ผีผา | ยา | มังกร

ตอนที่ 1 : บทที่ ๑ ตัดเข้าโฆษณา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62

คำเตือน นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย เหมาะกับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ชื่อและสถานที่ที่ปรากฎนั้นเป็นเพียงการสมมติ ศาสตร์การแพทย์และทุกอย่างที่ปรากฎในนิยายเรื่องนี้นั้นนำมาจากหลายแหล่งที่มารวมกัน หาความถูกต้องไม่ได้แน่นอนและโปรดอ่านเพียงเพื่อความสนุกเท่านั้น และหากไรท์ใช้คำศัพท์หรือคำเรียกไหนผิดพลาดสามารถติเตือนกันได้นะคะจะได้นำมาแก้ไขเน้อ



-บทที่ ๑ ตัดเข้าโฆษณา-

แคว้นต้าเหลียงมีตำนานเหล่าขานเกี่ยวกับบุรุษรูปงามกับมังกรสวรรค์ในสมัยบรรพกาล บุรุษผู้นั้นจะมาเป็นมหาจักรพรรดิผู้เกรียงไกรสยบทุกหย่อมหญ้าไว้ด้วยพลานุภาพเหนืออนันต์ที่ใช้ล้างผลาญเหล่ามาร มือข้างหนึ่งถือเจดีย์ทองคำเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างถือดอกบัว หนึ่งอาวุธสังหาร หนึ่งเครื่องมือเยียวยา

หนึ่งเทพเซียน หนึ่งสัตว์เทพแห่งสรวงสวรรค์ ร่วมกันปราบเหล่ามารและขัดภยันต์อันตรายย่อมเป็นเรื่องน่ายินดี ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่ให้เทพแต่ละองค์มารับหน้าที่อันทรงเกียตรินี้อยู่ตลอดอันตรกัปหรือช่วงอายุขัยของมนุษย์

แม้นในบางกัปบางกัลป์นั้นจะปรากฏเรื่องราวของเทพเซียนผู้จำต้องสังหารมังกรคู่กายของตนลงหากมันได้กลายมาเป็นหายนะแห่งแคว้นต้าเหลียง เพื่อความสงบสุขเอาไว้

ทว่าทุกสิ่งย่อมดำรงไว้ซึ่งความดีงามตามที่สวรรค์กำหนด

หากแต่เรื่องราวที่เล่าขานนั้นมิใช่ความจริงแม้แต่น้อย ความดีงามที่สวรรค์สรรค์สร้างถูกทำลายลงด้วยกามรมณ์และเรื่องฉาวโลกีย์ เมื่อความจริงแล้วตั้งแต่บรรพกาลแรกเริ่ม มหาจักรพรรดิผู้เป็นดุจเทพเซียนอันบริสุทธิ์ลงมาจุติดังคำกล่าวว่าเป็นถึงโอรสสวรรค์ผู้นั้นเกิดมีใจปฏิพัทธ์รักใคร่กับสัตว์เทพข้างกายตนนั้น

สวรรค์มิอาจทนเห็นและมวลประชามิอาจทนดูความอุจาดที่สองสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นประสานเป็นหนึ่งเดียวจึงได้ส่งคืนมังกรให้เป็นสัตว์รับใช้เทพเซียนบนสรวงสวรรค์โดยการสังหารสัตว์เทพตนนั้นเสีย

หลังแยกพวกเขาออกจากกันต่างฝ่ายต่างสิ้นใจตายไปในทันที เมื่อขาดผู้ปกครองและขาดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้กำราบเหล่ามารปีศาจทั่วทั้งพื้นพิภพและสวรรค์ก็ปั่นป่วน พวกเขาจึงได้นำทั้งสองมาอยู่รวมกันและสร้างวิหารไว้ให้เพื่อเคารพบูชา

ชาวต้าเหลียงได้เขียนตำนานเล่าขานใหม่ว่ากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่นั้นย่อมมีมังกรเคียงข้างบัลลังก์ หากแต่มังกรนั้นก็คือเป็นเพียงสิ่งเล่าขาน สิ่งที่เปรียบเทียบแทนความยิ่งใหญ่ ความชาญฉลาด ความปรีชาสามารถของฮ่องเต้ มิได้มีมังกรดังที่เป็นถึงสัตว์เทพข้างกายดั่งในนิทานปรัมปรา

แม้ว่าจะไม่ได้คืนชีพเทพขี่มังกรปราบมารเหมือนอย่างเคยแต่ก็ใช่ว่าสวรรค์นั้นจะขาดเทพผู้รับหน้าที่กำราบอสุรา

