Square root of love สมการสุดท้ายคลายปมรัก

ตอนที่ 1 : สมการที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ต.ค. 58

If  you  love  somebody , let them go,

for  if  they return ,they were always yours.

And  if  they  don’t ,they never were.

 

 

หากคุณนั้นรักใครซักคนนึงแล้วให้ปล่อยเขาไป

                                 หากเขากลับมาแสดงว่าเขาเป็นของคุณมาโดยตลอด

แต่ถ้าไม่แสดงว่าเขาไม่เคยเป็นของคุณเลย

 

           

 

 

1

 

 

“ เจ้านายแน่ใจเหรอครับ ว่าต้องการแบบนี้” ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนหันไปถามผู้เป็นนายที่ยืนอยู่ขนาบข้างเตียงของหญิงสาวร่างบางในห้องพักฟื้น ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พลางจ้องมองยังใบหน้าเรียวสวยของเธอซึ่งในเวลานี้กำลังหลับตาพริ้มอย่างอ่อนล้าบ่งบอกว่าเธอต้องการการพักผ่อนเป็นอย่างมาก

                “ ใช่ นายจัดการบอกทุกคนในบ้านให้รับรู้เรื่องนี้ไว้และทำตามที่ฉันสั่งด้วย เข้าใจไหม” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งซึ่งถูกเรียกว่าเจ้านายหันไปตอบบอดี้การ์ดส่วนตัวของเขา พลางมองกลับมาที่เตียงคนไข้อีกครั้งด้วยสายตาที่แสดงถึงความห่วงใยในตัวหญิงสาวเป็นอย่างมาก

            ก็จะไม่ให้เขาเป็นห่วงเป็นใยเธอได้อย่างไร ในเมื่อหญิงสาวที่นอนอยู่ตรงหน้าเขานี้ เป็นถึงน้องสาวสุดที่รักที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของเขา หลังจากที่พ่อและแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนเดินทางกลับมาจากการไปเซ็นต์สัญญาทางธุรกิจที่ฮ่องกงเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

                “ ครับ แต่ว่า

                “ ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น!  นายก็รู้ว่าเรื่องนี้มันหนักหนาสาหัสสำหรับ “ ผ้าแพร “ มากแค่ไหนน่ะ ฮะ!!ดูเธอตอนนี้สิ แม้แต่ตอนหลับ เธอยังไม่มีความสุขเลย ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหันกลับไปตะคอกใส่บอดี้การ์ดหนุ่มอย่างเกี้ยวกราดและกระชากคอเสื้อของ”ไคท์”ขึ้นมาอย่างหาเรื่องพร้อมกับใช้มือขวาชี้ไปทางเตียงคนไข้ด้วย   พลางพูดขึ้นอีกว่า “ ฉันไม่ต้องการให้น้องสาวฉันเสียใจอีก เรื่องนี้มันสมควรที่จะจบลงไปได้แล้วและห้ามรื้อฟื้นขึ้นมาอีก  หวังว่านายจะเข้าใจ” ว่าจบ “แกมม่า”ก็ปล่อยมือออกจากคอเสื้อของไคท์ทันที พลางพยายามควบคุมอารมณ์ของตนที่ตอนนี้กำลังเดือดพล่านไปด้วยโทสะ

                ครืดดดด ครืดดดด

                เสียงโทรศัพท์ของแกมม่าที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงคนไข้ก็สั่นขึ้น ทำให้เจ้าตัวรีบหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นรับทันทีเมื่อเห็นชื่อคนโทรมาและเดินออกไปคุยที่นอกระเบียงเหมือนกับว่าไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องที่เขากำลังจะพูดกับปลายสาย

            เมื่อคุยเสร็จแกมม่าก็เดินยิ้มเข้ามาอย่างอารมณ์ดีราวกับก่อนหน้านี้เขาไม่เคยโกรธหรือโมโหใครเลย นั่นทำให้ไคท์ที่ยืนดูอากัปกิริยาของผู้เป็นนายฉงนใจยิ่งนัก  และยิ่งแปลกใจขึ้นมากไปอีกก็ตอนที่แกมม่าเจ้านายผู้แสนแปรปรวนกำลังจะเดินออกจากห้องนี้ไป เขาจึงอดถามไม่ได้ว่า

                “ นั่นเจ้านายจะไปไหนเหรอครับ”

