เจียงเทียนชาวสวนไร้เทียมทาน

ตอนที่ 9 : แอบทดสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    15 ก.ค. 63

 

          หากไม่ใช่อีกฝ่ายอยู่กันเป็นสำนัก เขาคงไม่ตกตายอนาถเช่นนั้น....และต้องขอบคุณเรื่องนั้นเขาได้มาเจอพ่อแม่อีกครั้งเช่นนี้

          และไม่ถามความเห็นของพ่อแม่ตัวเองอีก เจียงเทียนวางสมุดฝึกยุทธไว้บนโต๊ะกินข้าวก่อนเดินออกไปด้านนอก ส่วนการจะฝึกจากการอ่านเพียงอย่างเดียวได้ไหม เจียงเทียนมั่นใจ หากพวกเขาฝึกไม่ได้ ภาระยิ่งใหญ่เบื้องหน้าที่เขาจะเผชิญในอนาคต เจียงเทียนจะทำเองทั้งหมดไม่พึ่งพวกเขาอีก

          และระหว่างเดินออกมาด้านนอกบ้าน นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่เขาได้ออกมานอกบ้านไม้นี้ หากไม่ใช่ถูกหามก็ถูกแบกในอดีต

          " ทางทิศใต้ลึกลงไปอีก เป็นป่าต้องห้ามที่มีสัตว์อสูรชุกชุม และภายในถ้ำมีน้ำเต้าวิเศษอยู่ .....ชีวิตก่อนเราได้น้ำเต้านั้นขับพิษออกจากร่างกาย จึงได้ใช้ชีวิตใหม่ได้ ชีวิตนี้เรามีพลังเต็มเปี่ยม แต่น้ำเต้าวิเศษนั้นก็ยังน่าต้องการ เป็นไปได้เราไปเก็บก่อนดีกว่า "

          พอคิดอย่างนั้นเจียงเทียนไม่รอช้า ฝึกฝนวิชาตัวเบาไปพลางๆ ก้าวขานำร่างอ้วนของเขาทะยายขึ้นกิ่งไม้เหมือนไร้น้ำหนักกระโดดหายไปในป่าด้วยความเร็วเกินสายตาผู้คนธรรมดาจะจ้องมองทัน

          " ลูกเราโตแล้วสินะ "

          เจียงเกาจ้องมองคำภีร์ยุทธที่ลูกวางไว้เบื้องหน้าด้วยความว่างเปล่า 

          " คิกๆ ลูกโตแล้วก็ดีแล้วล่ะ ให้เขาได้ทำสิ่งที่อยากทำเถอะ พวกเราคอยสนับสนุนก็พอ.....แล้วอีกอย่างทั้งท่านและข้า ก็ไม่ได้ประมือกันมานานแล้วนะ "

          

          เจียงหนิงหญิงสาวผู้นี้เชื่อใจลูกตัวเองแบบให้ทั้งชีวิต ดังนั้นเมื่อลูกชายนางตัดสินใจ เหตุใดจะไปคิดมาก? นางมองไปทางสามีตัวเองฉีกยิ้มหวาน ฉวยเอาคำภีร์ทั้งสอง วิ่งไปที่ลานกว้างหลังบ้านทันที

          เวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง

          ทางด้านเจียงเทียน ตัวเขากระโดดวิ่งตามต้นไม้ดูไม่ได้หยุดพักเลย 

          ด้วยว่าความพิเศษของวิชาลมปราณอันอัดแน่นอยู่ภายในร่างกาย ทำให้มันเหมือนเป็นเตาหลอมพลังงาน ส่งต่อให้เจียงเทียนได้ใช้แบบเหมือนไม่มีวันหมด

          และด้านหน้าของเจียงเทียนเขาเห็นหุบเขาใหญ่แล้ว และรอบข้างรายทางตัวเขาก็เจอสัตว์อสูรมามาก แต่ก็ไม่มีตัวใดให้ภัยเขาได้ 

          จนตัวเขาเองเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทาง และถ้ำที่คุ้นเคยภายในชีวิตที่แล้วของเจียงเทียนปรากฎ

          " หากไม่ใช่ฟาร์มเทวะ เราก็ต้องบากลำบากมาที่นี่มาเอาน้ำเต้าเพื่อแก้พิษเองล่ะนะ "

          เจียงเทียนพึมพัมพลางเดินต่อไปเบื้องหน้า

          " ช่วยด้วย.....ช่วยด้วย "

          เสียงร้องที่เบาหวิวเหมือนใบไม้ถูกพัดผ่านไปกับสายลม

          แต่กับคนที่ระมัดระวังตัวเองสูงเช่นเจียงเทียน สัมผัสของเขาจับเสียงนั้นไว้ทันที

          " ช่วย....ข้า....ด้วยยได้โปรด....ปล่อยข้าไปเถอะ.. "

