Fic Krisyeol ft. all member of exo

ตอนที่ 31 : SF: How to tell you? KRISYEOL

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 พ.ค. 58

SF:  How to tell you?

Couple: KRISYEOL

Author: KC_NeNe’s

 

 

***มันเป็นฟิคครั่นเวลา จากความรู้สึกของไรท์เองครับผม***

 

 

# ผมควรพิมว่าไร

 

 



 

------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 




 

ลมเย็นยามค่ำคืนหมุนวนปะทะผิวกายบางที่ห่อหุ้มเพียงเสื้อยืดสีขาวตัวเก่งกับกางเกงผ้ายืดสีน้ำตาลเข้มแค่เข่า มือเรียวลูบไล้แขนตัวเองเบาๆไล่ความเย็นบนผิวกาย ปากอิ่มยู่พรูลมอุ่นออกมา     

 



 

“ยังไม่นอนอีกเหรอชานยอลตีสี่จะตีห้าแล้วนะ ”  ผมหันไปตามเสียงของอีกคนที่ทักขึ้น

 

 

 


 

 

อ่อ.....พี่มาร์ค

 

 

 

 

 

“ ยังเลยพี่ นอนไน่หลับว่ะ เลิกเวรตีสองไม่ใช่เหรอ ทำไมพึ่งกลับอ่ะ” ผมตอบก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่สวนหน้าบ้านไปที่รั้วที่ติดกับบ้านของอีกคน


“ แวะไปหาแบมที่หอมา เห็นจินยองมันบอกว่าไข้ขึ้นเลยแวะไปดูอ่ะ กะกลับมาเอาเสื้อผ้าไปเฝ้าน้องมัน ” พี่มาร์คตอบก่อนจะยิ้มแรงตามฉบับของเขากลับมาให้ ผมยิ้มพยักหน้าสองสามทีก่อนจะขอตัวกลับมานั่งที่เดิมที่นั่งมาได้เกือบสี่ชั่วโมงแล้ว

 

 
 

 

 

ผมนี่ก็บ้าเนอะ....

 

 


 

ผมหันกลับไปมองที่บ้านพี่มาร์คอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถทำงานก่อนจะค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป

 

 

พี่มาร์คหรือ มาร์ค ต้วน เป็นรุ่นพี่คณะแพทย์ที่แลกเปลี่ยนมาเรียนอยู่เกาหลีได้5ปีแล้ว จนตอนนี้ก็ได้เป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลโซล จะเรียกว่าสนิทก็ได้ ก็บ้านอยู่ติดกันขนาดนี้ จะไม่รู้จักกันเลยนี่ก็มนุษย์สัมพันธุ์แย่ไปนะ

 

 

ผมมองตามหลังรถของพี่มาร์คที่เคลื่อนตัวเลี้ยวหายจากซอยหมู่บ้านไป  เห็นหน้าติ๋มๆเหมือนติ่มซำ(?)แบบนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีแฟนนะครับ  มีแฟนแล้ว แถมยังเป็นเด็กม.ปลายซะด้วย เห็นว่าชื่อแบมแบมอะไรนี่แหละ ลูกครึ่งไทย-เกาหลีด้วยมั้ง

 

 

เออดีว่ะ แฟนลูกครึ่งไทย-เกา ส่วนพี่แกแม่งเป็นคนจีนฮ่องกง  คุยกันรู้เรื่องนี่ผมว่าเก่งนะ คนนึงคุยไทย คนนึงคุยจีน มีเกาหลีเป็นภาษากลาง เจ๋งดีว่ะฮ่าๆๆ

 

 


 

 

....จีน.....

 



 

 

จู่ๆ คำๆนี้ก็แวบเข้ามาในหัว จากที่เมื่อกี้นั่งหัวเราะเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียวกลายเป็นมานั่งถอนหายใจคายคาร์บอนให้โลกอีกครั้ง

 

 


 

...เฮ้อ......

 

 





 

ผมว่าผมทำใจได้แล้วนะ

 

 



 

ในเมื่อมันเป็นในสิ่งที่อยากให้เป็นไม่ได้ ผมก็ควรจะยอมรับความเป็นจริงสินะ

 

 


 

นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ผมยังคงคิดถึง....ไม่สิ

 

 


 

แค่นึกถึงก็พอแล้ว.......