                “ ฉันมีเรื่องต้องจัดการนิดหน่อย อ่อ ฝากนายดูแลผ้าแพรด้วย เพราะหลังจากนี้ฉันอาจจะหายไปนานสักหน่อยเลยทีเดียว หึๆ ลาล่ะ”ว่าจบแกมม่าก็เดินจากไปและทิ้งความสงสัยไว้ให้กับไคท์ที่ตอนนี้แทบเดาอารมณ์ของเจ้านายหนุ่มไม่ออกเลยทีเดียว  เขาจึงได้แต่คิดว่าหลังจากนี้คงมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นกับสองพี่น้องตระกูลนี้เป็นแน่  อาจเป็นเพราะเริ่มต้นมาจากเจ้านายสุดหล่อที่พยายามปกปิดความจริงอะไรบางอย่าง  แต่เขาคงลืมคิดไปว่า

                ความลับมันไม่มีในโลกหรอก จริงมั้ย

 

 

               

 

 

 

3 เดือนผ่านไป

 

อะไรนะคะ!  เฮียจะแต่งงาน? กรี๊ดดดดดดดดดดด ไม่มีทาง!!! ยังไงผ้าแพรก็ไม่ยอมให้เฮียแต่งงานกับยัยนมบูดนั่นเด็ดขาด

            แต่เฮียจะแต่ง  ยังไงเราก็ห้ามเฮียไม่ได้หรอก!!!’

                ‘  ถ้าเฮียแต่งงานกับยัยนมบูดนั่น  แพรจะหนีออกจากบ้านและจะไม่มาให้เฮียเห็นหน้าอีก!!!

นั่นเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้ายก่อนที่เฮียแกมม่า พี่ชายสุดที่รักของฉันจะจัดพิธีงานแต่งงานของเขากับยัยโยเกิร์ต หญิงสาวลึกลับที่เขาพามาด้วยหลังจากหายตัวไปเกือบ 3 เดือน และปล่อยให้ฉันอยู่กับ”หินเดินได้”อย่างนายไคท์        บอดี้การ์ดส่วนตัวของเฮียแกมม่าแทน  และที่บอกว่าเขาเหมือนหินเดินได้นั่นก็คือหมอนี่มีนิสัยเย็นชาและกวนประสาทฉันมาก แถมเวลาคุยด้วยเขากลับเงียบและเมินฉันอย่างไม่สนใจว่าผู้หญิงสวยๆแบบฉันเนี่ยจะเสียความรู้สึกรึเปล่า ฮึ่ย คิดแล้วแค้นใจนัก เป็นเพราะเฮียแท้ๆเลยที่ทำให้ฉันต้องมาเจอมนุษย์โลกแบบนายนี่  

ล่าสุดเฮียยังจะมาแต่งงานกับยัยนมบูดนั่นอีก นี่เขาไม่รักฉันแล้วใช่มั้ยถึงได้ทิ้งฉันและหนีไปอยู่กับยัยนั่น แถมยังพากลับมาที่บ้านเพื่อเข้าพิธีวิวาห์อีก แต่มีเหรอที่ฉันจะยอม แน่นอนหนึ่งวันก่อนวันงานฉันก็ได้วางแผนทำลายงานแต่งของคนทั้งคู่อย่างสุดความสามารถ แต่ทว่า

ย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ก่อน

อ่า รอดแล้วเรา ฉันพูดขึ้นอย่างโล่งใจ หลังจากที่พยายามหลอกล่อให้ไคท์บอดี้การ์ดสุดหล่อ  ดื่มน้ำผลไม้ผสมยานอนหลับชนิดอ่อนที่ฉันสั่งให้ป้าแจ่มเอาขึ้นมาให้ก่อนจะใส่ยานอนหลับลงไป  และตอนนี้หมอนี่ก็เลยหลับเป็นตายอยู่บนเตียงภายในห้องนอนของฉัน อ๊ะ ลืมบอกไปนี่นา พอดีที่ฉันต้องทำแบบนี้เป็นเพราะว่าเฮียแกมม่าสั่งให้ไคท์มาเฝ้าประตูห้องนอนไม่ให้ฉันออกจากห้องน่ะสิ  

หรือจะเรียกง่ายๆว่า ถูกกักบริเวณก็ได้นะ  หึ คงเป็นเพราะฉันขู่ว่าจะหนีออกจากบ้านเลยจับตัวฉันมาขังไว้ล่ะสินะ แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นหรอก สิ่งที่ต้องการมันมากกว่านั้นต่างหาก

