BTS Y Short Fiction

ตอนที่ 2 : [BTS short fic Monga] Rapmonster X Suga : Meteorn shower

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 มิ.ย. 58

การที่ผู้คนต่างบอกว่าผมขาดคุณสมบัติที่จะประสบความสำเร็จได้หรือจะมาจัดอันดับผม

ขอบคุณนะแต่มันทำให้ความกังวลของผมกระจายเป็นเหมือนมะเร็ง god damn it

ความกังวลของผมถูกโยนออกไปกับลูกบอล

ลมหายใจกับความฝันที่ดิ้นไปมา

ลูกบอลเดาะเร็วขึ้นพร้อมจิตใจที่มีความสุข

ที่เหมือนจะเป็นนิรันดร์ แต่เมื่อความมืดมาเยือนอีกครั้ง

ความเป็นจริงที่โหดร้ายก็จะหวนกลับมา

(คำแปลBTS อัลบั้ม In the mood of love pt1 intro)

แรปเปอร์หน้าหวานผมสีชมพูกำลังฝึกซ้อมอย่างหนัก ปกติเขาเป็นพวกที่พยายามแสดงออกว่าตัวเองเป็นพวกไม่คิดมาก แต่ตอนที่อินกับอารมณ์เพลง 

เขาเป็นเช่นเดียวกับเพลงที่เขาแต่ง 

ตอนนี้เขากำลังอยู่ในอารมณ์นั้น

ไม่เหมือนนัมจุนที่ปรับเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ธรรมชาติของตัวเองได้เพื่อความเป็นหลีดเดอร์และเพื่อประสบความสำเร็จ

เขาไม่อาจจะเปลี่ยนตัวเองได้เช่นนั้น และเขาคิดว่านั่นคือจุดอ่อน เขาเฝ้าแต่คิดว่าไม่มีสิทธิที่จะประสบความสำเร็จได้ได้ขาดบังทัน และบางครั้งเขาก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองไร้ประโยชน์ 

นั่นทำให้เขาขัดเกลาเนื้อเพลงจนกลายเป็นนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ของบังทัน 

เขาแต่งเพลงเพื่อข้ามผ่านค่ำคืนที่แสนหดหู่คืนแล้วคืนเล่า 

บางครั้งอารมณ์ของเขาก็ดำดิ่งลงไปในเพลงเศร้าจนเป็นหนึ่งเดียว

คืนนี้ก็เช่นกัน

“ชูก้าฮยอง” เสียงเคาะประตูปลุกชายหนุ่มตัวเล็กให้สะดุ้งเฮือกหลุดจากภวังค์

แปลกเนาะ คิดถึงก็มา คงจะอายุยืน

“ทำไงดี” ชายหนุ่มตัวสูงเดินตัวปลิวเข้ามาและลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าเขาเหมือนกับปรึกษาเรื่องอะไรที่มันจริงจัง

"เป็นอะไรเหรอนัมจุน" มินยุนกิถามด้วยความเป็นห่วง

"ผมหิว"

“อะไรของนาย หิวก็ไปหาอะไรกินสิ”

“ไม่มีอะ”

“ไม่มีอะไร รามยอนไง ในตู้เย็นก็น่าจะมีอะไรซักอย่างไม่ใช่เหรอ” คนตัวเล็กทำหน้ารำคาญและจะไปซ้อมแรปต่อ
ชายหนุ่มตัวโตเห็นดังนั้นก็ไม่พูดพล่าม แต่จับมือยุนกิลากหลุนๆ จากห้องแต่งเพลงไปที่ตู้เย็นในหอ

“ปล่อยๆๆๆๆ” ยุนกิโวยขณะถูกแรปม่อนลากออกมาและพยายามจะสลัด 

แต่ก็สู้แรงเด็กน้อยจอมทำลายล้างไม่ได้จริงๆ

“ดูสิ ยุนกิ” เจ้าเด็กบ้าเรียกชื่อเขาห้วนๆ ซะเฉยๆ อย่างงั้น ไม่ลืมมองแรงแทนคำด่าก่อนจะดูในตู้เย็น

ตู้เย็นว่างเปล่า ห่อรามยอนก็ว่างเปล่า 

นี่คงเป็นแผนป้องกันจินฮยองน้ำหนักขึ้นแน่ๆ ยุนกิคิด เพราะจินฮยองเมื่อกินไม่อิ่มก็มักแอบย่องมากินอะไรตอนดึกๆ ทำให้เมเนเจอร์ของวงต้องทำงานหนักขึ้นด้วยการเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของกินได้ออกไปในตอนกลางคืนเพื่อเอากลับมาในตอนเช้า

“ออกไปซื้อของกินกันเถอะ” คนตัวสูงว่า

“ก็ออกไปซื้อเองสิ เป็นเด็กหรือไง” ยุนกิส่ายหัวและจะเดินกลับห้องแต่งเพลงแต่ถูกดึงชายเสื้อไว้เล่นเอาเซถลา

