[EXO x YOU]: Fic4Me :แฟนฟิคเรื่องนี้ (Me) ตัวฉันเป็นนางเอก

ตอนที่ 20 : ตอน 16 : Nightfall! ค่ำคืนที่แสนจะระทึกตึกใจ! [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    3 ก.ค. 57

-16-

 

 

 

 

 

        ภายในห้องเรียนชั้นมัธยมห้าห้องสามที่กำลังมีการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์อันแสนน่าเบื่อ  นานึลนั่งเท้าคางเหม่อลอยไปไกลถึงคำพูดที่ทำให้หัวใจมันสั่นไหวทุกครั้งยามคิดถึง  แม้ว่ามันจะผ่านมานานร่วมหนึ่งอาทิตย์แล้วก็ตาม  ริมฝีปากบนใบหน้าสวยเผยยิ้มให้กับความสุขในแบบที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้ว

 

 

 

        .....ฉันรักเธอ

 

 

 

        ยิ่งครุ่นคิดมันก็ยิ่งสุขสมจนอยากจะเจอหน้าเจ้าของคำพูดเหล่านั้นจริงๆ  แต่ติดที่ว่าทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเซฮุนต้องไปแข่งขันวิชาการบ้าบอคอแตกที่ยากจะเข้าใจสำหรับนานึลที่มีสมองก็เหมือนไม่มี  ถึงอย่างนั้นก็ยังพอมีเรื่องดีอยู่บ้างตรงที่ชานยอลก็ไปแข่งขันกับเขาด้วย  เพราะฉะนั้นจึงไม่มีคนกวนใจ

 

 

 

        .....ไม่น่าเชื่อว่าคนใจคอโหดร้ายแบบชานยอลจะฉลาดกับเขาเหมือนกัน

 

 

 

        เพียงไม่นานก็รู้สึกถึงสิ่งของบางเบามากระแทกหัว  หญิงสาวเหลือบตาไปมองสิ่งของปริศนาที่ว่านั่นก็พบว่ามันคือก้อนกระดาษที่ถูกขยำรวมกัน  มือเรียวเอื้อมออกไปคว้าขยุมกระดาษแล้วคลี่ออกดูช้าๆ  ก่อนจะเจออักษรที่ถูกเขียนไว้ลวกๆภายในกระดาษ

 

 

 

        .....ยัยเสร่อใจลอยถึงไอ้ตุ๊ดอยู่หรอ

 

 

 

        ได้เห็นข้อความก็ไม่ต้องบอกว่าใครที่เป็นคนปาขยะก้อนนี้มา  ใบหน้าสวยเมียงมองไปทางลู่หานที่กำลังใช้มือของตัวเขาทำท่าปาดคอพร้อมชักสีหน้าน่ากลัว  ว่าแล้วนานึลก็ไม่รอช้าเขียนตอบกลับไปบ้าง  หญิงสาวขยำกระดาษแล้วเล็งๆก่อนจะปาใส่ลู่หาน  ทำให้หมาป่าที่มีทักษะว่องไวรับได้อย่างทันท่วงที  ลู่หานรีบเปิดกระดาษยับยู่ยี่ก็พบเข้ากับข้อความที่ชวนให้อารมณ์ของหมาป่ามาดแมนมันทะลุจนเลือดขึ้นหน้า

 

 

 

        .....คันลูกกระเดือกหรอ?

 

 

 

        ดูคำพูดของผู้หญิงที่บังอาจขโมยจูบแรกแถมยังชอบทำให้หัวใจหมาป่าเต้นแรงสิ  ลู่หานถลึงตาโตขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโหจนอยากจะลงมือลงไม้ให้ความโกรธที่มีมันจางหายไป  หมาป่าหนุ่มลุกขึ้นยืนกำมือแน่นพ่นลมหายใจประดุจดั่งควายกระทิงก็ไม่ปาน

 

 

 

        .....ผู้หญิงก็ผู้หญิงเหอะวะ!  ถ้าชาตินี้กูได้ต่อยหน้ายัยเสร่อนั่นสักครั้งกูจะไม่ขออะไรอีก!

 

 

 

        คิดได้ดังนั้นลู่หานก็ทำถ้าจะลุกไปเสยใบหน้าน่ารักสักรอบ  จนมินซอก  เจ้าพ่อฟุตบอลผู้เลื่องชื่อต้องรั้งเพื่อนที่รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่ให้มีเรื่องในขณะที่คุณครูยังคงหันหลังเขียนกระดานอย่างเคร่งเครียด

 

 

 

        “นั่งลงไอ้หาน  ครูวิชานี้ยิ่งโหดๆอยู่”  ตักเตือนเพื่อนให้หัดใจเย็นเสียบ้างแล้วกระชากแขนเพื่อนให้นั่งลงอย่างเดิม  ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาลอกโจทย์คณิตศาสตร์ของตัวเองต่อไป  ทำให้ลู่หานต้องข่มอารมณ์เดือดแล้วนั่งลงแต่โดยดี

 

 

 

        .....กูจะรอตอนพักกลางวัน  กูจะอัดมันให้เละ!

 

 

 

        “ครูปอคะ!  นานึลกับลู่หานเล่นปากระดาษกันในห้องเรียนค่ะ!

 

 

 

        ประดุจเสียงที่นรกประทานมาให้บุคคลที่ถูกกล่าวถึงขนลุกซู่ด้วยความกลัว  เสียงคำฟ้องของซูจีร้องบอกให้ครูปอ  ครูสอนคณิตศาสตร์จอมโหดที่ใครๆก็กล่าวถึงความใจร้ายหันมามองนานึลกับลู่หานด้วยแววตาอำมหิต

 

 

 

        เฟี้ยบ!

 

 

 

        ครูปอตวัดไม้เรียวผ่านอากาศจนเกิดเสียงที่พาให้นานึลกับลู่หานถึงกับสะดุ้งตัว  คุณครูสายการสอนคณิตศาสตร์เหล่ตามองเด็กนักเรียนที่ถูกกล่าวหาว่าเล่นปากระดาษกันในห้องด้วยสายตาฉายแววถึงความโหดร้าย  ทำให้นักเรียนทั้งห้องต่างก็ก้มหน้าก้มตาตกอยู่ในสภาวะการเป็นใบ้ไปโดยปริยาย

 

 

 

        “ลู่หานกับนานึล!  อย่าคิดนะว่าครูไม่รู้ว่าพวกเธอไม่สนใจเรียนเอาแต่เล่นกัน!”  ครูปอยกไม้เรียวชี้ไปยังเด็กนักเรียนที่ชอบเล่นกันในเวลาเรียน  ด้วยเสียงที่ดังก้องกังวานน่ากลัวส่งผลให้ทั้งห้องต่างก็สะดุ้งสุดตัวอีกครั้ง  รวมถึงหมาป่าลู่หานที่กำลังนั่งก้มหน้าขมุบขมิบปากราวกับกำลังด่าใครสักคน

 

 

 

        .....เพราะนางโง่คนเดียวที่ทำให้ฉันต้องมาโดนครูปอด่าเนี่ย!

 

 

 

        “ครูขอเชิญพวกเธอทั้งคู่ออกไปเล่นกันข้างนอก!  เดี๋ยวนี้!

 

 

 

        เสมือนกับคำสั่งที่ทำให้ลู่หานและนานึลต้องเดินคอตกออกไปนอกห้องท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆที่ต่างก็อมยิ้ม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุภาพสตรีหน้าตาสวยเจ้าของหัวใจชายหนุ่มที่เป็นที่ต้องการของสาวๆและชะนีทั้งหลายอย่างซูจี

 

 

 

        .....สมน้ำหน้า!

 

 

 

        ทันทีที่ก้าวเท้าออกมาจากห้องเรียน  ลู่หานก็จัดการหันขวับส่งสายตาที่สื่อถึงความโมโหในใจ  ชายหนุ่มกำหมัดรวบรวมพลังก่อนจะยกขึ้นมาหมายจะต่อยลงไปบนใบหน้าน่ารักที่ชอบทำให้หัวใจหมาป่าสั่นไหวเสมอ

 

 

 

        “ลู่หาน!  นายจะทำอะไรอีก  ใจเย็นๆไว้ก่อนสิ!”  ยกมือห้ามปรามไถ่ถามผู้ชายชอบแกล้งเมื่อเห็นว่าลู่หานทำท่าทางเหมือนจะทำร้ายตนเอง

 

 

 

        “คราวนี้เธอโดนฉันอัดแน่!  มาให้ฉันต่อยหน้าเธอเดี๋ยวนี้!”  ตะโกนออกไปดังลั่นพลางย่างสามขุมเข้าไปหาผู้หญิงไร้ทางสู้  ทำให้นานึลค่อยๆก้าวเท้าถอยหลังก่อนจะหันหลังและเริ่มวิ่งหนี  ถึงกระนั้นหมาป่าตัวดีก็ยังไม่เลิกระบายความคับแค้นและความโมโหที่มีด้วยการวิ่งไล่ตามนานึลไปติดๆ

 

 

 

        “นายอย่าวิ่งตามฉันมาสิลู่หาน!

 

 

 

        “อย่าวิ่งหนีนะเว้ย!

 

 

 

        ลูกแกะตัวน้อยวิ่งหนีหมาป่าอารมณ์ร้อนอยู่เนิ่นนาน  และเพราะมัวแต่เหลียวมองหมาป่าข้างหลัง  นานึลจึงชนเข้ากับใครสักคนเข้าอย่างจังจนหงายหลังแล้วล้มไปนอนกองกับพื้น  ในขณะที่ลู่หานเมื่อเห็นนางบ้านนอกหงายหลังล้มตึงก็หยุดวิ่งแล้วปล่อยหัวเราะออกมาดังลั่นผสมกับอาการหอบ

 

 

 

        “โอย!”  ส่งเสียงหวานร้องโหยหาความเมตตาซึ่งดูท่าจะไม่มีใครหยิบยื่นมาให้  หญิงสาวย่นหน้าให้กับความรู้สึกเจ็บแปล๊บไปทั่วร่างกายแล้วช้อนสายตามองบุคคลที่ตัวเองเพิ่งวิ่งชนไปเมื่อสักครู่  ก่อนจะพบว่าเธอคือครูสาวแสนสวยที่มีนิสัยตรงกันข้ามกับครูปอโดยสิ้นเชิง

 

 

 

        .....ครูเจส

 

 

 

        “ตายแล้วนานึล!  วิ่งหนีอะไรมาเนี่ยหืม?”

 

 

 

        ครูเจสผู้ใจดีถึงแม้บางครั้งหน้าที่การงานอาจต้องบังคับตัวตนให้เคร่งขรึมอยู่บ้าง  แต่โดยรวมภายในจิตใจแล้วถือได้ว่าเป็นคุณครูที่ใส่ใจเด็กมากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้  ครูเจสค่อยๆประคองนานึลให้ลุกขึ้นมาช้าๆ

 

 

 

        “ขอโทษค่ะครู  หนูวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ”  นานึลก้มหัวขอโทษยกใหญ่  ส่วนลู่หานที่ยืนอยู่ไกลๆตอนนี้เดินเข้ามาใกล้ๆพร้อมโค้งทักทายครูเจสเช่นเดียวกัน

 

 

 

        “เห็นหน้าพวกเธอพร้อมกันแล้วครูนึกอะไรออก!”  ครูเจสเปรยขึ้นมา 

 

 

 

        ทำให้นานึลและลู่หานมองหน้ากันไปมาด้วยความงง  จนลู่หานต้องถามครูเจสออกไปเพื่อไม่ให้มันคาใจ

 

 

 

        “ครูเจสนึกอะไรออกหรือครับ?”

 

 

 

        “ครูเพิ่งนึกออกว่าพวกเธอสองคนรวมถึงจงอินไม่ผ่านวิชาสามัคคีศึกษาเพราะว่าไม่ได้หาทางออกมาจากภูเขาเอง  ทีนี้พวกเธอจะไม่จบมัธยมหกถ้าหากพวกเธอไม่ผ่านวิชานี้”  ส่งคำตอบไปหาลูกศิษย์ทั้งสองคนที่ยืนทำหน้ามึนงงอยู่ใกล้ๆ  ทำให้นานึลกับลู่หานถึงกับตกใจจนแทบจะกระโดดเต้นรอบกองไฟเมื่อได้ยิน

 

 

 

        .....ไม่จบมัธยมหกอย่างนั้นเรอะ!

