[EXO x YOU]: Fic4Me :แฟนฟิคเรื่องนี้ (Me) ตัวฉันเป็นนางเอก

ตอนที่ 21 : ตอน 17 : Hard feelings! ความรู้สึก. . .ที่ยากจะเข้าใจ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,416
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    3 ก.ค. 57

-17-

 

 

 

 

 

        บนรถแท็กซี่ที่มีร่างบางนั่งกำโทรศัพท์ของลู่หานเอาไว้แน่นอยู่เบาะหลัง  โชคดีที่ลู่หานหมาป่าหนุ่มผู้สง่างามในป่าดงพงไพรให้ยืมโทรศัพท์มาใช้ก่อน  แต่ก็ต้องแลกกับการเจ็บปวดที่หัวเหมือนอย่างเคย  แถมลู่หานยังบอกว่าจะตามมาด้วยเพราะนั่งแท็กซี่คนเดียวมันอันตราย  แล้วจะให้นั่งมาด้วยได้ยังไง

 

 

 

        .....ในเมื่อฉันไม่ได้กลับบ้านไปหาน้องชาย  แต่ฉันกำลังนั่งรถแท็กซี่ไปหาผู้ชายโรคจิต!

 

 

 

        จะไม่ไปก็ไม่ได้  ก็ผู้ชายใจร้ายเล่นขู่เอาไว้ซะขนาดนั้น  ความจริงถ้าเขาบอกว่าจะเอาคลิปไปปล่อยในอินเทอร์เน็ตหรืออะไรก็คงไม่สนใจ  เชิญเอาไปปล่อยตามสบายเถอะ  แต่นี่เล่นมาขู่ว่าจะเอาไปให้เจ้าฮานึลดู  แล้วแบบนี้พี่สาวที่ไหนเขาจะทนไหว  นอกจากขู่แล้วยังพูดจาเหมือนร่างกายนี้ไม่มีค่าอีก  ร้องไห้ไปก็ไม่ช่วยอะไร  สิ่งที่ต้องทำคือแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

 

 

 

        .....ฉันควรจะหาทางลบคลิปอนาจารนั่น! 

 

 

 

        “น้องสาวครับ  โรงแรม  เดอะ เบสโซล  ระดับห้าดาวที่น้องจะไปรถติดมาก  พี่จะไปทางลัดนะครับ”  จู่ๆโชเฟอร์แท็กซี่ที่อายุไม่น่าจะเกินสามสิบ  หน้าตาเคร่งขรึมก็พูดแทรกความคิดขึ้นมา  เขาส่งสายตามองผ่านกระจกมองหลังแล้วจับจดจ้องมองนานึลอยู่แบบนั้น

 

 

 

        “นี่ก็จะสี่ทุ่มแล้วรถยังติดอยู่อีกหรือคะ?”

 

 

 

        “ติดมากครับ  พี่ขับแถวนี้มานาน  ไปทางลัดน่าจะเร็วกว่า

 

 

 

        “เอ่อ...

 

 

 

        เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าควรจะลงจากรถแท็กซี่คันนี้ดีไหม  เพราะจากสายตาที่คนขับรถแท็กซี่มองมามันน่ากลัวเหลือเกิน  นานึลกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอแต่ก็ไม่กล้าจะพูดอะไรมากมาย  ดวงใจสั่นแรงด้วยความกลัวเมื่อเห็นว่าโชเฟอร์คนเดิมเลี้ยวรถเข้ามาในซอยเปลี่ยวที่มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าอยู่ห่างเป็นกิโล

 

 

 

        .....ใจเย็นๆไว้  บางทีเขาอาจจะพาฉันมาทางลัดจริงๆก็ได้

 

 

 

        ปลอบใจตัวเองพลางมองออกไปข้างทาง  สิ่งที่พบคือเส้นทางมันยิ่งเปลี่ยวขึ้นและรกร้างมากขึ้น  นานึลกำมือแน่น  ความกดดันทำให้เม็ดเหงื่อบนใบหน้าสวยเริ่มผุดออกมาทีละเม็ด

 

 

 

        “เอ่อพี่คะ  นี่มันทางลัดแน่หรือคะ?”

 

 

 

        “ใช่ครับ  มันออกจะเปลี่ยวนิดนึง  แต่เดี๋ยวอีกไม่นานก็ถึงแล้วล่ะครับ

 

 

 

        “อ่อค่ะ...”  พยักหน้ารับคำพูดของคนขับแท็กซี่เล็กน้อยแล้วข่มใจนั่งต่อไปด้วยอาการตื่นตระหนก  บอกได้เลยว่าตอนนี้ไม่เชื่อแล้วว่านี่คือทางลัด  ถึงแม้จะเป็นคนเชื่อคนง่ายก็เถอะ

 

 

 

        เอี๊ยด!

 

 

 

        นานึลนั่งตัวเกร็งแข็งทื่อหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ได้ไม่นาน  รถที่ขับมาเรื่อยๆก็เบรกกะทันหันจอดหน้าตึกร้างที่ไหนสักแห่ง  ดวงตาบวมช้ำมองออกไปนอกกระจกสะกดอาการตกใจ  พยายามเรียกสติให้กลับคืนมาแต่ตอนนี้ไอ้สติมันก็ไม่รู้หายไปไหน  เพียงไม่นานคนขับรถแท็กซี่ก็เปิดประตูลงจากรถ  หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงรีบเปิดประตูบ้างแต่มันก็เปิดไม่ออก

 

 

 

        .....นี่ไม่ใช่ทางลัดแน่ๆ

 

 

 

        ชายขับแท็กซี่เดินอ้อมมาเร็วๆแล้วเปิดประตูรถฝั่งที่นานึลนั่งอยู่  ก่อนจะฉุดกระชากลากถูให้ร่างบางออกมาตามที่ตนต้องการ  แต่แล้วก็ต้องชะงักยอมปล่อยผู้โดยสารหน้าตาน่ารักเพราะโดนเหยียบเท้าเข้าอย่างจัง

 

 

 

        “โอ๊ย!  มึงอยากเจ็บตัวใช่ไหม!?”  สบถออกมาอย่างอารมณ์เสียแล้วชี้หน้าร่างบางที่หมายจะสนองอารมณ์และความอยากของตัวเอง  ทำให้นานึลที่สติกระเจิดกระเจิงรีบวิ่งหนีเข้าไปในตึกร้างเพื่อหลบซ่อนตัว  เนื่องจากจะให้วิ่งไปตามท้องถนนคงวิ่งหนีไม่พ้นผู้ชายที่ดูท่าทางแข็งแรงแน่นอน

 

 

 

        .....ฉันจะทำยังไงดี!?

 

 

 

        ร่างบางเข้ามาแอบตรงซอกหลืบที่ไหนสักแห่งในตึกร้าง  หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเมื่อตอนหัวค่ำที่เจอพวกมาเฟียเสียอีก  ตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับโจรโรคจิตของจริงที่ดูยังไงมันก็น่าจะข่มขืนแล้วฆ่าหมกป่าแน่นอน  มือบางสั่นไหวให้กับอาการตกใจ  ภายในใจมันกลัวจนแทบจะเป็นบ้า  อีกทั้งน้ำตามันยังไหลออกมาอีก

 

 

 

        “มึงอยู่ไหน!  ออกมาเดี๋ยวนี้!”  

 

 

 

        เสียงที่ดังแว่วมาไกลๆทำให้มือเรียวยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองไว้โดยอัตโนมัติกันเสียงลมหายใจเพื่อไม่ให้โจรโรคจิตหาตัวเจอ      

 

 

 

  

        “กูรู้ว่ามึงอยู่แถวนี้  ออกมาดีๆก่อนที่กูจะโมโห!

 

 

 

        เสียงที่ลอยเข้ามายิ่งชัดเจนมากขึ้น  หมายความว่าโชเฟอร์แท็กซี่กำลังเดินเข้ามาใกล้แล้ว  นาทีนี้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันยิ่งทวีความรุนแรงเต้นถี่มากขึ้นไปอีก  ความกลัวถาโถมเข้ามาใส่ไม่หยุดจนควบคุมสติตนเองไม่ได้  ทั้งๆที่ครั้งนี้มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องเจอกับเหตุการณ์เลวร้าย  แต่เหตุการณ์ครั้งก่อนๆมันไม่ได้ช่วยให้ความหวาดกลัวในใจลดลงไปเลย

 

 

 

        “ตอนนี้กูเริ่มโมโหแล้วนะ!  ถ้ากูเจอมึง  กูจะเอามึงให้มึงทนไม่ไหวจนตายไปเลย  ออกมาเดี๋ยวนี้!  มึงอยากให้กูฆ่ามึงนักใช่ไหม!?” 

 

 

 

  

        คำพูดที่ดูโหดร้ายน่ากลัวส่งผลให้คนที่กำลังหลบซ่อนอยู่ตอนนี้ถึงกับสะดุ้ง  ร่างบางหลับตาแน่นกลั้นเสียงสะอื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด  ทำไมชีวิตต้องมาเจอเรื่องอะไรเลวร้ายแบบนี้เสมอ 

 

 

 

        .....ใครก็ได้ช่วยฉันที

 

 

 

        น้ำตามากมายไหลออกมาไม่หยุดให้กับความทุกข์  ความกังวลและความหวาดกลัว  ถ้านานึลอยู่ตัวคนเดียวไม่มีน้องชายต้องคอยดูแล  บอกได้เลยว่าชีวิตคงจบสิ้นไปนานแล้วนับตั้งแต่เจอ  ปาร์ค ชานยอล  ครั้งแรก  แต่เพราะมีน้องชายที่เปรียบเสมือนชีวิต  นั่นมันทำให้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป  แล้วถ้าชีวิตไร้ค่านี้ต้องมาจบลงในค่ำคืนนี้

 

 

 

        .....แล้วน้องชายของพี่จะเป็นยังไง?

 

 

 

        และแล้วก็คิดได้ว่าตนเองถือโทรศัพท์ของลู่หานมาด้วย  มือเรียวปาดน้ำตาที่ไหลอาบลงมาเปื้อนใบหน้า  นี่คงเป็นเพราะปล่อยให้ความกลัวมันอยู่เหนือสติจนไม่รู้เลยว่าตัวเองมีสิ่งของที่จะสามารถพาออกจากสถานการณ์เลวร้ายในครั้งนี้ได้  นานึลไม่รอช้าจิ้มโทรศัพท์ผิดๆถูกๆ  ร่างบางสูดลมหายใจเข้าก่อนจะกดโทรศัพท์หาเบอร์ล่าสุดแล้วกดโทร.ออกทันที  จากนั้นก็ได้แต่หวังให้บุคคลปลายสายรับสายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

 

        .....ขอร้องล่ะ  รับสายเถอะ  ฉันจะทนไม่ไหวแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        ชานยอลที่นั่งอยู่ในล็อบบี้โรงแรมหรู  เดอะ เบสโซล  ตอนนี้กำลังรอผู้หญิงคนหนึ่ง  เนื่องจากการแข่งขันวิชาการระดับประเทศแท้ๆเลยทำให้เสียโอกาสออกไปเที่ยวเล่น  แน่นอนว่าเขามีกฎห้ามนักเรียนที่มาเข้าแข่งขันออกจากโรงแรม  เรียกได้ว่าเก็บตัวอ่านหนังสือเพื่อแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนค่ายนรก

 

 

 

        .....รู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรงสาเหตุคงเพราะไม่ได้กินผู้หญิงมาอาทิตย์กว่าๆเกือบสองอาทิตย์แน่ๆเลยกู

 

 

 

        “เฮ้อ~”  ถอนหายใจออกมาด้วยความห่อเหี่ยวใจเมื่อร่างกายไม่ได้รับสารอาหารหลักตามที่ควรจะได้  แต่ไม่ทันไรก็เหลือบไปเห็นนักเรียนชายโรงเรียนมัธยมเอ็มไพร์  โรงเรียนพันธมิตรที่ตอนนี้ถือได้ว่าเป็นคู่แข่งตัวฉกาจมันกำลังนั่งจิบชาหรืออะไรสักอย่างแล้วอ่านหนังสืออย่างสบายใจเฉิบ

 

 

 

        .....ไอ้ชานยองชื่อคล้ายกูเลย  ดีนะฉลาดน้อยกว่ากูไม่งั้นคงได้เห็นดีกัน!

