[FIC NCT] So long (JaeDo)

ตอนที่ 2 : CHAPTER 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    29 มิ.ย. 59

 

CHAPTER 1

 


.


.

 

  

 

เช้าวันรุ่งขึ้นที่บ้าน...

 

ความจริงก็ไม่เช้าเท่าไรนักหรอก ประมาณสิบโมงกว่าได้ คิมโดยองที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะเพิ่งตื่น เดินโดยใช้มือเกาะราวบันไดลงมายังชั้นล่าง ดวงตาบวมเป่ง แถมยังรู้สึกแสบตาไม่น้อยอาจเพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับได้ก็น่าจะหลังจากตีสามไปแล้ว เขาจำได้ว่าดูนาฬิกาครั้งสุดท้ายตอนตีสามสิบห้านาที หลังจากนั้นอีกพักใหญ่ๆถึงจะหลับ มารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อครู่นี่เอง ตอนลืมตาขึ้นมาก็งงอยู่นิดหน่อยเนื่องจากหลังจากกวาดตาไปทั่วห้อง แล้วพบกับของสะสมจากหนังเรื่องสตาร์วอร์เต็มไปหมด ดันร่างตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งพักหนึ่งถึงจะนึกออกว่าเตียงที่นอนเมื่อคืนกับห้องนอนห้องนี้ไม่ใช่ของเขา

 

ตอนหนีแม่แล้ววิ่งเข้าห้องไปนั่นเป็นห้องเขาก็จริง อย่างแรกที่ทำหลังเปิดประตูห้องคือการเปิดสวิตซ์ไฟจนทั่วทั้งห้องสว่างโร่ เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง คิดเรื่องแจฮยอนซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งลุกขึ้นมาอีกครั้งเพื่อไปอาบน้ำ ตอนนั้นนั่นแหละเขาถึงได้มองเห็นม่านโปร่งที่ทิ้งตัวตามความสูงของบานประตูกระจกที่กั้นระหว่างห้องกับระเบียงที่ยื่นออกไป ม่านชั้นนอกสีทึบถูกรวบเก็บไว้ด้านหนึ่ง แม่น่าจะเป็นคนมาเปิดไว้หลังจากมาทำความสะอาดแล้วก็คงลืมรูดปิดไว้อย่างเดิม เพียงมองทะลุม่านโปร่งออกไป เขาก็เห็นห้องฝั่งตรงข้ามของบ้านข้างๆที่มีประตูบานเลื่อนซึ่งเป็นกระจกและระเบียงยื่นออกมาเหมือนกัน เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาไม่สามารถมองเข้าไปสำรวจด้านในได้เพราะมีม่านสีน้ำเงินปิดเอาไว้

 

แต่เพียงเท่านี้... แค่นี้เท่านั้น... หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาอีกอย่างห้ามไม่ได้... เพราะที่เขากำลังมองอยู่ตอนนี้คือห้องนอนของแจฮยอน...ห้องนอนของพวกเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน... แถมยังใกล้กันมากอยู่ในระยะที่พูดคุยกันได้ด้วยน้ำเสียงปกติ เมื่อก่อน... เขาเพียงแค่เลื่อนบานประตูออกไปยืนท้าวแขนกับระเบียง ก็สามารถเล่าเรื่องราวต่างๆในแต่ละวันให้เจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามฟังได้อย่างสบายใจ แต่ว่าตอนนี้ อะไรๆก็คงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วล่ะ


ตอนนี้เขายังไม่พร้อมที่จะเจอแจฮยอน... และไม่แน่ใจด้วยว่าเมื่อไรถึงจะพร้อม คิมโดยองอาจจะไม่กล้าสู้หน้าคนอายุน้อยกว่าอีกต่อไปแล้วก็ได้... ใครไม่เป็นเขาคงไม่เข้าใจหรอกว่ามันลำบากยังไง โดยองเองก็อธิบายไม่ได้แต่เขารู้ว่ามันยาก ยากจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีแล้ว

 

คนตัวบางเปลี่ยนแผนจากที่จะไปอาบน้ำที่ห้องน้ำในตัวของห้องนอนของตัวเองทันที ร่างเพรียวเปิดตู้เสื้อผ้าคว้าชุดนอนมาหนึ่งชุดลวกๆ ก่อนจะรีบเผ่นออกจากห้องตัวเองโดยไม่ลืมที่จะปิดไฟไว้อย่างเดิม เป้าหมายคือห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นห้องนอนของพี่ชายเขาเองที่ตอนนี้ไม่อยู่ คิมจุนมยอนหรือพี่จุนมยอนไปเป็นอาจารย์สอนนักเรียนอยู่ในโรงเรียนมัธยมที่ต่างจังหวัดจะได้กลับมาก็ช่วงเด็กๆปิดเทอม

 

เขาใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติที่ห้องเองไม่ได้หรอก โดยองไม่รู้ว่าแจฮยอนจะมองเห็นเขาได้จากห้องหมอนั่นเองตอนไหน เพราะฉะนั้นจึงเลือกที่จะไม่เสี่ยงดีกว่า...

