[EXO x YOU]: Fic4Me :แฟนฟิคเรื่องนี้ (Me) ตัวฉันเป็นนางเอก

ตอนที่ 27 : ตอน 22 : For what? เพื่ออะไร. . . [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,448
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    29 ก.ค. 57

   

22

 

 

 

 

 

        กลิ่นควันไฟโชยมาแตะจมูกบนใบหน้าสวยที่ซีดเผือดจนน่าเป็นห่วง  ดวงตาฉายแววแห่งความหวังจดจ้องไปยังภาพเปลวไฟสว่างวาบตรงหน้า  ภายในใจก็คอยภาวนาว่าขอให้ทั้งสองคนที่อยู่ในบ้านปลอดภัยแล้วรีบออกมา  มือบางกุมรอบข้อมือของตนเองที่มีสร้อยรูปดาวจากแม่ที่ใส่ติดตัวเอาไว้เสมอในระยะหลังแล้วหลับตาลงอ้อนวอนขอให้พวกเขาปลอดภัย

 

 

 

        .....พ่อคะแม่คะ  ช่วยน้องกับจื่อเทาด้วยนะคะ  อย่าให้พวกเขาเป็นอะไรเลย

 

       

 

        ดวงตาหม่นหมองน่าเศร้าแต่ไม่ไร้ความหวังค่อยๆลืมขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงกู่ร้องโวยวายจากชาวบ้านแถวนั้นคล้ายกับคนดีใจดังลั่นเข้ามาในหัว  สิ่งทีเห็นคือผู้ชายเนื้อตัวเปรอะเปื้อนคราบเขม่าสีดำกำลังอุ้มเด็กผู้ชายออกมาพร้อมกับมีผ้าพันหัวของเด็กน้อยคนนั้นเอาไว้  ทำให้นานึลดันตัวลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาพวกเขาทั้งคู่  ซึ่งครั้งนี้แทคยอนก็ไม่ห้ามปรามเหมือนที่ผ่านมา

 

 

 

        จื่อเทาวางร่างกายไร้สติของเด็กน้อยลงบนพื้นที่ปลอดภัยท่ามกลางคนมุงมากมาย  มือหนายกขึ้นมาปิดปากแล้วไอออกมาหลายทีเนื่องจากอาการสำลักควันไฟ  เป็นเวลาเดียวกับที่พี่สาวของเจ้าตัวน้อยวิ่งเข้ามาหาพอดี  เธอใช้มือบางน่าสัมผัสนั่นช้อนฮานึลมากอดไว้ก่อนจะร้องไห้ออกมาดังลั่น  ตอนนี้ชายหนุ่มนั้นยังคงเฝ้ามองอยู่ใกล้ๆ  ที่ทำไปไม่ได้หวังอะไรตอบกลับ  แต่สิ่งที่จื่อเทาได้รับคือการถูกสวมกอดด้วยวงแขนอ่อนบางหนึ่งข้างที่ทำให้ผู้ชายตัวใหญ่ที่เคยนั่งยองๆต้องนั่งลงไปกองกับพื้นโดยที่วงแขนของนานึลอีกข้างยังคงกอดฮานึลเอาไว้แน่น

 

 

 

        "จื่อเทา  ฮึก...ฉันขอบคุณนายมากนะ  ขอบคุณจริงๆ  ฮึก...ขอบคุณ..."

 

 

 

        ประโยคที่สื่อถึงคำขอบคุณจากใจถูกส่งออกไปกระทบหัวใจของจื่อเทา  ทำเอามาเฟียที่อ่อนเพลียจากการได้รับแก๊สคาร์บอนมอนนอกไซด์มากเกินไปหัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที  นาทีนี้มันรู้สึกอบอุ่นใจเวลาถูกสวมกอดจากผู้หญิงข้างกาย  ชายหนุ่มจึงกอดนานึลกับฮานึลกลับด้วยวงแขนที่แข็งแรงและสามารถพึ่งพาได้เพื่อแสดงให้หญิงสาวเห็นว่าเธอสำคัญกับเขามากเพียงใด

 

 

 

        "ขอบคุณทำไมเล่า  นี่เต็มใจทำให้"

 

 

 

        "นายอยากมีครอบครัวเพิ่มอีกสองคนไหมจื่อเทา  ฮึก...นายอยากมีน้องสาวกับน้องชายเพิ่มไหม?"

 

 

 

        "ฉันต้องถามเธอมากกว่าว่าเธออยากรับมาเฟียเกเรอย่างฉันเข้าไปเป็นคนในครอบครัวของเธอไหม?"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        ช่วงเช้าภายในโรงพยาบาลโอสาขาห้า  ชายหนุ่มร่างสูงที่มีดวงตากลมโตลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการเจ็บปวดร้าวระบมไปทั่วร่างกายเมื่อขยับตัว  ชานยอลกวาดสายตามองหาใครก็ได้สักคนเพื่อที่จะถามว่ามันเกิดอะไรบ้าบอนักหนา  อย่างเดียวที่ระลึกได้คือใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งที่ลึกๆแล้วยังใจดีกับเขาเสมอมาแม้เขาจะทำร้ายเธอมากแค่ไหน

 

 

 

        .....โอย!  หลังกู!

 

 

 

        กัดฟันขมวดคิ้วมองไปรอบๆห้องก็เจอกับเพศผู้สองคนกำลังนั่งกดโทรศัพท์อยู่คนละมุม  คนนึงหน้าตาน่าเกลียดแถมไร้หัวใจที่สำคัญมันไว้ใจไม่ได้  ส่วนอีกคนหน้าตาพอใช้ได้แต่ไร้ความสามารถในการมองหน้าผู้หญิงยิ้มสวยดังนั้นถือว่ามันไม่มีน้ำยา

 

 

 

        .....โอ้ว  นั่งกันหน้าสลอน!

 

 

 

        "ไอ้คยองซู!  ไอ้เซฮุน!  พวกมึงไม่มีใครไปเรียนเลยเรอะ  แบบนี้ใครจะเลคเชอร์วะ!?"  ทันทีที่เห็นว่าเพื่อนสนิทในกลุ่มสองคนมาเฝ้าไข้ตน  ชานยอลก็ร้อนรนออกปากถามด้วยท่าทีเป็นกังวล  จนคยองซูที่นั่งอยู่อดไม่ได้ที่จะเดินเข้ามาเช็คอาการของเพื่อนที่ดูจะเป็นห่วงการเรียนเสียเหลือเกิน

 

 

 

        "มึงนอนอืดอยู่แบบนี้ใครจะไปมีอารมณ์เรียนวะ  ใช่ไหมไอ้เซฮุน?"  คยองซูหันหน้าไปถามไอ้เพื่อนหน้านิ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก

 

 

 

        "อืม"  เซฮุนพยักหน้าตอบกลับไปพลางยัดโทรศัพท์แล้วดันตัวลุกขึ้นหมายจะเดินไปบอกแพทย์ที่เฝ้าไข้ของไอ้ชานยอลว่ามันรู้สึกตัวแล้ว

 

 

 

        หลายครั้งที่ทั้งชานยอลกับเซฮุนมักมีปัญหากันเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิง  ทว่าสิ่งเหล่านั้นกลับไม่เคยทำลายความสัมพันธ์ที่มีมาร่วมสิบปีของคนทั้งคู่  ไม่แน่อาจจะเป็นเพราะว่ามีคยองซูคอยเป็นกาวเชื่อมทั้งสองคนติดไว้ด้วยกันด้วยคำพูดที่กรอกหูพวกเขาทุกวันว่าอย่าเอาปัญหางี่เง่ามาอยู่เหนือความเป็นเพื่อน

 

 

 

        "เดี๋ยวตำรวจจะมาสอบปากคำมึงตอนเที่ยงๆ  มึงเห็นอะไรมึงก็บอกเขาไป  ส่วนครอบครัวของมึงพอเขารู้ข่าวก็จองไฟล์บินกลับมาจากอเมริกาเลย  คงจะถึงประมาณบ่ายๆหรือไม่ก็เย็นๆ"

 

 

 

        "ว่าแต่ไอ้คยองซู  เมียกูปลอดภัยดีใช่ไหม?"

 

 

 

        "เมียมึงกำลังจะมา"  บอกเพื่อนที่กำลังป่วยมันจะได้มีกำลังใจต่อสู้กับความเจ็บปวดที่เจออยู่ในเวลานี้  ทำให้ชานยอลที่ได้ยินสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินว่าผู้หญิงที่เขาอยากเจอหน้าจะมาหา  มือหนาตะกุยตะกายปัดป่ายไปที่เพื่อนตัวเล็กจนลืมเจ็บไปชั่วขณะ

 

 

 

        "เฮ้ย!  หน้ากูดูเป็นไงวะ  โทรมมากไหม  ขอกระจกด่วนเลยมึง  ให้ตายเถอะมึงผมเผ้ากูก็ยังไม่ได้เซ็ต  ขอหวีให้ไวมึงให้ไว!"

 

 

 

        "ใจเย็นๆสิมึง!"  คยองซูรีบร้อนหาของสองอย่างที่จำเป็นต่อคนหล่อไม่แพ้ผู้หญิง  เพราะความมุ้งมิ้งต่อหน้าเมียก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่คนหล่ออย่างมันปล่อยปะละเลยไม่ได้  ในที่สุดก็หาหวีกับกระจกเจอ  ชายหนุ่มที่เป็นห่วงเพื่อนจนไม่เป็นอันทำอะไรก็ยื่นของเหล่านั้นส่งไปให้  ก่อนที่ชานยอลจะรับไปแล้วจัดแจงวิเคราะห์ใบหน้าตนเอง

 

 

 

        "โอ้โหหน้ากูแม่งอะไรวะเนี่ย!   อื้อหือปากกูโคตรเหม็น!  เออใช่แปรงฟัน  กูต้องแปรงฟัน  ไม่ไหวว่ะมึงกลิ่นปากกู!  อื้อหือผมกู  ตาย!  มึงไปดูดิ้นานึลมารึยัง  อย่าเพิ่งให้เขาเข้ามา  กูขอเวลา..."

 

 

 

        "ชยอล..."

 

 

 

        เสียงหวานโพล่งขึ้นมาขัดการเสริมหล่อของชานยอลให้หยุดลง  ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อน่ารักหันขวับไปมองต้นเสียงหวานเจือความเศร้าก็ต้องตกใจ  มือหนาคลายหวีกับกระจกแล้วปล่อยให้มันร่วงลงสู่เตียง

 

 

 

        "ซูจี  เอ่อ... "  ชานยอลเหลือบสายตามองไปทางคยองซูเป็นเชิงว่าให้มันออกไปอย่าอยู่เป็นก้างขวางคอเวลาที่ผัวเมียเขาจะเคลียร์กัน  ทำให้คยองซูที่ได้เห็นแววตาของเพื่อนก็เข้าใจแล้วยอมเดินออกไปแต่โดยดี  และหลังจากที่ส่วนเกินจากไป  ก็ถึงเวลาที่คนรักเขาคุยกัน

 

 

 

        "ขอโทษที่ฉันไม่ใช่คนที่นายอยากเจอนะชยอล"

 

 

 

        "ซูจี  ตอนที่เราคบกันใหม่ๆ  เธอเป็นคนแรกที่ฉันคิดถึงเสมอ"

 

 

 

        "แล้วตอนนี้ล่ะชยอล?"

 

 

       

        "ตอนนี้เธอก็ยังเป็น"  คว้ามือบางของแฟนสาวที่กำลังยืนทำท่าทำทางจะร้องไห้มากุมเอาไว้แล้วกระชับให้แน่น

 

 

 

        "นายจะไม่ทิ้งฉันไปใช่ไหม?"