 

 

 

        เบ้ปากส่ายหน้าตำหนิ  ยุน ชานยอง  นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมเอ็มไพร์เบาๆ  ทั้งที่ความจริงแล้วตัวเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าไอ้ชานยองอะไรนั่นนับว่าความเก่งของมันเป็นที่หนึ่งในเกาหลีใต้เลยก็ว่าได้  เพียงแต่  ปาร์ค ชานยอล  เองก็ฉลาดไม่แพ้ใครเช่นเดียวกัน

 

 

 

        Rrrrrrrrrrr

 

 

 

        เสียงโทรศัพท์ดังออกมาจากกระเป๋ากางเกง  มือหนาล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู  ซึ่งพอได้เห็นเบอร์เท่านั้น  ความห่อเหี่ยวใจที่มีอยู่เมื่อกี้มันหายไปหมดเลย  ริมฝีปากบนใบหน้าหล่อน่ารักระบายยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่เห็นเบอร์ของปลายสายปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

 

 

 

        “ว่าไง  รอนานแล้วเนี่ย  เมื่อไหร่จะ...

 

 

 

        [ชานยอล  ฮึก...นาย...นายมาช่วยฉันที!] 

 

 

 

        เพียงแค่ได้ยินก็แทบจะเป็นลมอยู่ตรงนี้  เสียงที่ส่งมาจากปลายสายคือเสียงของนานึลไม่ผิดแน่  ชานยอลกระเด้งตัวลุกขึ้นยืน  ขมวดคิ้วรับความตกใจ  และสิ่งที่สำคัญคือหัวใจมันเต้นแรงทั้งๆที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

 

 

 

        “นานึล!  เป็นอะไร  ค่อยๆพูดสิ!

 

 

 

        [ฮึก...ฉัน...ฉัน  ฉันกำลังจะโดนคนขับแท็กซี่ฆ่าข่มขืน...ฮึก] 

 

 

 

        เอ่ยประโยคถัดมาทำให้ชานยอลตกใจจนอยากจะพุ่งตัวมุดเข้าไปในโทรศัพท์ทันทีที่ได้ยิน  ความรู้สึกเป็นห่วงจนแทบจะเป็นบ้าแบบนี้คืออะไร  มันเกิดขึ้นทุกทีเวลาที่เห็นผู้หญิงคนนี้กำลังร้องไห้  ให้ตายเถอะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว

 

 

 

        “อยู่ไหน  ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน!?”

 

 

 

        [ฉัน...ฮึก...ไม่รู้] 

 

 

 

        “มองไปรอบๆสิ!  เจออะไรก็บอกฉันมา!

 

 

 

        [ฉันอยู่ในตึกร้างที่ไหน...สักที่  ฮึก...ฉันกำลังนั่งรถแท็กซี่ไปหานาย...แต่...] 

 

 

 

        ประโยคนี้ทำให้ชานยอลรู้สึกผิดจนอยากจะตายไปซะให้พ้นๆ  มันจะได้สาสมกับความผิดที่บอกให้ผู้หญิงจิตใจดีมาหาตัวเขาเพราะไม่อยากให้ซูจีออกมาดึกดื่นเนื่องจากกลัวว่าซูจีจะมีอันตราย  ชายหนุ่มเครียดจัดจนต้องเดินไปมาหลายครั้งจนคนแถวนั้นต่างก็สงสัยว่าเขากำลังเป็นอะไร

 

 

 

        [ชานยอล  ฮึก...นายฟังฉันอยู่หรือเปล่า  ขอร้องล่ะมาช่วยฉันที  ฮึก...ฉันไม่ห่วงตัวเองหรอกถ้าฉันจะต้องถูกไอ้โจรนั่นฆ่าตาย  แต่ฉันเป็นห่วงน้องชายของฉันว่าเขาจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีฉัน...ชานยอล...ฮึก] 

 

 

 

        น้ำเสียงที่ส่อออกมาถึงความกลัวผ่านปลายสายนั่นทำให้ชานยอลรับรู้ได้ทันทีว่าร่างบางคนนั้นกำลังทุกข์ทรมานมากแค่ไหน  ดวงตากลมโตสดใสหมองหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด  และตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะมีน้ำสีใสเอ่อคลออยู่ในดวงตาเมื่อรู้ว่าผู้หญิงน่าสงสารกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย

 

 

 

        “ฉันไม่น่าโทรตามเธอออกมาเลย...”  กรอกเสียงลงไปในสาย  ไม่รู้ทำไมหัวใจใหญ่ๆของชายหนุ่มมันรู้สึกเจ็บปวดอีกแล้ว  ครั้งนี้ความเจ็บปวดมันชัดเจนมากขึ้นจนเหมือนจะยืนต่อไปไม่ไหว  แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำพูดของหญิงสาวจากปลายสายที่ทำให้ชายหนุ่มแทบจะล้มทั้งยืน

 

 

 

        [ไม่เป็นไรชานยอล...ฉันเจอแบบนี้มันยังดีกว่าให้ซูจีมาเจอเรื่องเลวร้าย] 

 

 

 

        “นานึล

 

 

 

        [ฮึก...จริงๆแล้วนายเป็นคนดี  ฉันรู้  นายเป็นห่วงแฟนของนายมาก  กลัวว่าแฟนของนายจะต้องเจอเรื่องอันตราย  ฉันไม่โทษนายหรอก  ฉันไม่โทษนายจริงๆ  ใครๆก็ต้องรักแฟนของตัวเองอยู่แล้ว  แต่ถ้านายจะไม่มาช่วยฉัน  นายช่วยบอกให้ใครก็ได้มาช่วยฉันทีได้ไหม  ตอนนี้  ฮึก...ฉันกลัวมากเลย...] 

 

 

 

        คำพูดจากปลายสายแต่ละคำล้วนบีบหัวใจของชานยอลเหลือเกิน  ดวงใจตอนนี้มันกำลังเต้นแรงจนเหมือนจะกระเด็นหลุดออกมาเสียให้ได้  ใจมันหายทันทีที่ได้ยินวลียาวเหยียดอันโหดร้ายที่คอยตอกย้ำซ้ำเติมความผิดที่ตัวเองทำเอาไว้กับ

ผู้หญิงคนนั้นอยู่เรื่อยไป

 

 

 

        [ชานยอล  ฉันกลัว...] 

 

 

 

        ในที่สุดก็ทนไม่ไหวอีกแล้วที่จะยืนนิ่งๆแบกรับความเสียใจของคนจากปลายสาย  ชายหนุ่มรีบบึ่งไปที่รถของตัวเองโดยไม่คิดหน้าคิดหลังว่ากฎของการแข่งขันวิชาการเขาห้ามนักเรียนออกจากโรงแรมหรือสถานที่เก็บตัวถ้าหากยังไม่ได้รับอนุญาต

 

 

 

        “ถือสายเอาไว้นะนานึล  อย่าวางสายนะ  ฉันจะตามจีพีเอสจากโทรศัพท์  ไม่ว่ายังไงก็ห้ามวางสายเข้าใจไหม!?”

 

 

 

        [ฮึก...ฉันจะไม่วางสาย  นายรีบๆมานะชานยอล] 

 

 

 

        “รอฉันแค่แป๊ปเดียว  เดี๋ยวเธอก็เจอฉันแล้ว

 

 

 

        ชานยอลเปิดประตูขึ้นรถแล้วคว้าบลูทูธมาใส่หู  ก่อนจะรีบเหยียบคันเร่งไปยังเป้าหมายบนหน้าจอ GPS อย่างรีบร้อน  ระยะทางจากที่นี่ไปถึงตัวของผู้หญิงที่เปรียบเสมือนเป็นของเล่นไร้ค่า  ถึงแม้มันจะไม่ไกลมากมาย  แต่ตอนนี้ในความรู้สึกของชานยอลมันไกลแสนไกลเหลือเกิน  มันเหมือนไกลกันจนมีความรู้สึกว่าถ้าไปหาช้าเกินไป  อาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าสวยที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเสมอ

 

 

 

        .....ถึงแม้ว่ารอยยิ้มเหล่านั้นเธอจะไม่ได้มอบให้ฉันก็ตาม

 

 

 

        [ชานยอล...นายกำลังมาช่วยฉันใช่ไหม  ฮึก...] 

 

 

 

        “ฉันกำลังไป  รอฉันอีกหน่อยนะ

 

 

 

        [อย่า  ฮึก...ขับรถเร็วมากนะ...] 

 

 

 

        “เธอนี่นะ!

 

 

 

        แล้วผู้หญิงแบบนี้จะหาเจออีกไหมในโลกนี้  ตัวเองจะตายอยู่แล้วยังจะมาเป็นห่วงคนอื่นอีก  แล้วมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หัวใจมันสั่นไหวรุนแรงเวลาได้ยินคำพูดที่ดูเป็นห่วงเป็นใยของนานึล  ชานยอลส่ายหน้าพ่นลมหายใจระบายความรู้สึกขัดแย้งลึกๆข้างในหัวใจ  ทั้งที่ตัวเองเป็นคนพูดออกไปแท้ๆว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพียงแค่ของเล่น

 

 

 

        .....แล้วทำไมกูต้องตกใจและเป็นห่วงจนแทบจะเป็นบ้าขนาดนี้ด้วยวะ!?

 

 

 

        [...นังตัวดี  มาหลบอยู่ที่นี่เองเรอะ!  โอ๊ย!  พี่คะ  อย่า  ฮึก...อย่าทำอะไรฉันเลย...]  

 

 

 

        และแล้วเสียงของปลายสายที่ชานยอลภาวนาไม่อยากให้มันเกิดขึ้นก็ดังเล็ดลอดผ่านเข้ามาในหู  เสียงนั้นมันแล่นผ่านเข้าไปตามเส้นประสาททำให้ร่างกายของชานยอลหยุดชะงัก  เสียงที่ส่งผ่านเข้ามาถึงหัวใจทำให้หัวใจของชายหนุ่มหล่นฮวบจนน่าใจหาย  ตอนนี้เหมือนร่างกายมันชาไปหมดจนไม่อยากจะรับรู้อะไรแล้ว  ไม่อยากจะรับรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังเจ็บปวดขนาดไหน  ชานยอลไม่อยากจะรับรู้เลยว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้

 

 

 

        [เพี้ยะ!  อยู่นิ่งๆสิมึง!  ถ้าอยู่นิ่งๆกูจะเมตตามึง  ยังไม่หยุดดิ้นอีก  มึงชอบความรุนแรงใช่ไหม  เดี๋ยวกูจัดให้มึงเอง  เพี้ยะ!] 