 

สายของวันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เขาเจอแต่แม่อยู่ที่บ้าน ความจริงก็ไม่แปลกหรอก เขาควรสงสัยมากกว่าว่าพ่อไปไหน แต่ก็ลืมถาม เมื่อคืนมัวแต่หาจังหวะจะเข้าบ้านตัวเอง เมื่อสำรวจดูลาดเลาอย่างดีว่าไม่มีไอ้เด็กข้างบ้านที่ชื่อแจฮยอนอยู่แถวนั้นเขาก็รีบย่องเข้าบ้านทันที พอเข้ามาได้ก็จะหนีขึ้นไปเก็บตัวบนห้องท่าเดียว จนลืมคิดเรื่องที่ไม่เห็นหน้าพ่อในตอนนั้น

 

เออ นี่แม่ แล้วพ่อไปไหนเหรอครับ?เขาถามขึ้นระหว่างที่แม่กำลังจัดเตรียมอาหารเช้าให้คุณชายอย่างเขาที่ได้แต่นั่งกระดิกเท้ารออยู่ที่โต๊ะอาหาร

 

อ้าว ก็บอกไปตั้งแต่ตอนที่โดยองอยู่ที่ม.แล้วนี่ลูกว่าพ่อไปสัมมนาต่างจังหวะห้าวัน

 

อ่อ...จริงด้วย... เขาลืมไปเสียสนิทเลย...

 

แหะ ผมลืม

 

ช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะหรือไงล่ะ ขี้ลืมจริง แม่เพิ่งบอกไปเมื่อวานตอนเช้าก่อนลูกไปสอบนี่เอง

 

ก็ไม่นะ แปลกจริงทำไมลืมได้คนเป็นแม่เพิ่งวางกับข้าวอย่างที่สองลงมาบนโต๊ะหลังจากอุ่นเสร็จ

 

ขอบคุณครับโดยองก้มหัวขอบคุณ

 

แล้วเรื่องสอบเป็นไงบ้างล่ะ

 

สบายมาก รอดูเกรดสวยๆที่จะส่งมาที่บ้านได้เลยผลการเรียนของเขาไม่เคยด้อยกว่าใคร โดยองรู้ตัวเองดีว่าตัวเองไม่ใช่เด็กหัวดีขนาดนั้น ถึงได้ขยันและมีวินัยในการอ่านหนังสือเป็นพิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นคนที่เครียดหรือจริงจังตลอดเวลาเสียเมื่อไร

 

ขี้โม้จริงเลยเรา ...เออนี่... พูดเรื่องเรียนแล้วแม่นึกได้ แจฮยอนเขาก็สอบได้ที่เดียวกับลูกนะ แต่แม่จำไม่ได้ว่าคณะอะไร ลองถามน้องดูอีกทีละกัน

 

โดยองหันขวับ เขาเองก็เคยคุยเรื่องเรียนต่อมหาวิทยาลัยกับเด็กนั่นเหมือนกัน ก็ไหนตอนแรกบอกอยากเรียนอีกที่ไง แล้วตอนนี้ก็ไม่ใช่ช่วงประกาศผลสอบไม่ใช่หรือ? เขาประกาศผลกันไปแล้วเหรอแม่

 

แม่ก็ไม่รู้... แต่เห็นแม่น้องเขาเล่าให้ฟังว่าน้องได้เพราะเป็นนักกีฬานี่แหละ รู้งี้แม่น่าจะสนับสนุนเรื่องกีฬาเราตั้งแต่แรกก็ดีนะ เห็นลูกอ่านหนังสือสอบแต่ละครั้งแล้วแม่รู้สึกท้อแทนเลย แจฮยอนนี่ก็เก่งนะ เรียนก็เก่ง เล่นกีฬาก็เก่ง แถมหล่อมากอีกต่างหาก

 

เหอะ... ชมกันเข้าไปเหอะ ชมลูกคนอื่นต่อหน้าลูกชายตัวเองนี่นะ มันน่าน้อยใจไหมล่ะ

 

โดยองเองก็ไม่อยากขัดแม่ ก็เลยก้มหน้าก้มตากินอาหารที่แม่ทำด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย แม้จะหงุดหงิดนิดๆที่ได้ยินชื่อนั้นตลอดเวลา แต่ช่างเหอะ งุ่นง่านแต่ท้องอิ่มก็คงจะไม่เป็นไรหรอก แล้วนี่แจฮยอนจะเข้ามาเบียดเบียนพื้นที่ในสมองตลอดเวลาเลยหรือไง ที่ผ่านมาก่อกวนกันแค่ที่หัวใจยังไม่พออีกเหรอ... น่ารำคาญจริงๆ

 

แต่ว่าเรื่องมหาฯลัยนั่น...ที่จะมาเรียนที่เดียวกัน จริงๆเหรอ...? แต่มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่แม่จะโกหก เขาเองก็ไม่ได้คิดว่าแม่จะโกหกหรอก แต่บางทีแม่อาจจะฟังมาผิดก็ได้ ...โดยองภาวนาให้เป็นอย่างนั้น

