*ลวงใจ*

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 462 Views

  • 3 Comments

  • 25 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    462

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ม.ค. 58

บทนำ






 

เสียงประตูห้องทำงานของตึก อัศวเขตฐ์ ที่เปิดและปิดลงแทบจะพร้อมๆกันด้วยน้ำเสียงและน้ำหนักนั้น  บ่งบอกถึงอารมณ์ผู้เข้ามาใหม่ได้เป็นอย่างดี ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์เช่นไร แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชายผู้เป็นเจ้าของห้องรู้สึกสะทกสะท้าน หรือเบนความสนใจเขาได้

ร่างสูงแสนภูมิฐานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานบุนวมชั้นดีหลังโต๊ะกระจกตัวใหญ่ ที่เต็มไปด้วยกองแฟ้มและเอกสารปึกใหญ่ เอี้ยวตัวหันไปมองผู้มาใหม่แว้บนึง ก่อนจะหันกลับมาสนใจแผ่นเอกสารในมืออีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจนัก จวบจนร่างสูงนั้นเดินปรี่เข้ามาหา หยุดตรงหน้า พร้อมๆกับดึงกระดาษแผ่นนั้นออกจากมือ สายตาคมแสนเรียบนิ่งจึงได้มองสบคนตรงหน้าเต็มๆตา

“ไอ้ใหญ่ แกไม่ต้องทำทีเป็นอ่านเอกสารเพื่อเมินหน้าฉันเลยนะเว้ย เห็นอยู่ทนโท่ว่าเมื่อกี้แกมองแล้วก็เห็นว่าฉันเข้ามา”

น้ำเสียงนั้นห้วนแลติดจะหงุดหงิด ทว่าฝ่ายถูกด่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะยี่ระหรือสนใจแม้แต่น้อย อคิราห์ ยังคงจ้องหน้าบุรุษผู้มาเยือน ด้วยแววตาและสีหน้านิ่งๆ ไร้ความรู้สึก ชายหนุ่มที่ถอดเค้าหน้าพิมพ์เดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน อิศรา น้องชายฝาแฝดของเขา ไอ้ตัวซวยคิดยังไงถึงบากหน้าถ่อมาหาเขาแบบนี้ รอยวันพันปีไม่เคยเห็นอยากจะเฉียดใกล้

“ช่วยมีมารยาทด้วยไอ้เล็ก นี่ห้องทำงานฉัน..ไม่ใช่บ้านที่เด็กอย่างแก...จะมาแผดเสียงโวยวายแบบนี้”

“โอ้....แม่.....เจ้า.......นี่แกเป็นพี่ชายฝาแฝดฉันจริงๆเหรอเนี่ย........พระเจ้าต้องทำอะไรผิดพลาดแน่ๆ”

คำตอบเรียบๆและสีหน้านิ่งอย่างตายด้านของพี่ชายฝาแฝด ทำเอา อิศรา  ถึงกับร้องอุทานพร้อมชูสองแขนแบฝ่ามือ แหงนหน้ามองเพดานตึก ด้วยสีหน้าตื่นๆ ซึ่งท่าทีนั้นของเขาทำเอาผู้เป็นพี่ขมวดคิ้วเคร่งตีหน้าเข้มมากกว่าเดิม

“พระเจ้าไม่ทำอะไรผิดหรอก ถ้าจะผิดก็คงผิด ที่ฉันดันมีน้องชายแบบแก..”

