[FIC NCT] So long (JaeDo)

ตอนที่ 15 : CHAPTER 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,023
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    21 ส.ค. 59

CHAPTER 14





.



.



จะบอกว่าเห็นแก่กินก็ได้

 

แต่โดยองจะบอกว่าเมนูหมูผัดเผ็ดที่แม่ของมาร์คทำมันอร่อยจริงๆอร่อยพอๆกับฝีมือของแจฮยอนเลยนั่นแหละ

 

ก็ช่วยไม่ได้นี่ เขาห่างหายจากการได้กินเมนูโปรดในรสชาติที่ถูกปากมานาน ปกติช่วงที่แจฮยอนยังไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยแล้วเขามีโอกาสกลับบ้านไปในวันหยุด เด็กนั่นก็จะเป็นฝ่ายทำให้ทานเป็นประจำ ทว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ด้วยกันที่หอ ซึ่งไม่สะดวกในการทำครัวเลย อาหารที่ได้กินในแต่ละวันส่วนมากจะมาในรูปแบบของอาหารสำเร็จรูปหรือไม่ก็เป็นอาหารจานเดียวจากร้านอาหารที่โรงอาหาร ต่อสัปดาห์หนึ่งจะมีสักหนึ่งหรือสองครั้งที่จะมีโอกาสได้ไปนั่งร้านอาหารเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง ซึ่งบางทีอาหารตามร้านอาหารรสชาติก็ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานเสียเท่าไร

 

พอมาร์คยื่นข้อเสนอมาว่าจะให้แม่ทำเมนูโปรดอย่างหมูผัดเผ็ดมาให้ทานเพื่อแลกกับการติวแคลคูลัสให้อีกฝ่าย โดยองจึงรีบตอบตกลงทันที

 

ถึงตรงนี้ก็คงจะแปลกใจล่ะสิ...ว่าแล้วรู้ได้ยังไงว่าแม่ของมาร์คลีทำอาหารอร่อยแถมยังถูกปากมากๆอีก มันเป็นเพราะว่าพวกเขาคุยกันบ้าง มาร์คมักชอบถามอย่างกระตือรือร้นว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร ไม่เพียงแค่นั้นยังใส่ใจถึงขนาดว่าวันหนึ่งห่อหมูผัดเผ็ดที่เขาชอบมาจากบ้านแล้วมานั่งกินข้าวด้วยกันที่โต๊ะในโรงอาหารตอนกลางวัน และเพียงครั้งเดียวก็ทำให้โดยองนึกติดใจในรสชาติของมันจนอยากจะกินซ้ำๆอีก

 

โดยมากในช่วงแรกๆ อีกฝ่ายก็จะทักมาทางข้อความในเฟสบุค เขาก็เห็นบ้างไม่เห็นบ้างเพราะไม่ค่อยได้เล่นจึงชอบละเลยมองข้ามไป จะมีก็แต่ไลน์นั่นแหละที่แม้จะไม่ได้ตั้งแจ้งเตือนไว้สำหรับทุกคนหรือทุกกลุ่มแต่ก็มักจะเข้าไปเช็คไปอ่านอยู่เสมอ และคงเพราะเขาสะดวกจะคุยทางไลน์มากกว่า กับมาร์คลีที่รู้จัก คุยกันจนอยู่ในระดับคุ้นเคย วันหนึ่งก็เลยมีความคิดอยากจะให้ไอดีไลน์กับมาร์คไปเผื่อไว้หากอีกฝ่ายอยากรู้หรืออยากถามอะไรที่จำเป็นก็จะได้คุยกันรู้เรื่องได้ไวขึ้น แต่พอบอกไป คำตอบที่ได้รับค่อนข้างทำให้โดยองรู้สึกไม่ค่อยดีเลย

 

มาร์คบอกว่าเคยแอดมาเป็นเพื่อนแล้ว เคยไลน์มาแต่เขาไม่ตอบกลับ ขึ้นว่าอ่านข้อความแล้วในครั้งแรกที่ส่งไปหลังจากนั้นก็ไม่เคยขึ้นว่ามีการอ่านอีกเลย มาร์คก็เลยถามเขาด้วยท่าทางอึกอักในครั้งนั้นว่าได้บล็อกไลน์ไปหรือเปล่า โดยองตกใจมากที่ได้ยินแบบนั้น เหมือนโดนด่าว่าเป็นคนปฏิสัมพันธ์แย่ยังไงยังงั้นเลย แต่ถึงตัวเองจะไม่ได้ทำแต่ก็ต้องทำการขอโทษขอโพยอีกฝ่ายยกใหญ่ และทั้งๆที่เชื่อมั่นมากมายว่าไม่ได้บล็อกไลน์มาร์ค อีกฝ่ายอาจจะแค่เข้าใจอะไรผิดไปเองก็ได้ ทว่าพอเข้าไปดูในรายชื่อของผู้ที่ถูกบล็อกก็ดันมีมาร์คอยู่ในนั้นจริงๆ

 

แต่โดยองก็ยังอยากจะบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนทำแบบนั้นจริงๆนะ

 

แล้วถ้าไม่ใช่เขาแล้วใครทำกันวะ?

 

ในหัวมีตัวเลือกอยู่ไม่กี่คน เอางี้... มีคนเดียวด้วยซ้ำ เพราะจากที่มาร์คเล่าให้ฟังว่าเป็นตอนไหนช่วงเวลาอะไรที่ส่งข้อความมา ก็มีเพียงคนหนึ่งที่เข้าข่าย แถมยังเป็นเพียงคนเดียวที่รู้รหัสปลดล็อคโทรศัพท์เขาอีก ทว่าพอถามไป ฝ่ายนั้นก็ปฏิเสธลั่นบอกไม่ได้ทำ แถมยังบอกต่ออีกว่าแล้วจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร พอได้ยินประโยคหลังโดยองถึงพยายามทำความเข้าใจและมองข้ามมันไปในที่สุด

 

นั่นสิแล้วแจฮยอนจะทำแบบนั้นไปทำไมกันล่ะโดยองคิดว่าถ้าปล่อยให้ตัวเองคิดต่อ ก็คงจะต้องมีการคาดคั้นและกล่าวหาฝ่ายนั้นตามมา ลองแจฮยอนยืนกรานมาอย่างนั้นแล้วเขาจะไปทำอะไรได้อีกล่ะ ขืนพูดมากไปเดี๋ยวก็คิดเอาได้ว่าเขาสำคัญตนผิดไปอีก

 

กระนั้นที่สุดแล้วก็ดันว้าวุ่นใจจนเอาเรื่องที่ว่านั้นไปคุยกับยองโฮอีกจนได้ ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบที่ได้จากปากรุ่นพี่คนสนิทก็ไม่ได้แตกต่างจากครั้งก่อนๆเท่าไรนัก

 

ยองโฮก็บอกคล้ายๆเดิมว่าแจฮยอนหึงเขา

 

คุยกับยองโฮทีไรก็เห็นจะมีแต่คำตอบที่ชวนทำให้เข้าข้างตัวเองได้ทั้งนั้นแต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะชอบฟังหรือยังไงกันนะ ถึงได้เพียรเอาเรื่องของตัวเองกับแจฮยอนไปปรึกษาฝ่ายรุ่นพี่ตัวยักษ์นั่นนักเชียว นึกแล้วก็อยากตีตัวเองให้เข็ดหลาบเสียจริง

