กลพิชิตรักแม่ทัพร้าย สนพ.Romantic Publishing

ตอนที่ 2 : บทที่ ๒ ฝังเข็มช่วยชีวิต (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    5 เม.ย. 64



บทที่ ๒ ฝังเข็มช่วยชีวิต


ตอนที่ ๑


ปลายยามโฉ่ว3เป็นเวลาที่คนทั้งเมืองหลับลึก

หากมิใช่เพราะมีบุรุษปริศนาลอบเข้ามาในห้องยามวิกาลในค่ำคืนที่มีหมอกหนาทึบ อากาศเย็นจัดเช่นนี้นางคงหลับสบายภายใต้ผ้าห่มหนานุ่มฝันดีไปแล้ว ทว่าตอนนี้ทำได้เพียงก่นด่าตนเองเป็นครั้งที่ร้อยรอบ ไม่รู้ว่านางโง่งมหรือฟั่นเฟือนกันแน่ ทั้งที่มีโอกาสสังหารคนผู้นี้ได้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ที่สุดเลือกที่จะช่วยเขาเอาไว้

ยามนี้จึงไม่รู้ควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี...

เหลือบตามองบุรุษชุดดำแวบหนึ่ง ครึ่งหน้ามีหน้ากากเงินปิดบังซ่อนเร้น กระนั้นก็รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าเขามีใบหน้าคมคายหล่อเหลายิ่ง

นิ่งสงบใจนานครู่หนึ่งก่อนหันไปลงมือปลดเปลื้องอาภารณ์ตัวนอกของเขา ตามด้วยเสื้อตัวในที่เต็มไปด้วยโลหิตมีกลิ่นคาวคละคลุ้งออกจากเรือนกายกำยำอย่างระมัดระวังยิ่ง โดยไม่รู้ว่าท่าทางงุ่มง่ามเงอะงะของนางได้ตกอยู่ภายใต้สายตาคมกริบของบุรุษสวมหน้ากากสีเงิน

เมื่ออาภรณ์หลุดออกจากเรือนร่างกำยำ เผยความแข็งแกร่งบึกบึนจนนางไม่อาจละสายตาเบิกโต ดวงตากลมสุกใสทอประกายวับวาวกวาดมองสำรวจแผ่นอกกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้ามตึงแน่นล่อลวงชวนให้สัมผัส

คนผู้นี้มีสีผิวเข้มไม่ถึงกับคล้ำ ทั่วร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามพอกระทบแสงสว่างเรือง ๆ จึงมองเห็นเส้นโลหิตที่ปูดโปนทุกเส้นเด่นชัดจนปฏิเสธมิได้ว่าเขามีรูปร่างสมส่วน สองบ่าแกร่งสง่าผึ่งผาย

ไป๋พิงถิงกวาดสายตาไล่มองอย่างครุ่นคิด ทั่วร่างกายคนผู้นี้ล้วนเต็มไปด้วยบาดแผลมากมายนับไม่ถ้วน จู่ ๆ จิตใจพลันรู้สึกอ่อนไหว ลำคอตีบตันขึ้นมาทันที ความรู้สึกมากมายคละเคล้าปะปนบอกไม่ถูก ร่างเล็กนิ่งอึ้งพักใหญ่ ที่สุดก็ขยับกลีบปากแดงสดเอ่ยถามโพล่งออกไปกลางความเงียบงัน

กี่ครั้งแล้วที่ท่านเหยียบย่างเข้าประตูผี กี่ครั้งที่ท่านรอดพ้นความตายมาได้เช่นนี้...” 

