[FIC NCT] So long (JaeDo)

ตอนที่ 6 : CHAPTER 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    1 ส.ค. 59

CHAPTER 5

 

 

.

 

.

 

ตอนเย็นมีนัดรวมปีหนึ่งนะ อย่าลืมล่ะ

 

โดยองบอกประโยคนั้นกับแจฮยอนตั้งแต่ก่อนแยกกันที่ใต้อาคารเรียนรวมเมื่อช่วงสาย ผ่านมาสี่วันของการเปิดเทอม วันนี้นับเป็นครั้งแรกที่เขากับแจฮยอนมีโอกาสออกจากหอมาพร้อมกัน เพราะวิชาแรกของตารางเรียนในวันนี้เริ่มต้นในเวลาสิบโมงเท่ากัน

 

อย่างที่ย้ำกับแจฮยอนไปตั้งแต่ตอนนั้นว่าตอนเย็นมีเรียกประชุมรวมนักศึกษาปีหนึ่งของคณะ เป็นปกติของช่วงต้นเทอมไปจนถึงเดือนที่สองของปีการศึกษาใหม่ที่กิจกรรมค่อนข้างชุกชุม อย่างวันนี้ที่เรียกประชุม หลักๆก็เพื่อแสวงหาน้องปีหนึ่งหน้าตาดี คุณสมบัติพร้อมเพื่อเข้าชิงตำแหน่งดาวเดือนของมหาฯลัย

 

ความจริงเรื่องอื่นๆก็สำคัญไม่แพ้กันนักหรอก แต่ดูเหมือนว่าเรื่องการเฟ้นหาน้องๆหน้าตาดีจะเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรกับความเนื้อเต้นที่เกิดขึ้นมาของพวกรุ่นพี่ เพราะในแต่ละปีก็มีแค่ช่วงต้นๆปีการศึกษานี่แหละที่พอจะทำให้การเรียนอันเคร่งเครียดและสนามสอบที่ไม่ต่างอะไรกับสนามรบในมหาฯลัยได้พอมีความสดใสกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้าง

 

ในส่วนของคิมโดยองนั้นไม่ได้สนใจอะไรหรือว่าใครเป็นพิเศษ แต่เขากลับเป็นคนที่มานั่งอยู่ในกลุ่มของคนที่กำลังสนใจและพูดถึงน้องปีหนึ่งที่แต่ละคนเล็งไว้ไม่ขาดปาก อาจจะเรียกได้ว่าแย่งกันพูด จะบอกว่าโคตรๆสนใจเลยก็ว่าได้ เพราะเปิดเทอมมาเพียงแค่ไม่กี่วันแต่ละคนก็สามารถรู้ยันชื่อ ยันวันเกิดน้องกันแล้ว ถ้าพรุ่งนี้ลองถามไปถึงชื่อพ่อแม่ โดยองก็อาจจะรู้ไปถึงขนาดนั้นเลยก็ได้

 

พอถึงเวลาที่น้องๆมารวมตัวกัน โดยองก็ถูกสะกิดจากคนที่อยู่รายรอบตัวในตอนนั้นถี่ยิบ เดี๋ยวก็เรียกให้มองคนนั้นให้มองคนนี้ แต่เมื่อไรก็ตามที่สายตาว่างเว้นจากการถูกชี้ชวน ดวงตาของเขามักจะย้ายไปหยุดนิ่งกับคนๆหนึ่งเสมอ

 

จะใครซะอีกล่ะ...

 

จองแจฮยอนไง...

 

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ในห้วงคำนึงของเขาตลอดเลยหรือเปล่า... แต่ทันทีที่เริ่มเห็นว่าลานกว้างของสนามบาสฯในคณะเริ่มคลาคล่ำและถูกเติมเต็มด้วยน้องปีหนึ่งจนเกือบเต็มทุกตารางนิ้ว เขาก็เริ่มกวาดสายตามองหาทันที

 

น่าแปลก... ที่แม้จะเจอหน้ากันทุกวัน แต่ทำไม... ความเคยชินกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเบื่ออะไรแม้สักอย่างในตัวแจฮยอนเลย รอยยิ้มและแววตาอันอบอุ่นใจดีคู่นั้นสามารถดึงดูดเขาเอาไว้ได้เสมอ

 

โดยองได้สบตากับแจฮยอนอยู่หลายครั้ง... สำหรับฝ่ายนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมองมาทางนี้ตลอดเวลา เพราะตั้งแรกเริ่มของการพบปะระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ที่มีการแนะนำกันไปตั้งแต่เรื่องวิชาการยันกิจกรรม คิมโดยองก็แทบจะเป็นคนเดียวที่ชี้แจงให้น้องฟัง หากมีตรงไหนที่ตกหล่นถึงจะมีรุ่นพี่คนอื่นคอยพูดเสริมขึ้นมาสักทีหนึ่ง ทว่าโดยรวมแล้วก็เหมือนคนตัวบางจะพูดอยู่คนเดียว ตอนถูกแต่งตั้งขึ้นมาให้ทำหน้าที่นี้ก็งงๆ ไอ้พวกรุ่นพี่ลงมติกันอย่างพร้อมเพรียงว่าต้องเป็นเขาแถมบอกเหตุผลว่าเป็นเพราะเขามีความจำดีเป็นเลิศแถมมีอารมณ์ขันอยู่ตรงความแป้ก(ยังไงนะ?) จนถึงทุกวันนี้... โดยองก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังได้รับความชื่นชมหรือว่ากำลังถูกด่าอยู่กันแน่

 

 

“และแล้วช่วงเวลาที่สำคัญก็มาถึง... น้องๆไม่ต้องตกใจนะครับ หากอยู่ๆก็มีพวกพี่ๆเดินเข้าไปถึงตัวแล้วขอให้ออกมาโชว์ตัวข้างหน้า ก็ให้ออกมาก่อนนะครับ ไม่ต้องกลัว ถึงพวกพี่เขาจะหน้าตาดิบเถื่อนไปสักหน่อยแต่ก็ไม่มีการซ้อมน้องโชว์หรอก” พูดขึ้นอย่างมีอารมณ์ขัน มีเสียงหัวเราะจากน้องๆดังให้ยินบ้างพอให้ได้มีกำลังใจ

 

พวกรุ่นพี่ปีสามและปีสี่มีการกระจายตัวอยู่ล้อมรอบเด็กปีหนึ่งที่นั่งเข้าแถวกันสักพักแล้ว พอเขาพูดแบบนั้นไป แต่ละคนก็เริ่มขอทางแทรกเข้าไปในแถวเพื่อจะพาน้องที่เป็นเป้าหมายออกมาโชว์ตัวอย่างที่บอกไปนั่นแหละ

 

เตนล์เป็นคนหนึ่งที่ปะปนกับรุ่นพี่คนอื่นๆ อาจเป็นเพราะเขามองใครคนหนึ่งอยู่เกือบตลอดเวลาถึงเห็นได้แทบจะในทันทีว่าคนที่เตนล์เดินเข้าไปหาแล้วฉุดแขนให้ลุกขึ้นมาด้วยกันคือ...แจฮยอน

 

เอาจริง...?