 

เพราะในทุกครั้งก็เหมือนจะเป็นการหลอกตัวเองให้รู้สึกดีไปวันๆ อยู่กับความเพ้อฝันที่มีอยู่จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

กับมาร์คพอปลดบล็อกก็ได้คุยกันเรื่อยๆ  แต่ก็ไม่ใช่ตลอดเวลา โดยองพยายามรักษาระยะห่าง เมื่อไรที่ดูเหมือนมาร์คจะรุกคืบเข้าใกล้จนเกินไปแล้ว เขาก็จะเป็นคนเขยิบถอยห่างออกมาเอง

 

โดยส่วนตัวแล้ว เขาน่ะไม่ประสีประสาเรื่องอย่างนี้มากนัก อาจเพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีอะไรน่าสนใจจนสามารถดึงดูดใครให้เข้ามาหา จึงไม่ค่อยได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย โดยมากก็มักจะฟังเอาจากคนรอบตัวแล้วถึงจะสังเกตเอาว่าใครเข้ามาในลักษณะไหน ...อย่างมาร์คนี่ก็เข้าข่ายมาขายขนมจีบ เห็นเตนล์มันว่าอย่างนั้นนะ

 

ก็ไม่รู้ว่านี่เรียกว่าการไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองหรือเปล่า...แต่เพราะตอนนี้เขายังไม่คิดจะชอบใครนอกจากแจฮยอน... หรือไม่... ความจริงแล้วที่ตอนนี้มันดูคล้ายจะเป็นการปิดกั้นมากเกินไปนั้น... อาจเป็นเพราะว่าเขาคงชอบแจฮยอนมาก... มากจนไม่คิดว่าจะชอบใครได้อีกแล้วนั่นต่างหากล่ะ...

 

อย่างวันนี้ตอนแรกที่คุยกันไว้จริงๆ มาร์คบอกจะมีเพื่อนอีกสองคนมาให้เขาช่วยติวให้ด้วย ทว่าพอเอาเข้าจริงๆ กลับมีเด็กหนุ่มที่ความสูงกำลังไล่ตามเขามาติดๆมาปรากฏกายอยู่ต่อหน้าเขาเพียงลำพัง พร้อมบอกเหตุผลที่เพื่อนอีกสองคนมาไม่ได้เสร็จสรรพ

 

คือถ้ารู้อย่างนี้ตั้งแต่แรกโดยองก็คงไม่มาหรอก แม้หมูผัดเผ็ดฝีมือแม่ของมาร์คจะเป็นข้อเสนอที่รัญจวนใจมากแค่ไหนก็ตาม

 

แต่ในเมื่อออกมาแล้วนี่คงเปลี่ยนอะไรไม่ทัน... เอาเข้าจริงๆสำหรับเขาแล้ว... เด็กหนุ่มสัญชาติแคนาดานี่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนัก แต่พอรู้แน่ชัดว่าอีกคนรู้สึกยังไงกับตัวเอง โดยองก็รู้สึกอึดอัด เกิดอาการเกร็งอยู่แทบจะตลอดเวลา เหมือนเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของเขาเองเวลาได้รับความสนใจจากใครคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ

 

 

 

โดยองนัดมาร์คไว้บ่ายโมงตรงที่หอสมุดในวันหยุดช่วงใกล้สอบ คนค่อนข้างเยอะพอสมควรเพราะถือได้ว่าเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับติวหนังสือ หนึ่งอาจเพราะแอร์เย็นและมีโปรโมชั่นเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงในช่วงระยะใกล้สอบยาวไปจนถึงสอบเสร็จเลยนั่นแหละ

 

ขณะที่โดยองพยายามอธิบายโดยใช้ปลายดินสอไล่ไปตามตัวเลขที่อยู่บนหน้ากระดาษตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจกลับเกิดความรู้สึกระแวงตงิดๆอยู่แทบตลอดเวลา เพราะดูเหมือนคนที่นั่งอยู่ข้างๆจะไม่ได้ให้ความสนใจในบทเรียนเลย

 

นี่คิมโดยองกำลังพูดอยู่กับอากาศหรือยังไงกันล่ะ...

 

“ได้ฟังที่พี่พูดบ้างหรือเปล่า?” เขาวางดินสอลงก่อนจะยืดตัวขึ้น คิ้วเรียวขมวดนิดๆมาสักพักแล้ว โดยองหันใบหน้าเข้าหาเด็กปีหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆเป็นครั้งแรกหลังจากอดทนมาสักระยะ

 

ก่อนหน้านั้นโดยองก็รู้สึกได้ตลอดว่าสิ่งที่มาร์คกำลังมองและสนใจคงไม่ใช่แบบฝึกหัดที่วางอยู่บนโต๊ะ จะเป็นอะไรเขาก็ยังไม่กล้าฟันธงเท่าไร แต่ก็แอบคิดว่าน่าจะเป็นใบหน้าของเขา เพราะโดยองรู้สึกเหมือนกำลังถูกมองด้วยสายตาคู่หนึ่งอยู่ตลอดเวลา

 

“ฟังอยู่ครับ” มาร์คพยักหน้าพลางยกยิ้มมุมปากซึ่งก็ทำให้รู้สึกหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย

 

“งั้นทำโจทย์” เขาเอาดินสอในมือจิ้มๆไปที่เอกสารอีกชุดที่อยู่ตรงหน้ามาร์ค

 

“อ่อ โอเค ได้ครับ” รออยู่ไม่นาน ไม่เกินห้านาทีด้วยซ้ำ มาร์คก็ทำโจทย์เสร็จ โดยองตรวจวิธีทำไปทีละขั้นจนกระทั่งถึงคำตอบ ปรากฏว่าที่มาร์คทำทั้งวิธีทำและคำตอบที่ได้นั้นถูกต้องทั้งหมด

 

ร่างเพรียวนั่งขมวดคิ้วพลางขบคิด... น่าแปลกใจจริงๆ... โดยองมั่นใจว่ามาร์คไม่ได้ตั้งใจในบทเรียนที่เขาพยายามพูดและอธิบายมากนัก แต่ตั้งแต่ให้ทำโจทย์มาเด็กหนุ่มก็สามารถทำได้ทุกข้อโดยไม่มีข้อสงสัยให้เขาต้องตอบเลย... นี่น่ะเหรอคนที่บอกว่าจะมาให้เขาสอนให้น่ะ ตอนนี้เขาคิดว่าถ้าจะมีเรื่องให้อีกฝ่ายกังวลเกี่ยวกับวิชานี้คงเป็นการกลัวว่าจะไม่ได้คะแนนเต็มเสียมากกว่า ก็ดูตอนทำโจทย์สิ ใบหน้านั้นดูไร้วี่แววแห่งความกังวลเหมือนมีทุกอย่างอยู่ในหัวตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

“ถามจริง...นี่ไม่เก่งแคลคูลัสจริงๆเหรอ?”

 

“ผมเคยบอกกับพี่อย่างนั้นเหรอ?

 

พอโดยองได้ฟังคำตอบแบบนั้นก็งงหนักเลยสิตอนนี้ “อ้าว...ก็บอกว่าให้ติวให้ก็นึกว่าไม่เก่ง...สรุปแล้วยังไงกันล่ะ เห็นนายทำโจทย์ได้ทุกข้อแบบนี้อาการดูไม่น่าเป็นห่วงเลยนะ อย่างเรื่องหลังๆพี่ก็ยังไม่ได้พูดถึงเลย แต่พอให้ทำโจทย์มาร์คก็ทำได้ทันที นี่แปลว่าอะไรล่ะ...”