 

 

 

        "ทิ้งอะไรกัน  ไม่เอาครับที่รักอย่าร้องไห้"

 

 

 

        ในขณะที่ชายหนุ่มพยายามอย่างมากที่จะลุกขึ้นนั่งหวังจะคว้าร่างกายไร้ความสุขของซูจีมากอดเอาไว้  เธอจะได้รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดน่ะมันเป็นความจริง  ถึงแม้บางสิ่งตอนนี้อาจจะเปลี่ยนไปบ้าง  แต่เรื่องราวทุกอย่างระหว่างตัวเขากับหญิงสาวข้างกายมันก็ยังคงเหมือนเดิม

 

 

 

        .....ต่อไปนี้ฉันจะไม่มีทางทำให้เธอเสียใจอีกเลยซูจี

 

 

 

        ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

 

 

 

        ตั้งใจจะทำในสิ่งที่คิด  แต่ติดตรงที่ว่ามีเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับการที่ประตูเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยตลอดเวลา  คละเคล้ากับดวงตาที่แสนจะอ่อนโยน  ส่งผลให้คนที่เจ็บตัวอยู่ตอนนี้ไร้กำลังจะลุกขึ้นจนต้องนอนลงตามเดิม

 

 

 

        "เอ่อ...ฉันขอโทษที่มา...รบกวน"  นานึลพูดจาติดขัดเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นคนรักกำลังปรับความเข้าใจกัน  ทำให้ซูจีที่ได้ยินหันหน้ามามองด้วยท่าทีโมโหแล้วเดินไปใกล้ผู้หญิงไร้ยางอาย  ก่อนที่ซูจีจะมอบฝ่ามือปะทะใบหน้าของนานึลเข้าอย่างจัง

 

 

 

        เพี้ยะ!

 

 

 

        "นี่สำหรับการที่เธอทำให้ชยอลต้องเจ็บตัว!"

 

 

 

        เพี้ยะ!

 

 

 

        "นี่สำหรับผู้หญิงหน้าด้านอย่างเธอที่เที่ยวมานอนกับแฟนชาวบ้าน!"

 

 

 

        เพี้ยะ!

 

 

 

        "และนี่เพื่อฉลองว่าอีกไม่นานเธอจะเป็นเหมือนฉัน  รู้สึกบ้างหรือยังว่าโดนแย่งแฟนน่ะมันเลวร้ายแค่ไหน!?"

 

 

 

        นานึลยกมือแนบพวงแก้มที่เต็มไปด้วยรอยแดงจากแรงของซูจีที่ส่งมาให้  น่าแปลกที่ในใจกลับไม่โกรธเลยที่เธอทำแบบนี้  มันกลับรู้สึกดีเสียอีกเพราะตนก็สมควรแล้วที่จะต้องโดนแบบนี้  แต่เจ็บตัวแค่นี้มันคงยังไม่สาสมกับการที่ทำให้ซูจีต้องเสียใจ  และเพื่อเป็นการกลั้นน้ำตาของตัวเองไม่ให้ไหล  หญิงสาวจึงต้องบอกความจริงเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมด

 

 

 

        "ซูจี  ฉันกับเธอไม่เหมือนกันหรอก  เราสองคนต่างกันมาก"

 

 

 

        “....”

 

 

 

        ต่างกันตรงที่แฟนเธอรักเธอคนเดียว  แต่แฟนฉันไม่เคยรักฉัน  แล้วตอนนี้ฉันก็เกลียดตัวเองมากเลยที่ทำให้เธอเสียใจ  ฉันละอายใจ  ไม่ใช่ฉันจะมีความสุขที่เหตุการณ์มันเป็นแบบนี้  ฉันขอโทษจริงๆนะซูจี

 

 

 

        ประโยคที่กลั่นออกมาจากดวงฤทัยเรียกความประหลาดใจจากซูจีได้เป็นอย่างดี  รวมถึงชานยอลที่ตอนนี้หัวใจมันกำลังสั่งให้ร่างกายลุกไปเอาปากของเขาอุดปากของเธอเสีย  ผู้หญิงใจดีคนนั้นจะได้หยุดพูดจาเหมือนกับว่าตัวเธอเองไร้ค่าสักที  แต่รอบนี้สมองมันชนะหัวใจเพราะชานยอลยังคงนอนอยู่เฉยๆไม่พูดอะไรทั้งนั้น  ไม่เช่นนั้นตัวเขาคงจะเสียซูจีไปแน่ๆถ้าหากเผลอทำอะไรไปแบบไม่คิดเหมือนที่ผ่านมา

 

 

 

        "ย้ายโรงเรียนไปซะ  สังคมที่นี่ไม่เหมาะกับเธอหรอก  หาโรงเรียนที่เหมาะกับเธอแล้วรีบย้ายออกไป"  ซูจีกล่าว

 

 

 

        นานึลพยักหน้ารับคำด้วยท่าทีน่าสงสารที่บาดลึกหัวใจของชายหนุ่มเพียงคนเดียวในห้องให้เร่งสร้างหยดน้ำตาจนมันเอ่อซึมตามขอบดวงตาไม่แพ้ผู้หญิงที่กำลังโดนด่าว่าอยู่ในขณะนี้  ชานยอลเม้มริมฝีปาก ขมวดคิ้วแล้วหลับตาลงกลั้นใจที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับนานึลอีกแล้วเรื่องมันจะได้จบ

 

 

 

        .....ย้ายโรงเรียนไปก็ดี  รีบๆย้ายไปก่อนที่ฉันจะทำให้ซูจีเสียใจไปมากกว่านี้

 

 

 

        พยายามบอกตัวเองว่าคนที่ควรคิดถึงคือซูจีไม่ใช่ใครอื่น  ฝืนใจจนอยากจะหลับไปแล้วไม่ต้องตื่นขึ้นมามันจะได้ไม่ทรมาน  และในขณะที่นานึลกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องก็เจอกับใครสักคนเปิดประตูเข้ามาพอดี  สายตาบนใบหน้าบวมช้ำจึงช้อนขึ้นมองดูก่อนจะพบกับผู้ชายที่ไม่ว่าจะทำยังไงเขาก็ไม่เคยมอบความรักกลับมาให้  ซึ่งข้างหลังของเขามีชายในชุดกราวน์ยืนอยู่

 

 

 

        "เดี๋ยวรบกวนดูอาการเบื้องต้นของเพื่อนผมด้วยนะครับ"  เซฮุนฝากฝังแพทย์พลางเดินผ่านนานึลโดยไม่คิดถามไถ่กันสักคำว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้  และนั่นก็ทำให้หญิงสาวที่มักจะถูกผู้คนมองผ่านเสมอเข้าใจถึงความเป็นไปในปัจจุบัน

 

 

 

        "แหม!  แอบมาอ่อยผู้ชายอยู่นี่เอง น้องเธอถามหาเธออยู่นะ  ฉันต้องมาตามเนี่ย  ง่วงก็ง่วง  แฟนใหม่เธอก็หายไปไหนก็ไม่รู้ทิ้งไว้แต่ลูกน้องให้เฝ้าหน้าห้อง  แรดกับผู้ชายเสร็จก็ไปหาน้องเธอได้แล้วนะ!"

 

 

 

        ถ้อยคำของนาอึนที่เข้ามาใหม่ทำให้สิ่งมีชีวิตทุกคนหันมามองกันเป็นตาเดียวรวมถึงหมอที่กำลังตรวจอาการของชานยอลอยู่  ไม่เว้นแม้แต่เซฮุนที่แอบยิ้มในท่าทีเหวี่ยงใส่แบบไร้เหตุผลของนาอึนที่นับวันยิ่งน่าสนใจผิดกับผู้หญิงจืดชืดอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆนาอึนที่ในระยะหลังมานี่เริ่มทำตัวน่ารำคาญทั้งโทร.หาและตามตื๊อ

 

 

 

        "ว่าคนอื่นเขาว่าแรด  ไม่มองตัวเองเล้ย"  ซูจีกอดอกเปรยลอยๆ

 

 

 

        "ฉันพูดผิดตรงไหน  มีสามีสองคนถ้าไม่เรียกว่าแรดแล้วจะให้เรียกว่าอะไร  ใช่ไหมซูจี?"  ปล่อยวลีที่กระทบทั้งซูจีกับนานึลให้ได้สะใจกันไป  ทำให้นานึลรีบปลีกตัวออกไปจากห้องก่อนที่อะไรๆมันจะเลวร้ายไปมากกว่านี้  ในขณะที่ผู้ชายวัยรุ่นสองคนเพิ่งจะคิดได้ว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ

 

 

 

        "นาอึน  เมื่อกี้เธอพูดคล้ายกับว่าตอนนี้ฮานึลอยู่โรงพยาบาล?"  อันนี้เป็นประโยคคำถามของเซฮุน

 

 

 

        "เฮ้ยเธอ!  เมื่อกี้เธอพูดว่าแฟนใหม่ของนานึลเรอะ  มันเป็นใครวะ!?"  ส่วนอันนี้เป็นประโยคคำถามของชานยอล  เนื่องด้วยผู้ชายมักมากสองคนระดมรัวคำถามเข้ามาใส่  นาอึนเลยต้องไขทุกความสงสัยให้มันกระจ่าง

 

 

 

        "เมื่อคืนบ้านเช่าของนานึลไฟไหม้ทั้งหลัง  ส่วนฮานึลก็ติดอยู่ในบ้านตอนไฟไหม้  นี่ดีนะที่แฟนใหม่ของนานึลชื่อจื่อทงจื่อเทาอะไรเนี่ยแหละเข้าไปช่วยฮานึลได้ทัน  ตอนนี้ฮานึลเลยปลอดภัยนอนสบายใจอยู่ในโรงพยาบาล"

 

 

 

        สิ้นเสียงของผู้หญิงไร้มารยาทตามความคิดของชานยอลที่ไม่ว่าไอ้เซฮุนจะสนใจชะนีนางนี้มากแค่ไหน  ผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนเดียวที่เขาจะไม่ขอเข้าไปมีส่วนร่วมแบ่งปันเหมือนกับผู้หญิงของไอ้เซฮุนที่ผ่านมาทุกคน  เพราะตอนนี้ในใจมันกำลังตำหนินานึลเบาๆ

 

 

 

        .....ตัวเองมีปัญหาตั้งมากมายยังจะมีแก่ใจมาเยี่ยมคนที่ชอบทำร้ายเธออย่างฉันเนี่ยนะ!?

 

 

 

        ตัดกับเซฮุนที่ไม่คิดอะไรทั้งสิ้นรีบคว้าข้อมือบางของนาอึนให้เดินตามตนไปแบบไร้จุดหมาย  ทำให้คนแถวนั้นทายกันไม่ยากว่าเซฮุนจะไปที่ไหน  ชานยอลที่นอนคล้ายคนตายอยู่บนเตียงคนป่วยจึงตะโกนไล่หลังตามไปแบบไม่สนใจแพทย์วัยกลางคนที่กำลังตรวจตัวเขาเลย

 

 

 

        ไอ้เซฮุน  มึงไปคนเดียวก็พออย่าเอานาอึนไปกวนใจเมียกู!” 

 

 

 

        เมียมึงยืนอยู่ใกล้ๆมึงไม่ใช่รึไง?”  ว่าเสร็จก็เดินออกไปจากห้อง 

 

 

 

        ซึ่งน้ำเสียงเรียบนิ่งที่แสนจะเย็นชาเสียบลงกลางใจของชานยอลเข้าเต็มที่  เมื่อมาคิดดูดีๆแล้วไอ้ปากเวรนี่ไม่น่าจะพูดออกไปแบบนั้นทั้งๆที่ตั้งปณิธานเอาไว้แล้วว่าจะไม่ทำให้ซูจีต้องร้องไห้อีกเพราะนิสัยไม่มั่นคงและรวนเรไปมาของตัวเอง

 

 

 

        ฉันขอโทษ  ฉันจะพยายามตัดใจจากนานึล”  ส่งรอยยิ้มที่จริงใจไปให้แฟนสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล  สายตาคมคายจดจ้องใบหน้าสวยอยู่แบบนั้นราวกับรอการให้อภัยสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา  ซึ่งนั้นก็ทำให้หญิงสาวคนหนึ่งพยักหน้าแล้วยิ้มรับพร้อมยกมือบางขึ้นมาปาดน้ำตา

 

 

 

        ชยอล...

 

 

 

        มีอะไรหรอซูจี?”

 

 

 

        ในเมื่อผู้ชายที่เปรียบเสมือนดวงฤทัยเอ่ยประโยคที่ชัดเจนถึงความรู้สึกทั้งหมดว่าเขาจะพยายามตัดใจจากผู้หญิงอีกคนก็เท่ากับว่าหัวใจของชานยอลไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป  หญิงสาวจึงจำเป็นต้องเอ่ยคำพูดเพื่อเหนี่ยวรั้งหัวใจของชานยอลให้กลับมาอยู่ที่ตัวเธอเองอีกครั้ง

 

 

 

        ฉันท้อง...

