[FIC NCT] So long (JaeDo)

ตอนที่ 10 : CHAPTER 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    25 ก.ค. 59

 

CHAPTER 9

 

 

.

 

.

 

 

วันนี้ฝนตกก็อีกแล้ว...ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม...แถมยังเป็นเวลาเดิมๆอีก...

 

เมื่อวานกับวันก่อนขณะที่ฝนเทกระหน่ำลงมาโดยองกลับถึงหอพักแล้ว จึงไม่ได้มองว่าการที่ฝนตกเป็นเรื่องที่เลวร้ายนัก อย่างน้อยเขาเองก็ไม่ต้องเปียกปอนเพราะมัน แต่บรรยากาศเวลาฝนพร่ำก็พาลทำให้เกิดความรู้สึกเหงาอยู่บ้าง ถึงอย่างนั้น...อารมณ์สีเทาหม่นที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับบรรยากาศด้านนอกกระจกใส ก็ยังไม่เทียบเท่าความเป็นกังวล ห่วงหาน้องชายร่วมห้องที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปติดฝนอยู่ที่ไหน แล้วจะเปียกกลับมาจนทำให้เป็นหวัดหรือเปล่า

 

แม้วันนี้ฝนจะตกเช่นเคยเหมือนสองวันที่ผ่านมา...ทว่าโดยองก็สามารถสลัดความกังวลเกี่ยวกับแจฮยอนที่ก่อเกิดขึ้นขณะฝนตกที่เหมือนกับสองวันที่ผ่านมาออกไปได้จนหมดสิ้น... ก็แน่แหละ... โดยองไม่จำเป็นต้องคิดไปต่างๆนาๆแล้วว่าอีกฝ่ายจะลำบากไหมในยามที่ฝนตกลงมาแบบนี้ เพราะว่าตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญสภาพอากาศแห่งความชื้นแฉะและเปียกปอนไปด้วยกันกับเจ้าเด็กนั่น

 

หลังจากที่สายฝนเริ่มลงเม็ดหนักขึ้นเรื่อยๆ เท้าสองคู่ที่เดินเคียงคู่กันมาตลอดทาง จากที่สาวกันด้วยจังหวะปกติก็เร่งรีบขึ้น โดยองที่ยกมือสองข้างขึ้นมากำบังเม็ดฝนที่อาจจะหล่นกระทบตา กลับทำอย่างนั้นไม่ได้นานนัก เมื่อฝ่ายคนที่เดินอยู่ข้างๆดันยื่นมือมาคว้าเอาแขนข้างที่ใกล้กับตัวเองไป ฉุดให้กึ่งวิ่งกึ่งเดินจนพากันเข้าไปในอยู่ในตู้โทรศัพท์จนได้

 

ให้ตายเถอะ เปียกเข้าไปถึงถุงเท้าแล้วเนี่ย

 

วินาทีที่ไม่รับรู้ถึงเม็ดฝนที่ตกกระทบลงบนหัวเพราะอยู่ในกำบังของตู้โทรศัพท์แล้ว คิมโดยองคงจะตั้งใจสำรวจตัวเองมากเกินไปหน่อย ขณะที่ใช้มือปัดไหล่ปัดแขนที่มีเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินลายสก๊อตที่ชื้นฝนปกคลุมสวมทับอยู่ชั้นนอกถึงได้ไม่รู้เลยว่ากำลังใกล้ชิดกับคนที่พากันเข้ามาในพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆนี้มากแค่ไหน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่โดนสัมผัสเบาปัดผ่านเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม  

 

วันนี้โดยองงี่คงต้องสระผมอีกแล้วล่ะครับ ถ้าไม่สระนะไม่สบายแน่เจ้าของร่างเพรียวเงยหน้าขึ้นแทบจะทันที พอพบกับใบหน้าขาวหมดจดของแจฮยอนที่อยู่ในระดับสายตา ในระยะห่างกันเพียงคืบ การกลั้นหายใจก็เกิดขึ้นทันทีอย่างอัตโนมัติ

 

มันใกล้ไป... ใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกัน...

 

โดยองได้แต่ภาวนาให้การควบคุมและบังคับลมหายใจที่เขาสามารถทำมันได้ดังใจนี้จะส่งผลไปถึงหัวใจที่มันกำลังเต้นแรงให้ทุเลาเบาบางลงได้บ้าง ข้างในมันกำลังตีรวนร้องดังจนเขากลัวเหลือเกินว่าแจฮยอนอาจจะได้ยิน บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกอย่างไร ...ความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้นตกใจมันกำลังผสมปนเปกันมั่วไปหมด

 

แล้วไอ้เรื่องที่เมื่อเปียกฝนแล้วต้องสระผมน่ะ... ก็รู้อยู่แล้ว เขาน่ะไม่ใช่เด็กๆแล้วเสียหน่อย ไม่เห็นจะต้องบอกเลยโดยองก็เลยจงใจมองข้ามประเด็นนั้นไป... ก่อนขยับปากต่อรองในเรื่องที่กำลังทำให้เขาเงอะงะไปไม่เป็นอยู่ตอนนี้...

 

จ...แจฮยอน... ถอยห่างออกไปหน่อยได้ไหม ...ม...มันหายใจไม่ออกน่ะ ยิ่งแจฮยอนอยู่ในชุดบาสเกตบอลที่เปลือยท่อนแขนแล้วมือเขาไปบังเอิญไปโดนไปแตะที่แขนนั้นเข้าก็เล่นเอาตัวชา ชักมือกลับแทบไม่ทัน

 

แล้วเสียงที่ผ่านออกมาจากลำคอที่ใช้ทั้งเจื้อยแจ้วพูดคุยและร้องเพลงได้อย่างปกติมาตลอดทำไมจะต้องสั่นด้วยก็ไม่รู้...

 

ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่เสียงแล้วด้วย มือไม้ลามไปยันทั่วร่างกายก็กำลังสั่นสะท้านหวิวไหวเพียงเพราะเขากำลังได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนว่ามันจะดังชัดเจนในใจมากกว่าเสียงฝนในเวลานี้เสียอีก

 

ความจริงเขาควรจะสังหรณ์ใจได้ตั้งแต่เห็นปลายเท้าอีกคู่ที่อยู่ห่างออกไปจากปลายเท้าของเขาเพียงน้อยนิดแล้ว ร่างเพรียวน่าจะคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าระหว่างเขากับแจฮยอนกำลังใกล้ชิดกันมากแค่ไหน...

 

ทำไมคิมโดยองถึงได้ไม่ระวังตัวระวังใจเอาเสียเลยแบบนี้นะ...

