ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    7 ต.ค. 60



บทนำ

           “พระพาย ไหนอธิบายกับพี่มาหน่อยซิว่านี่มันคืออะไร

                        เสียงแหลมสูงที่แผดถาม พร้อมภาพถ่ายหลากหลายใบที่ถูกวางกองลงมาบนโต๊ะกระจกตรงหน้า เรียกร่างบางถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าสวยถึงกับหม่นยุ่งกับอากับกิริยาผุดลุกของเทวาฤทธิ์หรือที่ใครต่อใครเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าเจ๊ริชซี่ สาวประเภทสองรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังชี้นิ้วเรียวลงบนภาพถ่ายที่เห็นแค่ซีกหน้าด้านข้างและเรือนผมสีน้ำตาลของก้องภพดาราหลุ่มวัยยี่สิบสามขวัญใจประชาชีทั่วประเทศด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์บ่งบอกถึงความผิดหวังในสิ่งที่เห็น

                        ก็รูปนายก้องไงคะพี่ หนูกับไอ้เฟื่องอุตสาห์กูลู่กูถังคลานฝ่าฝูงชนเข้าไปถ่ายเชียวนะคะ

                        ใช่คะพี่ใช่แล้ว พวกหนูทั้งก้มทั้งคลานเชียวนะคะกว่าจะเข้าไปได้ เกือบโดนเหยียบตายไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง เฟื่องลดาหันไปพยักหน้ารับกับคำตอบของเพื่อนรัก ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานให้พี่ริชซี่คนสวย

            แล้วไอ้ที่พี่เห็นเนี่ยเขาเรียกอะไรทำไมไม่เห็นมีหน้าก้องภพเขาแบบเต็มๆซักใบ มีแต่รูปอะไรก็ไม่รู้เห็นแค่ผมกับใบหูแบบนี้ อย่างนี้เขาเรียกว่าใช้ได้เหรอ?”

            ก็ได้ตั้งรูปหนึ่งนี่คะพระพายเถียงเสียงดัง ก่อนจะเลือกหยิบภาพที่มีดวงหน้าหล่อเหลานั้นขึ้นอวดโชว์

                        รูปหน้าเหวอ เหมือนคนเจอผีเนี่ยนะ

                        ก็คนมันเยอะนี่คะ

                        ยังจะมาเถียงพี่อีก

                        พวกหนูเปล่าเถียง ก็คนมันเยอะจริงๆคราวนี้ทั้งพระพายและเฟื่องลดาต้องอ้อมแอ้มตอบเสียงเบาออกมา เมื่อเห็นว่าสาวร่างใหญ่ตรงหน้าเค้นเสียงเข้มหลุดเข้าโหมดอดีตนายเทวาฤทธิ์คนก่อน ก่อนจะมาเป็นพี่ริชซี่คนนี้ ขณะมือหนาใหญ่เต็มไปด้วยแหวนคริสตัลวงใหญ่นั้นหยิบยกภาพถ่ายอเลกซ์ในสภาพหน้าเหวออ้าปากค้างอย่างตื่นตะลึงออกมา

            โอ๊ยตาย ตาย พี่จะทำยังไงกับเราสองคนดีเนี่ย แล้วแบบนี้เราจะได้รูปที่ไหนไปทำข่าวแข่งกับพวกนิวส์สตาร์นั่นละเนี่ย พี่รึอุตสาห์คาดหวังกับพวกเรา หมดกันหมดหวังซะแล้วงานฉัน

            ขอโทษคะ

ไม่ต้องมาขอโทษเลย ออกไป เราสองคนพากันออกไปได้แล้ว ก่อนที่พี่จะโมโหหนักไปกว่านี้

ค่ะสองสาวรับคำเสียงแผ่ว ก่อนจะผุดลุกจากเก้าอี้แล้ววิ่งปราดออกมาจากห้องทำงานสาวใหญ่ คล้อยหลังร่างบางเล็กของหญิงสาว บรรณาธิการสาวใหญ่จึงได้แต่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ก่อนจะยกมือหนาขึ้นกุมขมับยามหยิบภาพถ่ายของดาราหนุ่มในดวงใจขึ้นมาดู พลันเสียงถอนหายใจหนักๆก็ดังลอดออกมาจากริมฝีปากสีแดงเพลิงนั่นอย่างสุดจะห้ามยามหยิบภาพถ่ายใบหน้าเหรอหราแววตาตื่นตะลึงใบนั้นขึ้นมาดู

