เจียงเทียนชาวสวนไร้เทียมทาน

ตอนที่ 18 : ออกจากสระเล็กมุ่งสู่โลกที่ใหญ่ขึ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    16 ก.ค. 63

 

           เพราะหลังจากที่มารดานางตาย น้องชายฝึกยุทธไม่ได้ แถมพ่อของนางที่เป็นราชาแคว้นกลับไม่สนใจใยดี นางก็ต้องอยากดูแลน้องให้ดีที่สุดแทนแม่ อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเขา ทว่าสิ่งที่นางต้องการกลับไม่อาจเป็นจริงได้ซักอย่าง....จนตอนนี้นางกลับเพิ่งรู้ตัว

           ว่านางเองดันไปจมอยู่แค่กับเรื่องของแคว้น กับเรื่องของแค่บัลลัง....ทั้งที่ความเป็นจริงโลกใบนี้ใหญ่กว่าที่นางเห็นมาก และตำราวิชายุทธที่เจียงเทียนมอบมาก็เป็นหลักฐานได้อย่างดี

           " ไม่เป็นอะไรหรอกพี่สาว พวกเรายังเด็กน้อยนัก เริ่มต้นตอนนี้ ดีกว่ายังไม่ได้เริ่มเลย ไปกันเถอะไปหาคุณชาย และเริ่มต้นใหม่กับชีวิตของเราสองพี่น้องกัน ทิ้งเรื่องราวแคว้นไว้เบื้องหลังซะ "

           จูเหยียนพยักหน้ากับคำพูดน้องตัวเอง และนางก็เพิ่งรู้สึกว่าน้องชายตัวนางโตกว่าที่เห็นมากนัก

           " แล้วท่านอาซุงล่ะ เจ้าบอกเขารึยัง "

           จูเหยียนคิดถึงอาของนางคนนี้ ที่เป็นครอบครัวที่นางนับว่าเป็นครอบครัวจริงๆของนางคนสุดท้าย นอกจากจูเก้อ และนางอยากจะแบ่งปันเรื่องราวดีๆนี้กับเขา

           " ท่านเปิดประตูก็จะเห็นเอง "

           ซึ่งจูเหยียนพอเปิดประตูออกไป ก็พบว่าซุงเฉากำลังรอพวกเขาด้วยใบหน้าตื่นเต้น และเหมือนว่าจูเก้อจะแสดงตำราวิชายุทธให้ชายผู้นี้ได้เห็นเรียบร้อยแล้ว

           " องค์หญิง องค์ชาย "

           ซุงเฉากล่าวเรียก 

           ทว่าจูเหยียนและจูเก้อกลับมองหน้ากันแบบยิ้มๆ ก่อนจะส่ายหัว

           " หลังจากนี้เรียกข้าเก้อเอ๋อเถอะท่านอา "

           

           " ส่วนท่านก็สามารถเรียกข้าเหยียนเอ๋อได้เช่นกัน "

           ตอนนั้นเองผู้ช่วยที่เป็นมือซ้ายและมือขวาของเจียงเทียน ที่จะผจญภัยตลุยโลกแห่งนี้ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น 

           ทางด้านเมืองไต้เยี่ย ในพื้นที่เขตชายแดน

           ชายหนุ่มที่ใส่เสื้อผ้าสีขาวสะอาดสวมหมวกไผ่ พกกระบี่ไม้ติดเอวหนึ่งเล่ม กำลังขี่ม้าเข้าเมือง 

           ซึ่งทหารที่เฝ้าประตูเมืองต่างก็มองไปชั่วครู่ ก่อนจะละความสนใจนั่งเอนกายพิงกระตูเมืองต่อไป

           " เมืองไต้เยี่ย ยังคงเป็นเมืองเหมือนกับความทรงจำเราไม่ผิด คิดถึงความหลังและความแค้นจังแฮะ "

           ชายหนุ่มผู้มาใหม่กล่าว พลางเดินไปยังโรงน้ำชา แล้วสั่งชาดำมาดื่ม 

           โดยความขมของชาไหลลงคอของเขาพลางจ้องไปยังกิจวัตรประจำวันของคนภายในเมือง

           " เจ้าได้ยินหรือไม่? ว่าทางตระกูลหมินเริ่มมาตั้งสาขาขายเม็ดยาเพิ่มพลังปราณที่นี่? ข้าว่าจะเก็บเงินและรอซื้อ "