 

 

 

        “ครูเจสคะ!  พวกเราจะไม่จบจริงๆหรือคะครู!”  ดวงตาโตบนใบหน้าสวยเจือความตกใจสุดขีด  ผิดกับครูเจสที่ส่งยิ้มมาให้เป็นเชิงว่าไม่มีอะไรต้องกังวล

 

 

 

        “ถ้าอยากจบมัธยมหก  พวกเธอต้องผ่านวิชาสามัคคีศึกษา  เพราะฉะนั้นพวกเธอสองคนรวมทั้งจงอินต้องไปทำจิตอาสานะ  พวกเธอถึงจะผ่านวิชานี้ได้  เรื่องสถานที่  อาหาร  ที่หลับที่นอน  ครูเตรียมเอาไว้ให้พวกเธอหมดแล้วไม่ต้องกังวล  จิตอาสาสองวันหนึ่งคืนเอง  หวังว่าพวกเธอคงไม่ขัดข้องนะ

 

 

 

        .....พูดมาขนาดนี้ใครจะไปกล้าขัดกันล่ะครูเจส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        หลายวันต่อมา

 

 

 

        นานึล  จงอิน  และลู่หานกำลังเพ่งมองป้ายหน้าวัดอันใหญ่โต  แบบนี้ไม่บอกก็รู้ว่าวัดนี้มีอะไรให้ทำเยอะแน่นอน  ครูเจสชั่งเลือกสถานที่จิตอาสาได้ดีเป็นอย่างยิ่ง  ชายสองหญิงหนึ่งสะพายกระเป๋าเดินเข้าไปในวัดบรรยากาศร่มรื่นแสนสงบที่เต็มไปด้วยต้นไม้ 

 

 

 

        “พระพี่เลี้ยงอยู่ไหน?”  จงอินเปรยเบาๆพลางมองไปรอบๆบริเวณนั้น  เพราะจิตอาสาครั้งนี้ต้องมีลายเซ็นของพระพี่เลี้ยงยืนยันว่าพวกเขาทั้งสามคนนั้นได้ทำกิจกรรมจิตอาสาเหล่านั้นจริงๆ

 

 

 

        “ไอ้สารวัตรนักเรียน  ตกลงเอาไงต่อเนี่ย?”  เมื่อเห็นว่าคนตัวดำมัวแต่มองไปมาไม่ทำอะไรต่อไปเสียที  ลู่หานจึงได้ทีถามจงอินออกไป  ทำให้จงอินที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบตอบกลับไปในทันที

 

 

 

        “มึงก็ช่วยกูมองหาพระพี่เลี้ยงสิไอ้ลู่หาน!

 

 

 

        “แล้วพระพี่เลี้ยงคือรูปไหนล่ะวะ!?”  

 

 

 

        “ก็กูถึงบอกให้มึงช่วยหาไงเล่า!”  จงอินส่ายหน้าถอนหายใจส่งความเกลียดชังที่มีอยู่ไปให้ลู่หาน  ผู้ชายที่หยาบคายทำร้ายได้แม้กระทั่งผู้หญิงที่เป็นรักแรกของเขา  ทำให้ลู่หานที่ได้เห็นสายตาส่อเค้าความเกลียดถึงกับความดันขึ้น

 

 

 

        .....ไอ้ดำ!  ทำสายตาแบบนี้มึงต้องการตายก่อนที่มึงจะขาวใช่ไหม!?

 

 

 

        หมาป่าหนุ่มทำท่าทางจะเดินเข้าไปประจัญบานกับจงอิน  ถ้าไม่ติดว่ามีเสียงอันสงบนิ่งของใครบางคนดังแทรกขึ้นมา

 

 

 

        “โยมทั้งหลาย  ที่นี่ในวัดในวา  อาตมาอยากให้โยมสงบจิตใจ  สำรวมกริยากายและใจให้ตั้งมั่นนะโยม”  และนี่คือเสียงที่ว่านั่น

 

 

 

        เมื่อเด็กนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมเค  ได้เห็นบุรุษใต้ร่มพระธรรมถูกห่มกายด้วยผ้าสีเหลืองทองเข้ม  ทั้งสามคนถึงกับต้องรีบนั่งลงพนมมือรับคำสั่งสอนจากพระรูปหนึ่ง  ซึ่งดูแล้วน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพวกเขาทั้งสามคนหรือถ้าจะแก่กว่าก็คงแก่กว่าไม่มาก

 

 

 

        “นมัสการครับหลวงพี่  พวกผมเป็นคณะจิตอาสาจากโรงเรียนมัธยมเค  ตอนนี้ผมกำลังตามหาพระพี่เลี้ยงอยู่ครับ”  จงอินผู้ที่ดูจะพึ่งพาได้ที่สุดเอ่ยวาจาสำรวมแล้วเงยหน้าขึ้นมองหน้าเจ้าพระคุณ  ในขณะที่นานึลและลู่หานที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองเช่นเดียวกัน

 

 

 

        “อาตมานี่แหละพระพี่เลี้ยงของพวกโยม  เรียกอาตมาว่าหลวงพี่จงแดก็ได้นะโยม”  หลวงพี่จงแดผู้มีฝีมือเก่งกาจในด้านพระพุทธศาสนา  ในตอนนี้หลวงพี่จงแดสามารถสอบเปรียญธรรมเก้าประโยคได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย

 

 

 

        .....นับว่าหลวงพี่รูปนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ 

 

 

 

        “หลวงพี่จงแดเสียงไพเราะจังเลยเจ้าค่ะ”  นานึลได้ฟังคำสั่งสอนเพียงไม่นานก็เคลิบเคลิ้มเพราะเสียงของคำสั่งสอนที่ฟังดูก็รู้ได้ทันทีเลยว่าถ้าท่องบทสวดมนต์หรือร้องเพลงนี่คงจะเพราะไม่น้อย  ทำให้ลู่หานที่นั่งอยู่ทนไม่ไหวต้องเขกลงไปบนกบาลที่ภายในคงจะมีแต่ขยะไร้ค่า

 

 

 

        .....ยัยเสร่อเอ๋ย!  ไม่ได้รู้จักกาลเทศะเลย!

 

 

 

        ทางด้านจงอินที่เห็นลู่หานลงไม้ลงมือกับผู้หญิงที่เปรียบเสมือนชีวิตก็แทบจะลุกขึ้นยืนแล้วเอาความดำป้ายใส่ไอ้หมาป่าถ่อยตัวนั้นสักหน  แต่ตอนนี้ทำไม่ได้เพราะอยู่ต่อหน้าพระสงฆ์องคเจ้า  จงอินจึงได้แต่นั่งพนมมือหน้าตาบึ้งตึง

 

 

 

        .....เดี๋ยวมึงเจอความดำกูแน่ไอ้ลู่หาน!

 

 

 

        ในขณะที่หลวงพี่จงแดก็แค่นขำเล็กน้อยในท่าทีของคนทั้งสาม  ก่อนจะเอ่ยวาจาสั่งสอนออกไปอีกหนึ่งชุดตามแบบฉบับของหลวงพี่จงแดเอง

 

 

 

        “การที่โยมทั้งสามมาจิตอาสาครั้งนี้  อาตมาจะคอยเป็นพระพี่เลี้ยงให้พวกโยมเอง  ขอให้ซึมซับพระวินัยต่างๆขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วนำไปปรับใช้หลังจากนี้  แต่ตอนนี้พวกโยมตามอาตมามาก่อนเถิด  เอาข้าวของไปเก็บที่ศาลา”  

 

 

 

        หลวงพี่จงแดเอ่ยเสร็จก็เดินนำไปก่อน  ทำให้ทั้งสามคนลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามไป  ก่อนจะพบกระดาษใบเล็กปลิวตกลงมาจากจีวรของหลวงพี่จงแด  ดังนั้นจงอินที่อยู่ใกล้ที่สุดจึงหยิบมันขึ้นมาดู

 

 

 

        .....S.M. ENT.

 

 

 

        แค่ได้เห็นนามบัตรของบริษัทใหญ่ก็รู้ทันทีเลยว่าหลวงพี่จงแดรูปนี้มีเสียงที่ไพเราะจริงๆ  ไม่อย่างนั้นคงไม่มีแมวมองมาทาบทามทั้งๆที่ยังบวชเป็นพระอยู่แบบนี้หรอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        หลังจากที่ทั้งสามคนเอาข้าวของมาเก็บเรียบร้อยพร้อมทั้งทำความสะอาดที่พักเสร็จ  หลวงพี่จงแดก็บอกงานจิตอาสาเริ่มตั้งแต่กวาดลานวัดไปยันล้างห้องน้ำ  ทั้งนานึล  จงอินและลู่หานต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาทำตามที่พระพี่เลี้ยงบอกจนกระทั่งเสร็จงาน  ซึ่งกว่าจะเสร็จงานก็ใกล้มืดเต็มทน  ทั้งสามคนจึงกลับมาที่ศาลานอนแผ่หลาด้วยความเหนื่อยอ่อน  แต่นอนพักอยู่ได้ไม่นาน  พระพี่เลี้ยงรูปเดิมก็มาพร้อมกับคำพูดที่เป็นเหมือนยาชูกำลังให้ทั้งสามคนหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

 

 

 

        “โยมทั้งหลาย  อาตมาอนุญาตให้ไปผ่อนคลายในงานมหรสพที่ทางวัดจัดขึ้นได้นะ  วันนี้มีศิลปินในวงการเพลงเพื่อชีวิตของเมืองไทยบินมาเปิดคอนเสิร์ตถึงที่นี่เลย  อาตมาขอตัวไปทำวัตรเย็นก่อนนะโยม”  ว่าเสร็จก็ย่างกายออกไป

 

 

 

        ทำให้ทั้งสามคนจากโรงเรียนมัธยมเคกระเด้งตัวลืมความเหนื่อยอ่อนที่เจอมาทั้งวัน  ซึ่งคนที่ดีใจที่สุดครั้งนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนานึล  หญิงสาวระบายยิ้มกว้างที่ทำให้สองหนุ่มที่มองอยู่อดยิ้มตามไม่ได้

 

 

 

        “ศิลปินเพื่อชีวิตคนนั้นต้องเป็นลุงแอ๊ดคาราบาวแน่เลย  จงอิน  ลู่หาน  เราไปดูกันเถอะ!”  นานึลลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางตื่นเต้นแล้วตั้งใจดึงแขนผู้ชายสองคนให้ลุกขึ้นยืน  เป็นผลให้ลู่หานแปลกใจเล็กน้อยว่านางโง่ผู้นี้ไปรู้จักมักจี่กับศิลปินไทยได้อย่างไร  แต่ถึงแบบนั้นลู่หานและจงอินก็ยอมลุกขึ้นยืนแต่โดยดี

 

 

 

        “ยัยเสร่อ  นี่เธอรู้จักศิลปินไทยคนนั้นด้วยหรอ?”  ถามผู้หญิงที่เป็นจูบแรกของตัวเอง  ในขณะที่จงอินก็หยักยิ้มก่อนจะตอบลู่หานถึงคำถามที่มันถามมา

 

 

 

        “นานึลมีแม่เป็นคนไทย  นานึลฟังพูดอ่านภาษาไทยได้  นี่มึงไม่รู้หรอกหรือไอ้ลู่หาน?”  กอดอกยกยิ้มส่งสายตาเหยียดหยามไปให้ลู่หานที่กำลังสะกดอารมณ์โกรธอยู่ตอนนี้  ตรงกันข้ามกับผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ยืนนิ่งมองใบหน้าหล่อสีเข้ม

 

 

 

        .....ทำไมนายถึงรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวฉันทุกอย่างเลยนะจงอิน

 

 

 

        “จงอินนายรู้เรื่องแม่ของฉันได้ยังไง?”

 

 

 

        “เธอก็รู้ว่าฉันชอบเธอ  เรื่องที่เกี่ยวกับตัวเธอฉันไม่รู้นี่สิแปลก”  ส่งรอยยิ้มอ่อนโยนและอบอุ่นไปให้นานึลแทนความรู้สึกที่มีอยู่ในใจทั้งหมด  ในระหว่างที่ทั้งจงอินกับนานึลกำลังปลูกต้นรักกันหวานชื่น  ลู่หานที่เป็นเสมือนตัวประกอบของเรื่องนี้ก็เหลือบสายตามองใบหน้าสวยสลับกับใบหน้าดำของคนทั้งคู่

 

 

 

        .....แหม่!  โลกนี้ไม่ได้มีแค่มึงสองคนนะเว้ย!

 

 

 

        คิดไม่นานมือหนาของหมาป่าสุดถ่อยก็ยกขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว  และแน่นอนว่ามันไปสัมผัสโดนหัวของผู้หญิงที่เขาเพิ่งจะรู้ว่าเธอมีสายเลือดของคนไทยรวมอยู่ด้วย  ทำให้นานึลถึงกับตกใจนิ่วหน้าเพราะความเจ็บพลางลูบหัวของตัวเองต้อยๆ

 

 

 

        “ลู่หาน!  เอาอีกแล้วนะ  ตีหัวฉันมากๆแล้วนายมีความสุขรึไง!?”

