BTS Y Short Fiction

ตอนที่ 11 : [BTS short fic Alljungkook] Butterfly’s flower

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ธ.ค. 58

     ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาอย่างไม่ทันทันรู้ตัว

     การถ่ายแฟชั่นหน้าหนาวผ่านไปกับเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่แสนสนุกสนาน 

     สีขาวของหิมะแรกที่ปรายโปรย

     สีเหลืองส้มของแสงไฟในฟักทองฮาโลวีนแรกที่น่าจดจำระหว่างบังทันและอาร์มี่สุดที่รัก

     การได้ที่ 1 ในอัลบั้มใหม่

     สีดำของกลางคืนที่ยาวขึ้นนั้นมืดเงียบ หากแต่ทำให้จองกุกนึกถึงเพลงคริสต์มาสและงานเฉลิมฉลอง

     ใช่แล้ว ปีใหม่กำลังจะใกล้เข้ามาและปีเก่ากำลังผ่านพ้น 

     ในขณะที่จองกุกตื่นเต้นกับปีใหม่ ก็เศร้าเสียใจกับปีเก่าเช่นกัน เพราะว่านั่นหมายความว่าผ่านไปอีกปี 

     และปีหน้าจะมีบางอย่างที่ไม่อาจเรียกคืนมาได้อีก

      “ทำอะไรอยู่ นั่งมองหิมะเนี่ยนะ” ผู้ชายที่ให้ความรู้สึกเดียวกับหิมะแรกเดินมา 

     ที่บอกว่าให้ความรู้สึกเหมือนกับหิมะแรก ไม่ใช่แค่เพราะผิวขาวๆ 

     แต่เป็นผู้ชายเย็นชาที่มองแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนกับเวลาที่เราตื่นเต้นเมื่อหิมะแรกมาถึง

     “เกี่ยวไรกะฮยองอะ ออกมาข้างนอกบ้างก็ดีและ ขาวอย่างกับจูออนแล้ว” เด็กน้อยพูดพลางแลบลิ้นใส่

     “ไอ้เด็กนี่” ฮยองผู้ขาวซีดตีหัวน้องไปหนึ่งป้าปแล้วก็ขยี้หัวน้องจนผมยุ่ง จองกุกหัวเราะ 

     พี่ชายมองหน้าจองกุกที่หัวเราะอยู่ ยังน่ารักเหมือนเดิมก็จริงแต่ว่า โตขึ้นมากแล้วด้วย จากเด็กน้อยหน้าหวานที่เจอกันตอนแรกๆ ทำเอาพี่หมั่นไส้จนจี้เอวน้องอย่างจริงจัง

     นั่นไม่ใช่อากัปกริยาที่เห็นกันบ่อยนักเพราะปกติแล้วฮยองคนนี้จะคีฟลุค คูลคูลชิคชิค ของเขาและไม่ค่อยเล่นกับเมมเบอร์ 

     แต่ในสวนสาธารณะที่ไม่มีใครเพราะหิมะเริ่มโรยตัวลงมานั้นเป็นคนละเรื่องกัน

     และก็ กับน้องคนนี้ก็คนละเรื่องกัน

     “ฮยอง ปรึกษาหน่อยดิ ไม่บอกใครได้ไหม”

     “พูดมาเร็วๆ เดี๋ยวเราก็ต้องกลับที่พักกันแล้ว” ถึงท่าทางจะแสดงออกว่ารำคาญแต่มือที่ลูบหัวน้องอ่อนโยนขึ้น

     “ถ้ามีคนสองคน เข้ามาพร้อมกัน แบบว่าเข้ามาในใจน่ะ เข้าใจไหมอ่า ฮยองจะทำยังไง”

     “ก็คงจะเลือกสักคนมั้ง” ฮยองผู้ซีดตามสีหิมะตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่มีทางเกิดกับฉันหรอก เรื่องแบบนั้นน่ะ”

     พูดไปก็แอบน้อยใจนิดๆ เหมือนจองกุกจะสังเกตเห็นจากความบูดบึ้งนั้น แต่ยุนกิก็เปลี่ยนมาเป็นโหมดฮยองผู้ให้คำแนะนำดีดี

     “แต่ว่าถ้าถามฉัน นายก็ฟังเสียงหัวใจตัวเองสิ เรื่องแบบนี้มันไม่มีถูกไม่มีผิดหรอก”

     “อืม” น้องที่ปกติจะคอยแกล้งพี่คราวนี้ยิ้มเขินๆ

     “ไปๆ เดี๋ยวไม่สบาย” ชูก้าปลดผ้าพันคอตัวเองคลุมหัวให้จองกุก แล้วเอาฮู๊ดคลุมหัวตัวเอง