 

 

 

        คำสองคำที่ทำให้ทั้งชีวิตของชานยอลเปลี่ยนไปดังลั่นเข้ามาหัวเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจให้เร็วขึ้น  ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองใบหน้าสวยที่กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน  ตอนนี้หัวสมองมันว่างเปล่าไปหมด  ตัดกับแพทย์ที่ตรวจเสร็จพอดีเมื่อได้ยินวัยรุ่นสองคนท่าทางจะมีปัญหา  เขาก็เดินออกไปจากห้องปล่อยให้หนุ่มสาวเขาแก้ปัญหากันไป  ไม่เช่นนั้นเด็กๆพวกนี้ก็จะไม่รู้ว่าปัญหาที่เจออยู่ตอนนี้มันหนักหนามากแค่ไหนสำหรับอนาคตของพวกเขาทั้งคู่

 

 

 

        เธอว่าไงนะ?”

 

 

 

        ฉันท้อง”  มือบางเปิดกระเป๋าสะพายข้างใบสวยแล้วหยิบที่ตรวจครรภ์ขึ้นมากำเอาไว้  ก่อนจะตั้งใจส่งมันให้กับพ่อของลูกในท้อง  ทำให้ชายหนุ่มที่นอนป่วยอยู่รับสิ่งของนั้นมาดูให้แน่ใจ

 

 

 

        .....กูพลาดได้ยังไงวะเนี่ย!?

 

 

 

        นายยังอยากจะจากฉันไปอยู่อีกมั้ยชยอล?”  ถามผู้ชายใกล้ตัวเบาๆ

 

 

 

        นานเท่าไหร่แล้วที่เธอปิดเรื่องนี้ไม่ให้ฉันรู้?”  ไม่ตอบคำถามแต่มองหน้าแล้วถามกลับด้วยท่าทีสงบ

 

 

 

        ฉันไม่อยากให้ชยอลลำบากใจ

 

 

 

        แต่เธอก็ไม่ควรที่จะปิดเรื่องนี้  ฉันทำฉันกล้ารับ

 

 

 

        ถ้อยคำที่เจือความหนักแน่นของชานยอลส่งผลให้ซูจีระบายยิ้มออกมาด้วยความดีใจ  ร่างบางโน้มลงสวมกอดผู้ชายแสนดีเอาไว้ทั้งๆที่เขายังคงนอนอยู่  ชายหนุ่มจึงส่งสองแขนแข็งแรงโอบเพื่อแสดงให้คนตัวเล็กที่กำลังต้องการที่พึ่งได้รับรู้ว่าเขาไม่ใช่คนเหลวไหลขนาดที่จะสั่งให้เธอไปทำแท้งเหมือนกับใครบางคน  มือหนาบรรจงลูบหัวหญิงสาวไปมาราวกับบอกด้วยภาษากายว่าไม่มีอะไรต้องกังวล

 

 

 

        บางนิสัยของฉันมันเลิกยากเข้าใจไหมซูจี  ฉันรู้ตัวดีว่าที่ผ่านมาฉันเป็นคนยังไง

 

 

 

        นายเป็นคนดีเสมอสำหรับฉันนะชยอล

 

 

 

        คนที่ขยันแต่ทำให้ผู้หญิงที่เขารักเสียใจมันไม่ได้เรียกว่าคนดีหรอกครับที่รัก

 

 

 

        ฮึก...

 

 

 

        ต่อไปนี้เธอตบตีฉันบ้างก็ได้นะถ้าฉันออกนอกลู่นอกทาง” 

 

 

 

        ชานยอลยกยิ้มแล้วกระชับกอดให้แน่นขึ้นมากกว่าเก่า  บางทีการที่เกิดเรื่องแบบนี้กับเขาก็อาจจะเป็นโอกาสที่ดีในการที่ชายหนุ่มใช้เป็นข้ออ้างให้หัวใจเลิกคิดถึงแต่ผู้หญิงที่ไม่มีวันรักเขาเลยไม่ว่าจะทำดีให้สักแค่ไหน  ถึงเวลาที่ต้องพอกันทีกับการต้องวิ่งตามคนที่เอาแต่วิ่งหนีที่นับวันยิ่งวิ่งออกไปไกล  ในเมื่อร่างกายและหัวใจมันเหนื่อยก็ควรจะหยุดเสียที  แต่นี่มันไม่ใช่เหตุผลหลักที่ชานยอลยอมปล่อยนานึลไป  หากแต่เหตุผลที่อยู่เหนือเหตุผลทั้งมวลมันเป็นตัวกั้นขวางตัวเขากับผู้หญิงใจดีคนนั้นเอาไว้ไม่ให้อยู่ใกล้กันได้เลย 

 

 

 

        .....ลาก่อนนานึล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        "โอ้ย!  นี่นายจะลากฉันไปไหน  ฮานึลพักอยู่ห้องทางโน้น  ไม่ใช่ทางนี้!"  หลังจากที่โดนเซฮุนลากมาแบบไม่ทันตั้งตัว  นาอึนก็กดปลายเท้าให้ยืนนิ่งอยู่กับที่แล้วสะบัดข้อมือของตนเองให้หลุดออกจากการเกาะกุมของเซฮุน  ทำให้ชายหนุ่มนิสัยเย็นชาไม่สนใจโลกหยุดเดินก่อนที่จะหันใบหน้าหล่อเหลากระชากใจผู้หญิงทั้งโลกมามองผู้หญิงใกล้ตัว

 

 

 

        "ฟังจากที่เธอเล่าแล้วฮานึลดูก็ท่าทางปลอดภัยดี  ฉันไม่จำเป็นต้องไปเยี่ยมหรอก"

 

 

 

        "เอ้า!  แล้วนายจะลากฉันออกมาทำไม!?"

 

 

 

        "ฉันอยากอยู่กับเธอแค่สองคน"

 

 

 

        นาอึนช้อนสายตามองเจ้าของคำพูดที่ทำให้หัวใจมันสั่นไหวจนหยุดไม่ได้  หญิงสาวกลั้นหายใจเมินหน้าหนีไปทางอื่น  ขืนใจที่จะไม่หันกลับไปมองสายตาของร่างสูงตรงหน้า  เนื่องจากไม่อาจที่จะรับรู้ได้เลยว่าเขาพูดแบบนี้มันหมายความว่ายังไง

 

 

 

        .....ห้ามหลงกลเขาเชียวนะ!

 

 

 

        บอกกับใจตัวเองอยู่ได้ไม่นาน  ขันติที่สะสมมานานก็ขาดลงในทันที  เมื่อโสตประสาทไม่รักดีมันดันได้ยินน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นของผู้ชายที่เอาแต่ยืนจ้องมองมาด้วยสายตาคมคายปัดสติให้หลุดลอยออกไปไกล

 

 

 

        "เธอเลิกใจแข็งกับฉันสักที"

 

 

 

        "อะไรของนาย  อย่ามาพูดจาบ้าๆแบบนี้นะ!" 

 

 

 

        "ฉันชอบเธอ  มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะนะ"

 

 

 

 

40%

 

 

 

        นานึลเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วยพิเศษที่ต้องผ่านลูกน้องคนสนิทอย่างแทคยอนที่คอยเฝ้าอยู่หน้าห้องเมื่อหมดเรื่องที่แบกรับมานานระหว่างตนกับผู้ชายใจร้าย  ในเวลานี้ดูท่าว่าชานยอลคงจะไม่มายุ่งกับร่างกายไร้ค่านี้อีกแล้วเมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตากลมที่แฝงไปด้วยความเศร้าคู่นั้น  อันที่จริงไม่ได้ดีใจเท่าไหร่นักที่เขาจะจากไปโดยที่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยขอโทษที่ทำให้คนใจดำคนนั้นเจ็บตัว

 

 

 

        ....ลาก่อนชานยอล

 

 

 

        มือบางยกขึ้นลูบแก้มปกปิดรอยแดงจากเพื่อนร่วมห้องตักเตือนให้คนโง่คนนี้ได้รู้อะไรมากมาย  สายตาบนใบหน้าไร้ความสุขกวาดมองไปรอบห้องก็พบเข้ากับเด็กชายตัวน้อยที่ยังคงหลับสนิทและไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา  ซึ่งมันสวนทางกับนาอึนที่ว่าฮานึลนั้นตื่นแล้ว

 

 

 

        .....ตกลงเธอจะดีหรือจะร้ายกับฉันกันแน่นะนาอึน?

 

 

 

        สองขาเรียวก้าวเดินไปหาน้องชายแล้วหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงคนป่วย  ไม่นานนักก็รู้สึกเหมือนมีสิ่งมีชีวิตอยู่ข้างหลัง  หญิงสาวหันไปมองอย่างเชื่องช้าก่อนที่สายตาจะปะทะกับร่างสูงกำลังหลับอยู่บนโซฟา  ทำให้นานึลคิดได้ว่าสิ่งที่ชายคนนั้นพร่ำบอกกับตนตั้งแต่เจอกันนั่นมันเป็นเรื่องจริง

       

 

 

        .....นี่นายอยู่ข้างหลังฉันตลอดเลยรึไง?

 

 

 

        ลอบถอนหายใจแล้วดันตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อจะหยิบผ้าห่มสำหรับญาติผู้ป่วยที่อยู่ในตู้มาห่มให้  เพราะที่ผู้ชายพึ่งพาได้ใกล้ตัวหลับเป็นตายขนาดนี้สาเหตุหนึ่งก็คงมาจากการที่เขายอมบริจาคเลือดช่วยคนที่ไม่รู้จักอย่างชานยอล  แล้วไหนจะต้องมาช่วยฮานึลที่ตกอยู่ในอันตราย  มือบางกระชับผ้าห่มผืนใหญ่แล้วบรรจงห่มให้ร่างกายแข็งแรงด้วยความเป็นห่วงเสมือนกับคนในครอบครัว   แต่จื่อเทากลับสะดุ้งตัวลุกขึ้นนั่งแล้วกระชากข้อมือของนานึลอย่างแรงจนเสียหลักเกือบจะล้ม  ผสมกับการที่มาเฟียตระกูลหวงชักปืนออกมาจ่อขมับของบุคคลต้องสงสัยเอาไว้

       

 

 

        “จื่อเทา  นี่ฉันเอง!

 

 

 

        “อ่อ...เธอเองหรอ?”  ขมวดคิ้วมองใบหน้าสวยที่กำลังทำหน้าตาตื่นอยู่  ไม่บอกก็รู้ว่าเธอตกใจมากแค่ไหนที่ตัวเขาเอาอาวุธร้ายแรงออกมาเสยหน้าเธอเช่นนี้  ชายหนุ่มที่เพิ่งตื่นนอนจึงปล่อยข้อมือบางของผู้มีพระคุณพลางลดปืนลงแล้ววางเอาไว้ไม่ไกล  เป็นผลให้หญิงสาวส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ  ที่มาเฟียใกล้ตัวยังไม่เลิกนิสัยขี้ระแวงคนอื่นสักที

 

 

 

        .....ถ้าปืนมันลั่นเปรี้ยงปร้างขึ้นมาจะทำยังไง!?

 

 

 

        นานึลจึงหันหลังกลับไปลากเอาเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยนั่งมาตรงหน้าจื่อเทาที่มัวแต่นั่งก้มหน้าเอามือบีบดั้งไปมาคล้ายกำลังระบายความเครียด  และเมื่อหญิงสาวเห็นเช่นนั้นจึงหย่อนตัวลงนั่งตรงข้ามกับจื่อเทา  แล้วกอดอกถามไถ่สมาชิกใหม่ในครอบครัว

 

 

 

        “นิสัยขี้ระแวงของนายปล่อยทิ้งไปบ้างไม่ได้หรือไงกัน?”

 

 

 

        “....”