            “พ่อเทพบุตรของพี่ ทำไมถึงได้โดนถ่ายรูปในสภาพนี้ได้ พี่ละอยากจะบ้าตายซะจริงๆ ยายพระพายนะยายพระพายรู้แบบนี้พี่ให้ยัยแพทเขาไปทำซะก็ดี
           
            “แกว่างานนี้เราสองคนจะรอดไหมพระพาย

            “ไม่รู้ซิฉันก็เดาไม่ได้ ถ้าไม่รอดก็คง...

            “ก็คงอะไร แกพูดมาดีๆนะเว้ยฉันยิ่งใจไม่ดีอยู่ด้วย

            “ร่วงเหมือนดิ่งลงเหวไงละ

       “ไม่นะอนาคตฉันคราวนี้เฟื่องลดาร้องเสียงโหยหวนขณะยกมือกุมขมับ ขณะทรุดกายลงนั่งข้างเพื่อนรัก ที่มีสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างกับเธอ

            หลังจากออกมาจากห้องทำงานของเทวาฤทธิ์ ทั้งพระพายและเฟื่องลดาก็รีบหอบสังขารของตนเองออกมาจากส่วนออฟฟิสสำนักข่าวเดอะนิวส์ สำนักข่าวชื่อดังของประเทศที่ทั้งสองทำงานอยู่ ก่อนทั้งคู่จะพากันมายืนตีสีหน้าอมทุกข์ที่ระเบียงทางเดินปีกซ้ายด้านหน้า ขณะสบถบ่นระบายความทุกข์อันมีสาเหตุมาจากงานที่ทำพลาดไปเมื่อช่วงเช้า ทั้งๆที่พี่ริชซี่อุตสาห์ไว้วางใจฝากความหวังเรื่องนี้ไว้กับพวกเธอ แต่กระนั้นทั้งคู่ก็ยังทำงานพลาด พลาดชนิดไม่น่าให้อภัยแล้วไหนจะเรื่องเรตติ้งของสำนักข่าวที่กำลังดิ่งฮวบฮาบลงเหวแบบนี้ พวกเธอจะเอาปัญญาไปหาข่าวที่ไหนมากู้ชื่อเสียงของบริษัทให้กลับมาแข่งขันกับ คู่อริอย่างสำนักข่าวนิวส์สตาร์ได้ แล้วไหนเรื่องที่จะถูกแม่คู่อริอย่างพิมพิลาศเยาะเย้ยอีกเล่ายิ่งคิดถึงเรื่องนี้ พระพายก็ยิ่งรู้สึกเครียดหนักมาขึ้นเป็นเท่าตัว เห็นทีว่าเส้นทางอาชีพการเป็นช่างภาพและนักข่าวของเธอจะจบเห่เอวังก็คราวนี้กระมัง

            “ไม่ใช่แค่อนาคตแกหรอกเฟื่อง นี่มันก็อนาคตฉันด้วยเหมือนกันนั่นแหละ

            พระพายกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักใจได้เท่านั้น หญิงสาวก็ทรุดตัวลงนั่งข้างกายเพื่อนรัก เอี้ยวดวงหน้าเหลือบมองเฟื่องลดาที่กำลังนั่งชันเข่าดิ้นพล่านร้องโหยหวนออกมาราวกับเด็กเล็กๆ

            “ต๊ายตาย ทำไมช่างภาพคนเก่งของเราถึงได้มีสภาพแบบนี้ละเนี่ย ได้ข่าวว่าเพิ่งไปทำงานสำคัญมาไม่ใช่เหรอควรจะทำหน้าตาดีใจหน่อยซิจ๊ะแล้วนี่อะไรกันละเนี่ย

            น้ำเสียงแหลมสูง และร่างเพรียวระหงในชุดสูทกระโปรงสีแดงเพลิงเดินมาหยุดตรงตรงหน้า ด้วยอากับกิริยากอดอกหลุบมองด้วยรอยยิ้มเยาะและแววตาเย้ยหยันนั้น เรียกให้เจ้าของร่างเล็กที่กำลังนั่งชันเข่าอย่างหมดอาลัยตายอยากถึงกับต้องรีบหันดวงหน้ากลับ ช้อนสายตาขึ้นมองผู้มาใหม่ แววตาท้าทายที่ส่งผ่านมาให้นั้น ทำเอาพระพายต้องขบเม้มริมฝีปากอิ่มแน่น ก่อนจะผุดลุกขึ้นเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายด้วยท่าทีแข็งกร้าวไร้ซึ่งความหยี่ระ

            “พิมพ์พิลาศ!

