TIMEPIECE | 千年承諾 ( JAETEN )

ตอนที่ 4 : 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    20 ส.ค. 62

 

 










TIMEPIECE

 

千年承諾

 

 


.

.

 

 

 


 

 

03

 

จุดเริ่มต้น

 

         

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ เช่นนั้นเขาจึงต้องการหัวใจ.. หัวใจที่กำลังเต้นอยู่..  ”

 



 

น่าแปลกที่คำพูดนั้นทำให้หลีหยวนชิงขนลุกเกรียวอย่างไร้สาเหตุ แม้จะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการจะเอาหัวใจของใครคนหนึ่งไปนั้นมีขั้นตอนหรือข้อแลกเปลี่ยนอย่างไร แต่หยวนชิงก็ระลึกได้ว่า ไม่ว่าจะด้วยหนทางใดก็ตาม การกระทำนั้นล้วนแล้วแต่จะนำมาซึ่งผลเสียแก่มนุษย์ที่ถูกเลือกผู้นั้นทั้งสิ้น  

 


 

“ ร่างเนื้อของเทพมังกรเดินเข้ามาใกล้พระที่นั่งขององค์กษัตริย์ ” เสียงเนิบนาบของหญิงชรายังว่าต่อไป 

“ ร่างนั้นมองตรงมาที่พระพักต์แล้วเอ่ยเอื้อนน้ำเสียงที่ผสมผสานระหว่างเสียงสองเสียงแก่ประมุขแห่งผืนแผ่นดิน .. ข้าต้องการหัวใจ.. ข้าปรารถนาหัวใจที่ยังคงเต้นของของมนุษย์ผู้นั้น.. นั่นเป็นเพียงสิ่งตอบแทนเดียวที่ข้าต้องการ.. หากแม้นท่านมอบสิ่งนั้นให้ข้าแล้วไซร้..

 

 

“ ..สิ่งที่ท่านพึงหวังไว้จะเป็นจริงทุกประการ ข้าจักบันดาลให้ไพร่ฟ้าประชาชนอยู่ใต้บัญชาเจ้า ข้าจักพิสูจน์ว่าโอรสสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่เหนือแผ่นดินใต้หล้า.. ขอเพียงหัวใจเท่านั้น ”  หากมิใช่เพราะแสงจากเทียนเล่มน้อยทำให้เขาตาพร่า หยวนชิงคิดว่าเขามองเห็นดวงตาหม่นแสงของหญิงชราผู้ขับขานตำนานนั้นคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใส นัย์ตาอ่อนโยนที่เคยคุ้นตาคู่นั้นช่างดูเศร้าโศกเหลือเกินยามที่หญิงชราเอื้อนเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมา..

 

 




 

“ ข้าขอเพียงหัวใจที่ยังคงเต้นอยู่ของหนึ่งในองค์ชายแห่งพระสนมเชี่ยนหลาย..

 

พระสนมผู้เป็นดั่งดวงใจแห่งจอมจักรพรรดิ์.. ” 

 

 






 

 

 

 

 

 

 

 

 




 

 

                 หลีหยวนชิงสาวเท้าเดินช้าๆไปตามชานบ้านอย่างไม่มีจุดหมาย แม้จะรับปากผู้เป็นยายเอาไว้ว่าจะรีบตรงเข้านอน แต่พอล้มตัวลงกับเตียงจริงๆเขากลับไม่อาจข่มตานอนหลับได้ลงอย่างที่ตั้งใจ ท้ายที่สุดชายหนุ่มจึงได้แต่พาตนเองออกมาเดินเตร็ดเตร่รับลมดั่งเช่นที่ทำอยู่ โดยได้แต่หวังว่าการเดินครุ่นคิดท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดอาจช่วยคลายความว้าวุ่นที่มีอยู่ภายในหัวใจของเขาลงได้บ้าง


 

เสียงใบหลิวหวีดหวิวกับสายลมดังชัดเจนกว่าที่เคยในยามที่สรรพสิ่งรอบกายเงียบสงัด เสียงกระทบกันของใบไม้เรียกให้ดวงตากลมที่ไร้ซึ่งความง่วงงุ่นเหลียวมองตามหาต้นเสียงด้วยความสนใจ หลีหยวนชิงจำได้ดีถึงต้นหลิวที่ยืนต้นอยู่นอกตัวบ้าน พลันนึกถึงมันภาพใบหลิวเอนลู่ตามลมที่โชยพัดแผ่วก็ปรากฏขึ้นในหัวพร้อมกับภาพสถานที่อีกแห่งหนึ่ง เช่นนั้นเองจากที่เคยไร้จุดหมายคุณชายหลีเปลี่ยนใจมุ่งไปยังที่แห่งนั้นในทันที


 

นอกชายคาตระกูลหลีสองข้างทางไร้ซึ่งแสงไฟใดๆ คงมีเพียงแสงจันทราบนฟากฟ้าเท่านั้นที่ช่วยสาดส่องนำทางรางๆแม้ถนนหนทางจะไร้ซึ่งผู้คน และความมืดจะทำให้มองเห็นได้ลำบากแต่สิ่งเหล่านั้นก็มิได้ทำให้หยวนชิงลดความเร็วของตนลงเลย มีแต่จะยิ่งก้าวย่างเร็วขึ้นเสียด้วยซ้ำเมื่อเขารับรู้ว่าใกล้ถึงจุดหมายปลายทางที่ตนปรารถนาจะไปแล้ว