 

โดยองเผลอกลืนน้ำลายลงคอ เขามองเหตุการณ์นั้นอยู่จึงเห็นว่าตอนที่เตนล์เดินเข้าไปหา แล้วพูดอะไรด้วยบางอย่าง แจฮยอนก็ยิ้มตอบรับ ลุกเดินตามออกมาอย่างง่ายดายไม่มีการต่อรองการขัดขืนดึงดันใดๆ และทั้งๆที่เมื่อครู่เขาเป็นคนพูดสนับสนุนออกไปเองแท้ๆว่าถ้าหากถูกรุ่นพี่คนใดคนหนึ่งเดินเข้าไปหาก็ขอให้ลุกตามมาอย่างว่าง่าย แต่พอเหรียญมาออกที่แจฮยอนเขาถึงกับอยากริบคำพูดทั้งหมดคืน ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหากแจฮยอนจะถูกมองเป็นเป้าหมายในครั้งนี้ แต่เพราะเป็นเตนล์... โดยองถึงรู้สึกไม่ค่อยไว้วางใจสักเท่าไรนะ

 

ไม่เพียงแค่นั้น... เพื่อนตัวดียังรู้หน้าที่ดีขนาดส่งให้แจฮยอนมายืนข้างๆเขา...

 

เตนล์นะเตนล์... ไม่รู้จะขอบคุณยังไงดีเลย...

 

ตอนนี้ไม่ใช่แค่เตนล์แล้วด้วย... ขนาดซอยองโฮที่เขาไม่เห็นมาสักพักใหญ่ๆตั้งแต่ก่อนเริ่มการพูดคุยกับปีหนึ่งก็ยังโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ เพียงเพื่อที่จะเดินเอาไหล่มาชนแล้วยกยิ้มกวนประสาทให้หนึ่งทีแล้วจึงเดินกลับไปสังเกตการณ์อยู่ที่ม้านั่งด้านหลัง

 

ขอบคุณขอบคุณทุกคนมากๆเลย...

 

พอหันไปสบตาแจฮยอนที่ตอนนี้มายืนอยู่ข้างๆแล้วก็ได้แต่ยักคิ้วพลางส่งยิ้มไปให้

 

“ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพี่จะทำอะไรแบบนี้ด้วย” อะไรแบบนี้ของแจฮยอนน่าจะหมายถึงการมาพูดๆ ทำตัวเป็นโฆษก ดูมีบทบาทในคณะมากมายขนาดนี้

 

เขาเองก็ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับแจฮยอน ก็มีเปรยให้ฟังอยู่บ้างว่าทำงานให้กับคณะกรรมการนักศึกษาของคณะ แต่แค่ไม่ได้เจาะจงว่าทำอะไร มันเขินนิดหน่อยหากจะบอกว่าตัวเองรับผิดชอบหน้าที่นี้ เพราะเขาเองก็ไม่ได้มีความมั่นใจกับมันสักเท่าไร แต่เป็นเพราะความเห็นของทุกคนสอดคล้องกัน โดยองจึงทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับมันและตั้งใจไว้ว่าจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด

 

แต่ก็เอาเถอะ... มาถึงจุดนี้แล้ว... คงต้องมั่นใจให้อีกฝ่ายเห็นไปเลย

 

“ไง... เท่ป่ะล่ะ” ทำเป็นยิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ ยกนิ้วชี้กับนิ้วโป้งขึ้นมารองคางโดยที่คิดว่าท่านั้นมันจะเท่เสียเต็มประดา

 

เด็กหนุ่มคนข้างๆไม่ได้ตอบอะไร เพียงหัวเราะแล้วส่ายหัวให้กับสิ่งที่เขาพูด ก่อนหันกลับไปกวาดตามองไปยังลานกว้างของสนามบาสฯที่ตัวเองเคยได้นั่งอยู่ก่อนหน้านั้น โดยองมองตามไป ความวุ่นวายของการเดินไปลากตัวน้องๆมายังไม่จบสิ้น บางคนถึงกับต้องฉุดกระชากลากถูกันมาทีเดียว เห็นแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

 

“สรุปว่าให้ออกมาทำอะไรกันเหรอครับ?” แจฮยอนหันมาถามเขาอีกครั้ง

 

“เตนล์ไม่ได้บอกเหรอ?”

 

“ไม่ครับ... พี่เตนล์บอกให้มาด้วยหน่อย ผมก็มา”

 

“ใจง่ายจังนะนายน่ะ”

 

“แต่ก็ไม่ได้ชอบใครง่ายๆหรอกนะครับ”

 

โดยองไม่ได้ทันฟังคำตอบจากแจฮยอน ด้วยบทบาทที่ได้รับแล้ว ทำให้เขาต้องหันไปมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ตรงหน้า จนในที่สุด... หลังจากเกิดการยื้อยุดต่อรองกันระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องกันมาพอสมควร ในตอนนี้ก็ไม่เห็นรุ่นพี่คนใดคนหนึ่งปะปนรวมอยู่กับน้องๆในแถวแล้ว เขาลองกวาดตาสำรวจดูเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อความมั่นใจว่าคงไม่ตกค้างแล้ว จึงหันมานับดูที่สมัครใจมายืนเรียงหน้ากระดานแถวเดียวกับเขา ก็พบว่ามีทั้งหมดแปดคน เป็นน้องผู้หญิงสี่คนและผู้ชายอีกสี่คน

 

โดยองยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเด็กปีหนึ่งทั้งแปดคน ร่างเพรียวขยับตัวก้าวไปข้างหน้านิดนึงก่อนหันกลับมามองสำรวจบรรดาน้องๆทั้งหมดที่ถูกเลือกมา พอกลับมายืนข้างแจฮยอนเหมือนเดิมก็หันไปยิ้มให้น้องชายคนสนิทก่อนกล่าวขึ้นมาอย่างสดใสอีกรอบ

