[EXO x YOU]: Fic4Me :แฟนฟิคเรื่องนี้ (Me) ตัวฉันเป็นนางเอก

ตอนที่ 28 : ตอน 23 : Unfeasible. แต่ตัดใจไม่ลง [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,081
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    17 ส.ค. 57

      

23

 

 

 

 

 

 

        ชายวัยกลางคนในชุดกราวน์ที่มีตำแหน่งในหน้าที่การงานเป็นถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลโอที่มีสาขาอยู่ทั่วเกาหลีใต้กำลังมุ่งหน้าไปห้องพักคนไข้เพื่อตรวจดูอาการอย่างละเอียดของผู้ป่วยรายนั้นอีกหนตามคำขอร้องของหมอจบใหม่อย่างพัคฮุน

 

 

 

        “ผู้อำนวยการโอยังไม่กลับบ้านอีกหรือคะ  นี่ใกล้จะทุ่มนึงแล้วนะคะ?”  พยาบาลที่อยู่แถวนั้นถามเขาในขณะที่เดินผ่าน  ทำให้คนถูกถามหันไปตอบคำถามพยาบาลด้วยท่าทีน่าเคารพ

 

       

 

        “ผมมีคนไข้พิเศษครับ  ขอตัวนะครับพอดีรีบมาก

 

 

 

        “ใครกันคะเนี่ย?”

 

 

 

        “ภรรยาของลูกชายผมเองครับ

 

 

 

        “ตายแล้ว  แบบนี้ร่อนการ์ดเมื่อไหร่บอกด้วยนะคะ

 

 

 

        หมอโอพยักหน้ายิ้มรับแล้วเดินต่อไป  เหตุผลที่บอกคุณพยาบาลออกไปแบบนั้นเพราะหมอพัคฮุนบอกกล่าวให้ได้ชื่นใจว่าลูกชายตัวดีเป็นคนพูดออกมาอย่างแข็งขัน  และนั่นก็ทำให้หมอโอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในความกล้าของเซฮุน  และทันทีที่เดินมาถึงห้องเป้าหมายก็ต้องแปลกใจ  เนื่องด้วยหน้าห้องมีเด็กหนุ่มร่างกายกำยำยืนทำหน้าโหดอยู่หน้าห้อง

 

 

 

        “รบกวนเอามือประสานไว้ที่ศีรษะด้วยครับ  ขออนุญาตตรวจอาวุธครับ

 

 

 

        แต่เดี๋ยวก่อน  เริ่มจะสงสัยแล้วว่าตกลงภรรยาลูกชายของตนเป็นใครทำไมถึงต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขนาดนี้  แต่หมอโอผู้ใจดีก็ทำตามที่เด็กหนุ่มคนนั้นบอกอย่างไม่ช้าที  และเด็กหนุ่มบึกบึนคนเดิมก็คลำเรื่อยเปื่อย  ก่อนจะผายมือที่มีความหมายว่าให้เขาเข้าไปได้

 

 

 

        .....หรือหน้าเราจะเหมือนผู้ก่อการร้าย?

 

       

 

        หมอโอคิดในใจเงียบๆพลางเดินเข้าไปในห้อง  ภาพที่เห็นคือเด็กสาวในชุดผู้ป่วยกำลังนอนคุยเด็กหนุ่มและเด็กน้อยเพศชายในชุดคนไข้อย่างสนิทสนม  โดยที่เธอยังคงมีสายออกซิเจนเสียบอยู่ที่รูจมูกเอาไว้  สิ่งที่น่าแปลกใจคือลูกสะใภ้คนนี้ฟื้นตัวเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเพราะเธอเพิ่งเกือบจะไม่รอดในตอนเช้า

 

 

 

        “หมอรบกวนหน่อยนะครับ”  หมอโอเอ่ย

 

 

 

        “คุณพ่อพี่เซฮุน!”  ฮานึลกระเด้งตัวขึ้นทำความทำเคารพอย่างรวดเร็ว  เป็นไปในทิศทางเดียวกับจื่อเทาที่ลุกขึ้นแล้วโค้งให้ผู้ใหญ่เช่นเดียวกัน  ตัดกับนานึลที่กำลังพยายามจะดันตัวลุกขึ้นมานั่งจะได้ไม่เสียมารยาท  กระตุ้นให้หมอโอผู้ปราดเปรื่องเร่งสาวเท้าไปห้ามปรามไม่ให้ลูกสะใภ้ต้องลำบาก

 

 

 

        “ไม่ต้องลูกไม่ต้อง  นอนพักเสีย

 

 

 

        “คุณหมอคะ  สวัสดีค่ะ...

 

 

 

        “เรียกพ่อ...ได้ไหม~ ... แล้วพ่อจะให้ค่าขนมหมื่นห้า~...”

 

 

 

        สร้างความแตกตื่นใจในหมู่วัยรุ่นเป็นอย่างยิ่ง  รวมถึงเด็กน้อยอย่างฮานึลก็งงตึ้บไม่แพ้กันในตอนนี้  นานึลหรี่ตามองหน้าคุณหมอโอด้วยท่าทีแคลงใจ  ซึ่งนั่นก็ทำให้คุณหมอโอจำเป็นที่จะต้องอธิบายให้ลูกสะใภ้คนสวยฟัง

 

 

 

        “พ่อรู้ว่าลูกกับเซฮุนคบกันอยู่  ไม่ต้องปิดบังพ่อหรอก”  ปากของคุณหมอก็พูดไปด้วย  มือก็คว้าข้อมือบางของภรรยาลูกชายขึ้นมาตรวจดูชีพจร  ก่อนที่หมอโอจะรู้สึกคุ้นตาเหมือนเดจาวูอีกครั้งกับภาพสร้อยข้อมือรูปดาวบนข้อมือของนานึล

 

       

 

        “เอ่อ...คุณหมอ...

 

       

 

        “เอ...สร้อยข้อมือเส้นนี้  ลูกได้มาจากไหนหรือ?”

 

 

 

        “อ่อ...สร้อยเส้นนี้เป็นของ...

 

 

 

        “ให้กูเข้าไป!  มึงอยากโดนกูอัดมากนักเรอะ  เลือดขึ้นหน้ากูแล้ว!

 

 

 

        แต่ยังไม่ทันที่นานึลจะพูดอะไร  ก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังเข้ามาภายในห้องพักผู้ป่วยหรูหรา  จื่อเทาจึงอาสาเดินออกไปดู  และพอเปิดประตูก็เจอกับชายหน้าสวยที่กำลังโวยวายจะเข้ามาให้ได้แต่ถูกแทคยอนกันเอาไว้  เมื่อปรายตาไปอีกทางก็เห็นชายผิวเข้มยืนถือกล่องอะไรสักอย่างคล้ายกล่องใส่ขนม

 

 

 

        “มึงต้องการอะไร?”  จื่อเทาที่ทนฟังเสียงเอะอะโวยวายไม่ไหวขมวดคิ้วถามขึ้น

 

 

 

        “อัดหน้ามึงไงไอ้โง่!

 

 

 

        เอ้าเฮ้ยอะไรของไอ้เชี่ยนี่  มาเฟียอุตส่าห์มาถามดีๆแต่ไหงคำตอบกลับไร้มารยาทเช่นนี้เล่า  จื่อเทาปิดประตูใส่หน้าของมันในทันทีที่ได้ยินคำตอบไร้ซึ่งความเป็นมิตร  คงจะเป็นคนโรคจิตที่คอยตามตื้อผู้หญิงน่ารักใจดีที่นอนมองมาทางเขาอย่างแน่นอน

 

 

 

        “นางโง่อยู่ข้างในใช่ไหม  ให้กูไปเข้าไปนะเว้ยมึงไม่งั้นโดนต่อยหน้าแน่!  กบาลบุบแน่ยัยเสร่อ!

 

 

 

        “ฉันพอจะเดาออกแล้วล่ะว่าเป็นใคร”  นานึลเปรยขึ้นแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย  แค่ได้ฟังคำพูดที่แสดงถึงความป่าเถื่อนและมาดแมนก็ไม่ต้องเดาให้ยากว่าชายผู้นั้นเป็นใคร  หญิงสาวหันไปมองจื่อเทาที่กำลังเดินกลับมาก่อนจะพยักหน้าเพื่อบอกจื่อเทาให้รู้ว่าคนแมนคนนั้นสมควรเข้ามาได้  และทันทีที่ประตูเปิดออกทั้งน้ำเสียงและใบหน้าที่เหี้ยมโหดของลู่หานก็ลอยเข้ามา

 

 

 

        “เดี๋ยวนี้กล้าหือกับฉันหรือนางโง่  ไม่ได้ต่อยวันนี้กูไม่กลับเว้ย!”  หมาป่าผู้มาดมั่นในพละกำลังและการข่มเหงคนไร้ทางสู้ยกมือชี้หน้านางหน้าโง่ที่กำลังนอนเป็นอีเพิ้งบนเตียงคนป่วยดูท่าทางแล้วน่าอัดมันให้ตายตกลงไปในหุบเขาหิมาลัยแถวทิเบตโน่น

 

 

 

        .....หน้ามึงเละแน่!

 

 

 

        สี่ขาเก้าเข้ามาหวังเพียงจะจัดการนางโง่ให้มันหลาบจำว่าไม่ควรต่อกรกับหมาป่าที่มีอาณาเขตอยู่ทั่วกรุงโซล  แต่แล้วก็ต้องหยุดเมื่อรู้สึกเหมือนมีใครมารั้งเอาไว้จากทางด้านหลัง  พอหันกลับไปมองก็พบว่ามันคือไอ้ใต้ตาคล้ำที่สำคัญหน้ามันแหลมมากอย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

 

        “ไอ้แหลมมึงปล่อยกูนะเห้ย!  ไม่ปล่อยมึงโดนเพลงคมแฝกกูแน่!”  ดิ้นสุดกำลัง

 

 

 

        “มึงอย่าเก่งแต่ปากได้ไหมไอ้เชี่ยเตี้ย?”

 

 

 

        ตอนนี้หมาป่าของขึ้นแล้วเว้ย  เลือดมันขึ้นหน้าจนไม่อาจทัดทานได้อีกต่อไป  อีกทั้งไอ้คนที่บังเอิญเจอตอนอยู่หน้าโรงพยาบาลอย่างไอ้อภิมหาคนโคตรดำห้องสองก็ยังยืนดูเฉยๆไม่คิดที่จะช่วยกันฝ่าด่านเข้าไป  ถ้าวันนี้ไม่ได้ระบายด้วยการเสยหน้านางโง่นั่นคงนอนไม่หลับเป็นแน่แท้  ชายหนุ่มแน่วแน่พ่นลมหายใจออกทางจมูกปล่อยไฟ  ดิ้นให้หลุดจากชายปริศนาพลางหันมาเผชิญหน้า  ก่อนจะงัดสุดยอดเคล็ดวิชาที่อุตส่าห์ไปร่ำเรียนมาในเมืองไทยมาปราบไอ้วายร้ายหน้าแหลม  ท่ามกลางความมึนงงของวัยรุ่นหญิงชายและวัยกลางคนอย่างหมอโอ

 

 

 

        “ครุฑาถลาลม!”  ลู่หานตะโกนลั่นควักไม้คมแฝกที่เสียบอยู่ในเสื้อด้านหลังออกมาแล้วแล้วร่ายรำตามความรู้ที่เรียนมาก่อนจะจบท่าด้วยการทะลวงไม้คมแฝกใส่คนแหลม  ทำให้จื่อเทาที่ไม่ทันได้ระวังตัวถูกไม้คมแฝกมีครูจ้วงเข้าให้กลางท้อง  และแล้วความรู้สึกจุกก็พุ่งเข้ามาใส่  มาเฟียใจใหญ่กุมท้องร้องอึกนึกประหลาดใจ

 

 

 

        .....เชี่ยเตี้ยนี่มันไปร่ำเรียนเพลงคมแฝกจากใคร!?