           ในตอนนั้นโรงน้ำชาก็เป็นหนึ่งในสถานที่ ที่ผู้คนจะมาพบปะแลกเปลี่ยนพูดคุยกันมากที่สุดเช่นเดียวกัน เจียงเทียนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเงี่ยหูฟังบทสนทนาที่เข้าหูเขาเมื่อกี้

           " ย่อมได้ยิน แต่แม่ทัพของเมืองนี้ไม่ใช่ไม่ถูกกับตระกูลหมินไม่ใช่หรอ? เหตุใดถึงกลับคำยอมให้อีกฝ่ายมาทำกินหน้าบ้านตัวเองเล่า? "

           ชายวัยกลางคนที่นั่งด้านข้างอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

           " ฮ่าๆ ท่านไม่รู้อะไร เงินน่ะทำได้ทุกอย่างท่านรู้ไหม? ได้ยินแล้วอย่าบอกใครนะพี่ชาย ทางตระกูลหมินได้มอบเงินเป็นค่าเช่าที่ของเมืองนี้มากกว่า 3000 เหรียญทอง!! มันมากกว่าค่าเช่าที่ในเมืองหลวงถึง 2 เท่า! ท่านคิดว่าท่านแม่ทัพที่เป็นเจ้าเมืองจะยอมหรือไหมยอมล่ะ "

           " หึๆ "

           และผู้คนที่ได้ยินภายในโรงเตี้ยมต่างก็พากันหัวเราะภายในลำคอ เพราะไอท่าทีอย่างนี้ใช่ว่าจะเพิ่งเกิด สำหรับไอการกลับคำของแม่ทัพคนนี้

           " สงสารก็เพียงอดีตแม่ทัพใหญ่ท่านนั้นเท่านั้น เพราะทางข้าวหรือผักที่เขานำมาขาย ก็ไม่มีร้านไหนกล้ารับซื้อแล้ว ตั้งแต่ตระกูลหมินมาถึง แถมท่านแม่ทัพที่เคยออกตัวว่าเป็นสหายสนิทของเขา กลับทำเป็นหลับตามองไม่เห็นเรื่องนี้ "

           และตอนนั้นมีชายร่างผอมคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงเรื่องที่ตนได้เจอมา เพราะการเข้ามาของตระกูลหมินภายในเขตชายแดนอย่างนี้ หากไม่ใช่เพราะเรื่องนี้และคิดไม่ได้ คงไปมุดน้ำช้อนตายเสียดีกว่า

           " ชู่!!! เรื่องอื่นพูดได้ เจ้าห้ามพูดเรื่องนี้ รีบออกไปจากร้านนี้กัน "

           และสหายที่เล่าเรื่องเมื่อกี้รีบเหล่ไปทางคนที่ใส่ชุดทหารยามอยู่สองคนที่นั่งดื่มชาอยู่ไม่ห่างและจ้องมองมา โดยไม่รอช้าชายร่างผอมรีบเงียบปาก จ่ายเงินและจ้ำเท้าเดินออกไปทันที

           ส่วนทางผู้คนภายในร้านต่างเห็นทหารผู้มาใหม่ดื่มชา ก็พากันเฉไฉคุยเรื่องอื่นกันแทน ยกเว้นเจียงเทียน ที่ยังมองไปทางหน้าต่างอย่างใจเย็น และทิศทางที่เขามองไป ย่อมเป็นจวนหลักของเจ้าเมือง อันเป็นบ้านพักของแม่ทัพที่ว่า

           " ได้มาตั้ง 3000 เหรียญทอง หากไม่เอามาแบ่งกันเลย ก็ใจดำเกินไปแล้วกระมัง "

           รอยยิ้มแปลกๆของเจียงเทียนปรากฎขึ้น ก่อนที่เขาจะวางเงินไว้บนโต๊ะ และเดินออกไปทันที ท่ามกลางความไม่ใส่ใจของคนรอบข้าง

          ซึ่งพอเดินออกมา เจียงเทียนก็ไปหาโรงเตี้ยมมาพักผ่อน


 

(จบ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น