 

เด็กหนุ่มมองเขาถอนหายใจเบาบางก่อนยิ้มกว้างออกมาในที่สุด “ถ้าเปลี่ยนจากขอร้องให้ติวหนังสือให้ เป็นไปเที่ยว กินข้าวดูหนัง พี่จะยอมไปกับผมไหมล่ะครับ” เหมือนจะเป็นคำถามที่มาร์คเองก็รู้คำตอบอยู่แล้ว แต่ที่พูดขึ้นก็เหมือนจะเป็นการย้ำถึงจุดประสงค์ที่ชัดเจนมาตลอดให้เขารู้ตัวไว้อยู่เสมอจะได้ไม่เข้าใจไปในทางอื่นไป

 

โดยองถึงกับใบ้กินไปในตอนนั้น ปากที่เผยอเตรียมจะพูดค้างเติ่งอยู่แบบนั้น อึกอักระร่ำระลักอยู่หลายอึดใจ

 

 

“เพราะพี่จะไม่ยอมไปกับผมไงครับ... ถึงเลือกทำแบบนี้”

 

“อ่า... ” จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้จะพูดอะไรดีเลย ในเมื่อที่อีกฝ่ายพูดมันก็ถูกต้องทุกอย่าง สิ่งที่โดยองงรู้สึกกำลังจะใกล้เคียงกับคำว่าอึดอัดเข้าไปทุกที เขาไม่ได้ไม่ชอบหรือรังเกียจรังงอนอะไรมาร์คขนาดนั้น และคงเพราะมองเป็นรุ่นน้องอีกคนที่อยากให้ความสนิทสนมด้วยไปแล้ว โดยองจึงไม่อยากให้ความสัมพันธ์ที่ดำเนินมาอย่างราบรื่นดีนี้ต้องสะบั้นลงเพียงเพราะอีกฝ่ายคิดเกินเลย

 

“พี่โดยองอึดอัดใจกับผมใช่หรือเปล่าครับ?”

 

“ม... ไม่ๆ ไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะมาร์ค” เขารีบปฏิเสธเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี ทั้งที่รู้ว่าเรื่องของความรู้สึกเป็นอะไรที่ห้ามกันไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรก็รู้สึกผิดอยู่ดีที่คิดและรู้สึกไปในทิศทางเดียวกันกับอีกฝ่ายไม่ได้

 

“ก่อนหน้านั้นก็มีคนเตือนเรื่องพี่อยู่บ้าง แต่ผมก็ไม่เชื่อ ยังมั่นใจว่าจะเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้ แต่พอเดินหน้าจริงๆกลับพบว่าไม่ใช่เลย...”

 

“....”

 

“คนเราเวลาที่มีความมุ่งมั่นอยู่กับอะไรก็คงมัวแต่จะจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น มองเห็นแต่ในด้านที่ตัวเองอยากเห็นอยากให้เป็น จนบางครั้งก็มองข้ามและไม่อยากยอมรับความเป็นจริงไปบ้าง ถ้าถามว่าตอนนี้พร้อมหรือยังกับความจริง ก็คงยังหรอกครับ...” เด็กหนุ่มยิ้มเฝื่อน ให้ความรู้สึกขืนข่มอยู่กับตัวเอง “แต่ถึงฝืนต่อไปก็คิดว่าคงจะไม่มีประโยชน์ ...ถึงตอนนี้จะรู้ว่าพี่ก็คงยังไม่ได้คบใคร...แต่ถ้ามีคนที่ชอบอยู่แล้วจะบอกมาตรงๆก็ได้นะครับ”

 

ขนาดว่าตัวเองเป็นคนฟังโดยองยังรู้สึกจุกไปเหมือนกัน ไม่กล้าจินตนาการเลยว่าคนพูดจะรู้สึกกับมันมากมายขนาดไหน แม้จะรู้สึกไม่ค่อยดีที่ตอบรับอีกฝ่ายไม่ได้แต่ก็มีความรู้สึกสบายใจขึ้นมานิดๆอยู่เหมือนกันน่ะแหละ อาจคงเพราะน้ำเสียงกับแววตาที่อีกฝ่ายสื่อให้เห็นนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ ไร้วี่แววประชดประชันหรือตัดพ้อ เหมือนมาร์คต้องการทำความเข้าใจกับเขาในเรื่องที่ว่านั้นจริงๆ

 

“ขอโทษด้วยจริงๆนะ”

 

“ครับ... ไม่เป็นไร...” ถึงตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังคงยิ้มให้

 

สบตากันอีกครั้ง โดยองก็ก้มหน้าลงมองกระดาษอย่างไม่รู้จะทำอะไร แถมมาร์คยังเงียบไปแบบนี้อีกก็เลยรู้สึกลำบากน่าดู ที่สุดแล้วคนตัวบางก็เลยเลือกที่จะทำลายความเงียบนี้ลงเสียเอง “แล้วแคลคูลัสนี่ยังจะติวอยู่ไหม?” เจ้าของดวงตากลมโตทำใจกล้าเงยขึ้นหาคนที่ตัวเองถามไป

 

“ถ้าไม่ติวแล้ว แต่อยากจะขอให้พี่โดยองนั่งเป็นเพื่อนกันไปก่อนจะได้ไหมครับ” ฟังคำตอบรอบนี้ก็อึกอัก แต่พอมันเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายร้องขอที่สำคัญคือไม่ยุ่งยากเท่าไร(มั้ง) ก็เลยคิดว่านี่อาจจะเป็นสิ่งที่เขาพอจะชดเชยให้อีกฝ่ายได้บ้าง

 

“อ่อ... ก็เอาสิ... แล้วนี่ติวให้ไม่ตลอดรอดฝั่งแบบนี้ พี่จะได้กินหมูผัดเผ็ดฝีมือแม่ของมาร์คไหม?” โดยองพยายามสร้างบรรยากาศใหม่ๆ พอพูดไปก็เหมือนจะได้ผลเพราะเห็นว่ามาร์คหัวเราะ

 

“เดี๋ยวกลับบ้านไปวันนี้จะบอกให้แม่ทำให้เลยครับ”

 

“มาร์คใจดีจัง” คิมโดยองปรบมือชอบใจเป็นเด็กๆ

 

หลังจากนั้นบรรยากาศระหว่างพวกเขาก็เหมือนจะผ่อนคลายขึ้น แลกเปลี่ยนพูดคุยกันในหลายๆเรื่องไปเรื่อยจนกระทั่งมืดค่ำ เพียงมองออกไปด้านนอกกระจกใสที่เขานั่งติดอยู่ก็พบว่าด้านนอกเริ่มฉาบไปด้วยสีดำของแผ่นฟ้า โดยองดูนาฬิกาจากโทรศัพท์มือถือก็พบว่าเลยหนึ่งทุ่มมายี่สิบนาทีแล้ว ก่อนหน้านั้นเขาแทบจะไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลย มันนอนแช่อยู่ในเป้ตั้งแต่เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวนี้แล้วด้วยซ้ำ  

 

หลังจากรู้เวลาหลังจากมองหน้าจอแล้ว เขาก็เห็นการแจ้งเตือนอื่นๆอีกมากมายซึ่งจะบอกว่าเรื่องปกติเวลาที่ไม่ได้จับโทรศัพท์นานๆที่มักจะเห็นว่ามีการแจ้งเตือนอะไรมากมายแบบนี้เสมอ แต่ที่แปลกคือแจ้งเตือนสายไม่ได้รับเป็นสิบๆกว่าสายซึ่งมาจากคนๆเดียวกัน พอทราบแน่ชัดว่าเป็นใครที่กระหน่ำโทรมาขนาดนั้นก็นึกกังวลทั้งเป็นห่วงมากจนกดโทรกลับทันที

 

ปกติอีกฝ่ายก็ไม่ได้โทรหากันถี่ขนาดนี้นี่นะ

จองแจฮยอนมีอะไร...หรือเป็นอะไรไปหรือเปล่า...?

