โซ่รักกำราบร้าย (E-book)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 329,464 Views

  • 269 Comments

  • 2,406 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,016

    Overall
    329,464

ตอนที่ 6 : บทที่ 2 [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 169 ครั้ง
    10 ม.ค. 62



อนินชะงักเมื่อใบหน้าสวยหวานปราศจากเครื่องสำอางของใครบางคนที่เกือบจะแหกกฎเหล็กทลายน้ำแข็งเข้ามาในใจเขาได้ ผุดเข้ามาในสมอง...หญิงสาวผมยาวประบ่า ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมโต จมูกที่โด่งไม่มากแต่ก็รับกับริมฝีปากบางอย่างลงตัว และที่แน่ๆ ที่เขาลืมไม่ลง...รสชาติ ความหวานล้ำปานน้ำผึ้งเดือนห้า อ่อนนุ่มปานมวยเมฆและเร่าร้อนปานกระทะล้นไฟของริมฝีปากจิ้มลิ้มบอบบาง ที่รสชาติยังตราตรึงบนริมฝีปากและเรียวลิ้นของเขาไม่ลืมเลือน อีกทั้งกลิ่นหอมเนื้อสาวที่หาได้แอบแฝงน้ำหอมชั้นดีอย่างสาวๆ ในสังคมชั้นสูงที่เขาพบเจอทุกวันนี้ พวกเธอคงไม่รู้ว่านิดๆ ก็หอมน่าค้นหา แต่ถ้ามากๆ บ่อยๆ ก็เอียนจนน่าอาเจียนดีๆ นี่เอง

“พี่นินคะ”

ความคิดอนินสะดุดกึก เสียงเรียกเพิ่งทำให้เขารู้ตัวว่าเผลอยกมือคลำริมฝีปากตัวเองเนิ่นนาน ซ้ำร้ายริมฝีปากของเขายังยกยิ้มเสียอีก

“บ้าซะมัด” มือหนาหล่นลงข้างตัว “ไปคิดถึงแม่นั่นทำไมกัน ป่านนี้ไม่รู้จะมีกี่ผัว พ่วงลูกอีกกี่คนแล้วก็ไม่รู้ ใจง่ายปานนั้น” ปากบริภาษหากแต่ใจกลับเต้นผิดจังหวะ

“พี่นิน”

ดวงตาคมดุวาววับดุจเพชรเจียระไนถลึงกว้าง เมื่อร่างค่อนไปทางอวบอิ่มของน้องสาวต่างบิดามารดา ต่างสายเลือด ต่างชาติตระกูลถลาเข้ามาถือวิสาสะเกาะแขนแข็งแกร่งของเขา...

“ขอแนนนี่ติดรถพี่นินไปทำงานด้วยนะคะ รถแนนนี่...”

“ไม่ได้!” ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายแต่งนิทานหลอกเด็กจบ อนินก็โพล่งขึ้นมาตัดทันที

“ทำไมล่ะคะ” ฝ่ายถูกตะคอกตัดพ้อเสียงเศร้า เงยหน้าสบสายตาพร้อมกับนัยน์ตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้

“หลบไป!” หากเป็นคนอื่นคนจะหลงเชื่อสงสารแต่ไม่ใช่กับเขา... “น้ำตาจระเข้”

“พี่นิน!

“ปล่อยฉันเน้นหนักทุกพยางค์ “ฉันชื่ออนินและฉันไม่มีญาติพี่น้อง...” เขาเอ่ยหนักแน่นเนิบๆ ก่อนจะตะคอกในประโยคต่อมา “อย่ามาสะเออะเรียกฉันว่า พี่ เธอไม่มีสิทธิ์เรียกฉันว่า นิน เฉยๆ รู้จักเจียมกะลาหัวตัวเองซะบ้างรมิดา”

“พะ...คุณอนิน!” รมิดาโกรธจนหน้าแดงก่ำ ร่างอวบอิ่มสั่นเป็นเจ้าเข้า นัยน์ตาแดงๆ ที่ตอนแรกแสแสร้งแกล้งทำเปลี่ยนเป็นน้ำตาหยดโตหลั่งลงเป็นทางอย่างเจ็บใจ “คุณอนิน!” แทนที่จะได้ความสนใจจากเขา ร่างสูงดีดตัวขึ้นรถแล้วเหยียบคันเร่งจนมิด จนเธอแทบหลบไม่ทัน

“กรี๊ดดด!!!”