     จองกุกเดินเกาะพี่เหมือนกันกับเด็กน้อย

     เมื่อกลับเข้าที่พักมีสองคนที่วิ่งมาพร้อมกัน

     “จองกุกไปไหนมา/กุ๊กกี้ไปไหนมา” วีและจีมินวิ่งมาหาจองกุกที่ทำท่าอึ้งๆ พร้อมกัน 

     ชูก้าเลิกคิ้วมองจองกุกเหมือนจะถามว่า อย่าบอกนะว่า

     มักเน่ผู้เขินอายพยักหน้าช้าๆ เหมือนจะบอกว่าอืม ฮยองเข้าใจถูกแล้วเป็นสองคนนี่แหละ

     ชูก้าถอนใจเฮือกแล้วเดินไปเหมือนจะบอกว่า no comment

     “ไปไหน นี่มันหิมะตกนะ” จีมินถาม

     “ไม่ดูแลตัวเองเดี๋ยวป่วยนะ” วีบอก

     “จะไปไหนน่ะ/ไปไหน” จองกุกสับสนก็เลยเดินหนีไป

     “ผมไม่เป็นไรหรอกน่า” มักเน่พยายามเดินหนีทั้งสองคนที่ตามติด 

     แต่เดินไปเดินมาก็ไปชน ไม่สิ ไปซบอกพี่ใหญ่ที่เดินมาจากไหนซักแห่ง จองกุกทำหน้าตกใจแรง 

     แต่เหมือนพี่ใหญ่จะเข้าใจอะไรซักอย่างเลยลากน้องเล็กไปที่ห้องและปิดประตู

     ห้องของยุนกิกับจินเป็นห้องที่ไม่ค่อยมีคนเข้าไปเท่าไหร่เพราะยุนกิไม่ชอบให้ใครไปวุ่นวาย 

     นอกจากเจโฮปที่แวะมาเล่น(?) กับยุนกินานๆ ครั้ง

     “ขอบคุณนะฮยอง” จองกุกถอนใจ

     “ดูนายจะวุ่นวายนะ เป็นจองกุกนี่ก็ลำบากเหมือนกันนะ”มักเน่เงยหน้ามองพี่ใหญ่งงๆ

     “เพราะว่าน่ารักไง ก็เลยมีแต่คนรัก” จินจับมือของจองกุกเอาไว้และเอาไปกุมด้วยมือสองข้าง

     “พี่ก็ด้วย” จินพูดขณะที่จองกุกอ้าปากค้าง

     เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่จินจะเป็นอีกคนที่คิดอะไรกับเขาแบบนั้น

     และขณะนั้นเองก็มีคนเปิดประตูเข้ามา

     “จินฮยองเห็นหูฟังผม“ ยุนกิเข้ามาพอดีและเห็นก็รีบเข้าดึงมือน้องออกมา

     “ย่าห์ นายทำงี้ทำไม รู้ไหมว่าน้องมันลำบากใจอยู่ อยากให้น้องมันปวดหัวมากกว่านี้เหรอ”

     “ความจริงมันก็คือความจริงยุนกิ ฉันทำแบบนายไม่ได้หรอกนะ อยู่แต่กับงาน และแม้แต่คนที่ชอบก็ยังพร้อมที่จะปล่อยไปให้คนอื่นแบบนั้นน่ะ”

     “ใครบอกว่าฉันปล่อยไปให้คนอื่น ฉันก็ดูแลมันอยู่นี่ไง แต่ถ้ามันอยากให้คนอื่นดูแล ฉันจะไปห้ามมันได้เหรอ” 

     มือที่กุมไว้แน่น กับอีกมือที่เย็น

     ยุนกิไม่อยากจะพูดเลย เขาไม่อยากเสียความรักความเชื่อใจของจองกุก

     แต่ว่า… 

     ความรู้สึกที่จะต้องเสียไปทั้งที่ยังไม่ได้สู้ ก็เลวร้ายพอกัน

     ความเงียบก่อตัวขึ้นกับบรรยากาศอึดอัด คำสารภาพรักที่ตรงไปตรงมา กับคำสารภาพที่อ้อมโลกของอีกคน และยังมีอีกคนและอีกคนที่รอคำตอบอยู่

     จองกุกดึงมือพี่ชายแล้วเดินออกไปจากห้อง ได้ยินเสียงไล่หลังมาว่า

      “นี่ไงมันจบแล้ว นายอยากให้มันจบนักใช่ไหม”

     “ยุนกิ จองกุกโตแล้วนะ”

     “พวกพี่ๆ เป็นบ้ากันไปแล้ว” จองกุกพึมพำและคิดว่าไปห้องตัวเองจะดีกว่า เพราะแรปม่อนน่าจะไม่อยู่ แถมพี่นัมจุนก็คงเป็นคนที่ไม่มีวันคิดกับเขาแบบนั้น

