Fic Krisyeol ft. all member of exo

ตอนที่ 38 : SF: Be mine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ก.ย. 58


SF  Be mine

Couple : Krisyeol




 

 


พี่คริส ผมขอโทษ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันได้มั้ย ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ผมสัญญา”


“ อี้ชิง...”


“นะครับ ยังไม่ต้องตอบผมตอนนี้ก็ได้  ผมจะรอนะ ผมรู้ว่าพี่ยังไม่ลืมผมหรอก ผมเชื่อ ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ...”


......


....


..


.

 

“อ่ะ” เสียงทุ้มห้วนๆกับสัมผัสเย็นๆที่กรอบหน้าทำให้ร่างสูงที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยกลับมามีสติอีกครั้ง

 


“ขอบใจ”

 



แกร็ก!

 


ฝากระป๋องเบียร์ถูกเปิดออกก่อนที่ของเหลวภายในจะไหลรินลงคอ


 

“เป็นเหี้ยไร เดินออกมาข้างนอกคนเดียว ติสท์หรอ?”

 


“ป่าว แค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย” ตอบอย่างไม่มองหน้าคนฟัง ก่อนจะยกกระป๋องในมือขึ้นจิบอีกครั้ง

 


“เรื่องอี้ชิง?”  เสียงทุ้มถามขึ้นอีกครั้ง แต่มันกลับแฝงความรู้สึกบางอย่างที่คนฟังอย่างเขารู้สึกได้

 



เสียงของคนขี้กังวล

 



“เสือกอีกแล้วมึงอ่ะ” ว่าอย่างขำๆพร้อมกับวางมือแล้วยีบนกลุ่มผมนิ่มที่เขาชอบกลิ่นหอมอ่อนๆของมัน


“แฟนกูทั้งคน กูผิด?” ใบหน้าหวานง้ำงอก่อนจะกระดกกระป๋องเบียร์ในมือขึ้นจิบบ้าง


“ขี้งอนตั้งแต่เมื่อไหรน่ะมึง” ร่างสูงกว่ายกเบียร์ขึ้นกระดกทีเดียวจนหมดก่อนจะหันมายิ้มเอ็นดูกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ


“.........” คนตัวเล็กกว่าไม่ตอบแต่เหล่มองใบหน้าคมที่มองอยู่ก่อนแล้ว จึงได้แต่ส่ายหัวแล้วยิ้มตาม


“ หึ ไอ้ดื้อ” ร่างสูงผลักหัวกลมไม่แรงนักก่อนจะวาดแขนยาวโอบรอบคออีกฝ่ายให้ขยับเข้ามาใกล้ตัว


“ไอ้เหี้ย! เบียร์กระฉอกหกหมดแล้ว เสียดายมั้ยไอ้ห่า”


“อืม เสียดาย” ร่างสูงว่าก่อนจะพลิกตัวอีกฝ่ายให้หันหลังพิงกับแผงกั้นระเบียง แล้วโน้มตัวลงใช้ลิ้นสากโลมเลียคราบเบียร์ที่หกเลอะบนเสื้อบาง



 

เบียร์ยี่ห้อนี้หวานดีแฮะ....



 

“ อ๊ะ!..” เสียงหวานครางขึ้นเมื่อลิ้นร้อนลากผ่านจุดติ่งไตที่ตั้งเร้ารับอารมณ์ทั้งสองข้าง  มือที่ถือกระป๋องเบียร์ก็อ่อนแรงจนปล่อยกระป๋องหลุดมือ


 

แกร๊ง!



“ ไหนบอกเสียดายไง”  เสียงทุ้มแหบพร่าก่อนจะยกยิ้มที่ทำให้คนมองใจสั่นเป็นบ้า



 

มองกูอย่างนี้  เย้กูเลยเถอะ!!



