เจียงเทียนชาวสวนไร้เทียมทาน

ตอนที่ 14 : ทุบศักดิศรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 725
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    15 ก.ค. 63

 

          " เรื่องนั้นพวกข้าคงต้องรบกวนความเมตตาจากคุณชายเจียงแล้ว เพราะกล่าวตามตรงพวกเราเดินทางมาก็ไม่มีสิ่งใดสามารถนำติดตัวได้เลยตั้งแต่หนีออกมา รัชทายาทได้ควบคุมคนของพวกเราไว้แล้วทั้งหมด "

          เวลานั้นเป็นระหว่างที่จูเก้อกำลังจะพูด จูเหยียนก็ชิงกล่าวขึ้นมาก่อน ซึ่งดวงตากลมใสของนางจ้องไปยังชายหนุ่มตรงหน้าคล้ายจะถามความเห็นเขา และคิดใช้ความงามของนางสะกดใจชายผู้นี้

          " เรื่องดูแลองค์ชายและองค์หญิงข้าย่อมไม่ลำบาก หากแต่ว่าถ้าพูดโกหกไม่จริงจัง และหวังหลอกใช้ระวังจะตายเอาได้นะองค์หญิง "

          ในตอนนั้นเจียงเทียนนำมือมาชันคางจ้องกลับเขม่งเพ่งไปยังองค์หญิงสาวตรงหน้า กดดันซึ่งรังสีสังหารของเจียงเทียนโพยพุ่งจนบรรยากาศในห้องที่เป็นปกติ เย็นยะเยือกด้วยความอยากฆ่า

          โดยแม้แต่แม่ทัพซุงที่มีพลังยุทธระดับบ่มเพาะขั้น 5 ช่วงกลางยังเหงื่อแตกกับแรงกดดันของเด็กหนุ่มผู้นี้ ซึ่งนั่นไม่ต้องพูดถึงองค์หญิงที่มีพลังอยู่ในขั้นบ่มเพาะขั้น 4 ส่วนองค์ชายที่ไม่มีพลังอะไรเลย

          ทางด้านสองสามีแซ่เจียงกลับนั่งหลังตรงจ้องไปทางแม่ทัพซุงผู้มีวิชายุทธสูงสุดเท่านั้น คล้ายพร้อมสู้ทุกเมื่อที่ลูกตัวเองเคลื่อนไหว

          " คุณชาย....หมายความว่ายังไง? "

          ใบหน้าถอดสี จูเหยียนถามออกไปอย่างลำบาก เมื่อตอนนี้นางรู้สึกเหมือนตัวเองถูกบีบคออยู่ ทั้งๆที่เป็นเพียงการเพ่งจ้องจากชายหนุ่มตรงหน้า

          " เรื่องนี้องค์หญิงเหตุใดไม่พูดตรงๆเล่าว่าจะยืมมือพวกเราในการพลิกกระแสในแคว้น ล้มกองกำลังของรัชทายาท? เหตุใดถึงอยากใช้ไอท่าที่น่าสมเพศนี้ในการต่อรอง แทนที่จะใช้สมบัติที่ท่านซ่อนเอาไว้ รวมถึงบอกข้อมูลของกองกำลังที่ท่านควบคุมได้อยู่กัน? "

          เจียงเทียนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มองทะลุถึงสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ต้องการ 

          ผู้หญิงคนนี้ตัวของเจียงเทียนรับรู้เรื่องของนางทั้งหมดแล้วเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้รับจากชีวิตที่แล้ว ดังนั้นเขาจึงรู้ดีตัวตนนางเป็นยังไง 

          และเป็นอีกเหตุผลที่เขาพยายามเทาะกระดองใจของนาง ให้ยอมรับพวกเขาจริงๆซักที เพื่อที่แผนการของตนจะได้เริ่มเสียที ไม่งั้นเล่นแง่ที่ไร้ประโยชน์นี่ไป ก็เสียเวลาของเขาและครอบครัวเปล่าๆ

          จูเหยียนได้ยินคำตอบของชายหนุ่มก็สูดลมหายใจลึกทันทีเพื่อคืนสติ ใบหน้าจริงจังของนางแทนที่ด้วยรอยยิ้มหวานและทรงเสน่ห์เมื่อกี้หายไป

