กลพิชิตรักแม่ทัพร้าย สนพ.Romantic Publishing

ตอนที่ 4 : บทที่ ๓ หนี้แค้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,053
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    5 เม.ย. 64


   บทที่ ๓ หนี้แค้น

เสียงไก่โก่งคอขันรับแสงแรกอรุณของรุ่งเช้าวันใหม่ ร่างเล็กขยับเปิดเปลือกตาเบา ๆ มือเรียวขาวยกขึ้นบดบังแสงแดดอ่อนลอดผ่านช่องหน้าต่าง ลมสายหนึ่งเย็นยะเยือกพัดโชยกระทบใบหน้านวลเนียน คิ้วเรียวโก่งดุจพระจันทร์เสี้ยวยาวจรดปลายหางตาขมวดขึ้นเป็นปม ดวงตากระจ่างใสบริสุทธิ์ดุจน้ำค้างกวาดมองรอบด้านก่อนหยุดตรึงสายตาบนร่างของบุรุษปริศนาที่ยึดครองเตียงของนางเอาไว้ตลอดทั้งคืน

ดวงตากลมโตจ้องมองอย่างพิจารณา ใบหน้าคมภายใต้หน้ากากเงินเป็นเช่นไรนั้นนางแทบไม่ต้องคาดเดา ปลายจมูกโด่งที่โผล่พ้นหน้ากากสีเงินยวงขึ้นเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบแดงชุ่มชื่นดุจสตรีกลับมีคิ้วกระบี่ดำขลับพาดเฉียงน่าเกรงขาม เผยให้เห็นองคาพยพที่ค่อนไปทางหล่อเหลาแฝงดุดัน

หางตานางกระตุกคราหนึ่ง เมื่อคิดขึ้นได้ว่าตนเองเกือบถูกคนผู้นี้สังหารตายไปแล้ว

สำหรับคนผู้นี้ หากกล่าวว่ามีใจอำมหิตยังน้อยไปด้วยซ้ำ ชั่วขณะความคิดเตลิดไปไกลอย่างไร้ทิศทาง กลางฝ่ามือสัมผัสได้ถึงแรงบีบกระชับแน่น ความร้อนจากฝ่ามือที่แนบสนิทของเขาราวกับมีเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกระแสความอบอุ่นแผ่ซ่านแทรกเข้ามาอย่างช้า ๆ

สองตาที่เบิกกว้างของนางหรี่ลงฉับพลัน หัวใจเต้นแรงหลังดึงมือเล็กออกจากการเกาะกุมตามสัญชาตญาณ กลีบปากอิ่มเม้มแน่นก้มมองมือที่ยังรู้สึกร้อนลวกอยู่บ้าง เสียงพึมพำคล้ายละเมอแผ่วเบาแทบจับภาษามิได้ กระตุ้นให้นางกวาดตามองใบหน้าซีดเซียวราวกระดาษแน่วนิ่ง ครั้นแลเห็นข้างขมับของเขามีเหงื่อเม็ดโผุดพราย กรามแกร่งบดแน่นสีหน้าฉายความเจ็บปวดทรมาน ภาพก่อกวนจิตใจให้สับสนเป็นเท่าทวี

ไป๋พิงถิงยื่นมือออกไปใช้นิ้วมืออุ่นร้อนไล่ผ่านกรอบหน้าคมสัน สัมผัสผิวสากกระด้างมีหนวดเคราผุดขึ้นจาง ๆ ก่อนวางปลายนิ้วลงบนหน้ากากเงินชวนให้ขวัญกระเจิง อันที่จริงทั่วทั้งแผ่นดินแคว้นฉินผู้ที่สวมหน้ากากสีเงินยวงมีอยู่ดาษดื่น แต่ผู้ที่ครอบครองหยกเขียวมรกตแกะลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาใต้หล้ามีเพียงคนผู้เดียว

แต่ไฉนจึงเป็นเขา...