 

“น้องๆที่ถูกคัดเลือกให้ออกมายืนอยู่ข้างหน้านี้ คือบุคคลที่พี่ๆมองเห็นแล้วว่าเหมาะที่จะเป็นดาวและเดือนของคณะนะครับ” พอพูดขึ้นมารอบนี้ ก็ได้ยินเสียงฮือฮาดังขึ้นมาจากทั่วทุกสารทิศ หันไปมองแจฮยอนก็พบว่าอีกฝ่ายตาโตถาม ทำหน้าราวกับไม่เชื่อตัวเอง แล้วจะให้เขาทำหน้ายังไงได้อีกล่ะ โดยองได้แต่เบะปากใส่คนข้างๆอย่างนึกหมั่นไส้ อย่ามาทำเป็นไม่รู้ตัวเองหน่อยเลย ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าหมอนี่ป๊อบปูล่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตอนอยู่ที่โรงเรียนก็ดังขนาดมีจดหมายรักส่งมาที่บ้าน ไม่ใช่แค่เล่าให้เขาฟังแต่แจฮยอนยังชอบยัดเหยียดอ่านมันให้เขาฟังอยู่บ่อยๆ รู้สึกเสียมารยาทก็รู้สึก แต่เวลาได้ฟังทีไรก็อดที่จะขนลุกขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน

 

หากไม่ใช่เตนล์ที่เป็นคนพาแจฮยอนออกมา... เขาเชื่อว่าคนอื่นๆก็ต้องมองเห็นและพาอีกฝ่ายออกมายืนตรงนี้อีกแน่นอนเหมือนกัน

 

หน้าตาก็ดี... เรียนก็เก่ง... เป็นนักกีฬาโรงเรียน... แถมยังร้องเพลงเพราะอีกต่างหาก... พื้นฐานครอบครัวแม้จะไม่ได้เป็นรวยล้ำฟ้าเป็นถึงขนาดเศรษฐีแต่ก็อยู่ในระดับมีหน้ามีตาในสังคม

 

บ้าแล้ว...คนอะไรจะเกิดมาเพียบพร้อมได้ขนาดนี้

 

เมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะละออกจากหน้าที่เพื่อมองหน้าแจฮยอนแล้วนึกเหตุผลมากมายว่าทำไมเด็กหนุ่มถึงได้มายืนตรงนี้ เขาก็ต้องพยายามดึงตัวเองให้กลับเข้ามาอยู่ในบทบาทที่ตัวเองกำลังสวมอยู่ โดยการหันกลับไปชี้แจงให้ทุกคนในที่นั้นฟังอีกครั้ง

 

“แต่ก็ยังไม่สิ้นสุดนะ เพราะดาวและเดือนของคณะมีได้เพียงคนเดียว เราจะคัดเลือกจากน้องที่ยืนอยู่ข้างหน้าตอนนี้ ฝ่ายชายหนึ่งคนและฝ่ายหญิงอีกหนึ่งคนเพื่อไปประกวดดาวและเดือนของมหาฯลัยอีกที และปีนี้ก็เป็นปีแรกนะครับ ที่เราจะให้โอกาสน้องๆปีหนึ่งทุกคน รวมไปถึงพี่ๆปีอื่นๆด้วยเข้าไปโหวตได้ในหน้าเพจเฟสบุคของคณะ โดยที่จะเราจะลงรูปน้องๆแต่ละคนรวมถึงอธิบายโปรไฟล์โดยย่อเพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยคนที่ได้ยอดไลค์รูปมากที่สุดก็จะได้เป็นตัวแทนไป เอาล่ะ... มองหน้าเพื่อนไว้ รักใครชอบใครก็อย่าลืมไปไลค์รูปกันได้นะครับ” 

 

เสร็จสิ้นจากขั้นตอนนั้น ปีหนึ่งก็เริ่มกระจายตัวออกจากพื้นที่ เหลือเพียงน้องๆที่ได้รับเลือกให้เป็นว่าที่ดาวเดือนไปในตอนต้นที่ถูกกักตัวไว้เพื่อถ่ายรูปพร้อมกับการซักประวัตินิดหน่อยเพื่อที่จะนำเอาไปลงในหน้าเพจของคณะ ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักก็เสร็จเพราะพวกรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่จำนวนหนึ่งไม่ได้รุมน้องเพียงคนใดคนหนึ่งแต่เป็นการแบ่งไปสัมภาษณ์น้องแต่ละคน

 

ว่าแต่... แล้วทำไมเขาต้องมานั่งสอบถามประวัติแจฮยอนมันด้วยเนี่ย... ไม่ใช่ว่ารู้หมดทุกเรื่องแล้วเหรอ... และคงเพราะเป็นที่รู้ดีถึงประวัติของอีกฝ่ายอยู่แล้ว ปรากฏว่าไปๆมาๆกลายเป็นว่าเขาต้องมานั่งถามเรื่องความรู้สึกในเรื่องที่ถูกเลือกมานี้แทน

 

“นายโอเคเปล่า?”

 

“ครับ?” แจฮยอนที่กำลังใช้สายตาสำรวจไปทั่ว มองกลับมาหาคนที่อยู่ข้างหน้าด้วยคิ้วที่เลิกขึ้นสูงคงเพราะสงสัย

 

“ก็เรื่องเดือนคณะนี่อะ”

 

แจฮยอนยิ้มรับ “อ๋อ... ยังไงก็ได้ครับ”

 

“ถ้าไม่อยากเป็นน่ะ จะถอนตัวก็ได้นะ” เขาก็แค่ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเรื่องของความรู้สึก ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขารู้ว่าแจฮยอนก็ไม่ได้อะไรกับเรื่องต่างๆมากนัก เป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ ถ้าไม่ฝืนใจที่จะทำเกินไป เด็กนี่ก็มักจะทำออกมาได้ดีเสมอด้วยซ้ำ

 