 

 


 

ตั้งแต่จบโปรเจ็คและปิดเทอมจบม.ปลายปีสุดท้ายผมก็ไม่ได้เจอมันอีกเลย  จะให้พูดว่าเริ่มลืมเรื่องราวของมันไปแล้วก็พูดได้ไม่เต็มปาก  เพราะในเมื่อใจผมยังมีเรื่องของมันอยู่เต็มไปหมด

 



 

ห่วงมั้ย........

 



 

 

.....ก็ห่วงมั้ง?

 

 

 

 

คิดถึงมั้ย........

 



 

 

......ก็คงได้แค่คิด

 



 

 

“ฟู่ววว” ผมถอนหายใจรอบที่ล้านของวันก่อนจะหันไปหาสิ่งมีชีวิตขนสีน้ำตาลที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาคลอเคลียที่ขาของผม

 


 

ผมอุ้มเจ้า สิงโตขึ้นมาไว้บนตักพลางลูบขนมันเบาๆ  บทสนทนานึงก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในสมองของผมอีกครั้ง....

 








 

 

“ เมื่อไหร่มึงจะเลิกกินบ้านบึ้มขนาดนี้วะ ดูแก้มมึงดิ๊ จะแตกอยู่แล้วเนี่ย”

 

“ เรื่องของกูน่า พูดไม่ดูตัวมึงเลยนะไอฟ่าน ตัวก็ใหญ่ยังกะหมีควาย”

 

“ อะไร อย่างกูนี่หุ่นบึกบึนแบบราชสีห์ แบบเจ้าป่าเว้ย อย่ามามั่ว”

 

“ จ่ะ เอาที่มึงสบายใจ ถ้าสิงโตอ้วนพุงพุ้ยแบบมึงกูจะเอามาเลี้ยงที่บ้านเลย”

 

“ จริงอ่ะ เลี้ยงจริงอ่ะ”

 

“ กูไม่ได้หมายถึงมึงโว้ยยย ไม่ต้องยื่นเงิงมาครอบหน้ากูเลยไอสัด!

 






 

 

หลังจากนั้นก็ได้มีเจ้าสิงโตมาวิ่งเล่นในบ้านผมจนถึงทุกวันนี้

 



 

“ ไม่ง่วงหรือไงหื้ม?” ผมก้มลงไปฟัดกับขนนุ่มๆของเจ้าสิงโตบนตักตัวเอง

 

 

บ๊อกๆๆ

 


 

มันตอบผมกลับมาในภาษาหมาๆของมัน

 


 

นานเท่าไหร่แล้วนะที่ผมไม่ได้เจอหน้าของเจ้าของที่มาชื่อเจ้าขนปุยนี่  ถึงไม่ได้เจอหน้าแต่ผมก็แชทคุยกับมันอยู่นะ......

 


 

 

 

แค่น้อยลงกว่าเมื่อก่อน

 


 

หลังจากวันนั้น...

 



 

วันที่ผมพูดทุกอย่างออกไป.....

 

 

 



 

“ เอาล่ะ ตาใครแล้ววะ  ทมึงอ่ะไอฟ่าน เตรียมตัวโดนเพื่อนรุมด่ามึงได้เลย มีใครจะเปิดก่อนมั้ย” ไอจงอินไล่ลำดับคนที่ต้องมานั่งกลางวงให้เพื่อนด่าหรือระบายเรื่องในใจส่งท้าย ก่อนที่จะจบและแยกย้ายกันไป



“ กูขอคนสุดท้ายละกัน ของกูกะมันอ่ะเรื่องไม่เยอะ แต่เรื่องใหญ่ ”  ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมพูดออกไปแบบนั้น  คงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ที่ผมดื่มเข้าไปด้วยล่ะมั้ง  แต่มีมีสตินะบอกไว้ก่อน ผมรู้ตัวทุกการกระทำของตัวเอง



“ หิ้ววววววววว เอาล่ะโว้ยยยยยยย ผัวเมียเขาจะเคลียร์กัน งั้นกูเริ่มก่อนละกัน...” เสียงโห่แซวของเพื่อนในกลุ่มล้อเลียนผมที่นั่งหันหลังพิงไอ้ฮุนอยู่ จนต้องผมก้มหน้าเขี่ยผ้าห่มเล่น ไม่กล้าเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ถึงแม้ว่ามันจะเยื้องๆก็เถอะ แต่ก็ถือว่าไม่ดีต่อตัวผมละกัน

