ลืมรักร้าย

ตอนที่ 5 : กำแพงหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,948
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    7 เม.ย. 57

เครื่องบินลำหรูแตะถึงรันเวย์ของสนามบินส่วนตัวของตระกูลฟุจิวาระในประเทศญี่ปุ่น หัวใจของนิชาเต้นแรงและรัวในใจพลางคิดไปว่านี่เป็นความฝันหรือความจริง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเหมือนกับในนิยาย ที่เธอถูกจับตัวไปให้พลัดพรากจากครอบครัวที่แท้จริงไปและอยู่ๆชีวิตที่ยากลำบากก็กลับพลิกผันเมื่อเธอได้กลับคืนสู่ครอบครัวที่แท้ที่แท้จริงอีกครั้ง เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้จะเป็นเรื่องจริง และกลัวเหลือเกินว่าความสุขครั้งครั้งนี้จะหายไปเมื่อเธอตื่นขึ้นอีกครั้ง เหมือนอย่างที่เธอเคยไว้ใจและวาดฝันไว้ว่าจะสร้างอนาคตที่ดีกับผู้ชายใจร้ายคนนั้น แต่แล้วมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคาดฝัดเอาไว้เลย ความกลัวการผิดหวังทำให้เธอไม่กล้าที่จะฝันเฟื่องอะไรอีกต่อไป เธอไม่กล้าที่จะหลงระเริงไปกับความสุขที่รออยู่ตรงหน้า เพราะกลัวว่าสักวันหนึ่งหากมันหายไปหรือไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคาดหวังไว้มันจะทำให้เธอเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหวอีก.....

ร่างบางก้าวออกมาจากเครื่องเธอกวาดตามองรอบๆกายกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆที่เธอไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาของเธอจะไปหยุดอยู่ที่ชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งที่ยืนโอบกอดกันอยู่และมองมายังเธอด้วยสายตาที่อบอุ่น เธอค่อยๆเดินเข้าไปหาชายหญิงคู่นั้นก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะวิ่งเข้ามากอดเธอและร้องไห้ เธอไม่รู้ว่าทำไม สัมพันธ์ของอ้อมกอดนี้ถึงได้รู้สึกอบอุ่นหัวใจของเธอเหลือเกิน มันอบอุ่นจนทำให้น้ำตาใสๆ ของเธอร่วงหล่นลงมา

“นัทซึกิจัง...... นัทซึกิจังของแม่จริงๆด้วย แม่ดีใจเหลือเกินลูกในที่สุดลูกก็กลับมาหาเราจนได้...... ฮือๆ ขอบใจนะซาโตชิ ขอบใจ”

ไม่นานผู้ชายอีกคนก็เดินเข้ามากอดทั้งเธอและผู้หญิงคนนี้ด้วย ถึงแม้เขาจะไม่ร้องไห้เหมือนกับเธอทั้งสองคนแต่นัยน์ตาของเขาก็แดงกล่ำเหมือนกับว่ากำลังเก็บอารมณ์อะไรบางอย่างเอาไว้ไม่ให้ใครได้รับรู้

“พ่อดีใจที่ในที่สุดเราก็จะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าอีกครั้ง พ่อไม่เคยสิ้นหวังเลยสักครั้งที่จะตามหาลูก เพราะพ่อมั่นใจว่าสักวันเราจะหาลูกจนเจอ และเราก็หาลูกเจอจนได้.....”

เพราะคำพูดของชายหญิงทั้งสองทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่ามีค่าขึ้นมาอีกครั้งเธอมีคนเฝ้ารอเธออยู่ เธอยังมีคนรักเธอ และเธอไม่ได้อ้างว้างอีกต่อไป แต่ความสุขแบบนี้มันจะอยู่ได้นานแค่ไหน นี่สิคือสิ่งที่เธอกลัว

ระหว่างทางที่มาจากสนามบินถึงบ้านตระกูลฟุจิวาระ นัทชาไม่พูดจาอะไรกับใครสักคำ เธอได้แต่มองออกไปนอกหน้าของรถเท่านั้น คุณชิอิจิ กับ คุณเรกะ เป็นห่วงลูกสาวของพวกท่านมาก ยิ่งท่านได้รับรายงานจากซาโตชิว่าระหว่างที่เธออยู่ที่เมืองไทยนั้นเธอต้องเจอเหตุการณ์เลวร้ายอะไรมาบ้างยิ่งทำให้ท่านยิ่งเป็นห่วงลูกสาวที่หายจากครอบครัวไปนาน

พอถึงเวลาอาหารที่ห้องอาหารใหญ่ของบ้านนัทชาก็ยังคงมีท่าทีที่เงียบไม่พูดไม่จากับใครจนทำให้ผู้เป็นแม่ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป

“นัทซึกิ..... แม่ว่าแม่จะจ้างครูมาสอนภาษาญี่ปุ่นให้ลูกดีไหมจ๊ะ แล้วลูกอยากจะเรียนอะไรที่ไหนเราค่อยปรึกษากันอีกที”

นายหญิงของบ้านเสนอลูกสาว เพราะทุกวันนี้คนในบ้านต้องพูดคุยสื่อสารกับนัทชาด้วยภาษาอังกฤษเพราะเธอไม่สามารถที่จะพูดภาษาประจำชาติของตัวเองได้เนื่องจากถูกลักพาตัวไปตั้งแต่ยังเด็กมากผู้เป็นแม่จึงอยากให้ลูกสาวสามารถพูดคุยกับคนในบ้านได้ด้วยภาษาบ้านเกิดเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกแตกแยกและเป็นคนนอก

“คะ”

นัทชาตอบแค่เพียงเท่านั้นก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาทานอาหารที่อยู่ตรงหน้าต่อ สร้างความไม่สบายใจให้กับทุกคนมาก

 เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่นานเท่าไรก็เกือบจะหนึ่งปีแล้วที่เธอกลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่น แต่สมาชิกใหม่ที่ไม่เชิงว่าใหม่ซะทีเดียวของบ้าน ก็ยังเป็นคนพูดน้อยถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะสามารถพูดหรือฟังภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่วแต่เธอก็ยังเป็นคนพูดน้อยและเก็บตัวอยู่ดี ความสัมพันธ์กับพ่อและแม่แท้ๆก็ยังคงเว้นระยะห่างเอาไว้เหมือนกับว่าเธอกลัวอะไรบางอย่างจนไม่อยากจะเปิดใจให้กับใคร แม้กระทั้งเมื่อไม่นานมานี้นายใหญ่และนายหญิงของบ้านฟุจิวาระจัดงานเพื่อแนะนำลูกสาวของพวกท่านให้กับสังคมได้รู้จักเธอก็ยังมีท่าเงียบๆและไม่ค่อยชอบออกงานสังคมเท่าไร

ซาโตชิก็เป็นห่วงสาวน้อยอยู่เหมือนกัน หากเธอเป็นแบบนี้ต่อไปอาจจะทำให้ทั้งเธอและผู้เป็นพ่อและเป็นแม่เสียใจและไม่มีความสุขก็เป็นได้ ทั้งๆที่ทุกอย่างควรจะคลี่คลายลงเมื่อทุกคนได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันแล้วแท้ๆ

เมื่อเห็นว่าเธอมานั่งเหม่ออยู่ที่สวนของบ้านอีกแล้วบอดี้การ์ดหนุ่มจึงเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆด้วย

“วันนี้อากาศดีนะครับว่าไหม”

“คะ”

“คุณหนูก็กลับมาอยู่ที่บ้านได้เป็นปีแล้วคุณหนูเริ่มชินกับที่ญี่ปุ่นนี่รึยังครับ”

“ก็ดีคะ....”

“คุณหนูไม่ชอบที่นี่หรอครับ”

“คะ?

นัทชาเริ่มงงกับการยิงคำถามเข้ามารเรื่อยของซาโตชิ ทำไมวันนี้บอดี้การ์ดหนุ่มถึงได้มาแปลกแบบนี้ ทุกวันเขามักจะชวนเธอคุยก็จริง แต่วันนี้เขากับมาพร้อมคำถามแปลกๆที่ทำให้เธอไม่เข้าใจ