 

 

 

        เมื่อเห็นท่าไม่ดี  จื่อเทาจึงหยิบไม้คมแฝกของตนที่เสียบอยู่ด้านหลังขึ้นมาเหมือนกัน  มันจะได้รู้ว่าเพลงคมแฝกที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร

 

 

 

        “โค่นเขาพระสุเมรุ!”  จื่อเทาวาดลวดลายบ้างแล้วจบกระบวนท่านี้ด้วยการกระโดดแล้วตีอย่างห้าวหาญภายในพื้นที่คับแคบ  เป็นผลให้ลู่หานเซเสียหลักไปเล็กน้อยก่อนจะตั้งตัวได้

 

 

 

        “สุบรรณปั่นนาคี!”  ลู่หานตวัดไม้รัวและระดมฟาดไปมาหลายทีซึ่งท่าทีต้องใช้ทักษะสูงมาก  ในใจก็นึกชมอยู่ไม่น้อยในความเก่งกาจของไอ้แหลมชะบังในเพลงคมแฝกในตำนาน  จื่อเทาเองก็เช่นเดียวกันผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างกล้าหาญ

 

 

 

        “เอราวัณยาตรา!”  จื่อเทาสกัดขาเนื่องจากท่านี้ต้องใช้ทุกสัดส่วนของร่างกาย  แหม่ไอ้เชี่ยเตี้ยนี่มันเก่งหลบในสามารถรับเพลงคมแฝกของเขาได้ทุกกระบวนท่า  จากที่เคยต่อสู้กันเป็นบ้าอย่างเอาเป็นเอาตาย  ตอนนี้ทั้งสองคนต่างยิ้มให้กันและแลกเพลงคมแฝกกันไปมาเสมือนศิษย์สำนักเดียวกันเมื่อได้ปะมือจึงรู้สึกได้ถึงความคุ้นเคย

 

 

 

        “สุบรรณสนั่นภพ!”  ลู่หานฟาดไม่ยั้ง

 

 

 

        “พิฆาตไอ้เวรตะไล!”  จื่อเทางัดท่าไม้ตายคมแฝกขั้นสุดยอดแล้วกระโดดหมุนตัวสามตลบก่อนจะตี  แต่ติดที่ลู่หานดันใช้ไม้คมแฝกกันเอาไว้เพราะตรัสรู้ได้ล่วงหน้าว่าไอ้แหลมมลายูจะใช้ท่าไหนต่อจากสุบรรณสนั่นภพ  ลู่หานหลบได้ทันแล้วบอกมันเมื่อพบความไม่ปกติ

 

 

 

        “ท่าสุดท้ายมันต้องเป็นพิฆาตเวนไตยนะไอ้แหลมล่อฟ้า  ไม่ใช่พิฆาตไอ้เวรตะไล  ว่าแต่มึงรู้เพลงคมแฝกด้วยเหรอวะ  กูถูกชะตากับมึงอย่างแรง!

 

 

 

        “กูเคยได้เรียนมานิดหน่อย

 

 

 

        “เพลงคมแฝกที่แก่กล้าแบบนี้  อย่าบอกนะว่ามึงเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ป๋อสะกิดใจ๋!?”  ลู่หานถาม

 

 

 

        “เอ้า!  ชิบหายแล้วเราแม่งเป็นศิษย์สำนักเดียวกันนี่"  จื่อเทาตอบ

 

 

 

        "โลกแม่งกลมว่ะไม่น่าล่ะทำไมกูรู้สึกถูกชะตากับมึง  เห้ยกูลู่หาน  มึงชื่อไรวะ  เรียนไหน  ย้ายมาเรียนมัธยมเคดิเห้ย!"  ลู่หานรัวคำถามเป็นชุด

 

 

 

        “กู  หวง จื่อเทา  เป็นพี่ชายของคนที่มึงชอบอยู่  ตอนนี้เรียนอยู่มัธยมเอ็มไพร์"  มาเฟียหนุ่มตอบอันธพาลหนุ่มให้มันได้หายข้องใจกันไป  อันที่จริงไอ้ลู่หานคนนี้ก็คงจะไว้ใจได้ในระดับนึงเพราะมันดันเป็นลูกศิษย์ที่มีเพียงไม่กี่คนในโลกที่จะเรียนรู้เพลงคมแฝกจากอาจารย์ป๋อสกิดใจ๋  คงปลอดภัยพอที่จะให้ไอ้หน้าสวยนี่เข้าไปเยี่ยมนานึลใกล้ๆได้อย่างไม่มีอันตราย  ตัดกับลู่หานที่ใจหายวูบเมื่อได้ยินว่าไอ้จื่อเทาพูดว่าตัวเขาชอบนางโง่

 

 

 

        .....กูไม่มีวันชอบนางโง่นั่นหรอก  กูต้องอัดนางเสร่อให้หายแค้น  ฟาดกบาลมันให้แหลกไปเล้ย!

 

 

 

        ในขณะที่จงอินที่ยืนถือกล่องขนมมองดูการฟาดฟันอย่างดุเดือดระหว่างสายคนเถื่อนทั้งสองคนเมื่อได้ยินว่าไอ้คนที่ชื่อจื่อเทาอะไรนี่บอกว่าเป็นพี่ชายของผู้หญิงที่เปรียบเสมือนหัวใจ  ชายผิวคล้ำก็ไม่รีรอที่จะฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ชายของภรรยาในอนาคต

 

 

 

        "เอ่อคุณพี่ชายครับ  ผม  คิม จงอิน  ครับ  ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ  อ่อนี่ครับของฝากจากผม  รับไว้ด้วยนะครับ  เป็นเค้กเจ้าอร่อยผมเลือกสรรค์กว่าครึ่งชั่วโมง  กรุณาเอ็นดูผมด้วยนะครับพี่"  จงอินยัดกล่องเค้กใส่มือจื่อเทาอย่างนอบน้อมหมายจะเอาใจพี่ชาย  เวลานี้ต้องเคารพผู้ใหญ่ก่อนส่วนของเยี่ยมนานึลเอาไว้ทีหลัง  เดี๋ยวมันจะดูไม่ดีถ้าไม่มีของฝากให้ผู้ชรา

 

 

 

        .....เข้าทางผู้ใหญ่คงจะดีไม่น้อย  ชนะใจพี่ชายปุ้บ  นานึลรักปั้บเลย

 

 

 

        นั่นทำให้จื่อเทารับกล่องเค้กมาถือเอาไว้อย่างงงๆ  เป็นผลให้ลู่หานเบ้ปากในพฤติกรรมที่แสนจะเอาหน้าของไอ้หม่องดำประจำซอย  ในขณะที่สิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่อย่างนานึล  ฮานึล  และคุณหมอโอต่างก็งุนงันกับเหตุการณ์ตรงหน้า ท้ายที่สุดก็เป็นฮานึลที่เดินไปเอากล่องเค้กจากมือพี่จื่อเทาก่อนจะเอ่ยปากชักชวนพี่ชายสามคนให้เข้ามาเยี่ยมพี่นานึลได้แล้ว

 

 

 

        "พี่จื่อเทาฮะ  พาพี่จงอินกับพี่ลู่หานเข้าไปเยี่ยมพี่นานึลเร็วเข้าสิฮะ"  เสียงเด็กน้อยกระตุ้นให้จื่อเทาเดินนำไอ้เชี่ยเตี้ยกับไอ้เชี่ยดำเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังนอนส่งยิ้มให้คุณหมอโออย่างสุภาพเรียบร้อย  ส่วนเด็กน้อยคนเดิมก็เอาเค้กแช่ตู้เย็นแล้วเดินไปนั่งที่โซฟา  เนื่องด้วยว่าฮานึลจำเป็นต้องใช้สายตาและมันสมองอันเชี่ยวชาญ

 

 

 

        .....พี่สาวเราเลอค่าต้องคู่ควรกับคนที่ดีที่สุดเท่านั้น  ต้องจับตามองพฤติกรรมซ่อนเร้นของพี่ชายทุกคนที่อยู่ในนี้อย่างละเอียดเสียแล้ว

 

 

 

        ทางด้านคุณหมอโอที่ตั้งใจตรวจอาการเบื้องต้นของลูกสะใภ้เรียบร้อยก็กะว่าจะขอตัวออกไปก่อนดีกว่าเพราะว่าจะได้ปล่อยให้ภรรยาของลูกชายได้คุยกับเพื่อนกับฝูง  แพทย์ผู้เอื้ออาทรจึงบอกลาว่าที่ลูกสาวและเดินออกไปอย่างเงียบๆ  และในเวลานี้  ทั้งลู่หาน  จงอินและจื่อเทา  ก็ต่างมายืนมุงดูนานึลที่นอนอยู่บนเตียงท่ามกลางการวิเคราะห์ข้อมูลของฮานึลที่นั่งอยู่บนโซฟา

 

 

 

        “เธอเป็นยังไงบ้างนานึล  ดีขึ้นบ้างไหม?”  เป็นจงอินผู้แสนดีที่ออกปากถามก่อนพลางเอื้อมมือหนาไปกุมข้อมือบางของหญิงสาวอันเป็นที่รักเอาไว้  ส่งผลให้ลู่หานหมั่นไส้อย่างแรงที่นางเสร่อโง่เขลานั่นมัวแต่นอนปั้นหน้าส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ทำให้หัวใจหมาป่าสั่นไหวจนน่าเตะและอัดมันให้ตาย

 

 

 

        .....จะลงไม้ลงมือต่อหน้าพี่ชายนางโง่และนางชายนางโง่ไม่ได้  กลั้นไว้  อดไว้  สร้างภาพ!

 

 

 

        เพียงไม่นาน  ฮานึลที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติว่าทำไมหนอพี่ชานยอลกับพี่เซฮุนทำไมถึงมาเยี่ยมพี่สาวของตน  ไอ้กรณีของพี่ชานยอลพอให้อภัยได้เนื่องด้วยพี่ชายตัวสูงอุตส่าห์ยอมเจ็บตัวเพื่อพี่นานึล  แต่กรณีของพี่เซฮุนนี่ดิ  ไม่ได้เป็นอะไรทำไมไม่มาเยี่ยม

 

 

 

        .....ถึงเวลาที่เด็กฉลาดอย่างเราต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        ตัดมาที่สามหนุ่มหัวดีในเวลาเกือบทุ่มภายในห้องพักผู้ป่วย  หลังจากช่วงเช้าที่คยองซูตั้งใจพูดเตือนสติให้ชานยอลกับเซฮุนได้คิดแต่ก็ต้องผิดพลาด  สาเหตุคือสารวัตรใหญ่ดันมาสอบปากคำก่อนเวลาแถมหลังจากนั้นครอบครัวของชานยอลก็มาเยี่ยม  ไม่พอยังมีหมอมากมายแวะเวียนมาหา  ทำให้ทั้งเซฮุนกับชานยอลลืมคำพูดคมคายของคยองซูไปโดยปริยายเมื่อมีเรื่องวุ่นวายตลอดวัน  สิ่งสำคัญคือเซฮุนที่ว่าจะกลับไปคอนโดตั้งแต่เช้าก็ตัดใจทิ้งเพื่อนรักหักเหลี่ยมกันไปมาไม่ลง

 

 

 

        “พี่เซฮุนฮะ!  พี่ชานยอลฮะ!  พี่นานึลแย่แล้วฮะ!"

 

 

 

        อยู่ๆฮานึลก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมพกพาการแสดงระดับรางวัลออสการ์มาด้วย  เด็กน้อยร้องไห้หน้าแดงน้ำตานองไหลลงเป็นทางยาววิ่งเข้ามาในห้อง  สร้างความแตกตื่นใจให้คยองซู  ชานยอลและเซฮุนเป็นอย่างมาก  และคนที่ออกปากถามอย่างร้อนรนแน่นอนว่าต้องเป็นชานยอล

 

 

 

        "ไอ้ตัวเล็ก นานึลเป็นอะไร!?"

       

 

 

        "พี่นานึล  พะฮรือออออออออออออ  พี่นานึลฮรือออออออออ  พรือออออออ"

 

 

 

        "นำไปเลยไอ้ตัวเล็ก  อย่างด่วน  อย่าช้าเดี๋ยวเมียพี่ตายก่อน  ให้ไว!"  ชานยอลกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างลืมเจ็บแล้วตาลีตาเหลือกวิ่งลงไปดันหลังไอ้เด็กชายที่ฟูมฟายเหมือนมีใครตายยังไงยังงั้น  ทำให้คยองซูที่เพิ่งจะได้สติลุกขึ้นยืนเหมือนกัน

 

 

 

        "ไอ้ชานยอลเดี๋ยวก่อน  ไหนมึงบอกว่าจะเลิกยุ่งกับนานึล!?"  คยองซูตะโกนถาม

 

 

 

        "พรุ่งนี้ค่อยเลิกยุ่ง วันนี้กูไปดูเมียก่อน"  หันกลับมาตอบเพื่อนอย่างแข็งขันแล้วดันหลังฮานึลต่อเป็นเชิงว่าควรนำผัวไปหาเมียเสียทีเพราะตอนนี้หัวใจมันกระวนกระวายเหลือเกิน

 

 

 

        "มึงค่อยๆเดินสิไอ้ชานยอล  แผลมึงจะแหกไหมน่ะ!?"

