กลพิชิตรักแม่ทัพร้าย สนพ.Romantic Publishing

ตอนที่ 17 : บทที่ ๑๐ ปลดผนึกหัวใจ (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    5 เม.ย. 64


บทที่ ๑๐ ปลดผนึกหัวใจ


ตอนที่ ๑


เหยียนเป่าแบกอารมณ์ขุ่นมัวกลับจวน

เมื่อถึงเรือนพักก็ออกคำสั่งให้พ่อบ้านเรียกตัวหญิงบำเรอเข้ามาสองนาง พอประตูปิดลงด้านในมีเสียงกรีดร้องดังเป็นระลอก จะด้วยฤทธิ์ของสุราหรือโทสะความกำหนัดก็ไม่อาจรู้ได้ มองเห็นใบหน้าหมดจดนางจิ้งจอกค่อย ๆ ซ้อนทับขึ้นมา สีหน้าพลันแข็งกระด้างนัยน์ตาดุดัน จัดการฉีกทึ้งเสื้อผ้าของสตรีทั้งสองจนเปลือยเปล่า แล้วเหวี่ยงลงบนเตียง กระโจนทาบทับร่างพวกนางไว้ ขบกัดไปทั่วเรือนร่างนุ่มนิ่มที่พยายามขัดขืนต่อต้าน มือทั้งสองข้างตะปบบีบขยำอย่างหนักหน่วงฝากร่องรอยเขียวช้ำทั่วร่างกาย ลงมือทุบตีเสพสมความเจ็บปวดอย่างป่าเถื่อนบ้าคลั่งไร้ความปรานี ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ยิ่งพวกนางกรีดร้องอย่างเจ็บปวดทรมานเหยียนเป่าก็ยิ่งคำรามอย่างสุขสม กระทั่งร่างเกร็งกระตุกปลดปล่อยความขึ้งเคียดออกมากลับไม่หยุดทรมานพวกนาง มือใหญ่หนาจับร่างนุ่มนิ่มพลิกไปมาก่อนถาโถมเข้าใส่อย่างรุนแรง ไม่สนใจอาการขัดขืนดิ้นรนไขว่คว้าจวบจนลมหายใจเฮือกสุดท้ายถูกพรากผลาญไป

เหยี่ยนเป่ายังคงขยับเคลื่อนร่างกายบนร่างไร้วิญญาณไม่หยุด กระหน่ำทุบตีบีบเคล้นลำคอจนร่างนุ่มนิ่มแทบแหลกสลาย ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด ครั้นสิ้นแรงอารมณ์ความปรารถนามอดดับ จึงใช้เท้าถีบร่างไร้วิญญาณตกลงไปกองกับพื้น สองมือเช็ดถูคราบโลหิตบนร่างกายอย่างนึกรังเกียจ ก่อนตวาดขึ้นเสียงดัง

“อาเก๋อ!

“ขอรับนายท่าน”

พ่อบ้านวัยกลางคนรั้งรออยู่ที่หน้าประตูนานแล้ว พอได้ยินเสียงผู้เป็นนายจึงเร่งรีบสาวเท้าเดินเข้ามา สีหน้าสงบนิ่งกลับรักษาอาการตื่นตระหนกในแววตาไว้มิได้ ยามเห็นซากร่างไร้วิญญาณของสตรีทั้งสองนางยับเยินแม้แต่ตนเองยังทนมองไม่ได้ ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง หันไปพยักหน้าสั่งบ่าวรับใช้ที่พากันก้มหน้าเก็บปากไม่เอ่ยคำ เพียงลอบปรายตามองสองร่างเปลือยเปล่าด้วยความสมเพชเวทนา แล้วพากันแบกร่างพวกนางออกไปจัดการกลบเกลื่อนหลักฐานอย่างที่เคยทำทุกครั้ง

พ่อบ้านเก๋อส่งผ้าสะอาดบิดหมาดให้ผู้เป็นนาย สีหน้าลำบากใจกระอึกกระอักเอ่ยไม่เต็มเสียง “นะ...นายท่าน”

มีอะไร! เหยียนเป่าเห็นสีหน้าอ้ำอึ้งของบ่าวคนสนิทก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที

เมื่อได้รับอนุญาตพ่อบ้านเก๋อไม่ลังเลที่จะเอ่ย “คนในวังส่งข่าวมาขอรับ นายท่านจะให้บ่าว...”