 


 

ทุกคนไล่เรียงทั้งด่า ทั้งแกล้ง ทั้งเผาสารพัดที่จะบอกความรู้สึกต่อร่างสูงตลอดที่เรียนด้วยกันมา บางคนเพิ่งย้ายเข้ามาเรียนด้วยกันตอนม.ปลายปีหนึ่ง แต่บางคนก็เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ม.ต้น  อย่างเช่นผมที่เรียนห้องเดียวกับมันมาถึง 6 ปีเต็ม.....

 



 

“ เอ้าหมดยัง เหลือใครอีกมั้ย ” จงแดเอ่ยถามหลังจากที่มันเป็นคนสุดท้ายที่เผาร่างสูงจบ ก่อนจะไล่สายตาหาคนที่ยังไม่ได้พูด

 

 

ผมที่ตอนแรกทำปากดี แต่ตอนนี้กลับนั่งก้มหน้านิ่งแทบจะฝังไปในแผ่นหลังของไอ้เซฮุนอยู่รอมร่อ

 


 

“ เอาเร็วๆ มีใครจะพูดอะไรก็รีบๆพูด ปีสุดท้ายแล้วนะโว้ยยย // อาจจะไม่ได้พูดแล้วนะโว้ยยย ” จงแดกับจงอินช่วยกันรบเร้า แม้ว่าปากจะพูดเหมือนไม่ได้เจาะจงแต่สายตาพวกมันมองมาที่ผมบ่อยซะเหลือเกิน



 

“ เอาเลยมึง เดี๋ยวก็ไม่ได้พูดแล้วนะ ” ไอ้ลู่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆก้มลงมากระซิบก่อนจะตบบ่าผมเบาๆให้กำลังใจ

 


 

 

 

 

เอาวะ!!

 

 

 


 

“ เหลือกูนี่แหละ....”  ผมเริ่มเปิดปากพูด จากที่ทำใจไม่ให้ตื่นเต้น กลับพังลงเมื่อทุกคนดูเหมือนจะพร้อมใจกันเงียบเพื่อฟังในสิ่งที่ผมจะพูด

 

 



 

โดยเฉพาะมัน....

 

 



 

“ คือกู....เอ่อ..คือมึงอ่ะไอฟ่าน  มึงแม่งเป็นเหี้ยไรวะ ชอบพูดจายังกะจะแดกหัวกู ทีคนอื่นล่ะพูดดี ทีกูทำอย่างกับว่าไปแย่งข้าวมึงแดก..”  คำพูดของผมเรียกเสียงของคนอื่นได้ดี ผิดกับร่างสูงที่ทำหน้างงก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ผมต้องก้มหน้าหาผ้าห่มที่คลุมขาอีกครั้ง

 

 

“ กูแค่แกล้งเล่น  แต่กูก็ทำกับมึงแค่คนเดียวป่ะละ ” สิ้นเสียงทุ้มบรรดาเพื่อนก็ส่งเสียงแซวกันอีกระลอก



“หิ้วววววววววววว!!!  แอร๊ยๆๆๆๆๆๆ ”




“ แอร๊ยพ่องมึงสิ!” ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่ไอ้จงอินกับไอ้จงแดที่เป็นลูกคู่แซวไม่เลิก

 

 

 

และทุกอย่างก็กลับมาเงียบอีกครั้งเมื่อผมไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรต่อ

 


 

“ แค่นี้เหรอ? ” มันถามผมขึ้นหลังจากที่ทุกอย่างเงียบไปได้ซักพัก

 

 

“ เอ่อ...มึงจำตอนงานเลี้ยงครบรอบของโรงเรียนได้มั้ย ที่กูร้องไห้แล้วบอกว่าอกหักอ่ะ  มึง....มึงรู้มั้ยว่ากูร้องไห้เพราะใคร ” ผมถามมันกลับ ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่ทำให้ผมต้องร้องไห้อย่างหนัก...