 

ยังไงก็ช่วยแนะนำน้องเขาด้วยล่ะ ยังไงเราก็เป็นรุ่นพี่ในนั้น เอ้อ ...แต่แม่คงไม่ต้องห่วงหรอกเนอะ ก็โดยองกับแจฮยอนเองก็เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆอยู่แล้วนี่ เพื่อนที่สนิทในชีวิตเราแม่ก็เห็นมีแต่แจฮยอนนี่แหละ

 

อะไรกัน... คิมโดยองก็มีเพื่อนนะถึงจะไม่เยอะก็เถอะ...

 

แจฮยอนมันโตแล้ว จะไปแนะนำอะไรมากมายเดี๋ยวน้องมันก็หาว่าไปวุ่นวาย โตขนาดนั้นแล้วคงรู้อยู่หรอกน่าว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ

 

แม่ก็แค่บอกเฉยๆ โดยองเป็นอะไรหรือเปล่าลูก นี่มันแปลกจริงๆนะเนี่ย

 

เปล่าซะหน่อยแต่หน้านี่มุ่ยเชียว

 

แล้วทำไมถึงได้หงุดหงิดง่ายนักล่ะ แม่แค่พูดเรื่องแจฮยอนแค่นี้เอง ครั้งล่าสุดที่เราหงุดหงิดตอนแม่เอ่ยชื่อแจฮยอนก็ตอนที่น้องเขาไปสนิทกับเพื่อนใหม่ตอนขึ้นม.สี่นั่นน่ะ แม่จำได้นะ... นี่แจฮยอนไปสนิทกับใครมากกว่าตัวเองอีกหรือเปล่าถึงได้ดูไม่พอใจแบบนี้น่ะ

 

แม่...โดยองวางช้อนส้อมมองแม่ตัวเองด้วยคิ้วขมวดนั่นมันตอนเด็ก... นี่ผมโตแล้ว ไม่มีเรื่องอะไรแบบนั้นหรอก

 

เพิ่งจะผ่านมาสองปีเองนี่นะ

 

ก็โตขึ้นแล้วไง ตอนนี้ผมเรียนอยู่มหาฯลัยแล้วนะ ขึ้นปีสามและก็จะได้ฝึกงานแล้วด้วย เทียบไม่ได้กับตอนนั้นหรอก อีกอย่างแจฮยอนจะไปสนิทกับใครก็เรื่องของมันสิโดยองแค่คิดว่าแม่เขากำลังหลงประเด็นกันไปใหญ่โตแล้ว แล้วเป็นอะไรก็ไม่รู้เอาแต่พูดถึงแต่เด็กนั่นอยู่ได้

 

แล้วทำไมถึงต้องจริงจังขนาดนี้ด้วย ก็ลูกมีอาการแบบนี้จริงๆนี่นาตอนนั้นดูเซ้าซี้เข้าเหมือนต้องการให้เขายอมรับว่าเป็นเพราะอย่างนั้นจริงๆ แล้วเรื่องอะไรล่ะเขาถึงต้องยอมรับล่ะ ก็มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียหน่อย

 

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าหัวข้อสนทนาจะว่าด้วยเรื่องอะไร เขาก็ไม่ควรแสดงท่าทีงุ่นง่านใส่บุพการีทั้งนั้น

 

ช่างเหอะ ผมเอาแต่เป็นกังวลเรื่องสอบ นึกได้ว่ามีข้อสอบที่ไม่ได้ตอบไปอยู่หลายข้อก็เลยหงุดหงิดตัวเองน่ะ ไม่เกี่ยวอะไรกับแจฮยอนหรอก แต่แม่ก็เลิกพูดถึงน้องมันสักทีเถอะ ดูสิลูกชายที่ไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเดือน นั่งอยู่ตรงหน้าตรงนี้ทั้งคน จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมจะต้องเผชิญกับความยากลำบากยังไงบ้าง

 

คนเป็นแม่ยื่นมือออกมายีหัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ยิ้มอย่างนึกเอ็นดูก่อนเอ่ย

 

ทำไมแม่จะไม่รู้ล่ะ ว่าลูกๆของแม่ลำบากกันตอนไหน เห็นได้ชัดเลย ว่าลำบากสุดก็ตอนที่โทรมาขอค่าขนมเพิ่มนั่นแหละ

 

นั่นไง...

