Fic Owari no seraph ::Forbidden love ความรักต้องห้ามที่ห้ามไม่ได้ [Mika Yuu]

ตอนที่ 2 : STORY 1: งานเลี้ยงของคุรุรุ เทเปส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 ก.ค. 60

          "ยูจัง คืนนี้ผมไม่อยู่นะอย่าออกไปไหนล่ะ"ชายหนุ่มผมสีบลอนได้กล่าวกับหญิงสาวตรงหน้าอย่างอ่อนโยน
          "นายจะไปไหน!?"หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าเล็กน้อย
          "เอ่อ...ผมแค่ไปทำธุระน่ะ"มิกะ
          "แล้วบัตรเชิญล่ะ"หญิงสาวยิ้มออกมาแฝงความนัยไว้มากมาย จนทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าใจสั่นเล็กน้อย "ทำไมล่ะ? ทำไมไม่บอกฉันล่ะมิกะ"หญิงสาวพูดด้วยความสงสัยและมีความรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากเพราะหลังจากสงครามแล้วเธอก็ได้เสียพวกพ้องไปมากมาย เธอคงไม่อยากอยู่ตัวคนเดียว
          "คือว่างานเลี้ยงนี้เป็นงานที้เรียกว่างานฉลองชัยชนะน่ะ สำหรับยูจังแล้วมันคงทำให้รู้สึก-"
          "แต่ยังไงฉันก็อยากไปนะถึงอย่างนั้นฉัน..."ยู
          "ไม่ได้ยังไงก็-"
          "มิกะ!!"หญิงสาวเรียกชื่อชายหนุ่มตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มยอมให้ไป
ณ งานเลี้ยง
          "มิ..มิกะชุดนี้มัน..."หญิงสาวที่แต่วชุดกระโปงยาวสีขาวแกมดำเดินออกมาด้วยท่าทางที่เขินอาย
          "-///-"ชายหนุ่มยืนอึ้งด้วยสีหน้าทีแดงก่ำจึงทำให้หญิงสาวเขินอายหนักกว่าเดิม
          "พะ...พูดอะไรบ้างสิ ตาบ้า"ยู
          "สวยมากเลยล่ะยูจัง"
          "พอเลยๆ หวานอยู่ได้นั่นล่ะ ยูว่าไงชุดที่ฉันเลือก"เสียงปริศนาดังขึ้น
          "ก็..."ยูลากเสียงยาวเพราะพูดอะไรไม่ออก "ชั่งมันไปเถอะ...รีบๆไปได้แล้วล่ะน่า"ยูพูดอย่างหัวเสียกับเสียงปริศนาด้วยความเขินอาย
          "ยูจัง...กลับมาร่าเริงแล้วสินะ"มิกะชายหนุ่มผผมสีบลอนก็ได้เดินมาหาหญิงสาวพร้อมกับรอยยิ้ม "คุรุรุ ขอบคุณสำหรับชุดของยูจังด้วยนะครับ"มิกะหันไปขอบคุณให้กับเสียงปริศนาที่มีนามว่า คุรุรุ เทเปส
          "อย่างน้อยๆฉันก็ทำให้ลูกชายละกันล่ะ" หญิงสาวเรือนผมสีชมพูได้เดินออกไปด้านนอกส่วนมิกะกับยูก็ได้เดินไปที่ทางเข้าเพื่อไม่ให้ผู้อื่นสงสัย ยูได้ควงแขนมิกะไว้ตามมารยาทของงานเลี้ยง
          "นี่บัตรเชิญ"มิกะพูดอย่างเย็นชาและยืนบัตรเชิญเพื่อแสดงความสูงศักดิ์ ในงานเลี้ยงที่ฉลองชัยชนะที่ได้พอมาในบางส่วน สำหรับยูแล้วคงเจ็บปวดแต่ตอนนี้ชายหนุ่มมิกะ ก็ได้คอยปลอบเท่านั้น
[Mika]
         ผมไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ตั้งแต่เดินเข้างานมายูจังทำหน้าสดใสที่แฝงความเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะพวกขุนนางที่คอยจับจ้องยูจังอยู่ พวกนั้นไม่มีใครรู้หรอกนะว่ายูจังเป็นมนุษย์แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
          "มิกะ...ทำไมพวกขุนนางเยอะขนาดนี้ล่ะ"ยูจังกระซิบพูดกับผม
          "ก็งานเลี้ยงของคุรุรุ เทเปสผู้ก่อตั้งลำดับ 3 ถ้าจะมีพวกขุนนางเยอะก็ไม่แปลก"มิกะ
