[NCT Dream X YOU] 꿈사탕 Dream Candy

ตอนที่ 18 : ♡ NDHS : 14 กลัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    3 ม.ค. 60



- 14 -
กลัว
 

“นี่เหรินนนน” ฉันเรียกอีกคนด้วยน้ำเสียงหวาน มือก็จิ้มๆที่ต้นไหล่อย่างออดอ้อน


“ว่าไงคะเมีย”


พอได้ยินประโยคนี้ปุ๊ปฉันก็มองบนแบบอัตโนมัติ


“ไม่ดูหนังผีไม่ได้หรอ? เค้ากลัวผีอะ ;_;” ฉันเกาะอีกคนแถมยังดิ้นไปมา ใครที่เจอลูกอ้อนของฉันเข้าไปนะ ปฏิเสธไม่ลงสักคน..


“ไม่ค่ะ ^^”


..ยกเว้นไอ้เหรินคนนึงละกัน


“งั้นก็ดูไปเองเลยคนเดียวอะ” ฉันปล่อยแขนอีกคนให้เป็นอิสระและเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงโมโหปนน้อยใจ อยากทำไรก็ทำไปเลย ไม่สนฉันอยู่แล้วนิ


จริงๆถ้าฉันไม่ดู ฉันก็แค่ไม่เข้าไปดูก็จบเรื่องป่ะวะ หรือโทรให้แฮชานมารับก็ได้นี่ ไม่เห็นจำเป็นต้องง้อตาเสือบ้านี่สักนิด


คิดได้อย่างนั้นก็ควักโทรศัพท์ออกมาปลดล็อก กำลังจะกดโทรหาน้องชายแล้วถ้าไม่ติดที่คนข้างๆดันมาแย่งมันไปซะก่อน


ฟึ่บ!


“นี่ เอาโทรศัพท์ฉันคืนมานะ!”


“คุยกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าผัวมันไม่ดีเลยนะคะ” ไม่ว่าเปล่ายังยกนิ้วชี้มาส่ายตรงหน้าฉัน นี่นึกว่าตัวเองคุยกับเด็กอนุบาลอยู่หรือยังไง


“มันเรื่องของฉัน!” มาดพี่ชายดุรุ่นน้องของแกมันใช้กับฉันไม่ได้หรอกย่ะ...


“ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะคะ”


รู้สึกว่าจะใช้ได้แฮะ


ฉันจ๋อยลงทันทีที่ได้ยินประโยคดุที่ฟังยังไงมันก็น่ารักมากกว่าน่ากลัว อีกคนเก็บอุปกรณ์สื่อสารนั้นเข้ากระเป๋า ขาดโทรศัพท์เหมือนโดนจับตัดแขนตัดขาเลยอะ โลกนี้ช่างโหดร้าย T_T


ฉันยืนอยู่เฉยๆฟังเหรินจวิ้นซื้อบัตรแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แต่ก็ต้องตาโตเป็นไข่ห่านทันทีที่ราคาที่นั่งมันเกือบแตะหลักพัน


“เฮ้ยๆๆ ทำไมมันตั้งแปดร้อยอะ” ฉันรีบถามอีกคนทันทีในระหว่างที่เขากำลังส่งบัตรเครดิตให้พนักงาน


“ก็ที่นั่งแบบคู่รักไง ฉันไม่ชอบที่นั่งปกติ กว่าจะเดินเข้าเดินออกมันลำบาก” เหตุผลที่ดูเหมือนเด็กเอาแต่ใจนั่นทำเอาฉันหลุดยิ้มออกมาแต่ก็ต้องหุบทันที “ปกติผู้หญิงที่ฉันพามาด้วยก็ดูจะชอบที่นั่งที่ฉันเลือกนะ”


เฮอะ ผู้หญิงคนอื่น?