 

 

 

        “นายระแวงคนอื่นตลอดเวลาแบบนี้นายมีความสุขไหมจื่อเทา?”   เอียงคอถามผู้ชายตรงหน้า

 

 

 

        “ก็คล้ายๆกับเธอ  แม่งโคตรไม่มีความสุขในชีวิตเลยให้ตายเถอะ”  พ่นลมหายใจแล้วพิงกายไปยังโซฟานุ่มนิ่ม  หลับตาพริ้มครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆและเรื่องวุ่นวายทั้งหลายแหล่ที่เจอมา  ทว่ามีถ้อยคำหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายใจกล้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

 

        “ไม่คล้ายฉันหรอก  ฉันมีความสุขมากเลยตอนนี้เพราะคนที่ฉันรักปลอดภัย

 

 

 

        “ฮานึล  กับไอ้...”  ชายหนุ่มละจากพนักพิงเบาะแล้วนั่งหลังตรงอีกครั้ง

 

 

 

        “ฉันหมายถึง  น้องชายกับพี่ชายที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นานต่างหาก  อ่อจื่อเทา  พี่ชายของฉันคนนี้หน้าตาดี  ใจดี  พึ่งพาได้  แถมยังมีตำแหน่งเป็นถึงผู้สืบทอดตระกูลมาเฟียอีกด้วยนะ  นายรู้จักเขาไหมล่ะ?”  ยกยิ้มทำหน้าเพ้อฝันหวังเพียงแบ่งเบาความเครียดของผู้ชายใกล้ตัวให้เขาได้สบายใจ  ทำให้คนที่ถูกพาดพิงส่ายหน้าด้วยความเอือมในท่าทีที่แสนจะเหลวไหล

 

 

 

        “ต้องขำปะ  ถ้าเธอไม่สั่งให้ขำฉันไม่ขำนะ

 

 

 

        “โหยตายแล้ว  ขำเดี๋ยวนี้!”  นิ้วเล็กชี้หน้าสั่งอย่างแข็งขัน

 

 

 

        “ฮะ  ฮ่า!”  ขำออกมาแค่สองคำแล้วหยุด

 

 

 

        และด้วยความที่จื่อเทากล้าหักหน้าในมุขที่อุตส่าห์คิดมาเป็นแรมปี  หญิงสาวจึงหรี่ตาเม้มปากด้วยความเสียหน้า  ก่อนที่สมองน้อยไร้รอยหยักจะเริ่มคิดได้ว่า  การที่เขาเครียดแบบนี้บางทีจื่อเทาอาจจะกลับไปสู่วังวนเดิมด้วยการนำควันพิษเข้าปอดอย่างที่แล้วมา

 

 

 

        .....ฉันจะไม่ยอมให้นายกลับไปเป็นสิงห์อมควันเด็ดขาด!

 

 

 

        ไม่ได้แล้วจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด  หญิงสาวไม่สามารถปล่อยให้พี่ชายคนเดียวสิ้นชีพด้วยโรคถุงลมโป่งพองได้  มันทรมานมากเลยกว่าจะตายต้องดิ้นทุรนทุรายก่อนจะสิ้นใจ  ที่สำคัญคือเปลืองเงินเปลืองทองมากในการรักษา  นานึลพยักหน้าอย่างมาดมั่นแล้วชะโงกหน้าเข้าไปใกล้จื่อเทา  ใช้จมูกสูดดมนิโคตินเนื่องจากถ้าถามไปเขาคงไม่ตอบอยู่แล้ว

 

 

 

        .....ไม่ได้กลิ่นเลย  ต้องเข้าไปใกล้กว่านี้อีก!

 

 

 

        หารู้ไม่ว่าการยื่นใบหน้าน่ารักเข้ามาใกล้ๆแบบนี้มันมีผลกระทบต่อหัวใจของมาเฟียอย่างจื่อเทา  ใจมันสั่นจนเหมือนจะกระเด็นหลุดออกมาทั้งๆที่บอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าอย่าคิดไปไกลกับผู้มีพระคุณ  ชายหนุ่มนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าเขยิบหนี

 

 

 

        .....อย่ายั่วสิแม่คุณ  อย่ายั่ว!

 

 

 

        ดูเหมือนเธอจะยังไม่ละความพยายามในการแอ่นหน้าเข้ามาใกล้  หรือการที่ผู้หญิงใกล้ตัวทำท่าทำทางแปลกไปอาจเป็นเพราะต้องการของรางวัลจากพี่ชายอย่างตัวเขาเช่นการหอมแก้มด้วยความเอ็นดูหรือการจูบที่หน้าผากสักครั้งในฐานะพี่ชายกับน้องสาวเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีจิต

 

 

 

        ....เชี่ยแม่งเอ้ย  อยากแดกส้นตีนกูแม่งตายห่าชิบหายตีนกูแข็ง!

 

 

 

        ตอนนี้อะไรจะแข็งจะอ่อนไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป  คือมันเกร็งและกดดันจนทำอะไรไม่ถูกขนาดหายใจยังแทบจะไม่กล้า  เลยเผลออุทานคำหยาบออกมาแบบไร้ความหมายภายในใจ  และเนื่องด้วยว่าผู้หญิงใจดีคนนี้เสนอหน้าเข้ามาใกล้  สายตาแหลมคมประดุจนกอินทรีเลยสังเกตเห็นรอยแดงอย่างชัดเจนบนพวงแก้มใส

 

 

 

        “นานึล  หน้าเธอไปโดนอะไรมานั่น?”  เสียงต่ำเอ่ยขึ้นเป็นผลให้นานึลชักหน้ากลับไปแล้วส่ายหน้าแทนคำตอบ  พลางเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีหวังที่จะเปลี่ยนความสนใจก่อนที่มาเฟียหนุ่มจะสงสัยอะไรมากไปกว่านี้

 

 

 

        “ว่าแต่นายเคยนอนหลับสนิทบ้างไหมจื่อเทา?”

       

 

 

        “ฉะ...

 

 

 

        “อย่าบอกนะว่านายจะพูดว่า  โอ้วนานึล  ฉันนอนหลับสนิทเพราะเธอแบบพระเอกในนิยายรักหวานซึ้ง  ฉันเดาถูกไหม?”  ถึงแม้มันจะแลดูสำคัญตัวเองมากไปก็ตามที  แต่ก็มีวิธีนี้วิธีเดียวที่จะเบี่ยงเบนเรื่องรอยตบบนใบหน้าได้  ไม่นานนัก  คำตอบสำหรับคำถามก็ถูกเปล่งออกมาจากปากของพี่ชายคนใหม่  เป็นประโยคที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าสวยหุบลงอย่างช้าๆ

 

 

 

        “เธอคิดผิดอีกแล้วนะนานึล  ตั้งแต่ฉันมาเจอเธอ  ฉันไม่เคยนอนหลับสนิทเลยต่างหาก” 

 

 

 

        “อุ่ย...

 

 

 

        “เป็นห่วงเธอมากจนละสายตาจากเธอไม่ได้เลย"

 

 

 

        จื่อเทารู้ตัวดีว่าความสัมพันธ์ที่เผชิญอยู่ในขณะนี้มันไม่ใช่แค่ความรักแบบที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักผู้หญิงคนหนึ่งแบบผู้มีพระคุณหรือแบบน้องสาว  แต่จื่อเทาเลือกที่จะไม่พูดมันออกไปเพราะกลัวเหลือเกินว่ามันจะทำลายความรักที่นานึลมีให้ตัวเขาในฐานะคนในครอบครัว

 

 

 

        “นายกลัวใครจะมาทำอะไรฉันหรอ  มีเรื่องอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีกไหม?”

       

 

 

        “เปล่า  แค่เป็นห่วงในฐานะพี่ชายน่า” 

 

 

 

        .....ใครจะกล้าบอกเล่าแม่คุณเอ๋ยว่าเธอกำลังมีมาเฟียโหดเถื่อนอย่างไอ้อี้ชิงตามระเบิดหัวอยู่

 

 

 

        “งั้นนายจับมือของฉันเอาไว้แล้วค่อยหลับ  ทีนี้นายก็ไม่ต้องกังวลว่าฉันจะไม่ปลอดภัยเพราะฉันอยู่ใกล้นาย

 

 

 

        ความใจดีที่ส่งมาให้ผู้ชายที่ไม่เคยได้รับความห่วงใยจากคนรอบข้างมันชั่งทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างไม่สามารถที่จะอธิบายได้  มันหวานมันหอมมันละมุนละไมราวกับถูกความสุขห่อหุ้มร่างกายเอาไว้  นี่ล่ะมั้งคือผลพลอยได้จากการที่มีครอบครัวคอยเอาใจใส่  ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาเข้าไปกุมมือบางเอาไว้  แม้มันไม่ใช่คำสั่งแต่นาทีนี้ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรก็พร้อมทำตามหมดทุกอย่าง  ร่างสูงกระชับมือบางอ่อนนุ่มแล้วทิ้งตัวลงนอน  ก่อนจะรู้รับได้ถึงความกล้าที่จะหลับตาลงในแบบที่หมดความกังวล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        เวลาผ่านมาเนิ่นนานพอที่จะทำให้หญิงสาวแน่ใจว่าผู้ชายที่กำลังจับมือของตนเอาไว้หลับสนิทดี  เนื่องด้วยสะกิดเขาหลายทีก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเอาปืนจ่อหัวไว้อย่างเคย  นานึลจึงค่อยๆเอามือออกจากมือของจื่อเทาเบาๆแล้วลากเก้าอี้กลับไปเฝ้ามองน้องชาย  มือบางเท้าคางจดจ้องใบหน้าน่ารักของฮานึลอยู่ได้ไม่นานก็มีใครสักคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง  เมื่อหันไปมองก็เจอนาอึนเดินเข้ามาแบบไร้วิญญาณ  นานึลจึงลนลานหาเก้าอี้ให้เพื่อนสาวนั่งใกล้ๆ  จากนั้นตัวเองก็นั่งลงที่เดิม

 

 

 

        “นาอึน  ทำไมสายตาเธอเหม่อลอยแบบนั้น?”

 

 

 

        “ฉันมีเรื่องจะปรึกษา  สำคัญมาก

 

 

 

        “มีเรื่องอะไรหรอนาอึน?”  นานึลถามเพื่อนอย่างสนใจทำให้นาอึนหันขวับมาตอบอย่างรวดเร็ว

 

 

 

        “ในฐานะที่เธอมีประสบการณ์โชกโชน  ครั้งแรกมันเป็นยังไงหรอ?”

 

 

 

        ได้ยินคำถามก็ถึงกับใจหายจนต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วสูดหายใจเพื่อเรียกสติให้กลับมา  ความจริงรู้แก่ใจอยู่แล้วว่าการที่นาอึนมาถามแบบนี้เพราะเพื่อนสาวต้องการจะทำอะไร  สิ่งที่สะเทือนใจมากไปกว่านั้นคือทำกับใครถ้าไม่ใช่ผู้ชายเย็นชาคนหนึ่งซึ่งไร้ความจริงใจที่ไอ้หัวใจดื้อด้านนี่มันยังรักอยู่เรื่อยไป  นานึลพยายามกะพริบตากลั้นน้ำตาไม่มันไหล  แล้วสะกดใจตอบคำถามในสิ่งที่เพื่อนอยากรู้

 

 

 

        “ถ้าเธอกับเขามีความรู้สึกดีๆให้กัน  แล้วเขาก็เป็นคนดี  ครั้งแรกของเธอก็ควรต้องเป็นอะไรที่สวยงาม

 

 

 

        “แล้วครั้งแรกของเธอล่ะนานึล  สวยงามไหม?”