 

ร่างสูงก้มลงเก็บกระป๋องเบียร์ที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมามองหน้าหวานที่มองการกระทำนั้นตลอด  คนตัวเล็กกว่ายิ้มหวานให้พลางเลื่อนมือเกี่ยวคอเสื้ออีกคนให้ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น


 


“ ยังเหลือหนิ  ป้อนกูหน่อยดิ”

 

“หึ” ร่างสูงยกยิ้มแล้วหัวเราะในลำคอกับคำพูดของคนตรงหน้าก่อนจะกระดกเบียร์ที่เหลืออยู่จนหมดแล้ว



อมไว้ในปาก ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆก้มลงประกบกับริมฝีปากบางทันที  เรียวลิ้นหนาค่อยๆดันเบียร์ในปากให้ไหลลงสู่คอของอีกคนอย่างละเมียดละไม จูบซับน้ำที่เอ่อล้มออกมุมปากแล้วป้อนมันด้วยรสจูบที่ร้อนขึ้นมาจากอุณหภูมิของเหลวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์  เรียวลิ้นเล็กที่ตอนแรกโดนไล่ล่า กลับลุกฮึดสู้อย่างไม่ยอมแพ้ ต่างฝ่ายต่างแย่งกันคุมเกมจูบที่ร้อนแรงนี้  ถึงแอลกอฮอลล์ในร่างกายจะมีปริมาณไม่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นเชื้อไฟที่โหมให้ร่างทั้งสองสอดประสานกันยิ่งขึ้น

 


“คะ คริส” เสียงทุ้มที่ขัดกับใบหน้าเอ่ยอย่างอ่อนแรงเมื่อบทจูบสิ้นสุดลง ริมฝีปากบางที่บวมเต่งอ้าปากหอบเอาอากาศเข้าปอดอย่างเหนื่อยหอบ

 


จูบกูหรือสูบพลังงานชีวิตกูวะ!


 

“ พอแล้วเหรอ”  เสียงทุ้มแหบพร่าบ่งบอกถึงความต้องเอ่ยถามขึ้น ร้อนจนคนฟังถึงกับอยู่ไม่เป็นสุข



 

งานเสียตัวต้องมาสินะกู....

 




“ มึงนี่ก็โลภเกิน” ว่าอย่างไม่ใส่ใจพลางแกะมือไม้ที่เริ่มเลื้อยพันแถวๆขอบกางเกงและขาอ่อนของตัวเอง

 


“ ก็กูไม่อิ่ม”

 


“ รามยอนในห้องมี เดี๋ยวกูไปต้มให้”

 


“ ไม่ กูอยากกินไส้กรอก”

 


“ อ้อ! ในตู้เย็นก็มะ..”

 


“ยี่ห้อชานยอล”

 

 



ไอเหี้ย!!

 



มองบนแปบ....

 

 


........................................................................................................................................

 



หลายวันมานี้ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองมั้ย แต่รู้สึกว่าไอ้หูกางเด็กดื้อของผมมันดูแปลกไป หลังจากวันนั้น  วันที่อี้ชิงเข้ามาขอคุยกับผม ระหว่างที่ผมกับมันนั่งอยู่ที่ใต้ตึกคณะเมื่อวาน  เรื่องมันคงจะไม่เป็นแบบนี้ถ้า....

 

 


อี้ชิงไม่ใช่คนรักเก่าของผม



 

ผมยอมรับว่าสับสนและหวั่นไหวตอนเจอหน้าอี้ชิงอีกครั้ง หลังจากที่ไม่เจอกันเกือบห้าปี และแน่นอนว่าความสัมพันธ์ของผมกับเค้าก็จบลงไปด้วยเช่นกัน........

 


แต่ทำไงได้ เหมือนโชคชะตาอยากดูบทดราม่าของชานยอลมันหรือยังไง ถึงได้บังเอิญให้อี้ชิงได้เข้ามาเป็นสายรหัสของชานยอลพอดี และพอมันรู้เบื้องลึกเบื้องหลังระหว่างผมกับอี้ชิง มันเลยยิ่งคิดมากไปกันใหญ่

 



ทั้งที่ปกติมันก็ชอบคิดมากอยู่แล้ว...