 

ถอยอีกไม่ได้แล้วครับโดยองหรี่ตาลงมองอีกฝ่ายอย่างไม่ปักใจเชื่อ กลัวจะเจ้าเล่ห์ใส่กัน ไม่รู้สิ... โดยองรู้สึกทุกครั้งที่มองแววตาของแจฮยอนที่แม้จะใสประหนึ่งลูกแก้วแต่ก็รับรู้ว่ามันไม่ได้ซื่อตามนั้นเสียทุกครั้งหรอก คงเพราะไม่เชื่ออย่างนั้น... ถึงได้ยื่นมือออกไปยันแขนยันตัวอีกฝ่ายให้ถอยห่างออกไป ทว่าทันทีที่มือสัมผัสได้ถึงผิวเนื้อที่เย็นจัดเพราะชื้นน้ำของแจฮยอนอีกครั้ง นิ้วมือก็เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งวนในร่างกาย ร้อนวูบวาบไม่ได้สอดคล้องกับสภาพอากาศเย็นหวิวที่กำลังดำเนินอยู่ตอนนี้เลย

 

อีกอย่างแจฮยอนก็แทบจะไม่ได้กระดุกกระดิกถอยห่างออกไปตามความพยายามของเขาเลยด้วย โดยองถึงยอมเก็บมือกลับมาในที่สุด เมื่อไม่รู้จะทำยังไง เขาสูญเสียการวางตัวไปแล้ว ไม่รู้จะบังคับให้ตัวเองมีทีท่าปกติได้อย่างไร ต่อเมื่อจนหนทางจริงๆ ก็เลยแสร้งทำเป็นบ่นอีกเรื่องขึ้นมาดื้อๆเสียเลย

 

เนี่ยนะ ถ้ายอมกลับกับพี่แทยงไปตั้งแต่ตอนนั้น ป่านนี้ก็คงได้นอนฟังเสียงฝนอยู่ที่ห้องไปแล้วพยายามสร้างบรรยากาศอีกแบบขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อน หวังใจว่ามันจะช่วยให้อาการเคอะเขินที่เขาอาจจะเป็นอยู่แค่คนเดียวเจือจางลงไปได้บ้างก็เท่านั้น

 

ทว่าสิ่งที่โดยองคงผิดถนัด...ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้อยากรู้สึกผ่อนคลายไปกับเขาด้วยเลย...

 

จากหน้ายิ้มๆอยู่กลับกลายเป็นคิ้วขมวด... หน้ามุ่ยเสียจนเขานึกอยากจะเอานิ้วไปจิ้มที่หว่างคิ้วเพื่อคลายปมให้ แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างนั้นจริงหรอกเพราะโดยองเองก็กลัวอาการที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองหลังจากแตะตัวแจฮยอน

 

ทำไมล่ะ ฉันพูดผิดตรงไหนเหรอ?”

 

โดยองคิดว่าเขาไม่น่าจะคิดไปเอง...

 

ทุกครั้งที่พูดหรือแค่เอ่ยชื่ออีแทยงขึ้นมา ...ปฏิกิริยาที่แจฮยอนแสดงต่อเขาก็พลิกจากหน้ามือกลายเป็นหลังมือทันที พอมาลองนึกดูแล้วก็พบว่ามันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอยู่มากทีเดียว แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เรื่องเดียวที่เขาพอจะนึกออกว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นอีกคนน่าจะเกิดจากฝ่ายอีแทยงคงไปทำอะไรให้แจฮยอนไม่พอใจสักอย่าง...

 

โดยองมีแค่เรื่องนั้นอยู่ในใจจริงๆนะ...ถ้าไม่นับรวมกับสิ่งที่ยองโฮพยายามพูดกรอกหูเขาอยู่ทุกวันที่ว่าอีกฝ่ายหึงกันนั่นอะนะ...

 

ผมก็ไม่ได้บอกว่าพี่พูดอะไรผิดนี่

 

ก็เห็นเงียบไปเลยอะ

 

ก็ไม่รู้จะพูดอะไรนี่ครับ

 

ไม่ใช่ว่ามีปัญหาอะไรกับพี่แทยงหรอกนะแจฮยอนมองสบตา ประหนึ่งว่าคำถามที่ออกไปจากปากมันไปสะกิดที่ใจเข้าเต็มๆ ทว่าหลังจากนั้นอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรไปมากกว่านั้นนอกจากแสดงสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม ซึ่งถ้าเป็นแจฮยอนคนนี้แค่นั้นก็ถือว่าผิดปกติมากแล้วฉันไม่สบายใจนะหรืออันที่จริงนายแค่ไม่ชอบเขา?”

 

ทำไมผมถึงต้องไม่ชอบพี่เขาด้วย พูดขนาดนี้แล้ว... ยังมีหน้ามาทำใบหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิมราวกับไม่สะทกสะท้านอะไรได้อีกเหรอ...

 

แล้วไอ้คำถามนั้นเขาควรจะเป็นคนถามมากกว่าไหม? แต่เอาเถอะขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง ไม่อยากให้สถานการณ์อึมครึมนี้อบอวลอยู่นานมากนัก ต่อไปถ้าแจฮยอนอยากพูดอยากบอกเมื่อไรก็คงจะพูดออกมาเอง หรือไม่...สิ่งที่เขาคิดว่าเขารู้สึกได้มันก็อาจจะเป็นเพียงเรื่องที่เขากังวลไปเอง ก็ถ้าไม่ใช่ก็ดีแล้ว... งั้นก็เลิกทำหน้าเหมือนโกรธอะไรกันแบบนี้สักทีสิ นี่ฉันเองนะ ไม่ใช่คนอื่นซะหน่อย

 

ก็เพราะเป็นพี่ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมานั่นแหละแจฮยอนสวนทันทีจนเขาเองยังตกใจ อะไรของน้องมันล่ะ

 

ถึงตรงนี้โดยองสังเกตเห็นว่าแจฮยอนหลับตาลงเหมือนพยายามระงับอารมณ์... พอลืมตาขึ้นมาคราวนี้ก็ถอนหายใจราวกลับมีเรื่องให้น่าหนักใจอะไรขนาดนั้น ช่างมันเถอะครับ

 

เผลอครู่เดียว... เสี้ยวนาทีเดียวเท่านั้นจริงๆที่เขาเห็นรอยยิ้มเดิมๆอยู่ตรงหน้า...