 

 

 

        "ปล่อยมันแหกไป  ไอ้ตัวเล็กรีบนำไปสิ  มัวรออะไรอยู่!?"

 

 

 

        สาเหตุที่ฮานึลยังไม่เดินไปไหนเป็นเพราะรอพี่เซฮุนที่เอาแต่ยืนนิ่งขมวดคิ้วมองอยู่ได้  ถ้านับหนึ่งถึงสามแล้วพี่ชายใจร้ายคนนั้นยังไม่แสดงท่าทีร้อนรน  เห็นทีคงต้องตัดออกจากการแข่งขันเนื่องจากขาดคุณสมบัติของการเป็นสามีที่ดี

 

 

 

        .....หนึ่ง  สอง  สองจุดหนึ่ง  สองจุดสอง  สองจุดสาม  สาม!

 

 

 

        โอเคพอจบเลิกคบกับมัน  ไม่ต้องไปนับพี่นับเชื้อกับมันอีกต่อไป  ฮานึลกึ่งเดินกึ่งวิ่งนำชานยอลไปยังห้องที่มีพี่สาวคนสวยอยู่โดยมีคยองซูตามมาติดๆ  ด้วยความเป็นมิตรที่ดีจึงทำให้คยองซูทิ้งให้เพื่อนไปเผชิญชะตากรรมคนเดียวไม่ได้ ทิ้งให้เซฮุนยืนอยู่ในห้องตามลำพัง

 

 

 

        เมื่อชานยอลเปิดประตูเข้าไปในห้องที่ฮานึลพามา  สิ่งแรกที่พบคือภรรยาคนงามของตนกำลังนั่งอยู่บนเตียงจับมือไอ้แหลมเมาเหรอ  อันที่จริงแล้วแถวนั้นมีผู้ชายอีกสองคนแต่ขี้เกียจมองว่ามันเป็นใคร

 

 

 

        .....นาทีนี้ใครหน้าไหนก็ห้ามมาแตะต้องเมียกู!

 

 

 

        "ไอ้แหลมมึงปล่อยเมียกู!"  ชานยอลตะโกนโวยวายชี้หน้าจื่อเทา  หารู้ไม่ว่าภรรยาของเขาเองนั่นแหละที่เป็นคนจับมือของจื่อเทาเพื่อแสดงความขอบคุณที่ช่วยเหลือในสิ่งต่างๆที่ผ่านมา  มาเฟียพันหน้าจึงตั้งใจยกมือให้ไอ้ชานยอลมันดูชัดๆว่าใครกันแน่ที่จับมือใคร

 

 

 

        "ชานยอล..."  แต่ในเวลานี้นานึลกลับบีบมือของจื่อเทาให้แน่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อมองไปยังต้นเสียงทุ้มต่ำก็พบเข้ากับผู้คนหนึ่งซึ่งเคยคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันอีกแล้ว

 

 

 

        "นานึล  เธอต้องปล่อยมือไอ้แหลมนั่น!"

 

 

 

        "นายใจเย็นๆก่อนสิชานยอล  ฉันปล่อยแล้วนี่ไง"

 

 

 

        ยังดีที่เมียรักยอมฟังคำสั่งช้างเท้าหน้า  ชานยอลเดินฝ่าผู้คนเข้าไปให้ใกล้แล้วสวมกอดร่างกายบอบบางเอาไว้หมายจะพร่ำบอกกับเธอว่าทีหลังอย่าทำให้คนหล่อตกใจจนแผลเผลอแหกแบบนี้  ไม่เอาไม่ดีขืนเป็นเช่นนี้บ่อยๆคงหัวใจวายตาย

 

 

 

        "เธออย่าทำให้ฉันตัดใจไม่ลงได้ไหม?"  กระชับกอดให้แน่นขึ้นท่ามกลางความอึ้งของสรรพสัตว์น้อยใหญ่  เห็นคนกอดกันต่อหน้าต่อตาแบบนี้มันก็ต้องตัวชาเป็นธรรมดาสำหรับลู่หาน  จงอิน  จื่อเทาและคยองซู  ทว่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านความรักอย่างฮานึลนั้นสบายบรื๋อสะดือโบ๋

 

 

 

        .....โอ้ว พี่ชานยอลออกตัวแรงมาก

 

 

 

        "นายปล่อยฉันก่อนเถอะนะชานยอล"

 

 

 

        "ดูเหมือนฉันยังไม่พร้อมที่จะปล่อยเธอไป"

 

 

 

        มันจะมาหวานซึ้งอะไรกันตอนนี้วะบาดตาสายอันธพาลอย่างลู่หานกับสายมาเฟียอย่างจื่อเทาเสียจริง  แต่ก็ต้องนิ่งเอาไว้ประเดี๋ยวใครจะรู้ว่าเป็นหมาหวงก้าง  ต่างจากจงอินที่เลือกจะสะกิดชานยอลด้วยความหงุดหงิด

 

 

 

        "ไอ้ชานยอล  กูไม่นึกว่ามึงจะเป็นคนเข้าใจอะไรยากขนาดนี้นะ"

 

 

 

        เสียงของจงอินทำให้ชานยอลคลายอ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นแล้วหันมามองหน้าของคนดำที่ถือไพ่เหนือกว่า  ส่งสายตาแค้นเคืองไปให้ไอ้สารวัตรนักเรียนห้องสองด้วยความโมโหแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอยู่ให้ห่างจากนานึลเท่านั้น

 

 

 

        "เอ่อ...ไอ้ชานยอล”  ทันใดนั้น  คยองซูที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันก็สังเกตเห็นรอยเปื้อนสีแดงซึมออกมาตามเสื้อคนไข้ของชานยอล  ทำให้ชานยอลหันหน้าไปมองเพื่อนตัวจ้อยที่ไร้บทพูดมานานแล้ว

 

 

 

        “ว่าไงมึง?”

 

 

 

        “เวรแล้วมึงเลือดโชกหลังมึงเลย!  แผลมึงแหกชัวร์เลยไอ้เพื่อนรัก!

 

 

 

        เมื่อได้ยินว่าเลือดทั่วร่างกายกำลังจะไหลออกหมดตัว  ชานยอลจึงค่อยๆเหลียวมองเสื้อของตนเอง  ก่อนจะพบกับของเหลวสีแดงอยู่ทั่ว  โอ้ไม่จริงที่เพียงแค่มองเห็นเลือดแขนขามันก็ไร้สิ้นกำลัง  ชายหนุ่มตัวสูงทรุดตัวนั่งลงกับพื้นเป็นผลให้คยองซูต้องรีบเข้าไปดูเพื่อน 

 

 

 

        “เห้ยไอ้ชานยอล!  มึงอย่าไก่อ่อนตอนอยู่หน้าเมียดิวะ!  อดทนไว้!”  คยองซูปราม

 

 

 

        “นานึล  ฉันคงจะตายในวันนี้  เอื้อออ~!”  ชานยอลเริ่มเพ้อเจ้อทำท่าเหมือนคนกำลังจะตายแหงนหน้ามองหญิงสาวจิตใจดีแล้วยื่นมือออกไปเรื่อยเปื่อย  จนคนแถวนั้นได้แต่เหนื่อยใจที่ชานยอลตีโพยตีพายถึงเพียงนี้

 

 

 

        “ไอ้ชานยอล  มึงทำใจดีๆ  แผลมึงแค่แหกเอง  ไหนมึงเคยบอกกูว่ามึงมีร่างกายที่แกร่งยิ่งกว่าแผ่นศิลา!”  คยองซูยังคงเตือนสติต่อไป

 

 

 

        “เธอต้องใช้ชีวิตต่อไปนะนานึล  ใช้ชีวิตให้ได้โดยไม่มีฉัน  ใช้ชีวิตแทนฉัน  ฉันนอนตายตาหลับแล้ว  ใช้ชีวิตต่อไป~”

 

 

 

        “โอ๊ยตายแล้วไอ้ชานยอลมึง  ไอ้ลู่หานไอ้จงอิน  มาช่วยกูพาไอ้ชานยอลไปห้องฉุกเฉินที  เร็ว!” 

 

 

 

        เมื่อเห็นว่าชานยอลดูท่าจะเสียสติไปแล้ว  คยองซูจึงชักชวนให้ไอ้สองตัวที่มัวแต่ยืนมองด้วยท่าทีมึนงง  ทำให้บุคคลที่พื้นฐานจิตใจดีกุลีกุจอลงไปช่วย  โดยมีโคตรคนตาถลนคยองซูหิ้วปีกและโคตรคนแมนลู่หานกับโคตรคนดำจงอินหิ้วขาคนละข้างแล้วอันตรธานกันออกไปไม่เว้นแม้แต่ฮานึลก็ยังวิ่งตามออกไปด้วย  ซึ่งชานยอลก็ไม่ลืมที่จะสั่งเสียเมียที่รักเมื่อต้องตายจากกัน

 

 

 

        “ใช้ชีวิตต่อไป  และฉันจะขอจดจำใบหน้าของเธอเอาไว้ตราบชั่วฟ้าดินสลาย  ลาก่อน~” 

 

 

 

        ในขณะที่นานึลเองก็ตกใจอยู่ไม่น้อยที่จู่ๆคนใจร้ายคนนั้นก็ล้มพับไปต่อหน้าต่อตา  ทว่าพอได้ฟังถ้อยคำบ้าบอก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ในความตลกของคนใจร้าย  แม้ว่าจริงๆแล้วจะรับรู้ได้ว่าถ้อยคำสุดท้ายของประโยคนั่นมันหมายความว่ายังไงหลังจากวันนี้

 

 

 

        “ไอ้ชานยอลคนนั้น  ดูแล้วมันก็ไม่ได้เลวร้ายนี่”  จื่อเทาเปรยขึ้น  และนั่นก็ทำให้หญิงสาวหันใบหน้าไปตอบพี่ชายคนสำคัญในทันที

 

 

        “ชานยอลเขาเปลี่ยนไปมากเลย  เมื่อก่อนเขาไม่ได้เป็นคนแบบนี้หรอก

 

 

       

        “คนเราเปลี่ยนไปเมื่อความรู้สึกเปลี่ยนไป” 

 

 

 

        หลายต่อหลายครั้งที่พี่ชายพึ่งพาได้คนนี้เอ่ยข้อความที่ยากจะทำความเข้าใจ  ไม่รู้ทำไมครั้งนี้มันกลับกระจ่างชัดเจนถึงความหมายที่แอบแฝงในกลุ่มคำเหล่านั้น  มันเป็นความจริงที่ว่าคนเราเปลี่ยนไปเมื่อความรู้สึกเปลี่ยนไป  บางทีไอ้สมองโง่ๆก้อนนี้ควรจะรับรู้ได้แล้วถ้าไม่ติดว่าโสตประสาทมันได้ยินเสียงเรียบนิ่งที่ทำให้ใจมันหาข้ออ้างไปทุกครั้งว่าสักวันหนึ่งเขาคนนั้นจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

 

 

        “นานึล

 

 

 

        “เซฮุน...

 

 

 

 

30%

 

 

 

     


        "งั้นฉันไปซื้ออะไรมาให้กินรอบดึกก็แล้วกัน"  ถึงจื่อเทาจะไม่ไว้ใจไอ้เซฮุนที่เดินเข้ามาใหม่ แต่เมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นจากโคม่าก็เดาได้ไม่ยากว่าเธอต้องการอะไร หัวข้อหลักคือสายตาที่ผู้หญิงคนนี้มองไอ้เซฮุนมันชั่งต่างออกไปเวลาที่เธอมองคนอื่น แล้วถ้าจะให้จื่อเทาฝืนยืนฟังก็คงจะไม่ไหว สองขายาวจึงก้าวเดินออกจากห้อง

 

 

 

        "เธอดีขึ้นแล้วใช่ไหม?"  เซฮุนเดินเข้าไปใกล้แล้วคว้าข้อมือบางขึ้นมาจับชีพจรดูว่าตอนนี้มันโอเคไหม  ก่อนจะใช้สายตาคมคายเพ่งมองใบหน้าสวยของหญิงสาวข้างกาย  ทำให้นานึลกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ที่คนใจร้ายยังมีน้ำใจมาเยี่ยมกันทั้งๆที่เขาไม่เคยรักกันเลย

 

 

 

        "ฉันดีขึ้นแล้ว"

 

 

 

        "เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วงนะ  ฉันจัดการให้"

 

 

 

        จบวลีที่แสดงความห่วงใย  สายตาบนใบหน้าซีดเผือดก็ช้อนมองร่างสูงที่กำลังง่วนอยู่กับการทำตัวเป็นหมอด้วยความคาใจ  เขาจะทำแบบนี้ทำไมในเมื่อหัวใจของเขาไม่เคยมีเราอยู่ในนั้น  และนั่นก็ทำให้ริมฝีปากบางสวยเม้มเข้าหากัน  ก่อนจะเอ่ยถามเจ้าของคำพูดที่ยังทำเหมือนว่ายังรักกันเรื่อยมา

 

 

 

        "เซฮุน  นายทำแบบนี้ทำไม?"