 

ในขณะที่เขาเอามือถือแนบหูไปก็สอดส่ายสายตามองหาเหมือนอยากจะให้คนที่เขาเพิ่งจะกดโทรหาไปเดี๋ยวนี้มาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า แล้วก็จริงๆ เพราะเสียงสัญญาณดังขึ้นอยู่เพียงสองครั้ง... โดยองก็เห็นว่าแจฮยอนกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา

 

เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่เหนือหัวมีใบหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ยิ้มเหมือนในทุกครั้งที่เจอกัน ท่าทางแบบนั้นนำความรู้สึกหวาดหวั่นมาให้อย่างช่วยไม่ได้

 

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์?”

 

“ก...ก็มันอยู่ในก...กระ...”

 

“แล้วไหนวันนี้บอกจะอยู่หอทั้งวันไงครับ ...ผมเจอพี่ที่นี่แปลว่าอะไรเหรอ?” ไม่เพียงมองเขาแต่แจฮยอนยังปลายตาไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างเขาอย่างมาร์ค ไม่ใช่มองไปแค่นั้นแล้วจะจบแต่ยังจ้องค้างเอาไว้อีก ฟังน้ำเสียงดูก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความแข็งกระด้าง เหมือนไม่ใช่แจฮยอนที่เขารู้จักเลย อยู่ๆก็เกิดเสียวสันหลังแปลกๆ

 

เขาเคยได้ยินจากยองโฮว่าสองคนนี้ดูไม่ค่อยถูกกัน พอถามว่าเรื่องอะไร ซอยองโฮก็เหมือนเดิมนั่นแหละที่บอกว่ามันเกี่ยวกับเขา ...โดยองที่มัวแต่คิดหาเหตุผลว่าทำไมตัวเขาถึงได้เกร็งแข็งทื่อ ก็มาพบคำตอบว่าเขาคงแค่ไม่คุ้นชินกับท่าทางแบบนี้ของแจฮยอนเท่านั้นแหละถึงได้รู้สึกหวั่นๆ แต่ถึงอย่างไรในตอนนี้ก็คงต้องมีคำตอบอะไรตอบให้แจฮยอนไปบ้าง

 

“ก็ตอนแรกไม่ได้คิดว่าออกมาจริงๆนี่นา” โดยองตอบเสียงอ่อน หลบตาอีกฝ่ายเหมือนคนทำอะไรผิด ...โอเค...เขาอาจจะผิดที่ไม่รับโทรศัพท์แล้วปล่อยอีกฝ่ายกระหน่ำโทรมาขนาดนั้น เขาผิด...เรื่องนี้โดยองผิด เขายอมรับ

 

แต่ทั้งหมดที่พูดล้วนเป็นความจริง แจฮยอนออกมาจากหอตั้งแต่เช้าและในตอนนั้นเขาเองที่ยังไม่ตื่นก็ทำได้แค่ผงกหัวลืมตาตื่นขึ้นมาดูก่อนแล้วจึงนอนต่ออีกหน่อย อีกสักพักใหญ่มาร์คก็คอลไลน์มาขอร้องให้ช่วยติวแคลคูลัสให้ เขาเองก็ไม่ได้มีธุระจะไปไหนอยู่แล้วจึงตอบตกลง ก็อาจจะมีส่วนผิดด้วยตรงที่ไม่ได้โทรบอกแจฮยอนว่าออกไปไหนตั้งแต่ต้น แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นว่ามันจะสลักสำคัญอะไรนี่ เขาก็มองว่าการออกมาจากหอเพื่อมาติวหนังสือก็เหมือนกับการเดินออกมาซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย ทำไมต้องทำเหมือนว่ามันเป็นเรื่องใหญ่เสียขนาดนั้น

 

“แล้วโทรศัพท์มีไว้ทำไม ผมกลับหอไปแล้วไม่เจอว่าพี่อยู่ที่นั่นก็แค่อยากรู้ว่าอยู่ไหนทำอะไรอยู่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง แต่นี่ไลน์ไปก็ไม่ตอบ โทรไปก็ยังไม่รับอีก จนต้องออกมาหาอีกรอบ ที่แท้ก็มาอยู่กับ...” เด็กหนุ่มหลับตาลงเหมือนพยายามระงับอารมณ์ หยุดคำพูดไว้แค่นั้นก่อนพูดขึ้นมาใหม่ “นี่ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าล่ะครับ”

 

หือ...?

 

โดยองที่รู้สึกผิดเรื่องขาดการติดต่อจนทำให้อีกฝ่ายเป็นห่วงและกำลังคิดจะขอโทษถึงกับกล้ำกลืนทุกคำกลับลงใจอย่างเดิม คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันขณะจ้องหน้าอีกฝ่ายกลับ เขาไม่รู้ว่าแจฮยอนไปหงุดหงิดหรือโมโหอะไรมา แต่ก็ไม่ควรทำหน้าตาเหมือนกำลังดูถูกทุกอย่างแบบนี้... น่าจะหมายรวมถึงความรู้สึกเขาด้วย...

 

มันแย่นะ...รู้สึกไม่ดีเลย...

 

ร่างเพรียวลุกขึ้นยืน ขอโทษคนที่นั่งอยู่ข้างกันมาตั้งแต่ต้น ก่อนจะขอตัว แล้วเดินหนีออกไปโดยไม่ได้พูดอะไร โดยองรู้ดีว่าอารมณ์เขาเริ่มจะไม่ปกติแล้ว เกรงว่าถ้าได้โต้ตอบอะไรออกไปในตอนนั้น สถานที่ที่เคยมีแต่ความสงบอย่างหอสมุดก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง  

 

แน่นอนว่าอีกฝ่ายที่เพิ่งจะมาให้เห็นหน้าก็ตามออกมาติดๆเช่นกัน หลังจากเดินพ้นออกมาจากตัวอาคารสักระยะ เขาก็ถูกคว้าแขนไว้

 

“โดยองงี่... โดยองงี่ครับ” ที่ต้องหันกลับไปก็เพราะว่าถูกรั้งเอาไว้จากการที่อีกฝ่ายยื่นมือมาจับแขนกันไว้นั่นแหละ โดยองมีใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์มากนักให้เห็น...

 

คิดว่าทำหน้าอย่างนั้นเป็นคนเดียวหรือไงล่ะจองแจฮยอน...!

 

“เป็นอะไรไปครับ?”

 

“คำถามนั้น...ฉันควรจะเป็นฝ่ายถามนายมากกว่าไหม?”