“ไม่เอา ฮยองต้องไปด้วย” ชายหนุ่มตัวสูงพูดด้วยมาดหลีดเดอร์ 

“ไม่ไป” ยุนกิบอกด้วยความหงุดหงิด

ไม่ใช่ว่าเป็นหลีดแล้วจะสั่งได้ทุกอย่างซักหน่อย เขาเป็นฮยองนะเฟ้ย เป็นฮยองที่ขี้เกียจด้วย เป็นตายยังไงเขาก็ไม่ออกไปเดินหนาวๆ ตอนตีสองแน่

“ไม่นะ ปล่อยยยย อ๊า” อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรแต่กลับล็อคคอและลากคนตัวเล็กออกไปอย่างรวดเร็ว

……………

และแล้วก็ออกมากับไอ้น้องบ้าจนได้ ยุนกิคิด ด้านนอกหนาวมากแต่เขาใส่แค่เสื้อยืดตัวเดียว 

รู้งี้น่าจะหยิบเสื้อหนาวมาด้วยดีกว่า 

ระหว่างที่คนตัวเล็กคิดอยู่นั้นผ้าพันคอสีขาวผืนหนึ่งก็โปะลงมาที่ใหล่

“เดี๋ยวหนาว”

“พันให้ด้วยสิ”

“ฮยองนี่ขี้เกียจจริงๆ นะ” นัมจุนว่า

เปล่าหรอกเขาไม่ได้ขี้เกียจพันคอหรอก เขาแค่ไม่อยากพันเองต่างหาก 
ตอนเด็กๆ แม่จะเป็นคนพันผ้าพันคอให้เขา ค่อยๆ พัน ให้เขาอย่างบรรจง 

แล้วถามเขาว่าหายหนาวไหม

เขาเคยมีแฟนสาว เธออยู่กับเขาแค่สองหนาว คอยหาผ้าพันคอน่ารักๆ มาพันให้ เมื่อเธอจากไป 

วันที่เธอไป ไม่ว่าฤดูกาลไหนใจเขาก็หนาวเย็นอยู่เสมอ

เย็นมากเหลือเกิน

ถ้าจะต้องพันคอเองเขาขอยอมหนาวตายดีกว่า ยุนกิคิด

ให้ตายเถอะไร้สาระชะมัด

ทำไมเขาต้องรู้สึกแย่กับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้นะ ไม่สมเป็นมินยุนกิที่แสนเย็นชาเอาซะเลย

“พันอะไรของนายอะ” คนตัวสูงพันมั่วไปหมด จนยุนกิเหลือแต่ตา ผ้าพันคอที่ดูพอดีกับนัมจุนเมื่อมาอยู่บนตัวยุนกินั้นดูผืนใหญ่มากๆ

“ตอนนี้พี่เหมือนสตอเบอร์รี่นมเลย” นัมจุนพูดพลางหัวเราะขยี้หัวฮยองของเขาที่เป็นสีชมพูถูกพันด้วยผ้าพันคอสีขาว

“รีบเดินเถอะครับ” พูดแล้วก็คว้ามือเล็กๆ ของเขาไปจับ

มือของนัมจุนใหญ่ และอบอุ่น

นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้จับมือใครซักคนแล้วรู้สึกแบบนี้

อยากจับไว้ จับไว้นานๆ

ความรู้สึกแบบนี้มันอะไร

ทั้งสองเดินจากบริษัท ไปยังร้านสะดวกซื้อ ได้ขนมปังกับของกินเล่นอีกนิดหน่อย นัมจุนเดินกินมาระหว่างทาง

ตึกรามบ้านช่องปิดไฟมืด มีเพียงไฟถนนสีเหลืองริบหรี่ ได้ยินเสียงรองเท้ากระทบกับพื้น 

รองเท้าสองคู่เหยียบย่างลงบนพื้นอิฐที่สะท้อนแสงไฟในคืนที่ลมแรง

มือของทั้งคู่เกาะเกี่ยวกันแน่นเหมือนกับถ้าปล่อยอีกฝ่ายจะหายไป

ยุนกิมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาไม่ได้มองท้องฟ้าเต็มๆ ตามานานแล้ว ชีวิตเขามักวนเวียนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม หอ 
และห้องบันทึกเสียง แต่ยามนี้เขาเห็นดวงดาวเต็มไปหมด และอยู่ๆ ก็มีดวงหนึ่งที่ร่วงลงมา

“นัมจุน ดูนั่นสิ ดาวตก” ดาวอีกดวงที่อยู่สูงกว่าตกพาดขอบฟ้ามา

“โหว พี่รีบอธิฐานสิ เร็วเข้า ขอให้บังทันได้ที่ 1 อีกกันเถอะ” คนตัวสูงปล่อยมือแล้วพนมมือทำท่าขมุบขมิบ คนตัวเล็กเองก็หลับตาอธิฐาน เมื่อลืมตาขึ้นปรากฏว่าดวงดาวยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกง่ายๆ ต่างร่วงลงจากราวฟ้ามาเป็นสายวิ่งวุ่นกันทั่วท้องฟ้า