 


เดินเท้าต่ออีกเพียงไม่นานสะพานประดับเสาโคมที่ทอดตัวผ่านลำน้ำก็ปรากฎให้เห็นตรงหน้า แม้แสงจากเทียนเล่นน้อยภายในเสาโคมจะดูริบหรี่เต็มที แต่กระนั้นดวงแสงดวงน้อยก็ยังเพียงพอที่จะรังสรรค์ให้ภาพสะพานอิ่วยี่ในยามนี้คงความสวยงามเอาไว้ได้เหมือนเดิมอย่างมิเสื่อมคลาย

 

 

 

หลีหยวนชิงมองสะพานไม้ที่เคยคุ้นตาพลางนึกย้อนถึงถ้อยคำบอกเล่าของหญิงชราผู้ที่เขาทั้งรักและเคารพ ประโยคเหล่านั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวเฉกเช่นเดียวกับภาพนัยน์ตาแสนเศร้าเคล้าคลอไปด้วยหยาดน้ำตาของแม่เฒ่าหลีที่ยังคงติดตรึงอยู่ในดวงใจ

 

 

 




 

 

“ ข้าขอเพียงหัวใจที่ยังคงเต้นอยู่ของหนึ่งในองค์ชายแห่งพระสนมเชี่ยนหลาย..

 

พระสนมผู้เป็นดั่งดวงใจแห่งจอมจักรพรรดิ์..

 

 

 

 

 

ถ้อยคำนั้นยังคงวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ภายในความคิด หยวนชิงไม่เข้าใจตนเองเช่นกันว่าทำไมถึงต้องเป็นประโยคๆนี้ ที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาและตามหลอกหลอนเขา ทั้งที่หลังจากผู้เป็นยายกล่าวประโยคนั้นจนเสร็จสิ้น นางก็ได้เล่าถึงตำนานส่วนที่เหลือต่อจนจบ..

 


 

 

ตำนานของวัดซิ่นชิงหลง.. ในส่วนที่กล่าวถึงการสังเวยหัวใจและดวงวิญญาณแก่เทพมังกร..

 

 

 

 

 

 


 

 

คิดได้ดังนั้นดวงตากลมโตที่ดูชดช้อยเกินชายใดพลันหม่นแสง หยวนชิงเคลื่อนนัยน์ตาโศกาหลุบต่ำยามก้มมองผิวน้ำเรียบที่สะท้อนภาพแสงเดือนดารา ดวงดาวเปล่งประกายเรืองรองบนฟ้ากระจ่างดั่งเช่นทุกครั้งที่เฝ้ามอง ละสายตาจากประกายแสงก็พบกับใบหน้าของตนที่สะท้อนกลับมาผ่านผิวน้ำ 


สายตาที่มองกลับมายังตนเองทำให้ชายหนุ่มพบว่าตัวเขานั้นแลดูเศร้าโศกเพียงไหน โศกเศร้าเสียจนตัวเขาเองยังแปลกใจ ทั้งๆที่เรื่องราวที่ได้รับฟังมานั้นผ่านกาลเวลาล่วงเลยมาแล้วกว่าพันปี แต่ภายในหัวใจของเขากลับรู้สึกรวดร้าวราวกับว่ามันพึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ เจ็บปวดเสียจนรู้สึกว่าตนเองนั้นคือส่วนหนึ่งในเรื่องราวแสนเศร้านี้ แต่จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นได้แน่ หยวนชิงรู้ดีแก่ใจ

 


 

“ หทัยมังกร..”  เอ่ยพึมพำเสียงเบายามที่พลิกฝ่ามือของตนขึ้นมอง สัมผัสขรุขระที่ไม่เคยเลือนหายไปทำให้ชายหนุ่มหลับตาลงแล้วกำมือแน่น เขาไม่เคยรู้ว่ารอยแผลกลางฝ่ามือซ้ายนี้เขาได้รับมาตั้งเมื่อใดหรือได้รับจากที่แห่งหนไหน คุณชายหลีรู้เพียงแต่ว่ารอยแผลนี้อยู่กับตัวเขามาตั้งแต่จำความได้ อยู่ที่ฝ่ามือนี้มาตลอดและไม่เคยจางหายไป รอยแผลที่บางเบาจนมิอาจเห็นได้ชัด แต่กลับรู้สึกถึงมันทุกคราที่สัมผัส รอยกรีดตวัดสี่รอยที่เรียงร้อยเป็นคำว่า‘ หัวใจ 

 

 

 

“ หัวใจงั้นหรือ?.. เจ้าจะหมายถึงสิ่งใดกันนะ.. หัวใจข้า หรือหัวใจของใครอื่น ”  เอ่ยปากเสียงแผ่วก่อนจะถอนหายใจหนัก เขาเคยครุ่นคิดเรื่องนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็มิเคยได้รับคำตอบ เช่นเดียวกับที่เขาตั้งคำถามว่าเขาได้รับรอยแผลนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ บ่อยครั้งที่พยายามตอบคำถามของตนเองด้วยการมองย้อนกลับไปในความทรงจำ แต่แม้จะทำซ้ำๆสักกี่ครั้งก็มิอาจหาคำตอบให้กับรอยแผลไร้ที่มานี้ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นหยวนชิงยังไม่รู้อีกด้วยว่ารอยแผลบนฝ่ามือเขานี้ เป็นรอยแผลที่บังเอิญเรียงร้อยกันเกิดเป็นตัวอักษรหรือมีใครสักคนจงใจกรีดลงบนฝ่ามือของเขาจนเป็นถ้อยคำกันแน่