 

 

 

        ชานยอลเหยียบเบรกกะทันหัน  หายใจติดขัดราวกับว่าหลอดลมมันกำลังตีบจนเหมือนจะหายใจไม่ออก  มือหนากำแน่นยกขึ้นมาทุบลงไปบนแผงอกแข็งแรงของตัวเองหลายครั้งเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกเจ็บปวดทรมานหัวใจจนอยากจะตาย  และอยู่ๆน้ำตาลูกผู้ชายที่เคยเอ่อคลออยู่รอบดวงตากลมโตกลับไหลออกมาจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงมันถึงจะหยุด

 

 

 

        [แรงเยอะนักนะมึง!  ผัวะ!  โถ่นึกว่าจะเก่งแค่ไหน  นอนนิ่งๆนะมึง  ทีนี้มึงก็เตรียมตัวมาเป็นเมียกูได้แล้ว!]

 

 

 

        อีกครั้งที่เหมือนเวลามันหยุดนิ่งเมื่อได้ยินเสียงของการกระทำอันโหดร้าย  ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัวมากถึงเพียงนี้ทั้งที่ตัวเขาก็นั่งอยู่ในรถ  ความเจ็บและความทรมานแบบนี้มันลามไปถึงหัวใจ  ผู้หญิงคนนั้นจะเจ็บปวดแค่ไหน  แล้วความเจ็บปวดรวดร้าวแบบนี้มันคือสิ่งที่ผู้หญิงน่าสงสารคนนั้นกำลังเจออยู่ใช่ไหม

 

 

 

        [ชานยอล...] 

 

 

 

        และในที่สุดเสียงเรียกชื่อแหบพร่าจากปลายสายก็ทำให้สติของชานยอลกลับมา  ชายหนุ่มยกมือหนาแข็งแรงปาดน้ำตาแล้วสูดลมหายใจเพื่อระงับความตกใจ  ก่อนจะรีบเหยียบคันเร่งไปหาผู้หญิงที่ปัจจุบันตัวเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมร่างบางคนนั้นถึงได้มีอิทธิพลต่อหัวใจของตัวเองขนาดนี้

 

 

 

        .....อดทนอีกหน่อย  ฉันกำลังรีบไปหาเธอแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        เพี้ยะ!

        พวงแก้มสีซีดกลับแดงขึ้นมาอย่างชัดเจนเป็นเวลาเดียวกับร่างกายบอบบางเซล้มลงกับพื้น  สิ่งที่รับรู้ได้ตอนนี้คือความเจ็บปวดที่แก้มก่อนที่ความชาจะเข้ามาแทนที่  เนื่องจากพวงแก้มบอบช้ำนี้รองรับฝ่ามือของโจรมาแล้วหลายครั้ง

 

 

 

        “ฮึก...อย่าทำอะไร...ฉันเลย  ฉันกลัว...แล้ว”  มือบางประกบกันนั่งไหว้ขอร้องอ้อนวอนโจรรายเดิมที่กำลังเดินเข้ามาใกล้  หากแต่โจรยังไงก็คือโจรอยู่วันยันค่ำ  ชายใจโฉดจัดการรวบข้อมือบางเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวที่หยาบกร้าน  ก่อนที่จะย่อตัวนั่งลงมองใบหน้าสวยจัดที่มีน้ำตาอาบใบหน้า

 

 

 

        “แหม่มึงนี่หน้าตาดี  ถ้ามึงอยู่นิ่งๆกูจะไม่ทำให้หน้าของมึงเป็นแผล!”               โชเฟอร์แท็กซี่กดร่างบางให้นอนราบไปกับพื้นโดยไม่ลืมที่จะกระชับข้อมือบางเอาไว้แน่นๆ  ก่อนที่ร่างกายใหญ่โตเจือกลิ่นเหงื่อที่น่าสะอิดสะเอียนจะคร่อมทาบทับหญิงสาวเอาไว้

 

 

 

        “ปล่อยฉัน...ฮึก”  ยังไม่ล้มเลิกความพยายามที่จะดิ้นแรงๆ  ถีบขาไปมาไม่ยอมให้ไอ้โจรชั่วคนนี้มันทำอะไรได้ง่ายๆตามใจชอบ  ทำให้โจรคนเดิมทนไม่ไหวพลั้งมือต่อยลงไปที่หน้าท้องแบนราบของร่างบางเต็มแรง

 

 

 

        ผัวะ!

 

 

 

        เสมือนกับร่างกายบอบบางนี้มันกำลังจะแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ  นานึลรับรู้ได้ถึงความจุกที่ถั่งโถมเข้ามาไม่หยุดจนต้องนิ่วหน้ากัดริมฝีปาก  สภาพร่างกายตอนนี้จะให้ดิ้นคงทำไม่ไหว  ไม่รู้เมื่อไหร่ความโชคร้ายที่พลั่งพลูเข้ามาในชีวิตมันจะหายไปเสียที

 

 

 

        “เป็นไงล่ะมึง  ดิ้นอีกสิ!”  แสยะยิ้มด้วยความสะใจที่เห็นเหยื่อสาวแสนสวยกำลังเจ็บปวด  เห็นแบบนั้นมือหนาแข็งแรงของโจรเหี้ยมโหดจึงกำหมัดแน่นๆแล้วชกลงไปที่หน้าท้องอีกหนึ่งครั้ง  ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงไปบนใบหน้าสวยอีกฉาด  เพื่อให้แน่ใจว่าผู้หญิงเคราะห์ร้ายจะไม่ดิ้นหรือต่อสู้อีก

 

 

 

        “ปล่อ...”  แทบไม่มีแรงจะพูดออกไป  ตอนนี้แม้แต่หายใจยังเหนื่อยเกินไปด้วยซ้ำ  ความเจ็บปวดบริเวณหน้าท้องแล่นขึ้นมาถึงหน้าอกจนหายใจไม่ออก  มันกลายเป็นความจุกที่ทรมานที่สุดในชีวิต  ผสมกับอาการหน้ามืดและเวียนหัว  ส่งผลให้ดวงตาหลังม่านน้ำตาหรี่ลงจนเกือบจะปิดสนิท

 

 

 

        “มึงมาเป็นเมียกูก่อนแล้วกัน  ก่อนที่มึงจะกลายเป็นศพ!

 

 

 

        คนขับรถแท็กซี่คลายมือของตนเองจากข้อมือบาง  เขาปลดกระดุมเสื้อออกอย่างเร่งรีบแล้วโยนเสื้อทิ้งไว้แถวนั้น  ก่อนจะก้มลงเอาจมูกเชยชมความหอมจากลำคอคละเคล้ากลิ่นคาวเลือดจากริมฝีปากกระจับ  มือหนาจากโจรจิตใจโหดร้ายบีบพวงแก้มสีแดงช้ำเพื่อให้ปากบางอ้าออก  ตั้งใจส่งลิ้นร้อนสากน่าขยะแขยงเข้าไปในโพรงปากชุ่มชื้นรสหวานเหมือนน้ำเชื่อม  ชายคนเดิมตะล่อมลิ้นร้อนไปมาตักตวงความอร่อยจากร่างบาง  ก่อนจะเปลี่ยนมือที่เดิมเคยบีบพวงแก้มมาเป็นการลูบไล้ทรวงอกของเหยื่ออันโอชะแทน

 

 

 

        สติที่เลือนลางเต็มทนจนใกล้จะไม่เหลือสั่งให้นานึลต่อสู้เฮือกสุดท้ายด้วยการกดขากรรไกรกัดลิ้นของโชเฟอร์แท็กซี่ที่กำลังจาบจ้วงอยู่ในขณะนี้  ทำให้โจรชั่วจำเป็นต้องละออกจากโพรงปากหอมหวานนั่น  ด้วยความโมโหทำให้ชายร่างกายแข็งแรงส่งฝ่ามือหนาไปกระทบพวงแก้มอีกรอบจนเกิดเสียงดัง

 

 

 

        เพี้ยะ!

 

 

 

        “มึงยังไม่หมดฤทธิ์อีกรึไง!  มึงกล้ามากนะถึงมากัดลิ้นกู!

 

 

 

        “ขอร้อง...”  แข็งใจพูดออกไปเผื่อว่าจะได้รับความสงสารหรือความเห็นใจจากโจรถ่อย  ความรู้สึกตอนนี้มันปวดรวดร้าวระบมไปหมดทั้งตัวจนเหมือนว่าตนเองนั้นกำลังจะตายในอีกไม่ช้า  ถึงแบบนั้นร่างบางก็ยังฝืนใจยกมือขึ้นมาไหว้ขอร้องชายคนเดิม

 

 

 

        “ขอร้องอะไรของมึง!  ขอร้องให้กูฆ่ามึงใช่ไหม  ได้เลย!  งั้นมึงก็กลายเป็นศพก่อน  จากนั้นมึงก็ค่อยมาเป็นเมียกู!”  โจรถ่อยเผยยิ้มอันน่าสยดสยอง  เขาใช้มือใหญ่พุ่งเข้าไปบีบลำคอบางเอาไว้กะจะฆ่าให้ตายไปให้พ้น  หลังจากนั้นค่อยสนองความใคร่ที่มีอยู่ล้นปรี่

 

 

 

        “อึก...

 

 

 

        เมื่อโดนร่างใหญ่ใจโหดบีบเค้นลำคอขาวก็เท่ากับขาดอากาศหายใจ  มันทั้งเจ็บและทรมาน  มือเล็กสั่นเทาจึงยกขึ้นมาจับมือหนาพยายามเอาสิ่งที่กำลังขัดขวางทางเดินหายใจนั่นออกไป  ใบหน้าสวยบอบช้ำเหยเก  ดวงตาแดงก่ำเหลือกไปมา  ริมฝีปากบางอ้าออกเพื่อที่จะกลืนอากาศให้ได้มากที่สุด

 

 

 

        “หายใจไม่ออกใช่ไหมมึง  ทรมานใช่ไหม?”

 

 

 

        ปลายเท้าเรียวหดเกร็งยืดเหยียดรับความทรมานเมื่ออากาศบริสุทธิ์มันไม่เข้าไปในปอด  เม็ดหงื่อบนโครงหน้าสวยไหลออกมาเคล้าน้ำตาอาบท่วมใบหน้าบวมช้ำ  มือบางจิกเกร็งลงไปบนมือหนาที่กำลังบีบลำคอก่อนจะรู้สึกเหมือนมันทนไม่ไหวอีกแล้วที่จะต่อสู้กับการที่ต้องขาดอากาศหายใจ

 

 

 

        .....ฮานึลพี่ขอโทษ  พี่ทนไม่ไหวแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        ในที่สุดชานยอลก็ขับรถมาถึงที่หมาย  มือหนารีบร้อนปลดเข็มขัดนิรภัยลงจากรถด้วยอาการร้อนใจจนแทบบ้า  เสียงร้องไห้และเสียงของไอ้เลวนั่นมันยังคงดังก้องอยู่ในรูหูจนเห็นภาพที่ชวนให้หัวใจมันเจ็บปวด  แต่ตอนนี้เสียงน่าสงสารกลับเงียบลง  เหลือเอาไว้แต่เพียงเสียงด่าว่าหยาบคายเท่านั้น  และนั่นมันก็ยิ่งทำให้ชานยอลต้องเร่งไปหาร่างบางโดยเร็วก่อนที่อะไรๆมันจะสายจนเกินไป

 

 

 

        .....อดทนอีกนิดนะนานึล

 

 

 

