เจียงเทียนชาวสวนไร้เทียมทาน

ตอนที่ 17 : หามือซ้าย,มือขวา (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    16 ก.ค. 63

 

           " ข้าตกลง "

           " เยี่ยม ถ้างั้นช่วยเอาเลือดมาป้ายไว้ที่ตรงนี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์หน่อย "

           พอได้ยินอีกฝ่ายตกลง เจียงเทียนก็นำกระดาษออกมาจากกระเป๋า ยื่นไปให้ชายตรงหน้าทันที

           " ต้องใช้เลือด? "

           จูเก้อได้ยินอย่างนี้ก็มีสีหน้าแปลกๆทันที

           " ใช่ อ่านสัญญาของเราดูสิ ข้าจะพาเจ้าแข็งแกร่งและข้ามระดับ 9 ของขั้นบ่มเพาะให้ได้ภายใน 5 ปี และสัญญาจะดูแลเจ้าและพี่สาวให้เหมือนพี่น้อง "

           สัญญาของเจียงเทียนเขียนไว้แค่นี้จริงๆ 

           ทว่าพอจูเก้อเห็นอย่างนี้ มือของเขาก็สั่นทันที.....เพราะทั่วทั้งแคว้นจูกลับมองเพียงว่าเขาเป็นไอคนไร้ประโยชน์ และไม่มีใครอยากคบหาด้วย แต่ว่าชายผู้นี้กลับกล้าเขียนข้อเสนอเพียงเท่านี้ นี่ทำให้จูเก้อไม่คิดมากอีกต่อไป ใช้เข็มที่เจียงเทียนให้ จิ้มไปที่นิ้วโป้ง แปะประทับรอยเลือดทันที

           " ดี! "

           เจียงเทียนเห็นอย่างนี้ก็หัวเราะอย่างซะใจ ก่อนที่จะโบกมือและปรากฎลูกน้ำเต้าลูกหนึ่งขึ้นมา

           " ไปผ่า แล้วกินเนื้อมันทั้งหมด ย้ำนะว่าทั้งหมด แล้วไปรออาบน้ำได้เลย เพราะพิษในตัวเจ้าจะออกมาภายใน 2 นาทีที่กิน "

           เจียงเทียนพูดก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง ทว่ายังไม่ทันออกดีเขาก็โผล่หัวออกมาจากทางประโตก่อนโยนตำรามาสองเล่มไปบนเตียงของจูเก้อ

           " วิชาลมปราณพยัคย์คลั่ง กับวิชาดาบนักรบพันลี้ ฝึกให้คล่องล่ะ ส่วนวิชาตัวเบาของแคว้นจูก็พอใช้ได้อยู่ ฝึกอันนั้นควบคู่ก็แล้วกัน "

           และปล่อยให้จูเก้อจ้องมองร่างสูงของเจียงเทียนลับไปกับสายตา

           ซึ่งหลังจากนั้นมื้อเที่ยงมาถึง ก็ปรากฎตัวของจูเก้อที่ตอนนี้จากใบหน้าซีดจนแทบเหมือนกระดาษ กลับมีสีฉาดแดงบนใบหน้า แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงขึ้น

           และทางด้านห้องนอนของจูเหยียน ตอนนี้นางพิงกายกับเตียงพลางจ้องมองเพดานอยู่เงียบๆ

           " พี่เหยียนคิดอะไรอยู่หรือ? "

           ตอนนั้นประตูได้แง้มเปิด พร้อมกับเงาของชายหนุ่มที่เดินเข้ามา

           " เก้อเอ๋อ ใบหน้าตอนเที่ยงเจ้าดูดีขึ้นมาก มองแล้วคุณชายเจียงไม่ได้โกหก เขามีทางรักษาเจ้า "

           จูเหยียนลุกขึ้นจากเตียงมาประคองน้องชายนางให้นางลงตรงขอบเตียงด้วยท่าทีประคบประหงม 

           ซึ่งจูเก้อเห็นอย่างนี้ก็ได้แต่ยิ้มอย่างรู้สึกหมดแรง พี่สาวเขาคนนี้ดูแลดีแทบไม่ต่างจากเด็กทารก และนั่นทำให้นางคิดถึงได้แม้แต่การแย่งชิงบัลลัง

           " พี่เหยียน ท่านคิดไหมว่าชีวิตบั้นปลายเรากับความทะเยอทะยานเพียงแค่ขึ้นอยู่บนบัลลังที่มีแต่ความไม่จริงใจ พร้อมจะหักหลังกันได้เสมอมันไม่ได้นำพาความสุขมาให้เลย....ทำไมเราไม่ทำอะไรบางอย่างที่ดีกว่า ใช้ชีวิตของพวกเรา และเหนือกว่าพวกคนที่มันเอาแต่ว่ายเวียนอยู่แต่ในสระน้ำเล็กๆเช่นแคว้นนี้ดูล่ะ "