 

 

 

        "...."

 

 

 

        "นี่นาย...จะมาหากันเพื่อบอกเลิกฉันหรอ?"  ถามด้วยน้ำเสียงสั่นไหวพลางชักมือกลับมาปิดริมฝีปากบางของตนเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะเห็นความน่าเกลียดเวลาร้องไห้  และเมื่อสายตาที่ผู้ชายใจร้ายมองมันมันยากที่หัวใจจะหวังต่อไป  หญิงสาวจึงก้มหน้าแล้วเปลี่ยนมาเป็นการบีบมือของตนเองเอาไว้ไม่ให้มันสั่นแทน

 

 

 

        .....อย่าพูดคำนั้นออกมาเลยนะเซฮุน

 

 

 

        "ตอนนี้ฉันชอบคนอื่นอยู่"

 

 

 

        เสมือนกับมีคนเอามีดมากระหน่ำแทงเข้าที่หัวใจจนมันเจ็บแทบจะทนไม่ไหว  ความรู้สึกปวดหนึบจนอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆแบบนี้มันยากที่ฝืนกลั้นน้ำตาได้ไหว  แม้จะเตรียมใจมานานแล้วว่าสักวันจะต้องได้ยินคำนี้  แต่เหมือนว่าหัวใจมันยังไม่พร้อมที่จะบอกลาแล้วปล่อยให้เขาไปเป็นของคนอื่น  เสียงสะอื้นดังขึ้นพร้อมปล่อยหยดน้ำตาให้มันไหล  ทำได้แค่เพียงก้มหน้าให้เส้นผมบดบังความเศร้าที่เขาไม่เคยจะสนใจ

 

 

 

        "ฮึก...ฮึก...นายอย่าไปรักเขาเลย...ฮึก...กลับมารักฉันเถอะนะเซฮุน..."

 

 

 

        เซฮุนขมวดคิ้วยืนมองร่างบางที่เอาแต่ร้องไห้อย่างหนักแต่ก็ไม่สามารถที่จะเห็นใบหน้าของเธอได้  เนื่องจากเธอก้มหน้าก้มตาจงใจให้ผมยาวสลวยของเธอปิดบังใบหน้าเอาไว้  ชายหนุ่มลอบถอยหายใจแล้วยืนมองต่อไป  ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึกอะไรที่ผู้หญิงคนนี้ร้องไห้  หากแต่สถานการณ์ทั้งหมดนี้มันกดดันจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป

 

 

 

        "เรายังคงเป็นเพื่อนกัน"  ตั้งใจจะช่วยให้น้ำตาของผู้หญิงใกล้ตัวหยุดไหล  ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือข้อความที่ทำให้ผู้ชายไร้หัวใจรู้สึกหวั่นไหวแบบไม่ทันจะตั้งตัว

 

 

 

        "...ถ้าหากว่านายไม่รักกัน"

 

 

 

        "...."

 

 

 

        "นายอย่าทำร้ายใจฉันด้วยคำว่าเพื่อนเลย..."

 

 

 

  

        "ขออนุญาตนะคะ  ดิฉันเป็นนักสังคมสงเคราะห์จากรัฐบาล  อยากจะมาคุยเรื่องน้องชายของคุณฮงหน่อยค่ะ”

 

 

 

        จู่ๆก็มีเสียงหญิงปริศนาแทรกขึ้นมาขัดบทสนทนาร้าวหัวใจ  ทำให้เซฮุนหันไปมองก็พบกับหญิงวัยทำงานแต่งกายสุภาพเรียบร้อยพร้อมถือแฟ้มกำลังเดินเข้ามาหา  ส่วนนานึลที่ได้ยินเช่นกันตอนนี้กำลังรีบเช็ดน้ำตาให้หมดไปจากใบหน้าแล้วเงยขึ้นมามองเจ้าของเสียง  ก่อนจะออกปากถามว่ามีธุระอะไร

 

 

 

        "...มีอะไรหรือเปล่าคะ?"

 

 

 

        "ฉันได้รับแจ้งว่าคุณปล่อยให้น้องชายของคุณนอนอยู่ในบ้านหลังนั้นคนเดียวขณะเกิดเหตุไฟไหม้  ไม่ทราบว่าคุณออกไปไหนหรือคะ?"

 

 

 

        "เอ่อ...ฉัน..."

 

 

 

        "ฉันมีหมายศาลมาในฐานะนักสังคมสงเคราะห์เด็กและเยาวชน  อัยการลงความเห็นว่าคุณไม่มีความพร้อมในการดูแลน้องชายของคุณ  ทางเราจำเป็นต้องหาครอบครัวใหม่ที่มีความพร้อมให้เข้ามาดูแลน้องชายของคุณ  หวังว่าคุณจะเข้าใจและทำตาม  ดิฉันไม่สามารถให้ปล่อยน้องชายของคุณอยู่อย่างไร้ความปลอดภัยและไร้การคุ้มครองดูแลได้ค่ะ”

 

 

 

        เหมือนจะหยุดหายใจไปชั่วขณะเวลาได้ฟังข้อความจากคนที่จะมาพรากเอาน้องชายหัวแก้วหัวแหวนไป  หลังจากนั้นคือความตกใจแทบสิ้นสติจนระงับอารมณ์เอาไว้ไม่ได้  สายตาหมองเศร้าสอดส่ายไปทั่วด้วยความกลัว  หัวใจสั่นรัวเพราะทนไม่ไหวที่ใจมันหาย  และในที่สุดน้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลออกมาอีกครั้ง

  

 

 

 

 

        “ฉันไม่ยอมให้คุณเอาน้องชายของฉันไปเด็ดขาด  ฮึก...คุณจะเอาน้องชายของฉันไปอยู่ที่ไหน  ไปอยู่กับใคร...ฮึก...ไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

 

 

 

        “ใจเย็นๆก่อนนะคะคุณฮง  ดิฉันรับรองว่าน้องชายของคุณจะได้ไปอยู่กับครอบครัวที่ดี

 

 

 

 

 

 

        “ฮึก...ได้โปรดเถอะนะคะคุณ  นอกจากน้องชายของฉัน  ฉันก็ไม่เหลือใครอีกแล้วในชีวิต  อย่าเอาน้องชายของฉันไปเลย...ขาดเขาไปฉันจะอยู่ได้ยังไง...กรุณาให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกันเถอะนะคะ... 

 

 

 

 

 

       ฟังดิฉันนะคะ  ถ้าคุณรักน้องชายของคุณจริงๆ  คุณควรนำเขาไปสู่ชีวิตที่ดีกว่านี้  จริงๆแล้วคุณเองก็ต้องมีผู้ปกครอง  เชื่อดิฉันเถอะค่ะคุณฮง  ทางเราประนีประนอมที่สุดแล้ว  ถ้าคุณยังไม่เข้าใจ  คุณเองก็ต้องถูกหาครอบครัวที่มาอุปการะดูแลคุณ  ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันกับที่รับอุปการะน้องชายของคุณ     

 

 

 

        “แต่ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีฮานึล...”  หญิงสาวหลับตาลงปลดปล่อยความทรมานใจ  ร้องไห้ฟูมฟายเสียงดังแบบไม่อายใครอีกแล้วในตอนนี้แม้มีคนกำลังมอง  เพราะเหมือนสมองกำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆจนหาทางไม่ได้  มันเจ็บปวดใจเหลือเกินเมื่อต้องปล่อยน้องชายคนสำคัญที่สุดไปโดยไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย

 

 

 

        .....ไมมีฮานึลแล้วพี่จะอยู่ได้ยังไง

 

 

 

        “คุณฮงคะ

 

 

 

        “หยุดเรียกเธอได้แล้วครับ  แล้วออกไปคุยกับผมข้างนอกหน่อยได้ไหมครับคุณนักสังคมสงเคราะห์?”  เรียกได้ว่าเป็นประโยคบังคับที่ยาวที่สุดนับตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้สำหรับผู้ชายเย็นชาคนหนึ่งที่ซึ่งยืนฟังอย่างเงียบๆอยู่นานแล้ว  ชายหนุ่มกดสายตาจ้องมองหญิงวัยทำงานเพื่อรอฟังคำตอบ  ก่อนที่คนถูกถามจะพยักหน้ารับแล้วเดินนำออกไป  เซฮุนจึงเดินตามไปโดยไม่ลืมที่จะเหลียวมามองผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่บนเตียง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        เวลาผ่านไปเนิ่นนานพอสมควรนับจากจบการสื่อสารที่กรีดแทงหัวใจคนเป็นพี่สาวให้หมดกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป  เมื่อไหร่ความโชคร้ายที่ชอบสร้างความเจ็บปวดเหล่านี้จะหมดไปขนาดหายใจยังเจ็บเลย  หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเรียกสติให้กลับคืนมาแล้วถอดสายออกซิเจนที่เสียบจมูกให้ออกไป  ก่อนจะพยายามอย่างมากที่จะลงจากเตียง  สองขาเรียวก้าวเดินอย่างเชื่องช้าไปทางประตูจนลืมคิดไปแล้วว่าตนเองยังไม่แข็งแรงเต็มที่

 

 

 

        “เอ้าลูกสะใภ้!  ลงมาเดินแบบนี้ไม่ได้นะลูก!  เซฮุน!  แกรีบพาภรรยาแกไปที่เตียงเร็ว!”  เป็นหมอโอที่เปิดประตูเข้ามาเจอเด็กสาวท่าทางอ่อนล้าเหมือนจะล้มจนต้องรีบวิ่งมาประคองเอาไว้พลางบอกลูกชายตัวดีให้รีบมาช่วยภรรยาของมันเองไวๆ  เป็นผลให้เซฮุนต้องเดินเข้ามาใกล้แล้วใช้มือหนาแข็งแรงช้อนร่างกายบอบบางขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแล้วพาไปที่เตียงคนป่วย

 

 

 

 

        “เซฮุน  คนใจร้ายที่จะมาเอาน้องชายของฉันไป  ตอนนี้หายไปไหนแล้ว?”

 

 

 

        “เธออย่าห่วงเลย”  ค่อยๆบรรจงวางหญิงสาวให้เธอได้นั่งอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่าเธอจะเจ็บตัว  สงสัยผู้หญิงคนนี้คงมัวแต่จัดการกับปัญหาที่กำลังรุมเร้าเข้ามามากมายถึงได้ดูซูบไปในช่วงนี้  ในขณะที่หมอโอก็แอบยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียวที่ลูกชายทำตัวเหมือนกับว่าพร้อมแล้วล่ะเว้ยที่จะเป็นพ่อคน

 

 

 

 

  

        .....เราเองก็พร้อมแล้วที่จะเป็นคุณปู่  อยากอุ้มหลานแล้วลูก!

 

 

 

        “ใช่แล้วอย่าห่วงไปเลยลูกสะใภ้ของพ่อ  ครอบครัวพ่อจะรับอุปการะฮานึลเอง” 

 

 

 

        “คุณหมอ...

  

 

 

 

  

       พ่อลูกพ่อ

 

 

 

        “คุณพ่อ...หมายความว่ายังไงหรือคะ?”