รมิดาบุตรสาวของนวลอนงค์ เลขานุการเรื่อพ่วงที่ตกถังข้าวสารตังเบ้อเริ่มได้เป็นคุณนายมหาเศรษฐีระดับต้นๆ ของเมืองไทย เธอที่เป็นลูกสาวจึงพลอยได้อานิสงส์เป็นคุณหนูไปด้วยระเบิดกรี๊ดลั่น

“คอยดูเถอะ ถ้าวันไหนแกพลาด ฉันจะทำให้แกรู้สึก อ๊ายยย”

“แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไงยัยแนน”

รมิดาสะดุ้งโหย่ง “แม่!” เธอกระแทกเสียงอย่างหงุดหงิดปนโล่งอก “มาไม่ให้สุ่มให้เสียงหนูตกใจหมด”

“ถึงฉันให้ แกจะได้ยินรึไง กรีดร้องลั่นขนาดนั้น ฉันก็คิดว่าแกถูกบาดคอ แล้วเมื่อกี้พูดอะไร ฉันได้ยินนะ”

“โธ่แม่ จะอะไรนักหนา”

“ฉันเคยเตือนแกแล้วนะเรื่องคุณอนิน ว่าอย่าไปยุ่งกับเขา เท่าที่เราได้คุณหญิงท่านก็เมตตามากพอแล้ว อย่าหาเรื่องนักเลยยัยแนน เดี๋ยวแกกับฉันจะไม่มีที่ซุกหัวนอน”

“แค่ที่ซุกหัวนอนมันจะไปพออะไร แม่ก็เป็นเมียของพ่อคนหนึ่งเหมือนกัน หนูไม่ยอมหรอก”

“อย่าโลภมากเดี๋ยวลาภมันจะหาย แกไม่เคยได้ยินรึไง”

“แม่! ถ้าแม่ไม่เห็นด้วยก็เงียบไปเลย แม่ก็รู้ว่ายังไงหนูก็ไม่เปลี่ยนใจ”

“ยัยแนน เดี๋ยวยัยแนน” นวลอนงค์ได้แต่เรียกตามหลังในเมื่อลูกสาวหัวดื้อกระแทกส้นตึงๆ ไปขึ้นรถซะแล้ว “ฉันจะบอกแกยังไงดียัยแนน แกยังไม่รู้ว่าเล่นกับไฟ สุดท้ายแกจะมอดไหม้ไม่เหลือชิ้นดี”

นวลอนงค์ หญิงวัยกลางคนผู้ก็เคยมีความคิดเช่นเดียวกับบุตรสาวแต่มาบัดนี้เธอหันเหความคิดเหล่านั้นให้ลงคลองไปจนหมดสิ้น มองจนรถสปอร์ตคันกะทัดรัดลับตา

“แกได้ดีขนาดนี้ยังไม่พออีกเหรอยัยแนน” ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจหลายครั้งหลายคราต่อกัน

 

สำนักงานใหญ่ตุลการกรุ๊ป

รถเมอร์เซเดส-เบนซ์คันหรูวิ่งผ่านฉลุยด่านตรวจด้านหน้าเข้ามาจอดสนิทหน้าตึกระฟ้ากว่าสี่สิบชั้น อันเป็นสำนักงานใหญ่ของตุลการกรุ๊ปด้วยความเร็วค่อนข้างสูง เสียงเบรกเรียกความสนใจจากพนักงานที่ต่างก็รู้ดีว่ามีเพียงท่านรองประธานแห่งตุลการเท่านั้นที่สามารถขับรถมาจอดในความเร็วระดับนี้ได้

พนักงานที่กำลังยืนเต็มด้านหน้าขยับหลีกไปสองข้างอย่างรู้หน้าที่ เว้นช่องว่างตรงกลางให้ท่านรองที่พกพาความหล่อกระชากใจสาวๆ ได้ก้าวผ่านไปอย่างสะดวก โดยที่สาวๆ ได้แต่ทอดสายตาละห้อยตามแผ่นหลัง เพราะไม่เคยมีพนักงานสาวๆ คนใดได้ปีนขึ้นไปเป็นที่สนใจของท่านได้เลย แม้จะทอดสะพานเสริมเหล็กเสริมคอนกรีตเพียงใดก็ตาม สุดท้ายก็ถอดใจแล้วหันมามองตามแผ่นหลังของท่านดังเดิม