เทพเซียนผู้หนึ่งได้รับหน้าที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับสัตว์เทพเคียงข้างกาย ความสง่างามและท่วงท่าในการปราบมารนั้นเป็นที่เลื่องลือในหมู่เทพและหมู่มาร เซียนหนุ่มผู้นั้นนุ่งห่มอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์ราวกับเมฆลอยล่องบนฟ้า

ดาบทั้งหกเล่มนั้นคลี่ออกราวกับปีกของพญาอินทรีย์รอบกายของเทพเซียนในอาภรณ์ขาวผู้ทรงมังกรสีดำทมิฬกลางเวหาปะมือกับพญามารจากขุมนรกด้วยท่าทีสง่าดุจน้ำแข็งสลักต้องแสงอาทิตย์

ส่วนมังกรทมิฬตนนั้นรับหน้าที่ในการกลืนกินเหล่ามารเข้าไปในตัว สูบกลืนพลังทิพย์ของพวกมันเพื่อต่ออายุขัยของตนเอง ทั้งสีขาวของอาภรณ์ที่เทพเซียนผู้นั้นสวมใส่และผิวกายสีดำทมิฬของมังกรตนนั้นสอดประสานกันอย่างลงตัวราวกับสัญลักษณ์แห่งความสมดุลหยินและหยาง

หากว่าการสอดประสานนั้นมิใช่เพียงแค่เรื่องการปราบมาร...

ภาพการเสพสังวาลย์แสนอภิรมย์ของร่างสูงระหงผิวขาวหยกอันบริสุทธิ์นั้นผลีกายให้แก่สัตว์เทพนั้นย่ำยีด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข ดาบทั้งหกเล่มนั้นปักรอบกองฟางบนผืนนาของแดนมนุษย์ราวกับประกาศว่านี้คือบัลลังก์ของการเสพสุขของทั้งสอง

หนึ่งเดือยใหญ่จากมังกรขยับเข้าออกในกลีบบัวตูมสีอ่อนดังเฉกผิวขาวดุจหยกเนียนชั้นดี ใบหน้างามที่มีสัญลักษณ์เทพสวรรค์เชิดขึ้น ริมฝีปากอ้าออกร้องครางถึงนามของมังกรตนนั้นด้วยความสุขสม ก่อนที่ฟ้าจะผ่าลงมาที่ดาบสีขาวพิสุทธ์ที่สลักคำว่าลิ่วเจี่ยนเอาไว้ทั้งหกเล่ม นำมาซึ่งการหยุดยั้งการกระทำอันน่าสังเวทของเทพและมังกรตนนั้นเอาไว้กลางคัน ร่างของเทพเซียนผู้นั้นโผเข้าสู่อ้อมอกของมังกรหนุ่มผู้เป็นคนรัก เช่นเดียวกันกับมังกรทมิฬตนนั้นก็ยกสองแขนขึ้นมาโอบกอดปกป้องร่างนี้เอาไว้แนบกาย จ้องตาแข็งขืนใส่เหล่าผู้มาเยือนทั้งหลายอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว

หนึ่งในเทพเซียนผู้ไม่อาจทนรับความวิปลาสนั้นได้ปรากฏกายมาพร้อมกับนำนางฟ้าตนหนึ่งมาโยนนางล้มพับลงตรงหน้า นางเป็นเพียงเทพธิดาบรรเลงผีผา ริอาจผันตัวไปเป็นแม่สื่อแม่ชักนำความวินาศมาสู่เหล่าเทพเซียนทำให้ต้องแปดเปื้อน!

หนึ่งนางแม่สื่อ หนึ่งเทพอัปรีย์ หนึ่งมังกรจัญไร

ทั้งสามล้วนถูกลงทัณฑ์ให้ไปรับเคราะห์กรรมที่ตนตั้งใจก่อ

หนึ่งนางเนรเทศให้ตกสวรรค์ไปพบกับความอัปยศและมีรูปโฉมอัปลักษณ์

อีกหนึ่งตนถูกขับไล่ลงจากสรวงสวรรค์ให้ไปสถิตยังภพมาร ให้ตกระกำลำบากและหาหนทางสู่ความตาย

และอีกหนึ่งตัวลบล้างความทรงจำและทรมานมันทั้งเป็น ร้อยปี พันปี หมื่นปี ก็จะไม่มีวันจดจำเรื่องราวนี้ได้

เรื่องราวเหล่านี้นั้นเป็นที่ประจักษ์ได้ว่าเหล่าเทพเซียนนั้น... ช่างไร้ปราณีและขาดคุณธรรม!