  

 

 

 

 

        “เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับเซฮุนเลยลูก  โอ๊ย...ร้องไห้เอะอะโวยวายขอร้องให้พ่อช่วยจัดการเรื่องนี้ที  พ่อก็บอกไปว่าใจเย็นๆเดี๋ยวพ่อจัดการเอง  ฮานึลอยู่กับพ่อจะได้ไม่ต้องไปไกล  ที่สำคัญลูกเองจะย้ายมาอยู่ด้วยพ่อก็ยินดีและเต็มใจ  ย้ายมาอยู่ห้องของเซฮุนก็ได้ลูกห้องมันกว้างมาก  มีลูกสะใภ้มาอยู่ด้วยเซฮุนคงกลับบ้านบ่อย  ทุกวันนี้มันนอนคอนโด  พ่อแม่ก็ร่ำไห้  ลูกไม่เคยมาดูดำดูดี  ดีเสียอีกมีลูกชายตัวน้อยคนใหม่  พ่อจะรักและเอ็นดูฮานึลประดุจเป็นลูกในไส้  ตายแล้วพ่อต้องเตรียมซื้อข้าวของให้สมาชิกใหม่  เดี๋ยวคืนนี้พ่อว่าจะไปซื้อเลย  ยอมรับว่าพ่อเห่อเจ้าเด็กน้อยฮานึลมากลูก!

 

 

 

        ทำเอาเซฮุนถึงกับลมจับจนไม่อาจจะกล้าสู้หน้าของนานึลได้อีกต่อไป  เป็นถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลทำไมถึงได้ทำตัวเช่นนี้ไม่เกรงใจลูกเต้าที่ยืนขมวดคิ้วมองอยู่อย่างเขาบ้างเลยหรืออย่างไร  แล้วไอ้ประโยคที่ว่าตัวเขาเอะอะโวยวายนั่นมันก็ไม่เป็นความจริงเลยสักนิด  ความจริงแล้วเขาทำเรื่องนี้อย่างสุขุมและนิ่งมากต่างหาก

 

 

 

 

        .....น่าอายจริงๆเลยกู!

 

 

 

        “หนูสามารถไปหาฮานึลได้จริงหรือคะ  ขอบคุณที่กรุณาหนูกับน้องนะคะ”  หญิงสาวรีบก้มหัวขอบคุณด้วยความดีใจที่อย่างน้อยเรื่องราวมันก็จบลงในแบบนี้  พอมองดูดีๆแล้วคุณพ่อของเซฮุนก็ดูเป็นคนดีและไว้ใจได้  เต็มใจรับฮานึลไปอยู่ด้วยทำให้พี่สาวสบายใจได้ระดับหนึ่ง  ถึงแม้จะใจหายและเสียใจมากแต่ก็ยังดีกว่าการที่จะต้องส่งฮานึลไปอยู่กับใครที่ไม่รู้จักในที่ๆไกลแสนไกล

 

 

 

        .....อย่างน้อยพี่ก็ยังเจอฮานึลได้เหมือนเดิม  แม้จะไม่ได้เจอกันทุกวันก็ตาม

 

 

 

 

 

        “ไม่ต้องขอบคุณอะไรเลยลูก  เดี๋ยวอีกหน่อย  นานึลเองก็ต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านพ่ออยู่ดีในฐานะลูกสะใภ้  

 

 

 

        “เรื่องแบบนั้นคงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ  ลูกชายคุณพ่อเพิ่งบอกเมื่อกี้นี้เองว่าเราสองคนเป็นเพื่อนกัน

 

  

 

 

 

        ปล่อยระเบิดมาใส่ผู้ชายเย็นชาที่อุตส่าห์ช่วยให้หญิงสาวไม่ต้องไกลกับน้องชายทำไมครับ  เซฮุนหันขวับไปมองใบหน้าสวยที่กำลังฟ้องพ่อของตนอย่างออกรสออกชาติ  ชายหนุ่มขมวดคิ้วเพ่งมองแล้วส่ายหน้าก่อนจะหันหลังหวังจะเดินออกไปจากห้อง  ถ้าไม่ติดว่ามีเสียงของคนเป็นพ่อหยุดเอาไว้  

 

 

 

        “เอ้าไอ้ลูกชายคนนี้!  ทำไมพูดจาทำร้ายจิตใจลูกสะใภ้ของพ่อเช่นนี้!?”

 

 

 

        “หยุดเถอะครับพ่อ”  เอามือยัดลงไปในกระเป๋าแล้วหันหน้ามาปรามด้วยท่าทีเรียบเฉย

  

 

 

 

   

        “ลูกชายคุณพ่อเขามีคนอื่นค่ะ” 

 

 

 

        “นานึลลูกพ่อ  ถึงแม้ว่าไอ้ลูกชายตัวดีคนนี้มันจะเจ้าชู้ไก่แจ้  แต่มีหนูนานึลคนแรกเลยนะลูกที่เซฮุนมันกล้าบอกว่าลูกเป็นภรรยาของมัน”  หมอโอปลอบใจลูกสะใภ้ที่กำลังจะร้องไห้ในอีกไม่ช้าให้ได้รับรู้ความเป็นจริง  และนั่นก็ทำให้เซฮุนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ไม่ไกลลมขึ้นจนต้องยกมือปิดปากแล้วไอออกมาหลายที

 

 

 

        “แค่ก...  แค่ก...

   

 

 

 

 

        ตัดกับนานึลที่พอได้ฟังแล้วกลับดีใจอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่ามันมีความหวังอีกครั้งที่ผู้ชายคนนั้นเขาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม  หญิงสาวละสายตาจากใบหน้าของคุณหมอโอแล้วสาดกระทบไปยังใบหน้าของเซฮุนที่ยืนอยู่ข้างหลังแทน  ก่อนจะส่งรอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วไปให้ผู้ชายที่กำลังยืนขมวดคิ้วอยู่ได้ไม่เมื่อยบ้างหรือไง

 

 

 

        .....ฉันยังมีหวังอยู่ใช่ไหมเซฮุน? 

 

 

 

 

 

 

        “พ่อขอตัวดีกว่า  เคลียร์กันให้เรียบร้อยนะลูก”  กระซิบบอกกับลูกสะใภ้แล้วบึ่งออกมานอกห้องอย่างรวดเร็ว  ทำให้เซฮุนจำเป็นต้องเดินกลับมาหาหญิงสาวที่กำลังนั่งยิ้มแป้นอยู่บนเตียง  ชายหนุ่มกดสายตาที่ทำให้ชะนีทั้งโลกละลายลงไปกองตามพื้นมองหน้าของเธอให้ชัด 

 

 

 

        “ตกลงเธอจะย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านฉันไหม?”

 

 

 

 

 

  

 

        “ไม่หรอกฉันเกรงใจ  ที่สำคัญคือคนไทยเขาถือ”  ส่ายหน้าแล้วหุบยิ้มลงเล็กน้อยให้พอสวย  นี่เขาจะให้ย้ายไปอยู่ด้วยได้อย่างไร  คนไทยเขาถือว่ามันไม่ดีและไม่งาม  เป็นสาวเป็นนางต้องรักนวลสงวนตัว

 

 

 

        “อืม

 

 

 

        “นี่นายยังไม่บอกเลิกฉันใช่ไหม?”

   

 

 

 

  

        “ฉันไม่เคยขอเธอเป็นแฟน

 

 

 

        “งั้นเราเป็นแฟนกันนะเซฮุน”  ลืมไปเสียเถิดไอ้ประโยคที่ว่าต้องรักนวลสงวนตัวเมื่อครู่ที่คิดในใจ  สมัยนี้ใครมัวแต่เขินอายก็อดได้ผู้ชายกันพอดี  แล้วยุคนี้สุภาพบุรุษยิ่งหายาก  เนื่องจากเขากินกันเองเสียส่วนใหญ่  เป็นเพราะใครที่ทำให้อัตราการเกิดมันลดลงไปมากมายอย่างนี้  เห็นใจชะนีอย่างพวกเราบ้าง

 

 

 

        .....ได้โปรดตอบตกลงเถอะนะเซฮุน

  

 

 

 

        ภาวนาแล้วมองหน้าผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม  เป็นสายตาที่ทำให้เซฮุนเคลิ้มไปชั่วขณะหนึ่ง  ชายหนุ่มอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ฟังประโยคหวานหูจากคนอ่อนหวานน่ารักตรงหน้า  ทว่าตอนนี้นานึลไม่ใช่เป้าหมายหลักอีกแล้วเนื่องจากเธอไม่น่าสนใจอีกต่อไป 

 

 

 

         “ฉันชอบคนอื่นอยู่  ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจความหมาย”   

 

 

 

 

        “ฉันเข้าใจ...แต่ตัดใจไม่ลง...”   

 

 

 

        ฉันไปก่อนนะ”  เบื่อจะเห็นกริยาท่าทางตัดพ้อน่าเศร้าของผู้หญิงคนนี้เหลือเกินจนต้องเมินหน้าไปทางอื่นเพื่อห้ามสายตาไม่ให้มองภาพน่าหดหู่ตรงหน้า  ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วหมุนตัวเดินหนีจากความเครียดที่กำลังถาโถมเข้ามาเมื่อได้เห็นแววตาและใบหน้าของนานึลที่เกือบจะลืมไปแล้วในระยะนี้

 

 

 

         “เดี๋ยวก่อนเซฮุน  อย่าไปเลย...”  ยื่นมือบางไปคว้ามือหนาแข็งแรงของเซฮุนเอาไว้อย่างลืมตัว   

 

 

 

 

        เซฮุนที่กำลังจะหันหลังกลับไปจึงต้องหยุดแล้วมองย้อนมาอีกหน  และเพราะการที่หญิงสาวกระโจนตัวมารั้งเซฮุนเอาไว้ก็ส่งผลให้เสื้อคนไข้ตัวบางนั่นหย่อนลงจนทำให้ผู้ชายวัยรุ่นอย่างเซฮุนจินตนาการไปไกล  สายตาคมคายที่อยู่มุมสูงเลยอดไม่ได้ที่มองต่ำลงไปในเสื้อที่มีเนินเนื้อล่อตาล่อใจอยู่ในนั้น

 

 

 

    

        “ฉันเครียด  อยากระบาย”  เดินเข้าไปให้ใกล้ขึ้นเพื่อให้เธอนั่งให้ตรงไม่ต้องก้มต่อไปจะได้มองไม่เห็นบางสิ่งที่กระตุ้นให้อยากจะกดร่างบางคนนี้ทั้งๆที่เธอยังไม่แข็งแรง  ระงับอาการอยากที่สุดแล้ว  แต่ก็ไม่แคล้วมีเรื่องให้สติหลุดหาย  เมื่อผู้หญิงคนนี้ยอมคลายมือออกจากแขนของตัวเขาแล้วใช้มือบางน่าจูบนั่นบรรจงรวบผมที่ยาวสลวยของเธอไปไว้ด้านหลัง  ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังสงบจิตสงบใจลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่พอได้เห็นลำคอขาวนวลที่ชวนให้ทำรอยสีแดง   

 

 

 

         “เซฮุน  นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”   

 

 

 

        และผู้หญิงคนนี้ก็ยังคงไม่เลิกทำหน้าตาน่ารักแถมยังถามคำถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแบบนั้นอีก  ชายหนุ่มคลายปมคิ้วที่ขมวดอยู่นานแล้วเลียริมฝีปากไม่ให้มันแห้ง  ก่อนจะเอามือหนาที่แข็งแรงเท้าบนเตียงจากนั้นก็ค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปให้ใกล้ใบหน้าสวยที่กำลังเอาใบหน้าน่ารักถอยห่างจากเขา  เซฮุนยกยิ้มเย็นมองลึกเข้าไปดวงตาคู่สวยพลางเอ่ยถามผู้หญิงที่ตอนนี้เอาแต่เขยิบหนีไปแบบตรงๆ

 

 

 

        ยั่วฉันแบบนี้  เธอต้องการมีเซ็กส์กับฉันใช่ไหม?” 

 

 

 

70%

 

 

 

 

        ชายหนุ่มยื่นมือหนาไปรั้งท้ายทอยของร่างบางเอาไว้เพื่อกันไม่ให้เธอเขยิบหนีไปไกล  เอียงคอเล็กน้อยแล้วโน้มใบหน้าคมคายเข้าไปให้ใกล้กว่าเดิม  เสริมด้วยการประกบริมฝีปากอย่างอ่อนโยนจนสามารถรับรู้ได้ถึงความนุ่มนวลละมุนละไม  ก่อนจะตั้งใจส่งลิ้นชำนาญเข้าไปในโพรงปากที่มีน้ำหวานอยู่ภายใน  เป็นผลให้หญิงสาวที่ได้รับความหวามไหวเพิ่งจะได้สติรีบใช้มือบางดันร่างกายของเซฮุนให้ห่างออกไป  และในเมื่อเหมือนจะหมดลมหายใจ  นานึลจึงใช้มาตรการสุดท้ายคือดันหัวของเซฮุนจนหงายเงิบไป

 

 

 

        "เซฮุน  นายทำอะไรของนายน่ะ  อยู่ๆมาจูบฉันทำไม!?"  รีบใช้มือเช็ดริมฝีปากแล้วมองเซฮุนที่เอาแต่จ้องมาด้วยสีหน้าที่ยากจะเดาออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ในตอนนี้

 

 

 

        "เธอเริ่มก่อนนะเรื่องนี้"

 

 

 

        "ฉันไปเริ่มตอนไหน!?"