แต่ถ้าอยากจะให้พูดความรู้สึกจริงๆของเขาแล้วล่ะก็... ในใจที่พอจะมีด้านมืดอยู่บ้าง ก็ไม่ได้ต้องการให้แจฮยอนเป็นที่รู้จักมากขึ้นกว่านี้ ทุกวันนี้แค่เดินอยู่ริมถนนเฉยๆผู้คนก็พร้อมใจกันมองตามแล้ว แล้วนี่ต้องไปยืนอยู่บนเวทีสูงๆ ใครมองขึ้นไปก็เห็น ยิ่งมองเห็นได้ง่ายโอกาสที่คนจะชอบมากขึ้นอีกก็เป็นไปได้สูง คู่แข่งยิ่งต้องมากขึ้น สำหรับโดยองคงเป็นไปได้แค่ในด้านความรู้สึกที่อยู่ข้างในที่คิดว่าคงไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าคนอื่น ส่วนจะให้ลงสนามรบเพื่อช่วงชิงตำแหน่งในหัวใจของเด็กนี่แล้วล่ะก็...เขาว่าคงไม่ไหว อย่างคิมโดยองจะไปทำอะไรได้ หวงน่ะก็หวง แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำอะไรไปได้มากกว่านี้

 

“ก็ไม่ใช่ว่าจะได้เป็นเลยนี่ครับ ...ยังไงก็ต้องรอผลโหวตอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?” ก็ที่เขาถามออกไปเนี่ย เพราะเขาค่อนข้างมั่นใจอยู่แล้วว่ายังไง แจฮยอนก็ต้องชนะอยู่ดี

 

“อื้อ... แต่ลองดูก็ดีนะ ได้ทำกิจกรรมเยอะๆตอนอยู่มหาฯลัยมันก็ดีแหละ แต่ก็อย่าลำพองว่าตัวเองหน้าตาดีขนาดนั้นล่ะ” โดยองย่นจมูกใส่คนตรงหน้า พอดีกับที่อีกคนเห็นแล้วคงนึกหมั่นเขี้ยวถึงได้ส่งมือขึ้นมาจับศีรษะพลางโยกเบาๆ โดยองตาโตพยายามปัดมืออีกฝ่ายออก แล้วเอาคืนโดยการผลักหัวฝ่ายตรงข้ามกลับไปบ้าง คราวนี้แจฮยอนก็เหมือนจะไม่ยอมอีก ก็เลยกลายเป็นเล่นกันไปเล่นกันมา จนชั่วขณะที่ได้ยินเหมือนเสียงกดชัตเตอร์จากกล้องถ่ายรูปนั่นแหละ ทั้งเขาและแจฮยอนเลยหันไปมองยังต้นกำเนิดเสียง เป็นจังหวะพอดีกับคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นยกกล้องลงจากตา

 

พอเห็นหน้าค่าตาคนแอบถ่ายชัดเจน โดยองก็โวยวาย

 

"พี่แทยงถ่ายอะไรวะ!

 

เขายังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหน... มองดูฝ่ายตรงข้ามที่สีมีหน้าเรียบเฉย ในมือสองข้างประคองกล้องมิลเลอร์เลสไว้หลวมๆ อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ตอบอะไร ซอยองโฮก็เดินเข้ามาพร้อมกอดคอใครคนนั้นไว้

 

“มึงสองคนก็สวีทกันไม่ได้เกรงใจไอ้แทยงมันเลย” ว่าเขาเสร็จก็หันไปถามคนที่ตัวเองกอดคอไว้ “ไงมึง บาดตาบาดใจดีไหมล่ะ” พูดแล้วก็มีหน้ามาหัวเราะหึหึอีก เอาอีกแล้ว ซอยองโฮหาเรื่องให้เขาอีกแล้ว(หรือเปล่านะ?) “กินข้าวป่ะ หิวแล้ว....” ยองโฮถามแทยงก่อนจะหันมาถามเขา “โดยองมึงเสร็จยัง กินข้าวไหม?”

 

ทั้งๆที่ยองโฮถามเขา... แต่โดยองก็หันไปมองคนข้างๆอย่างสังเกตการณ์ เห็นว่าแจฮยอนไม่ได้มีท่าทางที่แปลกไปเท่าไรนัก(มั้ง) ที่เห็นว่าเงียบอาจจะแค่เพราะไม่ได้ถูกพูดถึง โดยองสรุปทั้งหมดก่อนจะถามความเห็นจากคนข้างๆเสียงอ่อน “ไปไหม?”

 

“พี่หิวไหมครับ?” เด็กหนุ่มถามเขากลับ

 

“ก็หิว”

 

“งั้นไปก็ไปครับ” พอได้คำตอบจากอีกฝ่าย เขาก็หันไปตอบคำถามให้ซอยองโฮ

 

“ไปพี่ไป”

 

“พวกมึงนี่ใช้ปากเดียวกันกินข้าวหรือไงวะ” ดูซอยองโฮเข้าเถอะ... มีโอกาสเป็นไม่ได้ แซวเข้าให้ตลอด อย่าให้ถึงคราวคิมโดยองคนนี้บ้างล่ะ “คนอื่นเสร็จยังวะ แล้วนี่เตนล์ไปไหน?” แต่คนอายุมากกว่าก็ไม่ได้ปล่อยให้เกิดบรรยากาศแปลกๆอยู่นานมากนัก ถือว่ายองโฮยังมีความปราณีให้กันอยู่บ้างนิดนึงล่ะ

 

“เตนล์ไปห้องน้ำ อะ...นั่น มาแล้ว” พอเห็นเตนล์เดินมาแล้ว ยองโฮก็ตะโกนเรียกเพื่อนอีกคนที่นั่งสวีทหวานแต๋วจ๋ากับแฟนอยู่ที่ม้านั่งหน้าตึกภาควิชาทันที “ไอ้ฮันซล ไปกินข้าวมึง”

 

พอครบองค์ประชุม... ก็มีคนออกความคิดเห็นเรื่องร้านอาหารขึ้นมา

 

“กูอยากไปร้านเฮียชานยอล” จีฮันซลที่เดินมาพร้อมนาโกโมโตะยูตะปีสองคณะเศรษฐศาสตร์เสนอขึ้นมาเป็นคนแรก

 

“เออๆ ร้านเฮียก็ดีไม่ได้ไปมานานแล้ว” ยองโฮสนับสนุนขึ้นมาอีกเสียง ก่อนจะหันมาถามความคิดเห็นจากคนอื่นๆอีกที “พวกมึงว่าไง?”