“ห่ะ...อะไรว่ะเนี่ย ฉันละไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือคำพูดจากปากพี่ชายตัวเอง...รู้อย่างนี้ตอนอยู่ในท้องแม่ฉันน่าจะถีบแกออกมาก่อนซะก็ดี”

คนถูกแขวะหันกลับมาเหน็บแนมตอบด้วยประโยคเจ็บแสบไม่แพ้กัน และนั่นทำให้อีกฝ่ายต้องถอนหายใจอย่างระอา กับนิสัยที่เหมือนเด็กไม่ยอมใครของผู้เป็นน้อง ป่วยการที่เขาจะต่อล้อต่อเถียงกับไอ้น้องเวรนี่ต่อ อคริราห์จึงต้องเริ่มบทสนทนาที่จริงจังขึ้น

 

“เลิกพล่ามแล้วเข้าเรื่องได้แล้วไอ้เล็ก บากหน้าด้านๆของแกมาถึงห้องทำงานฉันได้ขนาดนี้ มีเรื่องอะไร"
 

ครั้นเมื่อผู้เป็นพี่กล่าวจบ ดวงหน้านั้นก็พลันฉายยิ้มทะเล้นเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงของอิศรารีบเดินตรงเข้าไปประชิดพร้อมกับเผชิญหน้ากับพี่ชายด้วยแววตามาดมั่น

“ฉันมีเรื่องขอให้แกช่วย”  ประโยคขอร้องและแววเว้าวอนที่ฉายชัดในดวงตาคู่นั้น ทำให้อคิราห์นิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนคิ้วเข้มจะขมวดยุ่งจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ

“ขอให้ฉันช่วย....??”

“ใช่ขอให้แกช่วย”

“ช่วยอะไร....”  แววความสงสัยและแปลกใจยังไม่หายไปจากดวงหน้าของอคิราห์ หากแต่เสี้ยวหนึ่งที่ได้มองหน้าและสบตากับน้องชายผู้มีสายเลือดเดียวกัน เขากลับจับสัมผัสได้ถึวอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างบางๆที่บอกเขาว่า ไม่น่าไว้ใจและเต็มไปด้วยปัญหา

“ช่วยปลอมตัวไปงานหมั้นแทนฉันหน่อย”

สิ้นเสียงพูด และรอยยิ้มกว้างที่ฉายชัดเต็มดวงหน้าของอิศรา อคริราห์ถึงกับทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรงเพราะความโมโห ก่อนจะวาดแขนชี้นิ้วตรงไปยังประตูบานใหญ่

“แกเห็นนั่นใช่ไหม” คนถูกถามมองตามนิ้วเรียวยาวนั้นไป ก่อนจะพยักหน้าตอบ

“เอ่อ....เห็น...ก็ประตู...แล้วทำไมว่ะ”

“เปิดออกแล้วไสหัวออกไปให้พ้นๆหน้าฉันตอนนี้ ตอนที่ฉันยังอารมณ์ดีอยู่”

“โนว์เวย์............ไม่มีวัน.อย่าหวังเลยไอ้ใหญ่..ฉันเดินหน้าแล้วไม่ถอยหลังกลับง่ายๆหรอกเว้ย”

คนถูกไล่ร้องเสียงหลงพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ เรื่องอะไรเขาจะยอมออกไปง่ายๆ ในเมื่อบากหน้าด้านๆมาขอความช่วยเหลือจากพี่ชายถึงขนาดนี้แล้วแท้ๆ และถ้าจะให้เขาถอยกลับจริงๆ คนอย่าง อิฐศราจะถอยกลับก็ต่อเมื่อได้ตามที่ต้องการก่อนเท่านั้น

“งั้นแกดูปากฉันเอาไว้.....โนว์....เวย์ เหมือนกันเว้ย”

คนถูกล้อด้วยคำพูดที่แสนจะติดปากของตนเองถึงกับอ้าปากเหวอพูดอะไรไม่ออก เพราะไม่คิดว่าผู้เป็นพี่จใช้คำพูดที่เขามักใช้ คำนั้นมาใช้กับเขาซะเอง

“ไม่ได้นเว้ยไอ้ใหญ่แกต้องช่วยฉันนะไม่งั้นละฉันได้ตายแน่ๆ”

“นั่นมันปัญหาของแก แกก่อเรื่องอะไรไว้ก็ต้องแก้ไขมันเอง”