 

 

 

        "...."  ตกลงผู้หญิงที่กำลังทำหน้าตาตื่นอยู่นี่จะเอายังไง  จะให้กดหรือจะให้กลับทำไมไม่พูดออกมาตรงๆ  เซฮุนงงนิดหน่อยพอได้เห็นท่าทางไร้เดียงสาของหญิงสาวก็เริ่มที่จะคิดได้ว่าสิ่งที่เธอทำลงไปทั้งหมดเมื่อกี้มันไม่ใช่การยั่วยวนเขาอย่างที่ตัวเขาคิด

 

 

 

        "นายอย่าทำแบบนี้อีกนะ!  เพื่อนกันไม่ใช่หรอ!?"

 

 

 

        "อืม"  เอ้าจะไปตบปากรับคำทำไม  หรืออาจเป็นเพราะโดนเสยหน้าสมองเลยผิดปกติไป  เซฮุนยืนนิ่งไม่รู้จะทำยังไงต่อพลางลูบที่หลังคอของตนเองเนื่องจากมันเคล็ดเหลือเกินกับสิ่งที่นานึลทำเอาไว้  ทำให้หญิงสาวที่ได้เห็นท่าทางที่ดูเจ็บของเซฮุนก็เร่งถามออกไปเพราะเป็นห่วง

 

 

 

        "เจ็บไหม  ฉันขอโทษนะที่ทำรุนแรง"

 

 

 

        "ไม่เป็นไร"

 

 

 

        "งั้นนายมานั่งนี่สิ  ฉันจะนวดคอกับไหล่ให้เป็นการไถ่โทษ"  เอามือบางตบที่เตียงเชิญชวนให้ผู้ชายเย็นชาคนนั้นมานั่ง  เซฮุนก็เลยไม่ปฏิเสธน้ำใจด้วยการทำตามคำขอ  ชายหนุ่มเดินเข้าไปนั่งบนเตียงผู้ป่วย  ซึ่งนั่นก็ทำให้นานึลยกยิ้มแล้วบีบนวดบริเวณลำคอกับไหล่กว้างๆน่าพิงของเซฮุน

 

 

 

        "...."

 

 

 

        "นายจำได้ไหม  นานมาแล้วนายก็เคยนวดให้ฉัน"

 

 

 

        "...."

 

 

 

        "นายจำได้ไหม  นานมาแล้วนายเคยดีกับฉัน"

 

 

 

        "...."

       

 

 

        "นายจำได้ไหม  นานมาแล้วนายเคยบอกว่านายรัก...ฉัน"  ไม่รู้ว่าทำไมที่อยู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมาพอหวนคิดไปถึงเรื่องราวในวันเก่าๆ  หญิงสาวห้ามใจที่จะไม่ทำลายบรรยากาศของความสุขที่มีอยู่ในเวลานี้  พยายามกะพริบตาให้ถี่ไม่ให้น้ำตามันไหล  มือบางละจากไหล่แข็งแรงชั่วขณะแล้วเช็ดน้ำตาก่อนจะส่งยิ้มไปให้เซฮุนทั้งๆที่เขาไม่เคยคิดจะมองกลับมาเลย

 

 

 

        "...."

 

 

 

        "ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะเซฮุน  ถ้ายังไม่หายปวดเดี๋ยวฉันกลับมานวดให้ใหม่  ถ้าหายแล้วนายจะกลับเลยก็ได้  ฉันกลัวนายจะรำคาญฉันมากไปกว่านี้"  ว่าเสร็จก็ค่อยๆลงจากเตียงโดยมีเซฮุนคอยมองอยู่  และตอนนี้ชายหนุ่มกำลังลังเลใจว่าจะช่วยพาเธอไปส่งถึงในห้องน้ำเลยดีไหมหรือจะให้เธอเดินไปเอง

 

 

 

        .....ตกลงแล้วกูควรทำตัวยังไง?

 

 

 

        มัวแต่คิดจนเธอเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูเรียบร้อย  แล้วสรุปตอนนี้ควรจะคอยหรือควรจะไป  ชายหนุ่มลงจากเตียงแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาก่อนจะพบว่ามีใครบางคนเปิดประตูเข้ามา  ซึ่งใครคนนี้ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล  แต่เป็นน้องชายของคนที่เข้าห้องน้ำอยู่

 

 

 

        "พี่ฮะ!  พี่ฮะ!  ฮือออออ  พี่อยู่ไหน  ผมไม่มีทางไปอยู่กับคนอื่นหรอก  ผมจะอยู่กับพี่นะฮะ...ฮึก..."

 

 

 

        และนั่นก็ทำให้นานึลที่ได้ยินเสียงร้องไห้เอะอะโวยวายรีบออกมาจากห้องน้ำพร้อมปรี่ไปหาน้องชายที่น้ำตาไหลนองหน้า  หญิงสาวคุกเข่าแล้วใช้มือปาดน้ำตาบนใบหน้าของน้องชายจากนั้นจึงกอดเอาไว้พลางปลอบประโลมใจ

 

 

 

        "หยุดร้องไห้ก่อนนะคนเก่งของพี่  ร้องไห้แบบนี้ไม่หล่อเลย"

       

 

 

        "ผมไม่ยอมไปอยู่ไหนทั้งสิ้นผมจะอยู่กับพี่คนเดียว  ผมไม่มีวันที่จะไปอยู่บ้านคนที่ทำให้พี่ร้องไห้ทุกวันแบบพี่เซฮุนหรอก  คนใจร้ายแบบนั้นพี่จะส่งผมไปอยู่กับเขาทำไม  ฮืออออออ..."

 

 

 

        "ฟังพี่ก่อนนะคนเก่ง"

 

 

 

        "ผมไม่ฟังอะไรทั้งนั้น  เราหนีกันเถอะฮะพี่  ฮืออออ...หนีไปไกลให้ไกลจากเรื่องพวกนี้"  ฮานึลดันตัวพี่สาวที่กำลังสวมกอดอยู่ออกแล้วฉวยมือของคนเป็นพี่มาจับเอาไว้ก่อนจะออกแรงดึงให้พี่สาวหนีไปด้วยกัน

 

 

 

        "ฮานึล  การเดินหนีจะทำให้เราเหลืออะไรไหนลองมาพี่มา"

 

 

 

        "เรายังเหลือกันและกันไงฮะพี่..."

 

 

 

        สิ้นเสียงของเด็กน้อยอายุสิบขวบที่ฉลาดเกินวัย  หัวใจของพี่สาวก็เหมือนถูกกระชากออกไปโดยฉับพลัน  นานึลเม้มริมฝีปากกลั้นอาการอยากร้องไห้แต่ก็ต้องแข็งใจเอาไว้เพราะจำเป็นต้องเข้มแข็งต่อหน้าน้องชาย  หญิงสาวจึงต้องกลืนความเสียใจลงไปแล้วพูดบางสิ่งออกมาแทน

 

 

 

        "พี่ไม่เคยสอนให้เราเดินหนีปัญหา  ฮานึลเป็นผู้ชายต้องเข้มแข็งเอาไว้รู้ไหม  การที่ฮานึลไปอยู่บ้านพี่เซฮุนมันเป็นทางออกเดียวที่พี่กับฮานึลยังเจอกันได้ตลอดเวลา  ไม่อย่างนั้นเขาจะส่งน้องพี่ไปอยู่ที่ไหนกับใครก็ไม่รู้  พี่ขอโทษที่ปล่อยให้มันเกิดเรื่องแบบนี้  ทั้งหมดมันเป็นความผิดของพี่เอง"

 

 

 

        "แต่ถ้าผมไม่อยู่  แล้วใครจะดูแลพี่..."

 

 

 

        "พี่ดูแลตัวเองได้ไม่ต้องห่วงนะฮานึล  พอพี่อายุยี่สิบเมื่อไหร่  พี่จะรับฮานึลกลับมาอยู่ด้วยกัน"

 

 

 

        ในขณะเดียวกัน  เซฮุนที่นั่งอยู่บนโซฟาเพ่งมองอยู่นานแล้วก็แอบสงสัยตนเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงต้องมานั่งฟังเรื่องราวไร้สาระ  สายตาบนใบหน้าหล่อเล็งไปยังใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งที่ตอนนี้กำลังส่งยิ้มให้น้องชายทั้งๆที่เธออยากจะรัองไห้  ซึ่งนั่นก็ทำให้เซฮุนแคลงใจว่าจริงๆแล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้เธอทนรับเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆได้มากมายอย่างนี้

 

 

 

        Rrrrrrrrrr

 

 

 

        โทรศัพท์ของเซฮุนดังขึ้นคั่นการพูดคุยของนานึลกับฮานึล  ชายหนุ่มควักโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแล้วมองเบอร์ว่าคือใคร  พอได้เห็นชื่อที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอก็ยกยิ้มอย่างดีใจก่อนจะกดรับแล้วเดินออกไปจากห้อง

 

 

 

        "อ่านาอึน  ฉันกำลังจะกลับแล้ว"

 

 

 

        และนี่คือเสียงที่ทิ้งเอาไว้ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องที่มีแค่หญิงสาวคนหนึ่งกับเด็กชายตัวน้อย  นานึลมองตามแผ่นหลังกว้างจนลับประตูไปด้วยความเสียใจ  สูดลมหายใจอดทนที่จะไม่ร้องไห้ต่อหน้าน้องชาย  แต่เมื่อร่างกายบอบบางถูกสวมกอดจากน้องชาย  น้ำตามากมายมันก็ไหลออกมา

 

 

 

        "พี่ฮะ..."

 

 

 

        "...."

 

 

 

        "ผมรู้ว่าพี่อยากพยายามให้เต็มที่ในการที่จะทำให้พี่เซฮุนกลับมาหา  เพราะพี่ไม่อยากเสียใจเหมือนตอนที่พี่เลิกกับพี่อี้ฟานที่ตอนนั้นพี่ไม่พยายามทำอะไรแค่เดินหนีออกมา  ผมรู้  พี่คิดอยู่เสมอว่าครั้งนั้นถ้าพี่ทำอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่การเดินหนี  พี่อี้ฟานคงจะเข้าใจในปัญหาของพี่"

 

 

 

        "เป็นเพราะพี่อ่อนแอเกินไป..."