        ร่างสูงวิ่งสุดแรงเข้าไปในตึกร้าง  ดวงตากลมโตส่อแววกังวลมองไปรอบๆเพื่อมองหานานึล  ชานยอลก้าวเท้าจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่งด้วยความอัดอั้นราวกับมีใครเอาไฟกองใหญ่มาวางเอาไว้ในใจยังไงยังงั้น  แต่แล้วหูของชานยอลก็ได้ยินเสียงแว่วดังของบุคคลที่น่าจะเป็นคนเลว  มือหนาจึงเอื้อมไปถอดบลูทูธออกแล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงเพื่อตั้งใจฟังทิศทางของเสียงว่ามันมาจากทางไหน  เมื่อรู้ทิศที่แน่ชัด  สองขายาวก็ออกแรงวิ่งไปหาผู้หญิงที่คงกำลังรอการช่วยเหลือ

 

 

 

        ชานยอลวิ่งกระหืดกระหอบเหงื่อไหลท่วมตัวมาหยุดอยู่หน้าห้องที่คาดว่าจะมีร่างบางที่ชอบทำให้เขาเป็นห่วงอยู่ในนั้น  ชายหนุ่มค่อยๆแอบมองเข้าไปในห้องนั้นก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งกำลังบีบคอผู้หญิงที่ดูคุ้นตา  ใจจริงอยากจะวิ่งเข้าไปช่วยเลยแต่เพราะชานยอลไม่ถนัดเรื่องการต่อสู้

 

 

 

        .....ถ้าเข้าไปโจ่งแจ้งแบบนี้มีหวังสู้มันไม่ได้ชัวร์

 

 

 

        ว่าแล้วก็มองหาอาวุธแถวนั้น  ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับไม้หน้าสามอันใหญ่  ชานยอลค่อยๆเดินไปคว้าไม้ที่ว่านั่นเบาๆแล้วย่องเข้าไปให้ใกล้ไอ้ชั่วที่บังอาจมาทำร้ายผู้หญิงของตัวเขาเอง  เมื่อได้ทีก็เล็งที่ท้ายทอยศูนย์รวมเส้นประสาทที่ถ้าหากถูกกระทบกระเทือนรุนแรงเป็นอันต้องสลบ

 

 

 

        ตุบ!

 

 

 

        ชานยอลฟาดไม้ลงไปบนท้ายทอยของไอ้โจรถ่อยอย่างแรงจนมันสลบแน่นิ่งไป  ชายหนุ่มฟู่ปากปาดเหงื่อโยนอาวุธทิ้งไปไกลๆ  แล้วตาลีตาเหลือกเข้าไปหาร่างบางที่นอนหลับตานิ่งไม่ไหวติง  ใบหน้าช้ำแดง  เนื้อตัวมีแต่รอยเขียวฟกช้ำเป็นจ้ำอีกทั้งยังมีเลือดไหลออกมาตรงมุมปาก  นาทีนี้เหมือนวิญญาณของชานยอลมันหลุดลอยออกไปจากร่างทันทีที่ได้เห็นภาพตรงหน้า

 

 

 

        “นานึล!  เธอทำใจดีๆไว้ก่อน!”  รีบร้อนช้อนหญิงสาวน่าสงสารที่กำลังหายใจโรยรินในท่าเจ้าสาวแล้วก้าวไปยังรถของตัวเองหมายจะพาไปโรงพยาบาลที่ไหนสักที่แถวนี้  ทันทีที่ถึงรถ  ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าเปิดประตูวางร่างบางไร้สติบนเบาะข้างคนขับก่อนที่ตนเองจะวิ่งอ้อมไปขึ้นรถ

 

 

 

 

        “ฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล  ช่วยอดทนต่อไปอีกนิดนะ”  พูดกับผู้หญิงที่กำลังสลบไสลพร้อมส่งความเป็นห่วงให้มันเข้าไปในหัวใจไม่ใช่สมอง  แม้ว่าผู้หญิงข้างกายจะไม่รู้สึกตัวแต่ชานยอลก็หวังว่าคำพูดที่ฟังดูอบอุ่นมันจะช่วยปลอบประโลมจิตใจที่เจ็บปวดทรมานของนานึลให้คลายเจ็บลงไปได้บ้าง

 

 

 

        น่าแปลกที่น้ำเสียงทุ้มต่ำในอดีตเคยเอาแต่พูดจาขู่บังคับจิตใจเสมอมามันกลับลอยเข้าไปในหัวใจที่เหนื่อยจนไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมาเจอโลกที่โหดร้าย  เสียงที่เคยเกลียดจะเป็นจะตายรอบนี้มันกลับดังเข้าไปในหัวใจพร้อมความรู้สึกปลอดภัยจนต้องลืมตาขึ้นมามองหาเจ้าของเสียง

 

 

 

        “ชานยอล”  เปรยขึ้นด้วยเสียงที่เบาจนแทบจะไม่ได้ยิน  นานึลหายใจช้าๆเพ่งสายตามองใบหน้าหล่อที่กำลังทำสีหน้าเคร่งเครียด  ขมวดคิ้วเม้มริมฝีปากราวกับว่าในใจของผู้ชายใจร้ายคนนี้กำลังร้อนใจอะไรบางอย่าง

 

 

 

        .....นั่นนายกำลังเป็นห่วงฉันอยู่หรือเปล่า?

 

 

 

        “อดทนเดี๋ยวเดียวนะนานึล  ฉันกำลังรีบพาเธอไปโรงพยาบาล

 

 

 

        ชานยอลสั่งมือหนาที่จับเกียร์อยู่ให้เอื้อมไปกุมมือบางแล้วบีบเอาไว้แน่นๆ  ชายหนุ่มเหลือบสายตาคมจ้องมองคนตัวเล็กสลับกับมองถนนหนทางข้างหน้าไปมาหลายรอบ  แต่กลับต้องสะดุดไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงหวานทำตัวดื้อดึง

 

 

 

        “ฉันไม่ไปโรงพยาบาล” 

 

 

 

        นานึลบีบมือหนาเป็นเชิงขอร้องไม่ให้เขาพาไปในที่ๆจะส่งผลกระทบต่อตัวของชานยอลเอง  เพราะถ้าจะให้แบกร่างกายนี้เข้าโรงพยาบาลที่มีคนพลุกพล่าน  ชานยอลก็จะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแข่งขันงานวิชาการระดับประเทศทันที  ใครๆก็รู้ว่ามันมีกฎห้ามผู้เข้าแข่งขันออกนอกสถานที่เก็บตัว

 

 

 

        .....แค่นายเสี่ยงมาช่วยฉันแค่นี้  ฉันก็ขอบคุณมากแล้ว  ถ้าให้นายต้องลำบากเพราะพาฉันไปโรงพยาบาลแล้วถูกตัดสิทธิ์  มันคงจะไม่ดีแน่ๆเลยชานยอล

 

 

 

        “ทำไมไม่ไปโรงพยาบาล!?”  ตะโกนดังลั่นถามผู้หญิงที่ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ด้วยความหงุดหงิด  ทำเอานานึลสะดุ้งเล็กน้อยที่อยู่ๆน้ำเสียงอบอุ่บเมื่อครู่มันหายไปแล้ว

 

 

 

        “นาย...รีบพาฉันไปส่งที่บ้าน  แล้วนายก็รีบกลับไปที่...โรงแรมเถอะ

 

 

 

        ได้ฟังคำพูดแผ่วเบาก็พอจะเข้าใจว่าทำไมผู้หญิงดื้อดึงคนนี้ถึงบอกแบบนั้น  ถ้าเผอิญว่านานึลเป็นคนทั่วไปไม่ใช่ผู้หญิงจิตใจดีโง่งมงายอย่างที่ผ่านมา  เขาก็คงจะคิดว่าผู้หญิงคนนี้เล่นตัวไม่เข้าเรื่อง  ไม่รู้จักบุญคุณคน  อุตส่าห์มาช่วยดันมาไล่ให้กลับโรงแรม  แต่เพราะนานึลเป็นคนแบบนี้  ชานยอลจึงรู้ได้ทันทีว่าคำพูดเหล่านั้นมันสื่อความหมายว่ายังไง

 

 

 

        “ยังไงฉันก็จะพาเธอไปโรงพยาบาลอยู่ดี

 

 

 

        “ขอร้องล่ะ...ชานยอล

 

 

 

        ในที่สุดก็ทนแข็งใจต่อไปไม่ไหว  ด้วยสายตาที่น่าสงสารและน้ำเสียงที่ชวนให้ชานยอลยอมคล้อยตามง่ายๆ  ชายหนุ่มขมวดคิ้วถอนหายใจส่ายหน้าเบาๆให้กับความใจอ่อนของตัวเองที่ในระยะหลังมานี้มันชอบเกิดขึ้นกับผู้หญิงใกล้ตัว

 

 

 

        .....ใจอ่อนทุกทีสิน่า!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        ชานยอลวางร่างบางเอาไว้บนเตียงในห้องนอนที่บ้านของตัวเอง  เขาเองไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องพามาที่นี่  มันอยากจะดูแลให้สมกับความผิดที่ตัวเขาทำเอาไว้ในครั้งนี้  อยากจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางร่างกายที่คงจะหายได้ยากโดยการปลอบโยนจิตใจผู้หญิงอ่อนหวานให้มากที่สุด

 

 

 

        “ฉันจะไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้”  เอ่ยบอกผู้หญิงที่กำลังนอนลืมตาท่าทางอ่อนล้าบนเตียง  ทำให้นานึลพยักหน้ารับเล็กน้อย  หลังจากชานยอลลับสายตาไป  ดวงตาบวมช้ำบนใบหน้าแดงก่ำก็กวาดสายตามองไปรอบๆ

 

 

 

        .....ที่นี่  มันดูคุ้นๆ

 

 

 

        ใช่แล้ว  ไม่ผิดแน่ๆ  ในห้องนอนนี้ที่เลือดแห่งความบริสุทธิ์มันต้องไหลรินสนองความใคร่ให้กับผู้ชายใจร้ายที่อุตส่าห์มาช่วยเอาไว้ในวันนี้  ยิ่งคิดมันก็ยิ่งโกรธ  ยิ่งคิดทบทวนดูมันก็ยิ่งไม่ควรที่จะไปรู้สึกขอบคุณผู้ชายใจร้ายคนนั้นเลย  เพราะการที่ต้องมาเจอเรื่องเจ็บตัวจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดในวันนี้  ต้นเหตุมันก็เป็นเพราะชานยอล

 

 

 

        .....ฉันจะไม่ขออยู่ในห้องนี้  ไม่ขออยู่ในบ้านที่มีชานยอล  ไม่เด็ดขาด!

 

 

 

        นานึลกัดฟันดันตัวลุกขึ้น  แต่เมื่อขยับตัวเท่านั้น  ความเจ็บปวดบริเวณหน้าท้องที่ช้ำจนเหลือบสีม่วงก็โหมกระหน่ำเข้ามาใส่ไม่หยุดจนต้องทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเดิม

 

 

 

        “รอฉันนานไหม?”

 

 

 

        นี่ไงต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด  ถึงจะมาทำดีตอนนี้มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาหรอก  หญิงสาวเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพราะไม่อยากจะเห็นใบหน้าหล่อแต่จิตใจไม่ดีที่กำลังขึ้นมานั่งบนเตียงพร้อมกับกะละมังใบน้อยที่มีน้ำใส่เอาไว้

 

 

 

        ชายหนุ่มหยิบผ้าลงชุบน้ำแล้วบิดให้หมาด  ก่อนจะบรรจงเช็ดลงไปบนใบหน้าสวยช้ำแดงเบาๆ  เรื่อยลงมาถึงลำคอบางที่มีรอยคล้ำจ้ำเขียวด้วยความเป็นห่วง  แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการโดนผู้หญิงใกล้ตัวปัดมือของเขาออกเสียนี่

 

 

 

        “เป็นอะไร?”  ชานยอลถาม

 

 

 

        “....”  แต่ไร้การตอบกลับ

 

 

 

        “หันหน้าของเธอมา” 

 

 

 

        ชานยอลออกคำสั่งพลางปล่อยผ้าที่ถืออยู่ลงในกะละมังใบเล็ก  นี่มันหมายความว่ายังไง  เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้ยังดีๆอยู่เลย  ชายหนุ่มขมวดคิ้วจดจ้องมองร่างบางด้วยความสงสัยอยู่นานพอสมควร  ในเวลาเพียงไม่นาน  ความอดทนของชายหนุ่มก็ขาดผึงลงทันที

 

 

 

        .....ถ้าฉันไม่บังคับ  เธอก็คงเงียบอยู่แบบนี้ใช่ไหม

 

 

 

        “ถ้าเธอไม่หันหน้ามามองฉันแล้วพูดให้มันรู้เรื่อง  ฉันจะ...