 

“ได้หมด ยังไงก็ได้” เตนล์บอก โดยองเสริมต่อทันทีเมื่อสายตาคู่อื่นย้ายมามองที่เขา “ได้ ยังไงก็ได้”

 

“โอเคงั้นไปกันเลย” ใครบางคนสรุปขึ้นมา

 

และคนที่เดินออกมาจากตรงนั้นเป็นคนแรกเลยคือแจฮยอน คนที่ไม่ได้เปิดปากพูดอะไรขึ้นมาสักคำตั้งแต่ต้น แถมยังเป็นคนที่ไม่ได้สนิทสนมหรือรู้จักใครในกลุ่มนี้เป็นพิเศษนอกจากคิมโดยอง

 

ดวงตากลมโตของเจ้าของใบหน้าที่เหมือนกระต่ายมองอีกฝ่ายลุกขึ้นก่อนจะเดินผ่านหน้าไปอย่างงุนงง

 

ทำไมรู้สึกเหมือนงานจะเข้าเขาอีกแล้ว...

 

โดยองรีบเดินตามไปโดยไม่สนเสียงของยองโฮที่ดังตามไล่หลัง

 

“เป็นไรมันวะ น้องคนพิเศษของมึงเนี่ย แค่ก่อหวอดเรื่องพี่แทยงคนหล่อไปให้นิดหน่อยเอง” ร่างเพรียวที่ได้ยินแว่วๆทำเพียงหมุนตัวกลับมายกมือไม้ขึ้นมาทำราวกับจะชกกัน ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินตามแจฮยอนไปจนทัน

 

ความจริงก็ไม่กล้าฟันธงไปหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างที่ยองโฮมัวเอาแต่พร่ำบอกกันไหม แต่ตั้งแต่เหตุการณ์ในวันนั้น ที่ไม่ได้คุยกันจนข้ามคืนก็ทำให้เขารู้สึกเข็ดขยาดและไม่อยากให้มันซ้ำรอยเดิมนั้น ถึงแม้ว่าในเช้าวันถัดมาแจฮยอนจะกลับมาเป็นน้องชายที่สดใสน่ารักของเขา ปฏิบัติตัวกับเขาดีเหมือนเดิมทุกอย่างจนเหมือนเรื่องราวที่เกิดภายในคืนที่ผ่านมาไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็เถอะ แต่เพราะคืนนั้นทั้งคืนเขาแทบไม่ได้นอน รู้ซึ้งแล้วว่ามันทรมานแค่ไหน ถ้ามันเกิดเหตุการณ์คล้ายๆวันนั้นอีก เขาก็จะพยายามหาทาไกล่เกลี่ยให้ได้เร็วๆ จะไม่ยอมให้มันค้างคาแบบนั้นอีกแล้ว

 

ส่วนการถามว่าเป็นอะไรออกไปตรงๆสำหรับโดยอง คิดว่ามันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะถ้าไม่ได้คำตอบที่น่าพึงพอใจ เกรงว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายโต้ตอบกลับไปด้วยอารมณ์เหมือนกัน ซึ่งมันอาจจะเป็นหนทางนำไปสู่การทะเลาะได้อย่างแน่นอน

 

แล้วโดยองต้องทำยังไง... ลองกวนประสาทดูดีไหมนะ?

 

พอเดินไปเคียงข้างได้ ก็ผ่อนฝีเท้าที่สาวอย่างรวดเร็วเมื่อครู่ลงเพื่อให้สอดคล้องเป็นจังหวะและทิศทางเดียวกับคนข้างๆในเวลานี้ โดยองชะโงกหน้ามองคนที่เอาแต่มองทางไปข้างหน้า มองอยู่นานจนอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกรำคาญแล้วล่ะมั้ง ถึงได้หันมาถาม

 

“มองอะไรครับ?” แจฮยอนขมวดคิ้วจนใบหน้าหล่อเหลายับย่น

 

“มองไม่ได้?” เขาเชิดหน้าสวนกลับทันที

 

“มองได้... แต่ที่พี่มองมันผิดปกตินี่ครับ”

 

“อ่อ... รู้ด้วย” โดยองทำเป็นพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะหันไปถามอีกฝ่ายบ้าง “แล้วเดินดุ่มๆมาแบบนี้ รู้เหรอว่าร้านเฮียชานยอลไปทางไหน” เขาจงใจทำหน้ายียวน ทำตัวเหมือนคนที่กำลังจับทางคนที่ไม่พอใจอะไรอยู่บางอย่างได้ โดยองทดลองทำตัวเป็นผู้ที่ถือไพ่สูงกว่าดู

 

แต่ก็ผยองอยู่ได้ไม่นาน เมื่ออยู่ดีๆคนข้างๆก็นึกครึ้มอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ เอื้อมแขนออกมาโอบบ่าเขาไว้ ก่อนจะดึงรั้งเข้าไปให้แนบชิด โดยองอ้าปากค้างร้องหวาด้วยความตกใจ เหลือบมองมือที่กุมไหล่แน่นก่อนจะยกมือตัวเองขึ้นไปตีไม่ยั้ง

 

ไม่ใช่ว่าอยากจะเล่นตัวหรืออะไรนะ ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาไม่เคยเดินกอดไหล่เล่นกันแบบนี้ กับอีแค่โอบไหล่แล้วพาเดิน โดยองไม่นับว่ามันจะเป็นเรื่องยุ่งยากต่อหัวใจจนถึงขั้นต้องตั้งกฎขึ้นมากับตัวเองว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องต้องห้ามที่แจฮยอนห้ามทำกับเขา แจฮยอนอยากจะทำแบบนี้เมื่อไรก็ได้ ย้ำ!...ว่าเมื่อไรก็ได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้... ตอนที่มีกลุ่มเพื่อนของเขาเดินตามหลังมาติดๆแบบนี้ แล้วดูปากแต่ละคนเอาเถอะ ธรรมดากันเสียทีไหน

 

โดยองแอบชำเลืองไปข้างหลัง... ก็ได้สบตากับเตนล์คนแรกเลย แม้จะไม่ได้พูดแซวอะไร แต่รอยยิ้มกับนิ้วชี้สองข้างที่เลื่อนเข้ามาชนกันให้เห็นน่ะ ก็รู้แล้วว่าเตนล์จงใจล้อเลียนเขา

 

“โอบทำไม ปล่อย” เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็หันมาโวยวายใส่คนข้างๆ โดยองขมวดคิ้วทำเสียงเข้ม

 