 

โดนเข้าไปเต็มๆ

 

แต่แม่ก็พูดขึ้นเพียงเพื่อสร้างบรรยากาศเท่านั้นแหละเขารู้ดี ตอนนั้นก็เลยแกล้งทำหน้าตาสลดพลางก้มหน้าก้มตาทานอาหารที่แม่ทำต่อ

 

ร่างเพรียวนั่งอยู่ตรงนั้นอีกพักหนึ่ง หลังจากที่แม่กลับขึ้นไปบนห้องแล้ว เพื่อแต่งตัวเตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอก แม่บอกเพียงว่าจะออกไปช็อปปิ้งกับแม่ของแจฮยอน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร พวกท่านสนิทกันและมักจะออกไปทำกิจกรรมยามว่างด้วยกันอยู่เสมอ หลังๆก็ชอบไปเลือกซื้อไหมพรมมานั่งถักเสื้อหนาวบ้างล่ะ ผ้าพันคอบ้างล่ะ โดยองก็เลยมักจะมีผ้าพันคอผืนใหม่ไว้ใช้สวมใส่ในฤดูหนาวเสมอ ประณีตสวยงามแตกต่างจากที่มีในท้องตลาดและเขาก็รู้สึกชอบมัน  

 

คิมโดยองไม่ได้มีเพื่อนมากนัก ก็อย่างที่แม่ว่านั่นแหละ เพื่อนสมัยเรียนมัธยมที่อยู่ละแวกบ้านเดียวกัน หลังจากจบมัธยมปลายแล้วก็แยกย้ายไปเรียนในสถานที่และคณะที่แตกต่างกันไป มีบ้างที่ไม่ได้เรียนต่อ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นคนปฏิสัมพันธ์กับคนแย่ขนาดนั้น แต่โดยองก็เป็นประเภทที่ไม่ชอบทักหรือคุยกับใครก่อน ถ้าสนิทกันอยู่แล้วการสนทนาเมื่อเริ่มต้นต่อไปก็จะลื่นไหลไปได้เรื่อยๆ แต่ถ้าไม่ คุยแล้วเริ่มรู้สึกอึดอัดเขาก็มักจะเป็นคนจบบทสนทนานั้นเองด้วยการทำนิ่งเฉยไป ไม่ตอบเอาเสียดื้อๆ

 

จากที่โทรศัพท์เงียบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะไม่ค่อยมีใครโทรหาหรือส่งข้อความอะไรมาหา ตลอดเดือนที่ผ่านมานี้ก็เหมือนจะเงียบไปอีกจนเขาไม่คิดว่าโทรศัพท์จะมีความสำคัญอีกต่อไป หลังจากที่เขาเองเป็นคนบล็อกทุกช่องทางติดต่อของไอ้เด็กข้างบ้านอย่างแจฮยอนไปหมดสิ้น

 

ไม่พร้อม...ยังไงตอนนี้เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะคุยอะไรกับอีกฝ่ายทั้งนั้น... ทั้งๆที่เป็นฝ่ายเริ่มเอง รู้สึกอยู่กับตัวเองคนเดียวแท้ๆ แต่กลับจัดการอะไรไม่ได้เลย ตั้งแต่ความรู้สึกตัวเองยันความสัมพันธ์ที่ไม่รู้จะเป็นยังไงหลังจากนี้

 

เบื่อ... นอนอยู่บ้านคนเดียวก็ไม่มีอะไรสร้างสรรค์ให้ทำเลย โดยองได้แต่นอนเหยียดตัวยาวบนโซฟาที่ห้องรับแขก เล่นเกมในมือถือเกือบตลอดช่วงบ่าย กำลังจะเคลิ้มหลับ ในขณะที่มือยังจับโทรศัพท์มือถือยกสูงอยู่บริเวณเหนือใบหน้ากลับต้องสะดุ้งเมื่อมันสั่นครืดในมือ เขาตกใจจนเผลอทำมันร่วงใส่หน้าเข้าเต็มๆ ตอนนั้นแหละโดยองถึงได้ตื่นเต็มตาเพราะความเจ็บ

 

มือบางข้างหนึ่งลูบช่วงสันจมูกพลางส่งเสียงซี๊ดซ๊าดลอดตามไรฟันออกมาด้วย ส่วนอีกข้างก็คว้าเอาโทรศัพท์ต้นตอที่ทำให้ตัวเองเจ็บมาดู เขากดตามการแจ้งเตือนเข้าไป ก็พบข้อความจาก...เตนล์ ที่ส่งมาทางไลน์

 

ไง คุยกับเด็กหรือยังล่ะ

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลงสมกับเป็นชิตพลจริงๆ ตอนแรกก็คิดว่าดีเหมือนกันที่มีที่ปรึกษาในเรื่องนี้ไว้สักคน จริงๆก็ไม่อยากบอกใครหรอก สำหรับโดยองแล้วเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าอายที่ดันไปแอบรักเด็กข้างบ้านที่รู้จักกันมาทั้งชีวิตอย่างแจฮยอน แต่เตนล์ก็ดันเซ้าซี้ให้มีให้หาแฟนอยู่นั่นแหละ หนักเข้าหน่อยตรงยุให้เขาคบกับไอ้พี่ยองโฮ บ้าชะมัด เตนล์นี่ช่างไม่รู้อะไรเลย เห็นซอยองโฮเดินตามเขาต้อยๆ ความจริงแล้วอีกฝ่ายมีเป้าประสงค์อีกอย่างหนึ่งอยู่ต่างหากและไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลยสักนิด กระนั้นเตนล์ก็คือเตนล์ที่ถ้าเชื่อในอะไรแล้วก็จะปักใจอยู่อย่างนั้น สนับสนุนให้กำลังใจอย่างออกนอกหน้าจนเขารำคาญ จึงโพลงออกไปโต้งๆว่าความจริงแล้วเขามีใครบางคนอยู่ในใจและไม่ใช่พี่ยองโฮนั่น