       อะไรกันจ๊ะทำไมต้องเรียกชื่อฉันเสียงดังขนาดนั้นด้วย ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอที่ฉันรู้ข่าวพวกเธอเข้าแล้ว ก็แหม ทำงานพลาดไม่เป็นท่าขนาดนั้นเป็นใครก็ต้องคิดหนักเหมือนกันแหละ เพราะไม่รู้ว่าจะโดนปลดวันไหนกันแน่ ไม่แน่นะอาจจะเป็นเร็วๆนี้ก็ได้พวกเธอว่าไหม

            “นี่เธอคราวนี้คนถามกลับไม่ใช่พระพาย หากเป็นเฟื่องลดาที่พึ่งผุดลุกขึ้นยืนตามเพื่อนรัก ก่อนจะเค้นถามอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนตั้งแต่มัธยมปลายจนถึงมหาลัยอย่างพิมพ์พิลาศคู่อริและไม้เบื่อไม้เมาของพวกเธอ

“จุ๊ๆ เรียกชื่อคนอื่นเขาเสียงดุแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะจ๊ะเฟื่อง” อีกฝ่ายทำเสียงจุ๊ปากขณะยกนิ้วขึ้นมาแตะริมฝีปากของเฟื่องลดาแต่ถูกหญิงสาวปัดทิ้งอย่างโมโห

“แล้วเธอมาทำอะไรตรงนี้ วันนี้ไม่มีถ่ายรายการซุบซิบนินทาหาเรื่องชาวบ้านรึไงถึงได้มาเดินจิกกัดคนอื่นเขาแบบนี้”

แหมๆก็มาคำสั่งพี่ริชชี่ไงจ๊ะพวกเธอ อีกอย่างนะสาวรายการล้วงประวัติดาราสตาร์ซีรีย์ของฉันเรตติ้งออกจะดีขนาดนั้นมาพูดให้ร้ายกันแบบนี้มันออกจะเกินไปนะ ใครจะเหมือนพวกเธอละที่ทำอะไรก็เละไม่เป็นท่าไหมด

       หุบปากเน่าๆของเธอไปเลยนะ ก่อนที่ฉันจะต่อยเธอปากแตกตรงนี้

            “อย่าพระพายท่าทีเหยียดปากพูดพร้อมมองด้วยแววตาค่อนแขวะของพิมพ์พิลาศนั้นทำเอาพระพายถึงกับระงับโทสะไว้ไม่อยู่ ร่างบางทำทีจะปราดเข้าไปหาอีกฝ่ายจนเฟื่องลดาต้องเข้ามารั้งตัวเอาไว้

            “กลัวตายละ อย่าลืมนะพระพายการใช้ความรุนแรงก่อเรื่องทะเลาะวิวาทนะมันผิดกฎบริษัทถ้าอยากจะถูกไล่ออกก็เชิญนะจ๊ะฉันไม่ห้าม

      พิมพ์พิลาศจงใจเน้นย้ำคำสุดท้ายใส่หน้าหญิงสาวทั้งสองตรงหน้า ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พระพายโกรธจนตัวสั่น มองตอบดวงหน้าที่กรีดยิ้มนั้นด้วยแววตาขวางดุ

            “เธอมัน…

            “ไปก่อนนะจ๊ะสองสาวคู่รัก ฉันต้องรีบไปคุยกับพี่ริชชี่แล้ว ขากลับออกมาเดี๋ยวจะแวะเอาข่าวดีมาฝากนะจ๊ะ