 

“แต่ผมกำลังโกรธเรื่องที่พี่ทำให้ผมเป็นห่วงอยู่นะครับ”

 

“แล้วนายเคยคิดจะฟังคนอื่นเขาอธิบายบ้างหรือเปล่าล่ะ” โดยองไม่รู้ว่าตัวเองกำลังหงุดหงิดอะไร แต่ก็หงุดหงิดไปแล้ว บางทีเขาอาจจะแค่ไม่ชอบให้ใครมาแสดงท่าทีไม่มีเหตุผลใส่ ยิ่งเป็นท่าทางที่มาแจฮยอนที่ไม่ได้เป็นบ่อยๆด้วย ก็เลยคิดไปมาก ยิ่งมองเห็นสัมผัสและรู้สึกได้ก็ยิ่งไม่เข้าใจ

 

“อยากอธิบายหรือว่าจะแก้ตัว” โดยองยิ่งขมวดคิ้วแน่น เรื่องมันดำเนินมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร แจฮยอนเองก็พาลในรูปแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

 

“จองแจฮยอนนี่มันจะมากเกินไปแล้วหรือเปล่า ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องอะนะก็ไม่ต้องคุย” คนตัวบางกว่าสะบัดแขนให้หลุดออกจากการกอบกุม แล้วเดินหนีอีกครั้ง แต่แจฮยอนก็ยังตามมาอีก รอบนี้ไม่ได้รั้งข้อมือไว้เหมือนเดิม แต่กลับมีจุดมุ่งหมายไปที่มือหมายจะจับเอาไว้เหมือนที่ชอบทำเป็นประจำ

 

“ปล่อย...” เขาร้องขอ แต่เมื่อไม่สามารถทำได้ดังใจก็ขึ้นเสียงดัง “ปล่อยดิวะ!

 

โดยองพยายามขืน ยึดยื้อดึงดันสุดชีวิต ที่สุดแล้วกลับสู้ไม่ได้ คนตัวบางยอมที่จะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายตรงๆอีกครั้ง ใช้แรงยกมือข้างที่ถูกจับประสานไว้ขึ้นมาตรงหน้า จ้องอีกฝ่ายเขม็ง ดวงตากลมโตในเวลานี้เริ่มคลอหน่วยไปด้วยน้ำใส

 

“จองแจฮยอนเมื่อไรจะเลิกทำแบบนี้สักทีวะ!” คงเพราะใช้พลังงานในการขัดขืนก่อนหน้าไปมาก โดยองก็เลยมีอาการหอบหายใจให้เห็น และทั้งๆที่พยายามจะกลั้นมันเอาไว้แล้ว แต่คงเพราะความอัดอั้นที่มีมานาน ที่สุด...น้ำตาเม็ดกลมก็กลิ้งผ่านแก้มใสลงพื้นไปจนได้

 

เด็กหนุ่มที่เมื่อเห็นแบบนั้นก็มีท่าทีอ่อนยวบลง มือข้างหนึ่งที่ไม่ได้จับมือสั่นๆของเขาไว้ยื่นมาหมายจะเช็ดน้ำตาให้แต่โดยองก็ยกมืออีกข้างปัดออกไปจนพ้น “ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉัน!

 

“โดยองงี่อย่าร้องไห้สิครับ ...ผ...ผมขอโทษ...”

 

“ไม่ต้องมาขอโทษด้วย ไม่ต้องมาทำหน้ารู้สึกผิด ไม่ต้องมาอ่อนโยน ไม่ต้องมาทำเป็นเห็นใจ ไม่ต้องทำอะไรให้ทั้งนั้น อยากไปไหนก็ไปเลยนะแจฮยอน...ฮึก...” โดยองทรุดตัวลงบนพื้นในขณะที่มือก็ยังคงถูกจับอยู่ คนตรงหน้าก็เลยต้องทรุดนั่งลงไปตามๆกัน ร่างบอบบางซุกหน้าลงเอามือกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้น

 

“ฮึก...ฮือ...”

 

ในตอนนั้นแจฮยอนที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จึงยอมปล่อยมือจากการจับมือของโดยองไว้ แล้วเปลี่ยนมาลูบแขนลูบหลังแทน พอรับรู้ได้ถึงสัมผัสคิมโดยองก็โวยวายขึ้นมาอีกรอบ “ก็บอกว่าไม่ต้องมายุ่งไง มันเพราะว่านายชอบทำแบบนี้ไง ฉันถึง... อึก...”

 

“...”

 

“ถึง...”

 

“...”

 

“ถึงชอบนาย...” โดยองรู้ดีว่าเสียงเขาที่เปล่งออกไปพร้อมจังหวะสะอึกสะอื้นแถมยังเป็นตอนที่ก้มหน้าลงซุกกับเข่าตัวเองแบบนั้นคงไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่คิดว่าอีกฝ่ายคงได้ยินแน่นอนอยู่แล้ว เขาหงุดหงิดและโมโหตัวเองที่ในที่สุดก็เป็นฝ่ายพูดออกมาอีกครั้งจนได้ ทำไมล่ะ...ทำไมเขาถึงเป็นฝ่ายยอมให้แจฮยอนอย่างนี้ทุกเลย ที่ร้องไห้งอแงเป็นเด็กๆอยู่ตอนนี้เป็นเพราะเขาเกลียดตัวเองที่ชอบแจฮยอนมากขนาดนี้ได้ยังไง “ไอ้เด็กโง่เอ๊ย! นี่ฉันบอกว่าชอบนายเป็นครั้งที่สองได้ยังไงวะ ฮือ...” พูดออกไปก็เห็นจะมีแต่น้ำตาแหละที่เข้าใจกัน โดยองก็เลยร้องไห้ฟูมฟายออกมาอีก อายก็อาย...แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เห็นทีว่าควรจะพูดให้อีกฝ่ายตระหนักและเข้าใจในทุกอย่างได้เสียที

 

คราวนี้จึงเงยหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำขึ้นมอง ตาแดง จมูกแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สบตาแจฮยอนคราวนี้ก็เห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งอยู่...

 

ทำไมล่ะ... จะไม่เชื่อกันอีกแล้วใช่ไหม...? คำพูดที่พูดไปของเขามันไม่เคยมีความหมายเลยสินะ แจฮยอนก็รู้ว่าเขาเป็นคนจริงจังกับทุกอย่างมากมายขนาดไหน แต่ทำไม... พอเป็นเรื่องนี้กลับมองมามันเป็นเรื่องล้อเล่นนี่มันจะดูถูกความรู้สึกกันมากเกินไปแล้วนะ

 

ในขณะที่จ้องหน้าจ้องตาน้ำตาก็ยังจะหลั่งรินลงมา โดยองกลัวหลังจากนี้... ยิ่งในตอนนี้ที่ภาพทุกภาพระหว่างเขากับแจฮยอนตั้งแต่เล็กจนโตฉายขึ้นในหัวก็ทำให้น้ำตายิ่งหลั่งไหล ต่อไปความสัมพันธ์ที่เคยดีมาตลอดอาจจะต้องจบลงไปจริงๆ ที่เสียใจ เจ็บปวดและดูเหมือนจะทำใจยอมรับกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ได้คงเพราะเขาเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะกะทันหันขนาดนี้...

 

โดยองไม่ได้เตรียมใจมาก่อน... จินตนาการไม่ได้หากในวันพรุ่งนี้ชีวิตเขาต้องขาดแจฮยอนไป... รู้แต่ว่ามันคงเป็นอะไรที่เลวร้ายมากจริงๆจนเขาไม่กล้าเลย แต่แล้วในที่สุดวันนี้มันก็ดันมาถึงแล้วจริงๆ

 

“และคงเพราะว่าฉันชอบนายมาก มันเลยหวั่นไหวกับทุกการกระทำที่ทำให้กัน ก็จริงอยู่ที่ฉันอาจจะชอบนาย... แต่เพราะว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน นายจะมานึกจับมือกันเมื่อไรตอนไหนแบบนี้ไม่ได้ แล้วไหนจะกอด สัมผัสอื่นๆหรืออะไรก็ตามแต่นั่นก็เหมือนกัน...  แล้วยิ่งตอนที่นาย...” พอจะพูดก็กลายเป็นเรืองยากไปอีก เพราะหลังจากวันนั้นที่จูบกัน พวกเขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องที่ว่านั่นเลยสักครั้ง หากลองมาพูดตอนนี้จะเป็นอย่างไร...

 

“จ...แจฮยอน... นายได้ทำอะไรลงไปบ้างรู้หรือเปล่า... ฉันไม่รู้ว่านายคิดหรือรู้สึกอะไรบ้างไหม แต่สำหรับฉันมันเป็นเรื่องใหญ่มาก... อย่างเช่นเรื่องในคืนนั้นที่ฉันเช็ดผมให้...ล... แล้วนายก็....” โดยองสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะพูดขึ้นมาอีก “ถ้าไม่เข้าใจน่ะ... ก็จะบอกให้รู้เอาไว้ว่าจูบน่ะ... เขามีไว้สำหรับคนรักกัน...แต่ถ้านายไม่ได้รู้สึก...อื้อ...”

 

เสี้ยววินาทีเด็กหนุ่มก็ส่งมือมาประคองดวงหน้าน่ารักของคนเป็นพี่ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าหาแล้วประกบปากทันที คิมโดยองตาเบิกโพลงหัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจ ในคราวแรกดูเหมือนจะเป็นแค่การใช้ริมฝีปากบดเบียดเข้ามาอย่างจาบจ้วงเอาแต่ใจ ทว่าสัมผัสจากแจฮยอนยังคงเป็นอะไรที่ดีและทำให้ตื่นเต้นได้เสมอ

 

สัมผัสที่รุนแรงเหมือนกำลังจะจางหาย โดยองคิดว่าอีกฝ่ายคงจะถอนริมฝีปากออกไปแล้วแต่ก็เปล่า... ริมฝีปากอิ่มกดจูบซ้ำๆบนกลีบปากที่เริ่มแดงช้ำราวกับจะขออนุญาต จนเขายอมจำนนและหลับตาลงในที่สุด จังหวะที่เผยอปากเพื่อรับเอาอากาศเข้าไปปลายลิ้นก็สอดแทรกเข้ามา ช่องท้องไหววูบ อยู่ๆก็เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านปลายนิ้วเข้ามาก่อนจะไหลวนไปจนทั่วร่างกาย สมองมันตื้อ ขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออกเลย

 

ชั่วขณะนั้นเองกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกดีแต่ก็ยังคงมีความสับสนปะปนอยู่...

 

คิมโดยองชอบแจฮยอนมากขนาดไหนกันนะ... ขณะจูบกันน้ำตาก็ยังคงไหล... โดยองปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามแต่ใจ...หรือไม่ก็คงเป็นเขาเองที่ยอมโอนอ่อนตามที่แจฮยอนเป็นฝ่ายชักนำ...

 

เนิ่นนานอยู่เหมือนกันกว่าอีกฝ่ายจะถอนริมฝีปากออก มันทั้งเขินอาย ทั้งสับสนหนักหน่วง โดยองไม่กล้าที่จะสบตาอีกฝ่าย คำพูดมากมายเหมือนจะถูกแจฮยอนริบไปจากริมฝีปากที่แทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเมื่อครู่ แต่แล้วสัมผัสจากอุ้งมือเดิมที่นวดเข้าที่แก้มเขาซ้ำๆ ราวกับเรียกหากัน ก็ทำให้โดยองยอมเชยดวงตาขึ้นมองจนได้ แม้จะขลาดอายแค่ไหนก็ตามที

 

“ผมรู้สึก...” พอได้ฟังสิ่งที่แจฮยอนพูดในตอนนี้ก็พยายามนึกย้อนถึงสิ่งที่เขาพูดไปก่อนหน้า... แล้วใจก็ยิ่งเต้นแรง... “ผมเองก็คงจะรู้สึกกับพี่ไม่ต่างกันเท่าไรนักหรอก... แต่แค่เพิ่งรู้...”

 

โดยองไม่ได้พูดอะไรแต่กำลังจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยดวงตากลมโต หัวใจเองก็พองโตขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ลุ้นอย่างตื่นเต้นและรอจะฟังสิ่งที่จะฟังคำพูดต่อจากนั้น

 

“ขอโทษด้วยนะครับ... ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาทำให้พี่คิดไปมากแค่ไหน แต่หลังจากนี้ก็อยากที่จะชดเชยทุกๆความรู้สึกให้...”

 

“...”

 

“ผมเองก็ชอบโดยองงี่เหมือนกันนะครับ... ไม่รู้ว่าเริ่มจากตรงไหนหรือเมื่อไร... รู้ตัวอีกทีก็หงุดหงิดไม่พอใจเวลาทุกคนเข้าใกล้พี่ไปหมดแล้ว”

 

คงเห็นเขานิ่งอึ้งไป แจฮยอนก็คงจะแปลกใจอยู่เหมือนกัน “ไม่คิดจะพูดอะไรบ้างเลยเหรอครับ...?” พอถูกถามมาอย่างนั้นก็ไปไม่ถูก หน้ายิ่งแดง ตัวก็เหมือนจะยิ่งสั่นหนักขึ้น

 

นี่แจฮยอนเพิ่งจะบอกชอบเขาจริงๆเหรอ...? มันเหมือนฝัน จนเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันคือความจริง... น้ำตาที่เหมือนจะหายไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ อยู่ก็ก่อตัวและเริ่มรินไหลอีกครั้ง

 

“ค...คือฉันก็พูดไปหมดแล้วนั่นไง... ฮึก” พอเริ่มมีอาการสะอื้นขึ้นมาอีกรอบ แจฮยอนก็ลูบหน้าเช็ดน้ำตาให้อีกยกใหญ่

 

“ไม่ต้องร้องแล้ว...รู้สึกผิดจะตายอยู่แล้วเนี่ยที่ทำให้คิดมากมาตลอด ต่อไปเอาเป็นว่าผมจะตามใจพี่ทุกอย่างเลย โอเคไหมครับ?” มืออุ่นจากลูบหน้าก็เลื่อนขึ้นไปลูบหัวทุยๆ

 

“จริงนะ?”                                                                 

 

“จริงสิครับ” แจฮยอนพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มสดใส “ตอนนี้อยากทำอะไรล่ะครับ... บอกมาสิ” โดยองช้อนดวงตาขึ้นมอง ยิ้มออกมาก่อนบอก

 

“ขอต่อยทีนึงได้ไหม?” ไม่พูดเปล่า... คนตัวบางยังส่งตรงหมัดหนักๆเข้าไปหน้าของอีกคนจนหงายหลัง แจฮยอนลุกขึ้นมา ตากะพริบปริบ มือข้างหนึ่งก็กุมปากไว้ ...เห็นทีว่าคงจะเจ็บนั่นแหละ

 

“โทษฐานที่นายทำให้ฉันเป็นบ้า!... ทำให้ฉัน... น...นั่น... ล...เลือด” โดยองกำลังจะด่าแจฮยอนอีกชุดใหญ่แต่พอเห็นเลือดออกที่มุมริมฝีปากข้างหนึ่ง ก็รีบถลาเข้าไปหา ใช้มือข้างหนึ่งแตะเข้าที่เลือดอย่างไม่นึกรังเกียจ “ขอโทษ... ลูกหมู...ขอโทษ...” ขอโทษไปปากคอก็สั่นไปหมด

 

และสิ่งนั้นก็ทำให้เด็กหนุ่มยิ้มออกมาจนได้ แม้ในตอนนี้จะกำลังรู้สึกเจ็บกับบาดแผลสักเท่าไรก็ตาม...