 

หลังจากนั้นเขาก็เลยต้องเล่าทุกอย่างให้อีกฝ่ายฟังไปโดยปริยาย

 

จะให้คุยอะไรล่ะเขาพิมพ์กลับไป... แน่นอนว่าไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นการบอกเล่าว่าให้ตายยังไงคิมโดยองก็จะไม่ไปสู้หน้าอีกฝ่ายหรอก

 

ก็ถามไปเลยว่าจะเอายังไง

 

จะเอายังไงอะไร คำตอบมันก็ชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่วันนั้น...

 

ชอบ? พี่น่ะเหรอชอบผม กำลังอำผมเล่นอยู่หรือเปล่า?”

 

ไม่พูดเปล่า... จองแจฮยอนยังหัวเราะ ตอนนั้นเขาจริงจัง ไม่สิ... ไม่มีตอนไหนที่เขาไม่จริงจังสักครั้ง อีกฝ่ายรู้จักนิสัยเขาดี แต่ก็ยังทำเป็นหัวเราะกับสิ่งที่เขาบอกออกไป จะเพื่อกลบเกลื่อนหรือสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นมาอีกครั้งหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ตอนนั้นเขารู้เพียงว่ามันแย่มากๆ ยิ่งแจฮยอนหัวเราะ เขายิ่งอยากร้องไห้ ไม่ได้รู้สึกตลกด้วย ตลกไม่ออก จะให้มั่วนิ่มรับสมอ้างไปว่าอำเล่นอย่างอีกฝ่ายถามก็ทำไม่ได้ วินาทีนั้นโดยองคิดอะไรไม่ออก ร่างเพรียวตัดสินใจหันหลังแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นก่อนที่น้ำตาจะรินไหลลงมาอย่างเงียบเชียบ

 

เขาไม่ชอบให้ตัวเองเป็นแบบนั้น... ไม่ชอบตอนที่ตัวเองควบคุมและบังคับทุกอย่างไม่ได้ จึงพยายามเดินออกมาให้ห่างที่สุดจากแจฮยอน...

 

ยิ่งความรู้สึกกระจ่างชัด... เขาก็ไม่อยากอยู่ใกล้ กลัวว่าจะยิ่งแสดงออก เขาไม่อยากทำตัวแปลกประหลาดกับแจฮยอนมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ที่ผ่านมาก็พยายามระงับอย่างมาก แต่ก็ดันบอกผ่านไปด้วยการกระทำไปอย่างไม่รู้ตัวไปก็หลายครั้ง แต่แจฮยอนคงไม่เข้าใจ ต่อให้พูดออกไปแล้ว หมอนั่นก็ยังทำเป็นไม่รับรู้

 

อย่างว่า...ใครมันจะไปเชื่อล่ะ พวกเขาเติบโตมาด้วยกัน ผูกพันกันมาทั้งชีวิต นอกจากเป็นเพื่อนและเป็นพี่ชายคนสนิทให้อีกฝ่ายแล้ว เรื่องที่จะเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ไปในอีกรูปแบบหนึ่ง แม้จะไม่ใช่เรื่องต้องห้าม แต่มันก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับคำว่าเป็นไปไม่ได้

 

ขอเวลาอีกนิดแล้วกัน... ถ้าไม่หนักสาหัสสากรรจ์มากนัก... เขาก็จะยอมกลับไปเป็นแบบเดิม แม้ไม่รู้ว่าจะทำได้จริงๆหรือเปล่า

 

โดยองไม่สนใจโทรศัพท์อีก นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกเป็นชั่วโมงก็ลุกเข้าไปในครัว ตอนแรกก็ตั้งใจแค่จะหาน้ำดื่ม เขาก็ดันเหลือบไปมองเห็นถุงดำใส่ขยะที่มัดปากถุงไว้เรียบร้อยวางอยู่ข้างถังขยะ แม่เป็นคนบอกให้เขาจัดการกับมัน ทั้งเคลียร์ขยะและเอาถุงขยะไปหย่อนไว้ที่ถังขยะหน้าบ้าน แต่การออกไปนอกบ้านก็ค่อนข้างเสี่ยงกับการที่อาจจะเจอแจฮยอนที่เขาไม่รู้ว่าน้องมันจะทะเล่อทะล่าออกมาเดินเพ่นพ่านอยู่นอกบ้านตอนไหน แต่ถ้าไม่จัดการเสียให้เรียบร้อย แม่ที่เคยเป็นนางฟ้าในยามปกติก็อาจจะกลายร่างเป็นผีเสื้อสมุทรภายในชั่วพริบตาได้เหมือนกัน

