กลพิชิตรักแม่ทัพร้าย สนพ.Romantic Publishing

ตอนที่ 7 : บทที่ ๕ ตัวโง่งม (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    5 เม.ย. 64



บทที่ ๕ ตัวโง่งม


ตอนที่ ๑


ดวงจันทร์เสี้ยวโผล่พ้นเส้นขอบฟ้า แสงสีเหลืองนวลทอประกายคลี่คลุมผืนดินถ้วนทั่ว

ในเรือนไม้กลางเก่ากลางใหม่ ไป๋พิงถิงกำลังยุ่งอยู่กับการเปลี่ยนผ้าพันแผลให้บุรุษร่างใหญ่ที่ยึดครองเตียงเล็กของนางกว่าครึ่งเดือน เดิมนางก็มิได้ยึดหลักธรรมเนียมปฏิบัติสตรีในห้องหออยู่แล้ว แต่ใช่ว่าการอยู่ร่วมกับชายแปลกหน้าจะทำให้รู้สึกคุ้นชิน อีกทั้งวันเวลาผ่านพ้นไปทีละวันอย่างเชื่องช้าเมื่อต้องอดทนรับมือกับคนสมควรตายผู้นี้

“เจ้าคือทายาทตระกูลไป๋ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารล้างตระกูลครานั้น”

จู่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน ขณะเดียวกันลอบมองประเมินอากัปกิริยาของนางไปด้วย

ไป๋พิงถิงได้ยินดังนั้นถึงกับลมหายใจสะดุด หน้าผากขาวมนมีเหงื่อผุดพราย สองมือกำแน่นกดข่มหัวใจเต้นรัวแรง ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใดที่ดวงตากลมจ้องมองนัยน์ตาคมผ่านหน้ากากเงิน แต่ราวกับเนิ่นนานชั่วกัปชั่วกัลป์ ที่สุดก็ถอนสายตากลับคืน

“ใช่ก็แล้วอย่างไร ไม่ใช่ก็แล้วอย่างไร ในเมื่อตระกูลไป๋ได้ล่มสลายไปแล้ว” นางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ

เซียวไห่หลงกดมุมปากลึกปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ เขาไม่จำเป็นต้องค้นหาคำตอบอันใดจากนางอีก ถ้อยคำเมื่อครู่ได้คลายปมที่ติดค้างในใจจนหมดสิ้นแล้ว

ร่างเล็กโน้มเข้าใกล้ร่างสูง สอดมือทั้งสองข้างใต้ท่อนแขนแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า แล้วค่อยออกแรงดึงผ้าพันแผลตรงหน้าท้องอย่างกินแรง พอเหน็บชายผ้าเก็บปลายเรียบร้อยดีแล้ว วางปลายนิ้วเรียวลงตรงจุดชีพจร ถอนหายใจยาวพลางเอ่ยว่า “ชีพจรของท่านหนักแน่นมิได้อ่อนแรงไร้กำลังเหมือนก่อนหน้านี้ ส่วนพิษในกายได้ถูกขับออกมาจนหมดสิ้น บาดแผลแห้งและปิดสนิทดี ไม่มีสิ่งใดต้องเป็นกังวล อวัยวะภายในได้รับการฟื้นฟูระดับหนึ่ง แต่เพราะท่านบาดเจ็บสาหัสอยู่ก่อนหน้า ซ้ำยังถูกพิษร้าย หากเป็นคนธรรมดามาตรว่าคงท่องอยู่ในแดนน้ำพุเหลืองไปแล้ว ทว่าร่างกายท่านกลับฟื้นฟูได้รวดเร็วแม้แต่ข้าก็ยังรู้สึกประหลาดใจ

นางเอ่ยยืดยาว เขาเพียงหรี่ตาเพ่งพิศมองดวงหน้าอย่างเฉยเมย กระนั้นถ้อยคำแฝงความนัยของนางคนฉลาดปราดเปรื่องเช่นเขาย่อมเข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่ผู้ใดจะสนกันเล่า...

ยิ่งกระต่ายน้อยดื้อรั้น เขาก็ยิ่งนึกสนุกอยากปราบพยศ...

ไป๋พิงถิงถลึงตา คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นเป็นเชิงบอกกับเขาว่า เมื่อท่านหายดีก็สมควรจากไปเสียที จะอยู่เป็นตัวภาระนางอีกทำไม

ใบหน้าที่โผล่พ้นหน้ากาก แลเห็นแนวสันคางเหลี่ยมคมมีหนวดเคราผุดขึ้นเป็นตอบาง ๆ ประปราย มุมปากมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้าย ยามเอ่ยราวกับมีเสน่ห์ดึงดูดใจ “กระต่ายน้อย ดวงตาของเจ้าคู่นี้ช่างงดงามประหนึ่งดวงจันทราทอแสงเปล่งประกายอยู่บนท้องฟ้า น่าเสียดายที่มันไม่อาจซ่อนเร้นความคิดในใจคล้ายเงาสะท้อนผ่านคันฉ่องสีทองแดงนั่น...”