 

 

 

        เป็นอีกคำถามที่ทำร้ายจิตใจพอย้อนคิดไปถึงครั้งแรกที่โหดร้าย  นานึลเมินหน้าเหม่อมองไปทางอื่น  และแล้วน้ำตาที่ฝืนทนมานานก็รินไหล  มันทรมานเหลือเกินกับเรื่องราวที่กำลังเจอะเจออยู่ตอนนี้  ปัญหาทุกอย่างมันโหมกระหน่ำเข้ามาใส่  ปัญหามากมายมันแก้ไขไม่ได้แม้อยากจะแก้มากแค่ไหน  มันไม่ใช่แค่เรื่องผู้ชายไร้สาระ  แต่มีเรื่องบ้านเช่าที่ถูกไฟไหม้  ไหนจะข้าวของทุกอย่างก็อยู่ข้างใน  แล้วยิ่งตอนนี้ฮานึลที่เปรียบเสมือนกำลังใจให้อดทนสู้ต่อไปมานอนป่วยอยู่และยังไม่ฟื้นขึ้นมาสักที  ไม่รู้น้องชายคนนี้จะเจ็บปวดมากแค่ไหน  ก็เท่ากับไร้กำลังที่จะเดินต่อไปตามทางที่มีแต่ใบมีดคอยกรีดฝ่าเท้า

 

 

 

        …..พี่ทนไม่ค่อยจะไหวแล้วฮานึล

 

 

 

        “ฮึก...”  นานึลยกมือบางขึ้นมาปิดหน้าแล้วปลดปล่อยสิ่งที่รุมสุมอยู่ในหัวใจออกมาทั้งหมด  เกินจะอดกลั้นแล้วจริงๆสำหรับเรื่องราวทุกอย่างที่กำลังประเดประดังเข้ามาไม่จบไม่สิ้นสักที  เสียงสะอื้นดังขึ้นท่ามกลางความตกใจของนาอึนที่ไม่เคยเห็นเพื่อนสาวบ้าผู้ชายเป็นเช่นนี้มาก่อน

 

 

 

        “เธอเสียใจเรื่องเซฮุนใช่ไหมถึงได้ร้องไห้ออกมามากมายขนาดนั้น?”  นาอึนตบหลังเพื่อนเบาๆเป็นเชิงปลอบใจเพราะต้นเหตุที่ทำให้นานึลร้องไห้ได้คงมีแต่เรื่องผู้ชายเท่านั้น  เนื่องด้วยเพื่อนสาวไร้สมองคนนี้วันๆไม่ทำอะไรคอยแต่อ่อยผู้ชายไปทั่ว

 

 

 

        .....แค่เรื่องผู้ชายยัยเพื่อนบ้านี่ร้องไห้ขนาดนี้เลยรึไง!?

 

 

 

        “ฮึก...

 

 

 

        “เรื่องเซฮุนอะปล่อยไปบ้าง  ผู้หญิงอย่างเธอเอาเซฮุนไม่อยู่หรอก”  ยังคงประโลมหัวใจเพื่อนสาวที่กำลังเอามือปิดหน้าร้องไห้อย่างหนักด้วยถ้อยคำกรีดแทงหัวใจคนที่ได้ยินว่าควรพอได้แล้วกับผู้ชายที่เขาไม่เคยรักเลยสักนิด

 

 

 

        ทำให้นานึลที่ชินเสียแล้วกับการที่ต้องโดนด่าโดนว่าดันตัวลุกขึ้นหมายที่จะออกไปให้พ้นๆจากตรงนี้  แต่แล้วท่าทีที่ดูแข็งแรงเมื่อกี้กลับหายไปเมื่อลุกขึ้นยืนแล้วหน้ามันมืดจนต้องทิ้งตัวนั่งลงเหมือนเดิม  เพิ่มมาด้วยอาการหายใจติดขัดและอ่อนเพลียเหมือนเปลือกตามันหนักอึ้ง

 

 

 

        .....ฉันร้องไห้หนักเกินไปหรือเปล่านะถึงได้เหนื่อยขนาดนี้?

 

 

 

        นานึลนั่งหลับตาดูท่าทางไม่ค่อยจะปกติมากเท่าไหร่  ทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ใกล้รีบร้อนก้มมองเพื่อนด้วยท่าทีกระวนกระวาย  แต่จะให้โทษใครได้ในเมื่อนานึลเองนั่นแหละที่เอาแต่ร้องไห้ไม่ลืมหูลืมตาและไม่ยอมหลับยอมนอนมาตั้งแต่เมื่อคืน

 

 

 

        “ผู้ชายที่เธอเอาตัวเข้าแลกมันมาช่วยเธอไหมล่ะตอนนี้  ฉันยังไม่เห็นหัวใครสักคน

 

 

 

        “พี่ฮะ...

 

 

 

        ทันใดนั้นก็เหมือนมีเสียงเด็กน้อยที่ชอบทำตัวเกินเด็กดังมากระทบแก้วหูของนานึลที่กำลังปิดเปลือกตาสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลืมตาขึ้นแล้วมองไปทางต้นเสียง  เพียงได้เห็นใบหน้าและแววตาสดใสของเด็กชายตัวน้อยที่นอนอยู่บนเตียงคนป่วย  อาการไม่ปกติเมื่อครู่ก็เหมือนทุเลาลงไป

 

 

 

        “ฮานึล!  เจ็บตรงไหนบอกพี่มาเร็ว  ไหนเจ็บตรงไหน!?”  ลุกลี้ลุกลนจับเนื้อตัวฮานึลไปทั่วด้วยความห่วงใย  ทำให้น้องชายรูปหล่อส่ายหน้าพลางส่งยิ้มกลับไปเพื่อบอกเป็นนัยว่าตนสบายดี 

 

 

 

        และด้วยเสียงที่ดังลั่นของนานึลก็ส่งผลให้จื่อเทาที่หลับอยู่ได้สติจากนิทราเช่นเดียวกัน  ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วนั่งมองสองพี่น้องตรงหน้าอยู่แบบนั้นไม่รู้ว่านานเท่าไหร่  และไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของเขามันถึงได้รู้สึกมีความสุขขนาดนี้  เมื่อได้ทีก็สั่งสองขายาวให้เดินไปอีกฝั่งของเตียงคนไข้เพราะฝั่งนี้คนเต็ม  ก่อนที่จื่อเทาจะยิ้มทักทายเด็กชาย

 

 

 

        “ไง  ไอ้น้องชาย

 

 

 

        “ผมสบายดีแล้วฮะพี่ชาย

 

 

 

        นี่ถือเป็นการทักทายครั้งแรกหรือเปล่าระหว่างสมาชิกใหม่ของครอบครัวกับครอบครัวที่อดีตเคยมีกันแค่สองคนพี่น้อง  ฮานึลจ้องหน้าพี่ชายคนใหม่ด้วยความภาคภูมิใจที่พี่จื่อเทาทั้งหล่อทั้งกล้าหาญ  ที่สำคัญเป็นนายน้อยแห่งตระกูลมาเฟีย  แต่คือมันเสียอารมณ์ที่ว่ามีบางอย่างขัดหูขัดตาคนป่วยอย่างแรง

 

 

 

        “พี่นาอึนขอเชิญนอกห้องด้วยฮะ  ผมต้องการความเป็นส่วนตัว

 

 

 

        “ฮานึล!  ไปไล่พี่นาอึนแบบนั้นได้ยังไงหืม  ไม่น่ารักเลยรู้ไหม?”  นานึลขมวดคิ้วปรามน้องชายตัวดีว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี่มันไม่ดี  ตัดกับฮานึลที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นกำลังส่งสายตาเป็นเชิงไล่พี่อีกคนที่สวยก็จริงแต่นิสัยไม่ไหวจะเคลียร์  ในขณะที่จื่อเทาเองก็แอบขำเล็กน้อยในความฉลาดของเด็กชาย 

 

 

 

        “นานึล  งั้นฉันกลับคอนโดเซฮุนก่อนนะ  มีอะไรก็โทร.มาแล้วกัน”  ในเมื่อน้องชายของนังเพื่อนบ้านี่บังอาจมาไล่  ก็เลยจงใจเอ่ยถ้อยคำแทงใจพี่สาวมันซะเลยจะได้เจ็บปวดกันไป  จากนั้นนาอึนก็เดินยิ้มร่าออกมาจากห้องที่มีแต่คนโง่งมงายไม่ยอมรับรู้ความจริงกันสักที

 

 

 

        .....เซฮุนเขารักฉันต่างหากไอ้เด็กเหลือขอ  เขาไม่ได้รักพี่สาวของแกเลยสักนิด!

 

 

 

        “ทีหลังอย่าพูดแบบนั้นอีกนะฮานึล  เราเป็นเด็กต้องเคารพผู้ใหญ่”  พี่สาวยังคงสั่งสอนต่อไปหลังจากที่นาอึนเดินพ้นประตู

 

 

 

        “แต่พี่นาอึนมาแย่งพี่เซฮุนไปจากพี่นะ!”  น้องชายก็ยังเถียงคอเป็นเอ็นต่อไป

 

 

 

        “แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องของเด็กนะรู้ไหม?”  พี่สาวตักเตือนอีกที

 

 

       

        “ฉันว่าน้องชายเราทำถูกแล้วนะนานึล”  ขอแค่ให้พี่ชายที่เป็นสมาชิกใหม่ได้แสดงความคิดเห็นบ้าง

 

 

 

        “นายกำลังให้ท้ายเด็กอยู่นะจื่อเทา!”  น้องสาวคนรองตอกหน้าพี่ชายคนโตกลับไป

 

 

 

        “เอ้าแล้วทำไมต้องโมโหด้วยเล่า!”  พี่ชายยังจะต่อ

 

 

 

        “ฉันไม่ได้โมโหนะ  แต่นายไม่ควรให้ท้ายฮานึลแบบนี้!”  น้องสาวก็ไม่เลิกถึงขั้นลุกขึ้นยืนแล้วจ้องหน้า

 

 

 

        “เออขอโทษ!”  ในที่สุดพี่ชายก็ต้องยอมแพ้

 

 

 

        สุดท้ายก็จบการเสวนาตามประสาครอบครัวที่รักกันมากปานจะกลืนกินซึ่งกันและกัน  สามคนมองหน้ากันไปมาเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไปดี  ในหัวของฮานึลตอนนี้คงหนีไม่พ้นนึกแค้นใจพี่นาอึนที่บังอาจมาข้องแวะกับพี่เซฮุน  ส่วนในหัวของนานึลกำลังคิดเป็นห่วงนาอึนว่าเธอจะเสียใจไหมที่โดนฮานึลไล่ออกไปแบบนั้น  ทว่าในหัวของชายหนุ่มมันกลับคิดแตกต่างออกไปเนื่องด้วยจื่อเทากำลังแคลงใจว่าทำไมนานึลถึงมีสีหน้าอิดโรยขนาดนี้

 

 

 

        “ง่วงหรอนานึล?”  จื่อเทาถาม

 

 

 

        แต่ยังไม่ทันที่นานึลจะตอบกลับไป  จู่ๆร่างกายมันก็ไร้เรี่ยวแรงเหมือนมันไม่มีแรงจะฝืนยืนได้ไหว  สายตาพร่ามัวมองไม่เห็นสิ่งต่างๆที่อยู่รอบกาย  ทางเดินหายใจติดขัดราวกับว่ามีอะไรมาขวางระหว่างลำคอเอาไว้  เปลือกตาหนักอึ้งจนไม่สามารถแข็งใจยืนได้อีกต่อไป  ร่างกายบอบบางจึงร่วงหล่นสู่พื้นพร้อมกับภาพทั้งหมดดับวูบลงในฉับพลัน

 

 

 

        “พี่ฮะ!

 

 

 

        “นานึล!

 

 

 

        จื่อเทาที่พอได้เห็นก็รีบวิ่งมาดูอาการของนานึลในทันที  และนี่คงไม่ใช่อาการง่วงนอนหรืออ่อนเพลียธรรมดาเพราะว่าเธอมีลมหายใจที่แผ่วลงอย่างชัดเจน  ส่วนฮานึลตอนนี้กำลังคว้าระบบเรียกพยาบาลที่อยู่บนหัวนอนมาจ่อปากแล้วพยายามอย่างมากที่จะพูดให้เป็นปกติ

 

 

 

        “คุณพยาบาลครับ  พี่ผมเป็นอะไรก็ไม่รู้!  มาช่วยพี่ผมทีนะฮะ!”  แต่ไม่ว่าจะพยายามพูดให้ดีแค่ไหนก็ไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดได้  นับว่าเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กชายวัยสิบขวบที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้มาแล้วนี่ยังจะมาเจอพี่สาวล้มพับไปต่อหน้าต่อตา  จื่อเทาที่เห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งไปคว้าระบบเรียกพยาบาลมาคุยเสียเองอย่างมีสติ

 

 

 

        “มีคนหมดสติที่ห้องสามสองหนึ่งเจ็ด  กรุณารีบมาด่วนนะครับ” 

 

 

 

        เพียงไม่นานพยาบาลสองคนพร้อมเตียงเคลื่อนที่ก็เข้ามาในห้อง  จื่อเทาช้อนร่างกายไร้สติของนานึลแล้วอุ้มขึ้นมาวางเอาไว้บนเตียง  ก่อนที่พยาบาลจะเข็นเตียงไปที่ห้องฉุกเฉินอย่างรีบร้อน  ในเวลาเดียวกันนั้น  จื่อเทาเลือกที่จะปล่อยให้พยาบาลพานานึลล่วงหน้าไปก่อน  ส่วนตัวเขาก็มอบหมายให้แทคยอนคอยดูแลฮานึลอย่างใกล้ชิด  เมื่อเสร็จภารกิจ  จื่อเทาก็รีบวิ่งตามไปในทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        “กรุณาหลบหน่อยนะคะ!  คนไข้ฉุกเฉินค่ะ!”  น้ำเสียงที่ร้อนรนของพยาบาลเตือนสติให้เซฮุนมัวแต่เอามือล้วงกระเป๋าเดินเอื่อยเพื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปที่คอนโดตามคำสั่งของนาอึนที่ล่วงหน้ากลับไปแล้วให้หยุดเดิน  แต่ก็ไม่คิดจะหันกลับไปมองให้เสียเวลา  แต่ว่าหางตามันกลับเหลือบไปเห็นเตียงที่ผ่านไปพอดี  ที่สำคัญคือบนเตียงที่เพิ่งจะผ่านตัวเขาไปเมื่อกี้มีใครบางคนที่ดูคุ้นหน้าเหลือเกิน

 

 

 

        .....นานึล?