จะอวดว่าตัวเองเป็นสายเปย์ว่างั้น


“ฉันไม่ชอบ” บอกออกไปด้วยใบหน้าบึ้งตึงแถมยังกอดอกแล้วไม่มองตาอีกคน ฉันอารมณ์เสียที่เหมารวมฉันอยู่ในกลุ่ม ผู้หญิงที่เหรินจวิ้นเก็บแต้ม มากๆ ฉันไม่ชอบเลยให้ตายเถอะ


“หึงหรอ?” ฉันรีบหันไปหาเจ้าตัวทันที กำลังจะด่าแล้วแท้ๆ แต่พอโดนเขาลูบหัวขึ้นมา ฉันก็ได้แต่ยืนนิ่งๆอยู่อย่างนั้น “โอ๋นะ เธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น เธอพิเศษกว่า เข้าใจมั้ยคะเด็กดี”


ตึกตัก ตึกตัก


เขาละมุนจนฉันควบคุมจังหวะการเต้นหัวใจของตัวเองไม่ได้เลย


ถึงแม้ตอนนี้ฉันกับเขาจะนั่งที่เก้าอี้แถวหน้าโรงรอเวลาฉายแล้วก็เถอะ แต่หัวใจมันก็ยังเต้นแรงไม่ยอมหยุด แถมดูจะทำตัวไม่ถูกมากขึ้นด้วยเวลาเขาโดนตัวฉัน


ไม่ ฉันไม่ชอบอะไรแบบนี้..


“ฉันจะขอเตือนนายก่อนที่จะเกินเลยไปมากกว่านี้แล้วกัน” ฉันพูดออกไปหลังจากปัดมืออีกคนออกจนเขาหน้าเสีย


“พูดมาสิ”


“อย่าอ่อนโยนกับฉัน อย่าทำตัวดีกับฉัน ถ้าสุดท้ายนายจะทิ้งฉันเหมือนที่นายชอบทำ


นี่ฉันพูดอะไรออกไป? สงสัยกับตัวเอง ทั้งที่ก็รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะบังคับให้เขาทำหรือไม่ทำอะไรได้ แต่นั่นแหละนะ เพราะฉันอยากหาจุดยืนของตัวเองให้เจอละมั้ง


ใช่... ฉันไม่ชอบสถานะที่คลุมเครือ


“แล้วอยากให้ฉันทำแบบนั้นมั้ยล่ะ?”


“ไม่อยาก...” ฉันตอบเสียงสั่นเครือพลางก้มหน้าไม่สบตาอีกคน ไม่เอาหน่า.. ฉันไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้สักนิด


จู่ๆเหรินจวิ้นก็เชยคางฉันขึ้นจนสายตาเราประสานกัน ก่อนเขาจะขยับมาให้ริมฝีปากเราสัมผัสกัน มันเป็นจุ๊บแบบเด็กน้อยที่แค่กดริมฝีปากลงมาเบาๆโดยไม่มีการรุกล้ำใดๆ ทั้งที่ก็เคยจูบแบบดูดดื่มกับแฮชานแล้วแท้ๆ แต่ทำไมครั้งนี้มันถึงได้รู้สึกดีขนาดนี้กันนะ...


ฉันเขินหนักกว่าเก่าแม้เขาจะผละออกไปแล้ว นายนี่มันคิดอะไรก่อนทำมั้ย ที่สาธารณะแบบนี้ไม่อายคนบ้างรึไงอะ ฉันทำตัวไม่ถูกแล้วเนี่ย


“ยัยบ๊อง จำเอาไว้ว่าเธอพิเศษกว่าคนอื่น แล้วก็เลิกน้อยใจอะไรไปทั่วด้วย”


“ทำไม ฉันน้อยใจนิดหน่อยไม่ได้รึไง?!