 

 

 

“ คิดไปก็มีแต่จะทำให้เกิดคำถามวุ่นวายใจมากกว่านี้สินะ..” หลังนิ่งเงียบและตกอยู่ภายใต้ภวังค์แห่งความคิดอยู่พักใหญ่ หลีหยวนชิงก็ตอบคำถามของตัวเองในที่สุด ร่างเพรียวบางไม่สมชายเงยหน้าเหม่อมองออกไปตามลำน้ำที่ไหลคดเคี้ยว มองผ่านไปยังต้นหลิวที่ยืนต้นอยู่ริมน้ำ ต้นไม้ชนิดเดียวกับที่ยืนต้นอยู่ใกล้ชายคาตระกูลหลี ทว่าต้นหลิวต้นนี้ฝังรากอยู่ใกล้ชิดกับสายธาราเสียจนมันสามารถโน้มกิ่งส่งใบหลิวให้แกว่งไกวอยู่เรี่ยระผิวน้ำ


 

เมืองเฮ่าจิงในยามวิกาลช่างแปลกตานักสำหรับคุณชายร้านขายยาอย่างเขา แปลกตาแต่สวยงาม คงจะมีผู้คนไม่มากนักที่จะได้มองเห็นความสวยงามยามค่ำคืนดั่งเช่นที่เขาได้เห็นอยู่ในตอนนี้

หยวนชิงเหม่อมองออกไป.. ไกลแสนไกลในห้วงความคิดและความรู้สึก จมลึกลงไปในถ้อยคำที่ได้รับฟังมาอีกครั้ง แล้วหวนเอาเรื่องราวที่ตนได้รับฟังจากผู้เป็นยายมาพินิจอีกครั้ง

 

 

 








 

‘ หมายความอย่างไรหรือครับท่านยายที่ว่าพระสนมผู้เป็นดั่งดวงใจ ’  ผู้อ่อนวัยกว่าเอ่ยปากถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล เขารั้งมือหญิงชรามากอบกุมเอาไว้ สัมผัสแผ่วที่ฝ่ามือนั้นอย่างปลอบประโลม

 

 

‘ ที่กล่าวขานกันว่าดวงใจแห่งจอมจักรพรรดิ์ก็ไม่มีคำใดผิดเพี้ยนหรอกหลานรัก.. พระสนมเชี่ยนหลาย พระนางทรงเป็นพระสนมที่ได้รับความรักจากองค์จักรพรรดิ์มากที่สุด มากเสียยิ่งกว่าพระมเหสีเอกผู้ให้กำเนิดองค์ไท่จือเสียอีก.. หญิงสามัญชนธรรมดาที่ครอบครองหัวใจแห่งองค์จักรพรรดิ์ สะใภ้คนแรกที่ได้รับยศเพียงพระสนมเพราะเป็นสามัญชน..

 


 ‘ ..พระสนมผู้ที่เป็นเจ้าของนามที่ท่านยายทวดของเจ้าหยิบยกมาตั้งเป็นชื่อข้า เพราะหวังให้ข้าเป็นที่รักเฉกเช่นเดียวกับพระนาง ’   เมื่อเห็นหญิงชราหัวเราะน้อยๆออกมา หยวนชิงก็เบาใจได้ในที่สุด ชายหนุ่มส่งยิ้มไปให้ท่านยายของเขาแล้วพูดคำหวาน

 

 

‘ ท่านยายก็ได้รับความรักจริงๆนี่.. จากทั้งท่านตา ท่านพ่อท่านแม่ของข้าและตัวข้าด้วย ’ ประโยคนั้นทำเอาผู้ฟังอดมิได้ที่จะหยิกแก้มขาวด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู

 

 

 

‘ เจ้ามันเด็กร้ายกาจ..ปากหวานกับยายไม่เปลี่ยนเลยนะ’ พอเห็นสีหน้าเหยเกของเด็กน้อยที่ตนเลี้ยงดูมาเชี่ยนหลายก็คลายมือออก หญิงชราเปลี่ยนไปเกลี่ยปอยผมที่ร่วงหล่นปิดหน้าของหลานชายให้อย่างเบามือแทน  ‘ ถ้าหากเจ้ารักข้าจริง.. มันก็คงจะเป็นจริงดั่งที่เจ้าว่า.. เอาล่ะเลิกนอกเรื่องเสียทีเจ้าเด็กน้อย ยายเองก็ง่วงเต็มแก่แล้ว เห็นทีจะต้องเร่งเล่าเรื่องให้จบเสียที ’ 

 

 

 

‘ งั้นข้าว่า.. ข้าเดินไปส่งท่านยายเข้าห้องนอนเลยเห็นจะดีกว่า ระหว่างทางก็ให้ท่านเล่าให้ข้าฟังไปด้วย พอจบเรื่องก็คงถึงพอดี ท่านเห็นพ้องกับข้าหรือไม่?  ’  หยวนชิงว่าพลางยันกายลุกขึ้นโดยไม่รอคำตอบ ยื่นฝ่ามือที่ปรากฎรอยแผลเป็นไปทางหญิงชราก่อนจะยิ้มหวานเป็นเชิงเชื้อเชิญ

 