 

 

 

        ยังไม่ทันที่เสียงทุ้มจะเอ่ยจบ  เสียงหวานบางเบาก็พูดแทรกขึ้นมาทันที  หากแต่ใบหน้าสวยนั่นก็ยังคงหันไปทางอื่นอยู่เหมือนเดิม

 

 

 

        “ฉัน...ไม่อยากอยู่ในห้องนี้

 

 

 

        “ทำไม  ห้องของฉันมันทำไม?”

 

 

 

        “เพราะมันเป็นห้องที่ทำให้ชีวิตของฉัน...เปลี่ยนไป

 

 

 

        .....นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนไป  ฉันต้องจำใจเลิกกับแฟนที่แสนดีอย่างอี้ฟาน  ฉันต้องย้ายบ้าน  ย้ายโรงเรียน  ทั้งหมดมันเป็นเพราะนาย

 

 

 

        ชานยอลที่ฟังอยู่ก็ครุ่นคิดถึงความหมายที่แอบแฝงอยู่ตามคำพูดเจือความเศร้าผสมความเหนื่อย  และแล้วคำพูดเหล่านั้นก็ทำให้ชานยอลฉุกคิดขึ้นได้ว่าเธอคงกำลังหมายถึงสิ่งที่ตัวเขาเองทำเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว  ทันทีที่คิดออกหัวใจที่เหมือนจะเป็นปกติสุขตอนเห็นร่างบางปลอดภัยมันกลับจุกขึ้นมาซะอย่างนั้น

 

 

 

        “เธอคงเกลียดฉันมากใช่ไหม?”

 

 

 

        “ฉันต้องเกลียดนายอยู่แล้ว”  

 

 

 

        รู้สึกจุกในใจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเสมือนมีลูกธนูพุ่งเข้ามาเสียบลงกลางใจเต็มๆ  ชานยอลลอบถอนหายใจเบาๆทำเป็นไม่สนใจคำพูดกรีดลึกบาดฤทัย  แล้วเอื้อมมือไปหยิบผ้าในกะละมัง  บิดน้ำให้หมาดอีกหน  ก่อนจะคว้าแขนเรียวบางที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำขึ้นมาเช็ดเบาๆ

 

 

 

        “อยากเกลียดก็เกลียดไป

 

 

 

        ในขณะที่นานึลตอนนี้ค่อยๆหันใบหน้ามามองชานยอลที่กำลังประณีตเช็ดตัวให้  ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมรอบนี้ถึงไม่กล้าที่จะดึงแขนออกแบบที่ผ่านมา  หญิงสาวจึงทำได้เพียงรับการปรนนิบัติจากผู้ชายใจร้ายที่ชอบทำเหมือนร่างกายบอบบางนี้ไร้ค่าเสมอ

 

 

 

        .....นายทำแบบนี้มันหมายความว่ายังไงกัน?

 

 

 

        “ฉันเกลียดนาย  นาย...ไม่ได้ยินรึไง?”  ย้ำคำพูดให้ชานยอลฟังอีกครั้งเพื่อให้เขาเลิกทำท่าทีเหมือนเป็นห่วงกันแบบนี้เสียที

 

 

 

        “ได้ยิน”  ยังคงบรรจงเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้นานึลเหมือนเดิม

 

 

 

        “แล้วนาย...นายทำแบบนี้...ทำไม?”

 

 

 

        “หยุดพูดมากได้แล้ว  ฉันรำคาญ”  ทำเสียงแข็งแล้วพยายามข่มใจที่จะไม่คิดถึงคำว่าเกลียดนักเกลียดหนาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางสีแดงช้ำ  เป็นนาทีเดียวกันกับที่ชานยอลเช็ดตัวให้ผู้หญิงที่กำลังจดจ้องมองมาที่ตัวเขาอย่างไม่วางตาเสร็จพอดี  ชายหนุ่มจัดการเอากะละมังใส่น้ำวางไว้บนพื้นใกล้ๆเตียง  ก่อนที่ตัวเองจะขึ้นมานอนตะแคงมองหน้าคนตัวเล็กใกล้ๆ  ทำเอานานึลที่กำลังนอนหงายถึงกับเบิกดวงตาโพลงหันมามองผู้ชายลามกทันที

 

 

 

        “ชานยอล...นายลุก...นายลุกออกไปห่างๆฉันเดี๋ยวนี้เลย!

 

 

 

        “เป็นเพราะเธอไม่ยอมให้ฉันพาไปโรงพยาบาล  แล้วฉันเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องการแพทย์เหมือนแฟนของเธอ  เพราะฉะนั้นตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ได้เลยนอกจาก...

 

 

 

        ชายหนุ่มพิถีพิถันยกหัวหญิงสาวแล้วสอดแขนแข็งแรงของตัวเองเข้าไปรองรับ  ก่อนจะวางศีรษะเล็กลงบนแขนของตนเบาๆ  จากนั้นชานยอลก็ค่อยๆดันร่างบางที่นอนหงายอยู่ให้นอนตะแคงมาซบเข้ากับแผงอกอุ่นๆ  วงแขนแข็งแรงโอบกอดร่างกายบอบบางเอาไว้คล้ายเป็นการเรียกขวัญให้กลับมา  ถึงแม้ว่าอ้อมกอดบนเตียงที่แสนอบอุ่นนี้มันจะไม่ได้ช่วยให้ความเจ็บทางกายหายไปได้

 

 

 

        .....แต่ฉันก็หวังว่ามันจะช่วยให้หัวใจของเธอรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

 

 

 

        “ชานยอล...ปล่อยฉันเถอะ”  ถึงแม้ปากบางจะพูดออกไปแบบนั้น  แต่หัวใจมันกลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเวลาอยู่ในอ้อมกอดที่คุ้นเคยของผู้ชายใจร้าย  ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆแบบผู้ชายที่คุ้นชิน  ทำให้หญิงสาวหลับตาลงอีกครั้งแล้วซบใบหน้าลงไปกับแผงอกแข็งแรง

 

 

 

        .....นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่?

 

 

 

        “ไม่ปล่อย”  กระชับกอดให้แน่นขึ้นจนร่างกายแทบจะประสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

 

 

        “นายอย่ากอดฉันแน่น...ฉันเจ็บท้อง

 

 

 

        เสียงอู้อี้ดังขึ้นส่งผลให้ชานยอลรีบคลายอ้อมกอดออกทันที  ชายหนุ่มค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งแต่ก็ไม่ลืมที่จะยกหัวของนานึลให้ออกจากแขนก่อนแล้วจัดท่าทางให้ร่างบางนอนหงายเหมือนเดิมเพื่อให้นานึลได้นอนสบายๆ 

 

 

 

        “เจ็บตรงท้องได้ยังไง!  อย่าบอกนะว่าไอ้โจรเลวนั่นมันต่อยที่ท้องของเธอ!”    เอ่ยถามด้วยความแค้นใจที่ไอ้โจรชั่วมันกล้าทำผู้หญิงไร้ทางสู้  ชานยอลกดสายตาจ้องมองอย่างเอาคำตอบจากนานึลที่กำลังหลบสายตาไปทางอื่น

 

 

 

        .....ชัดเจน!  ไอ้โจรเลวบังอาจทำเมียกู!  รู้แบบนี้กูน่าจะตีหัวกบาลมันให้มันตายๆไปให้พ้น!

 

 

 

        ชานยอลกำมือแน่นขบกรามด้วยความโกรธ  เมื่อได้สติจึงเอื้อมมือหนาออกไปถกเสื้อของนานึลขึ้นเพื่อดูว่ามันร้ายแรงแค่ไหน  สิ่งที่พบคือบนหน้าท้องแบนราบนั่นมีรอยเขียวช้ำจนม่วงใหญ่พอสมควร  ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนสายตาจากหน้าท้องมาเป็นใบหน้าสวยแทน

 

 

 

        .....โดนขนาดนี้เธอทนได้ยังไง?

 

 

 

        “ไอ้โจรเวรนั่นมันทำอะไรเธออีกหรือเปล่า  มันล่วงเกินเธอมั้ย!?”  ถามอีกหนด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าผู้หญิงใกล้ตัวจะโดนทำร้ายมากกว่าที่สายตาตัวเองเห็น  ทำให้นานึลได้ยินคำถามที่แสดงความเป็นห่วงและความกังวลออกมาอย่างชัดเจนผ่านน้ำเสียงและดวงตาที่กำลังมองมาของชานยอล  ก็รีบส่ายหน้าตอบปฏิเสธไปในทันที

 

 

 

        “ฉันยัง...เป็นของนายแค่คนเดียว”  

 

 

 

        พอได้ยินเสียงหวานถึงกับทำให้หัวใจของชานยอลเต้นผิดจังหวะขึ้นมาโดยฉับพลัน  ไอ้ประโยคที่ว่าผู้หญิงคนนี้ยังเป็นของเขาคนเดียวนั้นมันชั่งทำให้จิตใจของชานยอลว้าวุ่นกว่าแต่ก่อนอีก  จากความรู้สึกที่มันชัดเจนอยู่แล้วตอนนี้มันกลับชัดเจนยิ่งขึ้นจนเหมือนว่าจะรู้แล้วล่ะ...

 

 

 

        .....ว่าไอ้ความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจแบบนี้มันเรียกว่าอะไร

 

 

 

        ชานยอลโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบบนหน้าท้องแบนราบที่เต็มไปด้วยรอยช้ำสีเข้มวงใหญ่เพื่อหวังจะดูดกลืนความเจ็บปวดที่ผู้หญิงใกล้ตัวเจออยู่ตอนนี้  ทำให้นานึลรีบหดเกร็งหน้าท้องทันทีที่ริมฝีปากหนาค่อยๆไล้จูบขึ้นมาจนถึงลำคอบางแล้วจูบเบาๆอยู่แบบนั้นไม่รู้ว่านานเท่าไหร่

 

 

 

        “ชานยอล...หยุดนะ”  ถึงปากจะร้องห้ามแต่ร่างกายมันไม่ขัดขืนเลยแม้แต่นิดเดียว  ตรงกันข้าม  มันกลับรู้สึกว่าผู้ชายจิตใจโหดร้ายคนนี้กำลังช่วยขจัดปัดเป่าความเจ็บปวดที่เจอมาในวันนี้ให้มันหายไปเสียด้วยซ้ำ  หญิงสาวเชิดหน้าหลับตารับสัมผัสอ่อนโยนที่ไม่เคยได้รับมานานแล้วจากชานยอล

 

 

 

        .....สัมผัสที่ไม่ได้ล่วงเกินให้เจ็บปวดและเกิดร่องรอยตามร่างกายในแบบที่ผ่านมา

 

 

 

        ชายหนุ่มขึ้นคร่อมทับร่างบางตามสัญชาตญาณในร่างกาย  ปากหนาพรมจูบไปตามรอยฟกช้ำเริ่มตั้งแต่ลำคอบาง  ขึ้นไปจนถึงใบหน้าสวย  เลื่อนต่ำลงมาตามแขนเรียวแล้วถอนริมฝีปากออก  ก่อนจะเอามือหนาแนบใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังหลับตาพริ้ม  ชานยอลกระตุกยิ้มเล็กน้อยส่งปากหนาของตัวเองลงไปจูบเบาๆที่ดวงตาของผู้หญิงน่ารักทั้งสองข้าง

 

 

 

        “เริ่มหายเจ็บหรือยัง?” 