“มันน่ารัก ฉันกลัวฉันควบคุมตัวเองเวลาอยู่ใกล้เธอไม่ได้ต่างหาก”


คิดว่าพูดจาแบบนี้แล้วฉันจะหายโกรธเรื่องยึดโทรศัพท์ฉันล่ะก็ เลิกคิดได้เลย ฉันไม่หายง่ายๆแน่” ว่าพลางกอดอกพร้อมกับเบ้ปากแล้วเสมองไปทางอื่น


“ป่ะ ได้เวลาแล้ว” เขามองดูเวลาและก่อนจะพาฉันเข้าโรงหนัง


ตอนนี้ฉันเหมือนกำลังโดนลากเข้าโรงเชือดชัดๆ จะทำอะไรช่วยดูสีหน้าฉันด้วยได้มั้ยหะหวงเหรินจวิ้น TOT


ที่นั่งเป็นเก้าอี้คู่บนสุดแบบไม่มีที่กั้น มีทั้งผ้าห่มให้แถมยังอยู่ตรงกลางพอดี จัดว่าเป็นวิวที่เพอร์เฟ็คมากถ้าไม่ติดว่าวันนี้หนังที่ฉันดูมันเป็นหนังผีไม่ใช่อนิเมชั่นที่ฉันโปรดปราน




20 นาทีผ่านไป...


“กรี๊ดดดดด!! พ่อแม่ร่วง กลัวโว้ยยยยยย ฮืออออออ ฉี่จะราดแล้ววววว”


อ๊ากกกกกกก ปล่อยกูไปเถ๊อะ พลีสสสสสสส”


“โอ้ยยยยยยย จะตุ้งแช่ไรนักหนาผีหรือดอกเห็ด โผล่เอาๆ”


ฉันกำลังทำหน้าเบื่อหน่ายแถมยังเบ้ปากเป็นสะพานโค้ง ใช่ ฉันอ่ะนั่งนิ่ง ส่วนที่กรีดร้องข้างบนๆนี้อะ คนข้างๆต่างหาก


“กลัวแล้ววววววว พาฉันออกไปที แงงงงงง พ่อจ๋าแม่จ๋า” โอดครวญแบบหมดสภาพเพลย์บอยอันดับต้นๆของโรงเรียน แถมยังเอาฉันเป็นไม้กั้นหมาอีก


มีอะไรผิดพลาดรึเปล่าวะ ฉันกลัวหนังผี ฉันต้องเป็นคนที่โดนโอ๋ไม่ใช่หรอ? แล้วไหงมันสลับกันเฉยเลยอะ งงโว้ย


“มันไม่น่ากลัวขนาดนั้นเลยนะไอ้เหริน” ฉันว่าแต่ก็เอื้อมมือไปลูบผมเขาอย่างหมั่นไส้ แอบเผลอหัวเราะออกมาด้วยแหละ


“ฉันแกล้งไปงั้นแหละหน่า จริงๆแล้วมันมะ.. กรี๊ดดดดดดดดด”


เปิดโดเนทสติให้เหรินจวิ้น ณ บัดนาว


หลังจากคุณป๋าสายเปย์นั่งวอร์มเสียงในโรงหนังไปร้อยยี่สิบนาทีแล้ว ก็เดินออกด้วยท่าทางห่อเหี่ยวเหมือนต้นไม้ขาดน้ำ ฉันก็ทำได้แค่มองอย่างเวทนา โลกเรามันไม่แน่นอนจริงๆแฮะ


“เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน รอนี่นะ” ฉันบอกอีกคนที่ไม่รู้ว่ามันเข้าใจที่ฉันพูดมั้ย เพราะตานี่ลอยแถมยังใบหน้านี่ดูโทรมอย่างกับไปรบในสงครามโลกครั้งที่สองยังไงยังงั้น


พอทำธุระอะไรเสร็จความเคยชินของฉันก็คือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูการแจ้งเตือนแต่ไม่ว่าจะรื้อตรงไหนก็ไม่เจอ ทำให้นึกได้ว่าโดนอีกคนยึดไปก่อนเข้าโรง


กำลังจะเรียกเหรินจวิ้นที่กำลังหันหลังให้ฉันแต่พอเห็นว่าเขากำลังถือสายอยู่ก็เลยได้แต่มองอยู่ข้างหลัง ตอนแรกก็ว่าจะไม่ไปยุ่งแหละ แต่พอได้ยินชื่อตัวเองฉันก็หลบอยู่หลังเสาแถวนั้นทันที


“มึงก็บอกไปเลยว่า คนที่ขืนใจมัดหมี่อะคือไอ้เจโน่ ไม่ใช่แจมิน มึงแค่เป็นแพะรับบาปแทนเฉยๆ”


เมื่อกี้เขาว่าอะไรนะ...