 



ที่ผมคิดไม่ตกอยู่วันสองวันมานี้ก็เพราะเรื่องนี้  ผมไม่ได้คิดเรื่องที่จะไปคืนดีกับคนเก่า แต่ผมกำลังเครียดกับไอ้ดื้อคนใหม่คนปัจจุบันของผมต่างหาก

 

 


อย่างเช่นตอนนี้.....


 


“ ผมขอนั่งด้วยได้มั้ยครับพี่ชานยอล...พี่คริส” เสียงหวานที่ผมเคยคุ้ยเคยดังเรียกให้ชานยอลที่กำลังเปิดศึกแย่งลูกชิ้นกับผมอยู่


“ อืมนั่งสิ แต่พวกพี่อิ่มพอดี นั่งต่อเลย” ผมตอบแทนชานยอลที่กำลังนั่งงงๆอยู่ ไม่รอช้าผมกวาดชามของผมกับมันแล้วลุกขึ้นดึงแขนให้มันลุกเดินตาม แต่มือที่สามก็รั้งแขนผมไว้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

 

“ พี่อย่าเมินผมแบบนี้ได้มั้ย ผมขอร้อง” น้ำเสียงเว้าวอนกับสีหน้าเศร้าหมองทำให้ใจผมกระตุกวูบ แต่แรงกระตุกจากข้อมืออีกข้างทำให้ผมได้สติและหันกลับมามอง


“ มึงจะรีบไปไหน กูเพิ่งแดก นั่งเป็นเพื่อนน้องก่อนก็ได้” ชานยอลพูดขึ้น แล้วฉีกยิ้มหวานให้อี้ชิงที่ยิ้มตอบกลับ แต่ภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้มของมัน ผมรู้ว่ามันกำลังฝืนอยู่...


“อืม” ผมขานรับในลำคอก่อนจะนั่งลงตามเดิม อี้ชิงเลือกที่จะนั่งตรงข้ามกับผมแล้วส่งยิ้มมาให้อย่างที่เคยชอบทำให้ผมเมื่อก่อน


“ กูบอกมึงแล้วนะว่าเส้นเล็กต้มยำไม่งอก อะไรมึงเนี่ย แดกไปเลยนะ” ไอ้ดื้อมันเริ่มบ่นอีกครั้งเมื่อในชามก๋วยเตี๋ยวของมันมีถั่วงอกที่มันย้ำนักย้ำหนาว่าไม่กินๆ แต่ผมก็บอกป้าแม่ค้าย้ำนักย้ำหนาแล้วว่าไม่ใส่ แต่ป้าคงจะมึนเลยใส่มาให้ทุกที ผลที่ตามมาเลยอย่างที่เห็น ชามผมจึงเต็มไปด้วยถั่วงอกขาวโพลนเต็มชามทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้พิศวาสมันเลยซักนิด


“พี่คริสไม่ชอบถั่วงอกหนิครับ เดี๋ยวผมกินแทนเอง” คนที่นั่งเงียบอยู่นานก็เอ่ยขึ้นพลางยื่นตะเกียบหมายจะคีบถั่วงอกออกมากินแทน ร้อนเจ้าของชามต้องเลื่อนจานออกแทบไม่ทัน


“ หยุดเลย! แพ้ถั่วงอกไม่ใช่เหรอเราน่ะ กินไปเดี๋ยวก็ผื่นขึ้นหรอกไม่เคยระวังเลย” ผมรีบปรามทันที ก่อนจะมองหน้าคนตรงข้ามอย่างดุๆจนไม่ทันสังเกตคนข้างๆที่นั่งชะงักมือเมื่อได้ยินสิ่งที่ผมพูดไป


“แหะๆ ผมลืมตัว ดีจังพี่ยังจำเรื่องของผมได้อยู่ด้วย” อี้ชิงฉีกยิ้มกว้าง เลยทำให้ผมนึกได้ว่าพลาดอะไรไป



“ ไม่ชอบทำไมไม่บอกกู ทนกินแทนกูมาทำไมเป็นปี” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นขัดจังหวะ ทำให้อี้ชิงยิ้มค้างกลางอากาศทันที

 



...ชานยอลพูดอะไรผิดเหรอ?...