 

คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง... ปลอบใจตัวเองได้แบบนั้นจึงก้มตัวลงไปหยิบถุงขยะขึ้นมา ถือไว้ในมือ โดยองเดินออกจากครัวผ่านบริเวณโถงรับแขกไปอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอมาสุดตรงประตูบ้านก่อนจะสวมรองเท้าออกไปเท่านั้น เขาก็ค่อยๆเปิดประตูมุ้งลวดให้พอเอาตัวชะโงกผ่านออกไปได้ครึ่งหนึ่ง ก่อนจะใช้ดวงตาคู่กลมสอดส่ายซ้ายขวา เมื่อคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรจึงก้าวพ้นประตูมุ้งลวดออกไปทั้งตัวก่อนงับผิดไว้เหมือนเดิม รีบสวมรองเท้าออกเดินเร็วๆไปพร้อมกับใจที่เต้นระรัว ลุ้นระทึก

 

พอถึงประตูรั้วก็กวาดตาสำรวจอีกที เมื่อพบว่าไม่มีใครก็รีบเปิดประตูออกไป ถังขยะของบ้านเขาตั้งอยู่หน้าบ้านทางขวามือ ในขณะที่บ้านของแจฮยอนอยู่หลังถัดไปทางด้านซ้ายมือ โดยองมัวแต่มองไปที่บ้านของอีกฝ่ายด้วยความระแวง เขาเปิดฝาถังขยะทั้งที่ตาไม่ได้มอง อาจเพราะเห็นก่อนหน้านั้นแล้วว่ามันตั้งอยู่ในระยะที่มือเอื้อมถึงได้ จึงเอื้อมมือไปคว้าก่อนจะหันกลับไปทั้งตัว หย่อนถุงขยะในมือลงไป จังหวะที่เงยหน้าขึ้นก็แทบจะร้องกรี๊ดออกมา แต่ก็ยกมือขึ้นมาปิดปากไว้ได้ทัน

 

ผี... ผีหลอกแน่ๆ

 

ผีบ้าแจฮยอน...!

 

เขาผละถอยหลังไปนิด ดวงตาที่โตเป็นทุนเดิมยิ่งเบิกโตขึ้นไปอีก หัวใจเต้นแรงซึ่งตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจเพราะว่าตกใจหรือแค่เพราะคนตรงหน้าเขาเป็นแจฮยอนกันแน่ ตอนนี้แม้อยากจะวิ่งหนีใจแทบขาด แต่ขาก็ดันมาตาย ก้าวไม่ออกเลย

 

จ...แจฮยอน...

 

ใช่...ผมเอง ...พี่ตกใจอะไร?ก็คนบ้าอะไรเล่นมายืนกอดอกพิงกำแพงบ้านคนอื่นข้างถังขยะแบบนี้ล่ะ ทว่าสำหรับโดยองแล้วคนบ้าที่ไหนก็คงไม่น่าตกใจเท่าคนๆนี้หรอก

 

ก็แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้ล่ะ ก็ตกใจสิ

 

ก็ต้องมายืนตรงนี้แหละ ...ถ้าเข้าไปหาในบ้านพี่จะยอมเจอผมไหมล่ะ เป็นอะไรครับ... หลบหน้าผมทำไม...?น้ำเสียงทุ้มตรงไปตรงมาซื่อตรงเหมือนปกติ แต่คิ้วเข้มกลับขมวดมุ่นเข้าหากัน

 

ใครหลบ ฉันไม่ได้หลบซะหน่อย

 

ที่บล็อกเบอร์ บล็อกไลน์ บล็อกเฟส บล็อกทุกช่องการติดต่อแบบนั้นเรียกว่าอะไรล่ะครับ ผมมาถามหาพี่จากแม่พี่ ท่านก็บอกว่าพี่ไม่ได้กลับบ้าน นี่ถึงขนาดขอให้แม่โกหกช่วย ไม่เรียกว่าหลบแล้วจะให้เรียกว่าอะไร

 

“...” เขาไม่รู้จะเถียงว่ายังไง ในเมื่ออีกฝ่ายเองก็พูดถูกทุกอย่าง

 

เป็นเพราะเรื่องวันนั้นเหรอ? ...หรือว่าพี่ชอบผมจริงๆ

 

หัวใจคิมโดยองยิ่งเต้นตึกตัก

 

จะบ้าเหรอ! ใครเขาจะไปชอบนายกันล่ะ! ฉันโกหกคนตัวบางสวนกลับไปทันที ไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำ โดยองจะไม่ยอมเป็นอย่างวันนั้น จะไม่ยอมสูญเสียความเป็นตัวเอง ไม่อยากถูกมองด้วยความสมเพชสงสาร แต่ก็ไม่รู้ว่าอาการที่กำลังเป็นมันจะลุกลี้ลุกลนจนดูน่าสงสัยหรือเปล่าฉันก็แค่ล้อนายเล่นเท่านั้นแหละ

 