 

แจฮยอนยิ้มจนตาขีด มุมริมฝีปากทั้งสองยกขึ้น ลักยิ้มบุ๋มลึกดูน่าเอ็นดู แต่ก็หวานเสียจนเขาแทบจะทรงตัวอยู่บนพื้นไม่ไหว ที่เป็นแบบนี้คงเพราะว่ามันใกล้เกินไป โดยองรู้ว่าดวงตาที่กำลังใช้มองไปของตัวเองโตมากแค่ไหน การแสดงของเขาเองที่ไม่สามารถควบคุมได้เลยต้องประหลาดมากแน่ๆ เมื่อไม่รู้จะสู้กับใบหน้าที่อยู่ตรงหน้ายังไงก็รีบก้มหน้างุดหลบตา

 

เอาแล้ว...คราวนี้ล่ะวิกฤตจริงๆของชีวิตคิมโดยองจริงๆแล้วล่ะ นอกจากจะรับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของอีกฝ่ายไม่ค่อยจะทันแล้ว เขายังจะต้องมาตายเพราะโดนแจฮยอนโจมตีแบบนี้อีก

 

ไอ้... ไอ้เด็กบ้าเอ้ย...!

 

ขณะที่ก้มหน้าตาก็กลอกตาไปมาหลุกหลิก โดยองแตะเท้าหนีไปด้านหลังได้เพียงแค่คืบกว่าก็ชนเอาเข้ากับประตูตู้โทรศัพท์เสียแล้ว เกิดวิกฤตรอบที่ล้านขึ้นอีกเมื่อมองเห็นว่าเท้าอีกคู่สืบตามมาจนเหลือระยะห่างเท่าเดิมอีก

 

อ...ไอ้...ไอ้บ้า...!

 

มือน้อยยกขึ้นมายันอกอีกฝ่าย ก่อนเงยหน้าขึ้น... ทันทีที่ตาสบตาร่างทั้งร่างก็ดันเหมือนโดนสาปให้แข็งเป็นหิน... กลิ่นกายหอมๆอาจจะเป็นกลิ่นแชมพู น้ำหอมหรือโลชั่นก็ไม่รู้ที่ติดมาตั้งแต่เช้าของอีกฝ่ายเด่นชัดขึ้น มันรุนแรงเสียยิ่งกว่ากลิ่นดินในยามฝนตกแบบนี้อีก

 

“เอ่อ...” โดยองอ้าปากค้าง มองเห็นรอยยิ้มตรงมุมปากที่เหมือนรู้ทันของอีกฝ่ายแล้วก็นึกหมั่นไส้เสียเหลือเกิน

 

แน่จริงก็พูดออกมาเลยสิ... รู้ว่าเขารู้สึกด้วยมากใช่ไหมล่ะ... ถ้ารู้อะไรก็พูดออกมาเสียเดี๋ยวนี้เลยไม่ใช่มาปั่นป่วนกันเล่นบ่อยๆแบบนี้ หัวใจเขามันก็ลูกเท่ากำปั้นจะมีแรงไปต่อกรอะไรด้วยนักหนาล่ะ

 

นั่น... ว่าแล้วยังจะมาหัวเราะเล็กๆให้อีก...

 

โดยองจะทนไม่ไหวแล้วนะ!    

 

“ป...ไปเล่นน้ำฝนกันไหม?” ในเมื่อแพ้ทุกอย่างในตัวฝ่ายตรงข้ามขนาดนั้น ทางเดียวที่นึกออกก็คงเป็นการหนีไปให้พ้นๆ “ก็...เหมือนต...ตอนเด็กๆนั่นไง” พูดแค่นี้ยังตะกุกตะกัก โดยองเหมือนจะลืมวิธีการพูดไปแล้วจริงๆ

 

“ไม่เอาครับ... ตอนนี้โตแล้วนะ” แจฮยอนยิ้ม... ส่ายหัวให้อย่างอ่อนใจทำราวกับว่าเขาเป็นคนที่เด็กกว่า

 

โดนปฏิเสธรอบนี้ก็ยึกยัก ยืนส่ายไปส่ายมา ยกมือขึ้นมาเกาหัวบ้างลูบหน้าบ้างอย่างไม่รู้จะเอามันไปไว้ตรงไหน แต่ก็ยังพยายามฮึดสู้อีกครั้ง ครั้งล่าสุดนี่เอาแต่ใจตัวเองสุดๆแล้วเลยด้วย “งั้นก็แล้วแต่... แต่ฉันจะเล่น” ไหนๆก็เป็นคนที่ยืนหลังติดประตู้โทรศัพท์อยู่แล้วนี่นา ก็แค่ผลักประตูออกไปเขาก็สามารถหลีกหนีสถานการณ์คับขันนี้ได้แล้ว

 

ร่างเพรียวออกมาจากตู้โทรศัพท์ที่ใช้กำบังฝนได้สำเร็จ สายฝนยังลงเม็ดหนักอยู่พอสมควร เขาวิ่งออกมาได้ถึงกลางทางเดินของฟุตบาททางเท้าก็ได้ยินเสียงดังของแจฮยอนที่ตะโกนแข่งกับเสียงฝน

 

“โดยองงี่ทำไมพูดไม่ฟัง ...เดี๋ยวก็ป่วยเอาหรอกครับ”

 

ทว่าคนที่ดุเอาแบบนั้นก็วิ่งมาจนเทียบข้างจนได้ วินาทีที่เห็นคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดๆ โดยองรู้ดีว่าอาการที่เกิดขึ้นตอนนี้ของแจฮยอนเป็นเพราะใคร ก็คงเพราะเขาดื้อไม่ยอมเชื่อฟังนั่นแหละ ว่าแล้วก็เอาใช้นิ้วจี้เอวอีกฝ่ายเพื่อคลายปมขมวดที่คิ้วนั้นเสียเลย เห็นแจฮยอนตัวอ่อนตัวงอสมใจก็กลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว

 

“จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม? จะเอาแบบนี้เหรอครับ!” แจฮยอนจ้องเขากลับด้วยดวงตากลมโต ทำราวกับจะฆ่าจะแกงกันอย่างนั้น

 

แล้วคิดว่าคนอย่างโดยองจะกลัวไหมล่ะ ! เข้ามาเลย... สู้ขาดใจอยู่แล้ว!

 

อีกฝ่ายพุ่งเข้าหาเขา ก่อนจะจู่โจมเข้ามาจากทางด้านหลังด้วยการจี้เอวด้วยเช่นกัน โดยองหัวเราะลั่น ตัวขดตัวงอจนแทบจะลงไปกองอยู่ที่พื้น โชคยังดีที่อีกฝ่ายใช้ทั้งแขนรวบเอวเขาเอาไว้ได้ก่อนทำให้ไม่ต้องล้มลงไปด้วยสภาพที่น่าขันเกินไป

 

แต่ก็นั่นแหละ... ฝนตกขนาดนี้... บรรยากาศเย็นยะเยือกขนาดนี้...แต่กลับทำให้อุ่นไปทั้งใจได้ด้วยท่าทางนั้น...