 



 

ภาพผมที่บอกลาพวกไอ้ฮุนกับไอ้จงแดที่เต้นอยู่ด้วยกันหน้าเวทีว่าจะกลับบ้านแล้ว ก่อนจะเดินออกมาจากฟลอร์  ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมอยากเข้าห้องน้ำก่อนกลับบ้าน

 


 

“ อี้ฟานมีอะไรจะบอกเราเหรอ ”  เด็กหนุ่มที่ผมจำได้ว่าอยู่ห้องวิทย์-คณิต ใบหน้าหวานๆแบบนี้มีอยู่คนเดียว

 

 

 

...จาง  อี้ชิง.....

 


 

ร่างสูงของเพื่อนสนิทพี่ผมเพิ่งมารู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าคิดไม่ซื่อกับมันอ้ำอึ้ง ก่อนจะยิ้มแหยๆ เหมือนไม่รู้ว่าจะพูดดีหรือไม่พูดดี  จนในที่สุด มันก็ยอมพูดประโยคที่ทำให้ผมใจกระตุกขึ้นมา

 

 





 

“ อี้ชิง  เป็นแฟนกันนะ..”

 

 

.

 

 

.



 

ผมเดินกลับไปที่ฟลอร์อย่างล่องลอยอีกครั้ง เดินไปโดยที่ไม่รู้ว่าน้ำตาได้ไหลอาบแก้มผมมาด้วย



“ อ่าวไหนมึงบอกว่ากลับบ้านแล้วไง  เฮ้ย!! ไอ้ยอลร้องไห้ทำไม” ไอ้ฮุนที่เห็นผมคนแรกก็ตกใจและยิ่งตกใจก็หนักขึ้นเมื่อเห็นน้ำใสๆไหลจากดวงตาที่เหม่อลอยของผม



“ มึง.....กู ฮึก กูอกหักว่ะ ฮือออออ ”

 

 


 

นั่นคือครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้จักคำว่า อกหัก
 

.


.


.


 

ผมสะบัดหัวไล่ภาพเหล่านั้นออกไปเมื่อโดนไอ้ฮุนมันใช้หลังของมันกันหลังผมที่พิงอยู่ให้รู้สึกตัว ก่อนจะมองหน้าตัวต้นเหตุของเรื่องนั้น

 


 

“ อืม จำได้ ทำไม? ” มันยังคงตีหน้านิ่งถามผมต่อ

 



 

“ ก็กูร้องไห้เพราะมึงไง! ”  ผมกลั้นใจตอบไปหวังว่ามันจะเข้าใจเต็มที่แต่.....

 

 

 

 

 

เงียบ....

 




 

“ เพราะกู? แล้วไง ”

 



 

“ แล้วไง!!??  โธ่เอ๊ย!! ไอควาย คนอื่นเขารู้กันหมดแล้ว นี่มึงยังไม่รู้ตัวอีกเหรอวะเนี่ย ” หมดแล้วครับ ความอดทน ที่ผมแสดงออกไปนี่มันยังไม่เข้าใจความรู้สึกของผมอีกเหรอวะ ผมทึ้งหัวอย่างขัดใจแต่ก็หยุดชะงักเมื่อมันพูดต่อ

 

 


 

“ กูรู้นานแล้ว ”

 



 

 

“ ห๊ะ? มึงรู้ ”

 

 


 

“ ใช่กูรู้”

 

 


 

“............”

 

 

 

“รู้ว่ามึงคิดยังไงกับกู”

 


 

“ เออ ก็ตามนั้นแหละ ” ผมตอบปัดๆ แล้วหันไปมองไอ้แบคที่ตอนนี้นั่งบิดแขนตัวเป็นเลขแปดอยู่กับไอ้ลู่ด้วยความเขิน

 


 

“ ตามไหนล่ะ ” มันยังคงถามผมไม่เลิก

 

 

“ก็มึงรู้แล้วไม่ใช่เหรอ” ผมตอบแบบหงุดหงิด ทั้งที่ในใจดอกไม้บานเป็นทุ่ง

 



 

“ แต่กูอยากฟัง” มันตอบหน้าตายเหมือนไม่ทุกข์ร้อน  แต่หน้าผมนี่แหละที่ร้อน

 


 

“ อร้ายยยย บิดแปดรอบ ” ไอ้แบคฮยอนว่าก่อนจะลุกขึ้นแล้วบิดตัวหมุนไปมา

 

 

ทำไมผมจะไม่รู้ว่าไอ้แบคฮยอนกับไอ้ลู่หานมันชงผมกับไอ้ฟ่านอยู่






“ ว่าไง ”  มึงก็อย่าเร่งกูได้มั้ย ปัดโธ่!!