 

 

 

        "ผมสนับสนุนให้พี่ทำอย่างที่พี่ตั้งใจ  แต่พี่สัญญากับผมได้ไหมว่ามันต้องมีวันที่พี่หยุด"  กระชับกอดคนเป็นพี่ให้แน่นขึ้นแล้วรอฟังคำตอบจากปากของพี่สาวว่าจะไม่ทรมานตัวเองแบบไร้จุดสิ้นสุดแบบนี้  เป็นผลให้หญิงสาวที่ได้รับความอบอุ่นจากน้องชายพยักหน้ารับแล้วกอดกลับแทนคำขอบคุณที่คอยเป็นห่วงกันเสมอมา

 

 

 

        "พี่สัญญา"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        หลายวันต่อมาทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง  ฮานึลยอมย้ายไปอยู่ที่บ้านของเซฮุนแบบไม่จำใจเสียเท่าไหร่นัก  และโชคดีมากที่พี่จุนมยอนให้พักในร้านจนกว่าจะหาบ้านเช่าหลังใหม่ได้เพราะถ้าจะให้ไปอยู่บ้านผู้ชาย  ใครๆเขาก็คงดูแคลนว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่ดี  ถึงจะเป็นจื่อเทาที่เปรียบเสมือนพี่ชายก็เถอะแต่ยังไงมันก็ไม่ดีอยู่วันยันค่ำ  แถมพี่จุนมยอนยังให้เบิกเงินเดือนล่วงได้จึงมีเงินนำมาซื้อเสื้อผ้าและตำราเรียน  ส่วนบ้านหลังเก่าที่โดนไฟไหม้  นานึลไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าทดแทนเพราะเจ้าของบ้านทำประกันเอาไว้  ที่สำคัญเจ้าของบ้านก็เห็นว่านานึลเป็นเด็กที่ดีคนหนึ่งซึ่งทำงานหาเงินส่งเสียน้องชายเรียนจึงไม่ติดใจเอาความ

 

 

 

        .....โชคดีอะไรขนาดนี้นะ

 

 

 

        หญิงสาวไร้บ้านห่างน้องชายที่ในมือถือกล่องคุกกี้กล่องใหญ่คิดในใจช่วงเช้าระหว่างเดินขึ้นไปห้องโฮมรูมชั้นมัธยมห้าห้องหนึ่งเพื่อจะเอาคุกกี้ที่ลงมืออบเองภายในร้านของพี่จุนมยอนไปขอบคุณเซฮุน  เผื่อว่าเขาจะได้ช่วยดูแลน้องชายนอกเหนือจากคุณหมอโอ  และเพื่อขอบคุณชานยอลสำหรับเรื่องที่ทำไปทั้งหมดจะได้ไม่ต้องรู้สึกติดค้างอะไรอีกต่อไป

 

 

 

        เมื่อมาถึงหน้าห้องเรียนที่เป็นจุดหมาย  หญิงสาวก็ต้องทำใจอยู่พักใหญ่  สูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกแล้วก้าวขาเข้าไปในห้อง  สายตาสอดส่องมองหาผู้ชายเย็นชาคนหนึ่งก็เห็นว่าเขากำลังนั่งกดโทรศัพท์อยู่  โดยที่ข้างกายมีชานยอลกับคยองซูกำลังคุยกัน  นานึลจึงเดินเข้าไปหาท่ามกลางการเฝ้ามองของผองเพื่อนทั้งห้องที่ต่างก็ซุบซิบนินทากันหนาหู

 

 

 

        สวัสดี...

 

 

 

        เสียงหวานแผ่วเบาทำให้การเม้าท์มอยของชานยอลกับคยองซูหยุดลง  ทั้งสามคนมองไปทางต้นเสียงหวานที่แฝงไปด้วยความเศร้าก่อนจะพบเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาดูอ่อนล้าและเหนื่อยตลอดเวลา  และนั่นก็ทำให้ชานยอลตกใจสุดขีดรีบฟุบหน้าลงกับโต๊ะในทันที  ตัดกับคยองซูที่ส่งยิ้มให้  ในขณะที่เซฮุนก็แค่มองนิ่งๆ

 

 

 

        คือว่าเซฮุน...ฉันอบคุกกี้มาให้  คุกกี้สีอ่อนมีรสหวานแบบที่นายชอบ

 

 

 

        “....”

 

 

 

        ส่วนใครที่ไม่ชอบรสหวานก็กินสีเข้มได้นะมันเป็นรสกาแฟ  คยองซูกินด้วยก็ได้ฉันทำมาเยอะเลย”  หญิงสาวยื่นคุกกี้ส่งไปให้เซฮุนที่เอาแต่มองด้วยสายตาที่ไร้เยื่อใย  มือหนาจากผู้ชายไม่มีหัวใจจึงรับมาแล้ววางเอาไว้หน้าตนเอง

 

 

 

        ไม่เห็นต้องลำบากเลย”  เซฮุนว่า

 

 

 

        ฉันอยากทำมาให้เพื่อขอบคุณนาย  ช่วยเอ็นดูฮานึลให้เหมือนกับเป็นน้องชายของนายอีกคนได้ไหม?”

 

 

 

        อืม

 

 

 

        ถึงแม้ว่าเซฮุนจะตอบกลับมาสั้นๆแต่มันก็ทำให้หัวใจเต้นแรงได้เสมอ  หญิงสาวยกยิ้มแล้วมองหน้าของเซฮุนด้วยความคิดถึงและใฝ่หา  ทว่าสายตาบนใบหน้าเศร้าสร้อยก็ยังแลเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนอนฟุบหน้าอยู่ใกล้เซฮุน

 

 

 

        ขอบคุณนายมากเลยนะชานยอลที่ไม่โกรธกันเรื่องที่ฉันทำให้นายเจ็บตัว”  ก้มมองผู้ชายที่อดีตเคยใจร้ายชอบบังคับจิตใจกันเสมอแล้วแอบกำมือเรียกความกล้าที่จะเอ่ยปากขอร้องในสิ่งที่ไม่ควรที่จะรบกวนให้ใครเดือดร้อนออกไป

 

 

 

        เอ่อ...คยองซู  ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย  ถ้าไม่รบกวนนายจนเกินไปช่วยออกไปคุยกันหน้าห้องได้ไหม?”

       

 

 

        สิ้นประโยคขอร้องจากหญิงสาวห้องสาม  คยองซูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจแล้วพยักหน้ารับคำ  ก่อนจะลุกขึ้น  เดินนำไปยังนอกห้องตามประสงค์ของผู้หญิงที่ไอ้เพื่อนไร้หัวใจสองคนมันคงกำลังลังเลอยู่แน่นอนว่าตกลงแล้วพวกมันรู้สึกยังไงกับผู้หญิงคนนี้กันแน่  และนั่นก็ทำให้นานึลเดินตามออกไป  ในขณะที่ชานยอลเมื่อรู้สึกได้ถึงความไกลห่างของนานึลก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาแล้วเพ่งมองแผ่นหลังของเธอพลางพยายามหักใจที่จะไม่วิ่งไปกอดเธอเอาไว้  ตัดกับเซฮุนที่เหลือบตาไปมองชานยอลที่กำลังทำตาละห้อยก็อดที่จะพูดไม่ได้

 

 

 

        ตามึงแดง

 

 

 

        ไอ้เซฮุนมึงหุบปากไปเลย!  เอาคุกกี้มานี่กูจะกิน!  เมียรู้ว่ากูไม่ชอบกินหวานเขาเลยทำรสกาแฟมาให้กู!

 

 

 

        กูให้มึงเลยทั้งกล่อง

 

 

 

        เมียกูอุตส่าห์ทำมาให้ด้วยความยากลำบากทั้งกายและใจทำไมมึงไม่กิน!?”

 

 

 

        เรื่องของกู

 

 

 

        สั้นๆง่ายๆตามสไตล์ผู้ชายเย็นชาไร้หัวใจ  แต่มันโคตรกระแทกตับไตไส้พุงของชานยอลเข้าอย่างจัง  ชายหนุ่มหน้าตาหล่อน่ารักสูดหายใจเข้าออกอยู่หลายทีเป็นการสงบสติอารมณ์ไม่ให้ปล่อยหมัดใส่ใบหน้าอันเฉยชากวนส้นตีนนี่  คงไม่ดีแน่ถ้าจะมีเรื่องชกต่อยกันในห้องโดยที่มีสายตาของเพื่อนร่วมห้องมองอยู่

 

 

 

        เออ!  แล้วอย่ามาทวงคืนนะไอ้เซฮุน  คุกกี้กล่องนี้กูจะเก็บเอาไว้เอง!”  ว่าพลางกระชากกล่องคุกกี้มาครอบครองเสียเองแล้วเปิดกล่องจ้วงคุกกี้รสกาแฟขึ้นมากินเย้ยไอ้เพื่อนเวรหน้าตายให้มันได้รู้ว่าคุกกี้นี่อร่อยขนาดไหน 

 

 

 

        .....ส่วนคุกกี้รสหวานบ้าบอนี่เดี๋ยวกูค่อยเอาไปทิ้ง!

 

 

 

        ตัดมาทางนานึลที่เดินตามคยองซูมาถึงหน้าห้องแล้วตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับความกดดันภายในหัวใจ  หญิงสาวบีบมือของตนเองไปมาแล้วยืนนิ่ง  ทำให้คยองซูที่ตั้งใจรอฟังอยู่ก็เริ่มที่จะรู้สึกถึงได้ความตึงเครียดจึงต้องออกปากถามก่อนว่าตกลงแล้วมันมีเรื่องอะไร

 

 

 

        เธอมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันหรอนานึล?”

 

 

 

        ฉันรู้มาว่าตระกูลของนายมีโรงแรม  ฉันเลยอยากจะถามว่าตอนนี้ที่โรงแรมของนายเปิดรับพนักงานบ้างไหม?”  ถึงแม้ว่ามันจะดูน่าไม่อายไปหน่อยก็ตามทีที่มารบกวนคนดีๆอย่างคยองซู  แต่ช่วงนี้มันจำเป็นจริงๆที่จะต้องทำงานเพิ่มเพื่อหาเงินเช่าบ้านหลังใหม่เนื่องจากเงินเก็บที่มีอยู่จะเอามาใช้ไม่ได้เพราะมันเป็นส่วนที่เก็บเอาไว้ให้ฮานึลเพื่ออนาคตที่ดีของน้องชาย

 

 

 

        เธอทำอะไรเป็นบ้าง?”

 

 

 

        ฉันทำได้ทุกอย่างเลย  ขอแค่มีงานให้ฉันทำ

 

 

 

        คยองซูพยักหน้ารับรู้ถึงความสามารถของผู้หญิงตรงหน้าแล้วส่งยิ้มไปให้เป็นเชิงว่าสบายใจได้เลยเพราะเขาไม่ใช่คนใจร้ายใจดำเหมือนไอ้หนุ่มสองตัวที่นั่งอยู่ในห้อง  ใครมาขอความช่วยเหลือก็พร้อมที่จะช่วย  แล้วยิ่งเป็นผู้หญิงที่ยิ้มสวยมากคนนี้ด้วยแล้วล่ะก็ไม่ช่วยนี่คือกระบือแน่นอน

 

       

 

        เอาเป็นว่าฉันรับเธอเลย  เย็นนี้เดี๋ยวกลับพร้อมกัน  ฉันจะได้ช่วยเอาข้าวของของเธอย้ายมาอยู่ในโรงแรม

 

 

 

        ทำไมฉันถึงต้องย้ายเข้าไปอยู่ในโรงแรมด้วยล่ะคยองซู?”  เอียงคอถามอย่างสงสัย

 

 

 

        เอ่อ...อ๋อ...ห้องพักพนักงานไง  อีกอย่างเธอเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่ไม่ใช่หรอตอนนี้?”  แก้ตัวไป  อันที่จริงไม่มีหรอกห้องพักพนักงาน  แต่เพราะอยากช่วยให้เธอมีบ้านมีช่องนอนไม่ใช่ไปนอนในร้านกาแฟที่รอบด้านมีแต่กระจก

 

 

 

        .....ปลอดภัยที่ไหนล่ะนั่น!

 

 

 

        ห้องพักพนักงาน...ดีจังเลยคยองซู  ฉันขอบคุณมากเลยนะ

 

 

 

        .....เธอหลอกง่ายกว่าที่คิดแฮะ!

 

 

 

        เดี๋ยวรายละเอียดงานค่อยว่ากันนะนานึล

 

 

 

        ขอบคุณอีกครั้งนะคะคยองซู”  ริมฝีปากบางสวยหยักยิ้มส่งไปให้ชายหนุ่มที่กำลังยืนยิ้มตอบกลับมาให้เช่นกัน  ทำให้คยองซูที่ไม่ทันได้เตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับรอยยิ้มอันมีพลังดาเมจรุนแรงยิ่งกว่ารังสีแกรมม่า  ชายหนุ่มแข้งขาอ่อนทรุดตัวนั่งลงไปกับพื้นพร้อมทั้งรู้สึกเหมือนโลกมันหมุนคล้ายกับว่าเขาจะเป็นลม

 

 


        .....รอยยิ้มนั่นทำกูเพ้อ!

 

 

 

        คยองซูนายเป็นอะไรไป!?”  กำลังจะก้มลงไปช่วยแต่กลับถูกคยองซูปฏิเสธด้วยการยกมือหนาขึ้นมาห้าม

 

 

 

        ฉันไหว  อย่าตามฉันมา...”  ขืนตามมาแล้วเจอรังสีรอยยิ้มกระชากใจชายอีกรอบคยองซูคงได้ตายกันพอดี  ชายหนุ่มค่อยๆคลานกลับเข้าไปในห้องอย่างไร้เรี่ยวแรงหมดกำลังเหมือนคนที่โดนเธอแทงข้างหลังแล้วมันทะลุถึงหัวใจ  ส่งผลให้นานึลได้แต่มองไล่หลังตามไปจนผู้ชายท่าทางแปลกคนนั้นเข้าไปในชั้นเรียน  หญิงสาวจึงหันหลังแล้วเดินกลับไปยังโฮมรูมของตนเอง

 

 

 

        แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อทุกสายตาของหญิงชายตามทางเดินต่างก็จับจ้องมองมาที่ตนพลางสลับสายตามองโทรศัพท์ในมือของพวกเขา  หญิงสาวมองไปรอบกายแล้วเดินต่อไปได้ไม่นานก็เห็นนาอึนวิ่งหน้าตาตื่นมาหา  พร้อมกับเอ่ยวาจาที่คนเป็นเพื่อนกันไม่สมควรจะพูดใส่กัน

 

 

 

        ทำไมเธอตอแหลแบบนี้!  นอกจากบ้าผู้ชายแล้วยังสำส่อนด้วย!