นัยน์ตาของผู้สูงวัยกว่าไหววูบเมื่อมองเห็นรอยแผลเป็นบนฝ่ามือของหลานชาย แต่ก็เป็นเพียงชั่วครู่เดียวก่อนที่หญิงชราจะยกยิ้มกลบเกลื่อนและวางมือลงไปยังฝ่ามือที่รออยู่

 

 

 

‘ แล้วเรื่องราวเป็นอย่างไรต่อหรือขอรับ? ’  ทั้งสองออกเดินได้เพียงไม่นานนักหลีหยวนชิงก็ถามขึ้น ในใจของเขายังคงว้าวุ่นและเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ในเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต

 

 

 

‘ หลังจากที่ผู้คนทั้งวังหลวงได้สดับรับฟังคำขอของเทพเจ้ามังกร ก็มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่โรยตัวครอบคลุมและโอบล้อมลานพิธีเอาไว้..   ’ แม่เฒ่าหลีเริ่มต้นขับขานเรื่องราวของนางอีกครั้ง ‘ แม้กระทั่งโอรสสวรรค์ที่แท้จริงก็ยังทรงเงียบ เป็นความเงียบที่ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดจนสามารถได้ยินถึงเสียงหยาดหยดของน้ำตาที่ไหลรินลงกระทบกับพระที่นั่ง.. พระสนมเชี่ยนหลายวิ่งถลาออกมาด้วยใบหน้าที่เจิ่งนองด้วยน้ำตา ริมฝีปากของนางระลักล่ำแต่คำว่าเมตตา พระนางทรุดตัวลงกอดพระชานุขององค์กษัตริย์ไว้แล้วร่ำไห้อ้อนวอน 

 


‘ ฮ่องเต้ ขอท่านทรงโปรดเมตตาหม่อมชั้น.. ได้โปรด องค์ฮ่องเต้ อย่านะเพคะ..มิได้นะเพคะ เป็นลูกชายทั้งสองของหม่อมชั้นมิได้.. นางร่ำไห้และพร่ำพูดอยู่แบบนั้น  ’  น่าแปลกที่ถ้อยคำที่เอื้อยเอ่ยผ่านเสียงของหญิงชรานั้นฟังดูราวกับว่าหลีเชี่ยนหลายผู้นี้เป็นผู้เดียวกับพระสนมผู้นั้นที่กำลังเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้นออกมาด้วยตนเอง น้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความปวดร้าวและเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง ความรวดร้าวในน้ำเสียงนั้นทำให้หลีคนหลานเผลอบีบมือยายของตนแน่นโดยมิได้ตั้งใจ

 

 

 

‘ น่าเศร้านัก.. น่าเศร้าที่คำอ้อนวอนของพระนางมิเกิดผลใดๆ พระสนมเชี่ยนหลายถูกทหารองค์รักษ์พาตัวออกมาห่างองค์จักรพรรดิ์ทั้งน้ำตา กล่าวกันว่าองค์ฮ่องเต้นั้นไม่แม้แต่จะเหลียวมองยอดดวงใจ พระองค์ทำเพียงแค่ตอบตกลงกับเทพมังกร สิ้นประโยคนั้นท้องฟ้าสีโลหิตก็มลายหายไป ดวงจันทรากลับคืนสู่ท้องฟ้ายามราตรีกาลดั่งเดิม พร้อมๆกับร่างเนื้อของเทพเจ้ามังกรที่ล้มลง 

 

 

 

‘ ทำไมกัน? ’  หญิงชราถอนหายใจเบา ก่อนจะตอบคำถามของหลานรักของตน

 

‘ มิต้องเป็นห่วงองค์เทพหรอกอาหยวน หลังจากเหตุการณ์นั้นเวลาก็ผ่านไปเจ็ดวันเจ็ดคืน ร่างเนื้อแห่งเทพเจ้ามังกรก็ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ตื่นขึ้นมาพร้อมกับถามหาดวงหทัยแห่งองค์ชาย.. ’ หยวนชิงเงียบไปเมื่อได้รับฟังคำตอบ ดวงตากลมโตหลุบลงยามที่นึกถึงสิ่งแลกเปลี่ยนที่องค์ฮ่องเต้ทรงตกปากรับคำเอาไว้ก่อนที่จะต้องเบิกตากว้างเมื่อได้ยินประโยคถัดไปของหญิงชรา

 

 

 

 

 

 

 

 

‘ และเพื่อแผ่นดินแล้วไซร้.. องค์ชายองค์นั้นทรงยอม 

พระองค์ยอมแลกหัวใจ ชีวิต ทั้งหมดของจิตวิญญานของพระองค์กับเทพมังกรโดยไร้ซึ่งเงื่อนไขใดใด..

 

 

 

 

 

 

 

 

“ คำขอขององค์ฮ่องแต่สัมฤทธิ์ผล

ขณะที่องค์ชายผู้เสียสละถูกลบเลือนหายไปตามกาลเวลา.. "

 


 

 

 

 

“ พระนามของพระองค์คือ..  พระโอรสไจ้เสวียน..