แจฮยอนดันเงียบมากจนเขานึกกลัว เกิดอีกฝ่ายคิดว่ามันไปล้อเล่นกับความรู้สึกเข้าจะทำยังไงนะ ถ้าแจฮยอนโกรธขึ้นมาล่ะ คิดถึงตรงนี้จิตใจก็วุ่นวายไปหมด ความคิดความรู้สึกมากมายตีกันให้ยุ่งเหยิง ใบหน้าเขาคงซีดเซียวไปแล้ว นึกอยากจะริบคำที่พูดไปแล้วคืนมาจริงๆ

 

จะพูดอะไรก็พูดออกมาสักอย่างสิ คิดอะไรไม่ออกแล้วรู้ไหมเนี่ย

 

“แจฮยอน... คือฉัน...ขอ...”

 

แต่ในขณะที่เขากังวลอีกทั้งยังหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้นั้น คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าจากที่คิ้วขมวดก็ค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา

 

อย่ามายิ้มแบบนี้นะเจ้าเด็กบ้า... เพราะรอยยิ้มแบบนั้นแหละที่ทำเขา...ช..ชอบน่ะ

 

โล่งอกไปทีครับได้ยินคำที่เปล่งออกมาจากปากเด็กหนุ่มพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาทั้งคู่ปิดสนิท โดยองถึงกับตาโตขึ้นมาอีกครั้ง

 

เห...? หมายความว่าไง... นายไม่โกรธฉัน สักนิดก็ไม่มีเลยเหรอ?”

 

ผมต่างหากที่คิดว่าพี่โกรธอะไรผมหรือเปล่า เล่นพูดแบบนั้น แล้วก็เดินหนีไป วันหลังไม่เป็นแบบนี้อีกแล้วนะ ด่ากันยังจะดีเสียกว่า ใจไม่ดีเลยรู้ไหมครับ ครั้งนี้เล่นแรงเกินไปแล้วนะโดยองงี่

 

โดยองควรหัวเราะหรือร้องไห้ดีก็ไม่รู้นะ... เขาควรดีใจที่ได้น้องชายคืนมา หรือเสียใจดี เพราะทั้งที่จริงจังแต่ความรู้สึกของตัวเขากลับถูกมองเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นเรื่องที่มองข้ามไปได้ ไม่มีสักเสี้ยวของความใส่ใจให้เห็นเลยด้วยซ้ำ

 

อือ... ควรดีใจสินะ... แต่ทำไมน้ำตามันเหมือนจะไหลเลยล่ะ

 

ก็นายมันน่าหมั่นไส้นี่นาทว่าวินาทีคงต้องตามน้ำไปแล้วล่ะ

 

คิดนานไหมครับน่ะมุกนั้น เล่นเอาตกใจแทบแย่ ยิ่งหายไปเลย ผมก็ยิ่งคิดไปต่างๆนาๆ คิดว่าพี่คงไม่อยากมีผมเป็นน้องชายแล้วเสียอีกเห็นอีกฝ่ายเป็นกังวลกับเขามากขนาดนี้ ก็แอบตกใจนิดหน่อย

 

หรือบางทีความรู้สึกของเขาควรปล่อยให้มันเป็นความลับต่อไปก็น่าจะดีแล้วแหละ

 

แจฮยอน...แต่มันก็อดไม่ได้แล้ว...ถ้าเกิดฉันเกิดชอบนายขึ้นมาจริงๆล่ะ... นายจะทำยังไง?อยากรู้อยู่เหมือนกัน ในเมื่อที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็นเรื่องล้อเล่น ถามขึ้นมาแบบนี้เล่นๆก็คงไม่เป็นไรหรอกนะใช่ไหม


อีกฝ่ายสบตาเขา... ยืนนิ่งคิดอยู่ครู่นึง ก่อนเอ่ยเรียบๆ

 

ไม่รู้เหมือนกันครับ...” เด็กหนุ่มส่ายหัวแล้วก็ยิ้มอีก เป็นรอยยิ้มในแบบปกติที่ชอบใช้ เต็มเปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ “รู้แต่ว่าพี่คงไม่ชอบผมหรอก.... ใช่ไหมล่ะ?”

 

 

ไหนบอกว่ารู้จักเขาดีไงล่ะ เรื่องแค่นี้ยังไม่รู้เลย เด็กโง่เอ้ย!