พิมพ์พิลาศกดยิ้มกว้างเต็มดวงหน้าและดวงตาอย่างผู้ชนะ ยามเห็นหญิงสาวสองคนตรงหน้าไม่อาจต่อกรกับเธอได้ โดยเฉพาะกับพระพาย ผู้หญิงที่เธอเคยพ่ายแพ้ให้เมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนมือเรียวจะยกขึ้นมาแตะเชยคางมนของคนตรงหน้าใช้ปลายนิ้วลากเกลี่ยยามเมื่อหล่อนเอี้ยวตัวเดินผละห่างออกมาด้วยท่าทีมาดมั่น เหลือทิ้งไว้เพียงร่างบางระหงที่กำลังสั่นเทาจ้องมองแผ่นหลังบางโฉบเฉี่ยวด้วยแววตาเคียดแค้นชิงชัง 

            “ฉันอยากฆ่ายัยนั่น อยากเอาหมัดฟาดหน้ายัยนั่นซักทีสองทีจริงๆเลย”

            พระพายสบถบ่นออกมาอย่างหัวเสีย ขณะยืนเท้าสะเอวมองผู้คนที่กำลังเดินขวักไขว่ไปมากลางห้างดัง โดยมีเฟื่องลดายื่นปลอบใจอยู่ข้างๆ หลังจากประทะฝีปากและโดนคู่อริย่างพิมพ์พิลาศจิกกัดอย่างเมามัน โดยที่ไม่อาจตอบโต้ได้ ทั้งพระพายและเฟื่องลดาจึงถ่อสังขารหอบร่างบางน้อยๆของตนเองมาสงบสติอารมณ์ที่กำลังเดือดเหมือนน้ำร้อนในกา ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านใจกลางกรุง ห่างออกมาจากตึกสำนักข่าวไม่มากนัก

            “ฉันก็อยากฟาดยายนั่นเหมือนแกนั่นแหละ แต่ถ้าเราทำแบบนั้นลงไปในสำนักงานละก็คนที่จะเดือดร้อนนะไม่ใช่เรา แต่จะเป็นเจ๊ริชซี่นะหรือว่าแกอยากให้พี่เขาต้องมารับเคราะห์แทนเรา?”

คำพูดของเฟื่องลดาทำให้คนที่อารมณ์หงุดหงิดพอที่จะระงับไปโทสะลงมาบ้าง ยิ่งนึกถึงปัญหาที่จะตามมาและคนที่จะต้องแบกรับปัญหาพวกนี้แทนเธออย่างพี่ริชซี่ พระพายถึงกับต้องชักสีหน้าย่นยุ่งด้วยความไม่สบอารมณ์ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ริชซี่หรืออดีตนายเทวาฤทธิ์เป็นรุ่นพี่สมัยเรียนที่เธอรักและเคารพทั้งยังเป็นคนที่คอยช่วยเหลือผลักดันพวกเธอให้ก้าวมาถึงจุดนี้ได้ พระพายคงไม่ยอมให้คนอย่างพิมพ์พิลาศมาหยามศักดิ์ศรีต่อหน้าแบบนี้แน่ แต่ก็นั่นแหละถึงจะต่อกรกับพิมพ์พิลาศได้ยังไงยังไงพระพายก็รู้ดีว่า ผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางรามือจากเธอง่ายๆเช่นกันตราบใดที่เธอยังยืนหยัดได้อยู่แบบนี้

            “แล้วนี่เราจะทำยังไงกันดีละ ถึงจะหาข่าวมาแก้ตัวชดใช้ให้พี่ริชซี่ได้ เรื่องของอเลกซ์ที่เราทำพลาดฉันยังรู้สึกผิดไม่หายเลยนะ แถมตอนนี้ยัยพิมพ์พิลาศก็เหมือนจะได้งานสำคัญไปทำอีกด้วยมีหวังเราสองคนคงจะได้หางานใหม่เร็วๆนี้ละมั้ง”

            “นั่นซิ”

            “เฮ้อ” คราวนี้ทั้งสองสาวต่างระบายลมหายใจออกมาแทบจะพร้อมๆกัน ก่อนร่างเล็กทั้งสองจะทิ้งกายนั่งลงบนม้านั่งไม้ หน้าร้านอาหารหรูของห้าง ดวงหน้าจิ้มลิ้มทั้งสองสบกันนิ่งต่างฝ่ายต่างมองกันด้วยสีหน้าละห้อยเมื่อนึกถึงปัญหาที่กำลังเผชิญและการที่ต้องโดนคู่แข่งอย่างพิมพ์พิลาศปรามาส