“ข้ารู้แล้ว” เหยียนเป่ารับผ้าสะอาดจากพ่อบ้านเช็ดมือและคราบโลหิตเปรอะเปื้อนตามร่างกาย ขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น “สั่งให้คนเตรียมรถม้า”

ขอรับนายท่านประสานมือคำแล้วค่อยถอยหลังออกไป แม้สีหน้าเคร่งขรึมของนายท่านจะทำให้พ่อบ้านเก๋อรู้สึกตื่นกลัวอยู่บ้าง เพียงแต่รับใช้ใกล้ชิดมานานจึงเข้าใจและรู้นิสัยอย่างลึกซึ้งกว่าผู้ใด กล่าวได้ว่ามองผิวหนังเห็นกระดูก

คล้อยหลังพ่อบ้านคนสนิท เสนาบดีหนุ่มโยนผ้าที่เต็มไปด้วยคราบโลหิตลงในอ่างน้ำ สีหน้าแววตาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ก่อนนำเสื้อตัวใหม่มาสวมผูกสายรัดเอวด้วยตนเอง แต่เพียงยกเท้ายังไม่ทันได้ข้ามผ่านธรณีประตู เหยียนเป่ากระอักโลหิตออกมาคำโต ความเจ็บปวดแล่นปราดสู่กลางอก

ร่างสูงทรุดลง แขนและเท้าทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรง มุมปากพลันยกยิ้ม นัยน์ตาคมกริบสะท้อนแววนิ่งลึกบังเกิดภาพดวงหน้าเย้ายวนตราตรึงจับจิต

“นางจิ้งจอกถึงกับกล้าวางยาข้า หึ! รอให้จับตัวได้เมื่อไรข้าจะลงโทษความดื้อรั้นของเจ้าเป็นร้อยเท่าพันทวี” เหยียนเป่าบดฟันคำรามในลำคอ สูดลมหายใจลึกรอบหนึ่งกดข่มเพลิงโทสะที่ปะทุอยู่เต็มท้อง สองมือกำแน่นเส้นโลหิตปูดโปน

“เด็กดี...เราต้องได้พบกันอีกครั้งในไม่ช้า”

อีกฟากหนึ่ง จวนจวิ้นอ๋อง

เซียวไห่หลงนั่งอยู่ข้างเตียง นัยน์ตาคมจ้องมองคนตัวเล็กหลับใหลไม่ได้สติ ข้างขมับขาวมีเหงื่อชื้นเกาะพราว เส้นผมหนาดำขลับดุจแพรไหมสยายคลอเคลียรอบดวงหน้างาม อดใจไม่ไหวใช้ปลายนิ้วอุ่นร้อนสัมผัสปัดเกลี่ยเก็บทัดไว้หลังใบหู ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใดเขาจ้องมองนางอยู่เงียบ ๆ แต่พอนึกถึงความโง่งมของกระต่ายน้อย หัวใจแกร่งคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นเขย่าอย่างแรง สั่นไหวราวกับถูกคลื่นลูกใหญ่โหมซัดสาดระลอกแล้วระลอกเล่า

เขาถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงกว่าทุกครา พลางเหลือบตามองถ้วยยาในมือครู่หนึ่งก่อนยกขึ้นดื่ม ก่อนโน้มใบหน้าคมลงส่งยารสฝาดเฝื่อนผ่านริมฝีปากเขาเข้าสู่กลีบปากอิ่ม รอจนนางกลืนยาเรียบร้อยจึงค่อยถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

“ฮื้อ~” ร่างเล็กร้องครางออกมาแผ่วเบา คิ้วเรียวสวยขมวดขึ้นน้อย ๆ

“ตื่นแล้วหรือ” เซียวไห่หลงขมวดคิ้วมองร่างเล็กในอ้อมกอด

ไป๋พิงถิงขยับตัวเล็กน้อยคล้ายรู้สึกว่าร่างกายยังปวดระบมอยู่ หัวสมองขาวโพลนสับสนไปหมด เปลือกตาบางสะลึมสะลือปรือตาเปิดขึ้นช้า ๆ อาศัยแสงแดดอ่อนของยามเช้ากวาดมองสำรวจไปรอบด้านอย่างเหม่อลอย

“ที่แท้...หม่อมฉันยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ด้วย”