           เหมือนรู้นิสัยพี่สาวตัวเองดี จูเก้อไม่อ้อมค้อมตัดตรงเข้าประเด็นทันที

            " เก้อเอ๋อ เจ้ากล่าวมันก็ดูง่าย หากแต่เจ้ามั่นใจหรือว่าสิ่งที่คุณชายเขาน้อมน้าวเจ้าน่ะจะสามารถทำได้จริง "

           จูเหยียนได้ยินอย่างนั้นก็รู้ทันทีว่าเจียงเทียนพูดอะไรกับน้องชายตัวเอง จึงโต้กลับไปด้วยเสียงเรียบ เพราะกล่าวตามตรงไปคนที่นางไปขอความช่วยเหลือ ต่างก็สัญญาแบบนี้ทั้งนั้น จะทำให้ยิ่งใหญ่บ้าง จะช่วยสนับสนุนนู่นนี่ ท้ายสุดก็ไม่ได้รับอะไรกลับมาเลยซักอย่าง

            " แล้วหากพี่สาวเห็นสิ่งนี้ล่ะ? "

           ตอนนั้นจูเก้อหยิบเอาตำราสองเล่มขึ้นมาจากชายเสื้อ และส่งมอบให้พี่สาวตนได้ดู 

           จูเหยียนก็รับมาและเปิดดูเนื้อหา

           " ....นี่มันตำราวิชายุทธ? "

           " ใช่ แล้วท่านดูดีๆ "

           จูเหยียนที่เปิดตำราเบื้องหน้าไปทีละเล็กละน้อย ก่อนที่จะเริ่มเพิ่มความเร็ว ดวงตากลมใสของนางเบิกกว้าง

           " วิชายุทธพวกนี้มันสูงกว่าที่แคว้นเราครอบครองไว้มาก เขาหามาจากไหนกัน? "

           อดไมได้ที่จะถามออกไปอย่างสงสัย จูเหยียนรู้สึกเหมือนตัวเองฝันไป ที่อีกฝ่ายกล้าให้ของสำคัญอย่างนี้กับพวกตน เพราะนางก็เป็นผู้ฝึกยุทธพรสวรรค์มากเช่นเดียวกัน นางย่อมรู้ถึงจุดสิ้นสุดของการฝึก และข้อจำกัดของการฝึก ไอตำราที่เขาให้นางมามันเทียบกับที่นางฝึกในปัจจุบันได้กับฟ้าและเหว

           " เจียงเทียนบอกว่าอยากได้สหาย ไม่ใช่คนคอยเอาเปรียบ เมื่อเขาร่วมมือกับสหายย่อมต้องให้สิ่งที่ดีที่สุด "

           จูเก้อพูดออกมาอย่างยิ้มๆ 

           และนั่นก็ทำให้จูเหยียนไม่อาจพูดออกได้ชั่วระยะหนึ่ง มันเหมือนมีอะไรบางอย่างติดคอนาง

           " ในตอนที่ไม่มีใครจริงจังต่อข้า ข้ากลับอยากจะเข้าหาพวกเขา......ในตอนนี้พอมีคนจริงจังต่อเรา ข้ากลับลังเลที่จะเชื่อ ข้านี่ช่างใช้การไม่ได้เลย "

           ท้ายสุดจูเหยียนอดไม่ได้ที่จะพูด ขอบตาของนางเริ่มมีน้ำตาซึมออกมา 

(จบ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น

  1. #22 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 01:09

    แสดงว่าสองพี่น้องนี่ แม้จะเป็นเพียงลูกที่เกิดจากสนม ก็เป็นคนฉลาด มีสติปัญญา แล้วก็อยู่ในสภาวะเดียวกันกับตระกูลเจียง ดังนั้นต้องมีแต่ทำให้ตัวเองและคนในครอบครัวแข็งแกร่งขึ้น เป็นลำดับแรกค่ะ

    #22
    0
  2. #9 นู๋ใบฟ้า (@nubaifar) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 18:41
    เนื้อหาน่าอ่านนะ แต่อ่านแล้วปวดหัว เข้าใจนักเขียนต้องการสื่อผ่านสำนวน แต่ออกมาแล้วอ่านไม่ลื่นไหลนัก ยังแอบปนหลายยุคสมัย ข้าพเจ้าอ่านแล้วเวียนหัวยิ่งนักเจ้าคะ!!
    #9
    0