ไป๋พิงถิงมองปลายนิ้วเรียวยาวชี้ไปยังคันฉ่องทองแดง ปรากฏเงาตนเองสะท้อนไหว คราแรกนางรู้สึกตกใจอยู่บ้างด้วยไม่คิดว่าเขาจะมองนางได้กระจ่างดุจนิ้วบนฝ่ามือ แต่เพราะหลายวันมานี้ นางและเขาอาศัยอยู่ร่วมกันจนแทบเป็นเงาตามตัว ย่อมรู้สึกชินชากับนิสัยของเขาไม่น้อย ที่สำคัญเขาทำประหนึ่งว่าเป็นหนอนในลำไส้ของนาง!

“ในเมื่อไม่อาจบิดบังท่านได้ ข้าจะไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป” นางสงบจิตใจ ช้อนดวงตากลมขึ้นมองใบหน้ารูปสลักประหนึ่งหยกชั้นดี แม้จะมีหน้ากากเงินปิดบังอยู่ก็ตาม แต่เพราะเขามีรูปร่างสูงใหญ่กำยำศีรษะของนางจึงอยู่ในระดับปลายคางเหลี่ยมคมของเขาเท่านั้น

ในอดีตบรรพชนตระกูลไป๋เป็นหมอที่เก่งกาจมีชื่อเสียงขจรขจายร้อยปีไม่เสื่อมถอย ท่านพ่อของข้าก็นับว่าเป็นผู้รอบรู้สมุนไพรแตกฉาน ถึงขั้นได้รับใช้ใกล้ชิดฝ่าบาทและเป็นดุจพระสหายคนสนิท ย่อมไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทว่าเหตุการณ์ในครานั้นส่งผลให้ตระกูลไป๋ต้องล่มสลายชั่วพริบตาเอ่ยถึงตรงนี้ แววตาพลันเกิดระลอกคลื่น ดวงหน้างามหมดจดฉายความเจ็บปวดถาโถมเข้ามา ชั่วแล่นประกายหนาวเหน็บในดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นกระแสคลื่นซัดสาดเข้ามาอย่างรุนแรง

บิดาข้าถูกใส่ร้ายป้ายสี ทั้งที่ความจริงเป็นเช่นไรในใจคนพวกนั้นต่างรู้ดี” หยาดน้ำตาไหลรินหยดลงบนหลังฝ่ามือ ร่างเล็กสั่นเทาจนไม่อาจระงับได้ “เพียงเพราะบิดาบังเอิญไปล่วงรู้ความลับของคนพวกนั้น แต่หลายสิบชีวิตในตระกูลไป๋เล่า พวกเขาบริสุทธิ์ดุจผ้าขาวเหตุใดต้องมารับเคราะห์กรรมที่ไม่ได้ก่อไปด้วย” นางกัดฟันก่อนหัวเราะออกมา ขอบตาแดงเรื่อมีหยาดน้ำตาหลั่งไหลออกมาเป็นสาย

เซียวไห่หลงถอนหายใจออกมา นัยน์ตาคมมองนางอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง เห็นร่างบอบบางไม่ขยับเคลื่อนไหวแววตาหม่นเศร้า ในใจเขาไม่อาจสงบลงได้ ยิ่งไม่อาจปลอบใจนางในยามนี้ ทางเดียวคือต้องค่อย ๆ คลายปมในใจนางลงเสียก่อน ในตอนนั้น บิดาเจ้ามีโทษลอบวางยาพระสนมจึงต้องโทษประหาร แม้จะยื้อชีวิตเจิ้นเต๋อเฟยกลับมาได้กลับต้องสูญเสียครรภ์มังกร ซ้ำร้ายเจิ้นเต๋อเฟยยังไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีก เหตุนี้ตระกูลไป๋ถึง...”

ไป๋พิงถิงยิ้มหยัน “ล้วนเป็นสิ่งที่คนพวกนั้นคิดป้ายสีบิดาของข้า ที่ผ่านมาบิดาได้ช่วยชีวิตผู้คนไว้ไม่น้อย ท่านคิดว่าผู้ที่จิตใจมีคุณธรรมมากล้น เมตตาปรานีดุจพระโพธิสัตว์จะมีใจเลวทรามต่ำช้าสังหารทารกในครรภ์ผู้อื่นจนไม่มีโอกาสได้ลืมตามองดูความโหดร้ายของผู้เป็นมารดาได้อย่างนั้นหรือ”

บางที...บางสิ่งบางอย่างก็ยากอธิบายออกมาเป็นถ้อยคำได้ เรื่องบางเรื่องมันซับซ้อนเกินกว่าที่ข้าจะเอ่ยอธิบายให้นางเข้าใจได้ในยามนี้