 


 

“ กู...กู..กูชอบมึงไง” ผมพูดโดยที่ไม่ได้มองหน้ามัน ผมไม่รู้ว่ามันทำหน้ายังไง ได้ยินก็แต่เสียงโห่แซวของเพื่อนๆที่ร้องดังเหมือนสอบติดมหาลัยของตัวเอง

 

 


 

 


 

 แต่แล้วทุกอย่างก็พลิกล็อคเมื่อมันพูดขึ้นต่อ

 






 

“ ขอบคุณที่มึงรู้สึกดีกับกูนะ.....

 

 

 


 

......แต่กูมีแฟนแล้ว กูขอโทษ”

 

 






 

 

กูรู้ และกูถึงทำใจไว้แล้วไง.....

 

.

 

.

 

.

 

หลังจากวันนั้น ผมก็ไม่ค่อยได้แชทคุยกับมันบ่อยเหมือนเมื่อก่อน นานๆที แต่ความรู้สึกที่คุยช่วงหลังมานี้ มันเปลี่ยนไปจากเดิมมาก จนผมรู้สึกว่า...

 

 

 

 

ไม่น่าคุยด้วยเลย

 

.



.



 

 read 21.30 REAL_PCY :กูทำสติ๊กเกอร์คอลเลคชั่นห้อง6.8A

read  21.32 REAL_PCY: sent a photo

read 21.32  REAL_PCY: อ่ะ อันนี้ ของมึง

 

 

 

Galaxy_FanFan: คือไร?    21.35

Galaxy_FanFan: ไม่ได้ต้องการเลย    21.35

 



read  21.38  REAL_PCY: อหหห พูดซะไม่เห็นใจคนให้                                                                           เลยนะมึง

 

 

Galaxy_FanFan: ไม่ชอบแบบนี้   21.40





read  21.41  REAL_PCY: งั้นขอโทษนะ แต่กูทำให้ ทุกคน

read  21.41  REAL_PCY: ไม่ใช่แค่มึง

 

 

.



.


 

.

 



 

ตั้งแต่วันนั้น ผมก็ไม่ได้คุยกับมันอีกเลย ผมลบแชทมันทิ้งเลยเสียด้วยซ้ำ

 








 

 ตื้อดึง!

 




 

ผมที่นั่งคิดอะไรเพลินๆก็หยุดชะงักเมื่อเสียงเตือนแอพพลิเคชั่นแชทดังเตือน

 

 




 

 

หือ?

 

 

 

 


 

 

Galaxy_FanFan:      [LINE Bubble 2]

                                          ร่วมเล่น Bubble 2กับฉัน!

ไปตามหาBrown กับ Conyกัน        05.24

 

 

 

 




 

ผมชั่งใจสักพักก่อนจะไล่นิ้วบนแป้น

 

 





read  05.26 REAL_PCY:  ไม่เห็นหนุกเลยวะ










 

Galaxy_FanFan:  ส่งไปงั้นแหละ กูลบไปแล้ว 05.27

 






read  05.27  REAL_PCY:นี่มึงเพิ่งตื่นหรือยังไม่นอน?

 





 

Galaxy_FanFan: เหอะ   05.28


Galaxy_FanFan: ยังไม่นอน   05.28

 


 

 
read  05.29  REAL_PCY: กูว่าละ

read  05.29  REAL_PCY: เล่นเกมสิมึงน่ะ







 

Galaxy_FanFan: ป่าว   05.29

Galaxy_FanFan: ดูหนังโป๊   05.30

 

 



read  05.30  REAL_PCY: ไอสัดดด

read  05.30  REAL_PCY: กี่น้ำแล้วล่ะแหม่







 

Galaxy_FanFan: เชื่อ?   05.31

 







read  05.31  REAL_PCY: กูใสๆ เชื่อคนง่าย

 





 