 

 

 

        อะไรกันนาอึน?”

 

 

 

        แหกตาดูรูปสิ  นี่เธอขายตัวให้ผู้ชายใช่มั้ย!?” 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดติดและตามตอนต่อไป

คุยกับนักเขียน :

ฉันเหมือนคงไม่มีกำลังและหมดแรงจะเดินจะลุกจะเดินไปฉันเหมือนคนกำลังจะตายอะไรพอเถอะหนา!  รักนางเอกและคิดถึงนางเอกมาก  ติดตามในตอนหน้าว่าจะเจอเรื่องอะไรต่อไปดี  นี่ว่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องจาก #Fic4Me (ฟิคฟอร์มี) เป็น  #โศกนาฏกรรมแห่งหญิงชาย  แล้วล่ะหนา  ว่าแต่รูปที่เพื่อนรักเอามาให้ดูนั่นคือรูปอะไร  แล้วใครอยู่เบื้องหลัง  แล้วผู้ชายมีใครออกมาปกป้องไหม  แล้วมันจะเข้มข้นขนาดไหน  แล้วมันจะเป็นยังไงต่อไป  ขอเชิญติดตามที่ #fic4me ฟิคผู้ชายเหมือนจะดีแต่ไม่เห็นใครจะดีสักคนเริ่มงงละ  ก่อนจากอยากบอกว่า  อยากอ่านคอมเม้นท์หนาอย่าปล่อยให้รอเก้อ  ให้กำลังใจให้พี่ลงต่อไปได้ที่ แท็ก #Fic4me  คอมเม้นท์  และทุกช่องทาง  เพื่อกำลังใจสำหรับคนแก่ๆคนหนึ่งที่ซึ่งรออ่านคอมเม้นท์ รออ่านทวีต  รอการเม้าท์มอยจากพวกเธอ  #สภานานึล โปรดพิจารณาเถอะ  เห็นคอมเม้นท์เห็นแท็กแล้วมันคึกหนาโปรดเข้าใจ



และแฟนอาร์ตจากน้องเดียร์ดีไซน์อาร์ตประจำ #Fic4me เจ้าเก่า  เห็นไหมน่ะว่าหน้าตานางเอกน่ารักน่ากดน่าสงสารขนาดไหน  เป็นใครจะทนไหวเล่า  ก็บอกแล้วไงนางเอกเรื่องนี้สวยทุกคน  รบกวนซูมหน้านางเอก  แล้วจะพบว่าแฟนอาร์ตรูปนี้สื่ออารมณ์นางเอกโคตรจะดีอะ  ปล.ตอนที่เซฮุนอุ้มนางเอกไปที่เตียง ฉากนี้มีคุณหมอโอด้วย



 

แถมยังมีติ่งหมอโอถึงขนาดวาดรูปมาให้  คุณหมอโอมุ้งมิ้งขัดกับนิสัยลูกชายโดยสิ้นเชิง  รบกวนเอ็นดูลูกสะใภ้ด้วยนะคะคุณพ่อ  แฟนอาร์ตจากน้องมิ้นท์  ดีไซน์อาร์ตประจำกิจกรรมสัญญาหนาแห่ง #fic4me  จัดไป

           

  




และไปพบกับความโดดเดี่ยวของพ่อไก่ขนงามกับการโหยหากลุ่ม  แต่ติดที่ว่าอาจารย์ป๋อไม่รับลูกศิษย์เพิ่มอีกแล้ว  น่าสงสารจงอินจริง  พี่ป๋อรับลูกศิษย์ 1 คน ต่อ 1 ภาค เท่านั้น  เสียใจด้วยหนา  อย่าร้องไห้
 

      
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

18,601 ความคิดเห็น

  1. #18576 gpoct (@pun-chita) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 10:44
    เลิกหวังกับได้แล้ววว
    #18576
    0
  2. #18071 gee9397 (@gee9397) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 19:35
    เกียดนาอึนอ่ะเอามันออกไปได้มั้ย55555อินจัด//พูดแบบนี้อย่าเรียกว่าเพื่อนกันเลยดีกว่าค่ะ
    #18071
    0
  3. #18058 HANAHm (@GDxNhz) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 10:17
    แบนอินาอึนจ้า เราไม่ใช่เพื่อนกัน
    สรุปผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตนานึลมีใครดีบ้าง?
    อ๋อ... มินซอก 55555
    #18058
    0
  4. #17660 Kemo19 (@mo-wkm) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 20:58
    แต่เดี๋ยวๆ ทำไมเราถึงรู้สึกเกลียดเพื่อนสนิทจัง เกลียดได้มั้ย ไม่ผิดใช่มั้ย ชื่อตามเราอีก แย่งแฟนเราอีก หึ :'(
    #17660
    0
  5. #17659 Kemo19 (@mo-wkm) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 20:57
    เซฮุนเราอยากจะเลิกชอบนายจริงๆ?? มาโน ไปก่อนนนน ไม่ไหวอ่ะๆ ยอลก็ห่าง ฮุนก็ไม่สนใจ ดีนะที่มีคยอง งั้นเรารักนายนะคยอง ?? 5555555
    #17659
    0
  6. #17579 bbbararam (@bamboobooboo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 09:35
    รู้สึกว่า เกลียดเซมาก =_=
    #17579
    0
  7. #16826 HZZZNINK.EXOL (@wanwanat15) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 22:58
    ถามจริง จากใจเลยนะ ! คนอย่างน่าอึนนี่เรียกว่าเพื่อนได้ด้วยเหรอ?!
    #16826
    0
  8. #16355 atom8812 (@atom8812) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 15:34
    ฮาคมแฝก
    #16355
    0
  9. #16239 kj_potter (@suck__seed) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 15:42
    อ๊ากกกกก พี่จุนมยอนออกมาแล้ววววว 55555555.อีนาอึน มันจะเกินไปแล้วนะ(อินสุดๆ). นี่คยองซูคิดจะหลอกรัยกะเราป้ะเนี้ย. เซฮุน นายช่างใจร้ายยิ่งนัก ฮรืออออออออ~~~~~แต่คุณพ่อเซฮุนน่ารักแฮะ แอบกลัวว่าเซฮุนกะนางเอกเป็นพี่น้องคนละแม่กันอ่ะ. ชานยอลโคตรรักนางเอกอ่ะ โคตรอบอุ่นเลย ตอนแรกแอนตี้ชานยอลมาก ด้วยความของมันที่ทำกะนางเอก(โคตรอิน) แต่ตอนนี้โคตรชอบอ่ะ. แล้วโคตรฮาตอนเทากะลู่สู้กัน
    #16239
    0
  10. #15747 Chalala (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 15:59
    หมั่นไส้นาอึนมากจย้าา~~~
    #15747
    0
  11. #15737 luhan_7 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 09:54
    ใครมีเศษรองเท้าเน่ามั้ยคะ? จะเอามาตบปากอีนาอึนคะ พูดสะแรงไรท์คะเมื่อไหร่นานึลจะแข็งแรงและไม่อ่อนต่อโลกสักทีอะ
    #15737
    0
  12. #15025 Sweetcaramelly (@prawittra) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:24
    คมแฝกทีนึงนี่ฮาท้องแข็งเลยค่ะ ใครก็ได้ลากนาอึนไปตบที!!!!!!
    #15025
    0
  13. #14308 sasiprapa deechairam (@bb_205-elf) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 20:59
    จื่อกับพี่ลู่จะมาตีคมแฝกอะไรตอนนี้ 55555555

    เกลียดนาอึนนนนนนน
    #14308
    0
  14. #13911 pinkydrop (@pinky_drop) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 23:34
    ฮาคมแฟก จะบ้าตายหัวเราะจนคอแทยเคล็ด
    #13911
    0
  15. #13451 เงิงฟ้า peter pan (@skyboo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 11:07
    เกลียดดดดแกกกกกก นาอึน ฮึ่ยย
    #13451
    0
  16. #12710 aom (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 14:34
    ใครทำอะ ฝีมือกัมจงป่าวอะ โอ๊ยเกลียดอีนาอึนกะอิเน่
    #12710
    0
  17. #12660 ฐาณีย์ (@newfrung14) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 22:09
    เอานาอึนกับเซฮุน(ในฟิค)ไปเก็บที่อื่นได้ไหมมมมม ส่วนเซฮุน ตัวจริงเอามาเก็บบ้านข้านี้ 555555555 ปล.รักจื่อเทามากมายผช.อบอุ่น
    #12660
    0
  18. #12602 Ran Koray (fayefur) (@fayefur) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 11:27
    อ๊ากกกก!!! อยากปล่อยไฟ ว่านางเอกว่าขายตัวได้ไง
    #12602
    0
  19. #12438 ✿ UNE ✿ (@punyisalert) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 23:00
    หนูกลับมาแล้วพี่ปอ จากที่ห่างหายจากการเข้าเว็บมานาน ในที่สุดหนูก็คัมแบคแล้ว วะฮะฮะฮ่าาา
    โอเคเริ่มเลยละกันนะคะ หนูจำไม่ได้ว่าเม้นครั้งสุดท้ายที่ตอนไหน แต่หนูก็คอยสนับสนุนพี่มาตลอดเลยยยย ก็สำหรับตอนนี้หนูรักดีโอมาก ถถถถถถ นางน่ารัก T^T น่าจับกดเป็นที่สุด #ผิด ส่วนนาอึนกับเซฮุนก็นะ......... เมื่อไหร่จะเลิกกันคะ - -
    #12438
    0
  20. #12391 ยินดี (@xy-ko) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 08:55
    เอามินซอกมั่งดิไรท์ ไม่ค่อยโผล่มาเลย
    #12391
    0
  21. #12287 Marry (Christmas) (@memee2013) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 15:36
    ร้อยยิ้มของนานึลมีพลังมากขนาดนั้นเชียวรึ คยองซู! แหมๆๆๆๆ ฉันเชียร์คุณค่ะๆๆๆๆๆ ส่วน ชานยอล มึ_____งน่าตบมากกกกกก อยากกอดเขาบอกไปเลยเพ่! ไ________อ้เวรซูจีอะไรนั่นไม่ต้องสนแม่มแล้วววว!!!!! อ______ีนาอึน....ดิฉันเกลียดมึ________ง!!!!!

    ปล.แค่คนในเนื้อเรื่อง ไม่ได้ด่าดาราในชีวิตจริงนะเคอะ!!!!

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 ตุลาคม 2557 / 15:38
    #12287
    0
  22. #12055 -mahmintty (@mintty-pn) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 06:19
    นาอึน! เดี๋ยวไม่ตายดี -_-
    #12055
    0
  23. #11917 Wannipha Tsl (@jaewwaew_1601) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 02:48
    เกลียดนาอึนโว้ยยยยย!!

    คำพูดนางร้ายมากอ่ะ หึ่ยย ขัดใจ เซฮุน คิดไปคิดมาแกก็เหมาะกันดี ไปไกลๆจากนานึลได้แล้ว



    คยองซูนายจะออกโรงแล้วใช่ม้าาา >/<

    ไรท์ค่ะ คยองซูคนนี้ก็ฟินแบบจัดหนักได้บ่ พลีสส สงสารนางเอกจะแย่แบ้ว




    #11917
    0
  24. #11720 ice_skate (@ice_skate) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 16:17
    เปนอย่างที่ไรท์บอกเลยอ่ะ คือรู้สึกแบบนั้นเลยย สู้ๆนะไรท์
    #11720
    0
  25. #11715 fah punnapak (@punnapak) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 13:52
    รูปอะไรล่ะนั้น?? แล้วนี่เซฮุน ทำไมใจร้ายขนาดนี้ นาอึกอีกคน มาว่าเราสำส่อนอีก เหอะ มันเกิดอะไรขึ้นนะ
    #11715
    0