ว่าแล้วก็เริ่มแผนการเลยดีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันจึงรีบจัดการเปิดประตูห้องนอนของเฮียแกมม่าออกอย่างเบามือที่สุดตามแผนที่วางไว้ พลางเดินเข้าไปในนั้นและปิดประตูอย่างรวดเร็ว และจัดการค้นหาของบางอย่างที่ถ้าไม่มีมัน งานแต่งก็จะไปต่อไม่ได้ วะฮะฮ่า อยากรู้มั้ย ว่าฉันกำลังหาอะไร ติ๊กต่อกๆ  เฉลยให้ก็ได้ สิ่งนั้นก็คือ

แหวนแต่งงานนั่นเอง

เป็นความคิดที่หลักแหลมมากเลยใช่มั้ยล่ะ ถ้าไม่มีเจ้าแหวนมหันตภัยนี่ งานแต่งของทั้งคู่ก็จะล่มไม่เป็นท่า ฮ่าๆๆ แต่ก่อนอื่นฉันว่าฉันรีบหาแหวนก่อนที่เฮียแกมม่าจะกลับมาจากบริษัทดีกว่า ขืนถูกเขาจับได้มีหวังงานนี้ตายแหงแก๋

เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันก็เปิดหาตามตู้และลิ้นชักต่างๆที่โต๊ะหัวเตียงและโต๊ะทำงานของเฮียอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่พบอะไรเลยนอกจากเอกสารงานต่างๆของเขา เฮ้อ เฮียเอาเก็บไว้ที่ไหนกันเนี่ย แต่ก่อนที่ฉันจะคิดอะไรไปมากกว่านี้ สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับกรอบรูปที่คว่ำอยู่บนกองเอกสาร เอ นี่มันกรอบรูปอะไรกันเนี่ย ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็ทำให้ฉันแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะรูปในกรอบนี้เป็นรูปของฉัน เฮีย และผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งอายุน่าจะพอๆกับเฮีย ยืนขนาบข้างฉันที่ยืนอยู่ตรงกลางพลางเอามือขึ้นมาลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู

โอ๊ยยยย

จู่ๆฉันก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมากะทันหัน นี่มันอะไรกัน ทำไมฉันรู้สึกเหมือนมีภาพเหตุการณ์บางอย่าง ซึ่งฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันคืออะไรฉายแวบเข้ามาในหัวราวกับว่าฉันเคยพบเจอเหตุการณ์นี้มาก่อน  และที่สำคัญยังมีผู้ชายที่ฉันเห็นในรูปกำลังหยอกล้อเล่นอยู่กับฉันอย่างสนิทสนม นี่มันอะไรเนี่ย นายเป็นใครกัน ทำไมฉันรู้สึกว่าคุ้นเคยกับเขาอย่างบอกไม่ถูก ล่ะ และ

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้นทำให้ฉันหยุดใช้ความคิดและหันกลับไปมองผู้เข้ามาใหม่ด้วยความตกใจ

หมวย เข้ามาทำอะไรในห้องเฮีย  ถูกกักบริเวณอยู่ไม่ใช่เหรอ เฮียแกมม่าพูดขึ้นหลังจากที่เปิดประตูเข้ามาและเห็นฉันกำลังยืนอยู่ในห้องเขาด้วยท่าทีที่น่าสงสัย แต่โอ๊ยยย ทำไมมันถึงปวดหัวขนาดนี้นะ

และเมื่อฉันไม่ตอบอะไร เขาก็พูดขึ้นอีกว่า

หมวยเป็นอะไรน่ะ ทำไมหน้าซีดอย่างนี้เฮียเห็นท่าจะไม่ดีรีบเข้ามาพยุงตัวฉันที่รู้สึกว่าสติของตัวเองเหลือน้อยลงเต็มที 

เฮีย จู่ๆฉันก็ปวดหัวเพราะรูปนี้ และผู้ชายในรูปเขาเป็นใครกันเหรอ ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเขามาก มากจนเหมือนเคยสนิทสนมกับเขามาก่อนล่ะ ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เบาบางจนแทบจะฟังไม่ได้ยินพลางยื่นกรอบรูปให้เขาดู ซึ่งเขาเองก็มีสีหน้าตกใจเป็นอย่างมาก เหมือนกับว่าฉันไปรับรู้เรื่องอะไรที่เขาไม่อยากให้รู้อย่างนั้นแหละ