 

 

 

        ชานยอลยกยิ้มน่ารักละลายใจสาวแล้วถามร่างบางพลางเอาหน้าผากของตัวเองถูกับหน้าผากมนของผู้หญิงใต้ร่างกาย  ทำให้นานึลลืมตาขึ้นมาประสานสายตาเจ้าเล่ห์ที่นับวันยิ่งสร้างความรำคาญใจให้กับหญิงสาวเพิ่มมากขึ้น

 

 

 

        “นายหยุดทำแบบนี้ได้แล้ว...”  ขมวดคิ้วตำหนิชานยอลด้วยสายตา  แต่มีหรือที่ชานยอลจะหยุดง่ายๆ  ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงต่ำจุมพิตริมฝีปากบางอีกหนึ่งหนแล้วผละออกเพื่อต้องการมองใบหน้าน่ารักถึงแม้จะมีร่องรอยแดงจากการถูกทำร้ายก็ตาม

 

 

 

        “ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่เก่งทักษะทางการแพทย์เหมือนไอ้เซฮุน  เพราะฉะนั้นตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ได้เลย  นอกจาก...

 

 

 

        “นอกจาก...อะไร?”

 

 

 

        “นอกจากจะช่วยบรรเทาความเจ็บให้เธอในแบบของฉันเอง”  ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับของชานยอล  ตอนนี้พูดเองก็เขินเอง  ไม่รู้หัวใจของชานยอลมันเป็นอะไรนักหนา  หัวใจมันสั่นตลอดเวลาเหมือนได้เย่อกับผู้หญิงหนึ่งร้อยยกในคืนเดียว  ผิดกับนานึลที่ยู่หน้าด้วยความสงสัย

 

 

 

        “ทำไมนายถึงชอบทำแบบนี้ล่ะชานยอล?” 

 

 

 

        “ฉันว่าฉัน...

 

 

 

        “ชานยอล!

 

 

 

        ในขณะที่ชานยอลกำลังจะบอกบางสิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะบอกแม้จะยังไม่แน่ใจอยู่ก็ตาม  จู่ๆก็มีเสียงแข็งกร้าวของชายคนหนึ่งดังโพล่งขึ้นขัดชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังหวานได้ที่  ใบหน้าหล่อชะงักไปชั่วขณะ  ดวงตากลมโตหลุบลงต่ำขมวดคิ้วด้วยความตกใจแล้วค่อยๆหันไปหาต้นเสียง  ก่อนจะพบกับความตกใจยิ่งกว่าเก่า  เมื่อสายตาคมปะทะเข้ากับผู้ชายวัยกลางคนใส่สูทผูกเนคไทที่ยืนอยู่ตรงประตูกำลังเพ่งมองมาทางชานยอลกับนานึลด้วยแววตาน่ากลัว

 

 

 

        “พ่อ!

 

 

 

        ร่างสูงสะดุ้งสุดตัวกระวีกระวาดผละออกจากหญิงสาวแล้วรีบลงจากเตียงยืนจ้องหน้าผู้เป็นบิดา  ทำให้สุภาพบุรุษเจ้าของบ้านก้าวเดินช้าๆไปหาลูกชายที่นับวันยิ่งทำตัวเหลวไหลมากขึ้น

 

 

 

        “พรุ่งนี้แกมีแข่งขันวิชาการ  ทำไมแกถึงมาอยู่ที่บ้าน”  กอดอกถามลูกชายคนเล็กของบ้านด้วยความเคร่งขรึมทำให้ชานยอลอ้ำอึ้งไปพักใหญ่  นัยน์ตาสั่นไหวคิดหาคำตอบเพื่อเอาตัวรอดจากพ่อของตัวเอง

 

 

 

        “เอ่อ...คือ...

 

 

 

        เพี้ยะ!

 

 

 

        เสียงทุ้มจากชานยอลยังไม่ทันที่จะสิ้นสุดกลับต้องหยุดลงเมื่อใบหน้าหล่อน่ารักหันไปตามแรงตบจากฝ่ามือของผู้มีพระคุณ  ชายหนุ่มยกมือหนาแนบหน้าของตัวเองเมื่อรู้สึกเจ็บแปล๊บที่แก้ม

 

 

 

        “นี่แกเหลวไหลถึงขนาดเอาผู้หญิงขายตัวมานอนในห้องแกเลยรึไง!?”

 

 

 

        ชายท่าทางน่าเกรงขามตะโกนใส่หน้าลูกชายเสียงดังอย่างสุดจะกลั้นอารมณ์โมโหเอาไว้  พลางปรายตามองเด็กสาวที่ร่างกายมีรอยฟกช้ำคล้ายผ่านการบริการผู้ชายมาแล้วหลายคนในคืนเดียวที่อยู่บนเตียง

 

 

 

        “ทำไมแกถึงได้ทำตัวไม่รักดีแบบนี้!”  ตะคอกใส่หน้าชานยอลอีกครั้ง

 

 

 

        ทำให้ชานยอลอดทนไม่ไหวอีกแล้วที่จะมัวมายืนเงียบรับฟังคำด่าทอของผู้เป็นพ่ออยู่แบบนี้  ชานยอลขบกรามแน่นกำหมัด  แล้วส่งคำพูดแทงใจไปให้บุคคลที่เพิ่งจะลงมือลงไม้ใส่ตัวเขา

 

 

 

        “แล้วพ่อทำตัวดีนักหรือไง!  เอาแต่ทำงานเคยสนใจผมกับพี่บ้างไหม!?”

 

 

 

        “แกว่าไงนะ!  ที่ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อปูทางให้แกกับยูราได้สบายใน...

 

 

 

        “แต่ผมไม่ต้องการ!  ไอ้บริษัทลูกรักของพ่อนั่นผมจะไม่เข้าไปเหยียบ!  พ่ออาจจะบังคับให้พี่ไปเรียนที่อเมริกาด้านบริหารได้  แต่พ่อบังคับผมไม่ได้!  ผมไม่อยากเป็นเหมือนพ่อ!  ผมไม่อยาก!

 

 

 

        เพี้ยะ!

 

 

 

        “แกมันไอ้ลูกไม่รักดี!”  ตวาดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแล้วฟาดมือลงไปบนใบหน้าของลูกชายอีกหนด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวจนระงับเอาไว้ไม่ได้

 

 

 

        ในขณะที่นานึลตอนนี้กำลังกัดฟันดันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนสีขาวหลังกว้างแล้วพยายามอย่างมากที่จะเดินไปอธิบายให้คนที่ดูท่าทางจะเป็นคุณพ่อของชานยอลได้ฟัง  หญิงสาวเอามือจับท้องของตัวเองแล้วค่อยๆเดินไปยืนใกล้ชานยอลที่คงกำลังเจ็บเพราะเพิ่งโดนคนเป็นพ่อตบหน้ามาหมาดๆ

 

 

 

        “คือว่า...”  นิ่วหน้าอดทนกดความทรมานเค้นเสียงหวานออกไป  แต่ก็ต้องสะดุด  เพราะคุณพ่อของชานยอลส่งแรงจากฝ่ามือหนาลงแนบใบหน้าสวยทันทีที่ริมฝีปากบางตั้งใจจะอธิบายความเข้าใจผิดจนร่างบางเซถลาไปหาชานยอล  ทำให้ชานยอลจำเป็นต้องรับร่างกายบอบบางนั่นเอาไว้

 

 

 

        “มันจะมากเกินไปแล้วนะพ่อ  ตบหน้าผมคนเดียวก็พอ!  พ่ออย่าแตะต้องผู้หญิงของผม!

 

 

 

        “ไอ้ลูกเลว!

 

 

 

        สองสายตาของพ่อลูกประสานกันแผ่รังสีฟาดฟัน  จนในที่สุดคนเป็นพ่อก็ทนไม่ไหวทำท่าทางจะเดินเข้าไปจัดการไอ้ลูกเลวไม่เชื่อฟังอีกหน  แต่ติดที่ว่ามีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งและมือเรียวมารั้งแขนของเขาเอาไว้

 

 

 

        “คุณคะ!  นี่เกิดเรื่องอะไรกัน  ชานยอล!  ทำไมลูกถึงอยู่ที่บ้าน!?”

 

 

 

        หญิงวัยเดียวกันกับพ่อของชานยอลรั้งตัวเอาไว้ไม่ให้เข้าไปทำอะไรลูกชาย  ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอสามารถหยุดสามีของตัวเธอเองได้

 

 

 

        “คุณก็ดูลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณ!  มันกล้าพาผู้หญิงชั้นต่ำมานอนที่บ้านเรา!  คุณจะให้ผมทนนิ่งอยู่ได้ยังไง!?”  หันไปใส่อารมณ์กับภรรยาของตัวเองแทน  ทำให้สายตาที่ตื่นตระหนกของหญิงวัยกลางคนรายเดิมเหลือบมองใบหน้าของลูกชายอย่างชานยอล  แล้วเปลี่ยนมามองเด็กสาวที่ลูกชายตัวแสบกำลังประคองอยู่ในขณะนี้  ก่อนจะหันหน้าไปพูดกับสามีตัวเอง

 

 

 

        “ลูกเราอาจจะมีเหตุผลที่ทำแบบนี้  ดิฉันว่าคุณใจเย็นๆก่อนเถอะค่ะ

 

 

 

        ด้วยความที่เป็นแม่คนจึงจำเป็นต้องพยายามเข้าใจลูกชายว่าเขาอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในบ้าน  แล้วจากการที่สังเกตสายตาของลูกชายที่มองเด็กสาวปริศนาคนนั้น

 

 

 

        .....เหมือนกับว่าเด็กสาวคนนั้นมีความสำคัญกับลูกชายของตนเหลือเกิน

 

 

 

        “หึ!  คุณก็เอาแต่เข้าข้างลูก  ตามใจจนเสียผู้เสียคน!

 

 

 

        “ดิฉันเลี้ยงลูกได้ไม่ดี  เป็นความผิดของดิฉันเองแหละค่ะ”  ก้มหน้าบอกสามีด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม  นี่คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชายมาดขรึมใส่สูทผูกเนคไทเต็มยศยอมอารมณ์เย็นลงเมื่อได้ฟังคำพูดที่ดูเศร้าสร้อยของภรรยาตนเอง

 

 

 

        ตัดกับชานยอลที่ของขึ้นยิ่งกว่าเก่า  จนปากหนาทำทีจะส่งคำพูดจุดชนวนลูกระเบิดที่ฝ่อไปแล้วให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง  นานึลที่เล็งเห็นก่อนจึงบีบมือของชานยอลแล้วส่ายหน้าเป็นเชิงว่าให้เงียบดีกว่าก่อนที่เรื่องอะไรมันจะยิ่งเลวร้ายไปมากกว่านี้

 

 

 

        “เอาล่ะ  ฉันเห็นแก่แม่ของแก  ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไปสักครั้ง  แต่แกต้องรีบกลับไปที่โรงแรม  ก่อนที่ใครจะเห็นว่าแกแอบออกมานอนกกกับผู้หญิงขายตัวอยู่ที่บ้าน”  ชี้หน้าลูกชายไม่รักดีอีกหนก่อนจะหันหน้ามาพูดกับภรรยาด้วยท่าทีน่ายำเกรง

 

 

 

        “คืนนี้ผมจะนอนที่บริษัท”  ว่าแล้วก็เดินออกไปจากห้องของลูกชาย  ทำให้หญิงวัยกลางคนที่ดูท่าทางจะเข้าอกเข้าใจลูกน้อยส่งยิ้มพร้อมพยักหน้าให้ชานยอลประมาณว่าไม่มีอะไรต้องกังวล

 

 

 

        “แม่คงต้องตามพ่อไปบริษัท  แม่เชื่อว่าที่ลูกทำแบบนี้มันต้องมีเหตุผล

 

 

 

        “แม่ครับ  ผม...