Galaxy_FanFan: ไม่จำเป็น สาวๆมี   05.32


Galaxy_FanFan: ไปหาได้ตลอด   05.32

 

 



read  05.33  REAL_PCY: จ่ะ


read  05.33  REAL_PCY: เอาที่มึงสบายใจ

 





 
 

Galaxy_FanFan: 5555555     05.36


Galaxy_FanFan: ถ้ามีคนมาขอมึงทำบ้างอ่ะ มึงทำมั้ย   05.37





read  05.38  REAL_PCY: ดูหน้าตาและฐานะครับ

read  05.38  REAL_PCY:555555


 



 

Galaxy_FanFan: แหม่    05.39


Galaxy_FanFan:หน้าตาดีบ้านรวยก็ยอมว่างั้น?    05.39

 

 



read  05.39  REAL_PCY: เยสสสสส

.


.





 

Galaxy_FanFan: แล้วถ้ากูเลี้ยงมึงอ่ะ เอามะ???  05.45

 

 

 

 

 

 

 

นั่นสิ

 

 

 

 

 

 

ผมควรพิมต่อว่าไรดี......

 

 

 

.


.


.


 

 

END

 

 

 

Talk: เอาจริงนะ....นี่คือเรื่องจริงของไรท์เอง  ไม่ได้มโนค่ะ เพิ่งเกิดเมื่อเช้าแล้วได้แรงบันดาลใจมาก อยากถ่ายทอดความรู้สึก ไม่รู้จะระบายที่ไหน ระบายมันกับฟิคนี่แหละ  ไม่รู้รีดจะอินกันมั้ย แต่แต่งจากความรู้สึกล้วนๆเลย ทุกคนพูดทุกประโยคนี่คือเรื่องจริงนะครับ  ไม่เคยแต่งฟิคแนวๆนี้ แต่อยากลองแต่งฟิคที่มันออกมาจากความรู้สึกของตัวเองดู  ยังไงช่วยคอมเม้นกันด้วยนะครับว่าชานยอลควรตอบกลับว่าไงดี

 

 

# ผมควรพิมว่าไร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

291 ความคิดเห็น

  1. #290 CHANNii (@kamzaaa) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 01:09
    ยอลอย่า มันไม่ได้คิดจริงหรอก มันมีแฟนแล้วอย่าลืม อย่าหวั่นไหว
    #290
    0
  2. #225 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 00:13
    โหยยยยยยยย เอาดิ เอาๆๆๆๆ
    #225
    0
  3. #149 Micky P.bear (@soen) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 19:44
    อย่าใจอ่อนตอบว่า'เอาสิ'นะพี่ยอล ถ้าตอบงั้นแล้วเกิดเฮียเค้าเล่นๆขึ้นมา ยังไม่เลิกกับพี่ชิงชิงขึ้นมา พี่จะเสียใจนะ พี่ต้องตอบแบบคนสวยและคนดีค่ะ แบบ 'แล้วอี้ชิงล่ะ' แบบเน้~~~ ไรต์ขาาาา ขอตอนต่อโหน่ยจิ นะๆๆๆ ^^
    #149
    0
  4. #148 FanXChan (@myungxyeol) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 08:07
    ไปหาแฟนมึงสิ กุให้คนโสด และต้องเป็นคนโสดที่รักกุด้วย เคนะ ตอบไปค่ะ ขอโทษที่หยาบคาย แต่เราฟีลนี้จริงๆ
    #148
    0
  5. #147 ฟานชาน (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 21:16
    ไม่ว่ะ ก้มีคนที่เลี้ยงกูแล้ว... 555 ดราม่าต่อเลยครัช.
    #147
    0
  6. #146 ♀ Park MisTeaRs ♂ (@pijita-pinny) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 19:46
    โถ่...ชานยอลน่าสงสาร ไรต์สู้ๆนะคะะ ขอให้ชานยอลพาร์ทนี้มีความสุขมากๆน้า อย่าไปคิดมากคนเราก็มีสมหวังบ้างผิดหวังบ้าง พอเวลาที่เหมาะสมก็จะเจอคนที่รักเราเองงง
    #146
    0
  7. #145 Se Hanuen (@mj-littleowl) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 18:58
    ร้องไห้เลย แง่งงง เราก็เป็น สู้ๆนะ
    #145
    0