ผู้ใดบ้างไม่รู้ บิดาของข้าจงรักภักดีต่อผู้เป็นเจ้าเหนือหัวมาตลอดกระทั่งลมหายใจสุดท้ายที่ถูกพรากผลาญไป แม้แต่จิตวิญญาณก็มอบให้ได้โดยไม่คิดคำนึง เสียดายที่หยั่งไปไม่ถึงน้ำพระทัยฝ่าบาท…”

เจ้าผิดแล้ว

เซียวไห่หลงมีสีหน้าคลุมเครือ นัยน์ตาคมเข้มไม่มีแววหยอกล้อเช่นก่อนหน้า “หากชะตากรรมของคนตระกูลไป๋หยั่งไปไม่ถึงพระทัยฝ่าบาท เจ้าคิดว่าตนเองจะยังมีชีวิตรอดได้อยู่อีกหรือ หลายปีมานี้เจ้าหนีพ้นการตามล่าของคนพวกนั้นได้เพราะเหตุใดกันเขามองลึกลงในดวงตาคู่งาม เห็นก้นบึ้งในดวงตาเยียบเย็นแฝงดื้อรั้น จึงส่ายศีรษะเอ่ยเสียงเย็นชา

เสนาบดีเหยียนในยามนั้นนับว่ามีอำนาจบารมีอยู่ไม่น้อย ทั้งที่ความจริงก็เป็นแค่จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่เก็บหัวซ่อนหาง อาศัยตระกูลเจิ้นที่เป็นดั่งรากต้นไม้ใหญ่แผ่ขยายอย่างไม่สิ้นสุด ยิ่งสองตระกูลเหยียนและเจิ้นร่วมมือกัน ขุนนางในราชสำนักกว่าครึ่งย่อมมีใจเอนเอียงไปทางสองตระกูลใหญ่ คิดจะโค่นล้มต้นไม้ใหญ่ทีเดียวสองต้นย่อมไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย ยิ่งในยามที่บัลลังก์มังกรไม่มั่นคง กอปรกับหลังการสับเปลี่ยนรัชสมัยได้ไม่นาน ฝ่าบาทย่อมทนรับแรงกดดันที่ทวีถาโถมเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ไหว ทว่าในพระทัยของฝ่าบาทมีเพียงพระองค์ที่รู้ดีที่สุด ผู้ใดภักดี ผู้ใดทรราช ผู้ใดเป็นโจร”

เขาเหลือบตามองดวงหน้าหม่นเศร้า เอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เดิมทีข้าเองก็ไม่เข้าใจ แต่หลังพบเจ้าจึงกระจ่างแจ้งในใจ” เขาเว้นระยะมองดวงหน้างาม เห็นแววดื้อรั้นในดวงตาจึงถอนหายใจออกมาคำรบหนึ่ง “ลองหลับตาใคร่ครวญดูเถิด หากคนพวกนั้นคิดจะพลิกแผ่นดินตามหาเจ้าย่อมไม่ใช่เรื่องยาก แต่เพราะฝ่าบาททรงมีรับสั่งห้ามมิให้ผู้ใดกล่าวถึงและรื้อฟื้น เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนจึงค่อย ๆ ลืมเลือนโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญของคนตระกูลไป๋...”

ตระกูลไป๋ของข้าหาได้เป็นกบฏ! และใช่ว่าจะไม่มีคุณงามความดีสมควรให้กล่าวถึง” นางเอ่ยน้ำเสียงเย้ยหยัน แววตาดื้อรั้น เมื่อความผิดหวังเอ่อล้นท่วมท้นในใจ “ผู้ที่มีหัวใจมังกรล้วนแล้วแต่เย็นชาไร้ใจ ยากจะหยั่งถึง ทว่าคนพวกนั้นต้องมีจิตใจอำมหิตถึงเพียงใดกัน... ถึงสังหารให้เข่นฆ่าหลายสิบชีวิตเพียงต้องการเซ่นสังเวยให้กับความเกรี้ยวกราดของเจิ้นเต๋อเฟย

เซียวไห่หลงมองแววตาเจ็บปวดของนาง ร่างเล็กสั่นเทาเหมือนกลีบบุปผาร่วงโรยลงพื้นแล้วถูกขยี้ซ้ำ ใจนึกอยากยื่นมือออกไปปลอบประโลม แต่นางตอนนี้เหมือนสุนัขจนตรอก หวาดระแวงยากจะไว้ใจผู้ใด ลังเลครู่หนึ่งก่อนยื่นมือออกไปเช็ดซับหยดน้ำใสไหลกลิ้งบนแก้มขาวเปียกชุ่มให้นาง รอจนคนตัวเล็กสงบใจลง จึงเอ่ยขึ้นว่า เรื่องบางเรื่อง บางทีอาจมิได้เป็นอย่างที่เจ้าคิด...

“เช่นนั้น เพราะอะไร!? ไป๋พิงถิงเอ่ยอย่างแปลกใจ

************************

หนึ่งหัวใจ หนึ่งคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

39 ความคิดเห็น