 

 

 

        “ความจริงฉันอยากจะชกหน้าเธอด้วยซ้ำ!”  หมาป่าหนุ่มขมวดคิ้วเพ่งมองนานึลอีกรอบก่อนจะเดินออกไปให้พ้นจากผู้หญิงที่ชอบทำให้ตัวเขาเสียการควบคุมภายในร่างกายตนเอง  ปกติเขาไม่เคยอารมณ์ขึ้นง่ายขนาดนี้นะ  แต่พอมองหน้าของนานึลแล้วมันหมั่นไส้

 

 

 

        .....หมั่นไส้จนอยากจะกระชากมาตบด้วยปากอีกสักรอบ! 

 

 

 

        “เจ็บหัวมากไหม?” 

 

 

 

        หลังจากที่ลู่หานเดินออกไปพ้นสายตา  จงอินก็เอ่ยถามทันที  ส่งผลให้คนถูกถามส่ายหน้าแล้วส่งยิ้มกลับไปให้  รอยยิ้มแบบนี้มันชั่งทำให้หัวใจของคนที่ทำได้เพียงแอบรักข้างเดียวมันสุขล้นจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลย

 

 

 

        “ฉันขอโทษนะจงอิน

 

 

 

        แล้วการที่ผู้หญิงใกล้ตัวคนนี้เอ่ยคำว่าขอโทษก็ทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจ  พยักหน้ากลับไปเป็นเชิงรับรู้ว่านานึลกำลังขอโทษเขาเรื่องอะไรอยู่  ก็บอกแล้วไงว่าจงอินรู้เรื่องของนานึลทุกเรื่อง  ไม่เว้นแม้แต่คำขอโทษที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง

 

 

 

        .....เธอกำลังขอโทษที่เธอรักฉันไม่ได้  ฉันรู้เรื่องนั้นดี

 

 

 

        “ไปดูลุงแอ๊ดกันเถอะนานึล”  จงอินชักชวนแล้วเดินนำไปก่อนเพราะไม่อยากให้ผู้หญิงที่เป็นรักแรกเห็นน้ำใสๆที่เอ่อซึมตามขอบดวงตาพร้อมกับหลั่งความรู้สึกเสียใจที่กำลังเผชิญอยู่ทุกวัน  ที่เขาดันมาทำความรู้จักกับผู้หญิงคนนี้ช้าไป  แต่เรื่องนี้จะให้จงอินทำอย่างไรได้

 

 

 

        .....ก็คนมันรักมาก  มันเลยตัดใจไม่ได้ 

 

 

 

        หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างที่ดูพึ่งพาได้เสมอมานับตั้งแต่วันที่จงอินให้ดอกไม้ช่อใหญ่  เขาก็คอยมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตลอดเวลา  ไม่ใช่ว่านานึลจะไม่รู้ว่าจงอินคิดยังไงกับตัวเอง  แต่เพราะในใจของหญิงสาวนั้นไม่ได้คิดกับจงอินเป็นอื่นไปเลยนอกจากเพื่อนกัน  อาจเป็นเพราะดวงใจดวงนี้มันมีพันธนาการที่เปรียบเสมือนโซ่เส้นใหญ่คอยขึงหัวใจให้หยุดอยู่แค่ผู้ชายเย็นชาคนนึง

 

 

 

        .....ฉันขอโทษจริงๆจงอิน

 

 

 

 

        “แต๊ว  แต่ว  แตว  แตว  แตว  แต๊ว~”  

        เสียงโซโล่กีต้าร์ดังขึ้นท่ามกลางความมืดแซมด้วยแสงไฟหลากสีอลังการบนเวทีที่มีวงคาราบาวเต็มวง  ผู้คนมากหน้าหลายตาเบียดเสียดยัดเยียดแออัดต่างก็ชูมือรูปควายสัญลักษณ์ประจำวง  กระโดดโหย่งตัวด้วยความสนุกสนานเฮฮาที่ได้มีโอกาสเจอกับศิลปินเพื่อชีวิตชื่อดังในประเทศไทย  และแน่นอนว่านานึลเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่กำลังเมามันในอารมณ์เพียงแค่ได้ฟังเพียงเสียงอินโทรที่คุ้นหูอย่างบัวลอย  หญิงสาวชูมือกระโดดเหยงๆจนจงอินที่ยืนอยู่ใกล้ๆเหลือบมองพลางขำออกมาไม่หยุด  ทำให้นานึลอดไม่ได้ที่จะจับมือของจงอินให้ชูขึ้นบ้าง

 

 

 

        .....มัวแต่ยืนนิ่งมันจะไปสนุกอะไรเล่าจงอิน!

 

 

 

        “บัวลอยเจ้าเพื่อนยาก  ทำไมจากข้าเร็วเกินไป~”  นานึลแหกปากร้องตะโกนสุดเสียงเมื่อมีเนื้อเพลงขึ้นมา  ส่งผลให้จงอินหัวเราะลั่นอ้าปากกว้างไปกับกริยาท่าทางน่ารักของผู้หญิงข้างกาย  ในขณะที่ร่างกายของจงอินก็กระโดดไปด้วยอย่างสนุกสนาน

 

 

 

        “ถึงบัวลอยยยยยยยยยยยย~”  แหกปากอีกรอบให้กับความอัดอั้นมานาน  หญิงสาวอ้าปากตะโกนสุดเสียงอีกครั้งแบบไม่อายฟ้าดินและไม่อายจงอินเลยแม้แต่น้อย  ตรงกันข้าม  นานึลกลับรู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่ใกล้ๆจงอิน  เหมือนมันมีความรู้สึกราวกับว่าเป็นเพื่อนกันมานานอย่างไงอย่างงั้น

 

 

 

        ปัง!

 

 

 

        เพียงไม่นานก็มีเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้น  ผู้คนที่ต่างก็เบียดเสียดแออัดเต้นกันกลับวิ่งหนีแตกกระจายจนไม่รู้ว่าใครเป็นใครกันบ้าง  นานึลยกมืออุดหูเพราะเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันหลายนัด  ดนตรีที่เคยดังลั่นหยุดลง  หญิงสาวมองหาจงอินแต่ก็ไม่เจอ  สงสัยคงโดนเบียดจนพลัดหลงกันเข้าให้แล้ว

 

 

 

        .....นายหายไปไหนนะจงอิน!

 

 

 

        ร่างบางวิ่งมาเรื่อยๆแบบไม่รู้ทิศรู้ทางท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย  แต่แล้วก็คิดได้ว่าวิ่งอยู่แบบนี้มีหวังโดนลูกหลงแน่  นานึลจึงวิ่งไปหลบอยู่ตรงใต้โต๊ะขายของแถวนั้น  ก่อนจะต้องตกใจจนแทบจะหงายหลังเพราะจู่ๆก็มีผู้ชายมาล้มอยู่ตรงหน้า  พอเพ่งมองดูดีๆก็เห็นเลือดเยอะแยะไหลลงมาเป็นทางจากแขนแข็งแรงของเขา 

 

 

 

        .....นั่น  ผู้ชายคนนั้นโดนยิงใช่ไหม!?

 

 

 

        หญิงสาวจับจ้องไปยังชายดังกล่าวแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่  ตอนนี้ควรจะทำอย่างไรดี  ควรจะไปช่วยผู้ชายคนนั้นดีไหม  หรือจะหลบอยู่ตรงนี้นิ่งๆแล้วทำเป็นไม่เห็น  นานึลครุ่นคิดอยู่นานด้วยความลังเลใจ  เพราะจากประสบการณ์ตอนที่ตัวเองย้อนกลับไปช่วยผู้ชายที่ชื่อ  ปาร์ค ชานยอล  ในโรงแรมม่านรูดนับว่าเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์

 

 

 

        .....ครั้งนี้ฉันจะไม่ใจอ่อนไปช่วยใครอีกแล้ว!

 

 

 

        ย้ำหนักแน่นภายในใจของตนเองแต่ดูเหมือนว่าร่างกายมันจะไม่ยอมฟังสิ่งที่สมองบอก  เมื่อรู้ตัวอีกทีร่างบางก็ลุกลี้ลุกลนวิ่งออกไปอยู่ใกล้ๆร่างสูงที่กำลังนอนกัดริมฝีปากนิ่วหน้าเพราะความเจ็บ  นานึลรีบร้อนสอดส่ายสายตาหาต้นเหตุของเลือดก่อนจะพบเข้ากับบาดแผลที่ภายในมีลูกตะกั่วฝังอยู่

 

 

 

        .....ผะ ผะ ผะ!  ผู้ชายคนนี้โดนยิงจริงๆด้วย!

 

 

 

        แม้แต่คิดในใจยังคิดติดๆขัดๆ  ตอนนี้ถ้าจะให้พูดออกมาคงไม่เป็นประโยคเป็นแน่แท้  มือบางถูกยกขึ้นมาถูไปมาแล้วบรรจงกดแผลเพื่อห้ามเลือดก่อนจะเอ่ยถามผู้ชายที่นอนเจ็บอยู่

 

 

 

        “น่ะ!  น่ะ!  น่ะ!  น่ะ!”  ความจริงตั้งใจจะพูดว่านายไหวไหม  แต่บอกแล้วไงว่ามันตกใจจนแทบสิ้นสติ  เกิดมาก็นานนมเพิ่งเคยเห็นคนโดนยิงครั้งนี้เป็นครั้งแรก  หญิงสาวสูดหายใจเข้ารับกลิ่นคาวเลือดเพื่อเรียกสติ  แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองมามัดบาดแผลเอาไว้

 

 

 

        ในขณะที่ชายหนุ่มตอนนี้พยายามถลึงตามองใบหน้าสวยเลือนลางที่มาช่วยเขาไว้ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  เขาเบิกดวงตาให้กว้างขึ้นสะกดความเจ็บปวดหน่วงหนึบบริเวณกล้ามแขนแข็งแรงของตนแล้วค่อยๆดันตัวลุกขึ้น  ก่อนจะต้องแปลกใจในท่าทีของผู้หญิงข้างกาย

 

 

 

        .....เธอเป็นใครกัน?

 

 

 

        “ฉะ!  ฉะ!  ฉะ!  ฉะ!”  ครั้งนี้ตั้งใจจะพูดว่าฉันว่าเราไปหลบใต้โต๊ะดีกว่า  ตรงนี้ผู้คนพลุกพล่านเดี๋ยวโดนลูกหลง  นานึลส่ายหน้าไปมาไล่ความตกใจที่มีอยู่ล้นท่วมภายในใจหลังจากที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าของตัวเองมัดแผลให้เขาเสร็จเรียบร้อย  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหาใครสักคนให้มาช่วยผู้ชายใกล้ตัว  ไม่ทันไรสายตาของนานึลก็สังเกตเห็นร่างกายที่ถูกห่มด้วยจีวรผู้เป็นเจ้าของน้ำเสียงที่แสนจะไพเราะ

 

 

 

        “ล่ะ!  ล่ะ!  ล่ะ!  หลวงหลวง!”  ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ฟังไม่ได้ศัพท์ไปเสียหมดแต่รอบนี้เสียงที่ส่งไปให้หลวงพี่จงแดกลับได้ผล  เพราะหลวงพี่จงแดกำลังถลกจีวรขึ้นแล้ววิ่งจีวรปลิวหน้าตาตื่นมาทางนานึลกับผู้บาดเจ็บ  ท่ามกลางผู้คนวุ่นวายหนีตายชุลมุนอลหม่าน  แม้จะรู้ว่าไม่เหมาะไม่ควรที่พระจะมาวิ่งจนจีวรปลิวแบบนี้

 

 

 

        .....แต่นาทีนี้ช่วยโยมสำคัญกว่า

 

 

 

        “โยมนานึล  เหตุใดโยมผู้นี้ถึงได้มีเลือดไหลโทรมกายเช่นนี้?”

 

 

 

        “มะ  มะ  มะ!”  จะบอกว่าไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะหลวงพี่จงแด

 

 

 

        “อาตมาว่าพาโยมผู้นี้ไปหลบใต้โต๊ะตัวนั้นก่อนดีกว่า  โยมผู้นี้คงเดินไปไกลๆไม่ไหวแน่”  ว่าจบประโยคก็ช่วยพยุงโยมผู้โดนลูกหลงให้ไปหลบอยู่ใต้โต๊ะตัวเดียวกับที่นานึลเคยหลบอยู่เมื่อสักครู่  ก่อนที่พระผู้มีเมตตาจะวิ่งจีวรปลิวอีกหนเพื่อหาผ้าผืนใหญ่แถวนั้นมาคลุมโต๊ะไม่ให้ใครเห็นโยมทั้งสองที่หลบอยู่ข้างใน

 

 

 

        “โยมทั้งสองอยู่ในนั้นไปก่อนนะ  เดี๋ยวอาตมาจะไปดูว่ามีใครได้รับบาดเจ็บอีกหรือไม่”  เสียงไร้ซึ่งความสงบนิ่งดังขึ้นมาข้างนอกที่หลบภัยชั่วคราว  ทำให้หญิงสาวตอบรับกลับไปโดยที่มีสายตาแข็งกร้าวของชายหนุ่มข้างกายเพ่งมองอย่างไม่ละสายตา

 

 

 

        “ขอบพระคุณเจ้าค่ะหลวงพี่!”  