            ทั้งพระพาย เฟื่องลดา และพิมพ์พิลาศ เคยเป็นอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมต้นจนกระทั่งถึงมหาลัย ทั้งสามก็ยังเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกันและยังเรียนคณะเดียวกันอีกด้วย แต่ถึงจะเรียนมาด้วยกันถึงขนาดนี้ ทว่าทั้งพระพายและเฟื่องลดานั้น ไม่เคยที่จะลงรอยกับ พิมพ์พิลาศเลยซักครั้ง นับตั้งแต่มัธยมปลายผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มตั้งตัวเป็นอริกับเธออย่างเห็นได้ชัด ทั้งหาเรื่องกลั่นแกล้ง เอาสมุดรายงาน การบ้านเธอไปทิ้งลงถังขยะบ้างล่ะ แข่งขันกันเป็นหัวหน้าห้องบ้างล่ะ ผู้นำกีฬาสีของโรงเรียนบ้างล่ะ แต่นั่นมันคงยังไม่หนักหนาพอเท่ากับเรื่องที่พิมพ์พิลาศไปสร้างข่าวลือว่าเธอกับเฟื่องลดาที่เป็นเพื่อนสนิทกันนั้น เป็นคู่รักหญิงรักหญิง ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยนั่นซะมากกว่า

            ครั้นพอนึกถึงเหตุผลพระพายก็แทบทำหน้าเหนื่อยหน่ายขึ้นมา ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าพิมพ์พิลาศทำแบบนั้นไปเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ชายที่หล่อนแอบชอบ ดันมาชอบเธอเข้า ทั้งๆที่เธอไม่ได้ชอบไอ้หมอนั่นเลยซักนิดแค่หน้าก็ยังไม่อยากจะมองเลยด้วยซ้ำ

ทำไมเธอถึงไม่ชอบผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายหน้าตาดีๆที่เข้ามาจีบนะเหรอ นึกแล้วพระพายแทบอยากจะขำให้กรามค้างไปจนตาย เธอจะชอบลงได้ยังไงในเมื่อผู้ชายคนนั้นไม่ได้ชอบเธอจริงๆหรอก แต่ที่เขาเข้ามาหาเพราะแค่รู้สึกว่าอยากเอาชนะเธอซึ่งเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ไม่เคยชายตามองหรือสนใจในตัวเขาเลย และเจ้าหมอนั่นก็คิดว่า อาการเอาชนะและเปลี่ยนใจเธอได้มันคือความสนุกและความท้าทายนะซิ

          

ไหมล่ะ ผู้ชายน่ะนะไม่ว่าจะหน้าไหนๆมันก็เหมือนกันหมด 

  แต่ถึงเธอจะไม่ชอบผู้ชาย มันก็ไม่ได้หมายความว่าพระพายจะชอบผู้หญิงอย่างที่ พิมพ์พิลาศกุเรื่องด้วยเหมือนกัน แม้จะเคยมีบ้างที่เธอเองก็ยังแอบคิดว่าตัวเองเป็นพวกเลสเบี้ยนหรือเปล่าจนถึงขนาดลองเข้าหาผู้หญิงด้วยกันดูแต่ผลลับที่ได้ก็คือ เธอไม่ได้รู้สึกพิเศษหรือรู้สึกอะไรกับผู้หญิงด้วยกันเลย ทั้งที่เป็นอย่างนั้นแล้วทำไมเธอถึงยังถูกมองว่าเป็นพวกหญิงรักหญิงอยู่นะเหรอ? ก็จะไม่ให้เธอถูกมองได้ยังไงถ้าไม่ใช่เพราะ...

            “แป๊บนะ”

            “หืม...”

