กลพิชิตรักแม่ทัพร้าย สนพ.Romantic Publishing

ตอนที่ 8 : บทที่ ๕ ตัวโง่งม (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,632
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    5 เม.ย. 64



บทที่ ๕ ตัวโง่งม


ตอนที่ ๒


“เช่นนั้น เพราะอะไร!? ไป๋พิงถิงเอ่ยอย่างแปลกใจ

แววตาของเซียวไห่หลงเข้มขึ้น “ฝ่าบาททรงต้องการปกป้องทายาทตระกูลไป๋คนสุดท้ายเอาไว้”

นางพลันกระจ่างในใจ ร่างสะท้านหนาวเย็นเยือกราวกับถูกเหวี่ยงลงไปในหุบเหวที่เต็มไปด้วยหิมะ ที่แท้หลายปีมานี้ร่องรอยของนางถูกกลบโดยผู้เป็นโอรสสวรรค์ ทั้งที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก คนต่ำช้าอย่างเหยียนเป่ากลับหานางไม่พบ

เซียวไห่หลงเห็นนางมีท่าทีอ่อนลง แววตากลับดื้อรั้นยิ่ง ทะเลสงบใช่ว่าจะไม่มีคลื่น เสนาบดีเหยียนไม่เคลื่อนไหว บางทีคงกำลังรอคอยให้เจ้าเดินเข้าไปติดกับเสียเอง” เขาส่ายศีรษะเบา ๆ เอ่ยว่า รู้เช่นนี้ ยังคิดพาตนเองเข้าไปเสี่ยงอยู่อีกหรือไม่

“ปณิธานเดิมของข้า หมายจะให้ขุนนางทรราชผู้นั้นได้ชดใช้หนี้ชีวิตให้กับคนตระกูลไป๋” แต่นางเพียงลำพังจะทวงคืนความเป็นธรรมให้บิดาได้อย่างไร

เซียวไห่หลงสบประสานสายตากับหญิงสาวผู้งดงามเป็นหนึ่งตรงหน้า ผู้ใดจะคิดว่าหญิงสาวบอบบางไม่มีแรงแม้แต่จะมัดไก่ กลับมีใจที่แกร่งกล้าเกินสตรี “ตัวโง่งม รู้ทั้งรู้ว่าบนเส้นทางที่กำลังก้าวเดินเต็มไปด้วยอันตรายยิ่งยวด เหตุใดจึงเลือกที่จะเดินต่อไปอีก”

ไป๋พิงถิงยิ้มหยัน “สิ่งที่ข้าสูญเสียหาได้เพียงครอบครัวไม่ ตระกูลไป๋ต้องล่มสลาย กระทั่งจิตวิญญาณก็ถูกพรากผลาญไปแล้วเช่นกัน วันนี้ข้ามีลมหายใจไว้เพื่อแก้แค้น หรือต่อให้กลายเป็นวิญญาณ ข้าก็จะตามจองล้างจองผลาญคนสารเลวเหยียนเป่าไปตลอด

เจ้าเด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่งเกินไปแล้วแววตาของนางดั่งมีคลื่นซัดโหมแฝงไปด้วยความเศร้าคับแค้นชิงชัง แต่ราวกับมีเข็มนับพันเล่มพุ่งแทงทะลุหัวใจเขาจนเป็นรูเว้าแหว่ง

เซียวไห่หลงถอนใจ เพียงแค่คิดว่าเจ้าคนสารเลวเหยียนเป่าได้เปลี่ยนเด็กหญิงตัวน้อยเดิมมีดวงตากระจ่างใสให้กลายเป็นสตรีเย็นชา แววตาไร้ประกายสดใส ก็แทบอยากแล่นไปสังหารมันทิ้งเสียเดี๋ยวนี้  ที่สุดก็ห้ามใจไม่อยู่ ยื่นมือไปกุมมือเล็กของนางไว้กระชับเบา ๆ หมายจะปลอบประโลม

“หยกประจำตัวข้าได้มอบให้เจ้าไปแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าสมองตื้นเขินของเจ้าฉลาดพอที่จะใช้มันหรือไม่”

ของสำคัญเช่นนี้ คิดอยากมอบให้ใครก็มอบได้อย่างนั้นหรือ

ไป๋พิงถิงมีสีหน้าตกตะลึง แม้คาดการณ์เอาไว้แล้วแต่อารมณ์ที่แปรเปลี่ยนไปมาของเขาทำนางงุนงน ทั้งยังคิดไม่ถึงว่าเขาจะมอบหยกล้ำค่าให้นางง่ายดายเพียงนี้ ทว่ามันจะไม่ร้อนลวกมือนางแน่หรือ

“คำโบราณกล่าวว่า พกหยกไว้จึงผิด ครอบครองของล้ำค่าจะนำภัยมาถึงตัว”  

“ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องการแต่แรกอย่างนั้นหรือ” เขาเอ่ยขำ