 

 

“เออ จะชอบลงไปได้ยังไง อย่างนายไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าชอบเลย”

 

 

 

 

 

TBC…



 


ไม่รู้ว่าจะสม่ำเสมอในการลงไหม แต่ก็จะพยายามค่า

ขอบคุณที่ผ่านเข้ามาอ่าน อิ

ฝากแท็ก #solongJD ด้วยค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

636 ความคิดเห็น

  1. #631 ployploypony77 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 16:42
    TTTTTT
    #631
    0
  2. #610 loveong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 18:25
    จะตีแจๆๆๆๆ
    #610
    0
  3. #608 NaphatJujoy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 22:04
    เจ็บมั้ยโดยอง😭😭
    #608
    0
  4. #602 Nam_127 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 14:55
    เราก็เคยเป็นแบบนี้กับเพื่อนคนนึง
    #602
    0
  5. #572 ploy-orathai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 00:25
    ไม่รู้จริงๆหรอแจ
    #572
    0
  6. #547 hs-eun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:57
    โห..จุกแทนโดยองเลยอ่ะ ;______; เจ็บด้วย เจ็บจึ๊กๆที่ใจ
    #547
    0
  7. #545 meetinggg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 09:15
    เจ็บไปอีก ...
    #545
    0
  8. #536 ubonwan123456780 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 18:46
    กาหสไไทนปปานกกกรปกปนาแก เรื่องง่ายๆแค่นี้เองแจ!!!
    #536
    0
  9. #531 jktfb97 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 18:13
    โอ้....
    #531
    0
  10. #512 nimbus_zi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 15:54
    โอ้ยแจฮยอนอา
    #512
    0
  11. #490 army-trustyeol (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:10
    โหหหห มาแล้วค่ะะะ ตอนแรกมาก็หน่วงๆแล้ว ต่อไปจะขนาดไหนกันเนี่ยยนย
    #490
    0
  12. #313 maymildyimyim556 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 13:49
    จุกกไปอีกก
    #313
    0
  13. #220 pxfirst (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 00:00
    จุกไปอีกก
    #220
    0
  14. #148 guyeonmacaron12 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 08:29
    คนพี่ก็เจ็บไปอีก ฮือออ. ร้องไห้แทนได้ไหม
    #148
    0
  15. #139 saizyne (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 03:04
    ทำแจฮยอนทำกับตุ่ยแบบเนร้ ไม่รู้จริงๆหรอ ฮื้ออออ สงสารโดยองง่า
    #139
    0
  16. #98 dreammyt001 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 10:52
    สงสารโดยองงี่ง่ะ ;_______; โถ่ววว คนดีของน้อง ไม่ร้องนะคะ ไอ้หมูไม่รัก แต่น้องรักพี่นะ ฮรือ
    #98
    0
  17. #76 jenniek (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 21:55
    โดยองบอกไปสิลูกว่าชอบน้อง
    #76
    0
  18. #68 abbitzz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 10:05
    เราว่าแจนังก็ชอบตุ่ยแต่พยายามกลบเกลื่อนป่ะแบบเห้ยบ้าเหรอชอบผมเหรอ ไม่จริงม้างงงงง (งานมโนล้วน) ฮืออออยิ้มเป็นลูกพีชเลยอ่ะ คิดภาพออกทุกบรรทัดที่อ่านเลย ตะมุนมุ้งมิ้ง
    #68
    0
  19. #59 palmmus (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 19:28
    แอบสงสารกาตุ่ยยยยยยยยยย
    แจอารมณ์ดีไปมั้ย55555
    #59
    0
  20. #55 pippepor (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 13:12
    เห้ยชอบมากอะชอบจริงจัง

    เข้าใจความรู้สึกตุ่ยสุดๆ เห้อไม่อยากขายหน้าไม่อยากโดนมองแบบนั้นอีก มันเจ็บ

    แจฮยอนเอ๋ยทำไมถึงคิดอะไรแบบนั้น ถ้ามองดีๆ ก็น่าจะรู้นี่นา ฮือออ

    อยากรู้จักพี่ยองโฮกับเตนล์จัง รู้สึกว่าน่าจะมีอะไรให้ลุ้น อิอิ
    #55
    0
  21. #27 admongiiz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 09:39
    ชอบการใช้ภาษาของไรท์มากเลยค่า อ่านไปได้เรื่อยๆไม่สะดุดเลย เราชอบคาแรกเตอร์ของแจฮยอนอ่ะ มีความเป็นแจฮยอนจริงๆอยู่สูงเหมือนกันนะ ความสุภาพ สุขุม ดูเป็นผู้ชายใจดี แล้วก็น้องชายที่ดีอะไรแบบนี้อ่ะ
    #27
    0
  22. #12 hydyjung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 09:03
    แค่เริ่มก็หน่วงละ ฮือออ
    #12
    0
  23. #10 กระต่ายแก้มตุ่ย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 22:43
    หูยยยย เจ็บไปอีกสิโดยอง
    #10
    0
  24. #9 ag_ss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 14:53
    ;_____; โอ้โห ยัยตุ่ยผู้น่าสงสารของจริง แง เอ็นดูแรง
    พยายามหลบหน้า แต่เจอทีเดียว ปัง! ไอ่กำแพงที่สร้างมาทั้งหมด
    บล็อกทุกอย่าง / หลบหน้า ฯลฯ พังทลายไปหมดแล้วสินะยัยตุ่ยยยยย
    อย่ายอมมมม ถถถถถ 
    #9
    0
  25. #7 aziia (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 14:33
    ไม่รู้จะพูดไงดี เป็นนี่ต้องร้องไห้ แล้วแน่เลยอ่ะ
    #7
    0