 

“ไม่เป็นไรครับ...” ขณะที่โดยองกำลังค้นเป้ใบเก่งเพื่อหาอะไรสักอย่างที่น่าจะเอามาปฐมพยาบาลบาดแผลให้อีกฝ่ายได้ แจฮยอนกลับทำได้เพียงมองดูการกระทำนั้นแล้วยิ้มกับตัวเอง เด็กหนุ่มมองดูสีหน้าและท่าทางอันร้อนรนวุ่นวายนั้นอยู่อย่างเงียบๆ

 

และไม่รู้ว่าอะไรเหมือนกันที่อยู่ก็ทำให้แจฮยอนพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาในขณะที่ฝ่ายโดยองไม่ได้มีท่าทีสนใจพอที่จะรับฟัง

 

 

“เป็นแฟนกันนะครับโดยองงี่”

 

 

 

TBC…

 

 

 

 

กิ้ดดดด พาร์ทโดยองงี่กลับมาแล้วค่ะ 5555555555555

ตอนนี้ขอรับสมัครคนดามใจแคนาเดี้ยนบอยหนึ่งอัตรา *เสนอตัวเอง* /โดนตบ น้องเขามาเพื่อที่จะนกเท่านั้นเอง ถถถถถถถถ สงสารร

ในที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดดด ในที่สุดก็สารภาพรักกันเป็นเรื่องเป็นราวเสียทีสินะคะ 5555555555

ความรู้สึกเหมือนแม่ที่ส่งลูกเข้าหอคืนแรก ดีนะไม่ได้กันก่อนจะบอกชอบกัน ฮือ ถ้าเป็นแบบนั้นก็เกินไปละ ฮืออ นี่ก็นั่งขำนะคะว่านี่คือฟิคใสๆฟีลกู๊ดจริงๆใช่ม้ายยทำไมพระเอกถึงได้โดนด่าทุกตอนขนาดนี้ เว้? 5555555555555

 

เหมือนจะดราม่าเลย แต่เรื่องนี้ก็คงจะดราม่าได้เท่านี้แหละ 5555555

 

ขอบคุณค่าาา ต่อไปก็คงไม่มีอะไรแล้วมั้งคะ ตัดจบเรื่องมันที่ตรงนี้เลยได้มะ #อย่าตีเรา

 

ฝากแท็กเหมือนเดิม #solongJD มีความเป็นผีเฝ้าแท็กมากมายค่ะ 55555

 

 

 


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

636 ความคิดเห็น

  1. #625 Khymmie (@exkn72) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 23:19

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก killing partttttttttttttt หัวใจชั้นนนนนนนนนนนนน

    #625
    0
  2. #605 sansariru (@funboice) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 19:06
    เป็นตอนที่ความรู้สึกขึ้นสุดลงสุดมาก ฮือออออ ฟินเว่อ
    #605
    0
  3. #603 Nam_127 (@Nam_127) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 21:31
    หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูเลยค่ะ
    #603
    0
  4. #600 Panda (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 13:24

    โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยย สักที ลุ้นมา 15 ตอน ฮ่าๆๆๆ ลูกหมูเลิกซื่อ กาตุ๋ยเลิกปากแข็ง ฮ่าๆๆ

    #600
    0
  5. #585 ploy wty (@ploy-orathai) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 20:06
    ขำแจอะ ไม่ไหวๆ
    #585
    0
  6. #567 newkn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 14:05
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เค้าเป็นแฟนกันแล้ว ลูกหมูกับโดยองงี่
    #567
    0
  7. #557 🍋 (@hs-eun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:21
    ในที่สุดฮืออออ ละมุนอะไรเบอร์เนนนน้ สงสารมาร์ค แต่ไม่เป็นไรนะ เราจะดามใจมาร์คเอง555555
    #557
    0
  8. #542 LEE J (@ubonwan123456780) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 23:26
    กว่าจะขอได้นะจองแจฮยอนนน
    #542
    0
  9. #526 da_ggsone (@da_ggsone) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 12:06
    ตอนนี้ให้หลายฟิลล์มาก ทั้งสงสารน้องมาร์ค ทั้งฟินแจโด แจฮยอนละมุนมากลูกเอ้ยยยยย มาร์คลีมาหาแม่มาลูกมา มาซบอกแม่ แม่พร้อมซับน้ำตาให้หนูเสมอ (?)
    #526
    0
  10. #503 Armi열 (@army-trustyeol) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:43
    เขาเป็นแฟนกันแล้วค่ะะะะ โอ๊ยยย แม่ฟินนน ต้องขอบคุณมาร์คลีสินะค่ะ มาหาพี่มา
    #503
    0
  11. วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 14:43
    ทำไมเป็นฉากสารภาพที่เราร้องไห้ละเนี่ย น้ำตาไหล ????
    #371
    0
  12. #370 นนนี่ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 10:02
    ตอนแรกจองแจจะเป็นฝ่ายงอนพี่เขาถูกมะ ไปมาทำไมกลายเป็นว่าง้อเขาก่อนละลูกกกกก

    ในที่สุดก็รู้ใจกันสักที นานสมชื่อฟิคเลยค่ะ ไปเดทกานนนนนนน

    ขอสมัครดามใจน้องมาร์คค่ะ ^^
    #370
    0
  13. #369 Superbroccoli. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 01:43
    งื้อออออ เค้าบอกรักกันแล้วววว เค้าจูบกันอีกแล้ววว เค้าขอเป็นแฟนกันแล้วววว

    ที่สำคัญคือเค้าต่อยกันแล้วววว55555555

    แคนาเดี้ยนบอยก็นิสัยน่ารักเหลือเกิน ถ้าหัวใจยังช้ำก็มาพักพิงกับป้สได้นะจ๊ะ ป้าพร้อม คริคริ