“ได้ยังไง ฉันไม่มีทางเอาชีวิตโสดอันแสนมีค่าของนาย “อิฐศรา” คนนี้ไปทิ้งกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเด็ดขาด”

ท่าทีอ้อนวอนและร้อนรนราวกับจะขาดใจตายของ น้องชาย ทำเอาอคิราห์ถึงกับต้องกรอกตาอย่างนึกระอา แม้จะเป็นพี่น้องฝาแฝดที่คลานตามกันมาไม่กี่นาที ทว่า เขา และ อิศรา กลับไม่มีเค้าความเหมือนของการเป็นฝาแฝดกันแม้แต่น้อย นอกเสียจากดวงหน้าคมคร้ามนั่น ทุกอย่างระหว่างทั้งสองคนดูจะสวนทางกันไปหมด

อคิราห์ผู้เป็นพี่อย่างเขานั้นมีนิสัยเยือกเย็น สุขุม เรียบนิ่ง พูดน้อย และค่อนข้างเด็ดขาดในการคิดอ่านและการกระทำและตรองทุกอย่างด้วยเหตุและผล ผิดจาก อิศราผู้เป็นน้อง ที่นอกจากจะทำตัวเป็นพ่อปลาไหลเลื้อยไปเลื้อยมา เอาแน่เอานอนไม่ได้ นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ ถือความคิดของตนเป็นใหญ่  
           และเพราะไอ้นิสัยเสือผู้หญิงเจ้าชู้ไก่แจ้ ลื่นซะยิ่งกว่าปลาไหลนั่นของ อิศรา มักจะตกเป็นข่าวกับผู้หญิงไม้เว้นแต่ละวัน จนทำให้มารดาของเขานึกเอือมระอา จนต้องหาคู่หมั้นมาให้และหมายจะจับน้องชายเขาล่ามไว้ด้วยการแต่งงาน แต่กระนั้นเขาก็ไม่คิดเลยว่า จู่ๆอิศราจะโผล่เข้ามาหาเขาทั้งๆที่ร้อยวันพันปีแทบไม่อยากจะเฉียดใกล้  
พร้อมคำของร้องบ้าๆนั่นที่มันทำให้ชายหนุ่มนึกฉุนขึ้นมาในอก

“ก็เรื่องของแก ไม่ใช่เรื่องของฉัน ”

“แต่เราเป็นพี่น้องกันนะเว้ย แกไม่คิดจะช่วยน้องชายตัวเองเลยรึไง...ลืมไปแล้วเหรอว่าแกสัญญาอะไรกับฉันไว้”

น้ำเสียงตัดพ้อและสายตาเว้าวอนของผู้เป็นน้อง ทำเอา อคิราห์ต้องถอนหายใจหนักๆยามเมื่อถูกผู้เป็นน้องย้ำถึงคำสัญญาที่เคยให้ไว้ในอดีต “เล็ก...แกต้องไม่เป็นอะไรนะ....แกต้องอยู่กับฉันอย่าทิ้งฉันไปไหนนะเล็ก....ฉันสัญญาเล็ก...ต่อแต่นี้ไปฉันจะทำตามที่แกร้องขอทุกอย่าง..ขอแค่แกอย่าทิ้งฉันไป...ไอ้เล็ก..ได้โปรด”