 

เหมือนกอดกันอยู่ท่ามกลางสายฝนก็ไม่ปาน...

 

เส้นผมสีเข้มเปียกลู่เข้ากับใบหน้า เสื้อผ้าทั้งชุดเปียกชื้น รองเท้าผ้าใบเริ่มหนักถ่วงน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ สภาพเป็นลูกหมาตกน้ำด้วยกันทั้งคู่ นึกย้อนกลับไปถ้าเป็นตอนเด็กๆ ขณะที่เดินจูงมือกันไปจนถึงหน้าบ้านด้วยสภาพนั้น ภาพแรกที่เห็นก็คงเป็นท่ายืนเท้าเอวถือไม้เรียวของพวกแม่ๆของพวกเขานั่นแหละ

 

ช่วงเวลาดีๆแบบนี้... อยู่กับเขาไปนานๆเลยได้ไหม...

 

โดยองมีความสุข... เมื่อลองสังเกตจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายแล้วก็คิดว่าคงไม่ต่างกัน...

 

------

 

 

กว่าจะกลับถึงห้องพักก็ปาเข้าไปสามทุ่มกว่าแล้ว...

 

เสื้อผ้าของพวกเขาทั้งคู่เปียกชื้นแต่ไม่มีน้ำหยดเหมือนตอนที่อยู่ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำตอนนั้น เพราะกว่าจะเดินกลับกันมาจนถึงอพาร์ทเม้นท์ก็ใช้เวลาไปสมควร ฝนที่ลงเม็ดหนักก็พอจะซาลงเหลือเพียงลงเม็ดเปาะแปะมาสักพักใหญ่แล้ว แต่ถึงไม่จะหนักหนาเหมือนก่อนหน้านั้นแต่ก็พอจะสร้างความรำคาญให้อยู่บ้างเล็กน้อย

 

หลังจากเปิดประตูห้องพักเข้ามา รองเท้าที่เปียกชุ่มก็ถูกถอดวางไว้คู่กัน อาจเพราะวันนี้สูญเสียพลังงานไปค่อนข้างมาก ทั้งโดยองและแจฮยอนก็เลยไม่มีกระจิตกระใจสนใจจะทำอะไรกับรองเท้าผ้าใบที่เปียกเหมือนถูกปาลงน้ำมา จึงได้แต่วางมันทิ้งไว้อย่างนั้น

 

แจฮยอนส่งให้เขาเดินเข้าห้องไปก่อน ก่อนจะเดินตามไปก่อนจะพูดประโยคหนึ่งกับเขา “พี่อาบน้ำก่อนเลยนะครับ”

 

โดยองหันกลับไปมองคนที่เดินตามมา ใช้ดวงตาสำรวจอีกฝ่ายก็พบว่าเปียกมะลอกมะแลกไม่แตกต่างกันเท่าไร “เอาจริงดิ...นายไม่อยากอาบก่อนบ้างเหรอ?”

 

“ก็ผมให้พี่อาบก่อนนี่ไงครับ...หรืออยากจะอาบพร้อมกันล่ะครับ” ประโยคที่อีกฝ่ายพูดกลายเป็นประโยคไล่ส่งที่ฟังดูน่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาเลยก็ว่าได้

 

“ทะลึ่งละ” โดยองยกกำปั้นขึ้นมาทำท่าจะทุบก่อนจะก้าวเร็วๆไปคว้าผ้าเช็ดตัวกับชุดนอนในตู้เสื้อผ้าก่อนจะผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำทันที

 

แจฮยอนนะแจฮยอน...พูดไม่พอยังมีหน้ามายิ้มใส่อีก บ้าหรือเปล่า... ใครเขาอยากจะไปอาบด้วยกันล่ะ ...ไอ้เด็กหมูบ้า!

 

ใช้เวลาไปเกือบสิบห้านาทีในการอาบน้ำ ทั้งๆที่เปียกฝนมาจึงทำให้ต้องสระผมด้วยในวันนี้ ทว่ากลับกลายเป็นว่าเขาใช้เวลาอาบน้ำน้อยกว่าวันใช้ชีวิตปกติด้วยซ้ำ เพียงเพราะโดยองกำลังคิดถึงคนที่อยู่ข้างนอกห้องน้ำที่ยังอยู่ในชุดเปียกชื้น โดยองแค่กลัวว่าแจฮยอนจะต้องทนหนาวนานเกินไป

 

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดแทนอีกฝ่ายมากเกินไปแล้วจริงๆ...

 

เพราะทันทีที่ก้าวพ้นออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่สวมเสื้อยืดตัวบางคอย้วยๆ ท่อนล่างเป็นกางเกงวอร์มสีเทาที่ใส่เป็นประจำ โดยองกำลังใช้มือตัวเองยีผมที่เปียกผ่านผ้าขนหนู จังหวะที่เงยหน้ามองเพื่อเรียกอีกฝ่ายให้ไปอาบน้ำบ้างกลับต้องมีอันชะงักงัน ยืนขาตายขวางอยู่ตรงประตูห้องน้ำนิ่งนาน

 

ในดวงตาปรากฏภาพของแจฮยอนนั่งอยู่ที่ปลายเตียงตัวเอง ขณะที่ลำตัวท่อนบนเปลือยเปล่า แต่ท่อนล่างกลับพันผ้าเช็ดตัวผืนประจำไว้จนรอบ ทั้งๆที่ก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน คิดว่าร่างกายก็คงไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกันมากนัก แต่พอเหลือบไปเห็นกล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนสวยงามตรงหน้าแล้วก็ได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจว่าทำไมถึงไม่ชอบออกกำลังกาย หน้าท้องเขาน่ะมีแต่ซี่โครง พอเห็นมัดกล้ามสมส่วนของแจฮยอนแบบนี้แล้ว ต่อไปนี้ก็ไม่รู้ว่าจะกล้าเรียกอีกฝ่ายว่าลูกหมูได้ยังไงกัน ...โดยองล่ะรู้สึกละอายใจขึ้นมาจริงๆ

 

เพราะลูกหมูของเขาดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว...

 

 

“เสร็จแล้วเหรอครับ?”