อ๋องเซียว! บุตรชายเซียวสวินฉินจวิ้นอ๋อง ทว่าเหตุใดเขาถึงมาปรากฏตัวที่เมืองหนานผิงได้เล่า แววตานางพลันเปลี่ยนไปฉับพลัน ในหัวสมองคล้ายมีปมที่พันแน่น ลมหายใจสับสน

มือเรียวบิดผ้าในอ่างน้ำเช็ดซับเหงื่อข้างขมับให้ชายหนุ่ม เห็นเขามีท่าทีสงบลงก็คิดจะพาตนเองออกไป มีอีกหลายสิ่งที่นางต้องรีบไปจัดการรวมถึงตัวภาระที่หลับใหลมิได้สติ เท้าเล็กยังไม่ทันได้ก้าวเดินความตั้งใจของนางพลันพังทลายเมื่อร่างสูงที่คล้ายลมหายใจสม่ำเสมอกลับเกร็งกระตุกพร้อมเปล่งเสียงร้องคำรามประหนึ่งสัตว์บาดเจ็บ

“อ๊าก!…

ร่างเล็กพลันชะงักค้าง รีบหมุนตัวกลับมากวาดตามองสำรวจใบหน้าซีดเซียวไร้สีโลหิตของเขา ก่อนวางมือเรียวขาวลงบนหน้าผากกว้างเหนือคิ้วกระบี่ขมวดรัดคล้ายปม

เมื่อสัมผัสไอร้อนผ่าวราวกับไฟกองหนึ่งกลางฝ่ามือ หว่างคิ้วเรียวขมวดมุ่นก่อนรีบร้อนดึงมือออกแล้วคลายสาบเสื้อตัวนอกของเขาโดยพลัน กวาดดวงตากลมตามองสำรวจบาดแผลทั่วเรือนกายกำยำอย่างระมัดระวังเป็นอันดับแรก แม้รู้สึกเบาใจที่เห็นบาดแผลยังปิดสนิทดี กลับอดเป็นกังวลใจอาการบาดเจ็บภายในของเขามิได้

เข็มเงินเล่มหนึ่งถูกนำออกมาแทงลงตรงจุดต้นคอหลังหูของเขาทันที แล้วรีบร้อนคว้าข้อมือใหญ่พลางวางปลายนิ้วลงตรงจุดชีพจร ในใจครุ่นคิดว่าคนผู้นี้นับว่าไม่เลว สามารถอดทนต่อความทรมานแสนสาหัสกระทั่งยื้อชีวิตไว้ได้ หากเป็นคนธรรมดามิได้มีร่างกายแข็งแรงดุจวัว มาตรว่าคงเหยียบย่างประตูนรกไปนานแล้ว

ไป๋พิงถิงหยิบยาเม็ดหนึ่งจากห่อผ้ายัดใส่ปากเขา เฝ้าสังเกตลมหายใจค่อย ๆ ผ่อนคลายจนสงบลง สีหน้ากระสับกระส่ายพลันนิ่งสงบ จึงผ่อนลมหายใจโล่งอก แต่กลับไม่วางใจเสียทีเดียว มือเรียวขาวกระตุกสายรัดเอวของเขาออกแหวกสาบเสื้อเปิดกว้าง สอดสองมือเล็กเข้าใต้สาบเสื้อลูบไล้ปัดป่ายสำรวจทั่วเรือนกายกำยำ

ขณะที่นิ้วมือเล็กเคลื่อนผ่านมัดกล้ามทีละมัด สีหน้าไร้แววขัดเขิน ดวงตากลมมองสำรวจอย่างเพลิดเพลิน จึงไม่ทันสังเกตเห็นเสี่ยวซีที่เพิ่งก้าวเท้าเดินเข้ามา

เสี่ยวซีในมือประคองอ่างน้ำและผ้าสะอาดเฉกเช่นทุกวัน เห็นคุณหนูปล่อยเรือนผมรุ่ยร่ายสยายเคลียบ่าอยู่บนเตียงเดียวกับบุรุษร่างใหญ่ ก็ชวนให้ความคิดเตลิดไปไกล ทั้งตกใจตะลึงงันจนเอ่ยสิ่งใดไม่ออก ริมฝีปากได้แต่อ้า ๆ หุบ ๆ คล้ายปลาขาดน้ำ

สาวใช้ร่างบางตัวแข็งทื่อยืนแน่วนิ่งเบิกตากว้างมองคุณหนูใช้สองมือเคลื่อนลูบไล้สำรวจเรือนกายบุรุษอย่างเชื่องช้าดุจรักถนอมอย่างยิ่งยวด แต่แล้วหัวใจเสี่ยวซีคล้ายลูกหนังที่เขวี้ยงออกจากอกกระเด็นกระดอนอย่างไร้ทิศทาง ยามเห็นคุณหนูดึงรั้งขอบกางเกงของชายแปลกหน้าค่อย ๆ เลื่อนลงทีละนิด ละนิด...