เพ่ย! ผิดแล้ว เหล่าเทพเซียนนั้นตายด้านและไร้หัวใจต่างหาก!




.
.
.
.
.




“ราศีใดในที่นี่มีเกณฑ์จะได้เนื้อคู่เป็นคนที่เด็กกว่าตั้งสิบปีกว่าๆ!”

“สิบกว่าปีเลยนะนั่น...” เสียงทุ้มนั้นเอ่ยงึมงำเพียงลำพัง

โห นี่ถ้านับตอนนี้เขากำลังอายุสามสิบปีพอดีถ้วน หากเป็นราศีของเขาก็.. เนื้อคู่ก็จะอายุประมาณยี่สิบต้นๆ บวกลบกันกับอายุของเขาที่เข้าวัยสามสิบแล้วนั้น ถ้าไม่ใช่สาวน้อยวัยยี่สิบ ก็เป็นสาวใหญ่รุ่นราวคราวป้าประมาณสี่สิบปีน่ะสิ เวรกรรม

“ราศีนั้นก็คือ.. คือออ!!” เสียงดนตรีเร้าอารมณ์ให้ตื่นเต้นไปได้สามวินาทีภาพก็ตัดเข้าโฆษณาในทีวีที่กำลังฉายกลางโรงอาหารของพนักงาน ขณะนั้นเขากำลังนั่งลุ้นไปกับคุณป้าแม่บ้านทั้งหลายที่พอรายการตัดเข้าโฆษณานั้นก็พากันตบขาตบเข่าอย่างเซ็งจิตกันยกใหญ่


“หมอโมเข้าเวรบ่ายหรอจ้ะวันนี้” ป้าแม่บ้านคนหนึ่งหันกลับมาคุยกับเขาอย่างเป็นมิตร

เบื้องหลังของเหล่าสาววัยทองนั้นคือร่างอ้วนท้วนของอาจารย์แพทย์วัยสามสิบนั้นมีชื่อเล่นสั้นๆ ว่าโม น้องๆ พยาบาลรวมไปถึงป้าแม่บ้านก็เรียกเขาสั้นๆ ว่าหมอโมกันทั้งนั้น

คนที่ถูกเรียกว่าหมอโมนั้นยิ้มจนแก้มปริบวกกับผิวขาวและภายในโรงอาหารที่ร้อนอบอ้าวนั้นทำให้แก้มของเขาเหมือนซาลาเปาลูกโตๆ ที่เปียกเหงื่อ ซึ่งอาจารย์แพทย์โมเรส สุขสว่างผู้นี้นั้นเป็นนักเรียนทุนชื่อดังจากมหาวิทยาลัยชั้นนำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพียงเวลาไม่กี่ปีก็ได้เป็นอาจารย์แพทย์ ด้วยงานที่ท้วมท้นตัวบวกกับเพิ่งถูกสาวเทมาไม่นานแม้แต่เวลาจะออกกำลังกายก็ไม่มีเขาเลยต้องมาอยู่ในสภาพนี้ หรือความจริง... เขาอาจจะอ้วนตั้งแต่แรกเริ่มแล้วก็เป็นได้

เขาพยักหน้ารับพร้อมกับดูดน้ำเปล่าปิดท้ายก่อนจะลุกเอาจานชามไปเก็บโดยไม่คิดจะนั่งรอดูรอลุ้นกับรายการทำนายดวงตามราศีชื่อดังนั่น

แต่พอเขาลุกขึ้นอาการวิงเวียนหน้ามืดนั้นก็ปรากฎขึ้นมาทันที ก่อนที่มือที่ถือจานข้าวนั้นจะถูกปล่อยให้ร่วงตก มือหนึ่งเท้ากับโต๊ะค้ำหน้ำหนักไว้ อีกมือหนึ่งจับที่อกเสื้อด้วยความรู้สึกเจ็บราวไปหมด เสียงตกใจของป้าแม่บ้านทั้งหลายนั้นตามขึ้นมา ก่อนที่จะเข้ามาประคองอาจารย์แพทย์ท่านนี้ไว้ และมีบางคนวิ่งไปตามหน่วยแพทย์ฉุกเฉินให้มาช่วย

คุณหมอโมโยกหน้าโยกหลังก่อนจะพยายามยกมือขึ้นบอกในเชิงว่าไม่เป็นอะไร แต่สักพักนั้นก็ล้มพับลงไปนอนหมดสติกับพื้นพร้อมกับชีพจรที่อ่อนลงจนกระทั่งหยุดลง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

62 ความคิดเห็น

  1. #17 Spaghetti (@kamisama111) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 09:56

    น่าติดตามมากค่ะ
    #17
    0