          "งั้นหรอ"ยูจังพูดด้วยเสียงที่ฟังแล้วดูเศร้าสร้อยและเหมือนว่าจะอดทนอะไรสักอย่างอยู่
          "ยูจังเป็นอะไรหรือเปล่า? หน้าซีดเชียว"ผมเอามือไปแตะที่แก้มของยูจัง แต่ยูจังกลับถอยห่าง
          "โทษนะ...มิกะฉันขอไปสูดอากาศข้างนอกก่อนอยู่ในนี้แล้วมันอึดอัดน่ะ"ยูจัง
          "ยูจัง..."ผมเดินตามยูจังไปแต่พวกขุนนางเยอะเกินไป ถ้าเป็นจุดเด่นเข้าสำหรับยูจังที่เป็นมนุษย์คงอันตราย ผมเลยปล่อยให้ยูจังไป ทำไมกันนะ...ทำไมถึงปล่อยให้ไปทั้งๆที่เป็นห่วง...
[Yuu]
          ฉันเดินออกมาข้างนอกอย่างทรมาน อะ...อีกแล้ว
          'รับผมเข้าไปอยู่ในตัวเธอสิยู จะได้หายทรมาน'
          "งะ..เงียบไปซะอาชูร่ามารุ"ฉันบอกกับอสูรที่อยู่ในตัว
          'ฮ่ะๆ นี่เธอไม่ได้สลบแล้วมาคุยกับฉันเหมือนเมื่อก่อนเหรอเนี่ย...' 
          "เงียบไปซะ"ฉันยอกให้อสูรเงียบอสูรก็เงียบแต่...
          'อีกไม่นานเธอก็จะไม่ต้องทรมานแบบนี้หรอกเดี๋ยวเธอก็จะถูกมนุษย์เอาตัวไป อย่างที่ผีดูดเลือดนั่นบอกนั่นแล่ะ ระวังให้ดีนะยู มนุษย์น่ะน่ากลัวกว่าอสูร และผีดูดเลือดซะอีก' การที่อาชูร่ามารุพูดแบบนั้นก็ทำให้ฉันเขวไปนิดหน่อยแต่
          "พวกเขาทั้งหมดก็เป็นครอบครัวฉันนะ!!!"ฉันพูดเสียงดังแต่อาชูร่ามารุก็ลอยตัวอยู่ตรงหน้าฉันนิ่งๆ ส่วนพวกขุนนางก็อยู่ด้านในคงไม่ได้ยิน
          'ต่อกรกับเธอน่ะมันลำบากจริงเลยนะ ยู' อาชูร่ามารุพูดกับฉันและหายไป เฮ้อ ฉันถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะมีเสียงที่ไม่อยากได้ยินดังขึ้น
          "แหมๆ ยูจังผู้น่ารักมาเดินเล่นคนเดียวแบบนี้ น่าสงสัยนะครับเนี้ย"
          "ฟะ...เฟริด"ฉันพูดชื่อแวมไพร์ที่อยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่ดูโกรธเคือง
          "เกิดอะไรขึ้นครับเนี้ย ไม่กลัวผมแล้วหรอเนี่ย"เฟริดพูดด้วยท่าทางที่ดูเยาะเย้ย
          "หา...ใครเขาจะไปกลัวนายกัน?"ฉันหันหน้าไปหาเฟริด เฟริดยืนยิ้มอยู่แต่จู่ๆก็
ฟึ่บ!
          "ฮ่ะๆ อย่าได้ใจนักนะครับ"ฉันตอนนี้ที่อยู่ในท่าทีดูสงบ ใช่ ฉัน สลบไปนั่นเองเฟริดใช้มือทุบต้นฉันจนฉันสลบ เฟริด อุ้มฉันในท่าเจ้าหญิงและกระโดดลงระเบียงไปหาคนสองคนที่ยืนอยู่ด้านนอก "ฉันเอามาให้ล่ะ"เฟริดส่งฉันให้คนอีกคน แต่คนพวกนั้นไม่รู้เลยว่าฉันใส่ชุดที่เอาะไว้ต่อสู้อยู่ด้านในแต่ในสภาพที่ไม่มีอาวุธฉันคงทำอะไรไม่ได้
          "ถ้าเจ้าเด็กนั่นโกรธขึ้นมานายน่ะผิดเต็มๆเลยนะ"เฟริดพูดกับคนที่อยู่ตรงหน้า
          "งั้นเหรอ หึ เรื่องแค่นี้เด็กที่ชื่อมิกะน่ะง่ายๆ"
          "ฮ่ะๆ ทั้งที่นายเกือบโดนมิกะจังฆ่าอ่ะนะ ยังบอกว่าง่ายๆอีก"เฟริดหัวเราะใส่คนตรงหน้า
          "เฟริด!"
          "อย่าทำเสียงแบบนั้นสิน่ากลัวจังเลย เอาเถอะทำให้สำเร็จล่ะ กุเร็น"
กุเร็นงั้นเหรอ? ฉันพูดชื่อคนนที่เฟริดพูดอย่างแผ่วเบาและสลบไปโดยสมบูรณ์
         
     


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

8 ความคิดเห็น