      “แปลกจังที่วันนี้จองกุกอยู่ห้องตัวเอง ไม่ไปเล่นห้องพี่เหรอ” เจโฮปที่บังเอิญผ่านมาถาม

     “ถามรูมเมทพี่สิ” จองกุกบอก

     “อ๋อ” เจโฮปพูดแค่นั้นแล้วก็หยุด เหมือนจะพูดอะไรต่อแต่ไม่พูด

     “อย่าบอกนะว่าพี่ก็เป็นไปกับเขาด้วย” จองกุกบ่น

     “ใช่ พี่รักจองกุกมากเลย” เจโฮปทำหน้าจริงจัง แต่พอเด็กน้อยขมวดคิ้วใส่ก็ฉีกยิ้ม

     “น่า ก็นายเป็นคนสวย แต่ไว้ใจได้ เจโฮปไม่ใช่ผู้ชายอ่อนไหวขนาดนั้น แต่โฮปบิ โฮปบิก็ห่วงจองกุกนะ”

     “โฮซอก นายมาทำอะไรในห้องฉันน่ะ” ลีดเดอร์ตัวสูงเดินเข้ามาเหนื่อยๆ และทำท่าปวดหัวและดูเหมือนจะโมโหอะไรบางอย่าง

     “งั้นโฮปบิโฮปบิไปก่อนนะ” จองกุกยิ้มและปล่อยพี่ไป ทิ้งไว้แค่เขากับแรปม่อนฮยองที่กำลังหงุดหงิดกับจองกุกที่กำลังสับสน

     “จองกุก คือฉันง่วงนอนอะ” เขาว่า “เวลามีอะไรในหัวเยอะแยะไปหมด เราควรจะนอนใช่ไหม ใช่สิใช่ ควรจะนอนใช่ไหมจองกุก”

     “ก็นอนสิฮยอง”

     “มานอนด้วยกันสิ อากาศวันนี้มันน่านอนดีนะ” แล้วลีดเดอร์กับมักเน่ก็หนีปัญหาด้วยการนอนไป 

     แรปม่อนเอาแขนมาพาดของจองกุกข้างนึงเหมือนกำลังกอด แต่ก็ไม่ใช่หรอก เขาคงแค่เมื่อแขน 

     เมื่อนอนๆ ไป จองกุกก็จับมือพี่ตัวสูงเอาไว้เหมือนกับนอนจับมือกัน

     “จองกุกอ่า ไปปิดประตู” พี่ชายตัวสูงพูด จองกุกเดินงัวเงียไปปิดประตู แล้วมันแปลกตรงที่แรปม่อนก็เอามือมาจับเอาไว้เหมือนเดิม มือที่อุ่นมากและถ้าเขาจับไว้ เขารู้สึกว่า เขาจะไม่มีวันพังทลายเด็ดขาด

     นี่ก็จะปีใหม่แล้ว เทศกาลแบบนี้ควรจะมีความสุขสิ

     ปีใหม่ที่อะไรใหม่ๆ เข้ามาและบางอย่างเปลี่ยนไป… 

     มันก็เป็นธรรมดาของกาลเวลาไม่ใช่เหรอ

     ไม่หรอก บางสิ่งอาจจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเวลา แต่บางสิ่งอาจเป็นสิ่งที่เหมือนเดิมตลอด 

     จองกุกหลับและตื่นขึ้นมาพร้อมคำตอบที่เขาคิดว่า มันจะไม่มีวันเปลี่ยน

     “วีฮยอง ออกไปเล่นหิมะกันเถอะ” เมื่อเขาเรียกวี จีมินเหมือนจะทำหน้าเศร้า แต่เขากับวีก็ออกไปเล่นหิมะกัน เย็นนั้นเป็นเย็นที่ไม่เห็นพระอาทิตย์เลยแม้ว่าหิมะจะหยุดแล้ว ทั้งสองคนเล่นปาหิมะกัน และจองกุกก็บอกคำตอบนั้นให้วี และทั้งสองก็กลับเข้าบริษัท

     “หนาวจัง จีมินฮยอง” จองกุกบอก

     “มากอดมา” จีมินหัวเราะ แล้วทั้งสองก็กอดกันจนจองกุกค่อยๆ อุ่นขึ้น วีหัวเราะเมื่อจีมินทำท่าจะหนาวแทน จองกุกหายหนาวแล้วก็ไปหาน้ำอุ่นกิน

     และทำช็อกโกแลตร้อนอย่างที่จินเคยสอนและทำไปให้เหล่าชราไลน์ด้วย

     “จินฮยอง ชูก้าฮยอง” มักเน่สุดหล่อและสวย(?) ยกช็อกโกแลตร้อนมาให้

     “หลังจากนี้ นายจะไม่ตีตัวออกห่างจากพวกเราใช่ไหม” จินถาม ส่วนชูก้ารอฟังคำตอบเฉยๆ

     “แม้ว่านายจะเลือกใครซักคน” จองกุกยิ้ม

     “โธ่ ฮยอง ถามอะไรเกรงใจช็อกโกแลตผมบ้าง มันจะเย็นหมดเอานะ”