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไจ้เสวียน.. ”  หยวนชิงพึมพำพลางนึกขัน ในโลกนี้นี้ช่างเต็มไปด้วยความบังเอิญมากมายนัก ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ในวันเดียวเขากลับมีโอกาสได้ยินชื่อชื่อหนึ่งถึงสองครั้งสองคราในเวลาและเรื่องราวที่ต่างกัน

 

 

พอนึกถึงเจ้าของชื่อนั้นที่เขามีโอกาสได้พบเจอตัวเป็นๆ หยวนชิงก็ปล่อยวางเรื่องราวในตำนานไปเสียจนหมด ในใจถวิลหาเพียงแต่นัยน์ตาคมที่ทอดมองมาด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใยคู่นั้น สายตาแสนเศร้าที่เขามองเห็นเป็นสิ่งแรกหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาจากสระบัวในเขตวัดซิ่นชิงหลง ชายผู้เป็นเจ้าของนามเดียวกันกับบุคคลในตำนานเก่าแก่ปรำปรา ชายหนุ่มปริศนาในชุดฉีจูสีขาวนวล ไจ้เสวียนผู้ที่ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ผู้นั้น

 

 

 

“ ท่านเป็นใครกันนะไจ้เสวียน..” ครั้นพอเงยหน้ามองที่อีกฟากฝั่งของแม่น้ำ หยวนชิงก็ได้พบเห็นกับใครคนนั้นที่เขากำลังนึกถึงอยู่ ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจแต่พอกระพริบตาแล้วพินิจมองอย่างถ้วนถี่ร่างสูงในชุดสีขาวนั้นก็เลือนหายไปเสียแล้ว


 

 

“ เห็นทีจะถึงเวลานอนได้แล้ว.. ตาพร่ามัวหมดไปแล้วหลีหยวนชิง ” ต่อว่าตัวเองในใจแล้วหันตัวกลับ ก่อนจะเริ่มต้นก้าวเดินกลับไปตามทางที่ตนจากมาโดยมิทันสังเกตถึงใครอีกคนที่เคลื่อนกายออกมาจากที่หลบซ่อน บุรุษในชุดขาวที่เฝ้ามองเขามานานแสนนาน..

 

 

 

 



 

 

 

 

 

‘ ท่านน่ะ... ไม่คิดจะยิ้มแย้มกับเขาบ้างเลยหรือไร? ’


 

‘ ข้ามิใช่คนเช่นท่านนี่องค์ชาย.. ถึงจะได้ปฏิเสธที่จะรับรู้ทุกข์สุขความเป็นไปของโลก 

ลืมเลือนสิ้นความเจ็บปวดแล้วแย้มพระสรวลอยู่ตลอดเวลา

 

 

 

‘ ท่านช่างสมกับเป็นมังกรเฒ่าขี้หงุดหงิดเสียจริง.. ไจ้เสวียน 

 

‘ กระนั้นองค์ชายก็คงเป็น..  

 

 

 

‘ เป็นอะไรข้าเป็นอะไรรึ? ’

 

 

 

‘ เป็นดั่งนกน้อยที่โผบินสู่ท้องฟ้ากว้างใหญ่

 

‘ ข้ามิเห็นว่ามันจะดูเหมือนกับข้าตรงไหน

 

 

 

‘ เหมือนสิพะย่ะค่ะ.. 

 

 

 

 



.

.

 

 

 

 

 

“ เจ้าเป็นดั่งเช่นวิหคน้อยที่ใฝ่หาอิสระ..”  ไจ้เสวียนมองร่างคุ้นตาของคนที่เขาเฝ้ามองหันกายจากไปด้วยสายตาอาลัย ชายหนุ่มยกฝ่ามือซึ่งประดับไว้ด้วยรอยแผลขึ้นมองก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

 

 

 

“ เหตุไฉนเล่าจะมิแม้นหมือน.. ในเมื่อเจ้าเอาแต่ถลาบินหนีจากอ้อมอกข้าครั้งแล้วครั้งเล่า หยวนชิง.. ” ชายหนุ่มในชุดขาวเลื่อนฝ่ามือขวาขึ้นวางแนบอก รอยแผลบนฝ่ามือของเขานั้นยังมิเคยเลือนหาย อย่าว่าแต่จะเลือนหาย แม้แต่จะจางลงแม้เพียงนิดก็ไม่เคย คำว่ารักที่ถูกกรีดสลักเอาไว้บนฝ่ามือนั้นยังคงอยู่ เฉกเช่นเดียวกับดวงใจรักที่เขามอบให้หลีหยวนชิงผู้นั้น คนเพียงผู้เดียวที่เขาเฝ้ารอมานับพันปี

 

 

 

“ ข้าได้แต่หวัง.. นางแอ่นน้อย ” เสียงนั้นฟังดูเศร้าสร้อยราวกับหยาดน้ำตานับหมื่นที่เคยไหลริน ได้กลั่นกรองและรวมตัวกันกรีดร้องเป็นถ้อยคำเหล่านั้น โศกเศร้าเฉกเช่นเสียงสะท้อนจากทะเลตงไห่ที่ถูกเติมเต็มด้วยหยาดน้ำตา ทะเลแห่งน้ำตาซึ่งมิอาจวัดได้ถึงความลึกล้ำและระทมทุกข์  

 



 


“ ข้าได้แต่หวังว่าในชาติภพนี้.. เราจะมิต้องพรากจากกันอีกครั้ง.. 