เขาเป็นใครมันไม่สำคัญหรอก เฮียว่าตอนนี้หมวยไปพักผ่อนก่อนนะ แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีพูดจบเฮียก็ช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มและเดินไปวางฉันไว้ที่เตียงของเขาอย่างเบามือ หลังจากนั้นเขาก็พูดขึ้นอีกว่า เรื่องบางเรื่องเราไม่รู้น่ะ ดีที่สุดแล้วว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับทิ้งความสงสัยไว้ให้กับฉันที่ตอนนี้ร่างกายอ่อนล้าเต็มที สงสัยคงเป็นเพราะว่าฉันประท้วงเขาโดยไม่กินอะไรเลยหลังจากที่ถูกเขากักบริเวณและใช้พลังงานมากเกินไปกระมัง นอนพักเอาเรี่ยวเอาแรงซักหน่อยดีกว่า เพื่อที่จะได้ไปสู้รบปรบมือกับพี่ชายตัวดีต่อ เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียในที่สุด

 

กลับมาปัจจุบัน

โอเค ตอนนี้ทุกคนคงรู้แล้วใช่มั้ยว่าแผนการของฉันมันไม่สำเร็จ แถมยังเจอเหตุการณ์ที่ทำเอาต่อมสงสัยของฉันสั่นระริกอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้เลยทีเดียว  แต่ช่างมันก่อนเถอะ เพราะตอนนี้ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าที่จะต้องจัดการกับพี่ชายตัวดีที่ตอนนี้กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น หึ คอยดูเถอะ ฉันจะขัดขวางพวกเขาทั้งคู่ไม่ให้มีความสุขเลย

 

 

วันต่อมา

8.00.

หาวววว

ฉันยืนหาววอดพลางเดินลงบันไดวนชั้นสองของบ้านก่อนจะเอามือขึ้นมาปิดปากตัวเองเพื่อให้ไม่ทำลายบรรยากาศอันแสนสดชื่นของเช้านี้ อ่า อันที่จริงเมื่อคืนฉันคิดแผนการที่จะหนีออกจากบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะ แต่ว่าฉันเป็นน้องสาวแสนสวยและใจดีเลยจะให้โอกาสเฮียแกมม่าพี่ชายคนเดียวที่เหลืออยู่ของฉันเลือกระหว่างจะหย่ากับยัยนมบูดนั่นหรือว่าให้นางฟ้าประจำตระกูลอย่างฉันหนีออกจากบ้าน โฮะๆๆ เป็นความคิดที่ฉลาดหลักแหลมมากเลยใช่ไหมล่ะ

โอ๊ะ ว่าแล้วตัวการของเรื่องก็เดินสวนฉันลงมาจากทางข้างหลังพลางจ้ำอ้าวไปทางห้องครัวอย่างลั้ลลาโดยไม่สนใจฉันที่หยุดยืนยิ้มทักทายเขาเลย อะไรกัน เป็นแบบนี้อีกแล้วนะ หลังจากที่เฮียแต่งงานกับยัยนมบูด(ความจริงแล้วชื่อโยเกิร์ต) เขาก็เอาแต่สนใจยัยนั่นและดูแลอย่างกับไข่ในหิน ซึ่งฉันที่เฮียเคยประคบประหงมกลายเป็นแมวหัวเน่าไปโดยปริยาย ฮึ่ย ไม่ยอมหรอก ฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนแย่งความรักของพี่ชายไปจากฉันได้ คอยดูละกัน!

เมื่อฉันเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อที่จะขัดขวางการอยู่ด้วยกันของทั้งคู่ก็พบกับเฮียแกมม่าและโยเกิร์ตกำลังช่วยกันทำอาหารอย่างมีความสุขโดยที่ฉันได้แต่ยืนมองพวกเขาอยู่ทางหน้าประตูห้องครัว อ่า ฉันไม่ได้เห็นเฮียมีความสุขขนาดนี้มานานแคไหนแล้วนะ ตั้งแต่ที่ป๊ากับม๊าเสียล่ะมั้ง

“ อ๊ะ ผ้าแพร พอดีเลย ฉันกับแกมม่าทำอาหารเสร็จแล้ว มาทานด้วยกันสิ” โยเกิร์ตที่บังเอิญมองมาและเห็นเข้าก็เรียกฉันพลางยกกับข้าวไปวางที่โต๊ะอาหารอย่างสวยงาม