สีหน้าชายหนุ่มนิ่งขรึม แล้วปิดเปลือกตาลงโดยไม่เอ่ยคำใด เสมือนว่าต้องการให้ความเงียบงันเป็นคำตอบ

หากเสี้ยวเวลาหนึ่ง นางพลันรู้สึกว่านัยน์ตาสีดำสนิทคู่นี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก ในความประหลาดใจกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย

ไป๋พิงถิงกลั้นหายใจก่อนวางผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตลงในอ่างน้ำ หลังทำแผลให้บุรุษตัวโตที่ยึดครองเตียงเล็กของนางมากกว่าครึ่ง ชั่วขณะนั้นไม่รู้มีลมสายหนึ่งพัดโชยมาจากทางทิศใด กระทบเปลวไฟในตะเกียงวูบไหวคล้ายระลอกคลื่น แสงสีเหลืองนวลสาดกระทบเสี้ยวหน้าคมเข้ม แม้จะสวมหน้ากากเงินปิดบังใบหน้าไว้กว่าครึ่งกลับมิได้ลดทอนความหล่อเหลาแฝงดุดันชวนให้รู้สึกพรั่นพรึง

ฉวยโอกาสที่ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอลอบมองสำรวจใบหน้าคมอย่างพิจารณา ว่าไปแล้วคนผู้นี้นับว่าหล่อเหลาสง่างามไม่น้อย เสียก็แต่ว่านัยน์ตาคู่นั้นดุดันแฝงเหี้ยมเกรียมเสมือนสัตว์ร้ายก็ไม่ปาน ในยามที่ความคิดโลดแล่นไปไกล แวบหนึ่งทันสังเกตเห็นแววตาของเขาฉายความอ่อนโยนแฝงอยู่จาง ๆ จนแทบไม่อยากเชื่อว่าคนผู้นี้จะเป็นคนเดียวกับที่คิดสังหารนางเมื่อครู่

ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงวางปลายนิ้วเรียวยาวดุจต้นหอมทาบบนบาดแผลทั้งเก่าและใหม่ ในใจอดคิดมิได้ว่าหากเป็นคนธรรมดาป่านนี้คงเดินผ่านเส้นทางหวงเฉวียน4ไปแล้ว ทว่าคนผู้นี้กลับยื้อชีวิตเอาไว้กระทั่งมาพบนาง

บางทีอาจเพราะดวงเขายังไม่ถึงฆาต ไม่ก็ประตูนรกไม่เปิดรับคนเลว...

คิดถึงตรงนี้ไป๋พิงถิงเผลอยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี จากนั้นจึงหันไปคลี่ห่อผ้าสีขาวเปิดออก นำเข็มเงินเล่มหนึ่งลนเปลวไฟจากเทียนไขอย่างคล่องแคล่วโดยไม่รู้ว่าอากัปกิริยาของตนนั้น ตกอยู่ภายใต้สายตาคู่คมที่คอยจับจ้องมองอย่างไม่วางตา และเป็นชั่วเวลาเดียวกับที่นางเหลือบตาขึ้นมองมองเขา ดวงตาสองคู่จึงสบประสานสายตากันพอดิบพอดี

แวบหนึ่งในดวงตาคู่งามฉายแววขัดเขิน ขณะที่นัยน์ตาคมเข้มขึ้น แลดูลึกล้ำดุจบ่อน้ำขนาดใหญ่ไร้ก้นบึ้ง

ท่านอาจเจ็บปวดสักเล็กน้อยคิ้วเรียวสวยเลิกขึ้น และตั้งท่าเตรียมจะจิ้มเข็มเงินลงตรงจุดชีพจรตรงปลายนิ้วหัวแม่มือ แต่เป็นชายหนุ่มที่ตวาดเสียงเข้มห้ามปรามออกมาเสียก่อน

“เจ้าจะทำอันใด!” เสียงที่เปล่งออกมาจากฟันที่กระทบกันดุดันแฝงข่มขู่ กรามแกร่งบดแน่นนัยน์ตาฉายแววอำมหิต แผ่ซ่านไอเย็นกดดันรอบด้านให้กลายเป็นน้ำแข็งชั่วพริบตา แต่เพียงขยับตัวเล็กน้อยก็กระอักโลหิตก้อนหนึ่งออกมา ความเจ็บปวดขุมหนึ่งแผ่ขยายส่งผลให้สติเริ่มเลือนราง ประสาทสัมผัสและปฏิกิริยาจึงเชื่องช้าลงไม่น้อย