       

 

 

         ภายในความมืดมิดใต้โต๊ะที่มีผ้าคลุมเอาไว้  หลังจากที่เอ่ยบอกขอบคุณกับหลวงพี่จงแดพระพี่เลี้ยงของตนเองได้ไม่นานก็รีบร้อนลนลานหันร่างกายเข้าหาผู้ชายใกล้ตัวอีกครั้ง  แล้วหมกมุ่นอยู่กับแผลที่ได้รับการเยียวยาเบื้องต้นโดยใช้ผ้าเช็ดหน้า  ก่อนจะใช้มือเรียวบางของตนเองโบกสะบัดพัดมือเผื่อว่าผู้ชายคนนี้จะหายใจลำบาก

 

 

 

        .....นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย  เมื่อไหร่ฉันจะเลิกใจอ่อนเสียที!

 

 

 

        “เธอเป็นใคร?”  เสียงแข็งแผ่วเบาเอ่ยขึ้น  ดวงตาแข็งกร้าวบนใบหน้าสีซีดเพราะอาการเสียเลือดเบิ่งมองใบหน้าสวยข้างกายที่ไม่น่าไว้ใจ  การที่ผู้หญิงคนนี้มาช่วยตัวเขาเอาไว้มันต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่แน่นอน  ด้วยความที่เขาเกิดมาในตระกูลหวง  มาเฟียจากจีนที่โด่งดังในเกาหลีใต้  เขาจึงมีนิสัยระแวงทุกคนที่เข้ามาใกล้  และแน่นอนว่าเขาเป็นคนที่ไม่เคยไว้ใจใครเพราะถูกสอนมาแบบนี้

 

 

 

        .....แล้วการที่เธอมาช่วยฉันไว้แบบนี้  เธอกำลังต้องการอะไร?

 

 

 

        “ฉันต่างหากที่ต้องถามว่านายเป็นใคร

 

 

 

        นานึลขมวดคิ้วถามกลับไป  แล้วหยุดพัดเมื่อเห็นว่าผู้ชายข้างกายอาการดีขึ้น  ทั้งที่โดนยิงแต่เขากลับไม่แสดงอาการอะไรออกมาเลย  และแม้ว่าชายหนุ่มจะข่มอาการเจ็บปวดไว้ภายในได้ดีแค่ไหน  แต่เหงื่อที่ผุดออกมาตามโครงหน้าได้รูปของเขามันฟ้องว่าผู้ชายคนนี้กำลังเจ็บปวดและทรมานกับบาดแผลที่ได้รับ

 

 

 

        “เธอไม่ตอบคำถามของฉัน  หรือเธอเป็นคนของไอ้อี้ชิง?” 

 

 

 

        ต้องใช่แน่ๆ  ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนของไอ้อี้ชิง  ลูกชายตระกูลจาง  มาเฟียอีกตระกูลที่เป็นคู่แข่งขับเคี่ยวกันมานานเพื่อขึ้นสู่การเป็นตระกูลมาเฟียอันดับหนึ่งในจีนและเกาหลีใต้  เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอช้าฉวยปืนที่เหน็บอยู่ในกางเกงขึ้นมาจ่อหัวของผู้หญิงลึกลับ

 

 

 

        “น่ะ!  นาย!  เอาปืนขึ้นมาทำไม!?”  ตกใจจนอยากจะระเบิดตัวเองไปเสียให้สิ้นซาก  เมื่อจู่ๆผู้ชายที่อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตออกไปช่วยกลับเอาปืนมาจ่อที่หัวเสียอย่างนั้น  ดวงตาบนใบหน้าสวยแหกขึ้นด้วยความตกใจ  ดวงฤทัยเต้นแรงด้วยความตื่นกลัว  หญิงสาวรีบหลบตาลงต่ำก้มหน้าไม่กล้าพูดอะไรต่อทั้งนั้น

 

 

 

        .....แล้วคนที่ชื่ออี้ชิงเป็นใครฉันก็ไม่รู้จัก

 

 

 

        “มองตาฉันแล้วตอบมา  เธอเป็นใคร?”  ใช้ปืนกระบอกเดิมเชยคางมนของผู้หญิงที่กำลังตัวสั่นเทาเพราะความกลัว  สายตาหนักแน่นจ้องมองอย่างคาดคั้นเอาคำตอบจากร่างบางที่เอาแต่นั่งเงียบ

 

 

 

        “ฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา  มีน้องชายหนึ่งคนที่ต้องเลี้ยงดู  ส่วนอี้ชิงเป็นใครฉันก็ไม่รู้จัก  นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ  ถือว่าสงสารฉันเถอะ”  แม้ใบหน้าสวยจะถูกเริดขึ้นมา  หากแต่สายตายังคงหลุบลงต่ำเหมือนเดิม  ให้ตายเถอะ  ผู้ชายคนนี้น่ากลัวจริงๆ  ทำไมถึงได้รู้สึกว่าเขาพร้อมจะเหนี่ยวไกปืนนั่นตอนไหนก็ได้

 

 

 

        “แล้วเธอจะพิสูจน์ได้ยังไงว่าเธอไม่ได้เป็นคนของไอ้อี้ชิง?”

 

 

 

        “มันอยู่ที่ใจของนายมากกว่าว่านายจะเชื่อในสิ่งที่ฉันพูดหรือเปล่า

 

 

 

        สิ้นเสียงของผู้หญิงข้างกาย  ชายหนุ่มก็ลดปืนลงเล็กน้อยแล้วเหน็บปืนใส่ไว้ที่เดิม  ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปจับแผลของตัวเองเอาไว้  ไม่ใช่เพราะเขาเชื่อคนง่ายหรืออะไรหรอก  แต่ถ้าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนของไอ้อี้ชิงจริงๆ  แล้วถ้าเขาเกิดระงับความระแวงที่มีล้นเต็มเปี่ยมอยู่ภายในใจไม่ได้

 

 

 

        .....เขาอาจจะเผลอทำร้ายคนที่อุตส่าห์มาช่วยตัวเขาเอาไว้ก็ได้

 

 

 

        “ฉันไม่เชื่อเธอ”  เปรยขึ้นอีกครั้งแบบไม่มองใบหน้าสวยเพื่อระงับความเคลือบแคลงใจในตัวของร่างบาง  ส่วนทางด้านนานึลที่เพิ่งจะคิดได้ว่าขืนอยู่ในนี้กับนักเลงที่ไหนก็ไม่อาจทราบได้ต่อไป  มีหวังได้กลายเป็นผีเฝ้าวัดแน่ๆ  ถึงแม้ในใจมันจะอยากสดับตรับฟังน้ำเสียงอันไพเราะของหลวงพี่จงแด  แต่ถ้าจะให้ฟังในงานสวดศพของตัวเอง

 

 

 

        .....ฉันว่ามันไม่เวิร์คนะ

 

 

 

        หญิงสาวอาศัยช่วงที่ผู้ชายปริศนากำลังหันหน้าไปทางอื่นค่อยๆคลานหนีชนิดที่เรียกได้ว่าเบาประดุจมนุษย์ล่องหน  มือเรียวเอื้อมไปยกผ้าแล้วชะโงกหน้าออกไปดู  ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นหมายจะวิ่งหนีสุดแรงเกิด  เป็นเวลาเดียวกันกับที่ใบหน้าคมคายหันมาเจอร่างบางที่กำลังคิดจะหนีพอดี  ชายหนุ่มจึงรีบจับข้อเท้าของหญิงสาวเอาไว้ในทันที

 

 

 

        “อ๊ะ!”  ทำเอานานึลสะดุ้งเมื่อถูกมือแข็งแรงลากตัวเองให้กลับเข้าไปที่เดิม  แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังไม่ละความพยายามในการคลานหนีต่อ  เพียงไม่นานความคิดที่อยากจะหลบหลีกกลับหยุดลงเพราะประสาทการรับรู้มันได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่ารังสีอำมหิตของผู้ชายที่กำลังบาดเจ็บเสียอีก

 

 

 

        “ตามหาไอ้จื่อเทาให้เจอแล้วเอาตัวไปให้นายน้อยอี้ชิง!  ให้ไวนะพวกมึง!” 

 

 

 

        .....เดี๋ยวนะ  นายน้อยอี้ชิง  อย่าบอกนะว่าผู้ชายที่กำลังจับขาของฉันอยู่นี่คือจื่อเทา! 

 

 

 

        สติที่มีอยู่น้อยนิดในหัวสมองไร้รอยหยักหายไปจนหมดสิ้น  หญิงสาวสลัดขาอย่างแรงให้มือหนาที่รั้งข้อเท้าเอาไว้หลุดออกไป  แล้วจัดการดันตัวลุกขึ้นนั่งส่งสายตาเพ่งมองอย่างสุดจะทนก่อนจะตะโกนออกไปดังลั่น

 

 

 

        “ตกลงนายเป็นใครกันแน่!  ทำไมถึงมีนายน้งนายน้อยแบบที่ตระกูลมาเฟียใหญ่ๆเขาใช้กัน  แล้วทำไมนายถึงโดนยิง  พอแล้ว!  ฉันจะไม่ยอมให้ชีวิตของฉันซวยมากขึ้นไปกว่านี้อีก...

 

 

 

        อยู่ๆเสียงหวานเจือความโกรธก็ขาดห้วงไปเพราะชายหนุ่มใช้มือเปื้อนเลือดของเขามาปิดริมฝีปากบางเอาไว้ไม่ให้ผู้หญิงข้างกายส่งเสียงดัง  ก่อนที่เขาจะหยิบปืนกระบอกเดิมขึ้นมาเตรียมเอาไว้เผื่อว่าถ้าลูกน้องของไอ้อี้ชิงมันมาเจอ...

 

 

 

        .....กูจะได้จัดการยิงมัน  ก่อนที่มันจะยิงคนอื่น

 

 

 

        “เงียบๆหน่อย  ถ้าเธอยังไม่อยากตาย”  ขู่ผู้หญิงใกล้ตัวพลางระแวดระวังภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา  สายตาของชายหนุ่มจับจ้องเข้าไปในดวงตาที่ดูเหมือนว่าจะมีธารสีใสหลั่งออกมาจนเปื้อนมือหนา  ไม่รู้ทำไมความระแวงเคลือบแคลงที่มีในตัวของผู้หญิงคนนี้มันหมดไปเมื่อได้เห็นดวงตาบนใบหน้าสวยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว

 

 

 

        .....เธอคงไม่ใช่คนของไอ้อี้ชิงจริงๆ

 

 

 

        “ฉันจะปล่อยเธอ  แต่เธอต้องสัญญากับฉันก่อนนะว่าเธอจะไม่ส่งเสียงดัง  วันนี้ฉันมาเที่ยวแค่คนเดียว  ไม่ได้เอาลูกน้องมาเลยสักคน  คงไม่ดีแน่ถ้าเธอส่งเสียงเรียกไอ้พวกนั้นมา  ฉันมั่นใจว่ามันจะไม่ปล่อยเธอเอาไว้แน่นอน...รวมถึงฉันด้วย

 

 

 

        มาเฟียหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น  ในเมื่อผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนของมาเฟียตระกูลจางอันแสนเหี้ยมโหดที่สามารถฆ่าคนเป็นว่าเล่น  แต่ผู้หญิงคนนี้กลับกลายเป็นคนที่มาช่วยตัวเขาเอาไว้ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการตอบแทนบุญคุณร่างบางใกล้ตัว

 

 

 

        ชายหนุ่มถอนมือออกจากใบหน้าสวยช้าๆ  ในขณะที่นานึลเองก็ได้แต่นั่งเงียบตกอยู่ในอาการใจสั่นขวัญผวา  เมื่อไหร่พวกมาเฟียโหดร้ายนั่นจะไปให้พ้นเสียที  หญิงสาวถอนหายใจถี่หลายครั้งเพื่อระบายความกังวล  ซึ่งสิ่งที่กังวลไม่ใช่แค่ห่วงตัวเองเพียงอย่างเดียว  แต่ในใจมันกลับเป็นห่วงผู้ชายที่กำลังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

 

 

 

        .....นายทนความเจ็บปวดขนาดนั้นได้ยังไงกันนะ?