 

“อ...อืม...” โดยองทำได้แค่พยักหน้าก่อนจะก้มหน้างุด คนตัวบางรีบซ่อนใบหน้าที่เห่อร้อนเพราะเขารู้ว่าผิวหน้าจะต้องแดงซ่านมากแน่ๆ แต่ก็ยังไม่ได้ขยับหนีไปไหน โดยองยังคงอยู่ที่เดิม ทว่าเขาก็กลับต้องมาสะดุ้งเพราะอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้จนถึงตัว แล้วเบียดกายเพื่อแทรกตัวเข้าไปในห้องน้ำที่เขายืนขวางจนเหลือช่องที่จะทำให้ผ่านไปได้เพียงน้อยนิด

 

เพียงแค่ผิดเนื้อแตะกันเท่านั้นเล่นทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว พอได้ยินเสียงปิดประตูห้องน้ำคราวนี้ โดยองก็เพิ่งจะมาสำนึกได้ว่าควรจะขยับตัวได้เสียที ร่างเพรียวเดินไปทิ้งตัวลงที่ปลายเตียงตัวเอง มือสองข้างกำลังช่วยกันยีหัวตัวเองหวังจะให้ผมที่ชื้นแฉะหมาดขึ้นมาได้บ้าง ในขณะที่ดวงตากลับมีลักษณะราวกับเหม่อลอย ภาพที่ปรากฏในหัวอยู่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีเพียงผิวขาวๆกับมัดกล้ามจากที่ทั้งหน้าท้องและแขนของแจฮยอน

 

พอๆ... พอได้แล้วคิมโดยอง...!

 

ร่างเพรียวพยายามอย่างยิ่งที่จะสลัดภาพเหล่านั้นออกไป เขาสะบัดศีรษะซ้ำๆหวังจะให้ภาพที่มันบันทึกลงในหัวไปแล้วนั้นหลุดออกไปได้เสียที แต่ดูเหมือนจะทำมันไม่ได้ดังใจ ภาพนั้นยังคงชัดเจนอยู่เล่นเอาหน้าขึ้นสีขึ้นมาอีกอย่างช่วยไม่ได้

 

จองแจฮยอนจะมีอิทธิพลต่อเขาไปถึงไหนนะ...

 

โชคดีเท่าไร...ที่แจฮยอนเข้าห้องน้ำไปแล้ว... ถ้าไม่อย่างนั้นนะ...เขาก็คงจะได้กลั้นใจหนีตายไปก่อนแล้วจริงๆ

 

ถึงตอนนี้ก็เหมือนได้ใช้เวลาระหว่างที่แจฮยอนหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำใจ ผ่านไปสักพักหัวใจก็กลับมาเต้นด้วยจังหวะเดิมๆ ไม่ได้ดูตื่นตระหนกตกใจเหมือนเมื่อครู่ที่ผ่านมา

 

ระหว่างนั้นโดยองที่ขยับขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงตัวเองก็เช็ดผมตัวเองไปเรื่อยๆ จนดูเหมือนจะเหลือเพียงแค่โคนผมเท่านั้นที่ยังชื้นอยู่ ผ่านไปอีกเพียงครู่เดียว ประตูห้องน้ำก็เปิดออกมา ตอนที่ได้ยินเสียงเป็นสัญญาณว่าประตูกำลังจะเปิดออกแล้ว โดยองก็เบือนหน้าหนีไปอีกทางเพราะกลัวว่าจะเจอกับแจฮยอนสภาพเดียวกับตอนก่อนจะเข้าไปอาบน้ำอีก

 

“พี่ครับ...” เป็นเพราะอีกฝ่ายส่งเสียงเรียกจึงหลีกเลี่ยงที่จะไม่หันหน้าไปตอบรับไม่ได้ โดยองสูดลมหายใจเข้าลึก ค่อยๆผินหน้ากลับไปหา ก่อนจะได้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกเมื่อพบว่าอีกฝ่ายแต่งตัวเรียบร้อยดี ด้วยเสื้อยืดแขนสั้นสีเทากับกางเกงขาสั้นที่เห็นอยู่แทบจะทุกวันก่อนนอนอยู่แล้ว

 

“ว่าไง?”

 

“จะนอนเลยไหมครับผมจะได้ปิดไฟ ...เหนื่อยมากเลยวันนี้ อยากนอนแล้ว”

 

ฟังถึงตรงนี้โดยองก็คิ้วขมวด ดวงตากลมโตมองสูงไปยังศีรษะของอีกฝ่าย แล้วก็นึกอยากจะดุอีกคนขึ้นมาจริงๆ จองแจฮยอนจะนอนทั้งๆที่เรือนผมเปียกชุ่มอย่างนั้นได้อย่างไรกัน

 

“นายต้องเช็ดผมให้แห้งก่อนแล้วถึงจะนอนได้นะรู้ไหม”

 

“นอนได้... ผมนอนได้... ช่างมันเถอะ” บทจะงอแงก็มีท่าทางเหมือนเด็กๆขึ้นมา อีกฝ่ายเดินตรงมายังเตียงตัวเอง ทิ้งตัวลงนั่งก่อนจะทิ้งลำตัวตามลงไปนอนแผ่หลาบนฟูกนุ่มๆ เดือดร้อนถึงเขาที่ต้องลุกจากเตียงเพื่อที่จะไปดึงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมา

 

“คุณอาไม่ได้สอนหรือไง ว่าห้ามนอนทั้งๆที่ผมเปียกเดี๋ยวเป็นเชื้อรา” หลังจากใช้แขนดึงเด็กดื้อให้ลุกขึ้นมานั่งได้ โดยองก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูอีกผืนมาโปะไว้ที่หัวแจฮยอน “เช็ดซะ... เช็ดให้แห้งก่อนแล้วค่อยนอน”

 

ร่างบอบบางกำลังจะเดินผละออกไป แต่แขนข้างหนึ่งก็โดนฉุดเอาไว้เสียก่อน โดยองหันกลับไปมอง ในครั้งแรกเขามองลงไปยังข้อมือที่ถูกกำไว้ก่อน แต่พอพบว่าไม่ได้ขืนดึงดันหรือบังคับอะไรกันไปมากกว่านั้น เขาถึงได้ย้ายสายตาขึ้นมาสบกับแจฮยอน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่ทำอย่างนั้น เพราะอยู่ๆเขาก็ได้สายตาคล้ายวิงวอนที่เห็นแล้วรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆส่งกลับคืนมาให้

 

“เช็ดให้หน่อยสิครับ” โดยองอึ้งไปนิดนึง... แต่ก็ไม่ได้อยากให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพอย่างนั้นนานนัก ก็เลยพยายามดึงสติตัวเองกลับมาก่อนจะรีบตอบกลับไป

 

“ร...เรื่องอะไรล่ะ ...นายก็เช็ดเองสิ”

 

“นะครับ... วันนี้น่ะผมเหนื่อยจริงๆ ซ้อมก็หนัก แล้วแถมยังโดนพี่ยองโฮทำโทษอีกพี่ก็เห็นนี่ครับ...” อยู่ๆก็มาอ้อนกันแบบนี้... รู้หรือไงว่าเขาไม่มีทางจะปฏิเสธได้ลง

 