 

 

 

        ชายหนุ่มมาดขรึมขมวดคิ้วยืนมองอยู่สักพักก่อนจะสังเกตเห็นชายบางคนที่เคยเห็นหน้าวิ่งตามไป  นั่นทำให้เซฮุนไม่ลังเลใจที่จะสั่งให้สองขาออกวิ่งตามไปยังห้องฉุกเฉิน 

 

 

 

        “คุณหมอพัคฮุนคะ  คนไข้มีปัญหาทางการหายใจค่ะ” 

 

 

 

        พยาบาลที่เข็นเตียงของนานึลมาถึงห้องฉุกเฉินตะโกนบอกแพทย์ประจำห้องให้ได้รู้อาการแล้วเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินอย่างไม่รอช้า  แพทย์หนุ่มที่เพิ่งจะเดินมาเข้าเวรมาจึงมองหาญาติผู้ป่วยเพื่อที่จะไถ่ถามอาการเบื้องต้นก่อนหน้านี้ 

 

 

 

        “ใครเป็นญาติคนไข้ครับ?”

 

 

 

        “ผมครับ/ผมครับ

 

 

 

        ทั้งเซฮุนกับจื่อเทาพี่เพิ่งจะวิ่งมาถึงประสานเสียงกันตอบโดนไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน  ทำให้จื่อเทาหันขวับไปมองใบหน้าเรียบนิ่งแต่กวนประสาทเป็นเชิงไต่ถามว่ามันมาจากไหน  มาเมื่อไหร่  แล้วมันจะมาทำโคตรเหง้าอะไร

 

 

 

        .....เชี่ยเวรนี่ใครวะ  กูคุ้นๆเหมือนเคยเห็นหน้า?

 

 

 

        “เอ้าเซฮุน  คนไข้ที่เข้าไปเมื่อกี้เป็นเพื่อนของเราหรอ?”  คุณหมอหนุ่มไฟแรงหันหน้ามาถามรุ่นน้องในโรงเรียนเก่าที่ฉายแววเก่งกาจในทักษะทางการแพทย์ตั้งแต่อยู่มัธยมต้น

 

 

 

        “อ่า   เธอเป็นเพื่อนของผมเองครับ  ฝากดูแลเธอด้วยนะครับรุ่นพี่พัคฮุน”  โค้งทำความเคารพพร้อมฝากฝังเรียบร้อยก็หมดเรื่องราวที่จะอยู่ต่อไป  ทีนี้ก็จะได้กลับคอนโดไปมีความสุขสักทีหลังจากที่มีเรื่องมาขัดขวางให้ชักช้าตลอดเวลา  ทำให้แพทย์หนุ่มนามว่าพัคฮุนเร่งรีบดันประตูเข้าห้องฉุกเฉินในทันที  ในขณะที่เซฮุนเองก็หันหลังเพื่อจะเดินกลับไปถ้าไม่ติดว่ามีใครมาขวางหน้าเขาเอาไว้

 

 

 

        “มึงเป็นใคร?”  เซฮุนเอามือล้วงกระเป๋ายีนส์สีเข้มแล้วขมวดคิ้วเอียงคอถามด้วยท่าทีเรียบเฉย

 

 

 

        “กูไม่ใช่พ่อมึงก็แล้วกัน”  จื่อเทาเองก็ยัดมือเข้าไปในกระเป๋ายีนส์ตัวเก่งแล้วส่งรอยยิ้มกวนประสาทกลับไปเมื่อเพิ่งจะนึกออกว่าไอ้หน้าเฉยนี่มันคือบุคคลที่ทำให้นายหญิงของตระกูลมาเฟียที่ยิ่งใหญ่ร้องไห้อยู่ร่ำไป  ดังนั้นมันไม่ควรจะเดินจากไปทั้งๆที่ผู้หญิงที่รักมันสุดหัวใจยังนอนอยู่ในห้องฉุกเฉิน 

 

 

 

        “อย่ากวนประสาทกู

 

 

 

        “กูโคตรจะกลัวมึงเลยไอ้เชี่ยฮุน

 

 

 

        ในระหว่างที่สายตาเรียบนิ่งเย็นเฉียบกับสายตาคมกริบหนักแน่นกำลังสบกันอยู่นั้น  แพทย์หนุ่มอายุน้อยคนเดิมก็รีบร้อนวิ่งมาหาพวกเขาทั้งสองคนพร้อมด้วยพยาบาล  ทำให้เซฮุนและจื่อเทาจำเป็นต้องละจากสงครามจิตวิทยาแล้วหันขวับไปหาหมอเจ้าของไข้

 

 

 

        “นานึลเป็นยังไงบ้างครับหมอ?”  แล้วก็เป็นจื่อเทาคนเดิมที่ถามก่อนด้วยความร้อนใจ

 

 

 

        “คนไข้มีปัญหากับใครหรือเปล่าครับ?”  แพทย์หนุ่มถาม  เป็นคำถามที่จื่อเทาไม่รู้จะตอบยังไงเพราะตนเพิ่งมาสนิทชิดเชื้อกับนานึลได้ไม่นานเลยไม่รู้ข้อมูลที่แน่ชัด  ทำให้เซฮุนที่ยืนมองอยู่นานเห็นว่าไอ้เวรนี่ไม่พูดอะไรเลยจำเป็นต้องตอบแทนในฐานะคนเคยสนิทกัน

 

 

 

        “นานึลไม่มีปัญหากับใครเป็นพิเศษนะครับรุ่นพี่  มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

 

 

 

        “พี่เจอไอ้นี่บริเวณท้ายทอยของคนไข้”  หมอหนุ่มยื่นสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายเข็มอันเล็กไปให้รุ่นน้องอย่างเซฮุน  แต่เป็นจื่อเทาที่ฉวยเข็มอันเล็กมาพินิจพิจารณาเสียเอง

 

 

 

        “อะไรครับเนี่ย?”  จื่อเทาออกปากถามอีกหน

 

 

 

        “คนไข้มีอาการอัมพาตเฉียบพลัน  ระบบหายใจแทบจะล้มเหลว  จากการวินิจฉัยคือคนไข้โดน Neurotoxin เป็นพิษที่พบได้ทั่วไปในพิษงูประเภททำลายระบบประสาทที่ถูกเคลือบเอาไว้บนเข็มในมือญาติครับ

 

 

 

        “....”

 

 

 

        “ประเด็นคืองูที่มีพิษต่อระบบประสาทมีหลายชนิด ซึ่งโดยปกติผมจะดูจากรอยเขี้ยวถ้าหากคนไข้ไม่ได้เอาตัวงูมาให้ดู  แต่พอมาเจอพิษเคลือบเอาไว้บนเข็มแบบนี้  ผมเกรงว่าคง...

 

 

 

        “รุ่นพี่ครับ  ถ้าฉีด  Polyvalent Antivenom  ล่ะครับ?”  เซฮุนที่เริ่มรู้สึกถึงความหวิวว่างภายในใจเสนอความคิดเห็นเพื่อหาทางรอดให้กับผู้หญิงที่ตัวเขาละเลยเธอมากเหลือเกินในช่วงที่ผ่านมา  ซึ่งชายหนุ่มหวังว่าความเห็นที่เสนอไปมันอาจจะดีกว่ามานั่งหาว่านานึลโดนพิษงูชนิดไหน

 

 

 

        “อย่างที่พี่บอกไปคือคนไข้ได้รับพิษมานานพอสมควร  ระบบหายใจอยู่ในเกณฑ์ย่ำมากจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพราะคนไข้หายใจเองไม่ได้  ถ้าพี่ฉีดเซรุ่มแก้พิษงูหลายชนิดอย่างที่เซฮุนบอกมันจะออกฤทธิ์ช้ามากในการทำลายพิษงูที่อยู่ในตัวคนไข้  ซึ่งพี่ก็ไม่รู้ว่าคนไข้จะทนได้นานแค่ไหน  ในกรณีนี้ถ้ารู้ชนิดของงูแล้วให้เซรุ่มที่ตรงกัน  เปอร์เซ็นการรอดจะสูงกว่ามาก

 

 

 

        ในขณะที่ปล่อยให้สายหมอทั้งสองคนเถียงกันไปมา  สายมาเฟียอย่างจื่อเทาที่เริ่มคิดได้ว่าเหมือนจะเคยเห็นไอ้เข็มในลักษณะนี้ที่ไหน  ชายหนุ่มยกเข็มห่าเหวในมือขึ้นมาดูให้ใกล้ขึ้นแล้วพิจารณาถึงความเป็นไปได้ว่าตกลงแล้วไอ้เหตุการณ์โคตรซวยทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะอะไร

 

 

 

        .....หรือว่าจะเป็นไอ้เชี่ยอี้ชิงนั่น?

 

 

 

        และทันทีที่คิดได้  จื่อเทาก็เงยหน้าขึ้นเพ่งมองไปยังหมอหนุ่มคนเดิมเมื่อสมองได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากที่ผ่านมา  พอตระหนักดูก็พบว่าสิ่งที่คิดอยู่ตอนนี้ไม่ผิดแน่นอน  และถ้าไอ้อี้ชิงมันเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด  พิษที่นานึลเจอต้องต้องพิษของงูชนิดนั้นแน่นอน

 

 

 

        “หมอครับ  มันเป็นพิษของงูสามเหลี่ยมครับ

 

 

 

        “ญาติมั่นใจไหมครับ  เพราะตอนนี้เราเหลือเวลาไม่มากแล้วนะครับ”  แพทย์ถามย้ำ

 

 

 

        “เอ่อ...”  แต่จื่อเทากลับอึกอัก 

 

 

 

        "รุ่นพี่ครับ  ผมไม่อนุญาตให้รุ่นพี่ฉีดตัวต้านพิษชนิดเจาะจง  ถ้าหากมันไม่ตรงกับพิษที่นานึลเจอ  เปอร์เซ็นการรอดจะต่ำลงยิ่งกว่าเดิมนะครับ"  เซฮุนพูดแทรกขึ้นมา  สายตาบนใบหน้าหล่อเรียบนิ่งจ้องเขม็งไปยังรุ่นพี่ที่ล่วงหน้าไปเป็นหมอแล้วเรียบร้อยด้วยความหวังว่ารุ่นพี่พัคฮุนจะฟังคำพูดของตนไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ที่มัวแต่เดาไปเรื่อยเปื่อยอย่างไอ้โง่ที่ยืนอยู่ข้างๆ  และนั่นก็สร้างความคันส้นตีนให้จื่อเทาอยู่ไม่น้อย

 

 

 

        "ตกลงมึงเป็นใครหรอวะถึงได้มีสิทธิ์มาออกความเห็น?”  จื่อเทาหันไปถามไอ้สัตว์โลกตัวหนึ่ง  ซึ่งตามจริงแล้วมันไม่มีสิทธ์จะพูดอะไรเลยด้วยซ้ำ  ทำให้ชายหนุ่มนิสัยไม่สนใจใครขมวดคิ้วพลางลอบถอนหายใจ  ก่อนจะบอกหมอหนุ่มที่เป็นรุ่นพี่ถึงสิทธิ์ที่มันมีอยู่เต็มตัว