 

 

 

        “นายอย่าขยับแขนมากสิ”  กระซิบอย่างแผ่วเบาแล้วเอื้อมมือเรียวเล็กไปกดบาดแผลของเขาเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง  เป็นผลให้หัวใจชายหนุ่มเจ้าของนิสัยขี้ระแวงและไม่เคยไว้ใจใครเต้นแรงขึ้นมาจนหยุดไม่ได้  ทั้งที่เมื่อกี้มันยังเต้นช้าเพราะอาการเสียเลือดอยู่แท้ๆ  

 

 

 

        .....นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่มีใครเป็นห่วงฉันอย่างจริงใจ

 

 

 

        “เธอกำลังทำให้ฉันระแวงเธอหนักขึ้นนะ”  กระซิบตอบผู้หญิงข้างกาย  เพราะการทำแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องตลกสำหรับผู้ชายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางพวกพ้องที่ไม่จริงใจต่อกัน  ตั้งแต่เล็กจนโต  เขาต้องฝึกทุกสิ่งอย่างหนักเพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าตระกูลรุ่นต่อไป  เรื่องเห็นคนตายต่อหน้าต่อตานี่เป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับผู้ชายที่ชื่อ  หวง จื่อเทา

 

 

 

        “นายอย่าระแวงฉันเลย  ฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา  ผิดกับนายที่เดินถือปืนร่อนเร่ไปมา  ตกลงนายเป็นใครกันแน่?”

 

 

 

        “ฉันก็เป็นผู้ชายธรรมดาที่ดันเกิดมาเป็นลูกชายของตระกูลหวงชื่อจื่อเทา”  

 

 

 

        “งั้นนายน้อยจื่อเทาก็มีนิสัยเหี้ยมโหดเหมือนนายน้อยอี้ชิงใช่ไหม?” 

 

 

 

        นานึลส่งคำถามกระแทกเข้าไปในหัวใจของจื่อเทาเต็มเปา  ถ้าจะให้พูดกันไปแล้วนิสัยของจื่อเทากับอี้ชิงนั้นชั่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  ตัวจื่อเทาเขาเป็นคนระแวงสงสัยบุคคลที่เข้ามาในชีวิตทุกคน  แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยสั่งให้ลูกน้องฆ่าใคร  และแน่นอนว่าตัวเขาก็ไม่เคยตัดใจฆ่าใครได้เลย  ผิดกับ  จาง อี้ชิง  ที่มีนิสัยโหดเหี้ยม  เขาฆ่าคนได้โดยไม่ลังเลใจเลยแม้แต่น้อย  ทำตัวเหมือนอิจฉาจื่อเทาทุกอย่างประมาณว่าไม่ต้องการเห็นตระกูลหวงมาขวางเส้นทางมืดสายนี้   

 

 

 

        “อย่าเอาฉันไปเปรียบเทียบกับไอ้อี้ชิง  ไอ้เลวนั่นมันไม่ใช่คน”  เสียงแหบพร่าเปรยออกไปเบาๆจนแทบจะไม่ได้ยินเสียง  จนนานึลต้องเงี่ยหูเข้าไปฟังใกล้ๆ  หญิงสาวขมวดคิ้วถอนหายใจระบายความหนักใจถึงความสัมพันธ์ของลูกชายมาเฟียสองตระกูลก่อนจะบรรจงกดแผลต่อไป

 

 

 

        “แล้วใครยิงนายกันจื่อเทา  ใช่นายน้อยอี้ชิงอะไรนั่นหรือเปล่า?”

 

 

 

        “....”  และจื่อเทาก็พยักหน้ารับ

 

 

 

        “แล้ว...

 

 

 

        “หยุดพูดเรื่องมาเฟียได้แล้วเธอ  ฉันอยากพูดเรื่องที่เธอมีบุญคุณกับฉันมากกว่า  ฉันต้องการตอบแทนเธอ”  เปลี่ยนเรื่องกะทันหันลบล้างความเครียดที่มี  เนื่องจากจื่อเทาถือคติตามแบบฉบับของลูกผู้ชายเมืองจีนที่ควรจะยกคตินี้เอาไว้บนหิ้ง  นั่นคือคติที่ว่าบุญคุณต้องทดแทน  ความแค้นต้องชำระ

 

 

 

        “แต่สายตาของนายมันบ่งบอกชัดเจนเลยว่านายยังคงระแวงฉันอยู่  แล้วแบบนี้นายจะมาตอบแทนฉันทำไม?”  เมื่อเห็นสายตาของจื่อเทาที่มองมายังตนเองแล้วมันอดพูดไม่ได้จริงๆ  ซึ่งคำพูดของผู้หญิงใกล้ตัวก็ทำให้จื่อเทาจำเป็นต้องเปลี่ยนเรื่องอีกหน  ถึงจะยังคงระแวงและไม่ไว้ใจอยู่แต่บุญคุณก็ต้องเป็นบุญคุณ

 

 

 

        “เธอชื่ออะไร?”

 

 

 

        “ฉันชื่อ  ฮง นานึล”  

 

 

 

        “เธอมีเบอร์โทรศัพท์ไหม?”

 

 

 

        “โทรศัพท์ของฉันโดนคนบ้าสติไม่สมประกอบ  แถมใจคอโหดร้ายเขวี้ยงลงพื้นจนมันแหลกละเอียดไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        “ฮัดชิ้วววววว!!!!”  เสียงจามของชานยอลที่ใส่แว่นตาหนาเตอะแบบไม่มีค่าสายตาเพื่อเรียกวิญญาณเด็กเรียนให้เข้ามาสิงสถิตสู่ร่างกาย  กำลังนั่งอ่านหนังสือเคร่งเครียดภายในห้องพักรับรองนักเรียนที่มาแข่งขันวิชาการระดับประเทศในโรงแรมหรูระดับห้าดาว  ชานยอลยกมือถูจมูกไปมาก่อนจะสบถในใจยกใหญ่

 

 

 

        .....ใครกำลังด่ากูอยู่วะ!?

 

 

 

        “เป็นหวัดหรอมึง?”  เซฮุนที่กำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงเช่นกันเอ่ยถามพลางปรายตามองเพื่อนที่กำลังจามระรัวราวกับถูกใครติฉินนินทาอยู่ไม่มีผิด

 

 

 

        “สงสัยเป็นเพราะกูไม่ได้กินผู้หญิงมาทั้งอาทิตย์

 

 

 

        “แล้ว?”

 

 

 

        “พอไม่ได้กินผู้หญิง  ร่างกายกูเลยอ่อนแอไงไอ้เซฮุน

 

 

 

        ชานยอลหันใบหน้าหล่อน่ารักมาบอกเพื่อน  ทำให้เซฮุนส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือต่อไปเหมือนเดิม  เพียงไม่นานนักเซฮุนก็ปิดหนังสือแล้วโยนเอาไว้แถวนั้น  ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่วางเอาไว้ใกล้ตัวขึ้นมาหมายจะดูรูปผู้หญิงน่ารักใจดีคนหนึ่งที่เคยถ่ายเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว 

 

 

 

        “ไอ้เซฮุน  มึงดูอะไรในโทรศัพท์อะ?”

 

 

 

        “มันไม่ใช่เรื่องของมึงเลย

 

 

 

        ความเสือกคือคุณสมบัติหนึ่งของชานยอล  ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อน่ารักปิดหนังสือถอดแว่นแล้วเดินมาหาเซฮุน  จากนั้นมือหนาก็ฉวยโทรศัพท์ในมือของไอ้เพื่อนเวรไร้หัวใจมาดู  ก่อนจะพบว่ามันคือรูปของหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาพอใช้ได้  หากแต่จิตใจของเธอนั้นชั่งดีเกินจะบรรยาย  ข้างกายของเธอมีผู้ชายหน้าตาทุเรศเหลือหลาย  ที่สำคัญมันคล้ายกับไอ้ตัวปัญหาที่นอนทำหน้าตาเหมือนคนตายอยู่บนเตียงในห้องนี้

 

 

 

        “ถ่ายตอนไหนวะ  เมียกูน่ารักว่ะมึง”  ชานยอลถาม

 

 

 

        “ถ่ายวันที่ไปปาร์ตี้ในโรงแรมตระกูลของไอ้คยองซู”  เซฮุนตอบ

 

 

 

        “ไอ้เซฮุน  กูคิดถึงเมียว่ะมึง”   

 

 

 

        “เออ...”    

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        “เธอมีทวิตเตอร์ไหม?”  จื่อเทายังไม่ละความพยายามถามร่างบางถึงแม้ว่าตัวเองจะเจ็บแผลอยู่ก็ตาม

 

 

 

        “ฉันเล่นไม่เป็นหรอก”  นานึลส่ายหน้าตอบ

 

 

 

        “เฟสบุ๊คล่ะ?”

 

 

 

        “ฉันไม่ได้เล่น

 

 

 

        “อีเมล?”

 

 

 

        “ฉันก็ไม่มี

 

 

 

        อะไรของผู้หญิงคนนี้เนี่ย  นี่ใจคอจะไม่เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คเลยหรืออย่างไร แล้วแบบนี้จะติดต่อกันได้ยังไงกันเล่าแม่คุณเอ๋ย  ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอมนุษย์ตนใดล้าหลังเชยเฉิ่มขนาดนี้มาก่อนเลย  ชายหนุ่มขมวดคิ้วพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่  ก่อนจะจงใจเอ่ยคำถามสุดท้ายที่ตัวเขามั่นใจหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคำถามนี้ไม่มีทางที่ร่างบางจะส่ายหน้าปฏิเสธได้เลย

 

 

 

        “งั้นฉันขอที่อยู่เธอก็แล้วกัน  เธอมีใช่ไหมที่อยู่ของเธอน่ะ?”

 

 

 

        ทำเอานานึลถึงกับชะงักรีบดึงมือเรียวที่กำลังกดบาดแผลให้จื่อเทากลับมาแล้วส่งสายตาแปลกใจไปให้ผู้ชายที่ปากบอกว่าจะตอบแทนบุญคุณ  แต่แววตามันชั่งสวนทางกับคำพูดเหลือเกิน

 

 

 

        .....ขอที่อยู่ด้วยสายตาหวาดระแวงกันแบบนี้กะจะตามไปฆ่าปิดปากฉันทีหลังหรือเปล่า!?

 

 

 

        “ใครจะไปให้ที่อยู่กับลูกชายตระกูลมาเฟียอย่างนาย

 

 

 

        “ไม่เป็นไร  เอาไว้ฉันให้ลูกน้องตามสืบที่อยู่ของเธอทีหลังแล้วกัน

 

 

 

        “นายจะสืบหาที่อยู่เพื่อจะตามมาฆ่าปิดปากฉันกับน้องชายใช่ไหม!?”              เสียงหวานโพล่งดังลั่นจนจื่อเทาสะดุ้งสุดตัว  ชายหนุ่มรีบร้อนยกมือปิดริมฝีปากบางอีกหนเพราะกลัวลูกน้องของไอ้อี้ชิงมันจะได้ยิน  แต่ครั้งนี้คงไม่ทันเสียแล้วที่จะหลบซ่อนต่อไป  เมื่ออยู่ๆเสียงเหี้ยมก็ลอยเข้ามาพร้อมกับผ้าคลุมโต๊ะถูกกระชากออกไป

 

 

 

        “มัวมาหลบอยู่ที่นี่เองหรือไอ้จื่อเทา!

 

 

 

        เป็นเสียงที่ดังขึ้นมาพร้อมปรากฏใบหน้าเหี้ยมโหดเหมือนโจรถ่อยลูกน้องมาเฟียในละครหลังข่าว  ทำให้บุคคลทั้งสองใต้โต๊ะตัวเดิมหันใบหน้าไปมองทางต้นเสียงในทันที  นานึลที่แค่ได้เห็นชายเหี้ยมดังกล่าวก็แทบจะหัวใจหยุดเต้นนั่งแข็งเป็นหิน  สวนทางกับจื่อเทาที่เหนี่ยวไกปืนเตรียมพร้อมจะยิง

 

 

 

        “เอามืออุดหูของเธอเอาไว้”  

 

 

 

 

        จื่อเทากระซิบบอกหญิงสาวโดยที่สายตายังคงจับจ้องมองไปทางบางคนที่น่าจะเป็นลูกน้องของไอ้อี้ชิง  ทำให้นานึลที่กำลังโดนคำสาปแช่แข็งลนลานยกมือสองข้างขึ้นมาอุดหูตามที่มาเฟียใกล้ตัวสั่ง  เห็นดังนั้น  จื่อเทาจึงกระชากร่างกายบอบบางเข้ามากอดเอาไว้  แล้วจงใจเล็งปากกระบอกปืนไปที่ขาของไอ้ลูกกะจ๊อกพร้อมลั่นไก

 

 

 

        ปัง!