“ก็ไม่รู้จักร้านเฮียชานยอลนี่ครับ” พอเห็นรอยยิ้มกว้างของแจฮยอนรอบนี้ โดยองรู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คนที่ถือไพ่เหนือกว่าอีกต่อไป “ให้พี่พาเดินไปแบบนี้แหละ”

 

“ก็ไม่ต้องโอบไหล่ก็ได้หรือเปล่าวะ!” โดยองเป็นคนที่เขินแล้วชอบพูดไม่เพราะทุกทีเลย เป็นนิสัยแย่ที่แก้ไม่หาย และไม่รู้ด้วยว่าแจฮยอนทราบนิสัยข้อนี้ของเขาแล้วหรือยัง แต่ก็ให้เด็กบ้านี่รู้ไม่ได้หรอก ยิ่งรู้มากก็ยิ่งชอบแกล้ง

 

“ไม่โอบไหล่แล้วก็ได้” พอได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย แจฮยอนคลายมือออกจากบ่าช้าๆ สัมผัสผ่านช่วงแขนต่ำลงมาเรื่อยก่อนจะมาหยุดตรงช่วงเอว

 

ชะ...ช่วงเอว...

 

ใช่...มือของแจฮยอนวางอยู่ที่เอวเขาแถมยังไม่ยอมปล่อยออก ตอนแรกโดยองก็คิดว่ามันอาจจะเป็นแค่ทางผ่านสุดท้ายก่อนที่อีกฝ่ายจะรามือออกไปจากร่างกายเขาแต่ก็เปล่าเลย...

 

คนตัวบางกว่าถลึงตามองอีกฝ่าย ทว่ารอบนี้แจฮยอนไม่ได้หันมาหากัน เขาจึงต่อสู้ด้วยตัวเองด้วยการพยายามแกะมือหมึกที่พัวพันออก แต่ยิ่งพยายามเท่าไรก็ยิ่งดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยิ่งรั้งร่างบอบบางของเขาเข้าไปหามากขึ้นไปอีก

 

“แจฮยอน” โดยองหน้าร้อนและยิ่งแดงก่ำ แยกแยะไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกไหนมีมากกว่าระหว่างโกรธกับอาย “โอบเอวก็ไม่ได้ ทำไมพูดไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวฉันจะฟ้องแม่นาย!” เอาสิ... ขู่ฟ่อๆทั้งๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางกลัวก็ทำแล้วตอนนี้

 

“ก็ได้ครับ งั้นจับมือแทน” ไม่ทันขาดคำก็ฉวยมือเขาไปจับไว้เฉย จับไว้ไม่พอยังแทรกเรียวนิ้วสอดประสานชนิดที่ไม่ให้เขาสามารถดึงดันดิ้นรนเพื่อให้หลุดได้อีก

 

“เฮ้ย จับมือก็ไม่ได้ดิ” เขาโวยเพราะไม่รู้จะทำยังไงกับเด็กนื่ดีแล้ว

 

“ก็เดี๋ยวผมหลงไง”

 

แม่....

 

คิมโดยองอยากจะร้องไห้... ดื้อกว่าเขาก็คงจะมีแต่จองแจฮยอนคนนี้แล้ว...

 

 

“อ้าว เว้ยเฮ้ย แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเหลือเกินนะ”

 

“คบกันก็บอกว่าคบกันไม่เห็นต้องปิดบังเลย ชอบฟีลอย่าบอกให้ใครรู้ไงวะ”

 

 

ยิ่งได้ยินเสียงร้องแซว ผิวปากร้องวิ้ดวิ้วที่ดังมาจากข้างหลังก็ยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกอับอาย สถานการณ์ที่ดำเนินอยู่ตอนนี้มันอาจจะทำให้เด็กแสบที่ในตอนแรกทำท่าทางเหมือนโกรธเขามาชาติเศษอารมณ์ดีขึ้นมาได้ เพราะคงจะได้ใจที่แกล้งเขาได้สำเร็จ... แต่กับโดยองที่กำลังพยายามตะโกนแก้ต่างนี่สิ

 

“ก็บอกว่าพี่น้องกัน พี่น้องกันไงเล่า ไอ้นี่ก็ไม่คิดจะปฏิเสธบ้างเลยหรือไงวะ!” โวยไอ้พวกข้างหลังเรียบร้อย จึงหันกลับมาโวยคนข้างๆต่อ ทว่ากลับได้ยินเพียงเสียงหัวเราะเบาๆที่เล็ดดังออกมา เหมือนพยายามจะกลั้นมันเอาไว้แล้วแต่ก็ทำไม่ไหวประมาณนั้น

 

“ไม่อายเพื่อนฉันบ้างหรือไง ดูพวกมันดิ” โดยองยิ่งแก้มตุ่ยมองค้อนหนักขึ้น ได้แต่ก้มหน้ามองพื้นด้วยจิตใจสั่นรัว ทั้งเขินและอาย ฝ่ามือยิ่งชื้นเหงื่อมากขึ้นเรื่อยๆคงเพราะตื่นเต้น แจฮยอนจะรู้บ้างไหม... รู้บ้างหรือเปล่าว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของเขาสั่นมากแค่ไหน มือที่จับกันแน่นจะส่งผ่านความรู้สึกอะไรไปถึงอีกฝ่ายได้บ้างหรือเปล่า...

 

“แจฮยอนขอร้องล่ะมันน่าอายนะ” เมื่อทำอะไรไม่ได้แล้ว โดยองก็ได้แต่ส่งเสียงร้องงุ้งงิ้ง

 

 

“มันน่าอายหรือว่าพี่กำลังกลัวว่าใครจะเข้าใจผิดอยู่กันแน่ล่ะ?”

 

ฮะ...?