 

 

 

ไจ้เสวียนยังจำได้ดีในครั้งที่เขาได้พบกับหยวนชิงเมื่อหลายร้อยปีก่อน ครั้งที่หยวนชิงผู้นั้นเป็นถึงองค์ชายที่สี่ ในอดีตพระมเหสีขององค์ฮ่องเต้ 

 

แม้นจะเป็นถึงบุตรชายในพระมเหสีแต่ก็เป็นได้เพียงองค์ชายปลายแถว เนื่องด้วยองค์ชายหยวนชิงนั้นเป็นบุตรชายคนเล็ก ซ้ำยังเกิดในพระมเหสีที่ทรงถูกถอดพระยศ องค์ชายผู้นั้นจึงได้ถูกละเลยและมองข้ามโดยพระบิดา.. พระบิดาผู้ซึ่งสนพระทัยแต่พระสนมผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นพระมเหสีองค์ใหม่

 

 

 

ไจ้เสวียนยังจำได้ดีว่าในครั้งนั้นเขารู้สึกอย่างไร.. เฉกเช่นเดียวกับทุกครั้งที่พวกเขาทั้งสองพานพบกัน

 

 

 


 

 

 

“ ข้ายังรักเจ้ามิเคยแปรเปลี่ยน”  ร่างสูงพูดแล้วหลับตาลง นึกย้อนกลับไปถึงวันวานที่ได้พานพบกันครั้งนั้น การพบพานที่เกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งเดียวกับที่เขายืนอยู่ในตอนนี้ หากแต่ว่าแม้จะเป็นสถานที่เดียวกันแต่เหตุการณ์กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในครั้งนั้นเป็นหยวนชิงที่เดินมาตรงหน้าเขา หยุดยืนมองแล้ว เอ่ยถ้อยคำ ประโยคทักทายที่ฟังไม่รื่นหูนักตามประสาคนเอาแต่ใจ

 

 

 

 

 



 

 

“ ท่านน่ะรึ ร่างสถิตย์แห่งเทพเจ้ามังกรที่เขากล่าวขานกัน? ”

 

ไหนชาวบ้านพากันลือให้ทั่วว่าท่านนั้นเก่งนักเก่งหนา.. 

ข้าไม่เห็นท่านจะแตกต่างจากสามัญชนคนธรรมดาตรงไหน 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 





 

 

 

“ ท่านน่ะรึ ร่างสถิตย์แห่งเทพเจ้ามังกรที่เขากล่าวขานกัน? ”

 

“ ไหนชาวบ้านพากันลือให้ลั่นว่าท่านนั้นเก่งนักเก่งหนา.. ข้าไม่เห็นท่านจะแตกต่างจากสามัญชนคนธรรมดาตรงไหน ”  ไจ้เสวียนละสายตาจากปิ่นประดับหยกในมือแล้วหันไปมองทางทิศต้นเสียง วินาทีที่ร่างเนื้อแห่งมังกรหันกายกลับไปพบกับเจ้าของคำพูดเย้ยหยั่นนั้น.. 

 

ดั่งเช่นกาลเวลาทั้งหมดทั้งมวลที่ล่วงเลยผ่านได้ไหลย้อนกลับ ทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่งยามที่ได้สบกับดวงตากลมโตที่มองจ้องมา ใบหน้านั้นมิเคยเลือนหายไปจากความทรงจำ มิว่าเวลาจะล่วงเลยผ่านมานานสักเท่าใด มิว่าจะแปรเปลี่ยนไปมากสักเท่าไหร่

 

 

 

“ หยวนชิง” ไจ้เสวียนพูดเสียงแผ่วขณะที่ใช้สติและพลังกายทั้งหมดรั้งตัวเองเอาไว้ที่จุดเดิม ร่างเนื้อแห่งองค์เทพพยายามอย่างยิ่งที่จะห้ามมิให้ตนเองถลาออกไปฉุดรั้งคนตรงหน้าเข้ามาในอ้อมกอด

 

 

 

“ จะดีกว่าหากท่านจะเติมคำว่า องค์ชาย เข้าไปด้วย ”  ถ้อยคำที่เจ้าของนามหยวนชิงเอื้อนเอ่ยทำให้ไจ้เสวียนรู้สึกตัว ห้วงความรู้สึกอาลัยอาวรณ์เลือนหายไปพลัน คงเหลือไว้เพียงความเจ็บปวดที่แทรกตัวอยู่กลางอก

 

 


 

ความเจ็บปวดที่คอยย้ำเตือนว่า หยวนชิงตรงหน้าหาได้ใช่หยวนชิงคนเดิมไม่

 

 

 

 

 

“ ขออภัยพะย่ะค่ะ องค์ชาย ”  ท้ายที่สุดร่างสถิตแห่งมังกรก็เอ่ยคำขอขมาพร้อมกับโค้งคำนับ

“ เขาว่ากันว่าท่านอยู่ที่วัดซิ่นชิงหลงมิใช่หรือเหตุไฉนจึงมาเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนี้กันเล่า”  องค์ชายหยวนชิงคลี่พัดในมือขึ้นพลางโบกไปมาในอากาศ

 

 

 

“ ข้า… ”  กำลังตามหาใครคนหนึ่งอยู่.. ใจจริงแล้วไจ้เสวียนอยากจะตอบออกไปเช่นนั้น แต่เขาก็ทำได้เพียงเก็บคำตอบนั้นเอาไว้ภายในใจ ถูกแล้วที่เขาอยู่อาศัยที่วัดซิ่นชิงหลง และที่เขามาเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนี้ก็เพราะเขากำลังตามหาใครคนหนึ่งอยู่ ใครคนนั้นที่เขาเฝ้ารอคอยมานานแสนนาน แต่ดูเหมือนว่าในครานี้โชคชะตากำลังเล่นตลกกับเขา ในเมื่อคนที่เขาเฝ้ารอและตามหาได้กลับกลายเป็นฝ่ายเดินทางมาพบเขาด้วยตนเองเสียแล้ว