 

 

 

        "ผมเป็นสามีของเธอครับ  และผมไม่สามารถให้ภรรยาของผมรับความเสี่ยงแบบนั้นได้  ฉีด  Polyvalent Antivenom  ตามที่ผมบอกเถอะครับรุ่นพี่"

 

 

 

        "แต่ผมเป็นพี่ชายครับหมอ  เป็นคนในครอบครัว"

 

 

 

        เกิดเป็นหมอแท้จริงแสนลำบากเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดนัก  หมอพัคฮุนไมเกรนพุ่งแล้วพุ่งอีกจนอยากจะลาออกไปขายเกาลัดเสียให้รู้แล้วรู้รอด  อีกคนก็สามีคนไข้อีกคนก็พี่ชายคนไข้  แล้วไหนจะสายตาอำมหิตจากเด็กหนุ่มทั้งสองคนนี้ต่างก็จ้องมาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อนั่นอีก  แต่ด้วยจรรยาบรรณของแพทย์  หมอพัคฮุนจึงจำเป็นต้องยึดคำให้การของคนในครอบครัวเป็นหลัก

 

 

 

        "คุณพยาบาลครับ  เดี๋ยวให้พี่ชายคนไข้เซ็นเอกสารยินยอมการรักษาด้วยนะครับ"

 

 

 

        ในที่สุดหมอพัคฮุนก็สั่งกับพยาบาลแล้วทำตามถ้อยคำที่ครอบครัวคนไข้บอก  เนื่องด้วยมันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วในเวลานี้  พอสังเกตดูอีกทีพี่ชายของคนไข้ก็ดูจะมั่นใจมากเหลือเกินว่าพิษที่คนไข้เจอคือพิษอะไร  อีกอย่างในตอนนี้ความเสี่ยงก็มีเท่ากันอยู่แล้วเพราะถ้าฉีด  Polyvalent Antivenom  ตามที่รุ่นน้องหน้านิ่งบอก  กว่าจะต้านพิษได้หมด  คนไข้ก็คงทนไม่ไหว

 

 

 

        .....จบเคสนี้จะลาออกดีไหมเนี่ยเรา?

 

 

        หลังจากที่จื่อเทาเซ็นเอกสารยินยอมเรียบร้อย  ทั้งแพทย์ทั้งพยาบาลก็ตาลีตาเหลือกวิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินอีกหน  ส่วนคนที่ภายในใจกังวลจนแทบจะบ้าคงหนีไม่พ้นชายหนุ่มเจ้าของใบหน้านิ่งเฉยที่ไม่ยอมแสดงสีหน้าออกมาให้ได้ใครรู้ว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกยังไง

 

 

 

        “มึงกำลังจะทำให้นานึลมีอัตราการตายที่สูงขึ้น”  เซฮุนขมวดคิ้วเปรยลอยๆแบบไม่มองหน้าของไอ้คนที่กำลังอ้างตัวว่ามันเป็นพี่ชายของนานึล  ซึ่งสิ่งที่ได้รับกลับมาหลังประโยคบอกเล่า  คือคำกล่าวกระแทกแดกดันตัวเขาจากปากของจื่อเทา

 

 

 

        “ทุกวันนี้นานึลก็เหมือนคนที่ตายทั้งเป็นอยู่แล้ว  เพราะมึงไงไอ้เวร” 

 

 

 

        สิ้นเสียงของจื่อเทา  เซฮุนก็เดินย้อนกลับไปทางเดิมที่ไม่ใช่ทางออก  บอกได้เลยว่าไม่ใช่เพราะทนฟังไม่ได้ที่ไอ้เวรนั่นมันพูดจาตอกย้ำ  แต่สาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มที่ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเองปลีกตัวออกมา  บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากจะรอฟังข่าวที่กดดันหัวใจ  ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นอย่างไรจากการตัดสินใจผิดพลาดของรุ่นพี่พัคฮุน

 

 

 

        เป้าหมายของเซฮุนคือห้องพักของเพื่อนที่โดนยิงอย่างปริศนา  สองขาเดินดุ่มๆจนกระทั่งมาถึง  มือหนาแข็งแรงผลักประตูแล้วก้าวขาเข้ามาในห้องก็พบกับเพื่อนในกลุ่มทั้งสองคน  โดยที่ชานยอลกำลังลืมตานั่งนิ่งอยู่บนเตียง  ส่วนคยองซูกำลังนั่งกดโทรศัพท์อยู่ข้างๆเตียงของชานยอล

 

 

 

        “เอ้าเห้ยไอ้เซฮุน  มึงไม่กลับคอนโดไป...”  คยองซูที่เห็นว่าเพื่อนเย็นชาไร้หัวใจเข้ามาเงียบๆด้วยสีหน้าเบื่อโลกสุดขีดถามขึ้น  แต่ก็เหมือนเดิมที่ไร้การตอบกลับเพราะมันเดินไปนั่งบนโซฟาแล้วควักเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น

 

 

 

        .....นี่กูคงกำลังคุยอยู่กับผีสินะ  ไม่เป็นไร  กูคุยกับไอ้ชานยอลก็ได้วะ!

 

 

 

        “ไอ้ชานยอล  ซูจีกลับไปนานรึยัง?”  ถามชานยอลเนื่องจากห้องนี้มันเงียบเกินไปแล้ว  และคำตอบที่ได้รับกลับไม่ใช่คำตอบที่คยองซูต้องการ

 

 

 

        “ไอ้คยองซู  กูว่ากูจะเลิกยุ่งกับนานึลแล้ว”  ชานยอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บางเบาในขณะที่นั่งอยู่  และนั่นก็ทำให้คยองซูที่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติของเพื่อนจอมเหลวไหลเนื่องด้วยที่ผ่านมามันเองก็มีสันดานไม่ต่างอะไรจากไอ้เซฮุน  รวมถึงชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาใหม่พอได้ยินประโยคของเพื่อนก็วางโทรศัพท์มือถือแล้วเงยหน้ามองมันเพื่อรอฟัง

 

 

 

        “เล่ามา”  คยองซูพูดต่อ 

 

 

 

        “กูมีเหตุผลที่ต้องถอยออกมาว่ะมึง” 

 

 

 

        “จะด้วยเหตุผลอะไรกูก็ไม่รู้หรอกนะไอ้ชานยอล  แต่เมื่อมึงจากไป  นานึลจะรู้สึกถึงความเงียบของมึงเหมือนสายลม

 

 

 

        "แต่ความเงียบของกูไม่อาจหลีกเลี่ยงได้...” 

 

 

 

        “เห้ยมึงใจเย็นๆ”  เมื่อเห็นว่าเพื่อนหูตาแดงคล้ายคนจะร้องไห้  คยองซูจึงกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนแล้วปลอบใจด้วยการส่งมือหนาไปกระชับบ่าของชานยอลให้มันได้รู้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยในฐานะเพื่อนสนิทที่คบกันมาร่วมสิบปี 

 

 

 

        ไม่เว้นแม้แต่เซฮุนที่ไม่ค่อยจะถูกชะตากับชานยอลเท่าไหร่เพราะแต่ไหนแต่ไรมามันก็คอยตามมาแย่งผู้หญิงของเขาไปเสียทุกครั้ง  ทว่าเมื่อฟังคำพูดที่แฝงไปด้วยความเศร้าและความเสียใจมันก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงเพื่อน  เซฮุนดันตัวลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆชานยอลก่อนจะขมวดคิ้วยืนมอง

 

 

 

        “กูทรมานอะมึง”  แต่สำหรับชานยอลแล้วยอมรับเลยว่าตอนนี้มันทรมานจริงๆไม่งั้นคงไม่ระบายออกมาให้ใครได้รู้หรอกถ้าไม่จำเป็น  มือหนาถูกยกขึ้นมากุมหัวใจที่มันกำลังเต้นช้าเหมือนกับว่ามีโซ่มาถ่วงเอาไว้จนรู้สึกได้ถึงความหนักบริเวณหน้าอกข้างซ้าย  ชายหนุ่มหลับตาแน่นด้วยความกลัวว่าถ้าหากน้ำตามันไหลครั้งนี้คงยากเหลือเกินที่จะทำให้มันหยุดลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

        “แล้วไอ้เหตุผลที่มึงจะถอยออกมาเพราะอะไรวะ  เห้ยมีอะไรมึงคุยกับพวกกูได้”  คยองซูบอก

 

 

 

        “ซูจีเขาบอกกูว่าเขาท้อง

 

 

 

        “ท้อง!!!!!”  คยองซูตะโกนดังลั่นด้วยความตกใจ  แทบจะล้มทั้งยืนยามได้ยิน  วิงเวียนศรีษะคล้ายจะแพ้ท้องแทนเมียเพื่อน

 

 

 

        .....ซวยแล้วไงไอ้ชานยอลเอ๊ย!   

 

 

 

        ชายหนุ่มที่คอยทำหน้าที่เป็นกาวเชื่อมระหว่างเซฮุนกับชานยอลสะดุ้งตัวลุกขึ้นยืนพลางมองหน้าของเพื่อนอีกคนอย่างเซฮุนเป็นเชิงถามว่าควรจะเอายังไงต่อไปกับไอ้เพื่อนที่ไม่รู้จักป้องกันคนนี้ดี  แต่สิ่งที่ได้รับจากเซฮุนกลับเป็นข้อความที่ถูกส่งไปถามชานยอลแทน

 

 

 

        “ผู้หญิงท้องไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้มึงยอมถอย  มึงบอกกูมาว่าเหตุผลที่แท้จริงของมึงคืออะไร?”

 

 

 

        “ก็กูบอกว่าซูจีท้อง  มึงไม่ได้ยินรึไงวะ!?” 

 

 

 

        “มึงจะไม่ยอมถอยจนกว่าหัวใจของนานึลจะเป็นของมึง  กูรู้จักมึงดีไอ้ชานยอล

 

 

 

        มาถึงตอนนี้คยองซูเริ่มจะอยากเอาหัวชนกำแพงแล้วหลับไปเสียจะได้ไม่ต้องมาเจอเรื่องราววุ่นวายขนาดนี้  มาคิดดูอีกทีความสัมพันธ์ของไอ้เพื่อนสองตัวนี้มันแปลกมาก  เนื่องจากมันมีปัญหาเรื่องผู้หญิงกันก็หลายครั้งแต่พวกมันก็ยังไม่เลิกคบกันสักที

 

 

 

        .....นี่แหละเว้ยความเป็นเพื่อน!

 

 

 

        แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาชื่นชมในมิตรภาพระหว่างพวกเราทั้งสามคน  คยองซูฟู่ปากหลายทีเป็นการตั้งสติแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม  ก่อนที่จะเริ่มคิดได้ถึงบางสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างพวกมันทั้งสองคน 

 

 

 

        “เดี๋ยวนะไอ้ชานยอล  สิ่งที่ไอ้เซฮุนพูดมาก็ถูกนะ  มึงไม่เคยเลิกจนกว่ามึงจะได้ผู้หญิงของไอ้เซฮุนมาเป็นของมึง  อย่างอึนจีมึงก็แย่งไอ้เซฮุนมา  น้องซอฮยอนมึงก็ตามตื้อจนเขายอมทิ้งไอ้เซฮุนมาเป็นแฟนมึง  ใครอีกวะ  จำไม่ได้ว่ะมันเยอะ  เออแล้วล่าสุดคือซูจี  มึงทำทุกอย่างเพื่อให้เขารักมึง  ทำทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ตอกไข่ใส่ไอ้เซฮุนจนซูจีมาหามึง  แล้วทำไมทีกับนานึลมึงยอมถอยง่ายๆวะ  มึงถอยมึงหยุดเพื่ออะไรวะไอ้ชานยอล?”