คุณหนู! ทะท่านจะทำอันใดเจ้าคะ” เสี่ยวซีมีสีหน้าตื่นตระหนกกว่าเดิม ดวงตาเบิกโพลง สองแก้มแดงก่ำบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย

ไป๋พิงถิงกะพริบตาปริบ ๆ มองสาวใช้คนสนิทกรีดร้องอย่างตลึงงัน “ข้า...ข้าก็แค่...” เอ่ยอธิบายยังไม่จบสาวใช้ตัวน้อยก็ทำท่าจะกรีดร้องขึ้นมาอีกคำรบหนึ่ง พริบตาเดียวนางก็พุ่งปราดเขาประชิดร่างเสี่ยวซี แล้วอุดปากสาวใช้คนสนิทเอาไว้ก่อนเอ่ยปรามเสียงเบา “เสี่ยวซี! เงียบก่อน”

“อื้อ...อื้อ...” เสี่ยวซีพยักหน้าหงึก ๆ กะพริบตามองคุณหนูอย่างงุนงง

ไป๋พิงถิงเห็นสาวใช้คนสนิทยอมคล้อยตาม จึงคลายใจลงแล้วเอ่ยขึ้นว่า เจ้าอยากให้แม่นมหวังตกใจจนเป็นลมตายหรืออย่างไร หรืออยากให้ผู้อื่นรู้ว่าข้าแอบซ่อนบุรุษเอาไว้ในห้องนอนกันแน่!”

เสี่ยวซีส่ายศีรษะเป็นพัลวัน แค่ได้ยินชื่อแม่นมหวังแผ่นหลังก็เย็นวาบขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่เพราะถูกปิดปากเอาไว้สาวใช้ตัวน้อยจึงได้แต่ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ทว่าสองนายบ่าวยังไม่ทันได้คลายความกังวล หน้าประตูพลันมีเสียงหวีดร้องของหญิงชราดังขึ้น   

คุณหนู!แม่นมหวังยกมืออันเหี่ยวย่นขึ้นทาบอกที่จวนจะกระเด็นกระดอนออกมาอยู่รอมร่อ ภาพคุณหนูปล่อยเรือนผมสยายรุ่ยร่ายยุ่งเหยิงสวมเพียงชุดนอนเบาบางเต็มไปด้วยร่องรอยยับย่น ซ้ำร้ายบนเตียงยังมีชายแปลกหน้านอนหลับใหลอยู่ในสภาพเปลือยแผ่นอก ก็ถึงกับแผดเสียงสูง

นะนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับหนูของบ่าว เหตุใดถึงได้เคราะห์ร้ายเยี่ยงนี้

ไป๋พิงถิงคิ้วตากระตุกถี่ คิดจะเอ่ยปากสอด ทว่ายังไม่ทันได้ขยับริมฝีปากแม่นมหวังก็ก้าวเดินพรวด ๆ เข้ามาจับนางหมุนซ้ายหมุนขวากวาดตาสำรวจ ครั้นเห็นลำคอของคุณหนูมีร่องรอยแดงคล้ายถูกบีบเคล้น ร่างของหญิงชราสั่นสะท้านไม่หยุด ในใจเกรี้ยวกราดนึกอยากสับร่างคนผู้นี้ให้เป็นพันชิ้น

แม่นมหวังใช้มือหยาบกร้านปาดน้ำตา หันมาถลึงตาใส่โจรชั่วสารเลวที่หลับใหลไม่ได้สติ ตวาดน้ำเสียงแหบแห้งสั่นเครือ โจรชั่วช้าสารเลว! กล้าดีอย่างไรถึงมารังแกคุณหนูของข้า เร็วเข้าเสี่ยวซีรีบหยิบไม้มาให้ข้า จะตีมันให้ตาย ตีมันให้ตาย...