ใบหน้าคมนั้นหันกลับมาจ้องมองดวงหน้าที่เหมือนกับเขาทุกระเบียดนิ้วอย่างหนักใจ ก่อนจะผ่อนลมหายใจอีกระรอกอย่างหนักหน่วง คำสัญาที่เขาไม่มีวันลืม และกลายเป็นบ่วงคล้ิงคอเขาจนถึงทุกวันนี้ แต่กระนั้นอคริราห์ก็ต้องฝืนใจปฏิเสธออกไป เรื่องบางเรื่องเขาก็ไม่อาจช่วยน้องได้จริงๆ
"แต่ไม่ใช่กับเรื่องนี้" อคริราห์ยื่นคำขาด
"โธ่ไอ้ใหญ่ ขอร้องละ ช่วยฉันหน่อยเถอะ แค่ปลอมตัวไปแทนแค่วันหมั้นเท่านั้น เสร็จธุระแล้วฉันจะมาจัดการทีเหลือต่อเอง"
"ธุระ ธุระอะไรของแก"
อิศรานิ่งไปครู่หนึ่งกับคำถามของพี่ชาย เออว่ะ ธุระ แล้วจะหาธุระอะไรมาอ้าไอ้ใหญ่ดีว่ะ
"ฉันถามไม่ได้ยินรึไง ไหนละธุระที่แกว่า ถ้ามันมีเหตุผลไม่เพียงพอ ฉันก็จะไม่ช่วย"
"ฉันต้องไปต่างประเทศช่วงนั้น คุณชาร์ลไงแกจำได้ไหม ลูกค้าจากอังกฤษที่เขาสนใจ เรื่องสินค้าออร์แกนิกที่ฉันเสนอไง เขาอยากให้ฉันไปคุยรายละเอียดให้ฟัง"
อิศราเอาเรื่องลูกค้ามาอ้าง อันที่จริงเขาก็มีนัดจริงๆ แต่นั่นมันหลังจากงานหมั้น ดังนั้นถ้าจะให้รอด มันต้องเฟคนิดหน่อย
"ก็เลื่อนเป็นวันอื่น เดี๋ยวฉันแจ้งกับคุณชาร์ลเอง"
คราวนี้อิศราต้องอึ้งเพราะกลัวพี่ชายจะจับไต๋ได้ จนต้องรีบบอกปัดออกไปสุ่มๆ
"ไม่ได้เว้ย ฉันคุยกับเขาไปแล้ว เขาบอกว่าเลื่อนไม่ได้ เพราะช่วงที่เหลือเขาติดนัดยาว"
อคิราห์ครุ่นคิดกับสิ่งที่น้องชายกล่าวอยู่นาน นานจนอิศราเป็นกังวล กลัวว่าพี่ชายจะไม่เชื่อ

 

“ตกลง...ฉันจะไปให้...แต่.....แกต้องสัญญากับฉันว่าแกจะไม่ก่อเรื่องอะไรอีกเข้าใจไหม”

“ขอบใจมากนะไอ้ใหญ่ แกเป็นพี่ที่ดีจริงๆ ฉันสาบาน เอ้ย สัญญา ด้วยเกียรติของลูกเสือสำรองเลย ว่าจะไม่ก่อเรื่องให้แกเดือดร้อนอีกแน่นอน”

เจ้าของร่างสูงผู้ทวงสัญญา และ เอ่ยขอร้อง กล่าวด้วยน้ำเสียงดีในแลยิ้มร่าจนปากแทบฉีก เมื่อได้ยินคำตอบรับของผู้เป็นพี่ ก่อนจะชูสามนิ้วยกขึ้นตรงหน้าเป็นสัญลักษณ์สื่อความหมายในคำพูด อย่างขึงขัง
และเป็นอีกครั้งที่ อคิราห์ระบายเสียงผ่อนลมหายใจหนักๆออกมา ก่อนจะพยักหน้ารับคำสัญญานั้น โดยที่เขาไม่ทันได้รู้และสังเกตเลยว่า มือเรียวอีกข้างที่ว่างเปล่าของคนที่กำลังฉีกยิ้มกว้างนั้น กำลังเกี่ยวไขว้กันไว้อย่างจงใจ

ขอโทษนะใหญ่ แต่ฉันไม่กล้ารับปากกับแกจริงๆว่ะ

 






************


โอวววววว เฮียเล็ก ทำไมเป็นผู้ชายร้ายกาจแบบนี้ละ ทำกับพี่ชายตัวเองได้ลง

 


0 ความคิดเห็น