“ว้าว ว้าว ว้าว พี่ครับ เราไปเอาที่นอนมาปูนอนตรงนี้กันเถอะ” ทั้งสองรีบเข้าไปหาที่นอนมาปูนอน แต่กลับได้เต็นท์เล็กๆ มาแทน และนอนดูดาวกันที่หน้าหอของบริษัท คนตัวเล็กหลับตาแล้วอธิฐานอีกครั้ง

“พี่ขออะไรเหรออีกเหรอ”

“ฉันขอให้บังทันอยู่ด้วยกันให้ได้นานที่สุด และขอให้ฉันประสบความสำเร็จ ขอให้ฉันไม่ต้องเหงาอีกต่อไป”

“พี่จะไม่เหงาหรอก มีผมทั้งคน บังทันด้วย” นัมจุนพูดพลางจับมือยุนกิมากุมไว้ ทั้งสองมองดวงดาวจนหลับไป

…………………

“วีฮยอง วีฮยองมาดูนี่สิ” จองกุกปลุกชายหนุ่มหน้าหล่อที่หลับอยู่ “เร็วๆๆๆ”

“อะไรอะ จองกุกอา ทำไมวันนี้ตื่นเช้า”

“ชู่ววว”

“แล้วทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ ด้วย” วีถามด้วยความงง คนหล่อไม่เข้าใจ

“ทำอะไรกันน่ะ” จีมินหนุ่มน้อยขี้สงสัยเดินแจม

“ไม่เกี่ยวกับจีมินอะ” และโดนเด็กน้อยจองกุกเมินใส่ซะอย่างงั้น

วีเดินตามจองกุกออกไปแบบงงๆ จีมินเองก็เดินตามออกไปดูด้วย โดยมีมักเน่สุดน่ารักเดินนำออกไปนอกบริษัท

“เหยดดดดด” วีช็อกเบาๆ เมื่อมองเข้าไปจากหน้าต่างเต็นท์ จีมินที่ยื่นหน้าเข้าไปดูด้วยถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก

ชูก้าฮยองของพวกเขานอนอยู่บนตัวแรปมอนส์เตอร์!

และแขนของแรปม่อนเองเองก็กอดชูก้าเอาไว้ในท่าแนบชิดติดเรตสิบแปดบวกบวกบวก!

แถมเสื้อของชูก้ายังหลุดลุ่ยยับเยินอีกต่างหาก!

“อื้อ” ฮยองสุดสวยของพวกเขาเหมือนจะใกล้ตื่นแล้ว

“จองกุก” วีเรียก

“ครับ” จองกุกรีบเอาหน้าเข้าไปใกล้เมื่อชายหนุ่มหล่อเรียก วีเอามือป้องปากและกระซิบว่า

“วันหลังเรามานอนเต็นท์กันแบบนี้บ้างเถอะ”

“ห๊า” จองกุกเบิกตากว้างแล้วร้องเสียงหลง จนทำให้ชูก้าเหมือนจะตื่นและพยายามบิดขี้เกียจ

“อื้ออออ” ชายหนุ่มตัวเล็กบิดไม่ได้เพราะติดอ้อมแขนใครบางคน จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นและก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพของตัวเอง

“อ๊ากกกกกกก คิมนัมจุนนายทำอะไรฉันเนี่ย”

“หือ ไม่นี่ ผมแค่กอดพี่เพราพี่บ่นว่าหนาวเท่านั้นเอง แล้วจากนั้นพี่เองก็เอาขามาเกี่ยวผม แล้วก็

“ม่ายยยยยยยยย”

เช้าวันนั้น เมเนเจอร์ฮยองต้องงงมากๆ เมื่อขับรถเข้ามาเห็น สแว็กบอยผู้ใจเย็นอยู่เสมออย่างมินยุนกิวิ่งไล่เตะ
หลีดเดอร์อย่างคิมนัมจุนไปรอบๆ หอ อย่างวีนแตก ท่ามกลางน้องๆ ที่ตั้งกองเชียร์กันอย่างสนุกสนาน


 -END-


ไรเตอร์ไม่ได้เขียนฟิคมานานแล้ว แต่กับวงนี้ไม่ได้จริง ถึงกับต้องตั้งไอดีขึ้นมาเขียน

บ้าเนาะ นี่จะรอเพลง sick ไม่ไหวและโอ๊ย แต่ละคนหล่อสะท้านไส้ติ่งมากกกกกก

วีกุกตำรวจนักสืบไหมล่ะ พี่ก้าเป็นอะไรอะ ทหารเรือ? พี่ม่อนนี่หน่วยพิเศษป่ะ พี่โฮปเป็นอะไรไม่รู้แต่หล่อมาก
พี่จินเหมาะกับมาดคุณหมอสุดอะ

โอ๊ย ฟิคเต็มหัวเลย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น