ทำได้สิ... คิมโดยองต้องทำได้ก็แค่ปฏิเสธออกไปแค่นั้น... เพราะถ้าเขาไม่ปฏิเสธก็มีแต่ตัวเองนั่นแหละที่จะแย่ แจฮยอนไม่ได้ส่วนได้ส่วนเสียอะไรด้วยสักหน่อย หมอนั่นก็แค่ไม่ต้องเช็ดผมเองก็เท่านั้า

 

“ก็นายอยากปาลูกบาสขึ้นมาอย่างนั้นทำไมล่ะ ...นิสัยไม่ดี”

 

“นี่พี่โดยองก็อีกคนแล้วเหรอครับที่คิดว่าผมตั้งใจทำอย่างนั้นจริงๆน่ะ พี่คิดว่าผมมีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำแบบนั้นด้วยหรือยังไง”

 

“ก็นาย...” พอจะพูดเหตุผลที่ยองโฮย้ำเสมอ ก็ไม่กล้า โดยองเม้นริมฝีปากแน่น แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “ไม่ต้องมาเฉไฉเลย ...รีบเช็ดผมให้แห้งเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันเองก็เริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน”

 

“ก็บอกแล้วไงว่าขี้เกียจ ถ้าพี่ไม่เช็ดให้ผมก็จะนอนมันทั้งอย่างนี้แหละ” คราวนี้ไม่พูดเปล่า แจฮยอนคลายมือออกจากข้อมือเขา กระถดตัวขึ้นไปบนกลางเตียงนอน แล้วทิ้งหัวลงบนหมอนทันที

 

เขาเองได้แต่เม้มปากมองอากัปกิริยานั้นอย่างโมโห... พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ปกติของตัวเองลง... ถึงจะหงุดหงิดใจที่อีกฝ่ายเอาแต่ใจเหลือเกิน และทั้งที่ตอนนี้อยากจะฆ่าอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่เขาก็ปล่อยให้แจฮยอนนอนทั้งๆที่ผมยังเปียกอยู่มากแบบนั้นไม่ได้จริงๆ

 

“เออๆ ก็ได้ๆ ลุกขึ้นมานั่งดีๆนี่มา เดี๋ยวเช็ดให้”

 

พอพูดออกไป แจฮยอนก็เหมือนจะกลายเป็นเด็กว่าง่ายขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มกระเด้งตัวขึ้นมานั่งรอเขาอยู่บนเตียง ในขณะที่โดยองเองก็ยังคงยืนอยู่ที่ปลายเตียงเหมือนรอให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาหากัน

 

“มานั่งนี่สิ” เขากวักมือเรียกให้แจฮยอนกลับมานั่งปลายเตียง แต่แจฮยอนกลับยังนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเหมือนเดิม

 

“พี่น่ะ ...มานั่งนี่สิ จะได้ไม่ต้องยืนเมื่อยนานๆไงครับ”

 

คงเห็นว่าเขาลังเลและไม่ขยับตัวสักทีแจฮยอนก็เลยเรียกซ้ำ “มาครับ” มือของอีกฝ่ายตบเตียงให้ดู โดยองถอนหายใจทิ้งไปในตอนนั้น ขืนเถียงกันไปมาแบบนี้วันนี้ก็คงไม่ได้นอนหรอก อีกอย่างแจฮยอนก็ไม่เคยคิดจะยอมเขาอยู่แล้ว เกิดถ้าเขาไม่ยอมเดี๋ยวก็งอแงทิ้งตัวลงนอนขึ้นมาอีก คิดได้ถึงตรงนี้แล้วโดยองจึงขยับตัวเดินอ้อมไปขึ้นเตียงอีกฝั่ง

 

มันก็อาจจะลำบากนิดนึง...เพราะต้องใกล้ชิดกับอีกฝ่ายมากเกินกว่าความจำเป็นอีกแล้ว...

 

แต่เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปได้ด้วยดี โดยองพยายามปลอบใจตัวเองเข้าไว้ สิ่งที่เขาต้องทำคือเช็ดผมให้แจฮยอน ...แค่เช็ดผมเอง เช็ดผมก็ไม่จำเป็นต้องมองหน้าอีกฝ่ายก็ได้นี่นะ ครู่เดียวเท่านั้นก็เรียบร้อย ...มันจะไม่เป็นอะไรหรอก...

 

แต่พอเข้าไปใกล้อีกฝ่ายสิ่งแรกที่รู้สึกเลยคือลมหายใจของเขามันบังคับได้ยากขึ้นอย่างรู้สึกได้ชัด โดยองนั่งขัดสมาธิเลียนแบบแจฮยอน และเพราะมือที่รับผ้าขนหนูจากแจฮยอนมาในตอนแรกดันเอื้อมไปไม่ถึงศีรษะของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาต้องเขยิบเข้าใกล้มากขึ้นอีก พยายามให้ใกล้ขึ้นในระยะที่จะเช็ดผมให้แจฮยอนได้อย่างสะดวก จนในที่สุดเข่าของพวกเขาทั้งคู่ก็ชนกัน

 

ตอนนั้นคงเพราะหวาดระแวง กลัวว่าแจฮยอนจะได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่มันกำลังร้องดังซึ่งเป็นปกติทุกครั้งเวลาใกล้ชิด โดยองก็เลยพูดอะไรบางอย่างขึ้นมาเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์ที่ดำเนินอยู่

 

“มันจะไปยากอะไรกับอีแค่เช็ดผมเนี่ยฮะ!

 

“...”

 

 

โดยองมองตามมือตัวเองที่กำลังใช้ผ้าซับผมให้อีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง เหมือนอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนแรกว่าเขาจะไม่เผลอไปสบตาแจฮยอนเป็นอันขาด ตอนนี้ก็เลยดูเหมือนว่าเขาจะจดจ่อตั้งใจอยู่กับการทำหน้าที่ของตัวเอง จนไม่ทันได้สนใจว่าดวงตาอีกคู่มองมาอย่างไร

 

“ขี้เกียจดีนักใช่ไหม...น่าจะปล่อยให้เชื้อราขึ้นหัวเสียจริงๆ”

 

“...”

 

“แล้วทำไมฉันต้องมาลำบากทำอะไรแบบนี้ด้วยล่ะฮะ!

 

คงเพราะในขณะที่เขาพยายามซับน้ำที่ผมของอีกฝ่ายไปเรื่อยๆนั้นไม่ได้มีปฏิกิริยาใดจากแจฮยอนตอบสนองให้เลย แม้กระทั้งตอนที่เขาเอ่ยปากบ่นไปมากมาย ในห้วงเวลานั้นที่ทุกอย่างแลจะเงียบเชียบเกินไปจนนึกสงสัยกับตัวเอง กอปรกับที่เรือนผมของแจฮยอนเริ่มชื้นน้อยลงพอดี เขาก็เลยหลุบตาลงเพื่อสังเกตดูอีกฝ่ายบ้าง เพราะไม่แน่...บางทีแจฮยอนอาจจะสบายกับการที่มีคนเช็ดผมให้แบบนี้จนนั่งหลับไปเลยก็ได้...