“สวัสดีครับท่านรอง”

นวพล เลขานุการหนุ่มวัยยี่สิบแปดปี รีบลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานค้อมศีรษะลงเป็นการทำความเคารพท่านรองประธานแทนการยกมือเพราะอายุที่มากกว่าเจ้านายอยู่สามปี

อนินพยักหน้าเป็นการตอบรับ แล้วถามหาเรื่องงานที่เขาได้สั่งไว้ แม้ว่าสภาพจิตใจจะคุกรุ่น แต่เมื่อถึงที่ทำงานเขาจะไม่ยอมให้มันมาปะปนกัน

“ได้เรื่องรึยัง”

ไม่พีรี้พีไรมากความ เลขาฯ หนุ่มที่ทำงานร่วมกันมาเกือบจะสองปีก็รีบหยิบแฟ้มเอกสารเล่มหนึ่งส่งให้...

“อีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้าครับ เลขาฯ ท่านประธานภัทรเพิ่งโทร.มาคอนเฟิร์มเมื่อสักครู่นี่เอง”

“ดี ดีมาก” อนินรับแฟ้มมาเปิดดู พลางนึกไปถึงรถยนต์ทั้งห้าร้อยคันที่รอการผลิตอยู่ในแฟ้ม หลังจากออกโครงการรับประมูลการผลิตมาเป็นเดือน หากบริษัทที่เข้าตาและราคาเป็นธรรมก็มีมาให้เลือกแค่ไม่กี่บริษัท เพื่อความรอบครอบ ท่านรองอย่างเขาจึงต้องขอลงไปตรวจดูการผลิตและโรงงานก่อนตัดสินใจด้วยตัวเอง หากว่าผลการตรวจสอบคือผ่าน บริษัทนั้นก็จะได้สิทธิ์ในการยื่นประมูลต่อไป เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดมาสู่ตุลการ

“แจ้งกลับไปว่าวันที่เจ็ดของอาทิตย์นี้ ผมจะเข้าไป”

“ครับท่าน” นวพลตอบรับพร้อมจะหมุนกายกลับไปที่โต๊ะทำงาน แต่เขาเพิ่งนึกออก... “ท่า...ท่านรอง...” ไม่ทันแล้ว ร่างสูงกว่าเขาเกือบสิบเซ็นต์ก้าวเข้าไปแล้วเหลือเพียงบานประตูให้ดูต่างหน้า

“ซวยแล้วนวพล” เสียงตวาดลั่นจากข้างในซึ่งโกรธมากๆ ชี้ชัดว่าอีกเพียงเสี้ยววินาทีต่อมาเขาจะได้เอ่ยสิ่งที่ค้างคาออกไปแน่ๆ แล้วก็จริงตามนั้น...

“นวพล!” บานประตูเปิดผาง อนินก้าวพรวดออกมาด้วยใบหน้าทมึงทึง “นวพล!”

เจ้าของชื่อผู้รู้ชะตากรรมหน้าซีดลงถนัดตา...นิ่งก็นิ่งใจหาย ร้ายก็ร้ายขาดใจ นั่นคือเจ้านายเขา...

“คะ...ครับ ท่านรอง” นวพลรีบสาวเท้าตามเข้าไปหาเจ้านาย

“ผมเคยสั่งคุณว่าไง” น้ำเสียงเดือดดาลที่ส่งผ่านริมฝีปากเหยียดตรง นวพลร้อนวูบไปทั่วกาย ไม่มีคำอธิบายมาชี้แจงนอกจากก้มหน้าก้มตาลง

“ผมจะรีบเคลียร์เดี๋ยวนี้เลยครับ”

นวพลรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเขาผิดเต็มประตู หากเขาเอ่ยออกไปว่าโดนนางแบบสาวที่มาติดพันท่านหลอกก็หนีไม่พ้นคำแก้ตัว ที่หลงเชื่อน้ำตาผู้หญิงและน้ำคำแสนสั่นที่หลอกลวงได้อย่างน่าเชื่อ ว่าท่านรองให้เธอมารอพบเพื่อเจรจาบางอย่างที่นี่ และเขาก็เหมือนต้องมนต์ยอมให้เข้าไปโดยง่าย ทั้งที่เจ้านายเคยสั่งแบบย้ำนักย้ำหนา

ห้ามใครหน้าไหนเข้าห้องทำงานผมเป็นอันขาด หากไม่มีผมอยู่ตรงหน้าคุณอนุญาตกับหู มดสักตัวก็เข้าไม่ได้ เข้าใจไหมคุณนวพล

ครับ ขนาดอดีตตอบรับหนักแน่นแบบนั้นแล้ว วันนี้เขายังพลาด ท่านวพลจะถึงคราวซวย!

“เอาวะ”

นวพลสูดลมเข้าปอดก่อนจะพาร่างสูงถลันเข้าไปในห้องของเจ้านายทันที ไม่นานเท่าไหร่เสียงเอ็ดตะโรลั่นพร้อมเสียงกรี๊ดร้องก็ดังตามมา และก็อีกไม่เกินนาที ร่างเพรียวระหงแบบฉบับนางแบบแคทวอล์คก็กระแทกส้นออกมาจากในห้องสำเร็จ เจ้าหล่อนเหลือบทิ้งสายตาอาฆาตก่อนจะเชิดหน้าจากไป

จบไปอีกราย

อนินผ่อนลมยาวเหยียด คราวหน้าคงต้องหาแบบแกะง่ายเท่านั้นแล้ว เกาะติดเหนี่ยวแน่นเพื่อนสนิทกาวตราช้างแบบนี้ไม่ไหวจริงๆ หรือไม่...เขาก็ควรหยุดพักเรื่องผู้หญิงน่าเบื่อๆ พวกนี้ถาวรไปเลย

“เรียบร้อยครับท่านรอง” นวพลเดินออกมารายงานด้วยใบหน้าที่มีห้านิ้วประทับอยู่เด่นชัด

“หวังว่าจะไม่มีคราวหน้าอีกนะคุณนวพล”

“ครับ” นวพลก้มหน้านิ่งตอบรับ ยังให้อนินเลิกเอาความแล้วเดินกลับเข้าไปด้านในห้องทำงาน...

ประตูปิดลงด้วยมือของเขา อนินถอนใจเฮือกใหญ่เมื่อเข้ามาพบว่าทุกอย่างกลับสู่โหมดปกติ ข้าวของเกลื่อนเล็กน้อย แต่ก็พอมองออกว่าเลขานุการของเขาได้จัดการเท่าที่สองมือจะพอทำได้ไปแล้ว ส่วนเศษเล็กเศษน้อยที่เหลืออีกเดี๋ยวแม่บ้านก็จะตามมาจัดการเอง ร่างสูงเดินเข้าไปพลางยกมือหนาเสยผมแรงๆ ก่อนจะทิ้งกายลงกับเก้าอี้ทำงาน ให้สี่ล้อของเก้าอี้ราคาแพงสามัคคีพาร่างเจ้าของไปชนกับขอบกระจกตามที่สองเท้าบัญชา ศีรษะทุยได้รูปอิงลงซบกับพนัก ดวงตาแสนคมหลบลงสู่ความมืด...

ปีนี้ลูกเบญจเพสแล้ว ระวังตัวหน่อยนะอนิน พระท่านว่าไม่เกิดเรื่องดีก็จะเกิดเรื่องร้าย มันถึงคราวเปลี่ยนของชีวิต

จู่ๆ ในหัวก็วูบประโยคคำกล่าวของมารดาเมื่อตอนวันเกิดครบรอบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์เมื่อหลายเดือนก่อนขึ้นมา

หรือว่าจะจริง...ไม่ๆๆ เป็นไปไม่ได้ ก่อนเจ้าตัวจะรีบส่ายศีรษะสลัดมันทิ้งไปกับความคิดที่ว่า งมงาย


____________________________________________


โหลดอีบุ๊คได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้นะคะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 169 ครั้ง

0 ความคิดเห็น