“ใช่ หมวย มากินด้วยกันสิ นี่เฮียกับยัยกระต่ายช่วยกันทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อหมวยโดยเฉพาะเลยนะ แถมยังมีแต่ของโปรดของเธอทั้งนั้นเลย”เฮียแกมม่าพูดเสียงเจื้อยแจ้วด้วยการเรียกฉันว่าหมวยซึ่งเป็นชื่อที่เฮียชอบเรียกฉัน อันที่จริงคงเป็นเพราะฉันหน้าออกทางจีนหน่อยๆด้วยมั้ง  พลางเดินมาจับตัวฉันให้ไปนั่งที่โต๊ะอาหาร  จะเอาใจฉันล่ะสิ ฝันไปเถอะว่าเฮียจะได้ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข โฮะๆๆๆ แต่จะว่าไปอาหารพวกนี้ก็น่ากินเหมือนกันน้า

“น่ากินใช่มั้ยล่ะ มองตาเป็นมันเชียว”

“ใช่ เอ๊ย ก็งั้นๆแหละ ไม่เห็นจะน่ากินตรงไหนเลย”ฉันพูดพลางเบ้ปากใส่เฮียที่พูดขึ้นและเผลอทำให้ฉันเคลิ้มตอบไปแบบนั้น โอ๊ยยย ยัยแพร ตั้งสติหน่อย อย่าให้กิเลสมาครอบงำจิตใจตอนนี้น้า

“เอาล่ะ ในเมื่อมานั่งพร้อมหน้ากันแล้วจะรออะไรอยู่ล่ะ กินโล้ดดด”พูดจบเฮียก็ตักอาหารนานาชนิดที่อยู่บนโต๊ะให้ยัยนมบูดนั่นอย่างรักใคร่ โดยที่ฉันได้แต่ส่งสายตาพิฆาตไปให้ยัยนั่นอย่างเต็มสตรีม

ชิ้งงง   ชิ้งงง

“ อ่า  นี่หมวย ลองกินต้มยำชามนี้ดูสิ อร่อยน้า พอเฮียบอกยัยกระต่ายว่าหมวยชอบเมนูนี้มากที่สุด เธอก็ตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือเลย ลองกินดูๆ”เฮียที่จับปฏิกิริยาฉันได้รีบกุลีกุจอตักอาหารมาให้ฉันอย่างเอาอกเอาใจทันที อ่ะนะ ก็ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครสำคัญที่สุดในเวลานี้ โฮะๆๆ  อืมลองชิมดูหน่อยดีกว่า

ง่ำๆ  ง่ำๆ

โอ๊ะ อร่อยแหะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายัยนี่จะทำอาหารอร่อยขนาดนี้  ก็ว่าทำไมเฮียถึงหลงนักหลงหนาเป็นอย่างนี้นี่เอง

“เป็นยังไงบ้างคะ”หลังจากที่ฉันชิมเสร็จ ยัยนมบูดที่ตั้งตารอคำตอบอยู่ก็เอ่ยถามฉันอย่างตื่นเต้นสุดๆ

“ก็ดี  แต่ยังไม่ค่อยถูกใจฉันสักเท่าไร”ว่าจบฉันก็หยิบแก้วน้ำส้มคั้นขึ้นมาดื่มอย่างมาดคุณหนูสุดๆ

 ไม่เลยๆ ไม่ใช่ก็ดี แต่มันดีมากที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลยให้ตายสิ ฉันชักโมโหตัวเองแล้วนะ ทำไมฉันไม่ทำอาหารเก่งเหมือนยัยนี่บ้าง

“ไหนๆ เฮียขอชิมบ้าง”ไม่รอช้าเฮียก็รีบตักต้มยำในชามมาชิมอย่างสงสัย “โห อร่อยมากเลยนะ ลองชิมอีกทีสิ อร่อยกว่าตอนที่หมวยทำให้เฮียกินอีก เฮียจำได้ว่าตอนนั้นเฮียเกือบตายเพราะกับข้าวฝีมือหมวย หูยยย นึกแล้วสยองชะมัด” ปรี๊ดค่ะ เฮียพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมกัน ฉันอายจะแย่อยู่แล้วนะ

ปึ้ง!!! 

“เฮีย!!! หมวยทนไม่ไหวแล้วนะ! อร่อยนักใช่มั้ย ได้!”ฉันตบโต๊ะอย่างโมโหสุดๆพลางหยิบชามต้มยำขึ้นมาสาดใส่ทั้งสองคนและขว้างชามนั่นลงบนพื้นอย่างโมโห กล้าหักหน้ากันขนาดนี้ ก็สมควรแล้ว

ซ่า!!!  เคร้ง!!! 