คนที่ทำตอนนั้น ไม่ใช่แจมิน แต่เป็นเจโน่หรอ?


คนที่ฉันคิดว่าเป็นคนดีมาตลอดเวลาปีกว่าน่ะหรอ?


“เออๆแค่นี้ก่อนเดี๋ยวหมี่มาได้ยินแล้วจะเสียความรู้สึก” พูดจบก็วางสายเป็นจังหวะที่ฉันเดินเข้าไปหาทันที เขาดูลุกลี้ลุกลนมากๆ


ได้ยิน.. แล้วใช่มั้ย?” ฉันพยักหน้าตอบ “ฉันเป็นห่วงเธอ ก็เลย..”


“เป็นห่วงฉันทำไมไม่บอกความจริงกับฉัน? นี่ฉันไว้ใจผิดคนมาตลอดเลยหรอ.. ทำไมนายไม่บอกฉัน..” ฉันเริ่มสะอื้นออกมา น้ำตาเริ่มไหล โชคดีที่ตรงนี้เป็นมุมอับและคนน้อยพอดี


“อยากร้องก็ร้องมาเถอะ ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอก ขอโทษจริงๆ” เหรินจวิ้นดึงฉันเข้าไปกอดแล้วลูบหัวปลอบนั่นยิ่งทำให้ฉันร้องไห้หนักกว่าเดิม ไม่ต้องกลัวแล้วนะ โอ๋ๆ”


ฉันเป็นคนขี้กลัว กลัวไปทั่วจนดูอ่อนแอ


“ทุกครั้งที่ฉันกลัว ...”


“...?”


“นายช่วยอยู่ปลอบฉัน... จะได้มั้ย?”


“ได้สิ”



 


- 100% -



- - - - - - - - - - - - - - - - 
TALK 2.1.2017
มาอัพรวดเดียวเลยร้อยเปอร์5555
ช่วงนี้หัวแล่นแถมไม่มีงานให้ทำด้วย
ก็เลยนั่งปั่นทั้งวัน ดูขยันขึ้นมาเลย555
สวัสดีปีใหม่นะทุกคน ขอให้เอ็นจอยกับฟิคของเราน้า *ขยิบตา*

커터✿THEME
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

542 ความคิดเห็น

  1. #464 อภิญญา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:04
    อ้าว??? ไงกลายเป็นว่า มัคลีกับเจโน่ เเจมินนายเป็นเเพะรับเต็มๆเลย ฮื่อๆๆๆๆ
    #464
    0
  2. #450 YEOLLII (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 22:26
    อ้าวเหร้ยยยยย
    คิดถึงแฮชแล้วนะะ เหรินอย่ามาทำให้หวั่นไหว 55555
    #450
    0
  3. #408 creammy_enjoy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 06:57
    ทำไม ทำไม ทำไมเจโน่เป็นคนอย่างนี้/ มัดหมี่ แล้วแฮชานละ จะเอาแฮชานไปไว้ไหน/วันนี้พี่เหรินจุ้นมาสายเปย์ค่ะ/รอนะค่ะ
    #408
    0
  4. #402 tykt_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 23:55
    เจโน่!! ว่าแล้วววววว
    #402
    0
  5. #401 Sora_MB (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 22:40
    อ้าวเจโน่ ทำไมทำงี้ อิพี่มาร์คก็อีกคนน
    #401
    0
  6. #400 Beem122 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 21:41
    โอ้ยยยยย หัวร้อนนน
    #400
    0
  7. #399 _Nichapakiller16 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 21:38
    มีความเลวอยู่ในตัวเจโน่และพี่มัคลี ~
    #399
    0