 



“เอ่อ..พี่คริสเค้าเป็นคนแบบนี้แหละครับ อ่อนโยนกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่สนิทยิ่งใจดี ใช่มั้ยฮะ เพราะผมเอง..”

 


“ก็ไม่แปลกหรอก พี่กับมันอ่ะ..ยิ่งกว่าสนิทกัน”



 

ดอกสองตามมาครับประชาชน...



 

“ นั่นสินะครับฮ่าๆ พี่สองคนคงจะเป็นเพื่อนรักที่สนิทกันสุดๆเลยใช่มะ...”

 


“พี่สองคนดูเหมือนเพื่อนกันเหรอครับ?”

 



และดอกที่สาม....



 

“เอ่อ...”



“พี่หมายความว่ายังไงครับ ผม ผมไม่เข้าใจ” อี้ชิงที่เริ่มสับสนถามขึ้น พลางมองหน้าผมและชานยอลสลับกันไปมา



“สายรหัสเราฉลาดนะ เรื่องแค่นี้พี่ว่าเราฉลาดพอที่จะรู้เองได้โดยที่ไม่ต้องบอกหรอกมั้งครับน้องจาง อี้ชิง” ชานยอลทิ้งท้ายไว้ก่อนจะลุกออกไปโดยไม่รอผมที่นั่งอึ้งเลยซักนิด 


ส่วนผมที่นึกว่าต้องตามไอ้คนขี้หึงไปก็รีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเตรียมเดินตามไป แต่มือบางรั้งข้อมือผมไว้อีกครั้ง



“ไม่จริงใช่มั้ยครับ บอกผมสิว่าพี่กับพี่ชานยอล..” ผมแกะมือเรียวออกแล้วเปลี่ยนมากุมเอาไว้  ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้น ผมสบกับนัยน์ตาใสที่เอ่อคลอด้วยน้ำตารื้นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบางและทำในสิ่งที่ผมคิดว่าควรจะทำที่สุด......

 


“ พี่จะไม่บอกนายว่ามันเป็นเรื่องโกหก เพราะมันคือความจริง”

 



........................................................................................................................................

 



ผมเดินหนีออกมาจากตรงนั้นเพราะกลัวว่าขืนอยู่ต่อ คงมีโหมโรงมโหรีพาโรดี้ดราม่าเกิดขึ้นแน่นอน

 


ผมพรูลมหายใจออกมา ระบายสิ่งที่อัดอั้นข้างในไปกับลมหายใจที่ปล่อยไป ลมเอื่อยๆทำให้ผมเลือกที่จะเหยียดตัวนอนราบไปกับสนามหญ้าอย่างไม่กลัวเปื้อน

 

 

ผมรู้ว่าผมควรจะเชื่อในตัวคริส แต่....

 


แววตาตอนที่มันมองน้องเค้า มันเหมือนตอกย้ำกับตัวผมว่า

 


มันไม่เคยลืมอดีตคนนั้นได้เลย...

 


ผมควรจะทำยังไง?

 



“ ปวดขี้ก็ไปขี้ดิ มานอนทำหน้าอั้นขี้อยู่ทำไม”

 


“กวนตีน”

 


“ปากหมา”

 


“ก็ปกติกูหนิ”  ร่างสูงไม่โต้ตอบแต่ล้มตัวนอนเหยียดข้างๆผม  สัมผัสอุ่นๆบนหน้าผากทำให้ผมลืมตาขึ้นมอง จึงเห็นว่าตาคมของมันลอยอยู่ไม่ห่างไปจากใบหน้าผมเลย



“หึงกูเหรอ”

 


“คิดเองเออเองนะมึงอ่ะ”



“มึงหรือกูกันแน่ นี่!อย่าหันหนีดิวะ” มือหนาจัดการจับหัวไหล่ของผมพลิกให้หันหน้ากลับมา



“กูป่าว..แค่ไม่ชอบใจ” ผมตอบไปแบบอ้อมแอ้ม รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองยังไงไม่รู้

 


“มึงฟังกูนะ..” คริสจับตัวผมให้ลุกขึ้นนั่งก่อนจะเกริ่นพร้อมกับมองหน้าผมอย่างจริงจัง

 


“กูกับอี้ชิงแค่เคยรักกัน มันคืออดีตที่ผ่านไปแล้ว และมันก็จะไม่ย้อนกลับมาอีก เพราะตอนนี้ใจกูอยู่กับมึง”

 


“........”