น้ำตาที่ไม่รู้เก็บกลั้นไว้ตั้งแต่เมื่อใดร่วงเผาะหลั่งไหลออกมาดุจไข่มุกสีขาวกลิ้งหล่นจากปลายหางตาเปียกชื้น ร่างสะท้านหัวใจเหน็บหนาว นางมิได้กลัวตายจนหลั่งน้ำตาออกมา แต่กลัวว่าจะแก้แค้นเหยียนเป่าคนสารเลวไม่สำเร็จแล้วชิงตายไปเสียก่อน

“ตัวโง่งม ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าตาย”

เซียวไห่หลงใช้ปลายนิ้วหยาบกระด้างเช็ดซับหยาดน้ำตาให้นาง แล้วคว้าร่างเล็กเข้ามาโอบกอดไว้แนบแน่น พลางใช้มือข้างหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับดุจทะเลน้ำหมึกแผ่วเบา ถอนหายใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเจือแข็งกร้าว “ไยคิดทำเรื่องโง่งมเช่นนี้เล่า”      

ไป๋พิงถิงตาแดงระเรื่อ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมกัดฟันเอ่ย “ขอเพียงสังหารเสนาบดีชั่วได้ ต่อให้แลกด้วยชีวิตหม่อมฉันย่อมไม่คิดลังเล”

ความจริงนางอยากตะโกนใส่หน้าเขานัก ถ้ามิใช่เพราะท่านยื่นมือมาสอด ป่านนี้นางคงสังหารคนสารเลวไปแล้ว คิดถึงตรงนี้ในใจทั้งฉุนทั้งโกรธ ร่างเล็กหมายจะดิ้นรนขืนตัวออกจากอ้อมกอดแกร่งกลับไร้เรี่ยวแรง ซ้ำกลับถูกเขาโอบรัดไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม

“โง่งม!

เซียวไห่หลงเอ่ยดุอย่างไม่จริงจัง ในสายตาเขาต่อให้นางแข็งแกร่งอย่างไรก็เป็นเพียงสตรีบอบบางไม่ต่างจากแมลงตัวหนึ่งเท่านั้น มีหรือจะเท่าทันเล่ห์เหลี่ยมจิ้งจอกจัดเจนเช่นเสนาบดีเหยียนได้  “รู้หรือไม่การกระทำอย่างไร้หัวคิด ย่อมนำพาไปสู้หนทางแห่งความตาย ถึงเวลานั้นเจ้าจะไม่มีโอกาสได้แก้แค้นและอาจตกเป็นของเล่นให้คนวิปริตอย่างเสนาบดีเหยียนทรมานจนตาย”

ดวงหน้างามเงยขึ้นสบประสานสายตาคู่คม แววตาปรากฏแววดื้อดึงอีกหน หากวูบหนึ่งในใจพลันรู้สึกระทมเศร้าหยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาเป็นสาย “หม่อมฉันยอมแลกชีวิตกับคนสารเลวผู้นั้น เมื่อชีวิตนี้ไม่มีสิ่งใดให้ต้องห่วงหาไยต้องอาลัยอาวรณ์ด้วยเล่า” นางเหยียดยิ้มมุมปาก “นกไร้รังเช่นหม่อมฉันเก็บความคั่งแค้นสุมแน่นเต็มอกไว้ถึงห้าปี โลหิตทุกหยาดหยดมีความอาฆาตแค้นของคนตระกูลไป๋แล่นพล่านอยู่กาย ขอเพียงมีโอกาสหม่อมฉันไม่คิดลังเลที่จะสังหารคนสารเลวเหยียนเป่าให้ตายดับ แค่ก ๆ...” ไป๋พิงถิงโมโหจนไอออกมาสองคำ ร่างสั่นเทิ้มไม่หยุด

“ช่างเถอะ ไม่ต้องโมโหแล้วเซียวไห่หลงลูบหลังนางเบา ๆ คล้ายปลอบประโลม เห็นคนในอ้อมกอดมีสีหน้านิ่งงันแววตาแฝงดื้อรั้น มือใหญ่จับเชยปลายคางเรียวขึ้นสบสายตาคม จ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง เอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน ตัวโง่งม จากนี้ข้าจะปกป้องเจ้าเอง และจะไม่ยอมให้เจ้าต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้อีก” 

************************

หนึ่งหัวใจ หนึ่งคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

39 ความคิดเห็น

  1. #36 oraphan00 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 19:33
    รอค่าๆๆๆๆ
    #36
    4