“ผมแค่สงสัยว่าคุณหนูอยู่ที่นี่ไม่มีความสุขหรือครับ ผมแค่อยากจะรู้ว่าเป็นที่สภาพแวดล้อมที่ไม่เคยชินหรือเป็นเพราะคนที่ทำให้คุณหนูไม่มีความสุข พวกเราทุกคนที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นห่วงคุณหนูกันทุกคน โดยเฉพาะนายท่านและนายหญิง คุณหนูอาจจะกำลังสร้างกำแพงมากันทุกคนออกเพื่อปกป้องตัวเองจากอะไรบางอย่าง แต่คุณหนูรู้ไหมครับว่ากำแพงที่คุณหนูสร้างขึ้นมานั้นมันทำให้คนที่อยู่ภายหลังกำแพงเจ็บปวดมากแค่ไหนที่เห็นคุณหนูพยายามกันทุกคนออกห่างแบบนี้ ผมเห็นนายหญิงร้องไห้กับนายท่าน และต่อว่าตัวเองว่าท่านไม่สามารถทำให้ลูกสาวยอมรับได้ ท่านบอกว่าตัวเองเป็นแม่ที่ไม่ดีเอาซะเลย ทั้งๆที่ผมคิดว่าท่านทำดีที่สุดแล้วรวมทั้งนายท่านด้วย..... ไม่ว่าตอนนี้คุณหนูจะคิดอะไรอยู่หรือกลัวอะไรอยู่ผมอยากให้คุณหนูลองเปิดใจให้ใครสักคนที่นี่บ้าง เพราะทุกวันนี้การที่คุณหนูเป็นแบบนี้มันทำร้ายทุกคนเหลือเกินผมเชื่อว่าไม่ใช่แต่กับทุกคนที่ถูกทำร้ายจากการกีดกันตัวเองของคุณหนู แต่ตัวคุณเองก็ถูกทำร้ายจากการกระทำครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ในโลกใบนี้อาจจะมีอันตรายอยู่มากมาย และมีคนมากมายที่เข้ามาหลอกลวงเราแต่คำว่า “ครอบครัว” คำนี้ไม่เคยหลอกลวงใครหรอกครับคุณหนู เพราะคนในครอบครัวจะไม่มีวันทิ้งกัน ผมอยากให้คุณหนูแยกแยะให้ออก เพื่อตัวของคุณหนูเองและคนที่คุณหนูรัก ก่อนที่มันจะสายเกินไป และไม่มีวันย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกเมื่อเราต้องสูญเสียพวกเขาไปแล้ว เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่กับเราไปได้ตลอดชีวิตหรอกนะครับ”

นัทชานิ่งอึ่งไปไม่นึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นจะเป็นการทำร้ายคนที่อยู่รอบๆตัวเธอแบบนี้  เธอไม่รู้ว่าการที่เธอเอาความกลัวในใจของตัวเองมาเป็นโล่ป้องกันตัวเองนั้นมันจะกลายมาเป็นหอกสองด้านทำร้ายทั้งตัวเธอเองและคนที่รักเธอ ใช่ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าทั้งพ่อและแม่และคนที่นี่รักเธอ เธอรู้ดีและสัมพันธ์มันได้เพียงแต่เธอกลัวว่าถ้าหากเธอเปิดใจให้กับมันหรือหลงไปกับความสุขนี้หากวันหนึ่งความสุขนี้จากเธอไปอีกเธอคงจะทนรับมันไม่ได้ เธอจึงเลือกที่จะไม่เข้าไปสัมพันธ์กับความสุขนี้และสร้างกำแพงมาขวางกันมันเอาไว้แทน ในใจของเธอตอนนี้รู้สึกเสียใจอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งซาโตชิบอกว่าแม่ของเธอร้องไห้และโทษตัวเองยิ่งทำให้เธอเสียใจ ทั้งๆที่ความรักของแม่ที่เธอเฝ้าใฝ่หามาตลอดผู้หญิงคนนี้ได้ทุ่มเทให้มันกับเธอแบบไม่ต้องร้องขอแท้ๆ

“นี่ฉันทำอะไรลงไป..... นัทเธอทำอะไรลงไป.....”

เสียงหวานเอ่ยออกมาสั่นพร่าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ซาโตชิรู้ดีว่าเธอนั้นรู้สึกอย่างไรเพราะเขาเองตามหาเธอมาตลอดสิบแปดปี รับรู้เรื่องราวชีวิตที่โหดร้ายของเธอที่ผ่านมา เขาจึงเขาใจดีว่าทำไมเธอจึงเป็นแบบนี้ แต่เขาก็ไม่อยากให้เธอเอาความทุกข์ที่ผ่านมา มาทำลายความสุขในปัจจุบัน เขาเองอยากจะให้น้องสาวคนนี้ยิ้มและหัวเราะได้เหมือนอย่างเช่นสาวน้อยในวัยเดียวกันทั่วไปเท่านั้น

มือหนาเอื้อมไปคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอดปลอบเมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มสั่นเทาเพราะแรงสะอื้นไห้ และตบที่หลังเบาๆเหมือนต้องการจะทำให้เธอรู้ว่าไม่เป็นอะไร

“ไม่เป็นอะไรนะครับคุณหนู..... ไม่เป็นอะไร"
..........................................................................................................................................................................
             สองวันมานี่เขาไปช่วยเพื่อนย้ายหอมาอ่าเลยไม่ได้เข้ามาอัพเลย แต่วันนี้จะชดเชยให้น้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #18 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 19:15
    เป็นกำลังใจให้จ้า
    อย่าลิมมาอับต่ออีกนะ
    #18
    0