          เสียงร้องอันน่าสงสาร เจียงเทียนคิดไปถึงศพ ศพหนึ่งที่นอนตายอยู่ข้างต้นน้ำเต้า ที่ดูมีโครงร่างเป็นสตรี ในตอนนั้นพอเขาคิดมาถึงตอนนี้ก็เหมือนคิดถึงอะไรบางอย่างจึงเร่งวิ่งไปทางต้นตอของเสียงทันที

          

          " ฮ่าๆ ดิ้นไปเถอะ ร้องไปเถอะ ไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้หรอก องค์หญิงท่านยอมเป็นเมียข้าเถอะ "

          

          ชายหน้าบากหัวล้านร่างล่ำกล่าวออกมาอย่างสะใจ ใบหน้าของมันแสดงความหื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดขณะที่กำลังจ้องไปทางสาวโฉมสะคราญเบื้องหน้าที่กำลังขัดขืนมันอย่างสุดกำลัง

          และรอบข้างก็มีลูกน้องมันจ้องมองอยู่ด้วยสายตาลามกอย่างไม่ปิดบัง คนกลุ่มนี้คือโจรอย่างแท้จริง

          ซึ่งโจรหน้าบากผู้นี้ใช้มือหนึ่งข้างรวบล็อคมือของหญิงสาวใต้กายเอาไว้ ระหว่างที่ใช้มืออีกข้างถอดเสื้อถอดกางเกงของหญิงสาวอย่างหื่นกระหาย 

          โดยผิวกายขาวสะอาดเผยออกมาสู่อากาศ ทำเอาร่างน้อยของพวกโจรเหล่านี้แข็งขันกันไปตามๆกัน

          " ปล่อยข้าไปเถอะได้โปรด ข้าเป็นองค์หญิง สมบัติข้ามีมากมาย หากเจ้าย่ำยีข้าเจ้าจะไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าเจ้าปล่อยข้าไป ข้าสัญญาจะยกให้เจ้าทั้งหมดเลย และพอให้เจ้าหากินหาใช้ไปทั้งชีวิต "

          เสียงอ่อนของสาวงามผู้นี้ร้องขอต่อ ความเป็นจริงตัวนางเหมือนถูกขังมานานแล้ว จึงแทบไร้เรี่ยวแรงแม้จะต่อต้านหรือร้องขออีก

           " ยกสมบัติให้ข้าหรือ? ฮ่าๆข้าจะบอกอะไรให้ฟังนะองค์หญิงน้อย คนที่จ้างพวกข้ามาลักพาตัวท่าน ก็พี่ชายท่านเองนั่นหล่ะ ฮ่าๆ เงิน 100 เหรียญทองที่ข้าได้มา พอจะอยู่ได้ทั้งชีวิตหรือเปล่าล่ะ ฮ่าๆๆ "

          โจรหน้าบากที่เห็นท่าทียังไม่รู้ความจริง ก็คิดจะเล่นกับเหยื่อเสียหน่อย ตอนนั้นใบหน้าของสาวงามที่ยังพอมีความหวังก็หน้าซีดทันที

          " ตอนแรกข้าก็คิดว่านางเป็นใคร พอเจ้าพูดถึงว่ามีพี่ชายส่งโจรไปลักพาตัวน้องสาวตัวเองเพื่อไปสังหาร ข้าก็คิดออกพอดี อันนี้เรื่องราวแคว้นวู ข้าจำได้ "

          และระหว่างที่พวกโจรกำลังดื่มด่ำใบหน้าอันหมดหวังขององค์หญิงสาว ที่น่าจะเป็นโอกาศครั้งเดียวในชีวิต ก็มีเสียงใสตื่นเต้นกล่าวพูดออกมาจากด้านข้าง  

          

          และเสียงนั้นทำเอาพวกโจรตัวแข็งและพากันหาต้นตอเสียงก่อนจะพบว่ามีชายร่างอ้วน ที่ดูมีใบหน้าบวมจากการถูกทุบตี มากกว่าตัวอ้วนยืนกอดอดจ้องมองหญิงสาวที่ถูกกดบนเตียงอยู่

          " เจ้าเป็นใคร! " 

          เคล้งง!!!

          เสียงควักดาบออกมาแทบจะทันทีของพวกโจร 

(จบ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #19 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 23:56

    ตัวอ้วนบวมฉุออกอย่างนั้น ยังจะทำเป็นซ่าอีกนะเนี่ย แต่ลองวิชาหน่อยก็ดีนะคะ

    #19
    0