“กรี๊ดดดด/เฮ้ยยย!”เสียงประสานขับร้องโอเปร่าของทั้งสอง

“โฮะๆๆๆๆ”เสียงอันไพเราะเพราะพริ้งของนางฟ้าอย่างฉัน

“เป็นอะไรมั้ย เลอะหมดเลย”เฮียพูดพลางหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงที่ฉันปักให้เป็นของขวัญวันเกิดไปเช็ดตามเนื้อตามตัวของยัยนั่น กรี๊ดดดดด เฮียกล้าเอาของสำคัญขนาดนั้นมาใช้กับยัยนี่อย่างนั้นเหรอ ไม่!!! ฉันไม่ยอม!!!

“เอามานี่นะ! มันไม่สมควรต้องมาเลอะเพราะคนหน้าด้านอย่างเธอ”ว่าแล้วฉันก็อาศัยจังหวะที่เฮียเผลอแย่งผ้าเช็ดหน้ามาทันที

“ผ้าแพร! นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ ทำเฮีย เฮียไม่ว่า แต่ครั้งนี้เธอทำโยเกิร์ตด้วย เพราะฉะนั้นขอโทษโยเกิร์ตเดี๋ยวนี้!

“ไม่!!! ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง

“เดี๋ยวนี้!!! นี่คือคำสั่ง!”เฮียแกมม่าตะตอกใส่ฉันพลางส่งสายตาดุดันที่แฝงไปด้วยด้วยความเฉียบขาดมาให้ในแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน มันทั้งน่ากลัวและก็น่าหวั่นเกรงอย่างบอกไม่ถูกจนรู้สึกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ไม่ใช่เฮียแกมม่าคนเดิมอีกต่อไป

“ฮะ เฮีย”ฉันเรียกเฮียด้วยเสียงอันสั่นเทาพร้อมกับขอบตาที่ตอนนี้คลอไปด้วยน้ำตา

“ไม่ต้องมาบีบน้ำตา  ครั้งนี้เธอทำผิดซึ่งเฮียคงปล่อยไว้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นนิสัยนี้คงจะติดตัวเธอไปจนตาย”

“และที่สำคัญจะไม่มีใครรักเธอเลย ถ้ายังเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผลอยู่แบบนี้” พูดจบเฮียก็พายัยนมบูดนั่นเดินจากไปในทันที โดยที่ไม่แม้แต่จะหันหน้ามามองฉันซักนิดเดียว

แหมะ แหมะ

อยู่ๆน้ำใสๆที่เคยคลออยู่ในขอบตาฉันก่อนหน้านี้ก็ไหลรินลงมาอย่างไม่ขาดสาย  ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนไม่มีแรงที่จะยืนอีกต่อไปแล้วล่ะ เพราะว่าบัดนี้พี่ชายคนเดียวที่ฉันรักเขากำลังทอดทิ้งฉันให้ยืนอยู่อย่างเดียวดายในห้องอาหารอันแสนกว้างใหญ่และเลือกที่จะเดินจากไปกับภรรยาที่เขารัก ฮะๆ ฉันกลายเป็นแมวหัวเน่าอย่างเต็มตัวแล้วสินะตอนนี้

แต่ทว่า

ในขณะที่ฉันกำลังนั่งเหมอลอยคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อยู่นั้น จู่ๆก็มีมือหนึ่งยื่นผ้าเช็ดหน้าเพื่อมาซับน้ำให้กับฉัยอย่างเบามือ และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองมองก็ทำให้ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

ไคท์ เป็นเขานั่นเองที่ทำแบบนี้ ทั้งๆที่ไม่เคยคิดที่จะสนใจความรู้สึกของฉัน แต่วันนี้เขากลับ

เลิกร้องไห้เถอะ น้ำตามันไม่เหมาะกับใบหน้าสวยๆของเธอเลยจริงๆ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางย่อตัวลงให้ความสูงอยู่ในระดับเดียวกับฉัน

“ฮึก ฮือๆๆ ไคท์”ว่าจบ ฉันก็โผเข้าไปกอดเขาทันทีอย่างไม่ลังเลอะไรเลย พลางร้องไห้สะอึกสะอื้นใส่เขาอย่างไม่อายสายตาที่ทอดลงมามองฉันด้วยรู้สึกอบอุ่นในใจอย่างบอกไม่ถูก

ขอบคุณนะไคท์ที่ยังมีนายอยู่ข้างฉัน

 

 


 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

0 ความคิดเห็น