 


“มึงไม่เคยได้ยินเหรอ อดีตคืออดีต ปัจจุบันคือปัจจุบัน  กูไม่โกหกว่ากูลืมอดีตไม่ได้แต่ กูให้ความสำคัญกับวันนี้ ตอนนี้ และคนนี้”

 


“กูไม่ได้ขอให้มึงลืมอดีต แต่กูอยากให้มึงอยู่ในปัจจุบันกับกู กูรู้ว่ากูเป็นได้แค่ปัจจุบันของมึง..”

 


“ มึงไม่ได้เป็นแค่ปัจจุบันชานยอล...” คริสพูดขัดขึ้นทั้งๆที่ผมยังพูดไม่จบประโยคดี  ทั้งที่ผมไม่ชอบให้ใครมาขัดตอนที่ผมยังพูดไม่จบ แต่พอฟังสิ่งที่มันพูดต่อ กลับทำให้ผมลืมความโกรธไปอย่างง่ายดาย......

 

 



 

“มึงคืออนาคตของกูด้วยเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

FIN.

 


Talk: รู้ว่าหายไปนาน....อ๊ะ!ๆๆๆ ห้ามด่า! ห้ามว่า! ห้ามทิ้งเค้าน้าตะเองงงงงง ผิดไปแล้วยอมรับ แต่กลับมาอัพต่อให้แล้วไง จุ๊บๆ เบบี๋  ตอนนี้กำลังปั่นงานพ่วงกับคิดพล็อตใหม่เรื่องเมียจำเป็นอยู่ เพราะพล็อตเก่าที่แต่งๆเอาไว้มันหายไปกับไวรัสแล้ววว  ฉะนั้นใครที่เข้ามาอ่านฟิคคริสยอลเมียจำเป็นในนี้ ขอให้ช่วยตามไปอ่านกันด้วยนะครับผม เพราะเน่รีไรท์ใหม่พร้อมขึ้นเรื่องใหม่เลยจากที่ดูๆมันน่าจะหลายตอน ส่วนในนี้เน่อยากรวมที่มันเป็นSFอย่างเดียวมากกว่า หากวุ่นวายหรือทำให้ไรด์ไม่พอใจประการใด เนเน่ของอภัยทุกคนด้วยนะครับ......

ฝากติดตามSFของคริสยอลในตอนต่อไปด้วยนะฮับ รักและคิดถึงคริสยอลด้วยกันนะครับผม^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

291 ความคิดเห็น

  1. #228 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 10:26
    ฮ่อยยยยยย เขินตังเยยต้ะตอนเค้าคิสๆ กัน พี่คริสต้องมั่นคงกับ-ดื้อนะลูก
    #228
    0
  2. #196 Micky P.bear (@soen) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 11:09
    มาขนาดนี้คิดถึงมากข่า ไรเตอร์ สนุกจังตอนจบน่ารักอ่ะ ตอนนี้เราลืมคริสเลย์ไปละ อาอี้หล่อเกินไป//ปาดน้ำตาประหนึ่งนางเอกซีรี่ย์ รอเรื่องต่อไปเน้ออออ
    #196
    0
  3. #195 Mermaidtears (@scopianking) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 กันยายน 2558 / 11:00
    บ่ะ!! ฟินสิ เป็นอนาคตของกูด้วย อ๊าก!!ได้ใจไปพี่คริส
    #195
    0
  4. #193 Mesmile_love (@chanyeol1127) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 07:15
    จบแบบฟินๆ
    #193
    0
  5. #192 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 18:14
    หื้อออออ จบดี ฟินแลนด์><
    #192
    0