“...” ไป๋พิงถิงกะพริบตาอย่างงุนงง ปากอ้าพะงาบกลับไร้เสียง

 เซียวไห่หลงยกมือขึ้นเช็ดคราบโลหิตตรงมุมปากอย่างคร้านจะใส่ใจต่อความเจ็บปวด แล้วกระอักไอออกมาเบา ๆ อีกคำรบหนึ่ง เขากดมุมปากหยักยิ้มหยัน ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าอวัยวะภายในได้ถูกทำลายไปแล้วบางส่วน ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสแทบเอาชีวิตไม่รอด ในยามนี้แม้จะอ่อนล้าเต็มที แต่ก็หาได้ละทิ้งสัญชาตญาณระแวดระวังอย่างสิ้นเชิง กลั้นใจกัดฟันคว้าข้อมือเรียวขาวของนางเอาไว้ เอ่ยถามย้ำด้วยแววตาคาดคั้น

ข้าถามว่าเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่!”

ไป๋พิงถิงรู้สึกเจ็บแปลบตรงข้อมือ จึงสะกดกลั้นโทสะไว้ไม่อยู่ ถลึงตามองเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ท่านตาบอดหรืออย่างไร ก็เห็นอยู่ว่าข้ากำลังจะฝังเข็มช่วยชีวิตท่าน” ถอนหายใจพลางกลอกตาขึ้นมองฟ้า ก่อนเอ่ยต่อว่า “หากข้าต่ำช้ากว่านี้อีกนิด ป่านนี้คงสังหารท่านไปแล้ว ไยต้องเปลืองแรงรักษาบาดแผลให้ท่านด้วยเล่า”

เซียวไห่หลงจ้องมองดวงหน้าใสกระจ่าง เส้นผมดำขลับดุจปีกกาสยายเคลียบ่าเล็ก ดวงตาคู่งามเปล่งประกายสุกใสประหนึ่งดวงจันทราทอแสง แลดูบอบบางถึงเพียงนี้ ราวกับสัมผัสเบา ๆ ก็อาจแตกสลายได้ทันที จึงคลายมือใหญ่ที่เมื่อครู่เผลอกุมข้อมือเรียวเล็กของนางไว้ นัยน์ตาคมอ่อนแสงเอ่ยน้ำเสียงแฝงรู้สึกผิด ขออภัยแม่นาง เมื่อครู่เป็นข้าที่เผลอล่วงเกินเจ้า

คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ก่อนเบือนหน้าหนีคล้ายต้องการสะกดความหงุดหงิดในใจ และเลือกที่จะไม่สนใจนัยน์ตาชวนให้รู้สึกปั่นป่วนคู่นั้น พลางใช้ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงรอบข้อมือขาวเวลานี้มีรอยแดงช้ำปรากฏจาง ๆ แม้จะโมโหจนอยากสังหารคนผู้นี้ให้แดดิ้นกลับเลือกที่จะสงบใจ ด้วยคิดถึงค่าตอบแทนที่คนผู้นี้ต้องจ่ายมุมปากพลันมีรอยยิ้มซุกซนแฝงความเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นทันที

“เมื่อครู่ข้าได้ตรวจชีพจรของท่านดูแล้ว พบว่าร่างกายของท่านไม่เพียงบาดเจ็บสาหัส ยังถูกพิษขนนกเหนี่ยวอีกด้วย หากฝืนใช้กำลังภายในเกินขีดจำกัด เกรงว่าพิษที่อยู่ในร่างกายอาจกำเริบจนไร้หนทางเยียวยา”

“วิหคพิษ!” เซียวไห่หลงมีสีหน้านิ่งขรึมขึ้นทันที

“ไม่ผิด พิษขนนกเหนี่ยวหรือที่ชาวเผ่าซงหนูเรียกว่าวิหคพิษ เป็นพิษรุนแรงที่สุดของชนเผ่าเร่ร่อนทั้งห้า ที่สำคัญพิษชนิดนี้ไม่มียาถอนพิษ ดังนั้นข้าจึงคิดจะลองเสี่ยงใช้วิธีฝังเข็มเพื่อขับพิษให้กับท่าน” เอ่ยออกไปแล้วก็ลอบมองประเมินเงียบ ๆ คิดไม่ถึงว่าความเป็นความตายห่างกันแค่พลิกฝ่ามือ นัยน์ตาคู่นี้กลับเย็นชาไม่แปรเปลี่ยน