 

 

 

        “ส่วนหนู  แม่ต้องขอโทษแทนคุณพ่อของชานยอลด้วยนะลูก”  มอบสายตาประดุจนางฟ้าพร้อมส่งความรู้สึกผิดแทนสามีของตัวเองที่ไปด่าว่าเด็กสาวตรงหน้าอย่างเสียๆหายๆ  ทำให้นานึลที่ได้ยินถึงกับรีบโค้งจนลืมความเจ็บ

 

 

 

        “ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่”  นอกจากจะลืมความเจ็บแล้วยังลืมตัวเผลอพูดคำว่าคุณแม่อีก  นี่คงเป็นเพราะสายตาที่ดูอบอุ่นและอ่อนโยนนั่นแน่ๆที่ทำให้ไอ้ปากบ้านี่เผลอพูดออกไป

 

 

 

        แต่สิ่งที่พูดออกไปแล้วมันย่อมเอากลับคืนมาไม่ได้  หญิงสาวเจ้าของจิตใจดีงามจึงก้มหัวอยู่อย่างนั้น  ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับผู้ใหญ่ใจดีอย่างคุณแม่ของชานยอล

 

 

 

        .....ตายแล้วฉัน  พูดออกไปแบบนั้นได้ยังไง!?

 

 

 

        ในขณะที่คุณแม่ที่รักลูกชายมากก็ส่งยิ้มไปให้ชานยอลอีกคราว  ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องตามสามีไปทันที  ทำให้ชานยอลที่เห็นแม่ตนเองเดินออกไปแล้วก็ถอนหายใจคลายกังวลที่เรื่องมันจบลงด้วยดี  ชายหนุ่มจึงได้ทีพยุงร่างบางไปนั่งที่ปลายเตียง

 

 

 

        “ขอโทษแทนพ่อของฉันด้วยนะ

 

 

 

        “ไม่เป็นไรหรอก  ที่ท่านทำไปแบบนั้นเพราะท่านรักนาย  ถ้าฉันเป็นท่าน  ฉันก็คงพูดและทำแบบคุณพ่อของนายนั่นแหละ”  หันไปพูดกับชานยอลที่นั่งก้มหน้าอยู่ข้างๆ  ทำเอาชานยอลรีบช้อนสายตาขึ้นมามองใบหน้าสวยอย่างฉับไว

 

 

 

        “ทำไมล่ะ?”

 

 

 

        “นายก็ดูสภาพของฉันตอนนี้สิ  มันน่าเกลียดใช่ไหมล่ะ  ที่สำคัญคือสิ่งที่นายทำกับฉันทุกครั้งมันก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงไร้ค่าที่มีประโยชน์แค่เวลาที่นายต้องการระบายอารมณ์”  

 

 

 

        อะไรคือสิ่งที่แฝงอยู่ตามคำพูดที่จงใจทำให้ตัวเองตกต่ำของร่างบางที่กำลังส่งสายตาส่อเค้าความเศร้ามาให้ตอนนี้  ชานยอลขมวดคิ้วเพ่งมองเข้าไปในดวงตาของนานึลเพื่อต้องการค้นหาคำตอบ

 

 

 

        .....เธอคิดแบบนั้นได้ยังไงนานึล

 

 

 

        “แล้วการที่นายไปก้าวร้าวกับผู้มีพระคุณแบบนั้นมันไม่ถูกเลยนะ”  เตือนร่างสูงที่บนแก้มมีรอยแดงด้วยความหวังดี  ทำให้ชานยอลเบะปากพ่นลมหายใจแล้วหมายมั่นอธิบายเรื่องราวความเป็นมาระหว่างตัวเองกับพ่อที่ไม่เคยจะมาดูดำดูดีให้ร่างบางได้ฟัง

 

 

 

        “ฉันเหินห่างกับพ่อนับตั้งแต่ท่านมารับช่วงต่อในการบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่โต  ปาร์ค สเตรทส์ กรุ๊ป  จากคุณปู่ของฉันที่เสียไปนานแล้ว  ท่านทุ่มเทกับการเป็นประธานบริษัทจนไม่มีเวลาให้ฉันกับพี่เลย” 

 

 

 

        ส่วนนานึลเมื่อได้ฟังชื่อบริษัทกลับรู้สึกคุ้นๆเหมือนกับว่าเคยได้ยินที่ไหน  ชื่อบริษัทนี้มันคุ้นมากราวกับมันเป็นชื่อที่สมัยยังเด็กเคยได้ยินจนบ่อย  เมื่อได้ยินครั้งใดมักจะมีความรู้สึกเศร้าเจือความโกรธแค้นเกิดขึ้นเสมอ

 

 

 

        .....ปาร์ค สเตรทส์ กรุ๊ป  ชื่อบริษัทนี้ฉันเคยได้ยินที่ไหนนะ

 

 

 

        “ว่าแต่นายมีพี่ด้วยหรือชานยอล?”

 

 

 

        “ฉันมีพี่สาวหนึ่งคนชื่อยูรา  พี่ของฉันถูกบังคับให้ไปเรียนบริหารที่อเมริกาทั้งๆที่พี่ไม่ได้อยากเรียนในด้านนี้  อีกไม่นานฉันก็คงโดนบังคับให้เรียนบริหารแบบพี่เพื่อที่จะได้มาดูแลบริษัทต่อจากพ่อ”  ชานยอลถอนหายใจกรอกตาขึ้นฟ้าด้วยความเหนื่อยใจที่อะไรๆมันดูยุ่งยากไปหมด

 

 

 

        “นี่...นายทำหน้าเศร้าแบบนั้นมันไม่เหมาะกับนายเลย  นายยังมีคุณแม่ที่รักและเข้าใจนายอยู่  ว่าแต่คุณแม่ของนายอยู่บ้านเฉยๆหรอ?”

 

 

 

        “แม่ของฉันท่านร่วมหุ้นเปิดร้านอาหารกับแม่ของไอ้เซฮุน  ท่านทั้งสองทำเป็นงานอดิเรกและทำด้วยใจรัก  ท่านว่าท่านไม่อยากอยู่ว่างๆกับบ้านกับช่อง

 

 

 

        หันหน้าหล่อเหลามาตอบผู้หญิงที่ดูเหมือนจะสนใจในเรื่องของตัวเองอย่างจริงจัง  นั่นทำให้ชานยอลแอบดีใจที่นานึลทำท่าทำทางเหมือนเป็นห่วงกันขนาดนี้

 

 

 

        “คุณแม่ของเซฮุนท่านเปิดร้านอาหารร่วมกับคุณแม่ของนายหรอ  ฉันเพิ่งรู้เรื่องนี้!”  ตาโตด้วยความไม่น่าเชื่อในความสัมพันธ์ใหม่ๆที่เพิ่งได้รับรู้  หญิงสาวเผยยิ้มส่งไปให้ชายหนุ่มด้วยท่าทีตื่นเต้น  สวนทางกับชายหนุ่มที่เมื่อครู่ยังรู้สึกดีใจแต่ตอนนี้มันกลับรู้สึกเศร้ามากกว่าเดิมถึงแม้จะเห็นรอยยิ้มหวานนั่นก็ตาม

 

 

 

        .....เพราะรอยยิ้มของเธอตอนนี้  เธอไม่ได้ส่งมาให้ฉัน  แต่เธอกำลังส่งมันให้กับไอ้เซฮุน

 

 

 

        “เหอะ!  พอพูดถึงไอ้เซฮุนก็ยิ้มเลยนะ!”  จากความเศร้าของชานยอลเปลี่ยนเป็นความโมโห  ร่างสูงคว้าข้อมือบางขึ้นมาแล้วกระชากร่างกายบอบบางเข้ามาใกล้ๆ  ทำให้หญิงสาวย่นหน้าด้วยความเจ็บ  ก่อนจะมานะแกะมือหนาที่กระชับข้อมือบางของตัวเองออก

 

 

 

        “ชานยอล!  ฉันเจ็บนะ!

 

 

 

        “เออ!  เจ็บสิดี  เจ็บเยอะๆ  เธอจะได้ไม่กล้าไปยิ้มให้ไอ้เซฮุนแบบนี้อีก!”  พอทีกับความรู้สึกยากจะเข้าใจที่เกือบจะเผลอตัวพูดออกไปเพราะความใจอ่อนในตอนต้น  ตอนนี้มันถูกแทนที่ด้วยความขัดใจ  ขัดหู  ขัดตาที่ผู้หญิงงมงายใกล้ตัวยังโง่ไม่รับรู้

 

 

 

        .....ว่าไอ้เพื่อนเลวที่ชื่อเซฮุนคนนั้นมันไม่เคยรักใครจริง

 

 

 

        “นายมีเหตุผลหน่อยสิชานยอล!

 

 

 

        “เธอจะต้องการเหตุผลไปทำไม!  ผู้หญิงไร้ค่าแบบเธอ  ฉันใช้แค่อารมณ์อย่างเดียวก็พอแล้ว!”  ชานยอลตั้งใจส่งคำพูดใจร้ายตอกย้ำซ้ำเติมว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีความหมายกับเขาเลยสักนิดเดียว  ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้อนร่างบางแล้วโยนลงบนเตียงหลังกว้าง

 

 

 

        “ฮึก...”  ไร้คำพูดใดๆทั้งสิ้น  มีเพียงแต่น้ำตาที่หลั่งรินออกมาจากหัวใจที่บอบช้ำพร้อมความเจ็บปวดตามเนื้อตัวอย่างทรมานสุดจะบรรยาย  มือบางกุมท้องของตนนอนขดตัวเมื่อความปวดร้าวกระโจนเข้าใส่  ใบหน้านิ่วเหยเกบ่งบอกว่าตอนนี้มันเจ็บจนอยากจะตายไปให้พ้นๆ

 

 

 

        ในขณะเดียวกัน  ชานยอลกำลังถอดเสื้อของตัวเองออกแล้วโยนทิ้งไปก่อนจะขึ้นไปบนเตียงคร่อมร่างเล็กเอาไว้  เวลานี้ใครจะเข้ามาห้ามก็หยุดไม่ได้แล้วเพราะความโมโหจนเลือดขึ้นหน้ามันอยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง 

 

 

 

        “ฮึก...คนใจร้าย”  ส่งคำด่าทอไปให้ร่างสูงข้างบนร่างกาย  ทำให้ชานยอลยิ่งเพิ่มดีกรีความเดือดดาลมากขึ้นหลายเท่าตัว  ชายหนุ่มจัดการแยกมือบางที่กุมหน้าท้องออกจากกันแล้วกดลงบนเตียง  ก่อนจะใช้สันจมูกโด่งจาบจ้วงลำคอบางที่มีแต่รอยฟกช้ำอยู่ทั่ว 

 

 

 

