูหรงนอนเอกเขนกอยู่หลังม้า เขาก็เอื้อมมือไปตบกบาลเจ้ามารน้อยก่อนจะฉุดแย่งถุงผ้าแพรปักลายนกยูงสีขาวนั้นมาไว้ในมือก่อนจะล้วงเอาเจ้าเม็ดกลมๆสีส้มมันวาวนั้นขึ้นมาดู

พินิจพิเคราะห์มันได้สักครู่ก่อนจะเอาเข้าปาก ทันทีที่ปลายลิ้นสัมผัสกับรสชาติของมันเขาก็ผงะไปครู่หนึ่งราวกับได้เจอรสชาติแปลกใหม่ ครั้นเห็นว่ามารน้อยนั้นจะยื้อแย่งเอาคืนก็วิ่งไล่ตะเพิดอีกฝ่ายไปไกล ยกเท้าขึ้นยันศีรษะของมารน้อยเอาไว้ก่อนจะเริ่มใช้กำลังข่มเหงราวกับพวกนักเลงไม่มีผิด

การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกของเสวี่ยหรูหรงเลยสักนิด ทั้งท่าทางป่าเถื่อนไร้มารยาทและชอบทำร้ายร่างกายของผู้อื่นเพื่อแย่งชิงสิ่งที่ตนต้องการมาอยู่ในกำมือ

แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็นสัตว์เทพควรจะมีน้ำใจ คงจะแค่ชิมสักเม็ดสองเม็ดแล้วให้คืน... จริงหรือ ?

สัตว์เทพทั้งสามมองตามมารน้อยตนนั้นที่หัวโนปูดบวมวิ่งร้องไห้ไปไหนแล้วก็ไม่ทราบ ก่อนจะหันกลับไปมองเสวี่ยหรูหรงที่ใช้นิ้วสอดเชือกมัดปากถุงแพรนั้นแล้วควงไปมาอย่างสบายอารมณ์อย่างเป็นตาเดียวแล้วลอบถอนหายใจพลางส่ายหน้าไปมา






ยามตะวันคล้อยลับฟ้านั้นเป็นเวลาเดินทางกลับของเหล่าแพทย์ หลังจากที่เหวินขงเฉว่เสียสละเสื้อให้ใช้ห่อเปลือกของต้นทับทิมแล้วนั้นทำให้เขาดูโดดเด่นกว่าใครในบรรดาแพทย์ทั้งหลาย ครั้นเมื่อเขาก้าวขึ้นเกวียนเป็นคนสุดท้ายชายเสื้อของเขาก็กระตุกด้วยน้ำแรงของเสวี่ยหรูหรง

ครั้นเมื่อหันกลับไปมองอีกฝ่ายก็พิงศีรษะมาชนกับหน้าอกของเขาพอดีท่ามกลางสายตาหลายสิบของเหล่าแพทย์ทั้งหลายรวมไปถึงเหล่าสัตว์เทพทั้งสาม

“อาเสวี่ย... เจ้าไม่สบาย?” เขาเรียกอีกฝ่ายแบบที่เซี่ยเทียนไป๋หู่และสัตว์เทพตนอื่นๆเรียกเพื่อลองใจว่าตอนนี้อารมณ์ของอีกฝ่ายเป็นเช่นไร หากแต่มีเพียงเสียงตอบรับแผ่วๆในลำคอว่า “อือ”

เหวินขงเฉว่จึงใช้มือแตะที่หน้าผากก่อนจะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นตัวร้อนจี๋ ก่อนที่จะได้พูดอะไรเสวี่ยหรูหรงก็พลันแปลงร่างเป็นมังกรน้อยเลื้อยเข้าไปในอกเสื้อของเขาเสียแล้วท่ามกลางความตื่นตะลึงของพวกเขาทั้งหลาย

มังกรขี้โวยวายในร่างมังกรน้อยนั้นขดตัวร้อนๆในอกเสื้อของเขา เหวินขงเฉว่แหวกเสื้อของตัวเองแล้วก้มมองดูด้วยสีหน้าฉงนก่อนที่เขาจะถูกฝูอุกุยเอาแส้มาแตะริมฝีปากไว้เป็นเชิงว่าให้เงียบแล้วสมยอมแต่โดยดี จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางกลับขึ้นเขาเสวี่ยดังเดิม

เรื่องนี้แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นแพ้ส้ม เจ้ายาลูกกลอนของท่านหมอที่เขมือบจนหมดถุงนั้นแหละตัวดีเป็นต้นตอให้อาการกำเริบ เสวี่ยหรูหรงหายใจแรงและตัวร้อนผ่าวขยับตัวขยุกขยิกไปในอกเสื้อของชายหนุ่มจนกรงเล็บและแผงขนของเขานั้นมันถูกไถชอนไชไปทั่วผิวของอีกฝ่าย สุดท้ายเสวี่ยหรูหรงก็ได้ท่าที่เหมาะสม หันหน้าเข้าหากายอุ่นของท่านหมอแล้วม้วนขดตัวเป็นวงกลม ฉับพลันริมฝีปากของเจ้างูยักษ์ที่มันอ้าออกพลางงับโดนตุ่มไตสีชมพูอ่อนชูชันนั้นจนเจ้าของร่างต้องสะดุ้งโหยงแล้วกัดลิ้นตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไปปลุกเจ้าเด็กเกเรนั้นตื่นเข้าจนขอบตานั้นมีน้ำตาสีใสเอ่อคลอด้วยความทรมาณ

เขาทำได้แค่ร้องกู่ก้องคำรามอยู่ภายในใจ

...ไอ้! เด็ก! เวร! มัน! กัด! หัว! นม! ข้า!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

62 ความคิดเห็น

  1. #52 GSstory (@megatef4) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 20:11
    โอ๊ย เจ้าเด็กเกเร 555
    #52
    0
  2. #31 Spaghetti (@kamisama111) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 16:34
    ไงล่ะ โดนซะบ้าง 5555
    #31
    0
  3. #20 peace_in_apple (@peace_in_apple) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 11:20
    ฮืออ ชอบเรื่องนี้มากค่ะ มีความคาดไม่ถึงในหลายๆเรื่องเลย
    #20
    0
  4. #15 Dark wolfblack (@ooopppooorrr) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 18:10
    โอ๊ย ชอบอ่ะ ลั่นช่วงท้าย 555
    #15
    0
  5. #5 Soolll (@priew1919) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 22:45
    น้องงงงงงงงงนอกจากเกเรเเล้วยังน่ารักอีก
    #5
    0