     “นี่ก็จะปีใหม่แล้ว รู้ไหมว่าผมขอพรอะไร”

     “ขออะไรเหรอ” ฮยองหัวสีมิ้นถาม จองกุกยิ้ม

     “ผมอยากให้เรามีความสุขกันเหมือนอย่างปีนี้ และผมจะรักทุกคนอย่างที่รักมาตลอด” นั่นคือคำตอบของมักเน่ที่น่ารักของบังทัน “ผมเลือกไม่ได้หรอก ไม่มีวันเลือกได้เลย”

     พี่ชายที่โตที่สุดรับช็อกโกแลตอุ่นๆ ไปจิบ รสชาติเหมือนความรักที่ขม แต่หวานมากกว่าและน่าลิ้มลอง 

     แม้จะรู้ว่าสุดท้ายแล้วมันมีวันหมดไป 

     แต่พี่อีกคนกลับไม่รับช็อกโกแลตไว้แต่กอดน้องไว้แน่นและเอาหน้าแนบกับเสื้อของทำให้ไม่ให้สีหน้าของเขา 

     จองกุกคิดว่าแม้จะไม่ได้ยินเสียง แต่ชูก้าที่เข้มแข็งกำลังร้องไห้อยู่หรือเปล่านะ แล้วเขากำลังร้องไห้ด้วยความดีใจหรือเสียใจกันล่ะ

     “ผมรักฮยองนะ รักในแบบที่ต่างๆ กัน เพราะฉะนั้นอย่าเสียใจเลย มีความสุขเถอะ” แทนที่จะปล่อยชูก้ากลับยิ่งกอดจองกุกแน่นขึ้น แล้วจินก็มากอด จากนั้นวีกับจีมินที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็เข้ามาด้วย เจโฮปอีก

     “เฮ้ย นั่นพวกนายทำอะไรมักเน่ของฉันน่ะ” ลีดเดอร์ถาม

     ทุกคนหัวเราะ

     ปีใหม่นี้จะต้องดีกว่าปีก่อนนะ และสิ่งดีๆ ที่มีอยู่จะไม่มีวันเปลี่ยนไป เชื่อสิ … 

 

 writer talk :

คือตอนแรกลงฟิคไปแล้วก็ไม่โปรโมทไม่อะไร ไม่ทำอะไรซักอย่าง คือคิดว่าจะไม่มีคนอ่าน แต่อยากเขียนเฉยๆ 555555 

เน้นหวานๆ อย่างเดียวไม่คิดว่าจะมีคนชอบล่ะ มีคนชอบซักนิดก็ดีใจมากกกกก

ขอบคุณมี่ทุกคนที่เข้ามาอ่านและคนที่กดเป็นแฟนคลับนะ 

ถ้าอยากคุยกันก็คุยได้ twitterไรท์ @yoongitale นะ 

ไม่ค่อยทำอะไรนอกจากรีรูปชูก้าจ้า ส่วนที่หายไปนานก็ไม่ใช่อะไร ไรท์จนน่ะ ก็เลยหายไปทำงาน ทั้งงานประจำทั้งฟรีแลนซ์ หาเงินมาซื้อบั้มอปป้าด้วย ซึ่งได้แล้วสองเวอร์ ดีใจจุง

แล้วก็เวลาฟังเพลงของวงนี้คือมันให้พลังเราเยอะมาก ทำให้เราทำงานได้ เกิดไอเดียโน่นนี่เต็มไปหมด ทั้งที่ปกติเป็นคนเฉื่อยมากเลยกลายเป็นคนงานยุ่งไปเลย ยิ่งบั้มใหม่นะ ออกจากเพลง run ไม่ได้เลย ติ่งมากกกกกกกก

จะพยายามเขียน short fic ให้ได้ทุกเดือนนะ จะปีใหม่แล้วรีดเดอร์ดูแลสุขภาพด้วย ขอให้ปีใหม่เป็นปีที่ดี 

สนุกสนานและมีตังค์ รักบังทันกันมากๆ นะจ้ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #9 ` (vanillashake) -? (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 16:02
    ชอบออลกุกมากเลยยยย
    เด็กน้อยแม้จะโตขึ้นก็ยังเป็นเด็กน้อยของเค้า (?) เสมออออ
    ของพี่ๆบังทันด้วยใช่มั้ยล่ะ >///<
    ปล.แต่งออลกุกมาให้เราฟินอีกเยอะๆนะคะ อิอิ
    #9
    1
    • #9-1 sugarapmon(จากตอนที่ 11)
      15 ธันวาคม 2558 / 21:59
      ช่าย อิอิ ><
      #9-1