 

 

 

“ ข้า?.. ข้าอะไรกันเล่าท่านเทพมังกร? ”  หยวนชิง หรือองค์ชายหยวนชิงช้อนสายตามองคู่สนทนาด้วยแววตาล้อเลียน

 

 

 

“ ข้าแค่ออกมาตามหาอะไรบางอย่างเท่านั้น..”  ไจ้เสวียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้าคมตีหน้านิ่งเฉยดั่งที่ชอบทำ หาใช่เพราะมิรู้สึกอันใด แต่เป็นเพราะไจ้เสวียนพบว่าการตีหน้านิ่งเฉยนั้นทำให้คนนอกอ่านความรู้สึกภายในใจของเขาได้ยากยิ่งขึ้น

            และ การที่คู่สนทนาอ่านความรู้สึกที่อยู่เบื้องลึกในใจเขาได้ยากเย็นขึ้นเท่าไหร่นั้นยิ่งเป็นการดี โดยเฉพาะหากใครผู้นั้นคือหลีหยวนชิงที่เวียนว่ายกลับมาพบเขาอีกครั้งในชาติภพใหม่

 

 

คิดมาถึงตรงนี้ไจ้เสวียนก็ย้ำเตือนตัวเองซ้ำอีกครั้งว่านี่คือชาติภพใหม่ของหยวนชิง หาใช่หยวนชิงคนเดิมที่รักเขาไม่ ร่างสถิตย์แห่งมังกรรู้ดีว่าหยวนชิงของเขาจากเขาไปแล้ว และรู้ดีเสียยิ่งกว่าว่าบัดนี้ถึงเวลาที่เขาจะต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง 

 


เริ่มต้นใหม่.. ดั่งเช่นที่ผ่านมา

 

 

 


 

 

“ ตามหาอะไรรึเทพมังกรอย่างท่านมีอะไรให้ต้องตามหากัน? ”  เสียงของหยวนชิงดึงความสนใจของไจ้เสวียนให้กลับสู่บทสนทนาดูเหมือนว่าในชาตินี้หยวนชิงจะเป็นคนช่างพูดช่างเจรจาไจ้เสวียนคิดพลางนึกภาพหยวนชิงอีกคนหนึ่งซ้อนทับเข้ามาในหัว ช่างเหมือนกันเหลือเกินทั้งแววตาและท่าทางเหล่านั้น

 

องค์ชายสี่คนนี้ ช่างเหมือนกันเหลือเกินกับหยวนชิงที่เขาได้พบพานเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่เห็นจะแตกต่างกันก็คงจะเป็นในครานี้หยวนชิงตรงหน้ากลับกลายเป็นบุรุษเพศร่างสูงโปร่ง หาใช่สตรีร่างอรชรปราดเปรียวดั่งที่เคยพบพานมาแต่แม้กายจะเป็นบุรุษไจ้เสวียนก็รู้ดี.. ว่าหยวนชิงของเขายังคงอยู่ตรงนั้น


ร่างสถิตย์แห่งเทพมังกรคอยเฝ้าย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอ เขาย้ำและฝังจำไว้ว่าลึกลงไปในจิตวิญญานและเศษเสี้ยวแห่งความรู้สึก หยวนชิงของเขายังคงอยู่ตรงนั้นเสมอ ดั่งเช่นคำสัญญาที่ร้อยเรียง และผูกมัดตราตรึงเขาทั้งสองเอาไว้ด้วยกัน

 

 



 




           แม้จะยากเย็นและเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด 

ไจ้เสวียนก็จะมั่นคงและรักษาไว้ซึ่งคำสัญญาที่มีให้กับผู้ซึ่งเป็นที่รัก

 

 

 

แม้จะต้องเริ่มใหม่อีกสักกี่ครั้ง 

ไจ้เสวียนคนนี้ก็จะขอยอมแบกรับความระทมทุกข์ทั้งหมดเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว

 

 

 

 

 

ความทุกข์ระทมของการจดจำ

ความเจ็บปวดของการถูกลืมเลือน และ การจากลาครั้งแล้วครั้งเล่า

 

 

 

แม้จะเจ็บปวดรวดร้าวสักเพียงใด ไจ้เสวียนก็มิเคยคิดที่จะย่อท้อหรือเลิกล้มคำสาบาน

 

 

 

แม้จะต้องพลัดพรากและถูกลืมอีกกี่สิบกี่ร้อยครั้ง เขาจะยังคงเฝ้ารอ

 

รอ.. เพื่อให้ได้พบ และรอเพื่อให้หยวนชิงกลับมารักเขาอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ องค์ชาย.. 

 

 

 

 

 

“ ว่าอย่างไรรึท่านมังกร? ”

 

 

 

 

 

 

 

“ ท่านเชื่อเรื่องพรมหลิขิตหรือไม่? ”

 

 

 

“  ?  ”

 

 

 

 

 

 

 

“ ..เพราะข้ากำลังตามหาพรมหลิขิต.. 

 

 





 

 

 

 

 

 






 

 

ภาพความทรงจำในอดีตเลือนหายไปยามเขาลืมตาขึ้นจับจ้องท้องฟ้าราตรี ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งสงบแม้ในยามที่สายลมพัดผ่าน สายลมปริศนาที่พัดพาเทียบเชิญไร้เสียงไปยังอีกสถานที่หนึ่งที่ไกลแสนไกล สายลมที่หอบพัดเอากลิ่นดอกท้อจางๆให้ลอยละล่องไปกับมัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทันทีที่สายลมวูบนั้นพัดผ่านร่างสูงไป.. 