            “อะไรติดที่หางตาแกนะ อย่าเพิ่งขยับนะเดี๋ยวฉันหยิบออกให้”

กิริยายื่นหน้าเข้าหาเอี้ยวหน้าเอียงคอมองด้วยสีหน้าย่นยุ่ง และมือเรียวของเฟื่องลดาที่กำลังเอื้อมมาหยิบจับเศษฝุ่นที่ติดตรงหางตามนโดยไม่สนใจสายตาของเหล่าผู้คนที่กำลังเดินขวักไขว่ไปมานั้น ทำเอาพระพายถึงกับกรอกตาระอากับการกระทำของเพื่อนรัก

อา... ใช่ละ นี่ละคือสาเหตุที่ว่า ทำไมเธอกับเฟื่องลดาถึงยังถูกกล่าวหาว่าเป็นคู่รักร่วมเพศกันอยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ความสนิทสนมถึงเนื้อถึงตัวแบบแนบชิดแถมยังดูแลกันดีเป็นพิเศษแบบนี้ มันถึงได้ทำให้ใครต่อใครมองว่าเธอกับเฟื่องลดาเป็นคู่รักกันยังไงละ...ก็นะ แต่ถึงจะถูกมองแบบนั้น ทว่าสำหรับพระพายแล้วนอกจากแม่และยายแล้วเธอก็มีแค่เฟื่องลดาคนนี้นี่แหละที่เธอสามารถวางใจและเชื่อใจกว่าใครทั้งหมดในโลก...

 

            ทั้งคู่นั่งคุยกันอยู่ตรงม้านั่งนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้เพียงแต่ว่า ตอนที่เฟื่องลดาเอื้อมมือมาช่วยหยิบเศษฝุ่นจากตาของพระพายนั้น ทุกอย่างมันอยู่ในการจ้องมองของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในร้านอาหารตรงอีกฝากกระจกห่างจากทั้งสองไม่มากนัก และอากับกิริยาทุกอย่างของพวกเธอนั้นล้วนอยู่ในสายตาของเขาทั้งสิ้น สายตาคมคู่นั้นจ้องมองใบหน้าของคนที่กำลังถูกช่วยอย่างพินิจพิเคราะห์ อะไรบางอย่างในใบหน้านั้นทำให้ชายหนุ่มครุ่นคิด คลับคล้ายคลับคลาเหมือนว่าเขาเคยเห็นใบหน้าแบบนี้ที่ไหนมาก่อน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น “พยัคฆ์พล” ก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับตนเองได้ว่าเขาเคยเจอ เจ้าของดวงหน้าจิ้มน่ามอง แต่ดันเป็นพวกนิยมของแปลกนั่นจากไหน เหมือนมันติดอยู่ในอกแค่ในใจเท่านั้น แค่ในใจของเขาจริงๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

249 ความคิดเห็น

  1. #236 *Ben* (@ben14) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 22:58
    ได้รับหนังสือแล้วค่ะ
    ขอบคุณมากค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2558 / 22:59
    #236
    0
  2. #235 Manpoon Boon (@manpoonboon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 22:48
    ได้รับหนังสือเรียบร้อยแล้วนะครับ
    ขอบคุณมากครับ
    #235
    0
  3. #234 Manpoon Boon (@manpoonboon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 22:23
    ได้รับหนังสือเรียบร้อยแล้วนะครับ
    ขอบคุณมากครับ
    #234
    0
  4. #233 Na+Cha (@astira) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 11:33
    หายเร็วๆนะคะ
    #233
    0
  5. #232 PaPa Puii (@yaypuii) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 22:32
    หายไวไวนะคะ รักษาสุขภาพด้วยคะ
    ทั้งไรท์และเพื่อนๆคอนิยายคุณปอทุกคนเลยคะ
    #232
    0
  6. #231 *Ben* (@ben14) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 22:27
    เมลชื่อที่อยู่ให้แล้วนะคะ
    ขอบคุณมากค่ะ
    #231
    0
  7. #11 Little (@peypey) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:33
    สะดุดตาแต่แรกเห็น ปล.กก่อน = ก่อน , มมา = มา , หันเหลือ = หันเหลือบ , พระพยาย = พระพาย , เฟื่องละดากระโด = เฟื่องลดากระโดด
    #11
    0
  8. #6 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 09:20
    55555 เฮียเอ้ย โลกเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปหมดแล้ว ไม่เคยได้ยินเรอะ รักไม่มีพรมแดนน่ะ
    #6
    0
  9. #5 Penquin Pink (@noojan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 18:49
    ขาลน่าร๊ากกที่สุดด
    #5
    0
  10. #4 mam (@mammam08) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 16:02
    น้องขาลของเค้ามาแล้วววววววว   เป็นกำลังใจให้น่ะค่า
    #4
    0