ไป๋พิงถิงได้ยินที่เขาเอ่ย หัวใจเต้นกระหน่ำลมหายใจสะดุด ไม่ใช่เพราะตกใจกลัวแต่เพราะเขาล่วงรู้ความคิดของนางแต่แรก กลับทำตัวลื่นไหลไปตามน้ำ หลงคิดว่าตนเองฉลาดแท้จริงเป็นแค่ตัวโง่งม สมควรแล้วที่เขาจะหัวเราะขบขัน ครั้นคิดจะอ้าปากกล่าว ประโยคต่อมาของเขาราวกับธนูสายหนึ่งปักลงตรงกลางใจ

“ข้ารู้ว่าเจ้ามิได้โง่งมอย่างที่แสร้งทำ” เขาโอบเอวนางกุมมือนางอีกครั้ง โน้มใบหน้าเข้าประชิดเป่าลมหายใจรดปลายจมูกนาง “คราแรกมิใช่ว่าเจ้ามีใจคิดสังหารข้า เหตุใดจึงลังเลไม่ลงมือเล่า”

โบราณกล่าวว่าทำผิดแล้วถูกจับได้ จะกลายเป็นแพะที่รอเชือด แต่นางจะไม่ยอมเป็นแพะให้ผู้อื่นจับเชือดเล่นระบายอารมณ์แน่...

ไป๋พิงถิงกะพริบตากลมใสซื่อ หัวเราะกลบเกลื่อนเอ่ยน้ำเสียงจริงใจ ผู้อื่นทุ่มเทรักษาอาการบาดเจ็บ กระทั่งยื้อลมหายใจกลับมาได้ จะมีใจคิดสังหารท่านได้อย่างไร” จบคำก็สะบัดมือหลุดจากมือเขาอย่างเป็นธรรมชาติ แสร้งเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พลางลอบสบถด่าในใจ

ใครใช้ให้เขาคิดสังหารนางก่อนเล่า ท่านรักชีวิตแล้วผู้อื่นไม่รักชีวิตหรืออย่างไร คนเลว!

เซียวไห่หลงหรี่นัยน์ตาลุ่มลึกลงเล็กน้อย ความเจ้าเล่ห์ของนางเขย่าหัวใจแกร่งจนอ่อนยวบตัวโง่งม...เจ้าโกหกไม่เก่งเอาเสียเลย

ใบหน้ายิ้มคล้ายไม่ยิ้มของเขาทำนางชะงักงันไปทันที แต่ก็ฝืนเชิดปลายคางขึ้นอย่างไม่กริ่งเกรง หากสายตาดุดันของเขาราวกับจะบดขยี้นางผู้เปรียบเสมือนแมลงตัวเล็ก ๆ ให้ตายไม่เหลือซาก

จิ้งจอกเซียว เขาคิดจะเอาชีวิตนางให้ได้หรืออย่างไร

“ได้ ๆ ข้ายอมพูดแล้ว...” ไป๋พิงถิงถลึงตาใส่เขา คนสมควรตายกลับมองนางด้วยสีหน้าแววตาไม่สะทกสะท้าน

ช่างเถอะ นางหาได้เป็นคนใจดีมีเมตตาอะไรเทือกนั้นอยู่แล้ว ต่อให้เสแสร้งคนฉลาดเช่นเขาย่อมคาดเดาได้ “หากมิใช่เพราะเห็นหยกประจำตัวท่าน ผู้ใดจะมองโจรชั่วเป็นบุรุษสูงศักดิ์กันเล่า

เห็นจะมีแต่นางกระมังที่มองเขาเป็นโจรชั่ว เซียวไห่หลงโมโหจนหัวเราะออกมา นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวเหมือนมองทะลุเข้าไปในความคิดของนาง ก้นบึ้งในดวงตาจึงมีรอยยิ้มจาง ๆ สะท้อนออกมา “เหตุใดถึงรู้ว่าเป็นข้า หรือพวกเราเคยพบกันมาก่อน

เขาลองเอ่ยหยั่งเชิงนาง และเฝ้ารอคอยคำตอบอย่างใจจดจ่อ...

ไป๋พิงถิงขมวดคิ้วเอียงคอครุ่นคิด ครู่หนึ่งจึงเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ข้า...เอ่อ...” นางกลืนน้ำลายรีบเปลี่ยนถ้อยเสียใหม่ “หม่อมฉันเคยได้ยินบิดากล่าวว่า หยกพยัคฆ์เหยียบเมฆาเป็นตราหยกประจำตระกูลเซียว ต่อมาเซียวสวินฉินจวิ้นอ๋องได้มอบหยกชิ้นนี้ให้กับบุตรชายซึ่งก็คืออ๋องเซียวก่อนส่งไปประจำการที่ด่านกวางซีเพคะ"

“นั่นหมายถึงเจ้าล่วงรู้ฐานะข้าแต่แรกแล้ว...”

ไป๋พิงถิงส่ายศีรษะพยักหน้าพร้อมกัน 

************************

หนึ่งหัวใจ หนึ่งคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

39 ความคิดเห็น

  1. #23 zaap55 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:33
    รออออ.
    #23
    0
  2. #15 dokao (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 17:08
    แกล้งน้องสนุกเนอะ
    #15
    0