ไป๋พิงถิงรีบคว้าข้อมือแม่นมหวังเอาไว้ นางส่ายศีรษะเนิบช้ามุมปากคลี่ยิ้มน้อย ๆ แม่นมหวัง ข้าไม่เป็นอันใด

“ตะ...แต่...” แม่นมหวังโมโหจนเหนื่อยหอบ เหลือบมองบุรุษปริศนาบนเตียงสลับกับใบหน้าของคุณหนู

แววตาของแม่นมหวังเต็มไปด้วยความห่วงใยแฝงคาดคั้น ทำให้หัวสมองนางพลันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

“แม่นมหวังย่อมรู้ว่าข้าไม่มีทางยอมให้ผู้ใดมารังแกได้ง่าย” ไป๋พิงถิงเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางกุมมือเหี่ยวย่นของหญิงชราเอาไว้ “คนผู้นี้บาดเจ็บสาหัสข้าเพียงช่วยเขาไว้เท่านั้น”

แม่นมหวังส่ายศีรษะอย่างไม่เห็นด้วย สถานการณ์อันตรายเช่นนี้เราไม่ควรเปิดเผยตัว ยิ่งไม่สมควรช่วยคนแปลกหน้า ความจริงคุณหนูปล่อยให้คนผู้นี้ตายเสียก็ได้ กลับเลือกที่จะช่วยชีวิตเขาไว้ บ่าวเกรงว่าคุณหนูย่อมต้องมีเหตุผลอื่นกระมัง...

 สังหารเขาทิ้งย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใดต่อข้า ซ้ำร้ายจะนำเภทภัยมาถึงตัวเสียเปล่า” ไป๋พิงถิงหยิบหยกเขียวที่นางเก็บไว้ใต้สาบเสื้อส่งให้แม่นมหวัง 

คุณหนู! คนผู้นี้คือ...” แม่นมหวังอุทานเสียงดัง สีหน้าพลันตื่นตระหนกยากจะระงับ

ไป๋พิงถิงพยักหน้า “เซียวไห่หลงจวิ้นอ๋อง...”

อ๋องเซียว! เช่นนั้นแล้ว พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ” แต่พอนึกอะไรขึ้นได้ แม่นมหวังพลันส่ายหน้าเอ่ยปากคอสั่น “คุณหนู มิสู้ปล่อยให้เรื่องเลวร้ายผ่านไปดุจลมสายหนึ่งมิได้หรือเจ้าคะ พวกเราต่างก็สูญเสียและเจ็บปวดมากพอแล้ว บะ...บ่าวไม่อยากให้ท่านกระทำเรื่องที่เสี่ยง ยิ่งเป็นคนของราชสำนักด้วยแล้ว พวกเราก็ยิ่งไม่ควรเข้าไปพัวพัน

ไป๋พิงถิงคล้ายถูกกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง น้ำตาหลั่งรินออกมาด้วยความเจ็บปวดสุดแสน โลหิตในกายแล่นพล่านเกรี้ยวกราด

หลายสิบชีวิตที่ต้องเซ่นสังเวยให้กับความเลวของคนผู้นั้น จะให้ข้าลืมเลือนไปได้อย่างไร

แต่...หลายปีมานี้พวกเราต่างก็ผ่านมันมาด้วยความยากลำบากนะเจ้าคะแม่นมหวังลนลานคว้ามือเรียวของคุณหนูกุมเอาไว้แน่น ใจคิดเกลี้ยกล่อมอีกคำ ทว่าสีหน้าจริงจังแววตาแน่วแน่เด็ดเดี่ยวของผู้เป็นนาย ทำให้หญิงชราได้แต่ถอนหายใจหนักออกมายืดยาว บ่าวคงรั้งความคิดคุณหนูไว้ไม่ได้จริง ๆ เสียดายชีวิตหญิงแก่ไร้ค่า นอกจากรอคอยวันที่จะไปพบฮูหยิน นายท่าน ก็ทำประโยชน์อันใดให้คุณหนูมิได้