        สำหรับหญิงสาวที่มีความระบมเจ็บปวดเป็นทุนเดิมในตอนนี้แม้แต่แรงหายใจยังแทบจะไม่มี  แล้วจะให้ขัดขืนร่างกายใหญ่โตแข็งแรงมันยิ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว  นานึลจึงทำได้แค่นอนนิ่งรับสัมผัสน่ารังเกียจที่กำลังเวียนวนอยู่แถวซอกคอขาว  ดวงตาบวมช้ำบนใบหน้าสวยหลับลงช้าๆราวกับว่ามันทนไม่ไหวอีกแล้วที่จะโดนทำร้ายในลักษณะเดิมซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จักจบจักสิ้น  หยดน้ำตาเอ่อรินไหลออกมาเปรอะเปื้อนมากมายในความท้อแท้ใจที่ต้องเจออยู่ทุกวัน

 

 

 

        “ชานยอล...ถ้านายเกลียดฉันขนาดนี้นายจะมายุ่งกับฉันทำไม...ทำไมไม่ปล่อยฉันไป  ทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายไปให้พ้น

 

 

 

        คำพูดกระแทกหัวใจของชายหนุ่มมันดังขึ้นมาอีกแล้ว  ไม่อยากจะได้ยินได้ฟังถ้อยคำเชือดเฉือนหัวใจแบบนี้เลยจริงๆ  ชานยอลชะงักไปเล็กน้อยผละออกจากลำคอนวลกลิ่นหอมยั่วยวน  สายตาคมจดจ้องไปยังใบหน้าสวยที่กำลังหลับดวงตาลงคล้ายกับว่าเธอกำลังเหนื่อยหัวใจ  ซึ่งความจริงแล้วชานยอลไม่ต้องการให้เรื่องมันเป็นแบบนี้  แต่ไม่รู้ทำไมเวลาที่เห็นนานึลแสดงท่าทางว่ารักไอ้เซฮุนทีไร  เขาก็มักจะโมโหจนควบคุมตัวเองไม่ได้เสียทุกครั้ง  มันเหมือนกับสายตาคมคู่นี้ไม่อยากจะเห็นว่าร่างบางรักคนอื่นนอกจากตัวเขาเอง

 

 

 

        .....ฉันอยากให้เธอเป็นของฉันแค่คนเดียว

 

 

 

        ชานยอลขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อย้อนคิดถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งคิดไปเมื่อครู่  อย่าบอกนะว่าไอ้ความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจนี้  มันไม่ใช่แค่ความสนใจธรรมดาที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงน่ารักทั่วไปที่ชอบทำให้จิตใจของเพลย์บอยตัวพ่ออย่างชานยอลมันสั่นไหวเวลาเห็นผู้หญิงพวกนั้น

 

 

 

 

        .....แต่มันอาจจะเป็นความรัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดติดและตามตอนต่อไป

คุยกับนักเขียน :

เพิ่งระลึกได้หรือเพิ่งระลึกได้หรือว่าอาจจะรัก!  และขอปรบมือกับคุณพ่อของชายปาร์คด้วยค่า  ออกมาอย่างโหดเลยค่าคุณพ่อไม่ได้เว้นระยะให้นางเอกสุดสวยของหนูได้อธิบายเลยหนา  ไม่ได้หนานางเอกอย่ายอมแพ้ผู้ชายเหมือนจะดีทั้งรุ่นเด็กและรุ่นเดอะ  เราจะมาร่วมสู้กับชะตากรรมอันโหดร้ายไปพร้อมกัน  ตอนหน้านี่มีเซอร์ไพร์ด้วยหนา  ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง  ลมแทบจับอ่ะนางเอก  เล่นใหญ่เล่นเต็มมาก  อีกอย่างถ้าลืมพูดไปนี่คงไม่ใช่นักเขียนที่ชื่อแมลงปอล้อจันทร์  รักนางเอกทุกวันไม่เปลี่ยนไป  อย่าปล่อยให้จันทร์ต้องโดดเดี่ยวอยู่กลางนภา   ถ้ามีเวลารบกวนมาเวิ่นที่  แท็กฟิค  #fic4me 

 

 
สงสารนางเอกต้องหลบซ่อนโจรใจโหด  ดีนะที่มีผู้ชายมาช่วยไว้ทัน  ไม่งั้นไม่อยากจะคิดเลยหนา  จากเมโลดราม่ามันจะกลายเป็นโศกดราม่าไปแทน  แฟนอาร์ตจากน้องเดียร์ เฟสมณีรัตน์  ลีบำรุง  เจ้าเก่า~

 

 

นางเอกบ่นว่าแพ็คฮยอนจะมีบทบาทไหม  ขอตอบเลยค่ะว่ามีแน่นอนหนา  และเจ้าตัวเขามาชี้แจงแถลงไข  ประเด็นคือแพ็คฮยอนอาจไม่รู้ว่านางเอกเจ้าที่แรง  บางครั้งอาจมีอะไรซ่อนอยู่ข้างหลังแพ็คก็เป็นได้  ขนลุกเลยค่ะ...

 

 

สุดท้าย  คนเก่งจากโรงเรียนพันธมิตรของเราเขาคาใจ  ว่ามีนางเอกเรื่องนี้เห็นความสำคัญของเขาบ้างไหม  ชานยองจากมัธยมเอ็มไพร์เขาฝากมากหนา  น่าสงสาร...

 


นางเอกอย่าลังเล กดเลยจ้า  นางเอกจ๋า โหวตหน่อยจ้า  นางเอกจ๋า โหวตหน่อยจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

18,597 ความคิดเห็น

  1. #18050 HANAHm (@GDxNhz) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 07:18
    ชยอลชัดเจนด้วยค่ะ 555555
    #18050
    0
  2. #17657 Kemo19 (@mo-wkm) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 01:01
    ทำไมยิ่งอ่านยิ่งเหมือนตัวเองเป็นที่รองรับอารมณ์คนอย่างพวกเขาจังเลย (มโนแป้บบ) แบบ จะโกรธจริงจังก็ไม่เป็นสักที แบบ นี่หรือเราทำไมเป็นคนที่มีเมตตาธรรมจัง บทจะหายโกรธก็หาย บทจะใจดีก็ใจดีชิปหาย 555555 น้อยใจตัวเองอ่ะ ที่โกรธแล้วทำอะไรไม่ได้เลย บอกก็ได้ พูดไม่ได้ ได้แต่คิดในใจคนเดียวรู้คนเดียว เห้อออออ ชีวิตตตตต ยอลก็เหมือนกัน จะจิงจังก็ไม่จริงจังสักที ฮุนก็ธรรมเป็นแบบ จะรักก็ไม่รัก นี่เห็นราววว เป็นตัวอันรายยยยยยย อยากฆ่าตัวตายจังงงง แต่ในเรื่องร้ายๆก็ยังมีเรื่องโชคดีแหละเนาะๆ หวังเรา?จะมีความสุขในอีกไม่ช้านาน ????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????
    #17657
    0
  3. #17656 Kemo19 (@mo-wkm) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 00:56
    ทำไมยิ่งอ่าน ก็ยิ่งเหมือนตัวเอง เป็นท
    #17656
    0
  4. #17546 Honeybeeoh (@Honeybeeoh) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 06:06
    โอ๊ยยยยยยยยยยย ไรท์ทำน้ำตาไหลเลยอา นี่นอนเกร็งมากตอนหนีอะน่ากลัวขนนี่ลุกเลยค้าบ นี่อยากจะตบชานยอลสักที2ทีคำพูดนี่หืมมม T.T สงสารตัวเอง 5555 มโนอยู่ ><
    #17546
    0
  5. #16822 HZZZNINK.EXOL (@wanwanat15) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 22:21
    พึ่งระลึกได้ โถ่ พ่อคุณช้าไปไหม ระวังอัลไซเมอร์นะนึกนานขนาดนี้ =="
    #16822
    0
  6. #16819 Yuha*_guzz, (@mooguz) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 13:51
    ชานยอลนี่ จิตใจทำด้วยอะไร เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
    #16819
    0
  7. #16349 atom8812 (@atom8812) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 15:02
    คุณแม่ใจดีมากเลยค้า
    #16349
    0
  8. #15698 luhan_7 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 16:35
    อรั้ยยยย! ชานยองอ่าาาา ฉันปลื้มนายมากนะ
    #15698
    0
  9. #15015 Sweetcaramelly (@prawittra) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:35
    แบคฮยอนนน>~<
    #15015
    0
  10. #14302 sasiprapa deechairam (@bb_205-elf) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 19:59
    ชานยอลคนบ้า
    #14302
    0
  11. #13882 pinkydrop (@pinky_drop) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 09:10
    ผีบ้าชานยอลลลลลล ><
    #13882
    0
  12. #12819 MINT (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 22:59
    โอ๊ย!!! เจบหน้าอ่ะ T-T
    #12819
    0
  13. #12529 Ran Koray (fayefur) (@fayefur) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 22:44
    ทำไมชีวิตช่างรันทดแบบนี้นะ ฮืออออออออออ
    #12529
    0
  14. #12464 ห้ะอะไร (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 15:01
    อ่านเรื่องนี้แล้วสงสารตัวเอง T^T
    #12464
    0
  15. #12269 deao (@ppound) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 22:32
    คบเลย คบเลย คบเลย พี่ชานสู้ๆ จะได้สมหวังง^3^
    #12269
    0
  16. #12046 -mahmintty (@mintty-pn) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 02:59
    เราสงสารตัวเองจังค่ะ
    #12046
    0
  17. #11698 fah punnapak (@punnapak) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 23:30
    ชานยอล คนใจร้าย TT
    #11698
    0
  18. #11640 phakh (@nu_phakh) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 08:07
    นานึลทำไมชีวิตเธอ..ช่างมาม่าเช่นนี้.....แง 

    #11640
    0
  19. #11583 sujuoppa (@bule1510) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 14:05
    กรี้ดดดด ชานยอลนายมัน อสาดพๆๆำันยววดๆๆำพพัายย คุณพ่อค่ะ คุณพ่อฟังหนูบ้างงง คุณแม่ใจดีจุง ><
    #11583
    0
  20. #11468 jun-tao (@jun_waraporn) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 22:26
    เกือบโดนฆ่าแล้วไง~~
    #11468
    0
  21. #11287 Tukta Wufan (@tuktalovekris) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กันยายน 2557 / 01:20
    ตกลงสามีฉันทั้ง 2 คนจะเอายังไงห้ะๆๆ รู้ใจตัวเองสักทีสิ เดี๋ยวปั้ดเลิกรักซะเลยนิ่ #พักผ่อนเยอะๆนะคะไรท์
    #11287
    0
  22. #11194 Amittarin (@leehana) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 01:33
    นานึนใจดีเกินไปค่าา พอเถอะนะสู้คนบ้าง แล้วชีวิตเธอจะดีขึ้น นะนานึน


    ไรท์สู้ๆค่าา
    #11194
    0
  23. วันที่ 25 สิงหาคม 2557 / 00:07
    บางทีเราก็ว่านางเอกมันไม่เต็ม ถถถ เรารอดูฉากคัทกับพี่หานคนแมนนะ ./////. #พิมพ์อัลไลลงไป กร้ากกกก #สู้ๆ
    #10591
    0
  24. #10198 exofinite (@exofinite) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 20:58
    ไฟฉายนายหรอ ><
    #10198
    0
  25. #9781 สุดย0ด (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 23:05
    เราว่านานึลจริงๆเป็นคนที่เข้มแข็งมากนะ ไม่งั้นคงไมทนมาได้ถึงขนาดนี้หรอก
    #9781
    0