 

 

 

        เสียงปืนดังขึ้นมาอีกนัดจากอาวุธคู่กายของจื่อเทา  ยังไม่ทันที่เสียงของปืนจะขาดหายไป  ชายหนุ่มก็คว้าแขนผู้มีบุญคุณในอ้อมกอดให้ลุกขึ้นวิ่งหนีไปด้วยกัน  เรียกได้ว่าเหตุการณ์ในตอนนี้เปรียบเสมือนกับพระเอกและนางเอกกำลังวิ่งหนีคนร้ายอยู่ไม่มีผิด

 

 

 

        วิ่งมาได้สักพัก  ร่างบางกลับสลัดมือของจื่อเทาเสียอย่างนั้น  ไม่สลัดเปล่า  สายตาที่ผู้หญิงข้างกายมองมามันเต็มไปด้วยความตกใจและความกลัวผสมปนเปกันไป

 

 

 

        “จะหยุดวิ่งทำไม  เดี๋ยวก็ได้ตายจริงๆหรอก!”  เมื่อเห็นว่าร่างบางหยุดวิ่ง  ปากหนาจึงถามออกไป  ซึ่งสิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงตวาดดังหนึ่งหมื่นเดซิเบล

 

 

 

        “น่ะ!  นาย!  นายยิงนายน้อยอี้ชิงอะไรนั่น!  ป่านนี้นายน้อยอี้ชิงนั่นตายไปแล้วหรือยังก็ไม่รู้!

 

 

 

        “ปัดโถ่!  ถ้าฉันไม่ยิงมัน  มีหวังมันได้เป่ากบาลเราสองคนน่ะสิ!  ที่สำคัญฉันเล็งไปที่ขาไม่ได้ยิงที่หัวใจมัน  แล้วไอ้คนที่ฉันยิงน่ะมันไม่ใช่ไอ้อี้ชิง  แต่เป็นลูกน้องของมัน!

 

 

 

        “จะลูกน้องหรืออะไรก็ชั่ง  ลูกน้องไม่ใช่คนรึไงถึงได้เที่ยวไปยิงเขา  เขาก็ลูกมีพ่อมีแม่นะ!

 

 

 

        “เออขอโทษ!” 

 

 

 

        ในเมื่อรู้ตัวว่าถึงจะเถียงผู้หญิงจิตใจงามที่ไม่รู้ว่าเสแสร้งแกล้งทำหรือเปล่าไปนานเท่าไหร่ก็คงไม่สำเร็จ  จื่อเทาจึงถอนหายใจกรอกตาขึ้นฟ้าไม่คิดจะต่อปากต่อคำอีกต่อไป  ชายหนุ่มขบกรามส่ายหัวเบาๆให้กับผู้มีบุญคุณอีกครั้งแล้วพยายามข่มอารมณ์

 

 

 

        .....ใจเย็นๆเอาไว้กู  ผู้หญิงคนนี้เป็นผู้มีพระคุณ  อย่าไปต่อล้อต่อเถียง  ต้องนิ่ง  ต้องเงียบ  ต้องคอยดูลาดเลาไปก่อนว่าผู้หญิงคนนี้จะมาไม้ไหน  มาทำให้เราตายใจแล้วฆ่าเราทีหลังหรือเปล่า?

 

 

 

        แต่มีบุญคุณล้นฟ้าแค่ไหน  ถึงกระนั้นชายหนุ่มลูกชายตระกูลหวง  มาเฟียตะกูลดังก็ยังไม่เลิกระแวงแคลงใจที่จะสงสัยในตัวของร่างบางอยู่ดี

 

 

 

        “นายน้อยจื่อเทา!  กระผมตามมาช่วยแล้ว!

 

 

 

        เสียงอีกหนึ่งเสียงที่ดังขึ้นมาขัดจังหวะสายตาสองคู่ที่กำลังประสานเล่นสงครามจิตวิทยากันอยู่  เสียงดังกล่าวทำให้หญิงชายหันไปมองหาต้นเสียงอีกครั้ง  ก่อนที่นานึลจะสะดุ้งสุดตัวยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปรามอะไรสักอย่าง

 

 

 

        “มึงเป็นใคร!  ออกไปให้ห่างจากนายน้อยจื่อเทาเดี๋ยวนี้!  ยังไม่ถอยอีก!  ไม่ถอยกูยิง!”  ผู้ชายที่คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นลูกน้องของนายน้อยจื่อเทาบ้าบอยกปืนขึ้นมาขู่หญิงสาวพร้อมเหนี่ยวไกปืนเต็มที่  จนจื่อเทาจำเป็นต้องออกโรง

 

 

 

        “เก็บปืน  นี่เป็นผู้มีพระคุณของฉัน  เขาอุตส่าห์มาช่วยฉันไว้

 

 

 

        จื่อเทาเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ลูกน้องต้องชะงักรีบร้อนเก็บอาวุธร้ายแรงลงทันที  ชายหนุ่มปรายตามองนานึลเล็กน้อยก่อนจะก้มหัวให้เป็นความหมายว่าขอโทษ  แล้วหันกลับไปส่งสายตาโหดร้ายทิ่มแทงใจลูกน้องของเขาเอง

 

 

 

        “นายน้อยจื่อเทา!  กระผมต้องขออภัยครับ  นายหญิงผู้มีบุญคุณต่อนายน้อย  ได้โปรดทำโทษกระผมด้วยครับ!” 

 

 

 

        จู่ๆลูกน้องของจื่อเทาก็คุกเข่าก้มหน้าก้มตาร้องไห้ร้องห่มเพราะทำเสียมารยาทต่อผู้มีพระคุณของเจ้านายตัวเอง  ทำให้นานึลที่ยืนนิ่งอยู่นานยืนอึ้งต่อไปกับพฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจของพวกมาเฟีย

 

 

 

        .....อะไรของมาเฟียพวกนี้เนี่ย  ฉันอยากจะบ้าตาย!

 

 

 

        “นายหญิงไม่ให้อภัยกระผม  กระผมจะขอชดใช้ด้วยชีวิต!”  พูดเองเออเองอีกครั้งแล้วเงยใบหน้าเปื้อนน้ำตาคว้าปืนขึ้นมาจ่อคอหอยตัวเอง  ก่อนจะส่งสายตาเว้าวอนไปยังนายหญิงที่มีบุญคุณต่อนายน้อย

 

 

 

        “ให้อภัยฉันให้อภัย  นายช่วยห้ามลูกน้องของนายหน่อยสิ!  ลูกน้องนายจะฆ่าตัวตายทำไมนายถึงยังยืนนิ่ง!”  หันใบหน้าสวยไปหาคนตัวสูงที่ยืนนิ่งอยู่

 

 

 

        .....ทำไมชีวิตของฉันต้องมาเจอเรื่องอะไรยากแค้นมากมายขนาดนี้!

 

 

 

        “ได้ยินแล้วนี่  ผู้มีพระคุณของฉันให้อภัยแกแล้ว”  เปรยอีกครั้งเบาๆแต่มีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

 

        ชายหนุ่มลูกชายตระกูลหวงที่สะกดอดทนอดกลั้นความเจ็บปวดจากบาดแผลที่โดนยิงมานานตอนนี้เริ่มจะทนไม่ไหว  จื่อเทารู้สึกหน้ามืดเพราะอาการเสียเลือดมากเกินไป  ร่างกายใหญ่โตจึงทำท่าโซเซจะล้มลง  จนนานึลกับลูกน้องต้องรีบเข้ามาประคองเอาไว้

 

 

 

        “นายน้อยจื่อเทาโดนยิง!  กระผมว่าเรารีบกลับไปให้หมอรักษาก่อนดีกว่านะครับ!  นายหญิง  กระผมลาก่อนนะครับ!

 

 

 

        หญิงสาวพยักหน้ารับคำจ้องมองลูกน้องที่ดูท่าจะรักเจ้านายมากประคองกันเดินจากไปช้าๆ  มือเรียวเล็กกำแน่นถอนหายใจเพราะความเป็นห่วงกลัวว่าทางเดินต่อจากนี้ไปถึงบ้านของผู้ชายที่ชื่อจื่อเทาจะไม่ปลอดภัย  หัวใจที่แบกรับความกังวลที่มีให้กับคนขี้ระแวงจึงสั่งให้ริมฝีปากบางลืมตัวตะโกนไล่หลังตามไป

 

 

 

        “จื่อเทา!  นายระวังตัวด้วยนะ!

 

 

 

        เสียงหวานเจือความเป็นห่วงที่ดังผ่านเข้ามาในสมองส่งผ่านไปถึงหัวใจของชายหนุ่มที่ใกล้จะดับวูบลงเต็มทน  จื่อเทาชะงักหยุดเดินทั้งๆที่ตั้งใจจะไม่หันกลับไปมองหน้าผู้มีพระคุณคนนั้นอีกหน  เขากะจะตอบแทนเรื่องที่ร่างบางช่วยเขาเอาไว้วันนี้ด้วยการส่งของขวัญหรือเงินบางส่วนกลับไปที่บ้านของเธอ  เพราะยังไม่อาจจะไว้ใจได้ว่าที่ผู้หญิงคนนั้นทำดีด้วยเพราะต้องการอะไร  แต่ทำไมน้ำเสียงที่แสดงความเป็นห่วงอย่างจริงใจของหญิงสาวที่พูดมาเมื่อกี้  มันทำให้จื่อเทาอยากหันกลับไปมองหน้าของเธออีกชัดๆเพื่อต้องการที่จะจำใบหน้าของเธอเอาไว้

 

 

 

        .....เธอกล้าดียังไงถึงส่งความห่วงใยที่ไม่เคยมีใครให้ฉันจริงๆเลยสักครั้ง  เธอกล้ามาล้อเล่นกับหัวใจของฉันแบบนี้ได้ยังไง  นี่มันไม่ตลกเลย

 

 

 

        จื่อเทาหันร่างกายใหญ่โตเปื้อนเลือดโดยมีลูกน้องช่วยประคองอยู่ไม่ห่างกลับมาหาร่างบาง  ดวงตาที่หรี่จนเกือบจะปิดบนใบหน้าคมเพ่งมองไปยังร่างบางที่ยืนอยู่ไกลๆ  แล้วส่งยิ้มไปให้ผู้หญิงที่กำลังยืนบีบมือของตัวเธอเอง  ก่อนที่เสียงเข้มจะตะโกนออกไปอีกคราว

 

 

 

        “เธอชื่ออะไรนะ?”

 

 

 

        “ฮง  นานึล

 

 

 

  

        เสียงตอบรับของผู้หญิงที่ทำให้หัวใจที่เคยหวาดระแวงในตัวของร่างบางคนเดิมหมดลงไปจนแทบจะไม่เหลือ  ตอนนี้คงไม่ผิดอะไรหรอกมั้งที่จะไม่ฟังคำสั่งสอนของพวกผู้ใหญ่ที่ว่าจื่อเทาไม่ควรจะไว้ใจใครนอกจากตัวเอง

 

 

 

        .....เมื่อไหร่ที่ฉันหายดี  ฉันจะตามหาเธอ  ฮง นานึล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        “...นึล...นานึล...

 

 

 

        หลังจากที่ยืนมองดูนายน้อยและลูกน้องเดินจนลับสายตาไปเพียงไม่นาน  เสียงใครบางคนก็แว่วดังเข้ามาในรูหู  ทำให้เจ้าของชื่อภาษาเกาหลีที่มีความหมายว่าฉันในภาษาไทยหันใบหน้าไปตามเสียงเรียกร้อง  ก่อนจะพบผู้ชายผิวสีเข้มคมคายเซ็กซี่กำลังวิ่งหน้าตาตื่นมาหา

 

 

 

        “จงอิน!

 

 

 

        “ทำไมเธอถึงมีเลือดเต็มตัวขนาดนั้น  บาดเจ็บหรอ!?”

 

 

 

        จงอินรีบร้อนกวาดสายตามองผู้หญิงใกล้ตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเป็นห่วง  ตั้งแต่เมื่อสองชั่วโมงก่อนจนมาถึงตอนนี้  พอรู้ว่าตัวเองดันไปคว้าข้อมือของผู้หญิงคนไหนก็ไม่รู้ให้วิ่งหลบลูกกระสุนไปด้วยกันก็เจ็บใจจนอยากจะเป็นบ้า

 

 

 

        .....ผู้หญิงแค่คนเดียวยังดูแลไม่ได้  แล้วกูยังจะมีหน้ามาบอกว่านานึลเป็นรักแรกของกูอีกเรอะ!