 

“....”

 

แต่โดยองคิดผิดไปจากความจริงมากทีเดียว ...พอลองมองเขาก็เห็นเพียงดวงตาคู่กลมใสที่จ้องมองมานิ่ง... เหมือนจะมองเขาอยู่นานแล้วด้วยซ้ำ... และนั่นก็ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกจึงหลบตาหนีไปในคราวแรก แต่พอมาคิดว่าเขาอาจจะแค่คิดไปเองก็ได้ ก็เลยทำใจดีสู้เสือช้อนดวงตาขึ้นมาอีกครั้ง...ก็ยังคงพบดวงตาคู่เดิมที่มองอยู่แบบเดิม...

 

ทว่าคราวนี้แม้ใจมันจะสั่น... จะกระทุ้งอกอย่างบ้าคลั่งมากแค่ไหน โดยองก็พ่ายแพ้แรงดึงดูดมหาศาลจากดวงตาคู่นั้น

 

ไม่รู้ทำไม...แต่เขารู้สึกได้ว่าในขณะมองกันคราวนี้มันไม่ได้เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา แม้ใจลึกๆจะอยากจะหลีกหนีสายตาอีกฝ่ายอีก แต่ก็มีความรู้สึกว่าอยากค้นหา ราวกับว่าในดวงตาคู่ตรงหน้าจะมีความหมายที่เขามองเท่าไรก็ไม่อาจเห็นซุกซ่อนไว้

 

จนถึงตอนนี้ก็ยังมองไม่ออกเลยว่ามันคืออะไร...

 

เขาไม่รู้จริงๆว่าแจฮยอนกำลังคิดอะไรอยู่... แต่ก็อยากรู้...

 

สบตากันอยู่นิ่งนาน...ใบหน้าของแจฮยอนก็คืบคลานเข้ามาใกล้ ลดระยะห่างระหว่างกันลง วินาทีที่ลมหายใจระลงมาบนใบหน้า โดยองก็หลับตาลงอัตโนมัติ เพื่อรอรับสัมผัสที่เขาเองก็เหมือนจะรู้อยู่แล้ว

 

โดยองรู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น... แต่ก็ยังยอม...

 

ความอุ่นร้อนในแบบเดียวกันกับที่เขามีแตะบางเบาที่ริมฝีปาก ในคราวแรกเหมือนเป็นเพียงแค่การลองเชิง แล้วจึงผละออกแต่ก็ยังคงอ้อยอิ่งไม่ห่างไปไหน หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาที เป็นเพียงเศษเสี้ยววินาทีเดียวจริงๆ แจฮยอนก็ตอบสนองด้วยการกดริมฝีปากบดเบียดแนบแน่นแต่ก็ไม่ได้ลุกล้ำหรือคิดจะทำอะไรมากกว่านั้น

 

มันคือจูบ...

 

สำหรับโดยอง... เขารู้อยู่แล้วว่าหัวใจเรียกร้องอย่างไรและยินยอมมากแค่ไหนเมื่อคนตรงหน้าคือ...แจฮยอน...

 

แต่กับแจฮยอนที่เป็นฝ่ายจูบเขา... โดยองกลับไม่รู้และไม่เข้าใจอะไรเลย...

 

 

 

TBC…

 



กิ้ดดดดด คนอ่านเป็นยังไง แต่คนแต่งตายไปแล้ว ไม่ใช่ไรนะ ง่วง 55555555555

30%ที่เหลือบ้าอะไร นี่มันยาวกว่า70%ที่ลงไปก่อนหน้าอีก 555555555555555

ฮืออออออออออออออออ ฝนตกในใจกันนะคะทุกคนนน โอ้ยยยย

 

อาจจะอึนๆงงๆ เพราะเมื่อเช้าก็ตื่นมาแต่ง ครึ่งหลังก็แต่งซะไม่ได้นอน เดี๋ยวจะตามมาแก้อะไรป่วงๆแปลกๆให้นะคะ

ชอบไม่ชอบยังไงจะเม้นท์บอกติดแท็กให้ก็ได้นะ ยินดีรับทั้งคำติคำชม ฮือออออ

 

เห็นหลายคนหวีดเรื่องนี้ละดีใจจังค่ะ หลายๆคนชอบก็รู้สึกดีใจเนอะ

คือเราเองแต่งเรื่องนี้ได้ค่อนข้างเร็วอยู่เหมือนกัน เร็วจนตัวเองยังตกใจเลย 5555555555

ยังไงถึงตรงนี้แล้วก็จะพยายามทำให้มันสม่ำเสมอแบบนี้ค่ะ

 

สุดท้ายขอบคุณทุกคนมากจริงๆ เวิ่นมากนี่คือง่วงใช่ม้ายย  ฮืออ 555555555

 

ปล.ช่วงนี้ฟังขี้หึงของ silly fools บ่อยมากค่ะ ฟังแล้วนึกถึงแจฮยอนตอนหึงพี่นี่แบบมันกร๊าวใจมาก ไม่มีไรแค่อยากบอก 5555555555

 

#solongJD

 



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

636 ความคิดเห็น

  1. #620 exkn72 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 20:58

    แจฮยอนอยากจูบตั้งแต่อยู่ในตู้โทรศัพท์แล้วชั้นรู้!!!

    #620
    0
  2. #592 princess_gift (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 23:17
    ฮืออออ อะไรที่เก็บๆกันไว้ก็เริ่มเก็บไม่อยู่แล้วใช่ไหมหละ!! เขินไปหมดแล้ววว แงงง
    #592
    0
  3. #580 ploy-orathai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 17:47
    แจฮยอนก็นะ เด็กมันอ้อยเก่งอะ เขินจิกปลายเท้าเลย ให้ตายสิ!
    #580
    0
  4. #564 newkn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 13:16
    ตายค่ะตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #564
    0
  5. #555 hs-eun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:19
    คยอ่านฟินตายไปแล้วค่ะ;////////////;
    #555
    0
  6. #521 da_ggsone (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 20:18
    คนอ่านก็ตายค่ะไรท์ ฟินตายเป็นที่เรียบร้อย -///-
    #521
    0
  7. #498 army-trustyeol (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:40
    ฟินข่าาาาฮรืออออออิอ
    #498
    0
  8. #468 bpplhhy_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 18:53
    เขินมากค่า แทบจะกองไปอยู่กับพื้น ฮือออออออ
    #468
    0
  9. #322 maymildyimyim556 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 15:24
    กรี๊ดดดดด เอาแล้วว้อยยยยจูบบบ
    #322
    0
  10. #246 abbitzz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 20:44
    มันคือจูบสินะ มันคือจูบใช่มั้ยยยยยยย ><
    นั่งเอามือลูบหน้า กลั้นยิ้มกลั้นฟินเหมือนคนบ้า แง้ โกรธตัวเอง มานั่งอ่านบนรถได้ไงอ่ะ จะกรี้ดก็ทำไม่ได้ ฮรึก/