“เรื่องนี้ใช่ว่าข้าไม่เคยได้ยิน แต่การขับพิษด้วยวิธีฝังเข็มล้วนต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญการใช้เข็มเงินอย่างดียิ่ง เพียงแต่ใต้หล้าเห็นจะมีเพียงคนผู้เดียวกระมัง น่าเสียดายที่เขา...” เอ่ยถึงตรงนี้ก็อดถอนหายใจหนักออกมามิได้ “อย่างไรเสียคนผู้นั้นก็ได้ตายจากไปแล้ว”

เซียวไห่หลงนิ่งขรึมก่อนหรี่ตามองประเมินหญิงสาวตรงหน้า กลับมีบางสิ่งบางอย่างทำให้เขานึกสงสัย “เหตุใดเจ้าจึงรู้วิธีใช้เข็มเงินขับพิษ”  

“ท่านไม่จำเป็นต้องรู้” ไป๋พิงถิงลอบกำมือแน่น แววตาสับสนแปรเปลี่ยนไปมา

เซียวไห่หลงหน้าตึงขึ้นมาทันที ประกายเยียบเย็นแล่นผ่านนัยน์ตาคมจ้องมองลึกลงในดวงตาคู่งามคล้ายต้องการค้นหาความจริงผ่านแววตาหม่นเศร้าคู่นี้ ทว่าเป็นนางที่เอ่ยขึ้นราวกับดับแสงสว่างในความคิดของเขาจนมืดมิด

เรื่องที่ข้ารู้ก็ได้กล่าวออกไปแล้ว จะยอมเสี่ยงหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่าน

ชั่วเวลานั้นต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง กลับเป็นไป๋พิงถิงที่รู้สึกว้าวุ่นใจขึ้นมา เดิมทีนางไม่คิดเปิดเผยวิชาเข็มเงินของตระกูลให้ผู้ใดล่วงรู้ แต่ยามนี้เดินหน้ามิได้ถอยหลังก็ไม่ทันแล้ว ลึก ๆ ได้แต่หวังว่าคนผู้นี้จะไม่มีใจต่ำช้าเยี่ยงโจรใจอำมหิต หรือต่อให้เป็นคนสำคัญของราชสำนัก นางก็นับว่าเป็นผู้มีคุณ

เว้นเสียแต่ว่าเขาจะคิดอกตัญญูต่อนาง...

เซียวไห่หลงเป็นชายชาตินักรบผ่านความเป็นความตายนับครั้งไม่ถ้วน ครานี้ก็เช่นกัน ถ้าเขาไม่ยอมตายผู้ใดก็ฉกฉวยแย่งชิงวิญญาณเขาไปไม่ได้!

นัยน์ตาคมกริบมองประเมินหญิงสาวตรงหน้า บางทีอาจเป็นเขาที่ประเมินนางต่ำไป

เช่นนั้น ต้องรบกวนแม่นางแล้ว” เขาปลดหยกประจำตัววางลงบนมือเรียวขาว พลางเอ่ยว่า บุญคุณที่ช่วยชีวิตข้าจดจำไว้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรต้องกลับมาทดแทนคุณแม่นางแน่

“...” ไป๋พิงถิงพลันตกตะลึงอ้าปากค้าง

เซียวไห่หลงหรี่นัยน์ตาคมจ้องมองดวงหน้างามซีดขาวผ่านหน้ากากสีเงิน มุมปากกดลึกเป็นรอยยิ้มร้าย ก่อนเอ่ยประโยคต่อมาทำให้ผู้อื่นขวัญสะท้าน เพียงแต่...ข้าอยู่เจ้าอยู่ ข้าตายเจ้าก็ไม่รอด

มารดาเถอะ! นี่เขากำลังข่มขู่นางอยู่ใช่หรือไม่ 


************************

หนึ่งหัวใจ หนึ่งคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

39 ความคิดเห็น

  1. #39 Noomuek (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 / 09:39
    สนุก สนุก
    #39
    0
  2. #1 Lingling99 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 11:04

    รอๆๆๆๆ มาต่อเร็วๆ นะคะ

    #1
    1