 

 

 

        “ฉันปลอดภัยดีนะจงอิน  ส่วนเลือดพวกนี้เป็นของคนๆหนึ่งที่ฉันช่วยเขาเอาไว้  ไม่ใช่เลือดของฉันหรอก”  รีบยิ้มหวานบอกกล่าวจงอินให้เขาสบายใจ  ทำให้ชายหนุ่มทนไม่ไหวอีกแล้วที่จะยับยั้งความรักและความเป็นห่วงที่มีให้  มือหนาจึงเอื้อมออกไปคว้าร่างบางเข้ามากอดเอาไว้

 

 

 

        “ฉันตกใจแทบแย่  นึกว่าเธอจะเป็นอะไรไปแล้วเสียอีก”  กระชับกอดให้แน่นขึ้นในแบบที่ไม่กลัวว่าคนในอ้อมแขนจะไม่พอใจ  นาทีนี้ไม่สนใจอะไรแล้ว  ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ๆคนตัวเล็กจิตใจดีแบบนี้ต่อไปก็จะไม่ขออะไรอีกแล้วในชีวิต

 

 

 

        .....ถึงแม้ฉันจะเป็นได้แค่เพื่อนของเธอก็ตาม

 

 

 

        “หายตกใจหรือยัง  ฉันปลอดภัยดีนะจงอิน”  หญิงสาวทำได้แค่เพียงพูดเบาๆ  ไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืนอ้อมกอดเพราะรู้ว่าร่างสูงกำลังร้องไห้เพราะเป็นห่วงตนอยู่  นี่ถือเป็นครั้งแรกไหมนะที่มีผู้ชายมาร้องไห้ต่อหน้าแบบนี้

 

 

 

        “ฮึก...เธอก็รู้ว่าฉันรักเธอมาก  จะให้หายตกใจง่ายๆฉันคงทำไม่ได้

 

 

 

        “เลิกงอแงได้แล้วจงอิน  เป็นผู้ชายร้องไห้ไม่ดีนะ”  เอื้อมมือบางออกไปลูบแผ่นหลังกว้างของผู้ชายที่ไม่อาจมอบหัวใจให้ได้  ทำไมกันนะ  ทั้งๆที่จงอินนิสัยดีขนาดนี้  แต่หัวใจมันกลับไม่รักดีไปเลือกรักคนที่ชอบทำให้ช้ำใจอยู่เสมอ

 

 

 

        .....นายไม่ควรมารักฉันเลยจงอิน

 

 

 

        “ทำไม...ฮึก...เธอถึงบอกว่าฉันไม่ควรไปรักเธอ?”  ไถ่ถามออกไปตามความรู้สึกที่มี  ตอนนี้ภายในหัวใจอ่อนแอของจงอินรับรู้ถึงคำพูดที่มันอยู่ในใจของนานึล  ถึงแม้ว่าเสียงหวานจะไม่เอ่ยมันออกมา  แต่ชายหนุ่มที่ทำได้แค่แอบรักข้างเดียวอยู่ห่างๆก็ยังได้ยินมันอยู่ดี

 

 

 

        .....ฉันไม่อยากทำให้นายเสียใจไปมากกว่านี้

 

 

 

        “ฉัน...ไม่เสียใจหรอกที่รักคนดีๆอย่างเธอ

 

 

 

        อีกครั้งสำหรับการโต้ตอบระหว่างริมฝีปากของจงอินกับหัวใจดวงน้อยที่กำลังสั่นไหวของนานึล  น่าประหลาดมากในเวลาที่ชายหนุ่มได้เพียงมองดวงตาหรือสัมผัสร่างกายของคนในอ้อมกอดทีไร  มันก็มักจะได้ยินสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้คิดในใจเสมอ

 

 

 

        “จงอิน  ไม่เอานะไม่ร้องไห้  หยุดร้องนะ...โอ๊ย!”  กำลังจะปลอบโยนผู้ชายขี้งอแงคนนี้อีกหนแต่กลับรู้สึกเหมือนโดนสิ่งของแข็งมากระแทกหัวกะโหลกที่ภายในบรรจุสมองอันโง่เขลาเข้าอย่างจัง  และด้วยเสียงร้องอันดังสนั่นทำให้จงอินคลายอ้อมกอดพลางเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของตัวเอง

 

 

 

        สายตาบนใบหน้าสวยเหลือบมองหาสิ่งของที่ว่านั่น  ก็เจอเข้ากับรองเท้าผ้าใบที่ดูคุ้นตา  จำได้ว่าเคยเห็นรองเท้าในลักษณะนี้ที่ไหน  ไม่บอกก็รู้ว่าไอ้รองเท้าเนี้ยแหละที่ลอยมาโดนหัว  แล้วคนที่ถ่อยจนถึงเอารองเท้ามาปาใส่หัวผู้หญิงได้คงหนีไม่พ้น...

 

 

 

        .....ลู่หาน  หมาป่ามาดแมนจอมถ่อยที่คอยรังควานชีวิตของฉันไม่ต่างอะไรกับชานยอล!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        สามทุ่มแล้ว  ทุกอย่างเรียบร้อยเข้าที่เข้าทาง  ยังดีที่ไม่ต้องไปช่วยเก็บกวาดอะไรมากมายเพราะพระพี่เลี้ยงผู้เปี่ยมธรรมบอกว่าให้นอนพักผ่อนเอาแรงไปก่อน  พรุ่งนี้ค่อยมาปัดกวาด  เนื่องด้วยเห็นว่าคืนนี้เหนื่อยมาเยอะและเจ็บมาเยอะ  จึงเห็นทีให้พักผ่อนก่อน  ทั้งสามคนจึงล้างเนื้อล้างตัวกลับมาที่ศาลานอน

 

 

 

        ภายในศาลานอนที่มีจงอินและนานึลนอนติดกัน  ตัดกับลู่หานที่ปลีกวิเวกไปนอนห่างๆเนื่องจากเบื่อจะโมโหผู้หญิงที่ชอบทำให้หัวใจของหมาป่ามันเต้นแรงอยู่ร่ำไป  ลู่หานนอนหงายทำใจให้สงบพยายามข่มตาหลับ  ถ้าไม่ติดว่าที่นี่เป็นวัด  แล้วเวลาพูดถึงวัดมักจะนึกถึงผีเสมอ

 

 

 

        .....เวรเอ้ย!  นี่ในวัดคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง!?

 

 

 

        “ลู่หาน”  

 

 

 

        .....ใครเรียกกูวะ?

 

 

 

        “ลู่หานหลับหรือยัง?”

 

 

 

        .....ใครเรียกกูวะ  อย่าขานรับนะลู่หานหมาป่าผู้สง่างาม  นั่นอาจเป็นเสียงของผีมาชวนให้ไปอยู่ด้วย

 

 

 

        “ลู่หานนายหลับหรือยัง  ทำไมไม่ตอบฉัน?”      

 

 

 

        ในที่สุดก็ข่มตาหลับไม่ไหว  หมาป่าหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆก็ต้องตกใจสุดชีวิต  เมื่อสิ่งที่พบคือใบหน้าดำมืดกำลังชะโงกหน้ามามองเขา  ด้วยความที่มันมืดจนมองอะไรไม่ค่อยจะเห็น  ลู่หานจึงกระเด้งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจจนไร้สติ

 

 

 

        “อ๊ากกกก...อุ๊บ!” 

 

 

 

        เสียงเห่าหอนของหมาป่าที่กำลังจะดังขึ้นขาดหายไปเมื่อมือเล็กเย็นเฉียบมาปิดปากของเขาเอาไว้  ลู่หานเบิกดวงตามองไปที่ผีห่าซาตานที่บังอาจมาทำให้หมาป่าเสียลุคผู้ชายมาดแมน  มือหนาจึงรีบฟาดมั่วๆไปยังร่างกายของนางผีห่า

 

 

 

        “โอ๊ย!

 

 

 

        แต่ไม่นะ  เสียงร้องนี้มันคุ้นๆเหมือนจะเคยได้ยินที่ไหน  แล้วผีร้องเจ็บปวดได้ด้วยหรือไงกัน  หมาป่าหนุ่มรีบลนลานคว้าโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่มาส่องแสงให้ความสว่าง  ก่อนจะต้องตกใจอีกรอบเพราะผู้หญิงคนนี้มันไม่ใช่ผี

 

 

 

        “ยัยเสร่อ!  ย่องมาหาฉันทำไมเนี่ย  คิดจะแกล้งหลอกผีกันเรอะ!?”

 

 

 

        “ใครเขาจะไปแกล้งนายกัน  นายนั่นแหละที่ทุบฉันจนฉันเจ็บไปหมดแล้ว”    เสียงหวานเปรยเบาๆพลางจับเนื้อตัวของตัวเอง  ทำให้ลู่หานเบะปากค้อนสายตามองใบหน้าที่กำลังแสดงความเจ็บปวด

 

 

 

        .....เฮอะ!  ทำมาเป็นเจ็บ  กูไม่สงสารหรอกเว้ย!

 

 

 

        “แล้วมีอะไรถึงได้ย่องมาเงียบๆ

 

 

 

        “จงอินหลับไปแล้ว  ฉันเห็นนายยังไม่หลับ  ฉันว่าจะขอยืมโทรศัพท์ของนายโทร.ไปหาน้องชายหน่อยได้ไหม?”

 

 

 

        “เธอมีน้องชายด้วยรึ!?”  ถลึงตาโตให้กับความรู้ใหม่ที่ว่าร่างบางคนนี้มีน้องชาย  วันนี้ได้ความรู้ประดับสมองหลายอย่าง  ทั้งรู้ว่ายัยเสร่อนี่เป็นลูกครึ่งเพราะมีแม่เป็นคนไทย  ไหนจะรู้ว่ามีน้องชายอีก

 

 

 

        .....จิตอาสาครั้งนี้จัดว่าคุ้ม

 

 

 

        “ฉันมีน้องชายหนึ่งคน

 

 

 

        “แล้วพ่อกับแม่เธอล่ะ?” 

 

 

 

        .....ไหนๆจะขอยืมโทรศัพท์  มันต้องแลกกับข้อมูลหน่อยดิ  บังอาจขโมยจูบแรกไป  ชาตินี้อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสุขสบายเลยยัยเสร่อเดินเด๊อะเอ๋ย

 

 

 

        “ลู่หาน...

 

 

 

        “ไม่ตอบคำถาม  ฉันจะต่อยให้หน้าหัน!” 

 

 

 

        ชายหนุ่มกำหมัดแล้วยกขึ้นมานิดหน่อย  ทำให้หญิงสาวที่เห็นกริยามาดแมนของหมาป่าหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  ก่อนจะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศที่มันเย็นยะเยือกอยู่แล้วกลับหนักกว่าเก่า

 

 

 

        “พ่อกับแม่ของฉัน  ท่านเสียไปนานแล้ว

 

 

 

        ถึงกับโดนไฟฟ้ามาช็อตเข้าไปที่กลางใจหมาป่าเข้าอย่างจัง  ปากหนอปากไปถามอะไรไม่คิดให้ดีก่อนเลย  ลู่หานจึงตัดปัญหาด้วยการยื่นโทรศัพท์ให้นางโง่ใกล้ตัวไป  ทำให้มือเล็กค่อยๆเคลื่อนเข้ามาหยิบโทรศัพท์จากมือหนา  ก่อนจะหันหลังให้ลู่หานแล้วตั้งใจกดเบอร์โทร.หาน้องชายด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง

 

 

 

        [ยอโบเซโย] 

 

 

 

        “ฮานึล  นี่พี่เอง  เราเป็นอย่างไรบ้าง  พี่คิดถึงเราจริงๆ

 

 

 

        [ผมก็คิดถึงพี่ฮะ] 

 

 

 

        “วันนี้มีหลายเรื่องเลยที่พี่อยากเล่าให้ฟัง  ไว้กลับไปบ้านพี่จะเล่าให้ฟังนะน้องพี่  พี่ยืมโทรศัพท์เพื่อนมาโทร.  พี่ต้องรีบวางแล้วล่ะ

 

 

 

        [โอเคพี่  อ๊อ!  เดี๋ยวพี่  เมื่อกี้พี่ชานยอลเขาโทร.มาหาผมเพื่อขอคุยกับพี่  พี่ชานยอลเขาไม่รู้ว่าพี่ไปจิตอาสาซ่อมวิชาสามัคคีศึกษา  ผมเลยบอกพี่เขาไปว่าเดี๋ยวพี่นานึลก็โทร.มา  พี่ชานยอลเลยบอกว่า  ถ้าพี่โทร.มาเมื่อไหร่  ให้เอาเบอร์ที่พี่โทร.มาไปให้เขาที  แล้วพี่ชานยอลเขาจะโทร.ไปหาพี่เอง  อิอิ] 

 

 

 

        “เดี๋ยวฮานึล  ไอ้อิอินั่นมันหมายความว่ายังไง?”