          " ดูแล้วเราคงดูถูกคุณชายมากเกินไป จูเหยียนขออภัยในการล่วงเกินคุณชาย ท่านเจียงเกา และฮูหยินเจียงด้วย "

          ในตอนนั้นนางรู้ตัวแล้วว่านางกำลังเจอกับอะไร ความลับนาง ความคิดนาง เหมือนถูกเปลือยเปล่าทั้งหมด เมื่อมาอยู่ต่อหน้าชายหนุ่มผู้นี้

          ไม่รอช้าจูเหยียนลุกขึ้นและลงไปคำนับกับพื้นด้วยท่าทีร้องขอทันที

          " พี่เหยียน!! "

          

          แม้แต่จูเก้อยังตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นพี่สาวตัวเองเป็นอย่างนี้ เพราะปกติต่อหน้าพ่อที่เป็นฮ่องเต้ยังไม่เคยแสดงท่าทีนอบน้อมอย่างนี้เลย ส่วนทางแม่ทัพซุงที่ยังบาดเจ็บได้แต่นั่งอึ้งอีกคน

          แต่ทว่าก่อนที่เขาของจูเหยียนจะทิ้งตัวลงพื้น ก็มีมือเรียวคือหนึ่งประคองไหล่ของนางก่อน 

           " สิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่ความเคารพยำเกรง หากแต่เป็นความจริงใจที่สหายคนหนึ่งจะให้กันได้ "

          เสียงอ่อนโยนของเจียงเทียนกล่าวออกมา พลางจ้องมองสาวสวยตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร 

          " ข้าขอขอบคุณท่านมากที่เข้าใจ "

          จูเหยียนกล่าวออกมา ด้วยแววตาที่สั่นเครือ หัวใจของนางเต้นระรัวมากในตอนนี้ ก่อนที่ทั้งคู่จะกลับไปนั่งและเริ่มพูดคุยครั้งใหม่ ด้วยมุมมองใหม่ แบบที่ไม่คิดว่าครอบครัวแซ่เจียงเป็นเพียงเครื่องมือของตนอีกต่อไป

          " ในแคว้นจู เรามีแม่ทัพที่ครองทหารอยู่ 26 คน ด้วยจำนวนทหาร 150000คนได้ ซึ่งทางข้าและเก้อเอ๋อ ได้โน้มน้าวแม่ทัพได้ 6 คนแล้ว หนึ่งในนั้นคือแม่ทัพซุง ส่วนทางรัชทายาทเราไม่มีจำนวนที่แน่นอน แต่คร่าวๆจากที่เราสืบและคาดเดา ก็น่าจะไม่เกิน 12 คน ส่วนอีก 8 คนที่เหลือคือเป็นกลางแน่ๆ อีก 2 ปีท่านพ่อจะสละบัลลัง ในตอนนั้นจะมีการมอบตำแหน่งราชาอีกที "

          จูเหยียนคราวนี้พูดบอกความลับของแคว้นตัวเองไม่ปิดบัง ทว่าคำตอบนี้ทำเอาเจียงเทียนขมวดคิ้วอยู่

          " ฝ่ายบู๊พวกท่านถือว่าได้ครองไป 2 ส่วน ทางรัชทายครองไป 5 ส่วน เหลือ 3 ส่วนที่ยังถือตัวเป็นกลาง งั้นข้าถามหน่อยว่าฝ่ายบุ๋นล่ะ พวกท่านได้รับการสนับสนุนขนาดไหน? "

          " เรื่องนี้ต้องขอบคุณเก้อเอ๋อ พ่อค้าคนรวย และคหบดีส่วนมากก็อยู่ข้างเรา แต่ว่าคนพวกนี้ส่วนมากไม่มีกำลัง ทว่าอีกด้านพวกที่มีกำลังทางการเมืองเช่นเสนาธิการการคลัง และมหาเสนาบดีก็อยู่กับรัชทายาท ส่วนอำมาตย์ซ้ายไปอยู่กับองค์ชายสอง ส่วนอำมาตย์ขวาไปอยู่กับองค์ชายสี่ "