เสียงทุ้มไร้ที่มาก็ดังขึ้น เป็นเสียงทุ้มเนิบที่ราวกับมีสองเสียงซ้อนทับกันอยู่ในเสียงเดียว

 

 

 

 

 

“ เจ้าพร้อมแล้วหรือองค์ชาย ”

 

 

 

 

 

 

 

“ มีท่านอยู่ข้าจำเป็นต้องหวั่นเกรงต่อสิ่งใดด้วยงั้นรึ ท่านเทพมังกร ”

ไจ้เสวียนตอบกลับประโยคนั้นด้วยคำถาม แต่ทว่าไม่มีถ้อยคำใดตอบกลับมาอีก..

 

 

 











 

 

 

 

 

 







 

#รธมปJT






( ลองเดากันดูนะคะว่าไจ้เสวียนกับหยวนชิงคู่นี้เขาเจอกันมากี่ครั้งแล้วก่อนจะมาถึงปัจจุบัน  )

 

 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #67 หมูยุน (@Fahfahfi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 11:40
    แสดงว่าไจ้เสวียนพบหยวนชิงมาหลายภพมาก แต่ชาตินี้คงเป็นชาติสุดท้ายสินะ สงสารไจ้เสวียน รอมาเป็นพันปี
    #67
    0
  2. #64 WellV (@Lobidi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 22:59
    องค์ชายไจ้เสวียนมอบหัวใจให้เทพมังกร ทำให้หัวใจองค์ชายอยู่ในร่างท่านเทพ แล้วก็พบรักกับหยวนชิงมาสามชาติแล้วสินะคะ สงสารหัวใจคนรอ;-;
    #64
    0
  3. #55 apicah (@kowstory) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 03:05
    รักมากเลย ฮือ
    #55
    0
  4. #53 summertimemagic (@PrasitaSrisupol) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 21:47
    โห ไจ้เสวียนรักองค์ชายขนาดนี้เลยนะ ㅠㅠ
    #53
    0
  5. #43 ManowLee. (@226142) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 10:14
    ปวดใจแทนไจ้เสวียน อยู่มาพันปีเพื่อมาเริ่มต้นใหม่กับหยวนชิงทุกร้อยปี หน่วงอ่ะ
    #43
    0
  6. #39 orangemamalde (@cocozyrup) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 12:51
    อย่างน้อยคือสามครั้ง (ถ้านับชาติคุณชายหลีด้วย) ยังเดาอะไรไม่ได้เลยว่าเป็นอย่างไร แต่ดราม่าแน่นอนแต่ละชาติ แง
    #39
    1
    • #39-1 orangemamalde (@cocozyrup) (จากตอนที่ 4)
      24 สิงหาคม 2562 / 12:52
      แต่ในอินโทรบอกสิบสองชาติภพๆๆ ;-;
      #39-1
  7. #38 citronella2 (@Citronella) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 01:30
    เดาว่าน่าจะ 3 ครั้ง ครั้งแรกตอนหยวนชิงเป็นผู้หญิง ครั้งที่สองเกิดมาเป็นองค์ชาย4 ครั้งที่สามคือชาตินี้เป็นคุณชายหลี เนื้อเรื่องน่าสนใจตรงที่ว่าระหว่างที่องค์ชายกับเทพมังกรรักกัน มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกันแน่ จริง ๆ แล้วเทพมังกรไจ้เสวียนแค้นอะไรหยวนชิงหรือป่าวคะ หลังจากเหตุการณ์นั้น ฮืออออ อยากอ่านต่อมาก สู้ ๆ นะคะ
    #38
    0
  8. #37 CHRY SANTHEMUM (@patio_95) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 15:48
    ไจ้เสวียนคือองค์ชายที่ถูดส่งมาให้เป็นร่างเทพมังกรละทีนี้คือมาพบรักกะหยวนชิงชาติที่เป็นผู้หญิง ละเจอกันได้ไงอ่ะ ละพอเกิดใหม่ก็เป็นองค์ชายสี่ ละเกิดใหม่มาเป็น-า แต่คือเขามีเรื่องผูกพันธ์กันมายังไงก่อน ยังแกะปมไม่หมด เป็นเส้า เป็นงง ฮืออออ
    #37
    0
  9. #34 9011 (@9011) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 00:52
    คิดว่าเจอกัน 2 ครั้งค่ะ ครั้งเเรก เป็นผู้หญิงครั้งที่ 2 คืิ ร้อยปีให้หลัง เป็น องค์ชาย 4
    #34
    0
  10. #33 SAMDUAN (@samduan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 10:19
    ไจ้เสวียนคือคนที่ท่านเทพมังกรต้องการใช่ไหม แล้วหยวนชิงคือยังไงนะ หาเพื่อนคุยกันจนรู้สึกดีต่อกันหรอ แล้วให้คำมั่นสัญญาต่อกัน งงจังเลย 555 ภาษาดีมากเลยนะคะ แต่อาจจะต้องอ่านอีกหลายรอบหน่อยดีความไม่เก่ง แต่บรรยายออกมาดีมากเลย เชื่อว่าตลอดพันปีในทุกร้อยปีก็เป็นได้ที่เขาจะเจอกัน แม้อีกฝ่ายจะไม่เหมือนเดิม สู้ๆนะคะ
    #33
    0