 

 

 

        [วางสายเถอะพี่  เกรงใจเพื่อนพี่เปล่าๆ  พี่รอรับสายจากพี่ชานยอลด้วยนะอย่าลืมนะพี่  พรุ่งนี้เจอกันฮะพี่]

 

 

 

        และแล้วน้องชายตัวแสบก็กดวางสาย  นานึลถอนหายใจครั้งใหญ่ให้กับนิสัยเจนโลกของน้องชาย  มือบางกำโทรศัพท์ไว้แน่นแล้วหันหลังกลับมามองใบหน้าหมาป่าที่มีความแมนอยู่ล้นใจภายใต้โครงหน้าสวยที่แม้แต่ผู้หญิงก็ยังต้องอิจฉา

 

 

 

        “คุยเสร็จแล้วหรอ?”  เสียงของหมาป่าเอ่ยถามผู้หญิงที่คงจะเกรงใจเลยคุยกับน้องชายแค่เดี๋ยวเดียว  ทำให้นานึลพยักหน้ารับเล็กน้อย

 

 

 

        “ขอบคุณนะลู่หาน

 

 

 

        “คุยเสร็จแล้วก็เอาคืนมาดิ  มัวกำมือถือของคนอื่นอยู่ได้  เดี๋ยวปั๊ด!

 

 

 

        Rrrrrrrrrrr

 

 

 

        ยังไม่ทันที่จะจัดความเจ็บปวดให้นานึล  เสียงโทรศัพท์ของลู่หานในมือของนานึลก็ดังขึ้น  หญิงสาวจึงยกขึ้นมาดูใกล้ๆแล้วตั้งใจสไลด์โทรศัพท์รุ่นใหม่ตามที่เห็นคนรวยคนอื่นเขาทำกัน  ก่อนจะรีบวิ่งไปแอบคุยที่อื่นไกลๆ  ทำให้ลู่หานออกอาการงงเล็กน้อย

 

 

 

        .....สงสัยน้องชายยัยเสร่อโทร.มาหาอีกรอบมั้ง

 

 

 

 

         “นายมีอะไร  โทร.มาทำไม?”

 

 

 

        [พรุ่งนี้ฉันแข่งขันวิชาการวันสุดท้ายแล้ว] 

 

 

 

        “แล้วนายจะมาบอกฉันทำไมชานยอล!

 

 

 

        [พูดเพราะๆกับฉันบ้างไม่ได้หรือไง?] 

 

 

 

        “ถ้านายแค่จะโทร.มากวนประสาทฉัน  ฉันจะวางสาย

 

 

 

        [มาหาฉันหน่อย  มันดึกแล้วฉันเลยไม่อยากรบกวนแฟนฉัน  จะให้ซูจีนั่งแท็กซี่มาคนเดียวดึกดื่นก็กลัวว่าจะมีอันตราย  เธอเองก็แข็งแรงดีแล้วใช่ไหม  มาช่วยทำให้สมองของฉันมันโล่งพร้อมรับการแข่งขันสำหรับวันพรุ่งนี้หน่อยก็แล้วกัน] 

 

 

 

        สิ้นเสียงทุ้มของคนใจร้ายจากปลายสาย  แรงที่เคยมีอยู่เยอะแยะกลับหายไปดื้อๆ  หัวใจสั่นไหวรับความเจ็บปวดที่ต้องเจออยู่ทุกวันเมื่อได้ยินคำพูดที่บ่งบอกให้รู้ชัดเจนว่าตัวเองมันไร้ค่าขนาดไหน  ความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาแล่นขึ้นมาจนเหมือนกับว่ามันจุกมันเจ็บจนน่าใจหาย

 

 

 

        [นั่งแท็กซี่มาหาฉันเร็วๆ  ถ้าเธอไม่มา  รู้ใช่ไหมว่าฉันจะส่งอะไรไปให้น้องชายของเธอดู]  

 

 

 

        พยายามกลืนความขมขื่นลงไปพร้อมทั้งกะพริบตาถี่เพื่อไล่น้ำตาที่มันกำลังจะไหลออกมา  มือเรียวยกขึ้นมาปิดปากบังเสียงสะอื้นที่อาจจะเล็ดลอดเข้าไปในปลายสายที่มีผู้ชายใจร้ายถือสายอยู่  ก่อนจะหลับดวงตาลงเพราะมันเหนื่อยเหลือเกินที่จะต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้ตลอดเวลา

 

 

 

        .....ฉันเกลียดนาย  ปาร์ค ชานยอล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดติดและตามตอนต่อไป

คุยกับนักเขียน :

 จบกันความหวังที่จะได้ 3P กับลู่หานและจงอินในห้องน้ำ   กลับต้องมาเจอเรื่องอะไรที่แบบทำร้ายใจจริงๆนะในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง  คือเรียกเราออกไปทำอะไรก็ไม่รู้  แล้วจื่อเทาโชว์สเตจได้แมนมากอ่ะ  คือมาเฟียหนุ่มโอยหัวใจละลายไหมนางเอก  ตอนหน้าคงไม่ต้องพูดถึงว่าสนุกขนาดไหนและเครียดขนาดไหน  เหมือนเรื่องราวมันเริ่มทวีคูณความมันส์มากขึ้น  จากนี้ก็คงรอมาเฟียคัมแบ็ค  ไม่รู้จะเจออีกทีตอนไหน  สิ่งเดียวที่รู้ได้คือรักนางเอกคนสวยมากหนา  อย่าปล่อยให้นักเขียนต้องร่ำไห้คนเดียวที่  #fic4me

 

 

ความในใจของศิลปินเพื่อชีวิต  ยามเมื่อน้าแอดอยากบอกขอบคุณที่อุตส่าห์เชื้อเชิญน้าแอดและผองเพื่อนมาเปิดคอนใน  #fic4me  ขอบคุณทีเล่นเอานักเขียนน้ำตาไหล...

 

 

 

จื่อเทาเราควรพูดกันดีๆหนาไม่ใช่มาเอาปืนจ่อนางเอกเช่นนี้  เกิดมันลั่นเปรี้ยงขึ้นมาเกรงว่านายจะเสียแม่ของลูกไป  แฟนอาร์ตลงสีจากน้องเดียร์  ดีไซต์อาร์ตประจำ #fic4me ประจำตอนนี้  เหตุการณ์ตอนอยู่ใต้โต๊ะ

 

 


และตอนจื่อเทาล้มลงไปกองกับพื้น  นางเอกที่แสนจะใจดีเลยมาช่วยเอาไว้  แหมเขามีพันผ้าเช็ดหน้าให้กันมุ้งมิ้งละมุนละไมด้วยหนาดูสิ  จากน้องเอลย่า เฟส  Alya Pandora's  ตามองตา  สายก็จ้องมองกันรู้สึกเสียวซ่านหัวใจ~


 

 


นางเอก  จงอินและลู่หานในตอนที่ทะเลาะกันเรื่องไม่เป็นเรื่อง  เกี่ยวกับพระพี่เลี้ยง  แฟนอาร์ตสวยๆจากน้องเดียร์  ดีไซต์อาร์ตประจำ #fic4me  เหตุการณ์ในวัดตอนที่ทั้ง 3 คนมาถึงวัดใหม่ๆ  ตีกันเข้าไป  แย่งกันเข้าไป~
 

 


นางเอกอย่าลังเล กดเลยจ้า  นางเอกจ๋า โหวตหน่อยจ้า  นางเอกจ๋า โหวตหน่อยจ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

18,601 ความคิดเห็น

  1. #18428 BAM-PP (@Kasemaa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 00:09
    เหมือนเรื่องนี้สร้างมาเพื่อให้เกลียดชานยอลกับเซฮุนเลยอ่ะ
    #18428
    0
  2. #18049 HANAHm (@GDxNhz) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 06:10
    กำลังจะบอกว่าคิดถึงชานยอล พออ่านมาจนจบเท่านั้นแหละ! โมโห!
    #18049
    0
  3. #17598 Evelin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 23:02
    จื่อเทาน่ารักมาก นางเอกเราไว้ใจได้เดี๋ยวจะส่งที่อยู่ไปให้
    #17598
    0
  4. #16818 Yuha*_guzz, (@mooguz) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 13:36
    ทำไม ชานฮุน ป แข่งกันเลวว่ะเนี่ย
    #16818
    0
  5. #16348 atom8812 (@atom8812) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 14:51
    อี้ชิงไปเป็นมาเฟีย..อยู่คนละฝั่งกับจื่อเทาอีก//คิดว่านายจะเป็นคนดีซะอีก
    #16348
    0
  6. #16071 ttaebbaek (@ttaebbaek) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 22:16
    ไรเตอร์อยู่หนายยย จะหมดวันเสาร์แบ๊ววว คิดถึงชานยอลลลลลล
    #16071
    0
  7. #16057 Blackcat in night (@tooncream) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 23:23
    มหาเป็นพระพี่เลี้ยง 555555
    #16057
    0
  8. #15978 I'm lolicon (@baitong9993) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 14:33
    ชานยอลพูดอะไรทำอะไรคิดบ้างมั้ย โกรธ นานึลนี่ก็ปักใจกับเซฮุนอยู่ได้ พออออ /ปอลิง พอเห็นคำว่า 'หลวงพี่จงแด' ผมนี่ตบโต๊ะแรงมาก 55556
    #15978
    0
  9. #15696 luhan_7 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 16:02
    เอาปืนมาข้าจะเอาไปยิงทะลวงไส้ไอชยอล
    #15696
    0
  10. #15006 Sweetcaramelly (@prawittra) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:00
    เท่า เท่ อ่ะ "อิอิ" ชยอล ไปไกลๆ สทิน เลยค่ะ นิสัยแย่จีงๆ
    #15006
    0
  11. #14301 sasiprapa deechairam (@bb_205-elf) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 19:50
    เลิกชอบเซฮุนแล้วมาชอบจงอินเหอะ นางดีแสนดี
    #14301
    0
  12. #13881 pinkydrop (@pinky_drop) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 08:40
    เมื่อเล่าเรื่องย่อให้เพื่อนฟัง เพื่อนบอกนั่นนิยายหรือชีวิตเมิง กุสับสน เราบอกคนเขียนสะกดจิตให้กุเปนนานึล. เลเล่าประหนึ่งเรื่องของตัวเอง 55555
    #13881
    0
  13. #13880 pinkydrop (@pinky_drop) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 08:37
    เริ่
    #13880
    0
  14. #13123 PANG2310 (@piyamanee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 02:37
    มาต่อไวๆน้าา
    #13123
    0
  15. #12862 สุนิสา ชัยฤทธิ์ (@bylovezelo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 05:44
    นาอึน...กูรู้สึกหมั้นไส้มึงโว้ยยยยย .ตะโกน -....- สู้ๆค่ะไรท์ ^-^
    #12862
    0
  16. #12853 มยองซูลั้ลลา (@ablunla) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 01:49
    ตบนาอึนได้มั้ย โอ้ยยย! หมั่นไส้สุดๆอ่ะ อยากจะให้นางได้หน้าแตกบ้าง- -*
    #12853
    0
  17. #12527 Ran Koray (fayefur) (@fayefur) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 22:35
    ตอนนี้ฮามาก ไม่ว่าจะพระจงแด หรือมาเฟียเทาและอี้ชิง
    #12527
    0
  18. #12045 -mahmintty (@mintty-pn) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 02:29
    กำลังจะบอกว่าคิดถึงชานยอล แต่พอเจอตอนสุดท้ายนี่ฉันเกลียดแกนังโยดา
    #12045
    0
  19. #11697 fah punnapak (@punnapak) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 23:01
    ทำไมหยอยต้องทำแบบนี้นะ เราไม่มีค่าขนาดนั้นเลยใช่มั้ยย
    #11697
    0
  20. #11639 phakh (@nu_phakh) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 07:50
    ชานยอลแย่ที่สุด....ถ้าซูจีมีค่าขนาดนั้น อย่าทำให้เธอเสียใจสิ  เกลียดแกละหยอย ><
    #11639
    0
  21. #11582 sujuoppa (@bule1510) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 13:26
    ลู่นายจะทำร้านฉันไปถึงไหนย่ะ ฉันแค่ขโมยจุ๊บแรกของนายเองนะ!! -0-" จงอินจ๋าาา นายคนดีนายมันพระเอกก อาเทามาเป็นโหดแต่เท่อะ >< ผช.มาเฟียยยย
    #11582
    0
  22. #11467 jun-tao (@jun_waraporn) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 22:18
    มาเจอ"หวง จื่อ เทา" แล้ววว
    #11467
    0
  23. #11193 Amittarin (@leehana) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 01:23
    เทากับจงอินสุภาพบุรุษมากกก กรี๊ดดดด

    พี่ลู่เ ที่เอะอะเดี๋ยวตบ เดี๋ยวต่อยนี่มันยังไงห๊าาาาา
    #11193
    0
  24. #10257 ZiGn Phupanthong (@kimzign) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 02:24
    จงอินนนนน >< เมนเค้า #อันนี้นอกประเด็นละ 555
    #10257
    0
  25. #10197 exofinite (@exofinite) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 20:52
    เรื่องมันวุ่นวายเกือบตายแล้วฉานน - - #ยอลมาทำให้สะอื้นอีกนะ TT
    #10197
    0