 

โดยองถึงกับต้องหันหน้ามองคนข้างๆ สถานการณ์ที่ดำเนินมาดูเหมือนว่ากำลังจะพลิกผัน เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยบางอย่างออกมาเรียบๆ มิหนำซ้ำยังไม่ได้สอดคล้องกับสิ่งที่มันดำเนินอยู่ก่อนหน้านั้น

 

“พี่แทยงนี่ผมไม่เคยเห็นหน้าเลย... ใครเหรอครับ?” อยู่ๆก็ถามขึ้นมาในขณะเดินเคียงข้างแถมยังจับมือกันอยู่อย่างนั้นไม่ปล่อย... โดยองสบตาคนที่มองมาเหมือนกำลังรอคอยคำตอบ เสียงรอบข้างในตอนนี้เหมือนถูกตัดออกไปจนหมด เขาไม่ได้ยินอะไรเลยหลังจากเห็นแววตาคู่ตรงหน้าที่จ้องมองมานิ่ง ไม่ได้แข็งกร้าวเกินไปออกจะอ่อนไหวหวาดหวั่นกว่าที่คิดด้วยซ้ำ แล้วสิ่งนั้นก็ยิ่งทำให้เขาหวั่นไหว หัวใจเต้นแรง

 

“พ...พี่แทยงก็เป็นรุ่นพี่กลุ่มเดียวกันนี่แหละ”

 

“แล้วทำไมตอนที่อยู่ที่สนามบาสฯ พี่ยองโฮเขาถึงบอกแบบนั้น พี่แทยงเขาชอบพี่เหรอครับ?”

 

“ก...ก็เคยๆคุยกันอยู่นะ”

 

“แบบแฟน?”

 

“ก...ก็...แบบจีบๆมั้ง”

 

“แล้วตอนนี้...? ” ไม่รู้ว่ากำลังคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่อีกฝ่ายที่ถามกลับรวดเร็วมีอาการเหมือนคนกำลังร้อนใจ

 

“ตอนนี้อะไร?”

 

“ตอนนี้ยังคุยอยู่หรือเปล่าครับ?”

 

“ตอนนี้ก็คุย” โดยองตอบคำถามทันทีเหมือนยังไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำ พอเห็นว่าแจฮยอนเงียบไป... ก็เลยรีบเติมเต็มบทสนทนาด้วยคำพูดของตัวเอง และไม่รู้ว่าอะไรเหมือนกันที่สั่งให้เขากระชับมือที่จับแจฮยอนให้แน่นขึ้นอีก

 

“ก็คุยแบบ... ถามมาตอบไปไรงี้...”

 

ได้ฟังถึงตรงนี้แจฮยอนถึงกับหันมาเหล่มอง... ปากขยับพูดคำว่า กวนแบบไม่ออกเสียงให้เห็น เพียงแค่นั้นก่อนที่คนอายุน้อยกว่าจะหันกลับไป โดยองมองใบหน้าอีกฝ่ายจากด้านข้าง ดวงตาทั้งคู่เห็นรอยบุ๋มของลักยิ้มที่ข้างแก้มอีกฝ่ายชัดเจน ยิ้มออกมาได้แบบนี้ก็แสดงว่าคงจะอารมณ์ดีขึ้นแล้ว ตอนนั้นเขาก็เลยรู้สึกสบายใจ

 

 

“แล้วอีกอย่างตอนนี้พี่แทยงมันชอบเตนล์อยู่จะมาคุยกับฉันได้ไง”

 

 

ส่วนฉันเองก็ชอบนาย

 

 

เมื่อไรจะรู้ใจกันเสียทีนะแจฮยอน...

 

 

 

TBC…

 

 

คนน้องนี่ขี้อ่อยตลอดค่ะ 55555555

ขี้อ่อยแล้วยังจะชอบฟึดฟัดไร้เหตุผลด้วยค่ะ

แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของต่อหน้าประชาชีขนาดนี้แล้วยังจะบอกไม่ได้คิดอะไรอีก น่าตี 55555555555

 

แงงงงง เอสเอ็มคว่ำเรือสำราญเราตะไม ต้องคิดถึงตุ่ยมากแน่นอน ฮืออ

 

ปล. เหมือนจะแปลกๆง่ะ เรารีบนิดหน่อย อาจจะมีเข้ามาแก้สำนวนนิดหน่อยนะคะ อาจจะแก้หรือไม่แก้ก็ได้ ถถถถ (จริงๆก็แปลกๆตลอด)

 

ขอบคุณมากๆค่า

 

ฝากแท็กโด้ย #solongJD


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

636 ความคิดเห็น

  1. #633 ployploypony77 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 17:59
    เเจยอนนหวงงงงงงงง
    #633
    0
  2. #616 exkn72 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 16:35
    หวงพูดออกไปแจฮยอนพูดออกปายยยยย!!!!
    #616
    0
  3. #611 parkkamin966 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 09:40

    แจฮยอนโว้ยยยยยย เคืองแล้วนะ-..- ชอบก็บอกว่าชอบดิว่ะ!!

    #611
    0
  4. #576 ploy-orathai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 08:08
    แจฮยอนชอบพี่โดยองไง พี่เขาก็ไม่อยากเข้าตัวเองมากไป รีบๆบอกเขาด้วยนะ
    #576
    0
  5. #551 hs-eun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:36
    แจฮยอนชอบโดยองใช่ม้ายยยยยย ขนาดนี้แล้วเนี่ยย ปากแข็งทั้งคู่ ฮือๆๆๆๆ
    #551
    0
  6. #538 ubonwan123456780 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 10:48
    โดยองก็ว่าแต่น้องเขาไม่รู้ว่าชอบน้องมันแสดงออกขนาดนี้แล้วโดยองงงงงแกยังไม่รู้อีกกกกก
    #538
    0
  7. #517 da_ggsone (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 19:22
    หวีดขั้นสุดค่ะ พี่จยาเต็มที่เลยค่ะพี่ เอาอีกค่ะเอาอัก ยั้วน้องมันต่อไป 5555555 #ทีมชอบสร้างความร้างฉาน (?)
    #517
    0
  8. #494 army-trustyeol (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:44
    แจจจจจ แกให้ความหวังคุณโดมากไปแล้วนะะะ ต้องชอบคุณโดจริงๆนะะะะ ;----;
    #494
    0
  9. #317 maymildyimyim556 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 14:40
    แจแกชอบโดยองใช่ม้ายยยย
    #317
    0
  10. #240 abbitzz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 18:21
    น้องแจอย่าขี้งอนนักสิคะ พี่เค้าชอบหนูมาตลอดนะ รวมถึงเจ๊ด้วย ฮรึกกกก
    #240
    0
  11. #144 saizyne (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 11:33
    เขินตอนโอบเอวมากเบย ฟินนนนน แจรู้ใจตัวเองได้ล้าววว
    #144
    0
  12. #141 gamesriiiii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 07:45
    เทอๆ แอบมาอ่านตอนนี้อีกรอบ น่าลัก คิดถึง มาต่อเร็วๆนะ อิอิ
    #141
    0
  13. #105 dreammyt001 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 11:46
    โอ้ยยยยยย อินี่จะกรี้ดให้กับความกร๊าวใจของแจฮยอน คนบว้าา!! หึงก็บอกว่าหึงดิ่ จะมาทำเสียงเรียบทำงอนกันไปแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่จะได้กันนน ;______; รู้สึกแก๊งค์พิยองโงจะเป็นแก๊งค์ที่แสบเอาเรื่อง งึ มีทั้งฮันตะและแทเตนล์ ว่าแต่พิยองโงชอบใครร
    #105
    0
  14. #88 pippepor (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 21:45
    ฮือรั้งหั้ยอะเกนแอนด์อะเกน ทำไมมันกร๊าวใจหนุแบบนี้ ฮือออออออออออ

    เขินมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เห็นภาพในทุกท่วงท่า 55555555 ความรู้สึกเวลาอ่านเหมือนสมัยตัวเองมีปั๊บปี้เลิฟแล้วเพื่อนล้ออะฮือ โอ๊ยดีย์กับใจสุดๆ 5555555 บรรยากาศมันฟูๆ พองๆ แบบรู้สึกได้เลยง่ะแงร่ เฮ้อเขินแทนหนูตุ่ยจัง

    ส่วนเด็กแจมันร้ายค่ะแม่ มีความหลอกถาม ขี้แกล้ง ขึ้ซึน วึ้ย เด็กอะไร น่าจับตีตูดยิ่งนัก

    มีฟามต้องการคู่รองที่เหลืออื่นๆ เหลือเกินค่ะฮรึก รอนะคะ
    #88
    0
  15. #81 jenniek (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 22:38
    หึงก็บอกหึงสิย่ะ
    #81
    0
  16. #65 strawblack (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 14:53
    จองแจ หึงก็บอกว่าหึงสิ><
    #65
    0
  17. #63 palmmus (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 20:35
    เขินนนนนนนน แต่แอบอยากให้มีคนชอบตุ่ย แจจะได้หึงแรงๆ5555555 มาต่อไวๆนะคะ
    #63
    0
  18. #56 dreammyt001 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 13:15
    ฮรือออ จองแจหึงก็บอกว่าหึงดิวะะะะ พี่ไม่ไหวแล้วนะ หนูอ่อยพี่โดเขาเกินไปแล้ว ถ้าหัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง ฮรือ แบบมีฮันตะ แทเตนล์ใช่ม้าา บอกเรามาเลย ส่วนพิจ้อนไม่น่าจะนก ถูกมั้ย?
    #56
    0
  19. #53 admongiiz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 23:43
    มันเขินมากนะเหวยยยยยยยย
    แจฮยอนหึงก็หึงสิโว้ยยย นี่มันอะไรอ่ะ อาการหวงพี่งี้อ่อ? ใช่หรอ?
    จะหึงทุกคนเลยป่ะ จะไม่ให้พี่มีใครใช่ไหม?
    นี่อ่านแล้วได้แต่เอาผ้าห่มปิดหน้าอ่ะแบบจิกมือสุด มีการมาโอบคอ เกี่ยวเอว จับมือ แบบบบบ ต้องการไรอ่ะ แสดงความเป็นเจ้าของงี้ แหมมมมมม ไม่ต้องแสดงใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละ ว่าห้วใจโดยองเป็นของใคร จะมีก็แต่ตัวเองอ่ะที่ไม่รู้ พาโบ
    #53
    0
  20. #52 pang29 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 22:10
    ชอบก็บอกว่าชอบ ทำไมชอบแกล้งพี่เค้าาาาาา ระเบิดตัวเองลงทุ่งแครอทแล้วมั้ยล่ะนั่น5555555
    #52
    0
  21. #51 swimswamswum (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 19:04
    เบื่ออิหมูอะ เมื่อไรจะบอกชอบตุ่ยสักที
    #51
    0
  22. #50 ag_ss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 19:01
    อูแจเอาแต่ใจตัวเองมากๆเลยอะ ;///; ยัยตุ่ยต้องง้อ ต้องตามใจ บอกหมดทุกอย่าง ฮืออออ
    #50
    0
  23. #49 ladymoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 18:07
    หึงเเสดงออกขนาดนี้เเล้ว ยังจะวางฟอร์มอีกนะคุณพระเอก จองเเจฮยอน

    สงสารโดยองจริงๆเลย หลงรักคนฟอร์มเยอะขนาดนี้เนี่ย
    #49
    0
  24. #48 pw_primm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 15:53
    แจฮยอน ชอบก็บอกว่าชอบสิ เอ้อออ ไม่งั้นจะเชียร์ตุ่ยกับคนอื่นละนะ!
    #48
    0
  25. #47 gamesriiiii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 15:16
    อ้ะะะะหอออออว์ ตกใจมากกกกกกก
    หัวใจจะวายคิดว่าพี่ตะยงจะมาเปนมือที่สามสี่ห้าหกเจ็ดแปดเก้า กัวพี่ตะยงแห้ว กัวพี่ตะยงเสียใจ แต่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนี่นะ แต่มีคุยๆด้วยอ่ะ ฮือออ เค้าคุยไลกันอ่ะคะ? แล้วโดยองปฏิเสธพี่ตะยงอ่ะ พี่เค้าเสียใจแน่นวลล แต่ว่าก้ะเพราะว่ามีเตนล์สืนะ ดีค่ะดี

    ดี๊ดี จองแจฮยอนมือดี!!! อ้ากๆๆๆๆ ทำไมอ่ะ ทำไมมือปลาหมึกอ่ะ หัวไหล่ตูดหรา? คือบั่บ...แกเอวววนี่พีคมากกก แก๊!!! ,_, ร้องไห้เเล้วนะ เอวแล้วมามือแบบประสาน

    คุณพระ!!! หัวใจเต้นรัวเป็นกลองแต๊ก แต๊กๆๆ แง้ บั่บ...จองแจฮยอน!!! จีบก้ะจีบ เด๋วเปนเดือนก้ะมีคนมาจีบอีก!! เด๋วก้ะยุ่งอีก!! แล้วพี่โดยองก้ะเหงา ไม่นะ << นี่ก้ะคิดไกลงะ

    เอนี่เวย์,,,,แจฮยอนคนบว้าส์ รักนะ
    แง...ชั้นมันคนหลายจวัย ชั้นลู้ววววว์

    ฮือออ

    มาต่อเร็วๆน้าาาาา
    #47
    0