แม่นมหวังอย่าได้เอ่ยเช่นนี้ไป๋พิงถิงรู้สึกปวดแปลบในโพรงอก ความหม่นเศร้าถาโถมเจ็บปวดเหมือนถูกมีดคมกริบกรีดเปิดปากแผลให้กว้างขึ้น กระแสคลื่นขุ่นมัวสาดซัดเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า คล้ายพายุที่พัดทำลายภูเขาน้ำแข็งจนทลายลงไม่เหลือชิ้นดี น้ำเสียงยามเอ่ยจึงเย็นชาสุดกลั้น เพื่อปกป้องข้า...ท่านถึงกับยอมเฉือนก้อนเนื้อในอก เพื่อช่วยข้าท่านต้องทุกข์ทรมานใจมากเพียงใดมีหรือข้าจะไม่รู้

“คุณหนู...”

ไป๋พิงถิงร่างสะท้านอย่างยากระงับ ในใจเหน็บหนาวคล้ายร่างถูกเหวี่ยงลงในหุบเหวลึกไร้ก้นบึ้ง แม่นมหวังและเสี่ยวเหมยต่างก็เสียสละเพื่อข้ามามาก มันมากเกินพอแล้วจริง ๆ...กล่าวได้เพียงเท่านี้ ในโพรงอกคล้ายมีความเจ็บปวดขุมหนึ่งแล่นปราดเข้ามา ประหนึ่งว่าต้องการบดขยี้หัวใจให้แหลกลาญ ห้าปีที่หัวใจของนางเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ และความรู้สึกเสียใจผุดขึ้นมาในส่วนลึกของจิตใจราวกับฝันร้าย

“ทุกคราที่ข้าหวนคิดถึงเรื่องราวในในอดีต คล้ายวิญญาณถูกพร่าผลาญไปแม้แต่กระดูกก็แหลกลาญเป็นธุลี ไป๋พิงถิงคลี่ยิ้มเย้ยหยันในโชคชะตาบางทีข้าก็อยากลืมความทุกข์ระทมเหล่านั้นแล้วติดตามท่านพ่อ ท่านแม่ไปยังปรโลก

คุณหนู...แม่นมหวังกลั้นเสียงสะอื้นในลำคอ หากมิใช่เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันครานั้นทำให้ฮูหยิน นายท่านและเสี่ยวเหมยจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ยังเปลี่ยนหญิงสาวผู้มีจิตใจอ่อนโยนเป็นดั่งบุปผาต้องวสันต์ ให้มีจิตใจแข็งกร้าวเย็นชา คิดถึงตรงนี้หญิงชราก็แทบเก็บกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

ไป๋พิงถิงวางมือเรียวเล็กลงบนหลังมือเหี่ยวย่น ตบเบา ๆ พลางเอ่ยปลอบประโลมหญิงชรา ใช่ว่าข้าจะไม่รู้ว่าท่านเองก็รู้สึกเจ็บปวดใจเพียงใด วางใจเถอะ คนสารเลวผู้นั้นไม่ว่าอย่างไรจะต้องชดใช้ให้คนตระกูลไป๋รวมทั้งเสี่ยวเหมย ข้าสาบาน!

“ไม่เจ้าค่ะ ลำพังคุณหนูจะต่อกรกับคนผู้นั้นได้อย่างไร”

“แม่นมหวัง บัดนี้ข้ามิใช่ไป๋พิงถิงหญิงสาวผู้อ่อนแอและโง่เขลาเช่นในอดีตอีกแล้วนางถอนหายใจออกมา เปลือกตาหลุบลงกดข่มความเคียดแค้นเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจ

ตระกูลไป๋ล่มสลาย ท่านพ่อท่านแม่ เสี่ยวเหมยทุกคนในตระกูลล้วนแต่นอนตายตาไม่หลับ คนผู้นั้นกลับใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายโดยไร้สำนึก ดังนั้นไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด จะห้าปี สิบปี หรือทั้งชีวิตก็ตาม นางสาบานไว้แล้วว่าจะทวงแค้นจากคนสารเลวเหยียนเป่ามาให้จงได้

นางจะไม่ยอมให้ทุกคนต้องตายอย่างไร้ความเป็นธรรม ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็จะทวงหนี้แค้นหนี้เลือดของคนตระกูลไป๋มาให้ครบ...  

************************

หนึ่งหัวใจ หนึ่งคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

39 ความคิดเห็น