 

 

 

        คยองซูร่ายยาวประดุจว่าเขานั้นหายใจทางผิวหนัง  และหลังจากจบการอภิปรายในเรื่องของชานยอล  คยองซูก็หันมาร่ายความคิดเห็นใส่เซฮุนอีกรอบ

 

 

 

        “ส่วนมึงนะไอ้เซฮุน  มึงยอมให้ไอ้ชานยอลมันแย่งผู้หญิงของมึงมาตลอดตั้งแต่ที่เป็นเพื่อนกันมาเพราะว่ามึงไม่แคร์อยู่แล้วว่าผู้หญิงจะอยู่หรือจะไปขอแค่มึงได้ฟัน  คนล่าสุดอย่างซูจีมึงก็ปล่อยเขาไปง่ายๆไม่เห็นมึงจะตามรั้งเขาไว้เลย  มึงอะยอมให้ไอ้ชานยอลมันแย่งตลอด  ไหงพอมาถึงนานึลมึงไม่ยอมมันอย่างที่ผ่านมาวะ  มึงจะอยากชนะไอ้ชานยอลไปเพื่ออะไรทั้งๆที่ผ่านมามึงไม่เห็นจะแคร์เลยว่าไอ้ชานยอลมันจะแย่ง  ตกลงมึงยื้อเพื่ออะไรวะไอ้เซฮุน?”

 

 

 

        “....”

 

 

 

        “กูว่าครั้งนี้มันไม่ใช่เกมชิงผู้หญิงกันไปมาแบบเดิมแล้วนะไอ้ชานยอล  ไอ้เซฮุน

 

 

 

        “....”

 

 

 

        “กูว่าความรักคงมาทักทายคนไม่มีหัวใจอย่างพวกมึงสองคนแล้วว่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดติดและตามตอนต่อไป

คุยกับนักเขียน :

เพื่ออะไร  สิ่งที่พวกนายทำตกลงแล้วมันเพื่ออะไร  จบไปแล้วสำหรับตอนเพื่ออะไร  ไหนใครยังอยู่ขอเสียงให้ดังกว่าเสียงร้องไห้ในใจที่กำลังผลิบาน  ลงรวดเลย 60% หลัง  เนื่องจากวันพุธนี้ไปหาหมอ  ไปรับความเจ็บปวดอีกคราว  คงไม่มีเวลาลงอย่างแน่แท้  เจออีกทีก็วันเสาร์หน้าเลยหนานางเอกที่น่ารักทุกคน  ก่อนจากอยากบอกว่ารักนางเอกเสมอมา  แม้ว่าพวกเธอบางคนอาจไม่แสดงตัวมาให้กำลังใจ  แต่ยังไงนักเขียนก็ยังรอกำลังใจเสมอมา  เสาร์หน้าคอมเม้นท์จะถึง 10,000  ไหมหนา  ช่วยปั่นหน่อย  ดึกนี้แฮซแท็ก #fic4me จะคึกคักไหม  รอลุ้น  รักนางเอกที่สุด  แต่เหมือนมันชินเสียแล้วกับความเงียบงัน...

 

 

และมาเฟียที่นอนไม่เคยหลับสนิทเพราะนางเอก  แลดูเป็นภาระให้ผู้ชายเสียจริง  ภาระทางใจจื่อว่าจื่อยอม  แฟนอาร์ตมาไวจากมณีเดียร์  ดีไซน์อาร์ตประจำ #fic4me  ปล.นั่นมือนางเอก  จื่อจับแน่นทำไมเขินหนา



และหมอพัคฮุนกำลังเล็งธุรกิจใหม่ที่กดดันน้อยกว่าความเป็นความตาย  ที่สำคัญคือเป็นเจ้านายตนเอง  มาร่วมเป็นกำลังใจให้หมอพัคฮุนต่อไปใน #fic4me เขาออกมาแค่นี้เขาจะออกมาเพื่ออะไร


   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

18,601 ความคิดเห็น

  1. #18477 Gusuma_Homon (@Gusuma_Homon) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 09:42
    แบล็ฮยอนไปหนายค่ะไรท์/(เปลี่ยนใจมารักหมอแทนดีมั้ยเนี่ย เซฮุนกับชานยอลใจร้ายเกิ้น)
    #18477
    0
  2. #18384 galaxy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 17:34
    เกลียดอีนาอึน กรูขอให้เมิงเอาเซฮุนไม่อยู่ อีหร่านนนนนน โมโห ไม่เคยอินจัดขนาดนี้ ขอโทษน้าไรท์
    #18384
    0
  3. #18191 exonick1993 (@exonick1993) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 18:40
    อินาอึนไครก้ได้จับมันไปตบสักทีสิ
    #18191
    0
  4. #18057 HANAHm (@GDxNhz) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 10:04
    อินาอึน อิเลว ..
    คยองซูพูดได้ดีมากลูก /ปรบมือ
    #18057
    0
  5. #17999 galaxy0_02 (@Galaxy0_0) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 16:05
    นาอึนคำพูดแต่ละคำของหล่อนนี้เข้าตัวเองหมดเลยจ้า เดี๋ยวเราบอกจื่อเทาสั่งเก็บเลยดีมั้ยเกลียดด นางเอกควรสตรองกว่านี้นะ ฮึบ
    #17999
    0
  6. #17600 evelin (@evezaza30) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 20:25
    อีนาอึนใช่ไหม ทำให้ร่างกายสวยของเราต้องทรมานเดี๋ยวให้พี่จื่อไปถีบยอดหน้า
    #17600
    0
  7. #17491 bubbleeer (@bubbleeer) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 19:53
    เกลียดนาอึน อ่านละกดดันแปลกๆ อยากเอามือทะลุจอไปต่อยซักหมัดสองหมัด ถถถถถถถ เพื่อนบ้าผช ใครเพื่อนมึงครับ ? #อินจัด อินสุด ถถถถถถถถถถ
    #17491
    0
  8. #16447 muyming (@muyming2) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 14:31
    เฮ้ยยยย เหนื่อยนะเนี่ย เป็นนางเอกนี่มันไม่ง่ายเลยอ่ะ 55555555555
    #16447
    0
  9. #16354 atom8812 (@atom8812) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 15:27
    อี้ชิงตามระเบิดหัวเหรอ//มาเลยๆอี้ชิงเค้ารอนายมาตั้งแต่ตอนแรกล่ะ//ไม่ห่วงตัวเองเล๊ยย
    #16354
    0
  10. #16238 kj_potter (@suck__seed) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 14:59
    ครั้งที่แล้วคิมทัน ครั้งนี้พัคฮุน >\< โอ๊ยยยยยอ่านแล้วแบบ.......55555 ขายเกาลัด.เรื่องนี้สนุกมากจริมๆ สงสารตัวเองอ่ะ อ่านแล้วไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เลย สวรรค์แกล้งกันชัดๆ แล้วนาอึน(นังเพื่อนบ้า)อีกคนนึง ตกลงมันเป็นคนดีหรือเป็นคนเลว ส่วนเทามาแรกๆดี หลังๆกลัวมาร้ายอ่ะ จงอินกับคยองซูเป็นคนดี ชอบสองคนนี้นะน่ารักดี และในใจลึกๆยังอยากให้เซฮุนกลับมา ฮืออออออออ กลับมาเถอะเน่ อย่าใจร้ายกับเราเลย(อินจัด)
    ปล.คิดถึงพี่จุนค่ะไรท์ รีดเดอร์คิดถึงพี่จุนมยอนคนคนไม่มีสติ 5555555
    #16238
    0
  11. #16185 ยีนไม่กินผัก (@yean_armyo7) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 01:40
    ร้องให้หนักมากกกกกก!!

    #16185
    0
  12. #16062 Fairy_JKAI (@jeawmama) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 14:23
    เจ็บ!
    #16062
    0
  13. #16045 yoki onna (@mingkhwan45) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 19:49
    โอ้ยนานึล ตบมันกลับบ้างให้คนเป็นนางเอกที่นั่งอ่านอยู่ตรงนี้ได้สะใจหน่อย เเล้วอีเซฮุนกับอีปาร์คน่ะ ทิ้งมันไปซะ จะทำอะไรก็ช่างหัวมัน เเล้วหันไปอยู่กับจื่อเทา พี่ที่เเสนน่ารักนู่น เเคร์ไร กะอีเเค่ผู้ชาย 2 คน เข้มเเข็งหน่อย อ้อ เเล้วก็อีเพื่อนเลวนั่น เลิกคบมันไปเลย หาเพื่อนให้ เเล้วไว้ค่อยกลับมายำมันทีหลัง - - #อินฝุดๆ
    #16045
    0
  14. #15024 Sweetcaramelly (@prawittra) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:07
    ชยอลไปกะซูจีเหอะ เราสงสารซูจีนิดๆนะ(ถ้ามันท้องจริงๆอ่ะน่ะ) อยากให้ซูจีกับนานึลดีกันละตะลุมบอลยัยนาอึนชริมๆ ละอิฮุนน่ะไปไกลๆ เลยเกลียดมาก
    #15024
    0
  15. #14307 sasiprapa deechairam (@bb_205-elf) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 20:49
    ยัยนาอึนนี่ก็เหมือนจะดีแต่ก็เลว
    #14307
    0
  16. #13909 pinkydrop (@pinky_drop) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 22:52
    สับสนไม่แน่ใจว่าเกลียดนาอึนรึปล่าว คือมันเหมือนจะเป็นคนดี แต่มันก้เหมือนจะแย่งเซฮุนแบบมีชั้นเชิง
    #13909
    0
  17. #12895 LoVe ExO FoReVeR (@babybambooss) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 11:28
    ฮึ่!! ไม่ต้องกลับมาเลยนะทั้งสองคน เราไม่อยากเจ็บอีกแล้ว TT แต่ก็รู้สึกชอบนะที่เซฮุนไม่รีบกลับคอนโดไปหาผู้หญิงที่นอนอ่อยรออยู่ ชิ!!! แต่อยากได้คยองซูอ่ะ >///<
    #12895
    0
  18. #12709 aom (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 11:42
    แหมสุดจะทนกับฮาอึนจริงๆโคตรจะเกลียดเลยนิสัยแม่ง

    ชอบจื่อเทา ผมเปนพี่ชายครับเปนคนในครอบครัว ไอ๊ย๊ะ
    #12709
    0
  19. #12600 Ran Koray (fayefur) (@fayefur) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 11:17
    นางเอกเหนื่อยจริงๆ อยากให้หนีไปที่ไกลๆและก็ไปอย่างสงบ ชาติก่อนไปทำอะไรมาเนี่ย
    #12600
    0
  20. #12261 Lost memories (@maprang94) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 20:05
    รู้สึกตัวเองไร้ค่ามากกก เกลียดนาอึนกับซูจี
    อ่านไปร้องไห้ไป 5555
    #12261
    0
  21. #12054 -mahmintty (@mintty-pn) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 05:47
    นาอึน นังเลว เกลียดแกมาก ถึงเป็นแกยังไงก็หยุดเซฮุนไม่ได้หรอก นังขี้อิจฉา ชั้นเกลียดแก นังซูจีอีกคนน่ามคานคนท้องอ่ะ ท้องจริงป่าวเหอะหรือแค่ใส่ไข่เรียกร้องความสนใจวะ โอ๊ยแค้นจริงๆ เกลียดนาอึนโว๊ยยยยย
    #12054
    0
  22. #11714 fah punnapak (@punnapak) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 13:17
    คือเกลียดนาอึนมาก -.- แล้วอิหยอยกับติ๋มนี่ สรุปเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่
    #11714
    0
  23. #11645 phakh (@nu_phakh) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 11:23
    เรื่องนี้มีคนดีๆให้นานึลบ้างไม้เนี่ย...,

    ก่อนอื่นจัดไปก่อนเลยไม๊..นังนาอึนเนี่ย

    ไรท์ช่วยนางเอกด้วย.  ㅠㅠ
    #11645
    0
  24. #11594 sujuoppa (@bule1510) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 17:26
    ฉันตกหลุ่มรักมาเฟียที่ชื่อ หวงจือเทา อิอิช่าาาา คยองนายพูดได้ดีมาก ยอดเยี่ยมมม ขอตบนาอึนกับซูจีสัก 1 ตอนเต็มได้ไมค่ะ -...- ซูจีท้องกับชานจริงเหรอ?
    #11594
    0
  25. #11233 Gotcha Gotcha (@babarahaha) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 กันยายน 2557 / 01:13
    คั่วเกาลัดคือสิ่งที่ดีคับ? กรูว์หรรม
    #11233
    0