    น้องแจ เอาอีกลูก อ้อยพี่เค้าอีก เอาอีก เอาให้ทั้งแม่และพี่เค้าหายใจไม่ออกกันไปข้าง ดีต่อใจเหลือเกินนนน
    #246
    0
  11. #235 nun-ae (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 15:59
    เอาแล้วจุ้ย เอาแล้ววววว จูบแล้วววว ฮือออออออ
    #235
    0
  12. #191 yok-rit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 13:14
    กรี๊ดดดดด จูบล้าวววว
    #191
    0
  13. #190 1ning (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 19:47
    เค้าจูบกันแล้วอะ ฮืออออออออ
    #190
    0
  14. #189 นนนี่ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 01:26
    อมก แม่จ๋าเขาจูบกันแล้วแม่!!!!!

    บรรยากาศตู้โทรศัพท์กลางสายฝนโรแมนติกมากเลยค่ะ เจ้าจองแจรุกหนักมาก พี่เขาถอยหนีก็ตามไปยืนเบียด

    พฮรือออ ขนาดนี้ก็พูดออกไปเถอะว่ารัก
    #189
    0
  15. #188 Superbroccoli. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 01:31
    เค้าจูบกันแล้วค่ะแมมมมมมมมมมม่
    #188
    0
  16. #187 กระต่ายแก้มตุ่ย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 23:44
    อ๊ากกกกกก ตายๆๆๆๆๆ นี่ขนาดแค่จูบรีดเดอร์ยังจะขาดอากาศหายใจตาย ถึงกับต้องพึ่งถังออกซิเจน ถ้ามากกว่านั้น คงต้องจองศาลาเลยหละค่ะ เขินม้วนแปดตลบ
    #187
    0
  17. #186 mimiin97 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 22:12
    ฮืออออออออออเขินนนนนนชอบพี่เค้าก็บอกไปนะแจฮยอน

    ละมุนละไมอะไรขนาดนี้ชอบบบบบ
    #186
    0
  18. #185 olenji (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 21:52
    อมกกกกกกกกกกกกกกกกกกก จองแจฮยอนนนนนน อร้ากกกกกก ขอพี่เป็นแฟนเดี๋ยวนี้เลยนะะะะะ-/////-
    #185
    0
  19. #184 ag_ss (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 21:12
    O-<-< 
     
    Orz
     
    O-<-<
     
    Orz
     
    O-<-<
     
    โอ้ยยยยย นี่มันไม่ธรรมดาแล้วหละค่ะคุณกิตติคะ 
    จะบอกว่าเจ้าแจไม่คิดอะไร ไม่รู้สึกอะไรด้วยนี่ มันไม่ใช่แล้วนะ
    อิพี่ว่ามันไม่ใช่แล้วววววววววว ฮือออออ 
    เจ้าแจควรขอเป็นแฟนเลยด่วนๆ อย่าให้ความหวังยัยแบบนี้นะ
    #184
    0
  20. #183 violet20lovely (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 17:06
    ไอเด็กนี่มันร้ายจังค่ะ เผลอเเปปเดียวจูบเเล้ว เเม่ยกตายอย่างสงบ55555//ชอบตอนคนน้องหึงมากค่ะ เอาอีก55555
    #183
    0
  21. #182 embell (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 12:45
    เธอจะมาทำเป็นจูบให้อยากแล้วจากไปไม่ได้นะแจฮยอน คิดอะไรก็บอกพี่เค้าไปเลยยยยยยยยยนยยย
    #182
    0
  22. #181 miruza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 12:21
    อยากจะไล่ให้คบกันซะเด่วนี้ อ๊ายยยย จูบอะจูบบบบบบ คนอ่านจะไม่ทน ชอบก็บอกไปสิ!!!!! อย่ามาทำซึนทั้งคู่นะ
    #181
    0
  23. #180 dreammyt001 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 11:12
    กรี้ดดดดดดดดดด ลูกหมูขโมยจูบแรกพี่เขา ไม่สิ ไม่ใช่ขโมยแต่เป็นการยินยอมทั้งสองฝ่าย แจฮยอนต้องคิดอะไรกับพี่เขาแล้วแน่ๆ โอ้ยยย แล้วจะหลอกปั่นหัวพี่เขาไปถึงไหนลูก ชักช้าเดี๋ยวก็โดนหมาคาบไปกิน รีบๆรู้ตัวว่ารักเขาซักที
    #180
    0
  24. #179 pippepor (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 11:07
    เป็นลมอะเกนแอนด์อะเกน ฉากที่เฝ้ารอมาแสนนานนนน ฮือออออออใจหนูสั่นแรงกว่าโดยองอีกมั้งคะเนี่ย ;_; พิมพ์เม้นท์ไปมือยังสั่นอยู่เลย ทำไงดี เมย์เดย์ๆ
    ยัยพี่แอบมีความเขินตอนเห็นซิกแพ็คลูกหมูอะ อย่าเขินลูก เดี๋ยวสักวันหนูก็จะได้สัมผัสมัน เดี๋ยวมันก็จะกลายเป็นของหนู -.,-
    ขนาดตอนเช็ดผมให้กันยังโรแมนติกเหลย ฮื่อ อยากแปลงร่างเป็นอากาศไปวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวพวกเขา มันจะดีนะคะ /กัดผ้า
    คิดไม่ออกเลยว่าสถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นยังไง มันช่างยากลำบากต่อการตัดสินใจ จองแจหนูจะซึนต่อไปไม่ได้แล้วนะ ทำขนาดนี้แล้ว ต้องรับผิดชอบลูกแม่ด้วย ฮื่อ เขินมั่กๆ รอตอนต่อไปนะคะะะะะ
    #179
    0
  25. #178 pollyloveu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 10:39
    ชัดเลย มันต้องอย่างงี้สิแจฮยอน ถ้าชัดเจนแบบนี้ตั้งแต่แรกป่านนี้ได้กันไปนานแล้ว อุ๊บ ???? แล้วอย่าทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นล่ะ สงสารพี่เขาแย่เลย 5555
    #178
    0