          ซึ่งในตอนนั้นเจียงเทียนไม่กล่าวเพิ่มเติมเพียงลูบคลำคางไปมาเบาๆเท่านั้น

          " แพ้ทุกทางเลยแฮะ ยากกว่าปีนบันไดขึ้นสวรรค์อีก "

          คิดไปคิดมาอดไม่ได้ที่เจียงเทียนจะพึมพัมออกมาแบบชวนให้จูเหยียนและจูเก้อหมดหวัง 

          " ไอแม่ทัพที่บอกว่าจะสนับสนุนน่ะ มั่นใจหรอว่าพวกเขาเหล่านั้นจะทำอย่างปากว่าจริงๆ มีพันธะสัญญาร่วมมือไหม? "

          ตอนนั้นพอเห็นสองพี่น้องแซ่จูดูหดหู่ เจียงเทียนก็ไม่ได้อ่อนข้อมาก ถามซักไปอีก 

          " ทางแม่ทัพเหล่านั้นยังไม่ค่อยว่าง และมีเพียงสัญญาของแม่ทัพซุงเท่านั้น "

          การหาพักหาพวกขึ้นครองราช ใช่จะพูดสัญญากันปากเปล่าได้ ต้องมีลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการร่วมมือสัญญา แบ่งผลประโยชน์กันให้เรียบให้ร้อย และจากที่ฟังคำพูดของจูเหยียนรวมถึงเหตุการณ์ที่เจียงเทียนได้เจอมากับตา โอกาศชนะบรรลังขององค์ชายห้าผู้นี้มีเพียง 0.5 ส่วน เต็ม 10 เท่านั้นเอง และไอ 0.5 คือรวมตัวเขาเข้าไปแล้วด้วย

          ซึ่งทางจูเหยียนก็รู้เรื่องนี้ดี ทำให้พอนางถูกถามอย่างนี้ก็ตอบกลับไปแบบอายๆ

          " แล้วองค์หญิงจะหวังบัลลังไปทำไมเล่า? เพราะท้ายสุดคนที่ได้ขึ้นครองก็หนึ่งในพี่น้องของท่าน "

          เจียงเทียนยกชาขึ้นมาจิบเบาๆระหว่างพูด และเบี่ยงหัวข้อจากที่จะช่วยเป็นการโน้มน้าวแนวคิดไปอีกแบบ 

          ส่วนทางจูเหยียนก็เงียบ ซึ่งความเป็นจริงนางก็รู้ดีถึงความไร้หนทางของตัวเอง แต่นางก็หลอกตัวเองมาโดยตลอดและคิดเพียงว่าน่าจะมีโอกาศที่นางสามารถให้น้องชายตัวเองเป็นราชาได้

          " พี่เหยียน ข้าว่าคุณชายเจียงกล่าวถูก เราฝืนมามากแล้ว คนเหล่านั้นโกหกปลิ้นปล้อน ตัวท่านเสียทรัพย์ไปมากหลายพันเหรียญทอง ในยามเราลำบากไม่เห็นมีใครยื่นมือเข้ามาช่วย อย่างนั้นไม่ต่างจากการที่เราเป็นคนรับใช้ คอยส่งเงินให้พวกมันหรือ? "

          คราวนี้จากที่เงียบมานาน ทางจูเก้อเป็นฝ่ายกล่าวมาบ้าง เพราะเขารู้ดีถึงความต้องการของพี่สาว ด้วยว่าทั้งคู่เป็นลูกของสนมคนเดียวกัน จึงมีความผูกพันธ์และหวังดี ทว่ามันก็มีแค่พวกเขาสองคนจะไปชนะคนอื่นได้ยังไง ไม่ต้องพูดถึงตัวเขา

          " เราทำมาขนาดนี้แล้ว....แล้วจะให้หยุดหรอ? "

          จูเหยียนกล่าวเสียงเรียบ หากกล่าวตามตรงภายในใจลึกๆของนางมันก็ร้องและไม่ยอม นางแลกหลายอย่างไปมาก ทั้งเงินทอง ชื่อเสียง และเกือบแลกด้วยชีวิต จู่ๆจะมาบอกว่าให้ยอมหรอ?

(จบ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น

  1. #8 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 11:03
    คำว่าราชาน่าจะเปลี่ยนเป็นฮ่องเต้นะค่ะ
    #8
    0