    คู่ต่อไปอีกคู่ที่เราลุ้นค่อจอห์นอิล อ้อ อย่าลืมแทเตนล์ด้วยนะคะ55555
    #369
    0
  14. #368 Snowpuff (@min5frozen) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 16:30
    แอร๊ยยยยยยยยย~ แบบเป็นอะไรที่ฟินมากๆๆ โดยองคบจับแจเลยนะ อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดไปล่ะ >///<
    #368
    0
  15. #367 ขิงน้อยกลอยใจ (@fanta-z-103) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 20:51
    กรี้ดดดดดดดดดด ทำไมพึ่งเจอเรื่องนี้! ดีงามมากกกกกกกค่ะ ฮรื่ออออ นี่อ่าน 14 ตอนรวดเลย น่ารักมากกกกก(ก ไก่ล้านตัว) โดยองงี่กับลูกหมู เขินมากกกกกก ชอบมากเลยค่ะ YoY แอบมีแทโดอ้วย ฟฟฟฟฟ (ปกติชิปออลโดค่ะ5555555) ฟินมากเยยยย เป็นกำลังใจให้ค่ะ ไรท์สู้ๆ รอนะคะะะ เย้ๆ
    #367
    0
  16. #366 ติ๋มๆไง (@abbitzz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 16:29
    โอ้ยยยยยยย ไม่ไหวแล้ว หายใจหอบถี่ อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นกว่าเดิมสองเท่า ยิ้มแก้มบาน สติหลุดไปแล้ว แง้ ในที่สุดน้องแจก็บอกพี่เค้าไปสักที ในที่สุ้ดดดดดดดดแ ฮืออออออออ แล้วมีการมาขอเป็นแฟนกันอย่างนี้เนี่ยนะ โดยองตกใจตายไปรึยัง ในส่วนของคนอ่านนั้น...หัวใจจะวายแล้วค่ะ

    แต่น่าสงสารน้องแจเค้านะคะ นี่กะจะโรแมนติกขั้นสุดแล้วยังโดนต่อยจนเลือดไหลอ่ะ โอ้ย ในความฟินมีความฮาซ่อนอยู่
    #366
    0
  17. #365 AIGA_sissie (@ag_ss) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 10:42
    ไม่ไหวแล้ว อยากร้องไห้ คือดีใจ 555555 แต่ทำไม่ได้ นั่งประชุมอยู่ ฮือออ ยัยตุ่ยสารภาพเป็นครั้งที่สองแล้ว บ้าเอ้ย เจ้าแจทำให้ยัยต้องออกโรงอีกรอบ 5555555 อิพี่จะให้อภัยเพราะเค้าจะเป็นแฟนกันแล้ว กรีดร้องงงงงงงง
    #365
    0
  18. #364 9621DY (@9621DY) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 10:28
    อร๊ายยยย ฟินสิคะคุณรออะไรอยู่ เขินบิดจนผ้าห่มขาดหมดแล้วเนี่ย
    #364
    0
  19. #363 qqxtg (@siwanguy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 10:26
    ฮือ เขินไปหมดดด แงงงงงงงง ไม่ไหวแล่วววว
    #363
    0
  20. #362 mimikuo (@mimikuo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 03:42
    อะๆรจะมาขอคบ กีสสสส ชุ้นทีมน้องคิ้วโก่ง ชุ้นไม่ยอมให้พวกเธอได้กันง่ายแบบนี้แน่ๆ นุ้งมาร์คห้ามยอมสิ่ มาร์คโดสิ่ 55555555 ชิบจนลืมไปว่านี่มันแจโด
    #362
    0
  21. #361 Dreamz_ii (@dreammyt001) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 01:55
    ในที่สุดดดด.. (;/////;) /ยกมือปาดน้ำตา จองแจฮยอนของแม่ไม่นกแล้วนะคะลูก! รักมาร์คลี ที่เข้ามาเป็นตัวกระตุ้นให้น้องยูกหมูรู้ใจตัวเองมากขึ้น แอบเคืองตอนน้องหึงพี่เขาที่มาติวแคสให้มาร์คลี คำพูดดูถูกจิตใจคนฟังมากเลย ถ้านี่เป็นโดยองนี่ต่อยตั้งแต่ในห้องสมุดแล้ว หึ่ม เคืองแรง แต่พอพี่เขาโกรธก็มีความโดยองงี่ นี่เข้าตำราตบหัวแล้วลูบหลังเลย ทำพี่เขาร้องไห้ให้พี่เขาสารภาพรักครั้งที่สองแล้วยังไปขโมยจูบแล้ว สมน้ำหน้าโดนต่อยเบอร์แรงจนปากแตก เดี๋ยว นี่โกรธอะไรขนาดนั้น 55555555 รักโดยองทุกครั้งที่อ่านฟิคเรื่องนี้ชอบความอดทนของโดยอง คาแรคเตอร์มั่นคงแม้มีมาร์คลีที่ดีต่อใจมาวอแว ฮรือ น่ารักมาก แอบหมั่นไส้ไอ้ยูกหมูเลย ไม่เอาม่าแล้วนะคะ เอาหวานๆ อยากเห็นพี่จ้อนกับพี่ตะยงไม่นกนะคะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆด้วย รักไรท์
    #361
    0
  22. #360 limitedear (@limitedear) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 01:21
    กรี้ดดดดดด -ลูกหมูหายกากแล้วนะจ้ะ ฮือออออออ ต้องให้ยัยตุ่ยร้องไห้ก่อนสินะ
    #360
    0
  23. #359 Fluffy_Bunny (@GxxAraya) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 00:05
    เราอาสาค่ะ555555555 วุ้ยพ่อพระเอกกว่าจะรู้ตัวคนอ่านเค้ารู้กันมานานล้าว ขำดยองอ่านางขอต่อยแล้วก็ต่อยจริงแล้วก็ไปทำแผลให้เค้า เป็นแฟนกันซักทีจุดพลุฉลองๆๆๆ
    #359
    0
  24. #358 olenji (@olenji) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 23:54
    ปรบมือให้กับจองแจฮยอนนนน กว่าจะรู้ตัวนะลูกหมู55555
    #358
    0
  25. #357 admonGiiz (@admongiiz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 23:42
    โอ้ยยยยมันอะไรกันนน ตั้งตัวไม่ทัน ไม่คิดว่าตอนนี้จะบอกชอบกันอ่ะฮืออออ
    จะบ้าตายแล้ว คือแบบ ตอนแรกก็ยังคิดว่าแจฮยอนจะต้องหึงหนักแน่ที่โดยองออกมากับมาร์ค แล้วก็คงจะง้องแง้งไปตามประสาจนเลยไปตอนต่อไป
    ที่ไหนได้ ทำไมมันรวดเร็วแบบนี้555555555
    แต่นี่ชอบมาก ตอนฉากที่ยัยน้องมาทำตัวงี่เง่าใส่ แล้วยัยพี่ก็ระเบิดอารมณ์เพราะความอัดอั้นมานาน สุดท้ายก็ร้องไห้ออกแล้ว ก็ลงไปนั่งคู้แบบนั้น แต่มือยังจับกันไว้อยู่อ่ะ ฮือออ คิดภาพแล้วมันน่ารัก
    แต่พอโดยองเริ่มสารภาพรักอีกครั้ง แล้วก็เริ่มจะตัดพ้อออกมาแล้วเราโคตรใจสั่นเลย แบบสงสารโดยองที่ต้องมาชอบไอเด็กซึนนี่อ่ะ555555555 แงงง พอพูดถึงเรื่องจูบว่ามีแค่คนที่ชอบกันเขาทำกันได้แล้วอีหมูก็เลยดึงคนพี่ไปจูบเพื่อยืนยันความชอบนั้นอักสักครั้งอ่ะ เราจะบ้าเลย นอนเอามือปิดหน้าซะงั้น แงงงงงง จะต้องมีสักกี่อารมณ์ในตอนนี้กัน?
    ไม่ไหวแล้วววว ขอคบแล้วด้วยยยย คือไรรร๊ โดยองงี่ว่าไงงง ฮือออออ
    #357
    0